: งานหมั้นธามยืนจ้องเมียสาวที่กำลังแต่งตัวให้เขาด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง เขาไม่สามารถเก็บความเจ็บปวดนี้ไว้ได้เลย เพียงขวัญเองก็ไม่ต่างกันเธอกำลังสวมสูทให้คนรักอย่างอ่อนโยนแม้ในใจมันช่างทรมานสุดแสนจะบรรยายได้ ฟืบร่างสูงของธามสวมกอดเพียงขวัญแน่นจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน เพียงขวัญเองก็ได้แต่เอื้อมมือไปลูบหลังคนรักอย่างปลอบโยนด้วยความเข้าใจ สุดท้ายแล้วไม่ว่าเขาจะเลือกหมั้นเพราะอะไรเธอก็พร้อมจะปล่อยเขาไป"เวลามันผ่านไปเร็วมากเลย...""เวลาเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ค่ะ""เธอทรมานเหมือนฉันไหม?""ฉันเลือกอะไรไม่ได้ค่ะ สุดท้ายคุณก็ไม่ใช่ของฉัน"เพียงขวัญพูดอย่างพยายามอดกลั้นความเสียใจที่มันปนออกมาพร้อมกับน้ำเสียงสั่น แต่เหมือนธามจะรับรู้ได้ว่าเธอเสียใจมากจึงกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอย่างหวงแหน"หลังจากหมั้น ฉันจะถอนหมั้นทันทีถึงตอนนั้นเธอจะยังไม่กลับมาก็ไม่เป็นไร แต่ฉันจะพยายามจีบเธอใหม่""อย่าเลยค่ะ คุณคิดจะหมั้นแล้วคุณก็ต้องอยู่กับเธอให้นานๆ สิ""มันไม่ใช่ความต้องการของฉันแล้วเพียงขวัญ เธอคือคนที่ฉันต้องการไม่ใช่โรส แต่ฉันไม่บังคับเธอนะเธอรอดูพฤติกรรมฉันก่อนก็ได้""คุณพูดอะไรของคุณ"เพ
: เพียงขวัญงานหมั้นเริ่มขึ้นด้วยบรรยากาศที่ดูครึกครื้นแขกในงานเต็มไปด้วยนายแบบและนางแบบชื่อดังแถมยังมีบรรดาไฮโซเต็มงานไปหมด ทุกคนดูยิ้มแย้มแจ่มใสและดีใจกับคู่รักในวันนี้จะเว้นก็แต่ชายหนุ่มที่ต้องยืนต้อนรับแขกอยู่หน้างานที่ตั้งแต่เช้ายังไม่มีใครได้เห็นรอยยิ้มของเขาเลย นอกจากเขาจะมีสีหน้าเรียบเฉยแล้วดวงตายังเหม่อลอยอย่างเห็นได้ชัดจนฉันเป็นกังวล"หนู...ใช่ผู้ช่วยเจ้าธามไหม"ฉันหันไปมองตามเสียงเรียกจากด้านหลัง หญิงสาววัยกลางคนที่มีท่าทางสง่าและสูงศักดิ์กำลังยืนยิ้มให้ฉันอยู่ด้วยรอยยิ้มที่สดใสถ้าให้เดาจากโครงหน้าที่เด่นชัดนี่คนคนนี้คงจะเป็นแม่ของคุณธาม"ใช่ค่ะ"ฉันรีบยกมือไหว้ท่านทันทีก่อนจะยิ้มตอบอย่างนอบน้อมก่อนที่จะชายวัยกลางคนจะเดินเข้ามาร่วมวงสนทนา เขาคงจะเป็นคุณพ่อของคุณธามฉันเลยแนะนำตัวไปคร่าวๆ ว่าฉันเป็นเพียงผู้ช่วยของเขาทำให้ทั้งคู่ชื่นชมฉันยกใหญ่ที่สามารถดูแลคนเรื่องมากอย่างเขาได้"ตอนเด็กน่ะนะ ตาธามนี่กินยากอยู่ยากชอบอยู่คนเดียวไม่ค่อยพูดจากับใคร ไม่คิดว่าโตมาจะได้เป็นนายแบบเบอร์หนึ่งดังขนาดนี้"คนเป็นแม่พูดพร้อมกับมองคนที่ถูกพูดถึงด้วยสายตาภูมิใจ"ตอนนี้เขาดังมากเลยค่ะคุณน้า"ฉั
