Share

บทที่ 5 ดื้อด้าน

last update Last Updated: 2025-02-12 15:04:32

หลังจากไปหาผู้เป็นแม่กับน้องสาว และได้พูดคุยกันเรียบร้อยแล้วเมษาก็เดินทางกลับมายังบ้านวณิชกาญจนโชติอีกครั้งตามคำสั่งของสาริกา

"เฮ้อ..สู้ ๆ เมย์" 

เธอพ่นลมหายใจหนัก ๆ ออกมาพร้อมกับบ่นพึมพำให้กำลังใจตัวเองครั้นรถมาจอดลงยังบ้านวณิชกาญจนโชติ ก่อนจะพาตัวลงจากรถเดินเข้าไปภายในบ้าน

ทว่าเธอก็ต้องชะงักเท้าดังกึกเมื่อเดินมาถึงห้องโถงแล้วเจอเข้ากับเจ้านายที่นั่งหน้าบอกบุญไม่รับ ยังมีสาริกานั่งอยู่ที่โซฟาอีกตัวดูเหมือนสถานการณ์ระหว่างแม่ลูกจะอึมครึมไม่น้อย

เธออยากจะถอยหลังกลับแต่ก็ทำไม่ได้เพราะตอนนี้ทั้งสาริกา และเจ้านายต่างมองมายังเธอเป็นตาเดียวกัน

แน่นอนว่าคนถูกจ้องอย่างเธอแทบอยากจะหายไปจากตรงนี้ ยิ่งได้เห็นสายตาของชายหนุ่มที่จับจ้องเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อยิ่งรู้สึกตัวหลีบ ลมหายใจติด ๆ ขัด ๆ หัวใจกระหน่ำเต้นแทบจะทะลุออกมานอกอก

อ่า..ให้ตายสิเธอไม่ชอบความรู้สึก และสถานการณ์แบบนี้เลยได้แต่วิงวอนในใจขอให้ใครก็ได้มาช่วยพาเธอออกไปจากตรงนี้ที

"กลับมาแล้วเหรอหนูลียา" 

แต่เหมือนคำขอของเธอจะไม่เป็นผลเมื่อเสียงของสาริกาดังขึ้น

"ค่ะคุณป้า" เธอทำได้แค่เก็บความรู้สึกมากมายเอาไว้ฝืนระบายยิ้มตอบเสียงอ่อนเสียงหวานพร้อมกับก้าวเดินไปหย่อนก้นนั่งบนโซฟาตัวที่ว่างอยู่ท่ามกลางสายตาดุดันของชายหนุ่ม

ขณะที่สาริกาไม่ยอมพลาดโอกาสเล่นละครต่อหน้าบุตรชายทันทีโดยการให้เมษาเรียกตนเองว่าแม่จงใจตอกย้ำบุตรชาย "มาปงมาป้าอะไรกัน บอกแล้วใช่ไหมว่าให้เรียกแม่เพราะอีกไม่นานหนูก็จะมาเป็นลูกสะใภ้แม่แล้ว"

"ค่ะคุณแม่" ถึงแม้จะกระดากปาก และเกรงสายตาแสนดุดันของชายหนุ่มมากแค่ไหน เมษาก็จำใจต้องเล่นไปตามน้ำเอ่ยเรียกสาริกาว่าแม่เสียงอ่อนเสียงหวานพร้อมกับส่งยิ้มให้อย่างอาย ๆ 

"หึ" คนถูกมัดมือชกอย่างเจ้านายถึงกับเค้นหัวเราะออกมากับท่าทางที่หญิงสาวแสดง ทำไมเขาถึงได้มองว่าเธอมารยา และแสแสร้งแกล้งทำก็ไม่รู้มันดูน่าสมเพชมากกว่าน่ารักเสียอีก

ไม่รู้ว่าแม่ของเขาใช้ตาไหนดูว่าผู้หญิงนี้ดีเพราะหากดีจริงเธอคงยอมยกเลิกสัญญาบ้าบอในวัยเด็กนั่นไปแล้วเมื่อรู้ว่าเขามีคนรัก หนำซ้ำเขายังประกาศไปชัดเจนว่าไม่ต้องการแต่งงานกับเธอ 

แทนที่เธอจะยอมล้มเลิกการหมั้นกลับหอบผ้าหอบผ่อนเข้ามาอยู่ในบ้านเขาหน้าตาเฉย แบบนี้หรือเรียกว่าผู้หญิงที่ดี

"ถ้าแม่อยากได้ผู้หญิงคนนี้มาเป็นลูกสะใภ้นักก็แต่งงานเองสิครับผมไม่แต่งเด็ดขาด ผมยืนยันไว้ตรงนี้เลยว่าผู้หญิงคนเดียวที่ผมจะแต่งงานด้วยคือส้มเท่านั้น" 

เขาหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะประกาศเสียงกร้าว สายตาจ้องมองผู้หญิงน่าไม่อายเขม็งแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่พอใจเธอเป็นอย่างมาก 

"แม่ก็ยังยืนยันคำเดิมเหมือนกันว่าคนเดียวที่แม่จะรับเป็นลูกสะใภ้คือหนูลียาเท่านั้น" สาริกาก็ไม่ยอมเช่นกันสวนกลับบุตรชายทันควัน 

"ผมผิดหวังในตัวแม่จริง ๆ ทำไมแม่ถึงได้ใจแคบแบบนี้" 

เจ้านายได้แต่ส่ายศีรษะไปมามองหน้าผู้เป็นแม่ด้วยความผิดหวัง เขาผิดหวังมากจริง ๆ ไม่คิดเลยท่านจะใจแคบได้ถึงขนาดนี้

ก็แค่คนรักของเขาเคยแต่งงานมีครอบครัวมา แต่ทำไมท่านทำเหมือนกับว่าคนรักของเขาไปฆ่าใครตายอย่างนั้นถึงยอมรับไม่ได้

"อย่ามามองแม่ด้วยสายตาแบบนั้น แม่กำลังเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับแกนะเจ้านาย" 

"ผมไม่ได้ต้องการสิ่งที่ดีที่สุด แต่ผมแค่ต้องการได้อยู่กับคนที่ผมรัก แม่เข้าใจไหมครับ"

"ไม่รู้แหละยังไงลูกก็ต้องเลิกกับผู้หญิงคนนั้น แล้วมาแต่งงานกับหนูลียา" 

"ผมไม่แต่ง"

"แกต้องแต่งกับหนูลียานี่เป็นคำสั่งจากแม่" 

"ผมโตแล้วผมควรมีสิทธิ์เลือก และตัดสินใจเองไม่ใช่ให้แม่มาคอยออกคำสั่ง" 

"ที่ผ่านมาแม่ไม่เคยบังคับอะไรแกเลย แต่เรื่องนี้แม่ขอ"

"ผมให้ไม่ได้ครับ"

เจ้านายทะเลาะกับผู้เป็นแม่หนักขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดเขาก็เลือกจะเดินหนีขึ้นห้องเพราะต่อให้เขาพูดอะไรไปก็คงเปลี่ยนความคิดท่านไม่ได้มีแต่จะทะเละกันหนักกว่าเดิม 

ขณะที่เมษานั่นได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดเธอไม่แม้แต่จะกล้าหายใจแรง ๆ พอชายหนุ่มเดินหนีขึ้นห้องไปนั่นแหละเธอจึงได้หายใจคล่องขึ้นมาหน่อย

