จิรัสยาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เตรียมตัวลงไปหาเพื่อนๆตามเวลานัดหมายข้างล่าง เที่ยวบินกลับของเธอวันนี้คือเวลาบ่ายสองโมงสิบห้านาที ระหว่างรอนั้นพอนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมงใบหน้าขาวนวลก็เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อด้วยความอายขึ้นมาอีกจนได้
เมื่อเวลาตีห้ากว่าๆเธอถูกทิมปลุกขึ้นมาเพื่อบอกว่าเขาต้องกลับออกไปแล้ว เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมีใครมาเห็นและเอาเธอไปต่อว่าได้ว่าเธอนั้นทำผิดกฏการปฏิบัติงาน โดยกฏของการทำงานมีอยู่ว่าห้ามไม่ให้พนักงานพาบุคคลภายนอกเข้ามาพักด้วยระหว่างที่ยังรอสแตนบายเพื่อปฏิบัติหน้าที่โดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืนจะถูกตักเตือนและถูกพิจารณาชั่วโมงการทำงาน
ก่อนจะไปทิมดึงเธอเข้ามาหอมและกอดแถมยังขอ 'มอนิ่งคิส' ก่อนไปหนึ่งที ซึ่งมันยาวนานและเนิ่นนานมากกว่าทิมจะยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระอีกครั้ง จิรัสยาคิดในใจว่าตกลงเมื่อคืนที่ผ่านมาเธอและทิมมีอะไรเกินเลยกันไปแล้วจริงๆอย่างนั้นหรือ แต่ทำไมเธอถึงยังรู้สึกว่าร่างกายของเธอยังรู้สึกปกติสุขดีราวกับว่าไม่เคยมีการผ่านเรื่องราวใดๆมาก่อน ด้วยความสงสัยลังเลคงจะแสดงออกมาบนใบหน้าเธอ จึงได้ลองเปิดผ้าห่มดูแล้วทิมก็พูดขึ้นมาว่า
"ทุกอย่างของคุณยังอยู่ครบปกติดี เมื่อคืนผมกับคุณเรายังไม่ได้มีอะไรกัน ใจร้ายมากๆ คุณหลับไปตอนที่ผมกำลังแก้ผ้าคุณอยู่นั่นแหละ ผมเลยทำได้แค่ฉวยโอกาสนอนกอดคุณเอาไว้เฉยๆจนถึงเช้า เพราะว่าไม่ชอบมีอะไรกับท่อนไม้"
พอได้ฟังจิรัสยาก็ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจ นี่อย่าบอกนะว่าเมื่อคืนเธอหลับใส่เขาตอนที่กำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มแถมยังเก็บเอาไปฝันต่อเป็นตุเป็นตะอีก คิดแล้วจิรัสยาก็แทบอยากจะเอาหน้ามุดลงไปในดินแล้วไม่โผล่หัวกลับขึ้นมาอีกเลย มันเป็นไปได้อย่างไรกัน นี่ถ้าเขารู้ว่าเธอแอบฝันสัปดนกับเขาขึ้นมาเป็นเรื่องเป็นราวล่ะก็ เธอคงต้องหาปี๊บมาคลุมหัวเดินไปเลยหรือเปล่า
พออธิบายทุกอย่างเสร็จสรรพทิมก็หัวเราะขำออกมาเมื่อเห็นว่าเธอหน้าเหวอ เขาเดินเข้ามาใกล้ๆก่อนจะจุ๊บลงไปที่กลางศรีษะแล้วตามมาด้วย "มอนิ่งคิส" ช็อตใหญ่ๆ
"แต่ถึงเมื่อคืนเราจะไม่ได้มีอะไรกัน แต่ผมก็เห็นแล้วว่าคุณน่ะ 'ฮอต' มากเวลาเมา เอาไว้เจอกันบนเครื่องนะครับคนสวย วันนี้ผมกลับไฟล์ทเดียวกับคุณ"
"เสียใจด้วยนะคะ แต่เราคงไม่ได้เจอกันหรอกค่ะ เพราะว่าฉันไม่ได้ดูแลผู้โดยสารคลาสที่คุณนั่ง"
"ลองดูมั้ยล่ะครับ"
ทิมยิ้มกริ่มให้เธอหนึ่งทีก่อนจะลุกขึ้นไปแต่งงตัวแล้วรีบกลับออกไป พอนึกมาถึงตรงนี้ใบหน้าขาวนวลก็แดงสุกปลั่งขึ้นมาอีก เธอรู้สึกอายเหลือเกินกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น จิรัสยาไม่อยากจะคิดว่าถ้าลองเป็นผู้ชายคนอื่นเขาจะปล่อยให้เธออยู่รอดปลอดภัยดีอยู่มั้ย
พอถึงสนามบินทุกคนก็เดินตรงเข้าไปในตัวอาคารของบริษัทเพื่อรับบรีฟงาน แต่ที่หน้าตกใจก็คือจู่ๆเที่ยวนี้จิรัสยาถูกโยกให้ไปดูแลผู้โดยสารที่นงชั้นหนึ่งอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวจนเพื้อนร่วมงานคนอื่นๆต่างก็ตกใจไปด้วยแต่ก็ไม่มีใครสามารถหาคำตอบได้และไม่มีใครกล้าพอที่จะไปถามหาเหตุผล ทุกคนได้รับแค่เพียงคำอธิบายว่า 'เป็นคำสั่งของข้างบน'
จิรัสยายังคงอยู่ในอาการงงๆ ตอนนี้ภายในใจเริ่มฉุกคิดถึงคำพูดของทิมขึ้นมาตะหงิดๆที่บอกว่าเจอกันบนเครื่อง ใช่ฝีมือเขาจริงๆอย่างนั้นหรือ นี่เขามีอำนาจมากถึงขนาดสั่งอะไรหรือทำอะไรก็ได้ขนาดนั้นเลยเชียว เข้าใจว่าเขามีเงิน แต่พอคิดเเล้วจิรัสยาก็ยังไม่อยากจะเชื่อ