:ธามหลังจากที่จัดการเรื่องในงานเสร็จผมก็เดินกลับเข้ามาในห้องแต่งตัวเพื่อดูอาการพ่อกับแม่ที่นั่งรออยู่ด้านใน ผมถอนหายใจทิ้งด้วยหัวใจที่หวาดหวั่นเพราะไม่อยากจะเห็นภาพของพ่อและแม่ที่กำลังทุกข์ใจจนไม่กล้าที่จะเปิดประตูเข้าไป...จนมือเล็กๆ ของคนที่ยืนอยู่ข้างๆ จับเข้าที่แขนผมเบาๆ เป็นการให้กำลังใจก่อนที่เธอจะส่งยิ้มให้ผมเป็นการปลอบโยนแล้วส่งสัญญาณให้ผมเข้าไปดูพวกท่าน "เธอรอฉันอยู่ตรงนี้ก่อนนะ...""ฉันจะรอคุณตรงนี้ค่ะไม่ต้องกังวล"ผมสวมกอดเพียงขวัญครั้งหนึ่งเป็นการขอกำลังใจก่อนจะเปิดประตูเข้าไปหาคนเป็นพ่อแม่ ซึ่งตอนนี้ตรงหน้าผมก็คือภาพพ่อที่กำลังกอดแม่ไว้ในอ้อมกอดแน่นและท่านทั้งสองคนกำลังร้องไห้... ผมจึงคลานเข้าไปนั่งตรงหน้าทั้งสองคนแล้วกอดท่านไว้เช่นกัน"ผมขอโทษที่ทำให้ต้องรู้เรื่องนี้""มันถูกต้องแล้วลูก ลูกช่วยท้วงความยุติธรรมให้น้องมันถูกต้องแล้ว"พ่อลูบเข้าที่ไหล่ผมเบาๆ ก่อนที่แม่จะค่อยๆ เอื้อมมือมาปาดน้ำตาที่ไหลออกมาให้ผม"ลูกรู้มานานขนาดนั้น แถมยังต้องปิดบังเพราะกลัวพ่อแม่เป็นทุกข์...ลูกต้องทุกข์ใจคนเดียวขนาดนั้นแม่ขอโทษนะ""แม่อย่าร้อง..."ผมโผล่เข้ากอดคนเป็นแม่แน่น"ถึงธันย่
ธามยังคงนั่งมองรูปของน้องสาวอยู่ในห้องด้วยความรู้สึกคิดถึงจนเพียงขวัญต้องเดินเข้ามาสวมกอดเขาเข้าที่ด้านหลังเบาๆ หลังจากที่เรื่องทุกอย่างผ่านไปธามก็ขอให้เพียงขวัญเขามาอยู่ที่บ้านเป็นเพื่อนพ่อกับแม่ของเขาที่สภาวะอารมณ์ยังไม่คงที่ อย่างน้อยถ้าพวกท่านได้เห็นหญิงสาวที่สดใสอย่างเพียงขวัญอาจจะรู้สึกดีขึ้น "พี่ดีขึ้นหรือยังคะ?""พี่อ่อนแอได้ที่ไหนล่ะ""พี่อ่อนแอได้ตลอดนะ มีหนูอยู่ข้างๆ ทั้งคนจะร้องไห้ก็ได้หนูไม่ว่าหรอกไม่ล้อด้วย"เพียงขวัญพูดพร้อมกับโยกตัวไปมาเพื่อเอาใจคนตัวสูง ธามเองก็รู้สึกดีขึ้นจนต้องหันมากอดขอบคุณเพียงขวัญที่คอยอยู่ข้างๆ เขามาจนถึงวันนี้ แถมยังคอยดูแลพ่อและแม่ของเขาให้อีกด้วย"ขอบคุณนะ...หนูน่ารักที่สุดเลย""แน่นอนอยู่แล้ว""ถ่อมตัวบ้างก็ได้นะหนูเพียง"ธามพูดพร้อมขยี้ผมเพียงขวัญเบาๆ ด้วยความเอ็นดูจนคนถูกแกล้งโวยวายใหญ่ที่เขาทำทรงผมเธอเสียทรง ช่วงนี้ธามยังอยู่ในช่วงลาพักร้อนทำให้พวกเขามีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้นและฟางก็เข้าใจเพราะตอนที่ทางบริษัทรู้ข่าวทุกคนก็ต่างตกใจจนต้องเคลียร์a dตารางงานให้ธามทั้งหมดทั้งคู่ตกลงจะคบหากันต่อไป และจะบอกทุกคนหลังจากที่สภาพจิตของครอบครัวธามดี