"เห็นไหมเมษาเห็นไหมว่าลูกชายฉันมันดื้อแค่ไหน ฉันอยากจะบ้าตายกับเจ้าลูกคนนี้จริง  ๆ" 

ทว่าไม่ทันถึงเสี้ยวนาทีเธอก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อสาริกาหันมาโวยวายใส่เธอเสียงดังลั่น หน้าพร้อมจะกินหัวเธอได้ทุกเมื่อราวกับว่าเธอเป็นคนผิดยังไงยังงั้น 

พอไปลงที่บุตรชายไม่ได้ก็เลยมาลงที่เธอแทนอย่างนั้นสินะ แล้วคนอย่างเธอมันก็ไม่มีสิทธิ์ตอบโต้ด้วยสิทำได้แค่มองหน้าสาริกาตาปริบ ๆ ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "ค่ะ"

"เธอนี่ก็ดีแต่พูดคำว่าค่ะอย่างเดียว" สาริกาที่อยู่ในอาการโมโหยิ่งพานหงุดหงิดเข้าไปใหญ่กับท่าทางของเด็กสาวที่ยืนทำหน้าซื่อตาใสไม่รู้เรื่องรู้ราว หรือเป็นทุกข์ร้อนอะไรเลย

บางทีเด็กสาวก็ซื่อบื้อเกินไปจริง ๆ เธอล่ะชักเหนื่อยใจ 

"จะไปไหนก็ไป ๆ" เลือกจะไล่ตะเพิดเด็กสาวให้ออกไปพ้นสายตาก่อนที่ตัวเองจะอารมณ์เสียไปมากกว่านี้ 

เมษาพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายจากนั้นก็รีบเดินตรงดิ่งขึ้นไปยังห้องพักของตัวเองเพราะเธอก็ไม่ได้อย่างอยู่ใกล้นางยักษ์อย่างสาริกาเท่าไรนัก

"คุณ!" 

เมื่อเข้ามาในห้องเธอก็ต้องใจหล่นลงสู่ตาตุ่มอกสั่นขวัญหายด้วยความตกใจเพราะมีแขกไม่ได้รับเชิญนั่งอยู่ปลายเตียงนั่นก็คือเจ้านาย 

คิ้วสวยขมวดเป็นปมด้วยความสงสัยพร้อมกับคำถามที่ผุดขึ้นในสมองว่าชายหนุ่มเข้ามาในห้องเธอได้ยังไงกัน 

แต่พอนึกอีกทีเธอไม่ได้ล็อคห้องก่อนออกไปก็ไม่แปลกที่เขาจะเข้ามาได้ หากจะแปลกก็แปลกตรงที่เขาเข้ามาในห้องเธอทำไมกัน

สัญชาตญาณมันบอกว่าการปรากฏของเขาคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ ๆ ดูจากสีหน้าบึ้งตึง และสายตาของเขาที่จ้องมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อนั้นทำเอาเธอรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ลำคอแห้งผากจนต้องลอบกลืนน้ำลายลงคอดังอึก 

มือทั้งสองกำแน่นพยายามไม่แสดงอาการใด ๆ ให้เขาเห็น ก่อนรวบรวมความกล้าเปล่งเสียงถามไป "คุณเข้ามาในห้องฉันมีอะไรรึเปล่าคะ"

"กล้าพูดได้เต็มปากเต็มคำนะว่านี่เป็นห้องเธอ" 

เจ้านายเค้นหัวเราะในลำคอพลางสาดสายตาคมกริบมองร่างบางตรงหน้าอย่างเย้ยหยันนึกขันในความมั่นหน้าของเธอที่กล้าพูดได้อย่างไม่อายปากว่านี่เป็นห้องของตัวเองทั้งที่เป็นแค่ผู้อาศัยแท้ ๆ 

ขณะที่เมษาถึงกับสะอึกกับคำพูดทิ่มแทงของฝ่ายตรงข้าม แต่กระนั้นก็ยังพยายามปั้นหน้ายิ้มออกมาทำเหมือนไม่รู้สึกอะไร ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ 

"ค่ะ ก็อีกไม่นานฉันจะมาเป็นส่วนหนึ่งของคนในบ้านหลังนี้แล้วนิคะ"

"เธอฝันอยู่เหรอ ที่ฉันมาหาเธอเพราะต้องการคุยให้รู้เรื่อง" เจ้านายไม่คิดจะตอบกลับให้เสียเวลาอีกแม้จะรู้สึกไม่พอใจมากก็ตามเลือกจะพูดจุดประสงค์ที่เข้ามาหาหญิงสาวในห้องแทนเพราะต้องการให้เรื่องบ้า ๆ นี่จบลงสักที

"ฉันมีคนรักอยู่แล้ว และเรามีแพลนจะแต่งงานกันในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เธอเลิกคิดเลิกหวังว่าฉันจะยอมแต่งงานกับเธอตามที่ผู้ใหญ่สั่ง ฉันขอประกาศไว้ตรงนี้เลยว่าฉันจะไม่มีวันแต่งงานกับเธอเด็ดขาด เพราะฉะนั้นเธอควรเก็บข้าวของออกไปจากบ้านฉันซะ"

"ขอโทษนะคะ ฉันคงทำตามที่คุณบอกไม่ได้เพราะเรื่องนี้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายคุยทุกอย่างกันไว้เรียบร้อยแล้ว" 

เมษาต้องฝืนกลืนเลือดลงคอเอ่ยประโยคที่เธอไม่ได้อยากจะเอ่ยออกไป พูดโกหกคำโตยกพวกผู้ใหญ่มาอ้างทั้งที่ไม่รู้อะไรเลยด้วยซ้ำเพื่อหาข้ออ้างให้กับตัวเอง

"ฉันว่ามันอยู่ที่ตัวเธอมากกว่า ถ้าเธอยืนยันหัวเด็ดตีนขาดว่าไม่ยอมพวกผู้ใหญ่ก็มาบังคับไม่ได้หรอก" 

เจ้านายเค้นหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยันกับคำพูดที่ฟังดูสวยของหญิงสาว แต่เขาไม่ได้เชื่อคำพูดของเธอสักนิด เขาคงไม่ผิดหากจะคิดว่าหญิงสาวอยากแต่งงานกับเขาถึงได้ยอมให้ผู้ใหญ่จูงจมูกง่าย ๆ 

เขาหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะย่างสามขุมเข้าหาร่างบางที่ยืนอยู่เบื้องหน้าพลางเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงดุดัน สายตาจ้องมองดวงหน้าเรียวเขม็ง 

"ไม่ใช่ว่าเธออยากแต่งงานกับฉันจนตัวสั่นเหรอ ถึงได้ยอมหอบผ้าหอบผ่อนมาอยู่บ้านหลังนี้ทั้งที่รู้เต็มอกว่าฉันมีคนรักอยู่แล้ว" 

"..." 

