Share

บทที่ 15

Author: คุณชายชุดหิมะ
last update Last Updated: 2025-01-14 14:01:19
ซุนหลิงฮว่ารู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก นางไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่า กู้ว่างจือจะเดินมาถึงขั้นต้องหย่าภรรยาเช่นนี้

นางแสดงสีหน้ากังวล “ว่างจือ ท่านจะหย่าภรรยาจริงหรือ? นางเป็นถึงบุตรีของจวนอันหยางโหว บิดาและพี่ชายของนางล้วนเป็นขุนนางที่ภักดีต่อแคว้น หากท่านทำเช่นนี้ ชื่อเสียงของท่านย่อมได้รับผลกระทบแน่”

นางกุมมือกู้ว่างจือไว้แน่น กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “พวกอาลักษณ์คงต้องทูลความต่อฝ่าบาท อีกทั้งเหล่าทหารที่เคยเป็นลูกน้องของอวิ๋นอิงก็คงไม่พอใจต่อท่านแน่”

กู้ว่างจือสูดลมหายใจลึกและกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ข้ารู้ถึงผลที่จะตามมา แต่ข้าก็ได้พิจารณามานานแล้ว อวิ๋นหลิงไม่อาจยอมรับเจ้าได้ นางไม่เคยปฏิบัติต่อท่านแม่ด้วยความเคารพ และที่เลวร้ายที่สุดคือนางใช้ชีวิตของซูซูมาข่มขู่ข้า นางยังเข้าวังหลายครั้งเพื่อขอให้ไทเฮาและกุ้ยเฟยขัดขวางการสมรสของเรา หลิงฮว่า ข้าคิดมานานแล้ว การหย่าภรรยาครั้งนี้เป็นทางออกที่ดีที่สุด เพื่อให้นางไม่เข้ามาแทรกแซงชีวิตของเราอีก เมื่อข้าสร้างผลงานในสนามรบอีกครั้ง ใครเล่าจะยังกล้าวิพากษ์วิจารณ์เรื่องในจวนจวิ้นอ๋องอีก?”

เขากุมมือซุนหลิงฮว่าแน่น สายตาที่มองนางเต็มไปด้วยความแน่วแน่ “หลิงฮว่า เจ้าเป็นหญิงที่มีเมตตา ข้าเชื่อว่า เมื่อเจ้าได้ดูแลจวนจวิ้นอ๋อง ทุกอย่างย่อมสงบสุข ข้าคิดดูแล้วว่าการปราบโจรที่เตียนหนานจะเป็นโอกาสให้ข้าสร้างผลงาน เมื่อข้ากลับมา ข้าจะขอฝ่าบาทแต่งตั้งให้ข้าเป็นซื่อจื่อแห่งจวนจวิ้นอ๋อง และเจ้าจะได้เป็นชายาซื่อจื่ออย่างสมศักดิ์ศรี หากท่านแม่สิ้น เจ้าก็จะเป็นชายาจวิ้นอ๋อง ชีวิตของเราช่างเป็นเรื่องงดงามนักใช่หรือไม่?”

ซุนหลิงฮว่าฟังแล้วก็เริ่มใจอ่อน

จริงอยู่ หากอวิ๋นหลิงไม่อยู่แล้ว เช่นนั้นตำแหน่งชายาซื่อจื่อ ชายาจวิ้นอ๋อง และสมบัติทั้งหมดของจวนจวิ้นอ๋องก็จะเป็นของนางโดยสมบูรณ์

แต่แล้วนางก็ลดเสียงลงเล็กน้อย แววตาสะท้อนความกังวล “แต่ว่า ข้ามีเรื่องที่กังวลใจ ฝ่าบาทเคยมีพระราชโองการลับ หากพี่หญิงอวิ๋นจากไป ข้ากลัวว่าจะไม่สามารถทำตามพระบัญชาของฝ่าบาทได้ เพราะอย่างไรข้าก็เคยสมรสเชื่อมไมตรีมาก่อน เคยมีสามี การที่สามารถสมรสกับท่านได้ ก็ทูลขอฝ่าบาทมาทั้งนั้น”

กู้ว่างจือตกตะลึงใจ เขาเพิ่งได้ยินซุนหลิงฮว่าพูดถึงเรื่องนี้เป็นครั้งแรก “พระราชโองการ? เกี่ยวข้องกับนางอย่างไร?”

ซุนหลิงฮว่าลังเลเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “ฝ่าบาททรงสงสัยว่า อันหยางโหวซ่อนสมบัติสำคัญของราชวงศ์เอาไว้ ซึ่งไม่มีใครทราบว่าอยู่ที่ใด สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับความอยู่รอดของต้าฉี ฝ่าบาททรงสงสัยว่าสมบัตินั้นอาจจะถูกซ่อนอยู่ในสินเดิมของพี่หญิงอวิ๋น หากนางออกจากจวนจวิ้นอ๋อง นางอาจนำสิ นเดิมไปด้วย”

ซุนหลิงฮว่ารีบกล่าวเสริม “ว่างจือ ท่านอย่าได้เข้าใจผิด ข้าไม่ได้ต้องการสินเดิมของพี่หญิงอวิ๋นแต่อย่างใด”

กู้ว่างจือพยักหน้าเชื่อโดยไม่ลังเล เขาเชื่อว่าซุนหลิงฮว่าไม่มีทางหมายสินเดิมของอวิ๋นหลิงแน่นอน

"เจ้าพูดมีเหตุผล" กู้ว่างจือครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง "บางทีข้าควรไปคุยกับอวิ๋นหลิง ขอให้นางยอมส่งมอบสิ่งของที่อาจเกี่ยวข้องกับสมบัติ หรือเบาะแสบางอย่างก็ได้"

ซุนหลิงฮว่า ส่ายศีรษะเบาๆ คิ้วของนางขมวดเล็กน้อย "ว่างจือ ข้าว่าทำเช่นนั้นไม่เหมาะ หากเราไปขอสิ่งของจากพี่หญิงอวิ๋นโดยตรง นางย่อมสงสัย และอาจปฏิเสธไม่ยอมให้สมบัติใดๆ อีกทั้งเรื่องนี้เป็นราชโองการลับของฝ่าบาท จะนำไปเปิดเผยไม่ได้เด็ดขาด"

นางหยุดเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อ "ข้าว่าปล่อยให้นางนำสินเดิมที่เห็นได้ชัดติดตัวไปบางส่วนเถิด ส่วนสมบัติล้ำค่ามักถูกซ่อนไว้ในที่ที่คาดไม่ถึง เช่น ในภาพวาด ในเอกสาร หรือแม้แต่ในตั๋วเงิน โฉนดที่ดิน หรือสัญญาทางการค้า หากเรารอจนนางออกจากจวนไปแล้ว ค่อยส่งคนเข้าไปค้นหาเบาะแส จะไม่เป็นการรบกวนนางโดยตรง อีกอย่าง นางจะต้องใช้เงินจำนวนมากในการเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพังด้วย"