: ร้านนะโมเพื่อนทั้งสองเรียกตัวเพียงขวัญมาที่ร้านทันทีที่ได้เห็นข่าวการคบหาต่างวัยของนายแบบหนุ่มอันดับหนึ่งและผู้ช่วยสาวที่ดังไปทั่วอินเทอร์เน็ต แต่เพื่อนสนิทอย่างเขาสองคนกับไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย ทั้งสองคนกอดอกนั่งมองตัวการที่กำลังยิ้มแห้งๆ โดยไม่ยอมพูดอะไรจนนะโมต้องเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน"ยังไม่อธิบายมาอีก ในข่าวนั้นมันหมายความว่ายังไง""ก็ตามนั่นแหละ ก็คบกันสักพักแล้ว""แล้วไม่คิดจะบอกเพื่อนอย่างพวกเราเลยหรือไง?"นกยูงโวยขึ้นอีกคน"ก็ไม่รู้ว่าจะคบกันนานไหมเลยไม่บอก กลัวหน้าแตกที่มีแฟนฮอตขนาดนั้นอีกอย่างฉันก็ไม่รู้ด้วยว่าเขาจะให้ข่าวด้วยตัวเองแบบนั้น"เพียงขวัญพูดแล้วทำท่าทีเขินอายจนเพื่อนสองคนต้องกลอกตามองบน ไอ้ประโยคที่พูดมาเมื่อครู่นั้นไม่ต่างจากการอวดเลยสักนิด ทำให้นกยูงถึงขั้นหมั่นไส้ทำท่าทางล้อเลียนเธอจนเจ้าตัวต้องตีเข้าที่ไหล่ของเพื่อนสาวเป็นการแก้เขิน"แล้วนี่บอกแม่กับพ่อยัง? เขาจะตกใจไหมเนี่ยอยู่ๆ ก็มีแฟนแถมเป็นคนดัง อีกอย่างอายุพวกเธอก็ห่างกันด้วย"นะโมพูดพร้อมกับมองเพื่อนสาวที่มีสีหน้ากังวลขึ้นมาเพียงเท่านั้นเขาก็รู้ได้ทันทีว่าเธอยังไม่ได้บอกครอบครัว"ยัยบ้าแล้วอย่างนี้พ
เพียงขวัญ...หญิงสาววัยยี่สิบสี่ยืนกอดเอกสารแน่นอยู่หน้าห้องสัมภาษณ์งานของบริษัทโมเดลลิงซึ่งเปิดรับสมัครผู้ช่วยพิเศษสำหรับนายแบบชื่อดังทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นจนไม่สามารถก้าวเท้าเข้าไปในห้องได้เลย"คุณเพียงขวัญ รัตนะวิสัยค่ะ"ชื่อของเพียงขวัญเอ่ยขึ้นเรียกสติของหญิงสาวเป็นรอบที่สอง ทำให้เธอรีบเปิดประตูเข้าไปก่อนจะเดินเข้าไปนั่งตำแหน่งสำหรับผู้รับการสอบสัมภาษณ์เมื่อหญิงสาวเงยหน้ามองบุคคลตรงหน้าก็แทบจะหยุดหายใจเมื่อคนที่กำลังจ้องเธออยู่คือธาม...นายแบบชื่อดังกำลังมองเธออย่างไม่สบอารมณ์นักจนเธอรู้สึกสงสัย เพราะก่อนหน้านี้เธอได้ยินเพื่อนสนิทที่เป็นแฟนคลับของเขาเล่าให้ฟังว่าผู้ชายคนนี้เป็นเทพบุตรที่ยิ้มเก่งแถมยังสดใสแต่ตอนนี้มันช่างแตกต่างจากที่เธอได้ยินมาเสียจริง"แนะนำตัวเลย ว่าอะไรทำให้อยากทำงานที่นี่"ชายหนุ่มวัยกลางคนเอ่ยขึ้นเรียกสติของเพียงขวัญ"ค่ะ ชื่อเพียงขวัญ รัตนะวิสัย อายุยี่สิบสี่ปีเพิ่งเรียนจบค่ะแต่มีความสนใจทางด้านแฟชั่นเพราะก่อนหน้านี้มักจะถูกล้อเรื่องรสนิยมการแต่งตัวไม่เป็นมาตลอดจึงอยากเรียนรู้เรื่องนี้ให้มากค่ะ"เพียงขวัญพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใส"อันที่จริงแล้วเธอไม่มีรสนิยมการแ