เมษาได้แต่เม้มปากแน่นเพราะคิดคำเถียงไม่ออกหากจะปฏิเสธไปมันก็ดูสวนทางกับการกระทำดั่งที่ชายหนุ่มกล่าวมาว่าถ้าเธอไม่ได้อยากแต่งงานกับเขาทำไมถึงยังดื้อด้านอยู่ตรงนี้ถึงแม้ว้าเธอจะไม่ใช่ลียาตัวจริงก็ตาม 

ด้วยคำว่างานทำให้เธอไม่สามารถตอบ หรือทำอะไรได้ตามใจชอบ

เท้าเล็กค่อย ๆ ขยับถอยหลังช้า ๆ ครั้นอีกคนย่างสามขุมเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ สายตาจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาด้วยความหวาดระแวงนึกกลัวว่าเขาจะทำอะไรแพลง ๆ ถึงได้เดินดุ่ม ๆ มาหาเธอแบบนี้

หัวใจดวงน้อยพลันหล่นวูบลงสู่ตาตุ่มอีกครั้งวินาทีที่แผ่นหลังชนเข้ากับผนังแข็ง ๆ บ่งบอกให้รู้ว่าเธอไม่สามารถถอยได้อีก 

ขณะที่อีกคนก็ยังเดินดุ่ม ๆ เข้าหาเธอโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดสักนิด และตอนนี้เขาก็มายืนประจันหน้ากับเธอเรียบร้อยแล้ว

ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาเหลือไม่ถึงช่วงแขนจนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากตัวของเขาลอยมาแตะจมูก

หัวใจดวงน้อย ๆ ของเธอกระหน่ำเต้นอย่างแรงเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอใกล้ชิดผู้ชายขนาดนี้ ไหนจะความรู้สึกอื่น ๆ ที่แทรกซึมเข้ามาทั้งรู้สึกกังวล กลัว ระแวงมันผสมปนเปกันมั่วไปหมด 

หากอยู่ในสการณ์นี้ต่อไปมีหวังเธอได้เผลอแสดงพิรุธออกไปแน่ เสี้ยวนาทีนั้นจึงตัดสินใจพาตัวถอยออกทางด้านข้างหวังออกห่างร่างสูงที่ยืนจังก้าอยู่ตรงหน้า

"อ๊ะ!" 

ทว่าขยับเท้าได้นิดเดียวเท่านั้นเธอก็ต้องสะดุ้งเฮือก ร่างกายพลันแข็งทื่อราวกับถูกสาปเมื่ออีกคนใช้มือทั้งสองยันบนผนังดังปึกกักขังเธอไว้ในวงแขนไม่ให้หนีไปไหนได้ 

ลอบกลืนน้ำลายลงคอดังอึก ก่อนค่อย ๆ แหงนขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ พยายามข่มใจให้นิ่งเปล่งเสียงถามออกไป ขณะที่มือก็ยกขึ้นดันอกแกร่งแล้วออกแรงผลัก "คุณต้องการอะไร"

"ต้องการให้เธอออกไปจากบ้านฉัน ออกไปจากชีวิตของฉันไง" 

เจ้านายก้มลงมองสบสายตาของคนตัวเล็กที่ความสูงอยู่แค่ไหล่ของเขาด้วยแววตาดุดัน เมษาก็จ้องตาเขากลับแม้ในใจหวาดหวั่นไม่น้อย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่เธอไม่อยากเอ่ยออกไปด้วยความจำใจ 

"ฉันคงทำตามความต้องการของคุณไม่ได้ ยังไงเราสองคนก็ต้องแต่งงานกัน ฉันว่าทางที่ดีคุณไปเลิกกับแฟนของคุณแล้วมาแต่งงานกับฉันดีกว่าไหมคะ เรื่องมันจะได้จบ ๆ" 

"เธอนี่มันดื้อด้านจนเกินเยียวยาจริง ๆ อยากอยู่บ้านนี้ก็อยู่ไป แต่อย่าหวังว่าจะได้แต่งงานกับฉัน และอย่าคิดทำอะไรที่ทำให้คนรักของฉันเข้าใจผิดเพราะไม่อย่างนั้นฉันจะจัดการกับเธอแน่นอน" 

เจ้านายหมดคำจะพูดกับผู้หญิงตรงหน้าแล้วจริง ๆ ได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างสมเพช ก่อนจะพูดขู่ทิ้งท้ายแล้วเดินออกจากห้องไป

เขาไม่ได้อยากใกล้ชิดผู้หญิงอย่างลียาเท่าไรนัก

"เฮ้อ.." เมษาถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งออกครั้นอีกคนจากไป นึกว่าจะโดนเขาเขมือบหัวเอาเสียแล้ว 

เธอเดินไปล็อกประตูด้วยความเร็ว กลัวว่าอีกคนจะย้อนกลับมา จากนั้นก็เดินไปทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาปลายเตียง ยกมือขึ้นกายหน้าผากอย่างคิดไม่ตก

ชายหนุ่มขู่ฝ่อมาขนาดนั้นแล้วเธอจะกล้าทำอะไรกัน แต่หากไม่ทำอะไรสักอย่างงานก็คงไม่จบง่าย ๆ 

เธออยากจะบ้าตายจริง ๆ ทำไมต้องมาพบเจอเรื่องน่าปวดหัวแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้..

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Related chapters

  • แพ้รักคู่หมั้นสวมรอย   บทที่ 6 เร่งงานแต่ง

    หลายวันต่อมา.."ฉันจะทำยังไงกับเจ้าลูกคนนี้ดีเนี่ย โอ๊ย! ฉันจะบ้าตาย" สาริกาที่นั่งอยู่ในห้องโถงโวยวายออกมาเสียงดังลั่นทำให้เมษาที่นั่งอยู่ด้วยถึงกับสะดุ้งโหยงเพราะเธอเองก็กำลังคิดไม่ตกกับเรื่องชายหนุ่มเหมือนสาริกาเช่นกัน นี่ก็ผ่านมาเกือบอาทิตย์แล้วแต่ยังไม่มีความคืบหน้าอะไรเลยเพราะหลังจากวันที่บุกเข้าไปหาเธอในห้องชายหนุ่มก็ออกไปจากบ้านแล้วไม่โผล่หน้ากลับมาอีกเลย"ฉันต้องทำอะไรสักอย่าง ขืนปล่อยไว้แบบนี้ลูกชายฉันเสร็จยัยส้มอะไรนั่นแน่" เสียงของสาริกาดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับสายตาดุดันที่ตวัดมองหน้าเมษาอย่างไม่ชอบใจ "เธอไม่คิดจะออกความคิดเห็นอะไรหน่อยเหรอเมษา ฉันทุ่มเงินไปกับเธอมากมายช่วยทำงานให้มันคุ้มค่าหน่อยได้ไหม""จะให้ฉันทำยังไงคะในเมื่อลูกชายคุณไม่ยอมกลับบ้านเลย" เมษาตอบกลับสาริกาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าในใจนึกเคืองน้อย ๆ พอไม่พอใจหรือไม่ได้ดั่งใจอะไรสาริกาก็มักมาลงที่เธอเสมอไม่ว่าเรื่องนั้นเธอจะเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ตาม "ให้มันได้อย่างนี้สิ" สาริกาได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอากับความซื่อบื้อของเด็กสาว ก่อนเธอจะหยิบโทรศัพท์ที่วางข้างตัวขึ้นมาต่อสายหาส้มแฟนสาวของลูกชายเพื่อพู