กู้ว่างจือพยักหน้าอย่างเข้าใจ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความชื่นชมและรักใคร่ในตัวซุนหลิงฮว่า "หลิงฮว่า ข้ารู้ว่าข้าเลือกไม่ผิด เจ้าช่างมีน้ำใจ เจ้าคิดถึงอนาคตของนางด้วย นางคงไม่มีอะไรจะต่อว่าพวกเราอีก ตกลง ข้าจะกลับไปเตรียมการหย่าให้เรียบร้อย เจ้าเพียงรออยู่ในจวน ข้าจะไปรับเจ้ามาให้ไว"

"ว่างจือ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ข้าควรทำอยู่แล้ว ข้าไม่ได้ดีเลิศอย่างที่ท่านว่าหรอก"

"ข้าไปก่อน รอข้ากลับมาพร้อมข่าวดีเถิด"

อวิ๋นหลิงอยู่ในห้องข้างๆ โรงน้ำชาแห่งนี้เก็บเสียงได้แย่ไปหน่อย

หลังจากออกจากจวนฉินอ๋อง นางตั้งใจแวะพักที่นี่ เพราะโรงน้ำชานี้นางเคยบริหารจัดการด้วยตัวเอง

แต่ใครจะคิดว่า นางจะได้ยินบทสนทนาลับของกู้ว่างจือและซุนหลิงฮว่าเข้าโดยบังเอิญ

นางโกรธจนแทบจะระเบิด!

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นางทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างหนัก แต่สิ่งที่ได้ตอบแทนกลับเป็นเช่นนี้ — กู้ว่างจือร่วมมือกับซุนหลิงฮว่า เพื่อช่วงชิงสินเดิมของนาง!

หรูเยว่โกรธจัด "สมบัติอะไรกัน? นั่นมันสินเดิมของท่านชัดๆ!"

"ซุนหลิงฮว่านี่มันเลวสิ้นดี ช่างหน้าด้านนัก นางไม่เพียงแย่งสินเดิม แต่ยังทำทีเป็นคนดี!"

"โฉนดที่ดิน โฉนดบ้าน ของสะสมล้ำค่า ภาพวาด นางกล้าดียังไงถึงคิดจะยึดไปทั้งหมด!"

อวิ๋นหลิงที่กำถ้วยชาแน่นจนเส้นเลือดขึ้น ค่อยๆ คลายมือออก ก่อนจะยกชาขึ้นจิบอย่างสงบ "นางไม่ใช่คนดีอะไร ข้ารู้เรื่องนี้มานานแล้ว แต่ขอให้ใจเย็นไว้ก่อน อีกสองวันก็จะรู้ผลจากฝั่งฉินอ๋อง ตอนนี้อย่าเพิ่งโมโหไป อย่าพรวดพราดทำอะไรไม่คิด พวกมันจะเอาสินเดิมของข้า? ฝันไปเถอะ!"

หรูเยว่แอบถามเสียงเบา "คุณหนู ท่านมีแผนอะไรหรือเจ้าคะ?"

อวิ๋นหลิงยิ้มบางๆ "ย่อมมีอยู่แล้ว"

หรูเยว่ "จะรอพี่หรูเมิ่งกลับมาก่อน แล้วค่อยกลับจวนหรือไม่เจ้าคะ?"

ดวงตาของอวิ๋นหลิงลึกล้ำยิ่งขึ้น นางยิ้มอย่างเยือกเย็น พลางพูดด้วยน้ำเสียงเจือแววขบขัน "กลับเดี๋ยวนี้แหละ หากกลับช้า ข้ากลัวจะพลาดดูฉากสนุกๆ"

เมื่อออกจากโรงน้ำชา อวิ๋นหลิงสวมหมวกคลุมศีรษะปิดบังใบหน้า

มองดูซุนหลิงฮว่าขึ้นรถม้าออกไป หรูเมิ่งกลับมาพอดี

"คุณหนูวางใจเถิดเจ้าค่ะ ทุกอย่างจัดการเรียบร้อยแล้ว"

"อืม เช่นนั้นกลับกันเถอะ"

ทว่าพวกนางไม่รู้เลยว่าบนชั้นสองของโรงเตี๊ยมฝั่งตรงข้าม มีชายหนุ่มในชุดขาวผู้หนึ่งกำลังมองลงมาจากหน้าต่าง เขามัดผมยาวเป็นมวยสูง ท่าทางสงบนิ่ง ขณะทอดสายตามองบรรยากาศด้านนอก

ผู้ติดตามที่อยู่ด้านหลังกล่าวเบาๆ ด้วยน้ำเสียงเจือแววขบขัน "คุณชายน้อย ดูท่าแล้ว กู้ฮูหยินคงจะออกมาตามจับชู้"

แต่ชายหนุ่มกลับยิ้มบางๆ อย่างมีเลศนัย ก่อนจะส่ายหัวเบาๆ "เจ้าดูถูกนางเกินไปแล้ว"

"คุณชาย คนที่ตามสาวใช้ไปกลับมาแล้วขอรับ"

ชายหนุ่มในชุดขาวหันหลังให้หน้าต่างทันที "หืม? ไปฟังดูเสีย"

การสมรสต้องมีพิธีครบถ้วนตามประเพณี สู่ขอ หมั้นหมายครบหกขั้นตอน การหย่าร้างก็ต้องให้ทั้งตระกูลกู้และตระกูลอวิ๋นรับรู้โดยทั่วกันเช่นกัน

กู้ว่างจือกลับมาถึงจวน ก็รีบดำเนินการทันที

เขาเขียนจดหมายส่งไปยังตระกูลอวิ๋นก่อน ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของอวิ๋นเฉิงกุ้ยสายรองของตระกูล

จากนั้นเขาก็ออกไปเชิญญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งในตระกูลกู้ที่ยังมีชีวิตอยู่มาร่วมประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องหย่า

อวิ๋นเฉิงกุ้ยซึ่งเป็นหัวหน้าตระกูลสายรองไม่อยากรับตัวอวิ๋นหลิงกลับมาเท่าไรนัก

หากนางถูกหย่า นางก็จะกลายเป็นหญิงต้องทิ้ง จะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของบุตรีของเขา

อีกทั้งสินเดิมของอวิ๋นหลิงจะเอากลับมาได้หรือไม่ก็ไม่แน่"

ด้วยความกังวลใจ อวิ๋นเฉิงกุ้ยจึงเรียกภรรยาจูซื่อและอวิ๋นเฉิงชิงผู้เป็นน้องชายคนที่สามของเขาเพื่อหารือ

"เจ้าสาม เจ้าคิดอย่างไร? อวิ๋นหลิงกำลังจะถูกหย่า จวนจวิ้นอ๋องส่งหมายมาบอกให้เราไปในวันมะรืนนี้"

อวิ๋นเฉิงชิงไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับเรื่องวุ่นวายในจวน เขาวางตัวเงียบขรึมจนเหมือนไม่มีตัวตนอย่างไรอย่างนั้น

เขาเป็นบุตรชายที่เกิดจากบิดาอายุมาก บัดนี้เพิ่งจะอายุยี่สิบปี ซึ่งเท่ากับกู้ว่างจือ

หลังจากอ่านข้อความจบ เขากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ก็หย่าไปสิ เพียงแค่รับตัวหลิงเอ๋อร์กลับมาที่จวนก็เป็นพอ พี่รอง เหตุใดถึงต้องทำถึงขั้นนี้ด้วย?"