แล้วมันก็ถึงเวลา ตอนนี้ทิมนั่งอยู่ตรงที่นั่งของเขาเรียบร้อยและที่สำคัญที่ด้านข้างของเขายังมีหญิงสาวคนนั้นนั่งประกบชิดอยู่ด้วย นี่ถ้าไม่บอกว่าคิดกับผู้หญิงคนนั้นแค่น้องสาว เธอคงจะเข้าใจว่าทั้งสองพึ่งกลับจากทริปฮันนีมูนกันมาแน่ๆ เพราะดูจากท่าทางของหญิงสาวแล้วดูจะคลั่งรักฝ่ายชายไม่น้อย
'นิชาเป็นหลานสาวคุณเอมอร หุ้นส่วนบริษัทอสังหาที่ผมกำลังจะร่วมทุนอยู่ ผมรักเธอเหมือนน้องสาวเพราะเห็นเธอมาตั้งแต่เด็กๆ'
สุ้มเสียงที่ทิมบอกยังลอยแว่วๆเข้ามาในหู จิรัสยาพยายามบอกตัวเองว่าอย่าไปใส่ใจ เธอควรจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดและโฟกัสกับงานของตัวเองจะดีกว่า ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ สายตาขิงทิมยังคงตามโฟกัสมาที่เธอยู่ตลอดจนพักหลังๆมาเธอเริ่มรู้สึกได้ถึงรังสีของความไม่น่าไว้วางใยส่งผ่านมาทางสายตาของหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆเขา
"นั่นคุณณัฐนิชา หลานสาวซีอีโอบริษัทเรา ว่าที่คู่หมั้นคุณทิมแหละแก ดูสิสวยหล่อเหมาะสมกันแกว่ามะ" เอกพงศ์กระซิบเบาๆเมื่อเดินห่างออกมาจากตรงนั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
"ตกลงผู้หญิงคนนี้คือว่าที่คู่หมั้นของเขาจริงๆหรอ"
"ชัวร์ป๊าบล้านเปอร์เซ็น ฉันสืบมาหมดละว่าจริงๆทางฝ่ายหญิงน่ะพร้อมมาก แค่รอคำตอบจากทางฝ่ายชายเท่านั้น แกเอ้ยถ้าดิลกันได้เมื่อไหร่ล่ะก็งานแต่งคงระดับประเทศแน่ๆ"
พอได้ฟังคำบอกเล่าจากเอกพงศ์ทั้งหมดหัวใจดวงน้อยของจิรัสยาก็เริ่มสั่นไหวอย่างไม่รู้ตัว สิ่งที่เอกพงศ์พูดมาทั้งหมดนั้นกำลังช่วยเตือนสติเธอได้อย่างดีว่าที่ตรงนั้นมีคนยืนรอเป็นเจ้าของจับจองอยู่ก่อนเธอแล้ว เธอกำลังเอาตัวเองเข้าไปแทรก ถอยออกมาเถอะจิรัสยา มันยังไม่สาย
ขณะที่กำลังยืนนิ่งสงบสติอารมณ์ตัวเอง เสียงสัญญาณเรียกจากที่นั่งตรงนั้นซึ่งจิรัสยาจำได้ว่ามีทิมนั่งอยู่ก็ดังขึ้น เธอไม่อยากเจอหน้าเขาแล้ว ว่าจะขอให้เอกพงศ์ไปดูหน่อยแต่เพื่อนของเธอก็กำลังบริการที่นั่งด้านหน้าอยู่เธอจึงจำใจต้องเดินไปดู
"ต้องการจะรับอะไรคะ"จิรัสยาถามทิมตามหน้าที่ เวลานี้มีเพียงเขาที่นั่งอยู่ตรงนี้คนเดียว ส่วนคู่หมั้นสาวคงน่าจะไปเข้าห้องน้ำอยู่
"ถ้าผมบอกว่าต้องการคุณ.." ทิมหยุดและจ้องมองจิรัสยาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
"ขอโทษนะคะ ดิฉันกำลังอยู่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ถ้าผู้โดยสารไม่ได้ต้องการอะไร.."
"ขอกาแฟดำให้ผมแก้วหนึ่งครับ"
เมื่อเห็นว่าจิรัสยาเอาจริงทิมก็เลยเลือกที่จะเปลี่ยนเข้าโหมดจริงจังขึ้นมาบ้าง หลังจากรับทราบความต้องการของผู้โดยสารแล้วเธอจึงเดินเข้าไปนำกาแฟร้อนมาเสิร์ฟ แต่ในขณะที่กำลังจะยกเครื่องดื่มให้เขานั้น จู่ๆเครื่องบินก็เกิดอาการสั่นโคลงขึ้นมาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว จิรัสยาพยายามหาที่เกาะกับอะไรสักอย่างแต่ก็คว้าได้เพียงแค่อากาศ จนกระทั่งร่างของเธอเซล้มลงไปบนตักเขาอย่างพอเหมาะพอเจ๊าะ
"คุณโอเคมั้ย เป็นอะไรหรือเปล่า"
ทิมได้โอกาสจึงรีบกอดรอบเอวเธอไว้ก่อนจะดึงโน้มลำตัวของเธอให้เข้าไปใกล้ๆ เพียงเสี้ยววินาทีพอทุกอย่างหยุดลงจิรัสยาก็รีบผลักหน้าเขาออกก่อนจะรีบลุกขี้น แต่จังหวะพอหันกลับมาก็พบว่าหญิงสาวคนที่มากับเขากำลังจ้องมองมาที่เธออยู่พอดี
