Share

บทที่ 1110

Author: อี้ซัวเยียนอวี่
เฟิ่งจิ่วเหยียนเอาแผนที่ที่ได้วาดไว้ก่อนหน้านี้ออกมา ชี้ให้เซียวอวี้ดู

“ใช้เมืองหลวงเป็นที่ทำการหลัก สั่งการไปยังทั้งสี่ทิศ นี่คือเส้นทางการสั่งการของกลุ่มค้ามนุษย์โอสถ

“ตามแบบแผนการดำเนินการของพวกเขา ตอนนี้ถูกราชสำนักและกลุ่มชาวยุทธ์บีบคั้นจนหมดหนทาง พวกเขาต้องตัดทุกช่องทางการติดต่อ เพื่อปกป้องที่ทำการหลัก

“ดังนั้น สิ่งแรกที่พวกเขาต้องทำคือ กำจัดพวกพ้องของตนเอง

“ภายในกลุ่มค้ามนุษย์โอสถในตอนนี้ คงเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ง่ายต่อการเกิดความโกลาหลกันเอง”

เซียวอวี้รับคำจากนาง

“หมายความว่า พวกเราสามารถใช้โอกาสนี้ เริ่มบุกโจมตีจากสาขาของพวกมัน”

เฟิ่งจิ่วเหยียนผงกศีรษะเห็นด้วย

นางชี้ไปยังหลายจุด ที่ปรากฏบนแผนที่

“เหล่านี้คือแหล่งที่พวกเราค้นพบว่ามีการทำการของกลุ่มมนุษย์โอสถ

“ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่รกร้าง เช่นในถ้ำหมู่บ้านจู๋ซาน

“ฝ่าบาทยังจำได้หรือไม่ ปีนั้นพวกเราเคยพบมนุษย์โอสถ ที่ข้างใต้วัดในเมืองหลวง”

เซียวอวี้จำได้แน่นอนอยู่แล้ว

ครั้งนั้นนางถูกกลุ่มมนุษย์โอสถทำร้าย เขาเป็นคนช่วยชีวิตนาง แบกนางออกมาจากข้างในนั้น

สายตาเฟิ่งจิ่วเหยียนเยือกเย็น

“ตอนนี้
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter
Comments (2)
goodnovel comment avatar
AimiA
กลับมาสนุกน่าติดตามแล้ว ดีจัง ...️...️...️
goodnovel comment avatar
iKaew CIE
ลงหลาย ๆ ตอนหน่อยค่า พลีสสสสสสสสสสสสส
VIEW ALL COMMENTS

Related chapters

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1

    “แม่ทัพน้อย สารด่วนที่สุด! คุณหนูใหญ่ได้รับความอัปยศจนปลิดชีพตัวเอง นายหญิงต้องการให้ท่านกลับโดยเร็วที่สุด เพื่ออภิเษกสมรสแทนคุณหนูใหญ่!”ชายแดนแคว้นหนานฉี เกือกม้าย่ำผ่านลำธารที่เพิ่งละลาย หยดน้ำกระเซ็นซ่านเฟิ่งจิ่วเหยียนควบม้านำอยู่หน้าสุด นางสวมอาภรณ์เรียบง่ายแขนสอบสีดำ ใช้ปิ่นไม้อันเดียวรวบผมดำขลับ เส้นผมและชายชุดสะบัดพลิ้ว ในความองอาจเหนือคนนั้นแฝงไว้ซึ่งอารมณ์อันคุกรุ่นนางกับเฟิ่งเวยเฉียงน้องสาวเป็นฝาแฝดกัน แต่เนื่องจากการมีฝาแฝดไม่เป็นมงคล นางจึงถูกเลี้ยงดูอยู่ข้างนอกมาตั้งแต่เล็กเวยเฉียงมีนิสัยอ่อนโยนอ่อนหวาน ไม่เคยผูกความแค้นกับใครนางไม่เข้าใจเลย ใครจะทำร้ายคนที่บริสุทธิ์ดีงามเช่นนั้นนางจะจับคนผู้นั้นมาถลกหนังเลาะกระดูก สับเป็นชิ้น ๆ ป้อนให้สุนัขกินเสีย!องครักษ์เห็นว่าจะตามไม่ทันความเร็วของนางแล้วจึงตะโกนว่า“แม่ทัพน้อย ตอนนี้ควบม้าตายไปสองตัวแล้ว ข้างหน้ามีโรงเตี๊ยม แวะพักก่อนดีหรือไม่...”เฟิ่งจิ่วเหยียนสะบัดแส้ม้า“ตามไม่ทันก็ไสหัวกลับค่ายทหาร! ย่าห์!”โง่เง่า! มีเวลามาพักผ่อนเสียที่ไหน!สิ่งที่นางแบกรับอยู่ตอนนี้คือหนึ่งร้อยกว่าชีวิตในตระกูลเฟิ่ง!องคร