    Last Updated : 2025-02-13
  • แพ้รักคู่หมั้นสวมรอย   บทที่ 7 แผนร้าย

    หลังจากวันนั้นเวลาก็ล่วงเลยมาหนึ่งอาทิตย์เต็ม ๆ ดูเหมือนทุกอย่างจะราบรื่นดีเพราะสาริกาไม่ได้โทรมาระราน หรือทำอะไรตามที่พูดขู่เอาไว้กับส้มทำให้เจ้านายสบายใจได้บ้าง และได้แต่หวังว่าท่านจะยอมหยุดขัดขวางเรื่องการแต่งงานของเขากับแฟนสาวสักทีวันนี้เขาจึงคิดไว้ว่าจะเอาคำตอบจากแฟนสาวเพราะให้เวลาเธอได้คิดมาหนึ่งอาทิตย์เต็ม ๆ แล้วครืดดด~ระหว่างที่กำลังขับรถไปหาแฟนสาวที่บ้านเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เขาชะลอความเร็วของรถลงเล็กน้อยก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งล้วงไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงออกมาดู คิ้วเข้มขมวดชนกันเล็กน้อยครั้นเห็นว่าสายที่โทรเข้ามาคือผู้เป็นแม่อดสงสัยไม่ได้ว่าท่านมีอะไรถึงได้โทรมาแต่เช้า ๆ จึงกดรับสาย"ว่าไงครับแม่"(ลูกทำอะไรอยู่เหรอ)"กำลังขับรถครับ แม่มีอะไรรึเปล่าโทรหาผมแต่เช้า"(ลูกไม่กลับบ้านหลายวันแล้ว เย็นนี้กลับมาทานข้าวที่บ้านนะแม่คิดถึง) คำตอบจากผู้เป็นแม่ทำให้เจ้านายแปลกใจเล็กน้อย แต่พอได้ฟังน้ำเสียงแสนเศร้าของท่านก็ทำให้เขาเกิดความรู้สึกผิดน้อย ๆ ปกติท่านไม่เคยใช้น้ำเสียงเศร้าระคนน้อยใจแบบนี้เอาจริง ๆ เขาก็ผิดที่โกรธจนลืมไปว่ายังไงท่านก็เป็นแม่"ได้ครับ" คิด

    Last Updated : 2025-02-13
  • แพ้รักคู่หมั้นสวมรอย   บทที่ 8 จัดฉาก

    หลังจากการทานมื้อเย็นจบลงสาริกาก็ได้ให้แม่บ้านทำการย่างบาร์บีคิวต่อรวมถึงเสิร์ฟอาหารทานเล่น และเครื่องดื่มต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไวน์ บรั่นดี วิสกี้ และเหล้าจากแบรนด์ดังทำเอาทุกคนบนโต๊ะอาหารแปลกใจไปตาม ๆ กันกับการจัดเต็มของสาริกาแน่นอนสาริการู้ว่าทุกคนกำลังแปลกใจ แต่เธอก็ทำเป็นไม่สนใจหันเอ่ยกับคนเป็นสามีที่นั่งข้าง ๆ อย่างใจดี "วันนี้ฉันอนุญาตให้คุณดื่มได้เต็มที่หนึ่งวันค่ะ""วันนี้คุณใจดีจัง" ประวีเลิกคิ้วมองหน้าภรรยาด้วยความแปลกใจระคนฉงนเข้าไปอีก ปกติคนเป็นภรรยาจะกำชับหนักหนาว่าไม่ให้เขาแตะต้องแอลกอฮอล์ แต่มาวันนี้กลับใจดีเสียอย่างนั้น"ก็ฉันบอกแล้วไงคะว่าวันนี้เราสังสรรค์กัน ใครอยากทำอะไร หรืออยากทานอะไรตามสบายเลยค่ะ" สาริกาหาเหตุผลมาอ้างได้อย่างแนบเนียน ประวีเชื่ออย่างสนิทใจไม่ได้ถามไถ่อะไรต่อ ส่วนเจ้านายนั้นนั่งดื่มไวน์ไปเงียบ ๆ ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา แค่ผู้เป็นแม่ไม่พูดถึงเรื่องการแต่งงานมันก็ดีมากแล้ว ทว่าหากให้ดีกว่านี้ต้องให้ผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขาหายไปเสียด้วย บรรยากาศในการสังสรรค์กับครอบครัวถึงจะดีมาก ๆเขากระดกไวน์ที่เหลือลงคออึกใหญ่ ก่อนจะเอียงหน้าไปเอ่ยกับร่างบางที่นั่ง

    Last Updated : 2025-02-13
  • แพ้รักคู่หมั้นสวมรอย   บทที่ 9 ผ่านมากี่คน

    วันต่อมา..ก็อก! ก็อก!เสียงเคาะประตูดังขึ้นหลายครั้งติด ๆ กันปลุกให้สองหนุ่มสาวที่นอนหลับไหลอยู่บนเตียงเดียวกันค่อย ๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา "เฮ้ย!""คุณ!"ทั้งเจ้านายและเมษาต่างผงะร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจวินาทีแรกที่ลืมตาขึ้นมาเห็นหน้ากัน จากที่มีอาการงัวเงีย และมึนจากฤทธิ์ยานอนหลับบวกฤทธิ์แอลกอฮอล์ก็หายเป็นปลิดทิ้ง เมษาลอบกลืนน้ำลายหนี่ยว ๆ ลงคออึกใหญ่ ค่อย ๆ ก้มมองตัวเองอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ดวงตากลมโตพลันเบิกกว้าง หัวใจดวงน้อยของเธอกระตุกวูบอย่างช่วยไม่ได้เมื่อพบว่าตัวเองอยู่ในสภาพเปลือยเปล่ามีเพียงผ้าห่มคลุมไว้ถึงหน้าอก เช่นเดียวกับชายหนุ่มที่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าไม่ต่างกันมีผ้าห่มผืนเดียวกับเธอคลุมท่อนล่างเอาไว้ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ความสงสัย และคำถามมากมายเริ่มผุดขึ้นในสมองของเธอ พยายามจะคิดทบทวนถึงเรื่องเมื่อคืนก็จำได้ลาง ๆ ว่าตัวเองดื่มไวน์จนรู้สึกมึน ๆ จากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกเลยเหมือนภาพมันตัดไปทว่าในตอนนี้เธอรู้สึกหวั่นใจ และอับอายมากกว่าเพราะมีอีกคนนอนอยู่ข้างกาย เธอรู้สึกอายจนไม่แม้แต่จะกล้าขยับตัว หรือเงยหน้ามองว่าอีกคนกำลังทำหน้าแบบไหน ได้แต่ใช้มือกำผ้าห่มบริ