หลังเสร็จจากเที่ยวบินไฟล์ทนี้จิรัสยาก็รีบมุ่งหน้ากลับบ้านทันทีโดยไม่ได้คิดสนใจใครอีก ในหัวของเธอตอนนี้มันกำลังตื้อไปหมด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเครื่องบินทำเอาจิรัสยารู้สึกว้าวุ่นและกระวนกระวายใจกับมันอย่างบอกไม่ถูกสายตาของผู้หญิงคนนั้นตอนที่มองมายังเธอราวกับว่ากำลังมีเรื่องเคียดแค้นอยู่ภายในใจ ก็คงจะใช่ อาจเพราะเจ้าตัวดันบังเอิญเดินกลับเข้ามาเห็นตอนที่เธอล้มเซลงไปนั่งอยู่ที่บนตักของว่าที่คู่หมั้นตัวเองสินะ มิหนำซ้ำก่อนออกจากเครื่องเจ้าหล่อนยังมองเหยียดและจิกสายตามองมาที่เธออย่างที่ดูก็รู้แล้วว่าไม่มีทางเป็นมิตรไม่มีคำถามและไม่มีการอธิบาย จิรัสยาปล่อยผ่านให้มันทิ้งไว้อยู่อย่างนั้น หวังว่าวันหนึ่งก็คงจะเลือนรางจางหายไปเอง แม้ว่าจะพยายามปลอบใจตัวเองแล้ว แต่ภายในใจก็ยังคงมิวายว้าวุ่นอยู่อย่างนั้น จึงได้แต่พยายามเตือนตัวเองอีกครั้งว่าช่างมันเถอะ เรื่องมันผ่านมาแล้ว ทางที่ดีนับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไปเธอจะต้องไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเขาอีกเป็นอันขาด ผู้ชายที่ชื่อ ทิม เศวตตระกูล เธอจะขอหลีกหนีจากเขานับตั้งแต่วันนี้ไป ดีแค่ไหนแล้วที่มันยังไม่ทันได้เกิดเรื่องราวเกินเลยขึ้นระหว่างเขากับเธอศรีษะทุย
หลังจากที่เปิดสงครามขนาดย่อมๆไปกับหญิงสาวผู้ที่เธอไม่ได้รู้จักและไม่อยากที่จะรู้จัก แต่อยากเลือกที่จะโทรมาหาเรื่องเธอก่อน จิรัสยาก็ขอจัดให้แบบพอหอมปากหอมคอ อย่าคิดว่าจะโทรมาหาเรื่องเธอก่อนแบบนี้แล้วเธอจะยอม เพราะเรื่องนี้ถ้าจะโทษก็ควรจะไปโทษตัวฝ่ายชายมากกว่าที่ไม่รู้จักพอเอง ก็ในเมื่อทั้งๆที่ตัวเองมีเจ้าของอยู่แล้วแท้ๆ แต่กลับมายุ่งวุ่นวายกับเธอไม่หยุดจนเป็นสาเหตุให้เธอต้องถูกไล่ออกจากงานมาสดๆร้อนๆพอพูดถึงตัวต้นเหตุแล้วจิรัสยาก็อดที่จะเกิดความรู้สึกแปลกๆไม่ได้ เธอไม่รู้ว่ามันคืออะไร รู้เพียงแค่ว่าภายในใจกำลังรู้สึกปั่นป่วนกระวนกระวายจนอยากจะทึ้งหน้าใครเข้าสักคน ดูเอาเถอะ ก่อเรื่องสร้างความวุ่นวายให้ชีวิตเธอมาขนาดนี้แต่เขากลับเงียบหายไป นี่เขาจะรับรู้บ้างหรือเปล่าว่ากำลังสร้างปัญหาให้กับชีวิตเธอขนาดไหน ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นมาสองสามที พอเดินเข้าไปส่องดูที่ช่องตาแมวก็เห็นว่าชนัญญายืนอยู่"พี่ฝ้ายมีอะไร""จี แกถูกให้ออกจากงานจริงๆหรอ เห็นหนูนาโทรมาบอกเมื่อกี้ นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น" ชนัญญาเขย่าแขนจิรัสยาหน้าตาตื่นด้วยความเป็นห่วงรุ่นน้องคนสนิท"ก็ตามที่เจ้รู้มานั่นแหละ ส่วนส
พอถึงเวลาพักจิรัสยาก็รีบเก็บข้าวของแล้วกะว่าจะแอบรีบแอบหลบไปพักสมองที่ไหนสักแห่งเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเจอหน้าคนที่ไม่อยากเห็น นี่อุตส่าห์ว่าหนีมาไกลขนาดนี้แล้ว ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอะไรทำให้เธอถึงยังต้องกลับมาพบเจอกับคนที่ไม่อยากพบเจออีกขาเรียวงามรีบก้าวเดินอย่างฉับไว ค่อยๆลัดเลาะไปตามแนวหมู่ละแมกไม้ที่ถูกตกแต่งเอาไว้เป็นเพื่อใช้เป็นฉากม่านบังกั้นสายตาระหว่างโซนโรงแรมกับโซนสระว่ายน้ำจนในที่สุดเธอก็เดินมาโผล่ยังอีกส่วนหนึ่งของทางด้านหลังของโรงแรม และถึงแม้ว่าเธอจะพึ่งเริ่มทำงานที่นี่ แต่เธอก็พอจะรู้ๆอยู่บ้างว่าควรจะเข้าออกซอกไหนซอยไหน"รีบเดินมาขนาดนี้นี่ตั้งใจจะหลบหน้าพี่ใช่มั้ย"จู่ๆเสียงที่ไม่อยากได้ยินก็ดังขึ้น จิรัสยาถอนหายใจหนึ่งทีแล้วจึงหันกลับไปมอง"พี่ปาล์ม ตามมาถูกได้ยังไงคะ""พี่มองดูจีอยู่ เห็นพอถึงเวลาพักแล้วจีรีบเดินมาทางนี้พี่ก็เลยรีบเดินตามมา"จิรัสยามองหน้าปัทมะด้วยความเต็มตาอีกครั้ง ผู้ชายคนนี้เคยเป็นคนที่เธอหลงมอบหัวใจให้ คิดว่าเขาจะคือคนที่แตกต่าง แต่เปล่าเลย เขากลับทรยศหักหลังความรักและหัวใจเธออย่างไม่มีชิ้นดี"พี่ปาล์มมีธุระอะไรจะคุยกับจีคะ""พี่คิดถึงจี"ปัทมะแทบจะพูด