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 2

    เฟิ่งจิ่วเหยียนที่อยู่ในห้องหรี่ดวงเนตรงามลงเล็กน้อยวันนี้ไม่ว่าผลตรวจร่างกายเป็นเช่นไร ก็ล้วนแต่ไม่เป็นผลดีต่อตระกูลเฟิ่งทั้งสิ้นหวงกุ้ยเฟยจะต้องตัดสินว่าบุตรีตระกูลเฟิ่งไม่บริสุทธิ์เป็นแน่ จากนั้นก็ใช้เหตุนี้สร้างเรื่องตามมาถ้าคนที่มาสวมรอยแทนอย่างนางถูกตรวจร่างกายได้ผลว่ายังบริสุทธิ์ ถึงจะสามารถป้องกันแผนร้ายของหวงกุ้ยเฟย แต่ก็คงจะทำให้หวงกุ้ยเฟยนึกสงสัยขึ้นมาทันทีที่เรื่องสวมรอยแต่งงานมีพิรุธปรากฏ ถึงยามนั้นโทษฐานหลอกลวงเบื้องสูงก็เพียงพอให้ตระกูลเฟิ่งประสบหายนะได้แล้ว!สายตาเฟิ่งจิ่วเหยียนมองตรงไปข้างหน้า ใช้มือที่จับทวนมาจนชินนั้นแต้มบุปผาตรงหว่างคิ้วของตนเองอย่างหนักแน่นสิ่งที่อาจารย์สั่งสอนนางมีเพียงหลักพิชัยสงครามและหลักการเป็นขุนนางอาจารย์หญิงเคยสอนหลักการครองเรือนให้นาง ในนั้นย่อมมีธรรมเนียมปฏิบัติในวังหลวงด้วยเช่นกัน ยามนั้นแม้นางได้เรียนรู้ แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้นำมาใช้งานเพราะปณิธานของนางอยู่ที่ใต้หล้า ไม่ต้องการถูกคุมขังไว้ในเรือน เป็นเพียงภรรยาตัวน้อยที่โอนอ่อนผ่อนตามสามีคิดไม่ถึงว่าคนคำนวณมิสู้ฟ้าลิขิตนอกห้องขันทีผู้นั้นเดินนำนางกำนัลจากในวังหลวงตรงมา

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 3

    ณ ตำหนักฉือหนิง ที่ประทับของไทเฮาไทเฮาได้ยินเรื่องที่จวนตระกูลเฟิ่งแล้วก็มีสีพระพักตร์แช่มชื่น กล่าวกับกุ้ยหมัวมัวที่ปรนนิบัติอยู่ข้างกายว่า“ตอนงานวันเกิดของข้าปีที่แล้ว เคยเห็นเฟิ่งเวยเฉียงผู้นั้น นิสัยนางอ่อนโยนเกินไป เวลานั้นข้าก็รู้สึกว่านางยากจะรั้งตำแหน่งฮองเฮาได้“เรื่องในวันนี้กลับแปลกใหม่นัก ถึงกับโต้แย้งคนของหลิงเยี่ยนเอ๋อร์ต่อหน้าธารกำนัล“ข้าต้องมองนางใหม่เสียแล้ว”กุ้ยหมัวมัวเป็นคนเก่าคนแก่ข้างกายไทเฮา เข้าใจความซับซ้อนในวังอย่างลึกซึ้ง นางรินน้ำชาร้อนกรุ่นให้ไทเฮา“แต่ดูจากความโปรดปรานที่ฝ่าบาทมีต่อหวงกุ้ยเฟย แม้ฮองเฮาจะปราดเปรื่องกล้าหาญเพียงไหนก็ยากจะรับมือท่านที่อยู่ตำหนักหลิงเซียวผู้นั้นได้ คืนนี้ ยากจะรับประกันว่าหวงกุ้ยเฟยจะไม่ก่อเรื่องนะเพคะ”เห็นได้ชัดว่านางมีความเห็นแตกต่างจากไทเฮา ไม่คิดว่าฮองเฮาจะมีความสามารถถึงเพียงนั้นรอยยิ้มบนใบหน้าไทเฮาสลายไป“เจ้าพูดถูก ข้ายังจำได้ว่า วันที่ซิ่วหว่านเข้าวัง เดิมนั้นฝ่าบาทตั้งใจจะไปหานาง ผู้ใดจะคาดคิดว่าหลิงเยี่ยนเอ๋อร์ผู้นั้นจะเข้ามาขัดขวาง เชิญฝ่าบาทไปหา“น่าสงสารก็แต่ซิ่วหว่านเด็กคนนั้น แม้แต่อาหญิงอย่างข้าก