เวลา 7:00 น.เพียงขวัญยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องในคอนโดหรูอยู่ประมาณสิบนาทีได้ เธอกำลังรู้สึกตกใจในคำสั่งแรกที่ได้รับจากบริษัทเมื่อเช้าเพราะคำสั่งนั้นคือเธอต้องมาปลุกธามให้เข้าบริษัทพร้อมเธอให้ได้ โดยมีกฎอยู่ไม่กี่ข้อในการปลุกเขา1.ใส่รหัสที่ให้ได้เลย ห้ามเคาะประตูเพราะเขาเกลียดเสียงเคาะประตูตอนเช้าข้อนี้เธอแอบสงสัยว่ากับอีกแค่เสียงเคาะเขายังไม่ชอบแล้วการที่ทางบริษัทให้ใครก็ไม่รู้อย่างเธอเข้าไปปลุกเขาถึงในห้องนี่คิดว่าเขาจะชอบใจหรือยังไง?2. เมื่อถึงหน้าห้องนอน ใช้วิธีไหนก็ได้ให้เขาตื่นโดยไม่ต้องเสียงดัง ปล.ปกติธามไม่ปิดประตูห้องนอนขนาดเธออ่านมาถึงจุดนี้ยังไม่มีวิธีไหนในสมองที่นึกออกเลย ให้ตายเถอะ!"เอาวะ คุยโม้เพื่อนไว้สะเยอะตกงานตั้งแต่วันแรกคงไม่มีหน้าไปเจอทุกคน"เพียงขวัญเรียกกำลังใจชะเง้อหน้าเข้าไปสำรวจภายในห้อง แต่เธอต้องตกตะลึงเพราะสิ่งแรกที่สายตาเธอจับโฟกัสได้คือในห้องนี้เต็มไปด้วยตุ๊กตาแคร์แบร์หลายสีที่ถูกจัดเก็บไว้ในตู้โชว์อย่างดีเด่นออกมาจากโทนสีการตกแต่งห้องที่เป็นสีเทาดำขาว นั้นทำให้เพียงขวัญอดที่จะก้าวเท้าเข้าไปหยุดดูมันใกล้ๆ ไม่ได้"สุดยอดโคตรเยอะ มีตัวที่หายากด้วย"เพี
ธามกึ่งรากกึ่งจูงเพียงขวัญให้ขึ้นรถมากับเขา ซึ่งตลอดการเดินทางธามยังคงนิ่งเงียบและถอนหายใจทิ้งอยู่ตลอดเวลา เหมือนกับว่าเขาเบื่อหน่ายกับชีวิตเหลือเกิน จนหญิงสาวเลือกที่จะนั่งมาเงียบๆ เพราะไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วชายหนุ่มเป็นคนประเภทไหนกันแน่ พอถึงบริษัทต้นสังกัดเขาก็เดินนำเธอขึ้นไปยังห้องประชุมทันที โดยทิ้งให้หญิงสาวคอยวิ่งตามอยู่ด้านหลัง เนื่องจากเขาตัวสูงและขายาวมากเพียงเขาก้าวออกไปไม่ไกลมันก็เท่ากับสองสามก้าวของหญิงสาวเลยเชียว และทันทีที่มือหนานั้นเปิดประตูบานใหญ่เข้าไปได้พนักงานทุกคนด้านในก็ต่างทำหน้าตกตะลึงกับภาพที่เห็น ทุกคนต่างพากันมองหน้าสบตาราวกับว่ากำลังแปลกใจ"มานี่!"ธามที่ยังคงหงุดหงิดกระชากเข้าที่ข้อมือเล็กให้เดินเข้ามาหยุดอยู่ต่อหน้าทุกคนในห้อง ...ตาบ้านี่นิสัยเสียจริงๆ...เพียงขวัญได้แต่บ่นในใจที่ถูกเขาลากจูงราวกับเธอเป็นสิ่งของ"ใครเป็นคนรับยัยนี่!""พี่เองจ้า"ฟาง...ผู้จัดการหนุ่มของธามเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มยิ่งทำให้ธามรู้สึกหงุดหงิดขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว เขาได้พูดชัดเจนตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาไม่ต้องการผู้ช่วยผู้หญิง เพราะนอกจากจะชอบเป็นภาระยังเป็นตัวน่ารำคาญอีก"พี่ฟาง!