เมื่อประตูห้องถูกเปิดออก ภาพที่เห็นคือจิรัสยากำลังถูกปัทมะจับล็อกข้อมือเอาไว้บนเตียง สันกรามแกร่งถูกขบเข้าหากันจนเป็นสันนูนด้วยความโกรธ ดวงตาคมมองจ้องมาอย่างเอาเรื่องพร้อมกับก้าวเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าคนทั้งสอง"เฮ้ย!มึงอีกแล้วหรอ นี่มึงมาที่นี่ได้ยังไงวะ" ปัทมะถามเสียงแข็งกร้าวด้วยความโมโหที่ถูกขัดจังหวะ"ขอโทษที่ต้องมาขัดจังหวะ แต่คงต้องขอตัวพนักงานของผมกลับไปทำงานต่อ ผมจ้างเธอมาด้วยเงินเดือนที่สูงกว่าพนักงานปกติถึงสองเท่า ดังนั้นเธอก็ควรที่จะทำงานให้กับผมอย่างคุ้มค่า และนี่ก็หมดเวลาพักแล้ว""นี่มึงหมายความว่ายังไงที่บอกว่าจีเป็นพนักงานของมึง จะบอกว่ามึงเป็นเจ้าของที่นี่งั้นสิ""ใช่ ผมเป็นเจ้าของที่นี่ และตอนนี้ผมต้องการตัวพนักงานของผมคืน ส่วนคุณถ้าอยากจะพักที่นี่ต่อหรือว่าต้องการค่าห้องคืนสามารถแจ้งได้ที่หน้าล็อบบี้เลย""มึงอย่ามาตลกกูไม่เชื่อ"พอปัทมะทำท่าว่าจะตรงเข้ามาหา ที่ด้านหน้าประตูก็มีการ์ดของทางโรงแรมสองคนที่ยืนรออยู่เดินตรงสวนเข้ามาเช่นกันจนปัทมะต้องหยุดอยู่กับที่จิรัสยาจ้องมองหน้าเขาราวกับแทบไม่อยากจะเชื่อสายตา เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน ทิมอยู่ที่นี่ ตอนนี้ และเวลานี
หลังจากต่อปากต่อคำกับทิมเสร็จแล้วจิรัสยาก็กลับมาทำงานตามปกติโดยที่เธอเห็นว่าปัทมะยังคงอยู่ที่นั่นและมีหญิงสาวคนอื่นแนบไว้ข้างกายไม่ห่าง ยิ่งพอได้มาเห็นปัทมะทำอะไรแบบนี้ จิรัสยากลับยิ่งรู้สึกว่าดีแล้วที่เลิกกับผู้ชายแบบนั้นมาได้ อย่างน้อยก็เสียแค่ใจแต่ไม่ได้เสียตัวพอปัดเรื่องของปัทมะทิ้งไปก็ยังมีเรื่องของทิมอีก ที่เธอพึ่งจะได้รับรู้มาว่าเขาคือผู้บริหารใหญ่ของที่นี่ ไปๆมาๆจากว่าที่เธอตั้งใจอยากหนีจากเขามา ดันกลายมาเป็นว่าเธอวิ่งเข้ามาหาเขาอย่างเต็มๆ มิหนำซ้ำกลับกลายเป็นว่าตอนนี้เธอเป็นพนักงานที่เขาสามารถสั่งการอะไรก็ได้อีกต่างหาก"ปกติคุณทิมไม่ค่อยได้เข้ามาที่นี่หรอกจี เห็นเข้ามาทีเดือนหรือสองเดือนครั้งได้ พอมาก็จะพักผ่อนอยู่ที่พลูวิลล่าของเขาน่ะ จีถามทำไมหรอจ๊ะ" "อ๋อเปล่าหรอกค่ะพี่เอม พอดีจีพึ่งรู้มาว่านอกจากคุณภาคินแล้วก็ยังมีคุณทิมอีกคนที่เป็นเจ้าของที่นี่ด้วย จีจะได้รู้เอาไว้นะค่ะว่าตัวเองกำลังทำงานให้ใคร เจ้านายชื่ออะไรบ้าง อย่างน้อยก็จะได้ปฏิบัติตัวถูก" พอเหมือนจะถูกสงสัย จิรัสบาก็รีบทำเป็นตอบออกไปด้วยสีหน้ายิ้มๆ ทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไร เพื่อปกปิดความสงสัยของเพื่อนร่วมงานไว้"อ๋
หลังจากที่ไปเรียนรู้งานไปทั้งหมดแล้ว พิศมัยก็พาจิรัสยาเดินมายังที่ๆหนึ่งซึ่งอยู่ชั้นบนสุดของโรงแรม ภายในเป็นห้องขนาดกระทัดรัด ด้านหน้าเป็นกระจกใสสามารถมองเห็นวิวทะเลได้ แถมยังมีระเบียงที่ถูกเปิดเอาไว้เพื่อรับลมเย็นๆภายในห้องถูกจัดตกแต่งไว้อย่างสวยหรู ของประดับตกแต่งทุกชิ้นล้วนแล้วแต่ดูมีราคา ไม่รู้ว่ามันมีไว้สำหรับให้บริการแขกระดับวีไอพีหรือเปล่าแต่ที่รู้ๆราคาห้องพักแต่ละห้องของที่นี่ก็หกหลักด้วยกันทั้งนั้นพอเดินเข้ามาในห้อง พิศมัยจึงบอกให้เธอไปเตรียมตัวแล้วเดี๋ยวเธอต้องถูกทดสอบว่าสิ่งที่ไปเรียนรู้มานั้นเธอสามารถทำมันได้ดีแค่ไหน จิรัสยาเดินตรงเข้าไปยังอุปกรณ์ต่างๆ จัดการปูผ้าลงบนเตียง เตรียมสิ่งของจำพวกครีมและน้ำมันต่างๆมาเตรียมไว้ เธอทำตามแบบอย่างที่ไปเรียนรู้มาทุกอย่าง ถึงแม้ว่าความจริงแล้วจะยังรู้สึกงงงวยว่าการที่เธอทำงานเป็นพนักงานต้อนรับที่หน้าล็อบบี้นั้นจำเป็นต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยจริงๆหรือ"จีเตรียมตัวไปก่อนนะ เดี๋ยวเราจะเริ่มทดสอบกันเลย" พิศมัยหันมาบอกและเดินออกจากห้องไปทิ้งความสงสัยให้อยู่กับเธออย่างนั้นระหว่างที่กำลังเตรียมของไป ใจก็คิดเลยเถิดไปถึงใครบางคน คนที่เธอไม่ได้อ
ภายในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายบนท้องถนน รถสปอร์ตสีดำคันงามกำลังเลี้ยวเข้ามาจอดยังลานจอดรถชั้นใต้ดินของคอนโดมิเนียมสุดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป้าหมายของจิรัสยาในค่ำคืนนี้ก็คือเพ้นเฮ้าส์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ยังชั้นบนสุดของที่นี่ที่มีพื้นที่ใช้สอยกว่า มากกว่า500 ตารางวา ซึ่งตัวเธอเองก็เคยได้สัมผัสมันมาแล้วหลายครั้งหลายคราอยู่ว่ามันหรูหราเพียงใดลมหายใจถูกพ่นออกมาเฮือกใหญ่อยู่หลายรอบก่อนจะตัดสินใจหอบกล่องของขวัญออกมาจากเบาะหลัง ขาเรียวงามเดินก้าวตรงไปด้านหน้า ซึ่งมองจากตรงนี้จะเห็นว่ามีลิฟท์โดยสารที่อยู่เยื้องไปไม่ไกลบรรยากาศคืนนี้ค่อนข้างอบอ้าว จิรัสยาเลือกที่จะใส่มินิเดรสกำมะหยีสายเดี่ยวสีแดงเบอกันดี้ขนาดเข้ารูปกับรองเท้าส้นสูงแหลมปรี๊ดส้นเข็มสีดำ ซึ่งดูแล้วมันตัดกันดีกับสีผิวอันขาวผ่อง นั่นยิ่งสะท้อนภาพลักษณ์ของเธอในคืนนี้ให้ออกมาในทางเซ็กซี่แต่เรียบหรูจิรัสยาเป็นคนที่มีรูปร่างดี เพราะปกติเธอชอบที่จะดูแลตัวเอง เมื่อไหร่ก็ตามที่มีวันหยุดไม่มีไฟลท์ที่ต้องไปบินเธอก็มักจะมีตัวเลือกอยู่แค่สองอย่าง คือ ถ้าไม่นอมจมอยู่กับที่นอนทั้งวันไปเลย เธอก็มักเลือกที่จะไปเข้ายิมเพื่อเรียกเหงื่อจากการ
หลังจากออกจากตรงนั้นได้ จิรัสยาก็รีบเดินจ้ำอ้าวตรงไปยังไพรเวทลิฟท์ที่เห็นอยู่ด้านหน้า ไม่ไกลนักจากสายตา ลิฟท์นี้ที่มีไว้สำหรับใช้กับเพ้นเฮ้าส์หรูโดยเฉพาะ ชนัญญาเคยพาเธอมาแล้วหลายครั้ง แต่ในขณะที่ร่างบางกำลังยืนรอลิฟท์อยู่ก็ปรากฏว่าได้มีบุคคลผู้หนึ่งที่เธอพึ่งจะเดินจากมาหยกๆ และเธอก็ไม่ได้อยากจะอยู่ใกล้มากเท่าไหร่นักเดินใกล้เข้ามายืนประกบเธออยู่ด้านหลังนี่เขาตามเธอมาทำไมกัน จิรัสยาหันกลับไปมองหน้าบุรุษหนุ่มตรงๆ เพราะก็รู้อยู่แล้วว่าลิฟท์โดยสารตัวนี้มีไว้สำหรับเพ้นเฮ้าส์ของภาคินแฟนหนุ่มของชนัญญาเพียงเท่านั้น แต่ในขณะที่จิรัสยากำลังได้แต่นึกสงสัย เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาก็ได้ชิงพูดขึ้นมาคลายความสงสัยให้เธอได้เสียก่อน"กำลังจะไปงานวันเกิดของภาคินหรือเปล่าครับ" เขาถามเสียงเรียบหากแต่ก็ไม่ได้มองมาทางเธอ"คุณถามทำไมคะ" "ก็เพราะว่าเราอาจจะกำลังไปที่เดียวกัน ผมเห็นคุณหอบกล่องของขวัญมาด้วยเสียกล่องใหญ่ ถ้ากำลังจะไปที่เดียวกันผมสามารถช่วยคุณถือได้" ทิมเอ่ยบอกความหวังดีออกไป เวลานี้สายตาคมจ้องมองมายังดวงตากลมโตของเธอราวกับว่าต้องการค้นหาอะไรบางอย่าง ซึ่งภายในสายตานั้นทำเอาจิรัสยารู้สึกร้อนวูบวาบรา
หลังจากที่ไปเรียนรู้งานไปทั้งหมดแล้ว พิศมัยก็พาจิรัสยาเดินมายังที่ๆหนึ่งซึ่งอยู่ชั้นบนสุดของโรงแรม ภายในเป็นห้องขนาดกระทัดรัด ด้านหน้าเป็นกระจกใสสามารถมองเห็นวิวทะเลได้ แถมยังมีระเบียงที่ถูกเปิดเอาไว้เพื่อรับลมเย็นๆภายในห้องถูกจัดตกแต่งไว้อย่างสวยหรู ของประดับตกแต่งทุกชิ้นล้วนแล้วแต่ดูมีราคา ไม่รู้ว่ามันมีไว้สำหรับให้บริการแขกระดับวีไอพีหรือเปล่าแต่ที่รู้ๆราคาห้องพักแต่ละห้องของที่นี่ก็หกหลักด้วยกันทั้งนั้นพอเดินเข้ามาในห้อง พิศมัยจึงบอกให้เธอไปเตรียมตัวแล้วเดี๋ยวเธอต้องถูกทดสอบว่าสิ่งที่ไปเรียนรู้มานั้นเธอสามารถทำมันได้ดีแค่ไหน จิรัสยาเดินตรงเข้าไปยังอุปกรณ์ต่างๆ จัดการปูผ้าลงบนเตียง เตรียมสิ่งของจำพวกครีมและน้ำมันต่างๆมาเตรียมไว้ เธอทำตามแบบอย่างที่ไปเรียนรู้มาทุกอย่าง ถึงแม้ว่าความจริงแล้วจะยังรู้สึกงงงวยว่าการที่เธอทำงานเป็นพนักงานต้อนรับที่หน้าล็อบบี้นั้นจำเป็นต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยจริงๆหรือ"จีเตรียมตัวไปก่อนนะ เดี๋ยวเราจะเริ่มทดสอบกันเลย" พิศมัยหันมาบอกและเดินออกจากห้องไปทิ้งความสงสัยให้อยู่กับเธออย่างนั้นระหว่างที่กำลังเตรียมของไป ใจก็คิดเลยเถิดไปถึงใครบางคน คนที่เธอไม่ได้อ