    Last Updated : 2025-02-13
  • แพ้รักคู่หมั้นสวมรอย   บทที่ 10 ไม่มีทางเลือก

    เมษายืนทำใจ และรวบรวมความกล้าให้ตัวเองอยู่สักพักใหญ่ ก่อนจะก้าวลงบันไดต่อมาถึงห้องโถงเธอก็เห็นหญิงชายวัยไล่เลี่ยกับแม่ของเธอนั่งอยู่ในห้องโถงด้วยตามที่สาริกาบอก เธอพยายามสะกดจิตตัวเองว่านั้นคือพ่อแม่ของลียาต้องทำตัวสนิทสนมเข้าไว้ แล้วเดินตรงเข้าไปหาพวกท่านพลางแสดงท่าทางตกใจออกมา "พ่อแม่มาได้ยังไงคะ""พ่อกับแม่ตั้งใจจะมาทักทายคุณป้าสาริกาน่ะ" วสินพ่อสวมรอยของเมษาในคราบลียาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล"ใช่จ้ะ" นิดาแม่สวมรอยเอ่ยเสริมอีกคนพลางมองหน้าเมษาด้วยแววตารักใคร่เอ็นดูราวกับว่าเด็กสาวเป็นลูกจริง ๆ ท่าทางราวกับเป็นพ่อแม่จริง ๆ ที่ทั้งคู่แสดงออกมาช่างสมบทบาททำเอาเมษาแอบทึ่งในใจ แสดงว่าคงเตรียมตัวมาอย่างดี ซึ่งเธอก็ต้องเล่นไปตามน้ำอย่างที่สาริกาบอกเดินเข้าไปนั่งลงข้าง ๆ คุณแม่สวมรอยแล้วสวมกอดหลวม ๆ ทำเหมือนว่าคิดถึงท่านมาก "คิดถึงจังเลยค่ะ"บอกกล่าวกับแม่สวมรอยจบก็หันไปบอกกล่าวพ่อสวมรอยต่อพร้อมฉีกยิ้มให้จนตายี "คิดถึงพ่อเหมือนกันนะคะ""ไม่ต้องพูดเรื่องอื่นเลย มาพูดเรื่องลูกกับพี่เจ้านายดีกว่า พ่อกับแม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนจากคุณป้าสาริกาหมดแล้ว" วสินแสร้งตีหน้าเคร่งขรึมแทน สา

    Last Updated : 2025-02-13
  • แพ้รักคู่หมั้นสวมรอย   บทที่ 11 รับผิดชอบการกระทำ

    "เป็นยังไงบ้าง"ทันทีที่เมษาย่างกรายเข้ามาถึงห้องโถงของบ้านวณิชกาญจนโชติเสียงของสาริกาที่นั่งอยู่ก็ถามไถ่ขึ้น เธอได้แต่ลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนเปล่งเสียงตอบพร้อมเดินเข้าไปหย่อนก้นนั่งบนโซฟาตัวตรงข้าม "คุณส้มไม่ได้พูดอะไรค่ะ แต่ฉันคิดว่าวิธีนี้น่าจะได้ผล""ก็ขอให้เป็นอย่างนั้น ฉันเหนื่อยและเอือมระอากับเรื่องนี้เต็มทนแล้ว" สาริกาเอ่ยพร้อมกับถอนหายใจออกมา"ทันทีที่คุณส้มยอมเลิกกับคุณเจ้านาย ฉันจะได้รับอิสระสามารถกลับไปอยู่กับแม่ และน้องสาวได้เลยใช่ไหมคะ" "ยัง..จนกว่าฉันจะแน่ใจว่าสองคนนั้นเลิกกันจริง ๆ เธอต้องอยู่เป็นไม้กันหมาสักระยะ""สักระยะนี่มันนานแค่ไหนคะ?" เมษาขมวดคิ้วมุ่น"เธอจะถามอะไรเยอะแยะ ถึงเวลาก็รู้เองแหละ" สาริกาตวัดสายตามองหน้าเมษาที่เอาแต่ยิงคำถามไม่เลิกด้วยความรำคาญ ทำเอาคนถูกจ้องต้องรีบหลบสายตาพร้อมกับเอ่ยขอโทษไปด้วยน้ำเสียงเบาหวิว "ขอโทษค่ะ"ภายในห้องโถงถูกความเงียบเข้าปกคลุมนานนับนาที ก่อนสาริกาจะเอ่ยปากไล่เด็กสาวที่นั่งขวางหูขวางตา "จะไปไหนก็ไปไป" สิ้นเสียงไล่เมษาก็ลุกเดินคอตกขึ้นไปยังห้องนอนตัวเองทันที เธอทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนเตียงอย่างหมดเรี่ยวแรงอุตส่าห์หวังไ

    Last Updated : 2025-02-13
  • แพ้รักคู่หมั้นสวมรอย   บทที่ 12 สนอง

    ตุ้บ!!ร่างของเมษาถูกเจ้านายเหวี่ยงขึ้นเตียงอย่างแรง แรงกระแทกกับที่นอนส่งผลให้เธอจุกจนร้องไม่ออก หน้าคะมำจูบที่นอนนุ่มเต็ม ๆ ทว่าแม้จะรู้สึกจุก และเจ็บเพียงใดเธอก็พยายามยันตัวลุกขึ้นนั่งโดยเร็วที่สุดด้วยความกลัวที่มีมากกว่า "อ๊ะ.."ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรก็ถูกร่างสูงผลักให้นอนราบกับที่นอนอีกครั้งโดยมีเขาตามมาคร่อมเอาไว้ มือเล็กทั้งสองยกขึ้นผลักไสคนด้านบนพัลวันพลางพยายามดีดดิ้นสุดแรง ปากร้องถามไปด้วยความตื่นตระหนก "คะ..คุณจะทำอะไร อะ..ออกไปนะ""อย่ามาทำไขสือลียา เธออยากได้ฉันมากไม่ใช่เหรอฉันก็กำลังสนองให้อยู่นี่ไง" เจ้านายกดเสียงเอ่ยอย่างเย็นเยือก แววตาแข็งกร้าวจดจ้องใบหน้าเรียวเขม็ง มือทั้งสองจับมือเล็กที่เอาแต่ผลักไสไปกดตรึงกับที่นอนข้างศีรษะเล็ก"ไม่ ฉันไม่ได้ต้องการแบบนี้" ใบหน้าเรียวส่ายปฏิเสธระรัวจนเส้นผมสีน้ำตาลสลวยยุ่งเหยิง ร่างบอบบางยังคงออกแรงดีดดิ้นไม่หยุดหย่อน สองเท้าเล็กถีบยันที่นอนไปมาจนยับยู่ยี่หวังดันตัวให้หลุดพ้นจากพันธนาการคนด้านบน"กรี๊ดด!" ริมฝีปากอิ่มพลันหลุดเสียงกรีดในเสี้ยววินาทีต่อมาเมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงซุกไซ้ลำคอ ใบหน้าเรียวที่เต็มไปด้วยความตื่นกลัวพยายา