อวิ๋นเฉิงกุ้ยโกรธจัด "หากนางถูกหย่า นางจะกลายเป็นหญิงต้องทิ้ง จะให้กลับมาที่จวนได้อย่างไร? อีกอย่าง กู้ว่างจือยังเชิญให้ข้าไปประชุมเรื่องนี้ด้วย ข้าจะไม่ไปให้ขายหน้าตระกูลเด็ดขาด!"

"แล้วท่านจะให้หลิงเอ๋อร์ไปอยู่ที่ใด? ไม่ว่าจะอย่างไร นางก็ยังเป็นคนตระกูลอวิ๋น” อวิ๋นเฉิงชิงโมโหเล็กน้อย “พระสนมกุ้ยเฟยยังคงอยู่ในวัง พี่รอง ท่านควรคิดให้รอบคอบก่อนพูดอะไรออกมา”

พี่สะใภ้รองจูซื่อคัดค้านทันที "เจ้าก็พูดได้สิ เพราะเจ้าไม่มีลูก แต่ข้ามีซู่เอ๋อร์ที่ยังไม่ได้สมรส หากข่าวนี้แพร่ออกไป จะให้นางสมรสกับผู้อื่นได้อย่างไร!"

Related chapters

  • แต่งใหม่กับเสด็จอา ข้าดันรักจนถอนตัวไม่ขึ้น   บทที่ 16

    “หากหลิงเอ๋อร์ต้องไร้บ้าน ท่านจะให้คนอื่นมองตระกูลอวิ๋นอย่างไร? ชื่อเสียงที่บิดาสะสมมาหลายปี ท่านจะไม่ใส่ใจเลยหรือ? หากพี่รองและพี่สะใภ้รองสามารถผ่านด่านของกุ้ยเฟยไปได้ ข้าก็ไม่มีอะไรจะกล่าว”อวิ๋นเฉิงกุ้ยรู้สึกขุ่นเคืองที่น้องสามใช้ชื่อกุ้ยเฟยกดดันเขา แต่เขาเองก็รู้ถึงฐานะในวังหลังของอวิ๋นหรง แม้จะไม่ได้รับความโปรดปราน แต่การจัดการกับขุนนางตำแหน่งเล็กๆ อย่างเขาย่อมง่ายดายจูซื่ออดไม่ได้ที่จะกล่าวว่า “เป็นเพราะกู้ว่างจือคิดจะรับภรรยาเอก แต่หลิงเอ๋อร์ นังเด็กนั่นไม่ยอมง่ายๆ คิดขัดขวางงานสมรสอยู่บ่อยครั้ง นางดื้อรั้นเช่นนี้ตั้งแต่เด็ก สมรสมาสามปีแล้วยังไม่รู้จักโต ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ!”อวิ๋นเฉิงชิงลุกพรวดขึ้นด้วยท่าทีไม่พอใจ “พี่สะใภ้ ขอให้ระวังคำพูดด้วย! หลิงเอ๋อร์คือลูกหลานของเรา เรื่องหย่าร้างหากเกิดขึ้นจริง ข้าจะไปที่จวนตระกูลกู้ด้วยตัวเองเพื่อทวงความยุติธรรมให้หลิงเอ๋อร์ สำหรับอนาคตของนาง ข้าจะจัดการเอง ไม่ต้องให้พวกท่านกังวล”กล่าวจบ เขาสะบัดชายเดินจากไป ทิ้งให้อวิ๋นเฉิงกุ้ยและจูซื่อมองหน้ากันอย่างอึ้งๆจูซื่อพึมพำอย่างไม่เข้าใจ “วันนี้เขาเป็นอะไรไป? ก่อนหน้านี้ไม่เคยสนใจเรื่

    Last Updated : 2025-01-14
  • แต่งใหม่กับเสด็จอา ข้าดันรักจนถอนตัวไม่ขึ้น   บทที่ 17

    หวังฉิงทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ “ก่อนหน้านี้ ข้าคิดมาตลอดว่านางเป็นสะใภ้ที่ดีที่สุด แต่เพียงแค่พูดถึงเรื่องการแต่งตั้งภรรยาเอก นางก็หยุดให้ยาซูซู อีกทั้งยังละทิ้งหน้าที่ในจวน และไปเข้าเฝ้าฮองไทเฮากับกุ้ยเฟยเพื่อขัดขวางการลงพระราชโองการแต่งตั้งภรรยาเอก นี่มิใช่ความริษยาหรอกหรือ?”อวิ๋นเฉิงชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ยังไม่มีพระราชโองการลงมา พวกเจ้าก็กล่าวโทษหลิงเอ๋อร์แล้วหรือ?”อวิ๋นหลิงไม่อยากให้อาของนางต้องโต้เถียงแทนนางอีกต่อไป เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรนางหันไปยิ้มให้อวิ๋นเฉิงชิงเล็กน้อย “ท่านอา ข้ายินยอมรับการหย่าเองเจ้าค่ะ ไม่ต้องลำบากท่านอีก”หวังฉิงเห็นโอกาสจึงรีบพูดขึ้นทันที “นับว่าเจ้ารู้จักกาลเทศะ ในเมื่อเป็นการหย่าแล้ว เจ้าจะเอาสินเดิมไปไม่ได้ นี่เป็นกฎหมายของต้าฉี แต่เพราะเห็นว่าเจ้าดูแลซูซูมาตลอดสามปี พวกเราจะให้เจ้าเอาเงินติดตัวหนึ่งร้อยตำลึง ถือว่าเป็นค่ายาก็แล้วกัน”อวิ๋นเฉิงชิงแค่นหัวเราะ ก่อนจะวางถ้วยน้ำชาเสียงดัง “ฝันไปเถอะ! จวนจวิ้นอ๋องยากจนขนาดนี้แล้วหรือ? หรือคิดจะเอาเปรียบกันจนเกินไป? การกระทำเช่นนี้ไม่ใช่การโลภสินเดิมของหลิงเอ๋อร์หรอกหรือ? พวกเจ้าไม่เหลือศักดิ

    Last Updated : 2025-01-14
  • แต่งใหม่กับเสด็จอา ข้าดันรักจนถอนตัวไม่ขึ้น   บทที่ 18