: ร้านนะโมเพื่อนทั้งสองเรียกตัวเพียงขวัญมาที่ร้านทันทีที่ได้เห็นข่าวการคบหาต่างวัยของนายแบบหนุ่มอันดับหนึ่งและผู้ช่วยสาวที่ดังไปทั่วอินเทอร์เน็ต แต่เพื่อนสนิทอย่างเขาสองคนกับไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย ทั้งสองคนกอดอกนั่งมองตัวการที่กำลังยิ้มแห้งๆ โดยไม่ยอมพูดอะไรจนนะโมต้องเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน"ยังไม่อธิบายมาอีก ในข่าวนั้นมันหมายความว่ายังไง""ก็ตามนั่นแหละ ก็คบกันสักพักแล้ว""แล้วไม่คิดจะบอกเพื่อนอย่างพวกเราเลยหรือไง?"นกยูงโวยขึ้นอีกคน"ก็ไม่รู้ว่าจะคบกันนานไหมเลยไม่บอก กลัวหน้าแตกที่มีแฟนฮอตขนาดนั้นอีกอย่างฉันก็ไม่รู้ด้วยว่าเขาจะให้ข่าวด้วยตัวเองแบบนั้น"เพียงขวัญพูดแล้วทำท่าทีเขินอายจนเพื่อนสองคนต้องกลอกตามองบน ไอ้ประโยคที่พูดมาเมื่อครู่นั้นไม่ต่างจากการอวดเลยสักนิด ทำให้นกยูงถึงขั้นหมั่นไส้ทำท่าทางล้อเลียนเธอจนเจ้าตัวต้องตีเข้าที่ไหล่ของเพื่อนสาวเป็นการแก้เขิน"แล้วนี่บอกแม่กับพ่อยัง? เขาจะตกใจไหมเนี่ยอยู่ๆ ก็มีแฟนแถมเป็นคนดัง อีกอย่างอายุพวกเธอก็ห่างกันด้วย"นะโมพูดพร้อมกับมองเพื่อนสาวที่มีสีหน้ากังวลขึ้นมาเพียงเท่านั้นเขาก็รู้ได้ทันทีว่าเธอยังไม่ได้บอกครอบครัว"ยัยบ้าแล้วอย่างนี้พ
ธามยังคงนั่งมองรูปของน้องสาวอยู่ในห้องด้วยความรู้สึกคิดถึงจนเพียงขวัญต้องเดินเข้ามาสวมกอดเขาเข้าที่ด้านหลังเบาๆ หลังจากที่เรื่องทุกอย่างผ่านไปธามก็ขอให้เพียงขวัญเขามาอยู่ที่บ้านเป็นเพื่อนพ่อกับแม่ของเขาที่สภาวะอารมณ์ยังไม่คงที่ อย่างน้อยถ้าพวกท่านได้เห็นหญิงสาวที่สดใสอย่างเพียงขวัญอาจจะรู้สึกดีขึ้น "พี่ดีขึ้นหรือยังคะ?""พี่อ่อนแอได้ที่ไหนล่ะ""พี่อ่อนแอได้ตลอดนะ มีหนูอยู่ข้างๆ ทั้งคนจะร้องไห้ก็ได้หนูไม่ว่าหรอกไม่ล้อด้วย"เพียงขวัญพูดพร้อมกับโยกตัวไปมาเพื่อเอาใจคนตัวสูง ธามเองก็รู้สึกดีขึ้นจนต้องหันมากอดขอบคุณเพียงขวัญที่คอยอยู่ข้างๆ เขามาจนถึงวันนี้ แถมยังคอยดูแลพ่อและแม่ของเขาให้อีกด้วย"ขอบคุณนะ...หนูน่ารักที่สุดเลย""แน่นอนอยู่แล้ว""ถ่อมตัวบ้างก็ได้นะหนูเพียง"ธามพูดพร้อมขยี้ผมเพียงขวัญเบาๆ ด้วยความเอ็นดูจนคนถูกแกล้งโวยวายใหญ่ที่เขาทำทรงผมเธอเสียทรง ช่วงนี้ธามยังอยู่ในช่วงลาพักร้อนทำให้พวกเขามีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้นและฟางก็เข้าใจเพราะตอนที่ทางบริษัทรู้ข่าวทุกคนก็ต่างตกใจจนต้องเคลียร์a dตารางงานให้ธามทั้งหมดทั้งคู่ตกลงจะคบหากันต่อไป และจะบอกทุกคนหลังจากที่สภาพจิตของครอบครัวธามดี