    Last Updated : 2025-02-13
  • แพ้รักคู่หมั้นสวมรอย   บทที่ 13 ผู้หญิงแพศยา

    @ผับหลังจากออกจากบ้านเจ้านายก็มานั่งดื่มที่ผับของเพื่อนชายคนสนิทเพื่อดับความร้อนรุ่มที่เกิดจากความโกรธน้ำสีอำพันในแก้วคริสตัลถูกชายหนุ่มยกดื่มครั้งแล้วครั้งแล้ว พอหมดก็เติมใหม่โดยมีแมธธิวเพื่อนที่เป็นเจ้าของผับคอยรินให้"แม่งเอ้ย! ทำไมทุกอย่างต้องเป็นแบบนี้ด้วยวะ" จู่ ๆ เสียงทุ้มก็สบถออกมาด้วยอารมณ์ที่ยังคุกรุ่น แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปเป็นจำนวนมากไม่สามารถดับไฟในกายเขาได้เลย กลับกันยิ่งเริ่มเมากึ๋ม ๆ ก็ยิ่งมีอารมณ์รุนแรงขึ้น ในสมองมีแต่ใบหน้าของลียาผู้หญิงแพศยาลอยวนซ้ำ ๆมือหนากำแก้วแน่นจนเส้นเลือดบนหลังมือลากยาวไปถึงแขนปูดนูน กรามทั้งสองขบเข้าหากันแน่นจนเกิดเสียงดังกรอด เขาอยากจะขย้ำเธอให้แหลกเป็นผุยผงให้สมกับที่เธอทำลายความรักของเขากับแฟนสาวพังไม่ใช่แค่คิดแต่เขาลุกพรวดขึ้นยืนโดยไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้แมธธิวรู้สึกตกใจไม่น้อย เอ่ยถามไปด้วยความสงสัย "เป็นอะไรของมึง อยู่ ๆ ก็ลุกขึ้นยืน""กูต้องกลับไปจัดการคน" เจ้านายตอบเพื่อนชายเพียงแค่นั้นไม่ได้ขยายความต่อ ว่าจะก็เดินตัวปลิวออกจากผับไปขึ้นรถหรูราคาหลายสิบล้านขับตรงกลับบ้านด้วยความเร็วใช้เวลาขับรถราว ๆ สี่สิบห้านาทีก็มาถึงบ้าน ซึ่งตอน

    Last Updated : 2025-02-13

Latest chapter

  • แพ้รักคู่หมั้นสวมรอย   The end

    “อ๊ะ!” เมษาหลับตาพริ้มเมื่อแก่นกายหนาค่อย ๆ สอดใส่ผ่านปากทางรัก ฝากฝังความเป็นชายของเขาเข้ามาถึงครึ่งลำอย่างรวดเร็วจากหยาดน้ำหวานเปียกชื้นที่ทำหน้าที่แทนสารหล่อลื่นลำกายหนาชำแรกผ่านม่านความเจ็บปวดที่ตอดรัดเขาอย่างบ้าคลั่ง เพียงไม่กี่วินาทีขนาดอันใหญ่โตก็ถูกโอบอุ้มด้วยความอบอุ่นจากร่างกายของหญิงสาวที่ตอนนี้ตัวสั่นเกร็งอย่างห้ามไม่อยู่“ฮึก..” เมษากัดริมฝีปาก ใบหน้าหวานเชิดขึ้นสูงเมื่อคนตัวโตทิ้งน้ำหนักลงจนร่างกายเบียดแนบกันไร้ช่องว่าง“เจ็บไหมคะ?” เจ้านายกระซิบถามเสียงต่ำขณะโน้มตัวลงจูบซับไปตามใบหน้าเรียว“เจ็บนิดหน่อยค่ะ..แต่ทนไหว” หญิงสาวตอบเสียงอ้อนอาจเป็นเพราะห่างหายมานาน และขนาดที่ใหญ่โตของชายหนุ่มเลยทำให้รู้สึกเจ็บน้อย ๆ ทว่าแม้จะเจ็บแต่เธอก็ไม่อยากให้เขาแยกจากเลยแม้แต่วินาทีเดียว สองมือเรียวจิกผ้าปูที่นอนระบายความเจ็บที่เคล้าระคนไปกับความเสียวซ่านจนแทบจะแยกไม่ออก เสียงลมหายใจหนัก ๆ ที่ข้างใบหูทำให้เลือดในกายของเธอสูบฉีด ในที่สุดเธอก็ปรับตัวได้ “พี่จะขยับแล้วนะ” เจ้านายกระซิบ สอดผสานฝ่ามือของเขาและเธอเข้าด้วยกัน กดลงที่เหนือศีรษะเล็กแล้วเริ่มขยับ ในจังหวะแรกเนิบนาบและมั่นคง

  • แพ้รักคู่หมั้นสวมรอย   บทที่ 90 รักนะ

    @โรงแรมภายในห้องทรงสี่เหลี่ยมที่ถูกเปิดไฟดาวน์ไลท์หน้าห้องน้ำเอาไว้ ให้ความสว่างเพียงสลัว ๆ เท่านั้น กลิ่นอโรม่าลอยจาง ๆ ในอากาศทำให้บรรยากาศโรแมนติกไม่น้อย เดินมาถึงห้องนอนเมษาก็อดหัวใจเต้นแรงไม่ได้เมื่อเห็นบนเตียงนอนสีขาวที่โรยด้วยกลีบกุหลาบสีแดงเป็นรูปหัวใจตรงกลางถูกโรยเป็นตัวอักษรคำว่า 'พี่นายรักน้องเมย์'ตรงปลายเตียงมีผ้าขนหนูที่ถูกทำเป็นรูปหงส์สองตัวหันหน้าเข้าหากันมันเหมือนเตียงสำหรับคู่บ่าวสาวชัด ๆ สมองพานก่อเกิดภาพแสนลามกขึ้นมา"ชอบไหมครับ" เธอสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกคนตัวโตสอดแขนเข้ามาโอบกอดเอวคอดจากด้านหลังพร้อมกับน้ำเสียงสุดเซ็กซี่ที่ดังชิดกกหูตามมาด้วยลมหายใจร้อนผะผ่าวทำขนกายเธอลุกซู่ ในท้องรู้สึกปั่นป่วนแปลก ๆ"ชอบค่ะ เหมือนเตียงในเรือนหอบ่าวสาวเลย" ใบหน้าเรียวที่เคลือบด้วยรอยยิ้มแสนหวานเอียงขึ้นมองสบสายตาร่างสูงด้านหลัง"งั้นเรามาเข้าหอกันไหมครับ" ได้ทีเจ้านายก็ชวนทำเรื่องอย่างว่าทั้งที่สัญญาดิบดีว่าแค่นอนกอดเฉย ๆ เอาจริง ๆ ที่พูดแบบนั้นเขาก็แค่หลอล่อคนตัวเล็กเขาของขาดมาตั้งไม่รู้กี่เดือนจะให้ทนไหวได้อย่างไรกัน แน่นอนว่าเมษาเองรู้ทันคนตัวโตอย่างที่รู้ ๆ กันดีทั้งเธอแล

  • แพ้รักคู่หมั้นสวมรอย   บทที่ 89 คืนดี

    หลังจากคืนดีกันสิ่งแรกที่เจ้านายทำคือพาหญิงสาวไปเดท เขาเลือกร้านอาหารที่เป็นร้านโปรดของเธอ เขาอยากให้เธอประทับใจที่สุดกับการกลับมาเริ่มต้นใหม่เพราะที่ผ่านมาการเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาไม่ดีเท่าไรนัก ไม่ใช่สิต้องเรียกว่าไม่ดีมาก ๆ..แต่นี่สินะที่คนโบร่ำโบราณกล่าวไว้ว่าเกลียดสิ่งไหนมักได้สิ่งนั้นวันนี้เขากล้าพูดได้เต็มปากเต็มคำว่ารักผู้หญิงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามสุดหัวใจ รักแบบไม่คิดว่าจะรักได้มากขนาดนี้"อย่ามองแบบนี้สิคะ เมย์เขินนะ" เมษาที่ถูกชายหนุ่มจ้องมองแทบจะกลืนกินถึงกับหน้าแดงระเรื่อออกอาการเขินจนเก็บไม่อยู่ บ่อยครั้งที่ถูกเขามองด้วยสายตาแบบนี้แต่อย่างที่บอกว่าเธอก็ไม่เคยต้านทานมันได้สักทียิ่งหลังจากกลับมาคืนดีกันเขาก็ใช้สายตาแบบนี้แทบทุกวันแทบทุกเวลาที่อยู่ด้วยกัน แค่นั้นไม่พอเขายังติดสกินชิพเธอชนิดที่ว่าเหมือนกาวตราช้างก็ไม่ปราน วันแรกที่ตกลงคืนดีกันเขาก็ไปแสดงตัวว่าเป็นแฟนเธอที่มหาวิทยาลัยโดยเฉพาะกับเพื่อนร่วมห้องที่แอบชอบเธอกะว่าจะไม่ให้ผู้ชายคนไหนเข้าใกล้เธอเลยสิ แต่บอกตามตรงว่าแทนที่จะไม่พอใจเธอกับรู้สึกดีด้วยซ้ำที่เขาแสดงความหึงหวงออกมา และกล้าจะเป