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 4

    ฮ่องเต้ทรราชจะเสด็จมา เฟิ่งจิ่วเหยียนได้แต่บอกให้เหลียนซวงทำทรงผมกลับไปตามเดิม แต่มือของเหลียนซวงสั่นเทิ้ม คิดว่าคงเป็นเพราะหวาดกลัวฮ่องเต้ทรราชที่กำลังจะมาเยือนผู้นั้นนางมือสั่น ย่อมทำผิดพลาดอย่างไม่อาจเลี่ยงเมื่อถูกถอนผมเป็นเส้นที่สาม เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ทนไม่ไหว เอ่ยเสียงเย็นชาว่า“ถอยไป ข้าจัดการเอง” นางเชี่ยวชาญวิชาแปลงโฉม การฝึกฝนทำผมทรงต่าง ๆ ให้ได้อย่างคล่องแคล่วจึงเป็นสิ่งจำเป็นด้วยเหตุนี้ นางจัดแจงเพียงไม่กี่ครั้งก็ทำให้ทรงผมกลับไปเหมือนตอนแรกได้แล้ว เหลียนซวงเห็นแล้วก็ตกตะลึงเหลือล้น“ฮองเฮา ท่านมีฝีมือยอดเยี่ยมนักเพคะ!”แต่ขณะที่ฝั่งพวกนางเตรียมความพร้อมต้อนรับฮ่องเต้ คนจากนอกตำหนักก็มารายงานอีกครั้งว่า“ฮองเฮา โรคปวดศีรษะของหวงกุ้ยเฟยกำเริบ ฝ่าบาทเสด็จไปตำหนักหลิงเซียวแล้วเพคะ”เหลียนซวงเผยอปาก รู้สึกโมโหแต่ไม่กล้าพูดออกมาหวงกุ้ยเฟยจะต้องแกล้งป่วยเป็นแน่ โรคปวดศีรษะกำเริบขึ้นมาตอนนี้ จะเหมาะเจาะขนาดนี้ได้อย่างไรคงเห็นว่าฝ่าบาทเสด็จกลับวังมาแล้วจึงให้คนไปเชิญน่ะสิพอเฟิ่งจิ่วเหยียนได้ยินคำว่าหวงกุ้ยเฟยก็คิดถึงเวยเฉียงน้องสาวเวยเฉียงถูกทำร้ายแสนสาหัสจนถึงแก่คว

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 5

    กลับถึงห้องหอ หัวหน้าหมัวมัวที่ตอนแรกก้มหน้าก้มตาท่าทางเข้มงวดก็สั่งให้คนเตรียมน้ำมาปรนนิบัติฮองเฮาอาบน้ำนางเบียดเหลียนซวงออก เข้ามายิ้มกว้างให้เฟิ่งจิ่วเหยียน“ฮองเฮา หลายปีมานี้ นอกจากหวงกุ้ยเฟยแล้ว ฝ่าบาทยังไม่เคยโปรดปรานสนมคนอื่นมาก่อนเลยนะเพคะ ท่านนับเป็นคนแรก!”เหลียนซวงยืนอยู่ข้าง ๆ รู้สึกไม่ใคร่พอใจหมัวมัวผู้นี้ตอนแรกยังไม่เห็นว่านางจะปรนนิบัติด้วยความกระตือรือร้นปานนี้ ช่างเป็นพวกประจบผู้มีอำนาจเหยียบย่ำคนฐานะต่ำกว่าโดยแท้ในวังหลวงแห่งนี้ ฐานะของสตรีล้วนพึ่งพาความโปรดปรานของฮ่องเต้ดังคาด มิฉะนั้น ต่อให้สูงส่งเป็นฮองเฮาก็ยังถูกเมินเฉยไม่ได้รับการเหลียวแลหัวหน้าหมัวมัวพูดอะไรไปมากมาย เฟิ่งจิ่วเหยียนล้วนไม่ตอบนางสั่งความอย่างเย็นชา “ออกไปให้หมด ให้เหลียนซวงปรนนิบัติในตำหนักคนเดียวก็พอ”……หลังจากในตำหนักเงียบลงแล้ว เหลียนซวงก็ถามอย่างกังวลใจ“ฮองเฮา ฝ่าบาทเสด็จมาย่อมเป็นเรื่องดี“แต่ท่านทำเช่นนี้ จะมิเป็นการขัดแย้งกับหวงกุ้ยเฟยหรือเพคะ?“นายหญิงบอกให้พวกเราอยู่ในวังหลวงอย่างเงียบ ๆ อย่าสร้างศัตรู โดยเฉพาะหวงกุ้ยเฟย...”“ท่านแม่ก็สอนเวยเฉียงเช่นนี้หรือ” เฟิ่งจิ่ว

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 6

    เมื่อเหลียนซวงได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวก็รีบเข้าไปในตำหนัก“ฮองเฮา เกิดอะไรขึ้นเพคะ...”เหลียนซวงพูดยังไม่ทันจบ ก็มีเสียงสายหนึ่งดังออกมาจากม่านอักษรมงคล [1] “ไสหัวไป”เป็นเสียงของบุรุษ!เหลียนซวงตระหนักว่าสถานการณ์ไม่ดีแล้ว คิดจะตะโกนเรียกคนเข้ามาทันใดนั้นขันทีคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาขวางนางไว้อย่างรีบร้อน เสียงที่พยายามกดความโกรธเกรี้ยวเอาไว้กล่าวว่า“ไม่รู้จักเบิกตาดูซะบ้าง! นั่นคือฮ่องเต้!”เหลียนซวงตกตะลึงจนพูดไม่ออกฝ่ะ ฝ่ะ ฝ่า...ฝ่าบาท? ฮ่องเต้ทรราชผู้ฆ่าคนโดยไม่กระพริบตาผู้นั้น?มืดค่ำถึงเพียงนี้แล้ว เหตุใดอยู่ ๆ พระองค์ถึงเสด็จมาเล่า!!ภายในม่านฝ่ามือใหญ่ของบุรุษกดไหล่ข้างหนึ่งของเฟิ่งจิ่วเหยียนเอาไว้ ส่วนอีกมือหนึ่งจับข้อมือข้างที่นางถือกริช โน้มร่างอยู่เหนือนาง ราวกับสิงโตที่กำลังโถมเข้าหาเหยื่อเดิมเฟิ่งจิ่วเหยียนสามารถลองสลัดให้หลุดได้ แต่เมื่อรู้สถานะของอีกฝ่ายนางจึงไม่ได้ลงมือในความมืดมิด นางไม่อาจมองเห็นใบหน้าของเขาได้ชัดแต่รังสีฆ่าฟันบนร่างของเขาเข้มข้นยิ่ง“ฮองเฮา ไม่อธิบายซักหน่อยหรือ?”น้ำเสียงทุ้มอันราบเรียบของบุรุษทำให้คนรู้สึกกลัวเกรงหากเป็นสต