    “มิฉะนั้นแล้วจะทำอย่างไร?” เสียงอันแหลมคมและทรงอำนาจของเจียเฉิงเซี่ยนจู่ดังขึ้นมาขัดจังหวะความคิดของกู้ว่างจือทุกสายตาหันไปมองที่ประตู เห็นหญิงชราผู้หนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับมีสองหมัวมัวช่วยพยุงไว้ หญิงชราคนนั้นก็คือเจียเฉิงเซี่ยนจู่แม้นางจะมีอายุถึงหกสิบปี แต่ก็ยังคงดูแข็งแรงและมีสง่าราศีนางเคยเป็นหมัวมัวคนสนิทของไทเฮา นางติดตามรับใช้ในวังมานานหลายสิบปี และเมื่อออกจากวัง นางก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นเซี่ยนจู่ มีความสัมพันธ์อันดีเยี่ยมกับฮูหยินในตระกูลขุนนางต่างๆ อีกทั้งบุตรชายของนางก็ยังดำรงตำแหน่งสำคัญในราชสำนักเมื่อเห็นเซี่ยนจู่มาถึง กู้ว่างจือรู้สึกหวั่นใจขึ้นมาทันที เพราะเขารู้ดีว่า หญิงชราผู้นี้มักปกป้องอวิ๋นหลิงเสมอส่วนอวิ๋นหลิงที่เห็นเซี่ยนจู่มา นางก็ถอนหายใจโล่งอกอย่างลับๆ นี่คือสิ่งที่นางเตรียมไว้ล่วงหน้าเพื่อเป็นที่พึ่งในวันนี้เซี่ยนจู่กวาดสายตามองรอบห้อง ก่อนจะหยุดที่อวิ๋นหลิง นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แฝงความเอ็นดู “เจ้าเด็กคนนี้ เหตุใดไม่รีบเรียกข้ามา? หากข้ามาช้ากว่านี้หน่อย สินเดิมของเจ้าคงถูกพวกเขาแย่งไปหมดแล้ว!”อวิ๋นหลิงรีบเข้าไปประคองเซี่ยนจู่ให้นั่งลง นางแกล้งท

    Last Updated : 2025-01-14
  • แต่งใหม่กับเสด็จอา ข้าดันรักจนถอนตัวไม่ขึ้น   บทที่ 19

    กู้หยิงหยิงยกมือปิดแก้ม น้ำตาคลอเต็มดวงตา “พี่ ท่านตีข้าหรือ?” น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความน้อยใจและไม่อยากเชื่อกู้ว่างจือสีหน้ามืดครึ้มอย่างหนัก ในใจเขาเต็มไปด้วยความกังวล เขาไม่กล้าเอาอนาคตของตนเองมาเสี่ยงอีกต่อไป การมาของเจียเฉิงเซี่ยนจู่ในวันนี้ ย่อมแสดงให้เห็นว่า ไทเฮาอนุญาต และอาจเป็นไปได้ว่าแม้แต่ฮ่องเต้เองก็ทราบเรื่องนี้ เขาต้องการให้เรื่องนี้จบลงโดยเร็วที่สุด แต่กลับไม่คิดว่า น้องสาวของเขาเองจะสร้างปัญหาเพิ่มในเวลานี้“หยุดพูดเสีย!” เขาตวาดเสียงดัง “หยิงหยิง เจ้าไม่รู้ตัวเลยหรือว่ากำลังพูดอะไรอยู่? รีบขอโทษท่านเซี่ยนจู่ แล้วออกไปเสียเดี๋ยวนี้!”กู้หยิงหยิงตกใจจนพูดไม่ออก นางไม่เคยเห็นพี่ชายของตนโกรธเกรี้ยวถึงเพียงนี้มาก่อน นางก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด รีบคำนับและกล่าวขอโทษต่อเจียเฉิงเซี่ยนจู่ ก่อนจะวิ่งร้องไห้ออกไปเจียเฉิงเซี่ยนจู่ไม่ได้ถือสา นางจับมือของอวิ๋นหลิงด้วยความอ่อนโยน “แม่หนูอวิ๋น เจ้าเป็นเด็กที่ฉลาด อันหยางโหวมีบุญคุณต่อเจ้า ตอนนี้เจ้ากำลังจะออกจากจวนจวิ้นอ๋อง ข้าย่อมสนับสนุนเจ้าเต็มที่”อวิ๋นหลิงน้ำตาคลอด้วยความซาบซึ้ง นางเอ่ยด้วยเสียงเบา “ขอบพระคุณท่านเซี

    Last Updated : 2025-01-14
  • แต่งใหม่กับเสด็จอา ข้าดันรักจนถอนตัวไม่ขึ้น   บทที่ 20

    ยังไม่ทันได้ปะทุความโกรธ เสียงรายงานก็ดังขึ้นจากด้านนอก “ชายาของจวิ้นอ๋อง ท่านแม่ทัพ! เหล่าอดีตทหารของแม่ทัพอวิ๋นมารับตัวฮูหยินขอรับ”หวังฉิงถึงกับโกรธจนเสียสติไปโดยสิ้นเชิง “ด้วยเหตุใดกัน? นางถูกหย่าไปแล้ว! ยังไม่พอที่จะทำให้เราอับอายหรืออย่างไร?”นางลุกขึ้นยืนโดยไม่สนมารยาทและขนบธรรมเนียม ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยโทสะ ก่อนจะตะโกนถามอวิ๋นหลิงด้วยเสียงดุดัน “อวิ๋นหลิง! เจ้าคิดจะเล่นตลกอันใดอีก? เจ้าเป็นคนเรียกคนเหล่านี้มาใช่หรือไม่? เจ้าทำเป็นใสซื่อบริสุทธิ์มาตลอด แต่กลับวางแผนลึกซึ้งเช่นนี้!”อวิ๋นหลิงยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ใบหน้าปราศจากความรู้สึกใดๆ เมื่อเห็นท่าทางสงบนิ่งของนางเช่นนั้น หวังฉิงยิ่งโกรธจนควันออกหู “ไม่ต้องพบใครทั้งนั้น! ห้ามให้ผู้ใดเข้ามาในจวน! อวิ๋นหลิง เจ้ารีบไสหัวออกไปจากจวนจวิ้นอ๋องเดี๋ยวนี้!”กู้ว่างจือพยายามเกลี้ยกล่อมมารดาให้สงบลง แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะตั้งคำถามกับอวิ๋นหลิง “อวิ๋นหลิง เจ้าเรียกพวกเขามาใช่หรือไม่? เจ้าคิดจะใช้เล่ห์กลอันใดอีกหรือ?”อวิ๋นหลิงแสยะยิ้มเล็กน้อย “ข้าจะจากไปเดี๋ยวนี้ แต่อาจเป็นเพราะแม่ทัพกู้มีจิตใจสกปรก จึงมองเห็นทุกสิ่งสกปรกไปด้วย”หวังฉ

    Last Updated : 2025-01-14
  • แต่งใหม่กับเสด็จอา ข้าดันรักจนถอนตัวไม่ขึ้น   บทที่ 21