หลังจากต่อปากต่อคำกับทิมเสร็จแล้วจิรัสยาก็กลับมาทำงานตามปกติโดยที่เธอเห็นว่าปัทมะยังคงอยู่ที่นั่นและมีหญิงสาวคนอื่นแนบไว้ข้างกายไม่ห่าง ยิ่งพอได้มาเห็นปัทมะทำอะไรแบบนี้ จิรัสยากลับยิ่งรู้สึกว่าดีแล้วที่เลิกกับผู้ชายแบบนั้นมาได้ อย่างน้อยก็เสียแค่ใจแต่ไม่ได้เสียตัวพอปัดเรื่องของปัทมะทิ้งไปก็ยังมีเรื่องของทิมอีก ที่เธอพึ่งจะได้รับรู้มาว่าเขาคือผู้บริหารใหญ่ของที่นี่ ไปๆมาๆจากว่าที่เธอตั้งใจอยากหนีจากเขามา ดันกลายมาเป็นว่าเธอวิ่งเข้ามาหาเขาอย่างเต็มๆ มิหนำซ้ำกลับกลายเป็นว่าตอนนี้เธอเป็นพนักงานที่เขาสามารถสั่งการอะไรก็ได้อีกต่างหาก"ปกติคุณทิมไม่ค่อยได้เข้ามาที่นี่หรอกจี เห็นเข้ามาทีเดือนหรือสองเดือนครั้งได้ พอมาก็จะพักผ่อนอยู่ที่พลูวิลล่าของเขาน่ะ จีถามทำไมหรอจ๊ะ" "อ๋อเปล่าหรอกค่ะพี่เอม พอดีจีพึ่งรู้มาว่านอกจากคุณภาคินแล้วก็ยังมีคุณทิมอีกคนที่เป็นเจ้าของที่นี่ด้วย จีจะได้รู้เอาไว้นะค่ะว่าตัวเองกำลังทำงานให้ใคร เจ้านายชื่ออะไรบ้าง อย่างน้อยก็จะได้ปฏิบัติตัวถูก" พอเหมือนจะถูกสงสัย จิรัสบาก็รีบทำเป็นตอบออกไปด้วยสีหน้ายิ้มๆ ทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไร เพื่อปกปิดความสงสัยของเพื่อนร่วมงานไว้"อ๋
เมื่อประตูห้องถูกเปิดออก ภาพที่เห็นคือจิรัสยากำลังถูกปัทมะจับล็อกข้อมือเอาไว้บนเตียง สันกรามแกร่งถูกขบเข้าหากันจนเป็นสันนูนด้วยความโกรธ ดวงตาคมมองจ้องมาอย่างเอาเรื่องพร้อมกับก้าวเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าคนทั้งสอง"เฮ้ย!มึงอีกแล้วหรอ นี่มึงมาที่นี่ได้ยังไงวะ" ปัทมะถามเสียงแข็งกร้าวด้วยความโมโหที่ถูกขัดจังหวะ"ขอโทษที่ต้องมาขัดจังหวะ แต่คงต้องขอตัวพนักงานของผมกลับไปทำงานต่อ ผมจ้างเธอมาด้วยเงินเดือนที่สูงกว่าพนักงานปกติถึงสองเท่า ดังนั้นเธอก็ควรที่จะทำงานให้กับผมอย่างคุ้มค่า และนี่ก็หมดเวลาพักแล้ว""นี่มึงหมายความว่ายังไงที่บอกว่าจีเป็นพนักงานของมึง จะบอกว่ามึงเป็นเจ้าของที่นี่งั้นสิ""ใช่ ผมเป็นเจ้าของที่นี่ และตอนนี้ผมต้องการตัวพนักงานของผมคืน ส่วนคุณถ้าอยากจะพักที่นี่ต่อหรือว่าต้องการค่าห้องคืนสามารถแจ้งได้ที่หน้าล็อบบี้เลย""มึงอย่ามาตลกกูไม่เชื่อ"พอปัทมะทำท่าว่าจะตรงเข้ามาหา ที่ด้านหน้าประตูก็มีการ์ดของทางโรงแรมสองคนที่ยืนรออยู่เดินตรงสวนเข้ามาเช่นกันจนปัทมะต้องหยุดอยู่กับที่จิรัสยาจ้องมองหน้าเขาราวกับแทบไม่อยากจะเชื่อสายตา เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน ทิมอยู่ที่นี่ ตอนนี้ และเวลานี
พอถึงเวลาพักจิรัสยาก็รีบเก็บข้าวของแล้วกะว่าจะแอบรีบแอบหลบไปพักสมองที่ไหนสักแห่งเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเจอหน้าคนที่ไม่อยากเห็น นี่อุตส่าห์ว่าหนีมาไกลขนาดนี้แล้ว ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอะไรทำให้เธอถึงยังต้องกลับมาพบเจอกับคนที่ไม่อยากพบเจออีกขาเรียวงามรีบก้าวเดินอย่างฉับไว ค่อยๆลัดเลาะไปตามแนวหมู่ละแมกไม้ที่ถูกตกแต่งเอาไว้เป็นเพื่อใช้เป็นฉากม่านบังกั้นสายตาระหว่างโซนโรงแรมกับโซนสระว่ายน้ำจนในที่สุดเธอก็เดินมาโผล่ยังอีกส่วนหนึ่งของทางด้านหลังของโรงแรม และถึงแม้ว่าเธอจะพึ่งเริ่มทำงานที่นี่ แต่เธอก็พอจะรู้ๆอยู่บ้างว่าควรจะเข้าออกซอกไหนซอยไหน"รีบเดินมาขนาดนี้นี่ตั้งใจจะหลบหน้าพี่ใช่มั้ย"จู่ๆเสียงที่ไม่อยากได้ยินก็ดังขึ้น จิรัสยาถอนหายใจหนึ่งทีแล้วจึงหันกลับไปมอง"พี่ปาล์ม ตามมาถูกได้ยังไงคะ""พี่มองดูจีอยู่ เห็นพอถึงเวลาพักแล้วจีรีบเดินมาทางนี้พี่ก็เลยรีบเดินตามมา"จิรัสยามองหน้าปัทมะด้วยความเต็มตาอีกครั้ง ผู้ชายคนนี้เคยเป็นคนที่เธอหลงมอบหัวใจให้ คิดว่าเขาจะคือคนที่แตกต่าง แต่เปล่าเลย เขากลับทรยศหักหลังความรักและหัวใจเธออย่างไม่มีชิ้นดี"พี่ปาล์มมีธุระอะไรจะคุยกับจีคะ""พี่คิดถึงจี"ปัทมะแทบจะพูด