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 7

    คืนนี้ถูกลิขิตไว้แล้วว่านางต้องถูกเอาเปรียบซักครั้ง เฟิ่งจิ่วเหยียนคาดการณ์เรื่องนี้ไว้ก่อนแล้วที่จริงเมื่อเทียบกับโดนฮ่องเต้ทรราชนี่พรากคืนแรกไป ให้ทำเองยังนับว่าดีกว่ามากนักอย่างน้อยก็ไม่ต้องทนถูกคนกดไว้ข้างล่างเฟิ่งจิ่วเหยียนฉีกผ้าจากชายกระโปรงออกมาชิ้นหนึ่ง นำมาปูรองไว้เป็นผ้าพรหมจรรย์[1]หลังจากนั้นก็ใช้มือหนึ่งถลกกระโปรงขึ้นมา อีกข้างพลิกมือจับกริชนั้นถึงแม้นางตัดสินใจแล้วว่าจะทำ แต่ร่างกายยังคงต่อต้านโดยสัญชาตญาณนางปลอบใจตัวเอง คิดเสียว่าโดนแทงหนึ่งทีแล้วกันตั้งแต่เล็กจนโตนางบาดเจ็บมาน้อยหรือไร?จากนั้นนางก็เริ่มออกแรง...เพียงชั่วพริบตานั้นเองพละกำลังสายหนึ่งพุ่งเข้ามาจับข้อมือนางเอาไว้แน่นเฟิ่งจิ่วเหยียนขมวดคิ้วเซียวอวี้แย่งกริชในมือนางไปอีกครั้ง ครั้งนี้น้ำเสียงของเขาเย็นยะเยือกยิ่งกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก“ช่างเป็นสตรีที่โง่เสียจริง”เคร้ง!กริชถูกโยนออกไปนอกม่านเตียงอักษรมงคล“เจ้าจะบริสุทธิ์หรือไม่ เราไม่แยแสแม้แต่น้อย”“ในเมื่อเจ้ากล้าแลกทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเป็นฮองเฮาให้ได้ เช่นนั้นก็อย่าแกล้งโง่ไปเลย”“ดังเช่นที่เจ้ารู้อยู่แก่ใจว่าเราอยู่ที่ตำหนักห

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 8

    เฟิ่งจิ่วเหยียนดูไม่เหมือนพระมเหสีที่ถูกพระสวามีทอดทิ้งอย่างเย็นชาแม้แต่น้อย นางสวมชุดอย่างฮองเฮา แลดูสูงศักดิ์ดั่งพญาหงส์ที่เดินดินนัยน์ตาที่เยือกเย็นคู่หนึ่ง ม่านตาสีอ่อนเผยให้เห็นถึงความสูงศักดิ์ที่มิอาจเอื้อมราวกับหยกผิวพรรณของนางหาได้ซีดขาวอมโรคเหมือนดังที่สตรีในเมืองหลวงนิยมกันไม่ แต่เป็นผิวที่อิ่มเอิบและเปล่งปลั่งดังกลีบกุหลาบรูปลักษณ์งดงามแฝงด้วยความสูงศักดิ์น่าเกรงขาม งามล้ำดั่งเทพธิดาในวังจันทราเหล่าผู้คนในวังหลังล้วนคุ้นเคยกับการเห็นสนมนางในที่มีหน้าตาคล้ายคลึงกับหรงเฟยดี พอวันนี้ได้พบกับความงามพิลาสล้ำของฮองเฮาก็ตาลุกวาวราวกับจะเปล่งแสงได้ไม่เสียทีที่เป็นหญิงงามผู้มีชื่อเสียงโดดเด่นในเมืองหลวง รูปโฉมงดงามล่มเมืองเช่นนี้ หาใช่ปุถุชนคนธรรมดาจะเทียบเคียงได้ตั้งแต่เฟิ่งจิ่วเหยียนเข้าสู่ยุทธภพเพียงลำพัง นางก็ใช้ชีวิตแปลงโฉมหน้ามาโดยตลอดสำหรับนางแล้วหน้าตาที่งดงามคือภาระ โดยเฉพาะในค่ายทหารอาจารย์หญิงมักบอกว่าใบหน้างามนี้ของนางช่างเสียเปล่ายิ่งนัก วัน ๆ ล้วนแต่ถูกนางใช้อย่างส่งเดชเหลียนซวงที่เดินติดตามอยู่ด้านหลังฮองเฮาก็พลันรู้สึกมีหน้ามีตาไปด้วยเมื่อเดินจนถึง