    เมื่อจางฝูอิงอ่านพระราชโองการจบแล้ว เขายื่นพระราชโองการให้อวิ๋นหลิง พลางยิ้มเอ่ยว่า “แม่นางอวิ๋น ขอแสดงความยินดีด้วย”อวิ๋นหลิงรับพระราชโองการด้วยความเคารพ ก่อนจะลุกขึ้นยืนและยิ้มบางๆ “ขอบใจท่านเจ้ากรมจาง”เป็นพระราชโองการหย่าร้างนั้นหรือ?ใบหน้าของกู้ว่างจือซีดเผือดลงทันที ส่วนหวังฉิงถึงกับตกตะลึงจนพูดไม่ออกที่ผ่านมา อวิ๋นหลิงวิ่งวุ่นไปทั่ว ที่แท้นางไปขอพระราชโองการหย่าร้าง ไม่ใช่เพื่อขัดขวางพระราชโองการอภิเษกสมรส?กล่าวอีกนัยหนึ่ง อวิ๋นหลิงตั้งใจจะหย่าตั้งแต่ในวันเลี้ยงฉลองชัยชนะแล้วหรือ?กู้ว่างจือเข้าใจผิดมาตลอด คิดว่าอวิ๋นหลิงสร้างเรื่องวุ่นวายเพราะอิจฉาที่เขาจะได้สมรสกับหลิงฮว่าเขาคิดว่านางมีจิตใจคับแคบ ยอมรับหลิงฮว่าไม่ได้ และคิดว่านางหยุดให้ยาเพื่อใช้เล่ห์กลสกปรกแต่ความจริงกลับตบหน้าเขาอย่างจังในตอนนี้ อวิ๋นหลิงยิ้มอย่างสงบ ดวงตาโค้งรับกับรอยยิ้ม ใบหน้านั้นงดงามเกินห้ามใจใช่แล้ว เขาลืมไปสนิทว่า อวิ๋นหลิงคือหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งเปี้ยนเหลียงในปีนั้น เขาขอสมรสกับนางก็เพราะความงามที่ตราตรึงใจของนางอีกทั้งตอนนั้นซุนหลิงฮว่าถูกแต่งตั้งเป็นองค์หญิงเพื่อไปสมรสเชื่อม

    Last Updated : 2025-01-14
  • แต่งใหม่กับเสด็จอา ข้าดันรักจนถอนตัวไม่ขึ้น   บทที่ 22

    คนในตระกูลกู้ยืนอึ้งอยู่ที่เดิม ไม่มีผู้ใดเอ่ยคำใดออกมาพวกเขาไม่อาจยอมรับผลลัพธ์นี้ได้ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธความจริงที่เกิดขึ้นต่อจากนี้ไป จวนจวิ้นอ๋องที่ไม่มีอวิ๋นหลิง จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดกัน?ฮ่องเต้และไทเฮาล้วนสนับสนุนให้อวิ๋นหลิงหย่าร้าง มิใช่เพราะมีความไม่พอพระทัยต่อตระกูลกู้หรือ?พยายามวางแผนแก่งแย่งมาหลายวัน ทะเลาะเบาะแว้งกันไปมา แต่สุดท้ายกลับไม่ได้อะไรเลย ท้ายที่สุด ตระกูลกู้ยังต้องถูกผู้คนวิพากษ์วิจารณ์ลับหลังอีกผู้คนมากมายที่มาวันนี้ ต่างก็มอบของขวัญให้อวิ๋นหลิง เห็นได้ชัดว่าพวกเขามาเพื่อสนับสนุนนางอวิ๋นหลิงจะกลายเป็นสตรีที่ร่ำรวยที่สุดในเปี้ยนเหลียง?ทันใดนั้น หรูเยว่เดินเข้ามารายงาน “คุณหนู ทุกสิ่งทุกอย่างจัดเตรียมเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ!”ทหารคนหนึ่งก้าวเข้ามาและเอ่ยขึ้น “แม่นางอวิ๋น พวกข้านำรถม้ามาเพียงพอ ไม่ต้องกังวลเรื่องขนของ”อวิ๋นหลิงรู้สึกซาบซึ้งใจนัก นางพยักหน้ารับ “ดีมาก ข้าขอบคุณทุกท่าน”จากนั้น นางหันไปมองเจียเฉิงเซี่ยนจู่ด้วยดวงตาที่แดงก่ำ ก่อนจะคุกเข่าลงและกล่าวด้วยน้ำเสียงซาบซึ้ง “วันนี้ขอบพระคุณเซี่ยนจู่ที่มา อวิ๋นหลิงจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อ

    Last Updated : 2025-01-14
  • แต่งใหม่กับเสด็จอา ข้าดันรักจนถอนตัวไม่ขึ้น   บทที่ 23

    อวิ๋นหลิงเดินทางกลับจวนอันหยางโหวหลังจากหย่าร้าง ขบวนเดินทางยิ่งใหญ่คล้ายการกลับบ้านพร้อมเกียรติยศเหล่าอดีตทหารของพี่ชายอวิ๋นอิงช่วยเหลืออย่างเต็มที่ทรัพย์สินทั้งหมดถูกขนย้ายไปยังลานจวนอันหยางโหว ใช้เวลาถึงสองชั่วยามกว่าจะเสร็จสิ้นอวิ๋นเฉิงกุ้ยสองสามีภรรยาสายรอง ผู้เคยขับไล่อวิ๋นหลิงไม่ให้กลับมา บัดนี้กลับมองด้วยสายตาโลภเหมือนสุนัขตัวเล็กที่คอยเดินวนเวียนอยู่แถวห้องใหญ่สินเดิมที่ถูกใช้ไปในช่วงสามปีที่ผ่านมาเหลือเพียงประมาณห้าสิบหาบ จากหกสิบสี่หาบในวันสมรส แต่ก็ยังมากพอที่จะใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไปชั่วชีวิต“วันนี้ขอบคุณท่านอาสามที่ช่วยเหลือ อวิ๋นหลิงซาบซึ้งใจยิ่งนัก” อวิ๋นหลิงก้าวไปข้างหน้า คำนับและเอ่ยขอบคุณอวิ๋นเฉิงชิงอวิ๋นเฉิงชิงประคองนางขึ้นและยิ้มอ่อนโยน “ข้าจะไม่ช่วยได้อย่างไรเล่า? แต่ตอนนี้เจ้าหย่าร้างแล้ว ต่อไปเจ้าคิดจะทำอย่างไร?”อวิ๋นหลิงนิ่งคิด พลันนึกขึ้นได้ว่า อาสามของนางเพิ่งอายุถึงวัยอ่อนหัด เพราะบิดามารดาจากไปเร็วจึงยังไม่ได้จัดพิธีบรรลุนิติภาวะ“บัดนี้ ข้าพึ่งตระหนักได้ว่า ตระกูลอวิ๋นมิได้ไร้คนสืบทอด เรายังมีท่านอาสาม และยังมีอาหลิน ข้าจะทำให้จวนอันหยางโหวกล