:ธามหลังจากที่จัดการเรื่องในงานเสร็จผมก็เดินกลับเข้ามาในห้องแต่งตัวเพื่อดูอาการพ่อกับแม่ที่นั่งรออยู่ด้านใน ผมถอนหายใจทิ้งด้วยหัวใจที่หวาดหวั่นเพราะไม่อยากจะเห็นภาพของพ่อและแม่ที่กำลังทุกข์ใจจนไม่กล้าที่จะเปิดประตูเข้าไป...จนมือเล็กๆ ของคนที่ยืนอยู่ข้างๆ จับเข้าที่แขนผมเบาๆ เป็นการให้กำลังใจก่อนที่เธอจะส่งยิ้มให้ผมเป็นการปลอบโยนแล้วส่งสัญญาณให้ผมเข้าไปดูพวกท่าน "เธอรอฉันอยู่ตรงนี้ก่อนนะ...""ฉันจะรอคุณตรงนี้ค่ะไม่ต้องกังวล"ผมสวมกอดเพียงขวัญครั้งหนึ่งเป็นการขอกำลังใจก่อนจะเปิดประตูเข้าไปหาคนเป็นพ่อแม่ ซึ่งตอนนี้ตรงหน้าผมก็คือภาพพ่อที่กำลังกอดแม่ไว้ในอ้อมกอดแน่นและท่านทั้งสองคนกำลังร้องไห้... ผมจึงคลานเข้าไปนั่งตรงหน้าทั้งสองคนแล้วกอดท่านไว้เช่นกัน"ผมขอโทษที่ทำให้ต้องรู้เรื่องนี้""มันถูกต้องแล้วลูก ลูกช่วยท้วงความยุติธรรมให้น้องมันถูกต้องแล้ว"พ่อลูบเข้าที่ไหล่ผมเบาๆ ก่อนที่แม่จะค่อยๆ เอื้อมมือมาปาดน้ำตาที่ไหลออกมาให้ผม"ลูกรู้มานานขนาดนั้น แถมยังต้องปิดบังเพราะกลัวพ่อแม่เป็นทุกข์...ลูกต้องทุกข์ใจคนเดียวขนาดนั้นแม่ขอโทษนะ""แม่อย่าร้อง..."ผมโผล่เข้ากอดคนเป็นแม่แน่น"ถึงธันย่
: เพียงขวัญงานหมั้นเริ่มขึ้นด้วยบรรยากาศที่ดูครึกครื้นแขกในงานเต็มไปด้วยนายแบบและนางแบบชื่อดังแถมยังมีบรรดาไฮโซเต็มงานไปหมด ทุกคนดูยิ้มแย้มแจ่มใสและดีใจกับคู่รักในวันนี้จะเว้นก็แต่ชายหนุ่มที่ต้องยืนต้อนรับแขกอยู่หน้างานที่ตั้งแต่เช้ายังไม่มีใครได้เห็นรอยยิ้มของเขาเลย นอกจากเขาจะมีสีหน้าเรียบเฉยแล้วดวงตายังเหม่อลอยอย่างเห็นได้ชัดจนฉันเป็นกังวล"หนู...ใช่ผู้ช่วยเจ้าธามไหม"ฉันหันไปมองตามเสียงเรียกจากด้านหลัง หญิงสาววัยกลางคนที่มีท่าทางสง่าและสูงศักดิ์กำลังยืนยิ้มให้ฉันอยู่ด้วยรอยยิ้มที่สดใสถ้าให้เดาจากโครงหน้าที่เด่นชัดนี่คนคนนี้คงจะเป็นแม่ของคุณธาม"ใช่ค่ะ"ฉันรีบยกมือไหว้ท่านทันทีก่อนจะยิ้มตอบอย่างนอบน้อมก่อนที่จะชายวัยกลางคนจะเดินเข้ามาร่วมวงสนทนา เขาคงจะเป็นคุณพ่อของคุณธามฉันเลยแนะนำตัวไปคร่าวๆ ว่าฉันเป็นเพียงผู้ช่วยของเขาทำให้ทั้งคู่ชื่นชมฉันยกใหญ่ที่สามารถดูแลคนเรื่องมากอย่างเขาได้"ตอนเด็กน่ะนะ ตาธามนี่กินยากอยู่ยากชอบอยู่คนเดียวไม่ค่อยพูดจากับใคร ไม่คิดว่าโตมาจะได้เป็นนายแบบเบอร์หนึ่งดังขนาดนี้"คนเป็นแม่พูดพร้อมกับมองคนที่ถูกพูดถึงด้วยสายตาภูมิใจ"ตอนนี้เขาดังมากเลยค่ะคุณน้า"ฉั
: งานหมั้นธามยืนจ้องเมียสาวที่กำลังแต่งตัวให้เขาด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง เขาไม่สามารถเก็บความเจ็บปวดนี้ไว้ได้เลย เพียงขวัญเองก็ไม่ต่างกันเธอกำลังสวมสูทให้คนรักอย่างอ่อนโยนแม้ในใจมันช่างทรมานสุดแสนจะบรรยายได้ ฟืบร่างสูงของธามสวมกอดเพียงขวัญแน่นจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน เพียงขวัญเองก็ได้แต่เอื้อมมือไปลูบหลังคนรักอย่างปลอบโยนด้วยความเข้าใจ สุดท้ายแล้วไม่ว่าเขาจะเลือกหมั้นเพราะอะไรเธอก็พร้อมจะปล่อยเขาไป"เวลามันผ่านไปเร็วมากเลย...""เวลาเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ค่ะ""เธอทรมานเหมือนฉันไหม?""ฉันเลือกอะไรไม่ได้ค่ะ สุดท้ายคุณก็ไม่ใช่ของฉัน"เพียงขวัญพูดอย่างพยายามอดกลั้นความเสียใจที่มันปนออกมาพร้อมกับน้ำเสียงสั่น แต่เหมือนธามจะรับรู้ได้ว่าเธอเสียใจมากจึงกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอย่างหวงแหน"หลังจากหมั้น ฉันจะถอนหมั้นทันทีถึงตอนนั้นเธอจะยังไม่กลับมาก็ไม่เป็นไร แต่ฉันจะพยายามจีบเธอใหม่""อย่าเลยค่ะ คุณคิดจะหมั้นแล้วคุณก็ต้องอยู่กับเธอให้นานๆ สิ""มันไม่ใช่ความต้องการของฉันแล้วเพียงขวัญ เธอคือคนที่ฉันต้องการไม่ใช่โรส แต่ฉันไม่บังคับเธอนะเธอรอดูพฤติกรรมฉันก่อนก็ได้""คุณพูดอะไรของคุณ"เพ
: เพียงขวัญหลังจากที่คุณธามออกไปหาพี่ไนท์ที่ร้านอาหาร ฉันก็แอบมาพบกับพี่มอสอีกครั้งโดยที่ไม่ได้บอกใครเขาส่งข้อความมานัดฉันตั้งแต่เช้าโชคดีที่คุณธามไม่รู้ไม่อยากนั้นเขาคงไม่ให้ฉันมาแน่ ที่มาวันนี้ไม่ใช่เพราะฉันยังเหลือเยื่อใยอะไร แต่ฉันคิดว่าการที่ฉันไม่พูดหรือตัดความสัมพันธ์อย่างตรงไปตรงมาจะยังทำให้เขาคิดว่ายังมีโอกาสกลับไปคบกันได้อีก เพราะหลายวันที่ผ่านมาพี่มอสยังคงส่งข้อความราวกับว่าเรายังเป็นคนรักกันอยู่มันเหมือนกับว่าเขาคิดจะรอฉัน"พี่มอสมานานหรือยังคะ?"ฉันถามขึ้นก่อนจะนั่งลงตรงเก้าอี้ตรงข้ามเขาและพบว่าบนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารที่ฉันชอบหลายเมนู และนั้นทำให้ฉันรู้ได้ทันทีว่าเขากำลังพยายามเอาใจฉันอยู่ "ไม่นานหรอก ทานเลยสิเดี๋ยววันนี้ต้องไปทำงานไม่ใช่เหรอ?""อาทิตย์นี้เพียงพักค่ะ พอดีคุณธามเขาต้องเตรียมตัวหมั้นตารางงานเลยว่างค่ะ"ฉันพูดออกไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบราวกับไม่รู้สึกอะไร แต่อันที่จริงแล้วในใจของฉันมันยังเจ็บไม่น้อยเลยที่ต้องยอมเห็นคนที่ตัวเองรักไปเป็นของคนอื่น แต่จะทำยังไงได้ละนอกจากทำมันให้ดีที่สุดก่อนจะจากกัน"หลังจากนั้น...เพียงจะทำยังไงต่อละ?""หมายถึงอะไรคะ?""หลังจากค
เพียงขวัญถูกบังคับให้กลับมาอยู่รวมห้องกับธามจนได้ โดยที่เธอบอกกับเขาว่าถ้าเขาล่วงเกินเธอทุกอย่างจะจบทันที และต่อจากนั้นเขาจะทำอะไรเธอก็จะไม่สนใจแต่ความจริงที่เธอต้องตั้งกฎแบบนี้เป็นเพราะกำลังกลัวใจตัวเองเสียมากกว่า ทำให้ธามไม่มีทางเลือกยอมตกลงทันทีตอนนี้ขอแค่เขาได้อยู่กับเมียสาวทั้งวันก็พอแล้ว "ทำอะไรอยู่..."ร่างสูงโผล่กอดเพียงขวัญจากด้านหลังที่กำลังจัดเสื้อผ้าสำหรับหนึ่งอาทิตย์เข้าตู้ เธอยังคงยืนนิ่งปล่อยให้เขากอดได้ตามใจด้วยความรู้สึกที่พยายามจะปกปิดความเจ็บปวดและความหวั่นไหว ธามเมื่อเห็นท่าทางของเพียงขวัญที่ดูเฉยชาก็จับเข้าที่มือทั้งสองข้างของเธอก่อนจะบังคับให้ร่างเล็กหันมาเผชิญหน้ากับตัวเองตรงๆ"คุณจะทำอะไร?""ขอได้ไหม? อย่าเฉยชากับฉัน ขอร้องนะ"เสียงอ้อนวอนจากชายหนุ่มทำให้เพียงขวัญแทบจะคลุมหัวใจตัวเองไว้ไม่ไหว"คะ?""อีกอาทิตย์เดียวเองเพียงขวัญ ฉันขอให้เธอรักฉันแค่อาทิตย์เดียว"ธามส่งสายตาอ้อนวอนให้เมียสาวเห็นใจ"แต่มันจะมีประโยชน์อะไรคะ ในเมื่อคุณก็ยังเป็นคนมีเจ้าของอยู่ดี""มีสิ อย่างน้อยเธอก็ยังคิดถึงช่วงเวลานี้และมันก็จะเป็นช่วงเวลาที่ฉันจะเก็บไว้ตลอดไป ฉันอยากให้เธอเข้าใจสิ่