Latest chapter

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1110

    เฟิ่งจิ่วเหยียนเอาแผนที่ที่ได้วาดไว้ก่อนหน้านี้ออกมา ชี้ให้เซียวอวี้ดู “ใช้เมืองหลวงเป็นที่ทำการหลัก สั่งการไปยังทั้งสี่ทิศ นี่คือเส้นทางการสั่งการของกลุ่มค้ามนุษย์โอสถ “ตามแบบแผนการดำเนินการของพวกเขา ตอนนี้ถูกราชสำนักและกลุ่มชาวยุทธ์บีบคั้นจนหมดหนทาง พวกเขาต้องตัดทุกช่องทางการติดต่อ เพื่อปกป้องที่ทำการหลัก “ดังนั้น สิ่งแรกที่พวกเขาต้องทำคือ กำจัดพวกพ้องของตนเอง “ภายในกลุ่มค้ามนุษย์โอสถในตอนนี้ คงเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ง่ายต่อการเกิดความโกลาหลกันเอง” เซียวอวี้รับคำจากนาง “หมายความว่า พวกเราสามารถใช้โอกาสนี้ เริ่มบุกโจมตีจากสาขาของพวกมัน” เฟิ่งจิ่วเหยียนผงกศีรษะเห็นด้วย นางชี้ไปยังหลายจุด ที่ปรากฏบนแผนที่ “เหล่านี้คือแหล่งที่พวกเราค้นพบว่ามีการทำการของกลุ่มมนุษย์โอสถ “ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่รกร้าง เช่นในถ้ำหมู่บ้านจู๋ซาน “ฝ่าบาทยังจำได้หรือไม่ ปีนั้นพวกเราเคยพบมนุษย์โอสถ ที่ข้างใต้วัดในเมืองหลวง” เซียวอวี้จำได้แน่นอนอยู่แล้วครั้งนั้นนางถูกกลุ่มมนุษย์โอสถทำร้าย เขาเป็นคนช่วยชีวิตนาง แบกนางออกมาจากข้างในนั้น สายตาเฟิ่งจิ่วเหยียนเยือกเย็น “ตอนนี้

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1109

    เฟิ่งจิ่วเหยียนขมวดคิ้วอย่างสงสัย “เมืองหลวงก็มีหญ้าบัวแดงหรือ?” เซียวอวี้พูดอย่างจริงจัง“ตอนนี้ยังไม่ทราบอย่างแน่ชัด ว่าผู้ใดปลูกหญ้าบัวแดงในเขตชานเมืองตะวันตก และมีมากน้อยเพียงใด เราได้สั่งให้คนไปตรวจสอบแล้ว คงจะทราบผลในไม่ช้า” เฟิ่งจิ่วเหยียนพยักศีรษะ พร้อมนั่งครุ่นคิด เซียวอวี้ยื่นมือไปตักกับข้าวใส่ชามของนาง “ทานข้าวก่อน ดูเจ้าสิ ผอมหมดแล้ว ตอนนี้เจ้ากำลังตั้งครรภ์ ต้องทานให้มากขึ้น” เฟิ่งจิ่วเหยียนยังคงคิดอยู่อย่างเหม่อลอย “ยังไม่มีข่าวของเลี่ยอู๋ซินใช่หรือไม่เพคะ?” นางถาม เซียวอวี้ส่ายหน้าอย่างหนักใจ เกรงว่านางจะกงวลเกินไป เขาจึงพูดถึงเรื่องอื่นหลังจากพาเซียวจั๋วกลับเมืองหลวง เขาได้สั่งให้หมอหลวงรักษาแล้ว แต่บาดแผลเกิดที่ดวงตาทั้งคู่ของเซียวจั๋ว ไม่สามารถรักษาให้หายได้ง่าย ๆ ตอนนี้เขาไม่ต่างอะไรกับคนตาบอด การใช้ชีวิตตามลำพังไม่ใช่เรื่องง่ายจัดสาวใช้ให้เขา เขาก็ปฏิเสธ เฟิ่งจิ่วเหยียนถามด้วยสีหน้าสงบ “ตอนนี้ท่านได้จัดการให้เขาอยู่ที่ใด?” “เราได้หาบ้านหลังหนึ่ง ให้เขาอยู่ชั่วคราว และคอยปกป้องอยู่อย่างลับ ๆ ” เซียวอวี้เล่าเรื่องนี้ให้นางฟัง ไม่ใ