    Last Updated : 2025-01-14

Latest chapter

  • แต่งใหม่กับเสด็จอา ข้าดันรักจนถอนตัวไม่ขึ้น   บทที่ 40

    อวิ๋นหลิงเงยหน้าขึ้น มองด้วยสายตานิ่งสงบแต่เปี่ยมด้วยอำนาจ “พูดเช่นนี้ แปลว่าพวกท่านยอมรับเรื่องการลักพาตัวพี่สะใภ้และหลานชายของข้าแล้วสินะ? การลักพาตัวถือเป็นความผิดร้ายแรง โทษขั้นต่ำคือต้องติดคุกสิบปี ข้ามองว่าเรายังเป็นครอบครัวเดียวกัน จึงตั้งใจจะให้เรื่องจบแค่การทะเลาะวิวาท แต่ดูเหมือนข้าจะใจกว้างเกินไป”จูซื่อถึงกับพูดไม่ออก สีหน้าปรากฏความตื่นตระหนกขึ้นมา ก่อนจะพยายามแก้ตัว “ยังไงเสียเขาก็เป็นลูกพี่ลูกน้องของเจ้า เขายังเด็ก ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ทำผิดไปเพราะความหุนหันพลันแล่น อีกทั้งพวกเจ้าก็ไม่ได้เป็นอะไรใช่ไหม? เจ้าก็ไปทันเวลา เขาแค่ขู่ ไม่ได้คิดจะทำอะไรจริงๆ เสียหน่อย”เมื่อได้ยินเช่นนั้น อวิ๋นหลิงก็ไม่อาจระงับโทสะในใจได้อีกต่อไป นางลุกขึ้นยืนทันที ก่อนจะเตะเก้าอี้ล้มลงกับพื้น “ทำผิดแล้วยังกล้าพูดอย่างหน้าชื่นตาบานอีกหรือ? ท่านเลี้ยงลูกไม่ดี ปล่อยให้คนอื่นต้องมารับกรรมแทน ท่านควรขอบคุณที่พี่สะใภ้และอาหลินไม่เป็นอะไร มิฉะนั้น ข้าจะไม่ปล่อยพวกท่านไปง่ายๆ แน่! พวกท่านได้อยู่อย่างสุขสบายเพราะบุญของบรรพบุรุษ แต่กลับไม่รู้จักพอใจในสิ่งที่มี ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี!”จูซื่อถึงกับพูดอะไรไ

  • แต่งใหม่กับเสด็จอา ข้าดันรักจนถอนตัวไม่ขึ้น   บทที่ 39

    อวิ๋นหลิงรู้สึกตกตะลึงชั่วครู่ แต่ในใจกลับไม่รู้สึกสะทกสะท้านอันใดอวิ๋นฟ่งจะเป็นหรือตายเกี่ยวข้องอันใดกับนาง?แต่ต่อหน้าผู้คน นางต้องแสร้งทำเป็นใส่ใจเล็กน้อย “ขอบพระทัยที่ท่านอ๋องที่เตือน ข้าจะไปที่จวนจิงเจ้าเดี๋ยวนี้”เซียวอวี้ไม่ได้ขัดขวาง เว่ยเฉินคารวะเสร็จแล้วก็จากไปอย่างรวดเร็วคนที่นินทาก็ไม่ทราบว่าถูกจับด้วยข้อหาใด เป็นเพียงพวกอันธพาลลูกหลานขุนนางระดับล่าง การลงโทษก็เพียงเพื่อขู่เท่านั้นเจ้าของโรงเตี๊ยมไม่กล้าตำหนิฉินอ๋อง ห้องรับรองพังเสียหายไปหนึ่งห้อง เขายังต้องควักเงินจ่ายเองทว่าฉินอ๋องกลับให้ลู่หงวางเงินหนึ่งวงไว้เป็นค่าชดเชยฉินอ๋องแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน ซึ่งปกติแล้วเขาไม่ค่อยแสดงอารมณ์ออกมาทางสีหน้ามากนักลู่หงเองก็ไม่รู้จะปลอบโยนอย่างไร จึงกล่าวว่า “ท่านอ๋อง แม่นางอวิ๋นเป็นญาติฝ่ายมารดาของตระกูลไป๋จริงๆ”ฉินอ๋องไม่ได้ตอบอะไรลู่หงจึงพูดต่อ “แม่นางอวิ๋นช่างใจเย็นนัก เมื่อวานมีเรื่องวิวาทกัน วันนี้ก็มากินข้าวกับบุรุษภายนอก และก่อนหน้านี้เพียงชั่วยามยังพูดคุยกับอดีตสามีในโรงน้ำชาอีก”“วันนี้พวกเรามาที่นี่ก็เปล่าประโยชน์ ในเมื่อมีคุณชายน้อยแห่งตระกูลเว่ยอยู่

  • แต่งใหม่กับเสด็จอา ข้าดันรักจนถอนตัวไม่ขึ้น   บทที่ 38

    เว่ยเฉินได้เตรียมทุกอย่างไว้สำหรับอวิ๋นหลิงอย่างรอบคอบ เขากล่าวเสียงเบา “แม่นางอวิ๋น ข้าเข้าใจในความกังวลของท่านดี แต่ภรรยาของข้าเป็นบุตรีโดยชอบธรรมของตระกูลไป๋ ซึ่งมีความเกี่ยวพันเป็นญาติกับท่าน การที่ท่านไปเยี่ยมเยือนนางถือเป็นเรื่องที่สมควร ไม่มีผู้ใดกล้าวิจารณ์ อีกทั้งภรรยาของข้าป่วยหนักและต้องการความช่วยเหลือจากท่านอย่างเร่งด่วน ขอให้แม่นางอวิ๋นโปรดเมตตา...”เมื่อคิดถึงพี่สาวลูกพี่ลูกน้องที่ไม่ได้พบกันมาหลายปี ในที่สุดอวิ๋นหลิงก็พยักหน้าตอบรับ“ถ้าเช่นนั้น พรุ่งนี้...”“ขอบพระคุณแม่นาง พรุ่งนี้ข้าจะส่งคนไปรับท่านที่จวน”บนโต๊ะอาหารมีอาหารแปดจานจัดวางอย่างประณีต เว่ยเฉินดูแลอวิ๋นหลิงอย่างใส่ใจ ให้ลองชิมอาหารแต่ละจานแม้ไม่ทราบว่าโรงเตี๊ยมฉีอวิ๋นจวีนี้เป็นของผู้ใด แต่ชื่อเสียงด้านอาหารของที่นี่ก็ไม่เกินจริงตลอดหลายปีที่ผ่านมา อวิ๋นหลิงใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบในตระกูลกู้ นางไม่ค่อยออกไปไหน ยกเว้นแต่เรื่องธุรกิจ นางเคยมาที่นี่บ้างเพื่อรับประทานอาหารระหว่างที่กำลังรับประทานอาหารกันอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากห้องข้างเคียง“ได้ยินหรือไม่? บุตรีคนรองของจวนอันหยางโหว