: ร้านนะโม : เพียงขวัญ หลังจากลางานไปสงบสติอารมณ์วันนี้ก็เป็นวันที่ฉันจะต้องยอมรับความจริง นั้นคือฉันยังต้องกลับมาเป็นผู้ช่วยของเขาต่อและแน่นอนฉันใช้เวลาร้องไห้ส่งท้ายไปทั้งวัน ตอนนี้เรียกว่าพร้อมที่จะเผชิญกับทุกอย่าง! นับไปนับมามันก็เหลืออีกแค่เดือนเดียวที่ฉันจะฝึกงานเสร็จฉันตั้งใจไว้ว่าหลังจากนั้นจะลาออกไปหางานสายอื่นทำเพราะไม่อยากจะเจอหน้าเขาอีกแค่ต้องเห็นรูปตามโฆษณาก็เจ็บปวดจะแย่ "ได้แล้วครับ ลาเต้หวานๆ ของเพื่อนรัก แล้วก็นี่กาแฟดำของพี่มอสครับ" ฉันรับลาเต้มาจากนะโมแล้วรีบดื่มเพื่อเพิ่มพลัง จนทั้งนะโมและพี่มอสมองกันเป็นตาเดียว "ค่อยๆ ดื่มสิ เหลืออีกตั้งครึ่งชั่วโมงจะเข้างานนะไม่ต้องรีบ" พี่มอสบอกพร้อมกับมือที่ยืนมาดึงแก้วลาเต้ออกไป นะโมเมื่อเห็นแบบนั้นก็เอาแต่ยิ้มมีเลศนัยแซวฉันใหญ่ก่อนจะรีบปลีกตัวออกไป แต่มันกลับไม่ใช่อย่างที่เขาคิดหรอก... ตลอดหลายวันที่ฉันลางานไปอยู่คนเดียวฉันได้ทบทวนอะไรมากมายจนฉันได้คำตอบหลายอย่างและหนึ่งในคำตอบของฉันมันก็มีเรื่องของพี่มอสและฉันเชื่อว่าเขาก็รู้คำตอบของฉันดี "มันช่วยให้รู้สึกดีนี่หน่า" "...แล้วแน่ใจเหรอว่าพร้อมกลับไปทำงาน" "ค่ะ ..."
'เธอลืมโน๊ตบุ๊ค มาเอาที่ห้องได้เลยฉันกลับไปอยู่ห้องฉันแล้วไม่ต้องห่วง'...คุณธาม...เพียงขวัญอ่านข้อความด้วยความแปลกใจ เป็นเพราะเธอรีบเก็บห้องย้ายออกมาแท้ๆ ทำให้ลืมนึกถึงของสำคัญขนาดนั้นได้เขาคงกลับไปหาเธอที่ห้องนั้นแล้วเห็นมันเข้า..."เป็นอะไรไปเพียง ข้าวไม่อร่อยเหรอ""เปล่าค่ะ"มอสที่นั่งอยู่ตรงข้ามเอ่ยขึ้น ในใจเขารู้สึกกังวลไม่น้อยที่อดีตคนรักมีอาการราวกับว่าไม่ได้ดีใจที่เขากลับมา ยิ่งไปกว่านั้นอาการของธามที่แสดงออกมาในห้องประชุมมันเหมือนกับว่าทั้งสองคนรักกัน... มันทำให้เขาร้อนใจอย่างบอกไม่ถูก ถึงจะรู้ดีว่าเป็นความผิดของตัวเองทั้งนั้นที่เลือกทิ้งคนรักไปแต่ใจหนึ่งก็อยากจะแย่งเพียงขวัญกลับมาเพราะเขาเองก็ไม่สามารถลืมผู้หญิงคนนี้ได้จริงๆ "ไม่สบายใจที่พี่กลับมาหรือเปล่า?...""เปล่าค่ะ พี่มอสคือว่าเพียงลืมของจะต้องกลับไปเอาที่ห้องก่อน""ให้พี่ไปด้วยสิ""ไม่เป็นไรค่ะ"ยังไม่ทันที่มอสจะได้ถามอะไรต่อร่างเล็กก็ลุกขึ้นและเดินออกจากร้านอาหารไปอย่างกับว่าเรื่องที่เธอต้องไปทำมันสำคัญกว่าเขาที่เพิ่งกลับมา มือหนานั้นค่อยๆ กำเข้าหากันด้วยความเจ็บปวดที่หัวใจเพราะเขารู้ดีว่าที่เพียงขวัญกระตือรือร้น