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1108

    หนิงเฟยดูเหมือนไม่รู้ตัวว่า ตนเองได้พูดสิ่งใดที่รุนแรงถึงเพียงนั้นนางมองเสียนเฟยอย่างยิ้มแย้ม“ในฐานะที่เป็นพี่น้องกัน ข้าอยากมาเตือนท่าน แทนที่จะถูกผู้อื่นฟ้องร้อง สู้สารภาพต่อฝ่าบาทก่อนจะดีกว่า“หากบริสุทธิ์ใจ ย่อมไม่ต้องหวาดกลัว“หญ้าบัวแดงไม่มีความผิด ผู้ที่เอามาทำเป็นยาพิษต่างหากที่ผิด“พี่สาวเป็นคนใจดีขนาดนี้ ต้องไม่มีเกี่ยวข้องกับกลุ่มค้ามนุษย์โอสถอย่างแน่นอน ใช่หรือไม่?”รอยยิ้มของหนิงเฟย ทำให้เสียนเฟยรู้สึกแสบตาสีหน้าเสียนเฟยซีดเผือด“น้องหนิงเฟย ข้าเข้าใจว่าเจ้าอาจจะสงสัย นั่นเป็นเรื่องปกติ แต่ข้าขอสาบานว่า ยาที่ข้าดื่มนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับคดีมนุษย์โอสถแม้แต่น้อย”หนิงเฟยไม่ตอบ “ข้าเชื่อพี่สาวหรือไม่นั้น ไม่สำคัญ ที่สำคัญคือฝ่าบาทจะคิดอย่างไร”เสียนเฟยเก็บอารมณ์ พูดด้วยเสียงหนักแน่น“น้องสาวพูดถูก”“เอาล่ะ ที่ควรพูดก็พูดแล้ว ข้าจะไปตำหนักฉือหนิงไปสวดมนต์เป็นเพื่อนไทเฮา พี่สาว ไม่ต้องส่งนะ”หลังจากหนิงเฟยไปแล้ว สาวใช้ของเสียนเฟย ตงเซี่ยรู้สึกกังวลอย่างมาก“พระนาง เสียนเฟยพูดมีเหตุผล ฝ่าบาทกำลังสอบสวนคดมนุษย์โอสถอย่างเข้มงวด การใช้หญ้าบัวแดงเป็นเรื่องใหญ่หลวงมาก

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1107

    เมื่อปีก่อน เฟิ่งจิ่วเหยียนไปเก็บดอกจื่อซวี่ แล้วประสบเหตุบนภูเขาหิมะเทียนฉือ ก็มีหมอเทวดาเหยียนที่ช่วยชีวิตนางไว้ภายหลังด้วยเหตุบังเอิญ ทำให้ทั้งสองคนได้พบกันอีกครั้ง ณ เวลานั้น หมอเทวดาเหยียนก็กำลังสืบค้นหาวิธีถอนพิษมนุษย์โอสถนางจึงตัดสินใจพาคนกลับมายังเมืองหลวงก่อนหน้านั้นหมอเทวดาเหยียนก็ได้คิดค้นยาถอนพิษขึ้นมาได้แล้ว แต่เมื่อใช้กับผู้ที่ถูกพิษ กลับไม่ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนตอนนี้ยาถอนพิษที่แท้จริงถูกคิดค้นขึ้นมาได้แล้ว ถือเป็นข่าวดีอย่างมาก!“ตามที่หมอเทวดาเหยียนบอก โชคดีที่มีหญ้าบัวแดง ช่วยให้เขาคิดออกถึงปมสำคัญต่าง ๆ จึงสามารถคิดค้นยาถอนพิษได้สำเร็จ เขาได้ให้ผู้ถูกพิษทานยาแล้ว และพิษก็ถูกขจัดออกไปจนหมดสิ้น รวมถึงมารดาของจางฉวนด้วย”จางฉวนเป็นเด็กชายคนหนึ่ง ตอนนั้นหลายแคว้นร่วมมือกันโจมตีแคว้นหนานฉี เฟิ่งจิ่วเหยียนได้ให้โอกาสพิเศษพาเขาไปด้วย ให้ทำหน้าที่ด่าทอข้าศึกมารดาของเขา ก็เพราะถูกพิษมนุษย์โอสถ ทำให้กลายเป็นคนที่ยังมีชีวิตแต่ไร้สติมาตลอดเมื่อมียาถอนพิษแล้ว ถือเป็นเรื่องดีอย่างไม่ต้องสงสัยทว่า สุขทุกข์มักเป็นสิ่งคู่กันเฟิ่งจิ่วเหยียนส่งสายตามองไป เซียวอวี้ก็เข้าใ