  • แต่งใหม่กับเสด็จอา ข้าดันรักจนถอนตัวไม่ขึ้น   บทที่ 37

    หรูเมิ่งที่เอ่ยถึงคุณชายน้อยด้วยความชื่นชมยกย่อง คนผู้นั้นก็คือบุตรชายคนโตของเว่ยกั๋วกง ผู้เป็นทายาทโดยชอบธรรม ชื่อว่าเว่ยเฉินเขาสมรสมาแล้วสามปี แต่ภรรยากลับล้มป่วยเรื้อรังอยู่บนเตียง ทั้งสองยังไม่มีบุตรและเขาเองก็ไม่ได้รับอนุภรรยาเพิ่มในหมู่ชนต่างเล่าลือกันว่าคุณชายน้อยผู้นี้รักภรรยายิ่งนัก ถึงกับเดินทางไปทั่วแผ่นดินเพื่อตามหาหมอชื่อดังมารักษานางอีกทั้งยังมีข่าวลือว่า เขาปรารถนาจะอยู่เคียงข้างภรรยาชื่อไป๋หนานเพียงผู้เดียวในชั่วชีวิตนี้ โดยไม่คิดมองหาสตรีอื่นหรูเยว่ถอนหายใจเบาๆ “คุณชายน้อยผู้เพียบพร้อมถึงเพียงนี้ แต่กลับต้องอยู่ดูแลภรรยาที่อ่อนแอ เมื่อปีที่แล้วเขายังสอบติดจอหงวนอีกด้วย ช่างน่าเสียดายนัก”“ยังได้ยินมาอีกว่า มีสตรีบางคนยินดีมาหาถึงบ้าน ยอมเป็นอนุภรรยา เพียงเพื่อได้อยู่ใกล้ชิดเขา…”แม้อวิ๋นหลิงเคยเห็นเว่ยเฉินจากที่ไกลๆ มาก่อน แต่ตอนนั้นนางไม่ได้ใส่ใจนัก ทว่าตอนนี้เมื่อนึกย้อนกลับไป ก็ได้แต่จำภาพรางเลือนในความทรงจำนางครุ่นคิดพลางเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางนั้น ก็พบกับบุรุษผู้หนึ่งที่มีท่วงท่าสง่างามปรากฏในสายตาเขาสวมอาภรณ์สีขาวดุจหิมะ คลุมเสื้อคลุมตัวยาว ดูสง่า

  • แต่งใหม่กับเสด็จอา ข้าดันรักจนถอนตัวไม่ขึ้น   บทที่ 36

    อย่างไรก็ตาม ซุนหลิงฮว่ากลับสังเกตเห็นนางได้อย่างรวดเร็ว นางเอ่ยทักทายด้วยความกระตือรือร้นว่า “พี่หญิงอวิ๋น ช่างบังเอิญนัก ไม่คิดเลยว่าจะได้พบท่านที่นี่”อวิ๋นหลิงไม่มีทางเลือกจึงต้องหยุดเดิน แล้วหันกลับไปคารวะทั้งสองคน “ขอคารวะองค์หญิง แม่ทัพกู้” น้ำเสียงของนางเรียบเฉย ไม่แสดงอารมณ์ใดๆซุนหลิงฮว่าเหมือนไม่รับรู้ถึงความเย็นชาของอวิ๋นหลิง นางยังคงยิ้มแย้มเหมือนดอกไม้บาน “พี่หญิงอวิ๋น สบายดีหรือไม่? ข้าได้ยินว่าว่างจือบอกว่าท่านเก่งเรื่องการค้าขาย พอดีข้ามีโอกาสทางการค้าอยากจะร่วมมือกับท่าน ไม่ทราบว่าท่านสนใจหรือไม่?”โอกาสทางการค้า? อวิ๋นหลิงขมวดคิ้วเล็กน้อย นางรู้สึกสงสัยอยู่ในใจ นางไม่ได้ขาดแคลนเงินทอง อีกทั้งยังไม่อยากข้องเกี่ยวกับกู้ว่างจือและซุนหลิงฮว่ามากนักนางปฏิเสธทันทีโดยไม่ลังเล “ขอบพระทัยในความเมตตาขององค์หญิง แต่ข้าพึ่งกลับมาตระกูลอวิ๋น งานการมากมาย ข้ายังไม่มีเวลาว่างเลย...”คำพูดยังไม่ทันจบ กู้ว่างจือกลับแสดงสีหน้าเย็นชาและตวาดเสียงดังว่า “อวิ๋นหลิง เจ้าหมายความว่าอะไรกัน? องค์หญิงมีน้ำใจเชิญเจ้าให้ร่วมมือ เจ้ายังกล้าปฏิเสธหรือ?”อวิ๋นหลิงตกใจกับการตวาดของเขา ก่อนจะ

  • แต่งใหม่กับเสด็จอา ข้าดันรักจนถอนตัวไม่ขึ้น   บทที่ 35

    "หลิงฮว่า เรื่องมันเป็นเช่นนี้..." กู้ว่างจือขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหนักใจราวกับไม่อยากพูดซุนหลิงฮว่ากระพริบตาใสซื่อ ก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ว่างจือ มีอะไรรึ? หรือเป็นเรื่องพระราชโองการสมรส? ข้าได้ยินมาว่าคงจะมาถึงในอีกไม่กี่วันนี้ ไม่ต้องรีบร้อนหรอก ข้าไม่กังวล ท่านก็อย่ากังวลไปเลย"กู้ว่างจือสูดลมหายใจลึก ก่อนตัดสินใจพูดความจริงออกมา "เป็นเรื่องของอวิ๋นหลิง...นางไม่ได้ถูกข้าหย่า แต่เป็น... เป็นการขอหย่าด้วยตัวนางเอง"ซุนหลิงฮว่าชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะถามด้วยความประหลาดใจ "ขอหย่า? ท่านหมายความว่า...นางเป็นฝ่ายขอพระราชโองการหย่าเองอย่างนั้นหรือ?"กู้ว่างจือพยักหน้า สีหน้าหม่นหมองลง "ใช่ นางไม่เคยคิดจะขัดขวางเรื่องสมรสนี้เลย และไม่เคยคิดจะยอมรับเจ้าตั้งแต่แรก”สีหน้าของซุนหลิงฮว่าเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ไม่นานนักนางก็ปรับอารมณ์ได้ นางก้มหน้าลงก่อนเอ่ยเสียงเบา "ที่แท้...พี่หญิงไม่เคยยินดีจะอยู่ร่วมจวนกับข้าเลย ข้าเคยคิดว่านางจะยอมรับข้าจริงๆ เสียอีก..."เมื่อเห็นนางทำหน้าเศร้าสร้อย กู้ว่างจืออดรู้สึกสงสารไม่ได้ เขายื่นมือไปจับมือนาง "หลิงฮว่า อย่าเสียใจไปเลย อวิ๋นห