หลังจากที่เปิดสงครามขนาดย่อมๆไปกับหญิงสาวผู้ที่เธอไม่ได้รู้จักและไม่อยากที่จะรู้จัก แต่อยากเลือกที่จะโทรมาหาเรื่องเธอก่อน จิรัสยาก็ขอจัดให้แบบพอหอมปากหอมคอ อย่าคิดว่าจะโทรมาหาเรื่องเธอก่อนแบบนี้แล้วเธอจะยอม เพราะเรื่องนี้ถ้าจะโทษก็ควรจะไปโทษตัวฝ่ายชายมากกว่าที่ไม่รู้จักพอเอง ก็ในเมื่อทั้งๆที่ตัวเองมีเจ้าของอยู่แล้วแท้ๆ แต่กลับมายุ่งวุ่นวายกับเธอไม่หยุดจนเป็นสาเหตุให้เธอต้องถูกไล่ออกจากงานมาสดๆร้อนๆพอพูดถึงตัวต้นเหตุแล้วจิรัสยาก็อดที่จะเกิดความรู้สึกแปลกๆไม่ได้ เธอไม่รู้ว่ามันคืออะไร รู้เพียงแค่ว่าภายในใจกำลังรู้สึกปั่นป่วนกระวนกระวายจนอยากจะทึ้งหน้าใครเข้าสักคน ดูเอาเถอะ ก่อเรื่องสร้างความวุ่นวายให้ชีวิตเธอมาขนาดนี้แต่เขากลับเงียบหายไป นี่เขาจะรับรู้บ้างหรือเปล่าว่ากำลังสร้างปัญหาให้กับชีวิตเธอขนาดไหน ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นมาสองสามที พอเดินเข้าไปส่องดูที่ช่องตาแมวก็เห็นว่าชนัญญายืนอยู่"พี่ฝ้ายมีอะไร""จี แกถูกให้ออกจากงานจริงๆหรอ เห็นหนูนาโทรมาบอกเมื่อกี้ นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น" ชนัญญาเขย่าแขนจิรัสยาหน้าตาตื่นด้วยความเป็นห่วงรุ่นน้องคนสนิท"ก็ตามที่เจ้รู้มานั่นแหละ ส่วนส
หลังเสร็จจากเที่ยวบินไฟล์ทนี้จิรัสยาก็รีบมุ่งหน้ากลับบ้านทันทีโดยไม่ได้คิดสนใจใครอีก ในหัวของเธอตอนนี้มันกำลังตื้อไปหมด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเครื่องบินทำเอาจิรัสยารู้สึกว้าวุ่นและกระวนกระวายใจกับมันอย่างบอกไม่ถูกสายตาของผู้หญิงคนนั้นตอนที่มองมายังเธอราวกับว่ากำลังมีเรื่องเคียดแค้นอยู่ภายในใจ ก็คงจะใช่ อาจเพราะเจ้าตัวดันบังเอิญเดินกลับเข้ามาเห็นตอนที่เธอล้มเซลงไปนั่งอยู่ที่บนตักของว่าที่คู่หมั้นตัวเองสินะ มิหนำซ้ำก่อนออกจากเครื่องเจ้าหล่อนยังมองเหยียดและจิกสายตามองมาที่เธออย่างที่ดูก็รู้แล้วว่าไม่มีทางเป็นมิตรไม่มีคำถามและไม่มีการอธิบาย จิรัสยาปล่อยผ่านให้มันทิ้งไว้อยู่อย่างนั้น หวังว่าวันหนึ่งก็คงจะเลือนรางจางหายไปเอง แม้ว่าจะพยายามปลอบใจตัวเองแล้ว แต่ภายในใจก็ยังคงมิวายว้าวุ่นอยู่อย่างนั้น จึงได้แต่พยายามเตือนตัวเองอีกครั้งว่าช่างมันเถอะ เรื่องมันผ่านมาแล้ว ทางที่ดีนับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไปเธอจะต้องไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเขาอีกเป็นอันขาด ผู้ชายที่ชื่อ ทิม เศวตตระกูล เธอจะขอหลีกหนีจากเขานับตั้งแต่วันนี้ไป ดีแค่ไหนแล้วที่มันยังไม่ทันได้เกิดเรื่องราวเกินเลยขึ้นระหว่างเขากับเธอศรีษะทุย
จิรัสยาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เตรียมตัวลงไปหาเพื่อนๆตามเวลานัดหมายข้างล่าง เที่ยวบินกลับของเธอวันนี้คือเวลาบ่ายสองโมงสิบห้านาที ระหว่างรอนั้นพอนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมงใบหน้าขาวนวลก็เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อด้วยความอายขึ้นมาอีกจนได้เมื่อเวลาตีห้ากว่าๆเธอถูกทิมปลุกขึ้นมาเพื่อบอกว่าเขาต้องกลับออกไปแล้ว เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมีใครมาเห็นและเอาเธอไปต่อว่าได้ว่าเธอนั้นทำผิดกฏการปฏิบัติงาน โดยกฏของการทำงานมีอยู่ว่าห้ามไม่ให้พนักงานพาบุคคลภายนอกเข้ามาพักด้วยระหว่างที่ยังรอสแตนบายเพื่อปฏิบัติหน้าที่โดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืนจะถูกตักเตือนและถูกพิจารณาชั่วโมงการทำงานก่อนจะไปทิมดึงเธอเข้ามาหอมและกอดแถมยังขอ 'มอนิ่งคิส' ก่อนไปหนึ่งที ซึ่งมันยาวนานและเนิ่นนานมากกว่าทิมจะยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระอีกครั้ง จิรัสยาคิดในใจว่าตกลงเมื่อคืนที่ผ่านมาเธอและทิมมีอะไรเกินเลยกันไปแล้วจริงๆอย่างนั้นหรือ แต่ทำไมเธอถึงยังรู้สึกว่าร่างกายของเธอยังรู้สึกปกติสุขดีราวกับว่าไม่เคยมีการผ่านเรื่องราวใดๆมาก่อน ด้วยความสงสัยลังเลคงจะแสดงออกมาบนใบหน้าเธอ จึงได้ลองเปิดผ้าห่มดูแล้วทิมก็พูดขึ้นมาว่า"ทุกอย่างของคุณยังอย
จิรัสยาพอได้ฟังคำถามจากทิมก็ถึงกับตาโตด้วยความตกใจ มีอย่างที่ไหนกันที่จู่ๆคนที่ไม่ได้เป็นอะไรกันจะมาถามอะไรกันแบบนี้ ว่าทิมบ้าแล้วตัวเธอเองก็คงจะบ้ายิ่งกว่า ทั้งๆที่ตั้งปณิธานเอาไว้อย่างหนักแน่น ทั้งๆที่คอยปฏิญาณตนว่าชีวิตนี้จะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายเจ้าชู้ แต่ทำไปทำมาทำไมเธอกลับกำลังจะยิ่งถลำลึกเข้าไปทุกที"จี ผมอยากได้คุณ"สายตาของทิมสื่อความปรารถนาของเขาออกมาอย่างเด่นชัด เสียงแหบพร่ากระเส่าของเขาทำเอาเธอรู้สึกร้อนๆหนาวๆขึ้นมาตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้าอย่างไม่รู้ตัว จนในที่สุดเขาก็ขยับใกล้เข้ามา ปมผ้าขนหนูค่อยๆถูกเขากระตุกออกอีกครั้งหลังจากที่เธอพึ่งใส่มันไปเมื่อสักครู่ จนกระทั่งเผยให้เห็นสองเต้าอวบอิ่มแสนงดงามที่ต่างก็ปรากฎอยู่ด้านหน้า ลิ้นอุ่นแฉะถูกเลียอยู่ที่ริมฝีปากหนา ทิมมองมันด้วยสายตาหื่นกระหายก่อนจะก้มลงไปครอบครองมันด้วยริมฝีปากร้อนและมือแกร่งทันที ข้างหนึ่งบีบ ข้างหนึ่งลูบเลียเค้นคลึงจนจิรัสยาต้องเเอ่นหลังขึ้นด้วยความเสียวซ่าน"อ๊ะ คุณทิม ยะ..อย่าค่ะ"ฟังเสียที่ไหน คำร้องคัดค้านของเธอมันคงจะเบาเกินไป ทิมยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างคล่องแคล่วชำนาญ จากด้านบนค่อยๆเคลื่อนลงสู่ด้านล่า
จิรัสยายังคงนอนนิ่งและหลับตาลง ภายในสมองต่างกำลังประมวลผลว่าสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ระหว่างเธอกับทิมตอนนี้คืออะไร เหตุใดเพียงแค่ผู้หญิงธรรมดาแบบเธอจึงต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับไฮโซร้อยล้านพันล้านอย่างเขาด้วย ซึ่งเธอไม่อยาก เขากำลังจะทำให้ชีวิตของเธอวุ่นวาย ด้วยอำนาจเงินเธอไม่มีทางรู้เลยว่าเขาสามารถทำสิ่งใดได้บ้าง ขนาดเบอร์โทรของเธอจู่ๆเขาก็ยังไปสรรหามา แต่เรื่องนี้ก็ยังคงพอเข้าใจได้ว่าเขาอาจจะไปถามมาจากภาคินหรือชนัญญาไวน์หมดขวดแล้ว นี่เธอดื่มเข้าไปเยอะขนาดนี้เลยเชียวหรือ จิรัสยาค่อยๆลุกขึ้นยืน ตอนนี้เธอแน่ใจว่าใช่ เธอกำลังเมา เรียวขางามค่อยๆก้าวออกมาจากอ่างอาบน้ำอย่างช้าแล้วจึงเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่วางพับอยู่บนชั้นซึ่งห่างออกไปไม่ไกลนัก ก่อนจะค่อยๆเดินออกมาบิดลูกบิดประตู แล้วจึงก้าวเข้าไปภายในห้อง"นี่คุณ!"จิรัสยาร้องขึ้นมาเต็มเสียง มันเป็นไปได้อย่างไรกัน ที่เวลานี้บนเตียงนอนของเธอมีทิมนั่งไขว่ห้างรออยู่ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยพร้อมด้วยสายตาที่มองมาอย่างไม่สามารถคาดเดาได้ออก"คุณเข้ามาได้อย่างไง ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะคุณทิม"ปมผ้าขนหนูถูกกระชับขึ้นมาจนแน่นก่อนที่ขาเรียวสวยจะค่อยๆขยับถอยหลัง"ไม่ค