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1106

    จักรพรรดิทรงนั่งบนราชบัลลังก์ กวาดมองเหล่าขุนนาง ด้วยสายตาเฉียบคม“เราไปจากเมืองหลวงแค่ไม่กี่เดือน พวกเจ้ากลับยิ่งอยู่ยิ่งละหลวม!” เหล่าขุนนางหวาดหวั่น ไม่กล้าสบตาความน่าเกรงขามของจักรพรรดิเซียวอวี้ถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ราชสำนักมีคำสั่ง ให้ตรวจสอบคดีมนุษย์โอสถ ในทุกเมืองทุกพื้นที่“ตอนนี้ เราถามพวกเจ้า เกี่ยวกับคดีนี้ พวกเจ้ารู้เรื่องมากน้อยเพียงใด?”สีหน้าขุนนางส่วนใหญ่ตกตะลึง ต่างมองหน้ากันไปมา เรื่องสืบคดี ไม่ใช่หน้าที่ของขุนนางแต่ละพื้นที่หรือ?พวกเขาต่างควรทำหน้าที่ของตนเองไม่ใช่หรือ?แต่ก็มีขุนนางส่วนน้อยไม่กี่คน คำตอบของพวกเขาเป็นที่น่าพอใจพอสมควร“ฝ่าบาท ตามที่ข้าน้อยทราบ คดีมนุษย์โอสถนั้นเกี่ยวข้องกับพิษมนุษย์โอสถ พิษนี้ทำให้คนไร้สติ ไม่กลัวความเจ็บปวด ปีนั้นพรรคเทียนหลงก่อกบฏ ก็เคยมีกองทัพมนุษย์โอสถจำนวนหนึ่งปรากฏตัว การสืบสวนเรื่องนี้ต้องทำอย่างเข้มงวดพ่ะย่ะค่ะ!”“ฝ่าบาท ข้าน้อยได้ยินมาว่า แคว้นตงซานกำลังสร้างมนุษย์โอสถอยู่อย่างลับ ๆ ดูเหมือนกำลังพยายามขยายกองทัพมนุษย์โอสถ พิษมนุษย์โอสถนั้น อาจจะมาจากแคว้นตงซานพ่ะย่ะค่ะ!”เซียวอวี้มองเหล่าขุนนางที่ยังคงไม่รู้

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1105

    เฟิ่งจิ่วเหยียนมั่นใจว่าที่ทำการหลักของกลุ่มค้ามนุษย์โอสถอยู่ในเมืองหลวง ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่คำพูดลอย ๆ นางหยิบแผนที่แคว้นหนานฉีขึ้นมา อธิบายให้เซียวอวี้ฟัง“ต้องถูกบีบจนมุม ถึงจะเห็นความผิดปกติเพคะ”“หลายเมืองที่เกิดเหตุ พิจารณาจากตำแหน่ง ระยะทาง สามารถคำนวณได้ว่า คำสั่งนั้นมาจากที่ใดเพคะ”บนแผนที่ ได้มีการทำเครื่องหมายจุดที่พบแหล่งค้ามนุษย์โอสถหลายแห่งอาศัยเส้นทาง เวลา รวมทั้งเส้นทางที่เปลี่ยนระหว่างทางที่ใช้ในการขนส่งมนุษย์โอสถ สามารถหาที่ตั้งของที่ทำการหลักได้นี่คือทักษะที่จำเป็นสำหรับแม่ทัพในสนามรบ ความเข้าใจในเวลาและระยะทางจะทำให้สามารถระบุตำแหน่งที่ตั้งกระโจมหลักของกองทัพศัตรูได้ชัดเจนจากนั้นจึงสามารถโจมตีกระโจมหลักได้เซียวอวี้ได้ยินที่นางพูดแล้วก็ขมวดคิ้ว“ที่แท้ก็อยู่ในเมืองหลวงหรือ”นั่นช่างเป็นการซ่อนภัยใกล้ตัว……ระหว่างเดินทางกลับเมืองหลวง ผ่านหมู่บ้านจู๋ซานฮ่องเต้ฮองเฮาแวะไปเยี่ยมเซียวจั๋วดวงตาทั้งคู่ของเซียวจั๋วได้รับบาดเจ็บ หลังจากหมอให้การรักษา อาการบาดเจ็บก็ไม่ดีขึ้น อาจถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นได้เซียวอวี้ตัดสินใจ พาเขากลับเมืองหลวง ให้หมอหลวงรั

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1104

    พ่อค้าไก่เหล่านั้นถูกทรมานจนหน้าตาเปลี่ยนรูปไปหมดพวกเขาจึงสารภาพตามความจริง“ไว้ชีวิต...ไว้ชีวิตด้วย! พวกเราไม่รู้จริง ๆ ว่า การซื้อขายไก่เหล่านั้น มีจุดประสงค์ใด“มีคนเสนอราคาสูง ๆ ให้พวกเราทำเช่นนี้ พวกเราก็เลยทำ”เลี่ยอู๋ซินหาใช่ผู้ที่สังหารคนโดยไร้เหตุผล ในเมื่อพวกเขาบอกความจริงแล้ว เขาก็หยุดมือทันทีเขาจึงผลักประตูออกมา ก็เผชิญกับสายตาของเซียวจั๋วคนหลังยังคงรออยู่ด้านนอก และได้ยินคำพูดของพ่อค้าไก่เหล่านั้นที่อยู่ด้านในองครักษ์ลับที่ฮ่องเต้ส่งมาให้เขาเหล่านั้น ถึงแม้จะมีวิธีการบางอย่าง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้พ่อค้าไก่นั้นหวาดกลัวเลี่ยอู๋ซินกลับแตกต่าง เขาแค่ไปยืนตรงนั้น ก็ราวกับปีศาจคลานออกมาจากคุกอันโหดเหี้ยมเห็นชัดอยู่ว่าเป็นวันที่แสงแดดเจิดจ้า แต่ทำให้คนเหมือนย้อนกลับไปยังฤดูหนาวอันเยือกเย็นเซียวจั๋วยิ้มอย่างนุ่มนวลพลางเอ่ย“ชัดเจนแล้วว่า พวกเขาก็เป็นแค่เครื่องมือ”เลี่ยอู๋ซินก็เห็นด้วยกับการสันนิษฐานเช่นนี้เขาเช็ดคราบเลือดออกจากมือทั้งสองข้าง แล้วโยนผ้าเช็ดหน้านั้นทิ้งไปโดยไม่สนใจ “ที่จริงพวกเขาก็เป็นแค่กุ้งฝอย ถามไปก็ไม่ได้เบาะแสที่เป็นประโยชน์”ไม่รู้ว