  • แพ้รักคู่หมั้นสวมรอย   บทที่ 88 ให้โอกาส

    วันต่อมา.."อรุณสวัสดิ์ครับน้องเมย์"เสียงทักทายดังขึ้นเหนือศีรษะทำเมษาที่กำลังลืมตาตื่นถึงกับตาเบิกโพลงอาการง่วงหายเป็นปลิดทิ้ง เธอดีดตัวลุกขี้นนั่งอัตโนมัติเมื่อเงยขึ้นเห็นคนตัวโตนั่งพิงหัวเตียง และกำลังจับจ้องมาที่เธอ สองคิ้วสวยขมวดมุ่นจำได้ว่าเมื่อคืนเธอนั่งทำรายงานจนดึกจึงเข้านอน โดยตอนที่เธอเข้านอนชายหนุ่มยังฟุบหลับอยู่ที่โต๊ะ แต่ไหง่เช้านี้ตื่นมาเขาถึงอยู่บนเตียงได้ แล้วเขาขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไร"คุณขึ้นมาบนเตียงตั้งแต่เมื่อไร" ไม่ปล่อยให้ตัวเองสงสัยเปล่งเสียงถามตรง ๆ "ราวตีสองได้แล้วครับ นอนตรงนั้นแล้วปวดเมื่อยไปทั้งตัวพี่เลยมานอนบนเตียง" เจ้านายเอ่ยเสียงอ่อนพลางส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้หญิงสาวด้วยกลัวว่าเธอจะโกรธ ที่เขาพูดไปไม่ใช่คำแก้ตัว แต่รู้สึกปวดหลังปวดขาจริง ๆ จึงมานอนที่เตียงกับเธออย่างถือวิสาสะใบหน้าแสดงออกอย่างชัดเจนว่ากลัวเธอโกรธ ทว่าเมษากลับแอบอมยิ้ม ในสายตาเขาเธอดุมากเลยหรือถึงให้ออกอาการขนาดนี้ เจ้านายคนใจร้ายหายไปไหนเสียแล้ว เธออยากจะหัวเราะออกมา แต่ก็ต้องกลั้นเอาไว้"ฉันเข้าใจ คนแก่ก็แบบนี้แหละปวดหลังปวดนู่นปวดนี่ป็นธรรมดาจะไม่ถือโทษแล้วกัน" เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

  • แพ้รักคู่หมั้นสวมรอย   บทที่ 87 ส่วนลึกในใจ

    "ซี๊ดด.."เจ้านายซูดปากออกมาเบา ๆ ในตอนที่กำลังหยัดกายลุกขึ้นยืน มือกอบกุมหน้าท้องแกร่งเอาไว้ ใบหน้าเหยเกคล้ายคนกำลังเจ็บปวด เมษาเห็นก็อดสงสัยไม่ได้ "คุณเป็นอะไร""พี่รู้สึกปวดท้องนิดหน่อยครับ"พอฟังคำตอบเธอก็เดาได้ทันทีว่าที่ชายหนุ่มปวดท้องน่าจะเพราะทานอาหารที่เธอทำมากเกินไป สิ่งที่แอบกังวลก็เป็นจริงถึงเธอจะตั้งใจแกล้ง แต่ก็ไม่ได้อยากให้เขาถึงขั้นเจ็บตัว"ไปหาหมอไหม" ถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ทว่าคนตัวโตกลับส่ายหน้าปฏิเสธพร้อมกับเดินกอบกุมท้องออกไปยังห้องโถงเดินมาหย่อนก้นนั่งที่โซฟาโดยมีเมษาเดินตามมาติด ๆ ด้วยรู้สึกเป็นห่วงต่อให้เขาบอกว่าปวดท้องนิดหน่อยก็ตาม"แน่ใจจริง ๆ นะว่าจะไม่ไปหาหมอ" เดินเข้าไปหย่อนก้นนั่งข้าง ๆ แล้วถามย้ำอีกครั้ง "ฉันว่าไปหาหมอดีกว่า"ใบหน้าเรียวและดวงตากลมแสดงออกถึงความเป็นห่วงเป็นใยอย่างปิดไม่มิดเจ้านายเห็นก็แอบหัวใจพองโตถือว่าที่เขาทนทานอาหารรสชาติแย่จนเกลี้ยงไม่เสียเปล่าอย่างน้อยก็ทำให้เห็นว่าหญิงสาวยังมีความรู้สึกต่อเขาไม่มากก็น้อยไม่อย่างนั้นคงไม่มีท่าทีเป็นห่วงแบบนี้"แน่ใจครับ ไม่ได้เจ็บมากเดี๋ยวก็คงหายไปเอง" เขาระบายยิ้มออกมาบาง ๆ สายตาจ้องมองใ

  • แพ้รักคู่หมั้นสวมรอย   บทที่ 86 ค่าดอกไม้2

    เจ้านายเดินไปหย่อนก้นนั่งที่โซฟาในห้องโถง ขณะที่เมษาเดินขึ้นไปยังห้องนอนเพื่อเอาของไว้ แล้วลงมายังชั้นล่างอีกครั้ง"ฉันจะไปทำกับข้าว คุณนั่งรอก่อน" บอกกล่าวกับร่างสูงที่นั่งบนโซฟาแล้วเดินเข้าไปในครัว แต่เมื่อมาถึงเธอกลับบอกให้แม่บ้านทำเมนูต่างให้ สวนปรุงรสเธอจะเป็นคนปรุงเองสั่งเสร็จก็นั่งบนเก้าอี้แถวนั้นรอแม่บ้านทำอาหาร แม่บ้านห้าคนเร่งทำเมนูอาหารที่หญิงสาวสั่งพัลวัน ใช้เวลาราวยี่สิบนาทีก็เสร็จเหลือเพียงให้คนเป็นเจ้านายมาปรุงรส"มาปรุงรสได้เลยค่ะคุณหนู" แม่บ้านคนหนึ่งบอกกล่าว เมษาจึงลุกเดินไปยื่นหน้าเตาที่วางเรียงกันสี่อัน ก่อนจะยื่นมือไปหยิบขวดน้ำส้มสายชูมาบีบใส่ผัดผักรวมในกระทะ ตามด้วยหม้อแกงอีกสามหม้อ จากนั้นก็หยิบขวดเกลือมาเปิดฝาเหยาะใส่ต่อสร้างความงุนงงให้เหล่าแม่บ้านที่ยืนมองอยู่ด้านหลังไม่น้อย ต่างพากันมองหน้าไปมาเพราะจะทักท้วงก็ไม่กล้าเมษยกยิ้มร้ายมุมปากพลางไล่สายตามองกับข้าวบนเตา เธอใช้แค่น้ำส้มสายชูกับเกลือปรุงรสด้วยนึกหมั่นไส้คนตัวโตจึงอยากแกล้งเขา ดูสิยังจะบอกว่าได้ทานข้าวกับคนที่รักอร่อยอยู่ไหม"เสร็จแล้วจัดโต๊ะได้เลยนะคะ แล้วก็ทอดไข่เจียวให้เมย์สักสองฟองด้วยนะคะ" เธอ