  • แต่งใหม่กับเสด็จอา ข้าดันรักจนถอนตัวไม่ขึ้น   บทที่ 34

    คำพูดเย็นชาของมารดาและน้องสาว กู้ว่างจือที่ยืนอยู่ตรงประตูได้ยินทุกคำอย่างชัดเจน“ท่านแม่” กู้ว่างจือสูดหายใจเข้า แววตาแน่วแน่ “ข้าขอย้ำอีกครั้งว่า ของทุกสิ่งที่เป็นของนาง ข้าจะไม่แตะต้องแม้แต่น้อย สิ่งที่พวกท่านต้องการ ข้าจะพยายามหามาให้เอง”เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อ “ส่วนเรื่องที่ว่านางจะเสียใจหรือไม่ ข้าจะสนใจไปทำไม? คนที่จากไปแล้ว พวกท่านยังพูดถึงกันอยู่ทุกวัน มันมีประโยชน์อะไรนักหรือ?”คำพูดนี้ทำให้หวังฉิงชะงักไปชั่วขณะ แต่ความไม่พอใจในใจก็ยังคุกรุ่น นางรีบหาข้ออ้างอื่นมาพูดต่อ “แต่นางเกือบทำให้ซูซูตายจากไปนะ นางเป็นคนหยุดให้ยาไม่ใช่หรือ?”กู้ว่างจือรีบจะเอ่ยแย้ง แต่เหลียนซื่อกลับชิงกล่าวขึ้นก่อน "พี่สะใภ้ใหญ่ คำพูดนั้นอย่าได้กล่าวลอยๆ ยานั้นหาใช่อวิ๋นหลิงที่ไม่ส่งยา ในความเป็นจริง หลังจากยาขององค์หญิงหมดลง อวิ๋นหลิงก็ได้นำยาห้าสิบเม็ดที่นางมีทั้งหมดมอบให้ซูซู เม็ดหนึ่งราคาหนึ่งตำลึงเงินเชียวนะ นางยกให้ทั้งหมดเลยทีเดียว"กู้ว่างจือเบิกตากว้าง มองเหลียนซื่อด้วยความตกตะลึง ถามด้วยเสียงไม่อยากเชื่อ "อาสะใภ้รอง ที่ท่านกล่าวเป็นความจริงหรือ นางมอบยาให้ซูซูทั้งหมดจริงหรือ"เหลี

  • แต่งใหม่กับเสด็จอา ข้าดันรักจนถอนตัวไม่ขึ้น   บทที่ 33

    ยามค่ำคืนผ่านพ้นไปจนดึกดื่น อวิ๋นหลิงแทบข่มตานอนหลับไม่ได้เลยหลายสิ่งหลายอย่างวนเวียนอยู่ในหัว จนนางไม่อาจพักผ่อนได้อย่างสงบเช้าตรู่ หรูเยว่ยกสำรับอาหารเช้าเข้ามาในห้อง ก็พบว่าคุณหนูของตนดูเหนื่อยล้าและไร้เรี่ยวแรง“คุณหนู หากพักผ่อนไม่เพียงพอ ท่านนอนต่ออีกสักหน่อยเถอะนะเจ้าคะ”อวิ๋นหลิงส่ายศีรษะเบาๆ สายตาจับจ้องไปที่แสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา “เมื่อคืนข้าเตรียมของเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าหาคนไปส่งที่จวนจิงเจ้าแทนข้าด้วย”“เจ้าค่ะ บ่าวจะไปเดี๋ยวนี้”...วันแรกหลังจากการหย่า ตระกูลอวิ๋นวุ่นวายตลอดทั้งคืน ตระกูลกู้เองก็วุ่นวายไม่แพ้กันชายาของจวิ้นอ๋อง หวังฉิง นั่งอยู่หน้าสำรับอาหารเช้าด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า นางมองอาหารบนโต๊ะด้วยแววตาไม่พอใจ“ครัวนี้ทำอะไรออกมาให้กินกัน? ช่างน่าขยะแขยง!” นางโยนตะเกียบลงอย่างแรงกู้หยิงหยิงเห็นมารดาไม่พอใจ จึงเอ่ยเสริมทันที “ท่านแม่ ต้องเป็นพวกบ่าวขี้เกียจแน่ๆ อาหารโปรดของลูกอย่างหอยอบน้ำส้มขิงก็ไม่มีเลย”กู้หยวนจือหาได้ใส่ใจคำพูดของมารดาไม่ ยังคงคีบอาหารเข้าปากพลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสบายๆ "ข้าว่าอาหารมื้อนี้ก็ดีอยู่แล้ว ท่านแม่อย่าคิ

  • แต่งใหม่กับเสด็จอา ข้าดันรักจนถอนตัวไม่ขึ้น   บทที่ 32

    อวิ๋นหลิงหันไปมองหรูเยว่ด้วยแววตาตำหนิเล็กน้อย เป็นเชิงบอกให้เงียบนางเปลี่ยนเรื่องสนทนาอย่างรวดเร็ว “พี่สะใภ้ ขอข้าดื่มซุปเถิด ข้าหิวแล้ว”“ได้สิๆ…” เฉินซูฉินรีบตอบรับอย่างอ่อนโยน พร้อมยกถ้วยซุปส่งให้อวิ๋นหลิงอวิ๋นหลิงดื่มซุปอย่างรวดเร็ว แทบจะหมดในรวดเดียว เฉินซูฉินส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเอ็นดู “ดื่มช้าๆ หน่อยสิ ยังมีอีกนะ ไม่มีใครแย่งเจ้าหรอก”เมื่ออวิ๋นหลิงดื่มซุปจนหมด เฉินซูฉินหยิบผ้าเช็ดปากขึ้นมาเช็ดคราบซุปที่มุมปากให้นาง แววตาเปี่ยมด้วยความรักใคร่ “โตจนป่านนี้แล้ว ยังทำตัวเหมือนเด็กน้อยอยู่เลย”อวิ๋นหลิงรู้สึกเขินอายเล็กน้อย “พี่สะใภ้ ข้าเช็ดเองก็ได้…”เฉินซูฉินส่ายหัว พร้อมกับกล่าวอย่างจริงจัง “ไม่ได้หรอก หากพี่เจ้ารู้ว่าข้าไม่ดูแลเจ้าดีๆ เขาคงต้องตำหนิข้าแน่”เมื่อพูดถึงพี่ชาย ดวงตาของอวิ๋นหลิงพลันแดงก่ำขึ้น “พี่สะใภ้…”เฉินซูฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ก่อนที่พี่เจ้าจะออกเดินทาง เขากำชับข้าไว้หลายครั้งว่าให้ดูแลเจ้า หากเจ้าถูกใครรังแก ข้าต้องเป็นคนออกหน้าแทนเจ้า…แต่ข้าก็ทำไม่ได้เลย หลิงเอ๋อร์ คืนนี้เจ้าถึงกับเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยข้าและอาหลิน ข้ารู้สึกผิด

Scan code to read on App
DMCA.com Protection Status