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1103

    เฟิ่งจิ่วเหยียนรู้จักบิดาแท้ ๆ ของตนเองน้อยมากนางแทบไม่รู้ว่า เขายังมีความสามารถในการอ่านได้ทีละหลายบรรทัด และดูแค่ผ่านตาก็จำได้แม่นยำตามสิ่งที่เขาพูด ตั้งแต่เด็กเขาก็มีพรสวรรค์นี้ทว่าตามหมอดูทำนาย คนที่ฉลาดเกินไปจะส่งผลเสียต่อตนเองดังนั้น เขาต้องเก็บงำพรสวรรค์ น้อยครั้งจะแสดงออกต่อหน้าคนอื่นขอเพียงเขามีสมาธิเพียงพอ ก็สามารถจดจำทุกสิ่งที่เคยเห็นได้“สิบกว่าปีมานี้ คนต่างถิ่นทุกคนที่เข้ามาเมืองเจียง พวกเขาชื่อเสียงเรียงนามใด เข้าเมืองมาทำอะไร อยู่นานเพียงใด กระหม่อมจำได้หมดทุกคน“เบื้องต้นก็คัดกรองกลุ่มคนที่มาเป็นครอบครัว คนชรา คนป่วย และคนพิการออกไป คนเหล่านี้มาเจียงโจว ส่วนใหญ่มาเพื่อเยี่ยมเยือนญาติสนิทมิตรสหาย หรือบากหน้ามาขอความช่วยเหลือ“ต่อมาก็ค่อยคัดกรองกลุ่มคนที่มีคนรู้จักอยู่ที่เจียงโจวออกมา ทุกคนต่างก็บอกว่ากลุ่มค้ามนุษย์โอสถกระทำการอย่างระมัดระวัง จึงต้องเดินทางไปมาเพียงลำพัง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาที่ไม่คาดคิดตามมา...”นายท่านเฟิ่งพูดมามากมาย ก็มีเหตุผลในระดับหนึ่งท้ายที่สุดแล้ว เป็นเขาที่มีความจำดี สามารถจดจำจำนวนมาก ๆ ได้ จากนั้นจึงค่อยไปสำรวจตรวจสอบทีละคนคน

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1102

    เมิ่งฉวีจ้องมองไปที่นายท่านเฟิ่งทันที “เจ้ามีเบาะแสอะไร?”นายท่านเฟิ่งจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ พลางเอ่ยด้วยท่าทีจริงจัง“หลายวันมานี้ ข้าได้รับคำสั่งให้สืบหาคนที่หายตัวไปให้แน่ชัด ทว่างานนี้สหายร่วมงานก็ทำจนใกล้จะสำเร็จแล้ว ข้าจึงคิดหาหนทางใหม่ ๆ ...”เมิ่งฉวีร้อนใจจนจะหมดความอดทน“รีบบอกมา เจ้าสืบพบอะไรบ้าง!”นายท่านเฟิ่งเห็นเขาดูร้อนใจ ในใจก็รู้สึกสะใจอยู่บ้างทว่า มันก็เป็นคนละเรื่องกันเมิ่งสิงโจวเป็นเด็กดี ถูกคนทำร้ายจนตาย ก็ถือว่าน่าเสียดายนายท่านเฟิ่งจึงเอ่ยต่อ“ข้าตรวจสอบคนที่มาจากนอกพื้นที่ หลังผ่านการตรวจเทียบ ก็คัดกรองคนกลุ่มหนึ่งออกมาได้ คดีที่คนเจียงโจวหายตัวไปนั้น เพิ่มจำนวนมากขึ้น ล้วนเกิดขึ้นหลังจากที่คนกลุ่มนี้เข้ามา ดังนั้น ในจำนวนคนกลุ่มนี้ จะต้องมีคนที่น่าสงสัย”เมิ่งฉวีคิดว่ามีเหตุผลทว่า...เขามองนายท่านเฟิ่งด้วยความสงสัย และเอ่ยถาม: “เรื่องใหญ่เพียงนี้ เหตุใดจึงไม่กราบทูลฝ่าบาท?”นายท่านเฟิ่งคิ้วขมวดปม“เจ้ามายุ่งอะไรกับข้า!”ที่จริง เขาคิดจะใช้โอกาสมอบของขวัญวันเกิดในวันนี้ กราบทูลฮ่องเต้กับฮองเฮาถึงเรื่องนี้ เพื่อผลงานที่ยิ่งใหญ่จะได้เป็นที่จดจำท

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status