  • แพ้รักคู่หมั้นสวมรอย   บทที่ 85 ค่าดอกไม้1

    แป๊บเดียวเวลาก็ผ่านมาสามเดือนเต็มแล้วที่เจ้านายตามง้อเมษา และเหมือนความพยายามของเขาจะออกผลบ้างแล้วเพราะเธอดูอ่อนลง ยอมรับอะไร ๆ ที่เขาคอยทำให้บ้างแม้จะไม่ทุกอย่างก็ตามเจ้านายมารอรับหญิงสาวเหมือนเช่นทุกวัน ที่แตกต่างไปคงเป็นกุหลาบสีแดงช่อโตที่วางบนเบาะข้างคนขับ เขาขับรถผ่านร้านดอกไม้แล้วนึกถึงเธอจึงตั้งใจซื้อมาให้ ได้แต่หวังว่าเธอจะชอบ และไม่โยนทิ้งถังขยะเขานั่งรอในรถจนเห็นเธอเดินมาจึงเปิดประตูลงจากรถ เดินอ้อมไปเปิดประตูฝั่งข้างคนขับรอ"เชิญครับคุณผู้หญิง" เธอเดินมาถึงก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานพลางโน้มตัวผายมือเชื้อเชิญขึ้นรถ"ขอบคุณ" เมษาเอ่ยตามมารยาท ในวินาทีที่กำลังจะก้าวขึ้นไปนั่งบนรถแล้วเห็นช่อดอกไม้วางอยู่บนเบาะเธอก็ต้องชะงักสองคิ้วขมวดมุ่น ก่อนจะหันไปมองร่างสูงที่ยืนยิ้มแฉ่งเชิงตั้งคำถาม"ชอบไหมครับ พี่เห็นมันสวยดีเลยนึกถึงน้องเมย์" เจ้านายบอกกล่าวพลางมองช่อดอกไม้สลับกับใบหน้าแสนสวย "พี่ตั้งใจซื้อมาให้เลยนะครับ"เมษาไม่ได้พูดอะไรอีก ยื่นมือไปหยิบช่อดอกไม้มาถือไว้แล้วก้าวขึ้นไปนั่งบนรถ ก่อนจะวางช่อดอกไม้บนตักเจ้านายเห็นแบบนั้นก็ใจชื่นหน่อยเพราะแอบลุ้นอย่างหนักว่าเธอจะรับไหม หรือร

  • แพ้รักคู่หมั้นสวมรอย   บทที่ 84 แม่เจ้าพระคุณทูนหัว

    เมษารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาหลังจากนอนหลับเต็มอิ่มแล้ว สองคิ้วสวยพลันขมวดมุ่นเข้าหากันเมื่อปรือตาขึ้นพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่ในอ้อมกอดคนตัวโตหนำซ้ำเธอยังกอดเขาอยู่เช่นกัน ใบหน้าชิดใกล้กับแผงอกแกร่งที่หลบซ่อนภายใต้เสื้อยืดสีดำจนได้ยินเสียงเต้นของหัวใจอีกฝ่าย และได้กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขา เธอเผลอสูดดมเข้าปอดพรืดใหญ่ ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างเพียงนิด มือยกขึ้นสัมผัสบนแก้มเกลี้ยงเกลาเบา ๆ นานแล้วสินะที่เธอไม่ได้มอง และได้อยู่ใกล้ ๆ เขาแบบนี้อดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้จริง ๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอโคตรคิดถึงและโหยหาเขาเลย แต่ก็ทำได้แค่อดทนอดกลั้นความรู้สึกเอาไว้แม้เขาทำเธอเจ็บ แต่เธอก็ยังรู้สึกดีเวลาที่ได้รับความอบอุ่นจากอ้อมกอดนี้เพราะเขาเป็นคนที่เข้ามาเติมเต็มความรักความอบอุ่นที่ขาดหายจากผู้เป็นพ่อให้กับเธอภายนอกเธอแสดงออกไปเหมือนยังโกรธเขาอยู่ ทว่าจริง ๆ หัวใจของเธอมันอ่อนไหวไปแล้วเพียงแค่พยายามฝืนตัวเองไว้เท่านั้นเธอลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ สายตายังคงจับจ้องใบหน้าคมคายไม่วาง เนิ่นนานหลายนาทีก่อนจะหลับตาลงพร้อมกับซุกหน้าเข้าหาอกแกร่งใช้โอกาสที่คนตัวโตหลับซึมซับความอบอุ่นที่โหย

  • แพ้รักคู่หมั้นสวมรอย   บทที่ 83 ซึมซับช่วงเวลาดีๆ

    @ร้านอาหารครึ่งชั่วโมงต่อมาเมษาก็ต้องมานั่งหน้าบูดบึ้งอยู่ที่ร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่งแทนที่จะได้กลับบ้านก็เพราะคนหน้ามึนอย่างชายหนุ่มพามาน่ะสิทั้งที่เธอบอกแล้วว่าไม่หิวไม่อยากกิน แต่เขาก็ไม่ฟังพามาจนได้เธอนั่งกอดอกมองอาหารมากกว่าห้าอย่างด้วยแววตาขุ่นเคือง ซึ่งทุกอย่างล้วนเป็นเมนูโปรดเธอทั้งนั้นถามว่าใครสั่งก็คนที่พามานั่นแหละ คิดว่าแค่จำเมนูอาหารทุกอย่างที่เธอชอบทานได้จะทำให้เธอใจอ่อนงั้นหรือบอกเลยไม่มีทาง"พี่สั่งของโปรดน้องเมย์ทั้งนั้นเลยนะครับ ทานสิ" เจ้านายเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเมื่อเห็นคนตัวเล็กเอาแต่นั่งทำหน้าคว่ำ มือกอดอก สายตามองมาอย่างไม่พอใจราวกับเด็กน้อย"ก็บอกแล้วไงว่าไม่หิว อยากกินก็กินไปคนเดียวสิ" เมษาตอบเสียงขุ่นพลางสะบัดหน้าหนีไปทางอื่นไม่อยากจะมองหน้าคนใจร้าย"ไม่หิวจริง ๆ เหรอครับ ของโปรดน้องทั้งนั้นเลยนะ" ไม่ว่าเปล่าเจ้านายยังยกจานปูผัดผงกะหรี่ไปใกล้ใบหน้าเรียวยั่วความอยากของเธอด้วยกลิ่นหอม ๆกลิ่นหอมของผงกะหรี่ลอยอบอวลแตะจมูกทำเมษาลอบกลืนน้ำลายลงคอดังอึก จากที่หิวอยู่แล้วก็ยิ่งหิวเข้าไปอีก ทว่าเธอยังคงเก็บอาการได้ดี"ก็บอกว่าไม่หิวไง" หันกลับมามองคนตัวโตตาขวา

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status