เพียงขวัญ...หญิงสาววัยยี่สิบสี่ยืนกอดเอกสารแน่นอยู่หน้าห้องสัมภาษณ์งานของบริษัทโมเดลลิงซึ่งเปิดรับสมัครผู้ช่วยพิเศษสำหรับนายแบบชื่อดังทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นจนไม่สามารถก้าวเท้าเข้าไปในห้องได้เลย
"คุณเพียงขวัญ รัตนะวิสัยค่ะ" ชื่อของเพียงขวัญเอ่ยขึ้นเรียกสติของหญิงสาวเป็นรอบที่สอง ทำให้เธอรีบเปิดประตูเข้าไปก่อนจะเดินเข้าไปนั่งตำแหน่งสำหรับผู้รับการสอบสัมภาษณ์เมื่อหญิงสาวเงยหน้ามองบุคคลตรงหน้าก็แทบจะหยุดหายใจเมื่อคนที่กำลังจ้องเธออยู่คือธาม...นายแบบชื่อดังกำลังมองเธออย่างไม่สบอารมณ์นักจนเธอรู้สึกสงสัย เพราะก่อนหน้านี้เธอได้ยินเพื่อนสนิทที่เป็นแฟนคลับของเขาเล่าให้ฟังว่าผู้ชายคนนี้เป็นเทพบุตรที่ยิ้มเก่งแถมยังสดใสแต่ตอนนี้มันช่างแตกต่างจากที่เธอได้ยินมาเสียจริง "แนะนำตัวเลย ว่าอะไรทำให้อยากทำงานที่นี่"ชายหนุ่มวัยกลางคนเอ่ยขึ้นเรียกสติของเพียงขวัญ "ค่ะ ชื่อเพียงขวัญ รัตนะวิสัย อายุยี่สิบสี่ปีเพิ่งเรียนจบค่ะแต่มีความสนใจทางด้านแฟชั่นเพราะก่อนหน้านี้มักจะถูกล้อเรื่องรสนิยมการแต่งตัวไม่เป็นมาตลอดจึงอยากเรียนรู้เรื่องนี้ให้มากค่ะ" เพียงขวัญพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใส "อันที่จริงแล้วเธอไม่มีรสนิยมการแต่งตัวเลยต่างหาก" เจ้าของเสียงนั้นคือ ธาม นายแบบอายุ 27 ปีที่โลดแล่นในวงการทั้งงานแสดงและเดินแบบจนโด่งดังระดับโลกและตอนนี้ธามกำลังนั่งมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าเอ่ยออกมาเสียงนิ่งจนคนฟังสะอึก มันก็จริงที่เขาพูดเพราะเธอไม่รู้จักแต่งตัวจริงๆ วันนี้เธอเองก็หยิบเสื้อเชิ้ตสีส้มคอปกกับกางเกงสีน้ำเงินลายนกกระยางตัวโปรดซึ่งอาจจะไม่เข้ากันในสายตาคนอื่นแต่สำหรับเธอมันก็พอไปได้ "ก็ยิ่งต้องรับดิฉันแล้วค่ะ ช่วยสอนให้ดิฉันมีรสนิยมด้วยนะคะ" เพียงขวัญยืนขึ้นก้มหัวให้กรรมการทั้งหมดก่อนที่ธามคนเจ้าอารมณ์จะสั่งให้พนักงานชายสองคนมาลากเธอออกไปจากห้องทันทีที่เธอพูดจบ จนเพียงขวัญงงไปหมดเมื่อร่างของเธอถูกพาออกมานอกห้องแล้วได้รับแจ้งว่าจะติดต่อกลับ เท่านั้นทำให้เธอรู้ทันทีว่าเธอคงต้องหางานใหม่เสียแล้ว : ร้านกาแฟ "ฮ่าๆ ฮ่า"เสียงหัวเราะของเจ้าของร้านดังลั่นเมื่อเขาฟังเพียงขวัญเล่าจบ นะโมเจ้าของร้านกาแฟผู้มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับหลุดมาจากนิยายหัวเราะลูกค้าประจำสาวอย่างสุดเสียงจนคนเล่าต้องตีเข้าที่แขนลำเป็นการลงโทษ "หัวเราะอะไรนักหนาเล่า" "ก็บอกแล้วว่าให้ส่งรูปมาให้ดูก่อนออกไป แล้วดูสิได้พูดแค่ไม่กี่ประโยคเอง" นะโมแซวหญิงสาวเข้าอีกหนึ่งดอกทำเอาสาวเจ้าคอตกนอนฟุบกับเคาร์เตอร์ด้วยความเซ็ง เมื่อเขาเห็นเธอรู้สึกไม่ดีเช่นนั้นมือหนาก็จัดการลงมือทำลาเต้หวานร้อยของโปรดคนสิ้นหวังตรงหน้าให้เธอ "ของฉันใช่ไหม?"ดวงตาเศร้าเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นดวงตามีประกายสดใสทันทีที่เห็นแก้วลาเต้หอมวางลงตรงหน้า เธอไม่รอฟังคำตอบแต่รีบคว้ามันขึ้นมาดื่มทันทีด้วยความชื่นใจ "เป็นไง? หวานร้อยยยยย" "รอบหน้าขอเกินร้อยได้ไหม" "กินหวานแค่พอให้อารมณ์ดี ไม่ใช่กินจนเบาหวานถามหาเข้าใจไหมยัยโก๊ะ" นะโมดีดเข้าที่หน้าผากมนเบาๆ เป็นการหยอกล้อก่อนจะจ้องมองใบหน้าหวานตรงหน้าอย่างอารมณ์ดี เพียงขวัญมักจะเป็นเช่นนี้เสมอเมื่อก่อนที่เขามาเปิดร้านใหม่เพียงขวัญเดินเข้ามาใช้บริการเป็นคนแรกแถมยังสั่งลาเต้ความหวานสองร้อยจนเขายังตกใจที่เธอชอบกินหวานขนาดนั้นทั้งแต่หลังๆ มาเขาก็ค่อยๆ ปรับพฤติกรรมเธอให้กินหวานน้อยลงผ่านกาแฟที่เธอกินทุกวัน "แฮ่มมม ทำอะไรกันอยู่จ๊ะ"นกยูงเพื่อนสนิทของเพียงขวัญทักขึ้นก่อนจะโบกมือทักทายนะโมอย่างทุกวันเธอดึงลาเต้จากมือของเพื่อนรักมาชิมแล้วต้องรีบส่งคืนทันทีแล้วรีบหันไปถามคนชง "หวานเกินไปปะโม" "วันนี้ยัยนี่อารมณ์ไม่ดีเลยตามใจสักหน่อย" "หวานสองร้อยเหรอ? ถึงว่าอร่อยจัง"เพียงขวัญพูดพร้อมกอดแก้วลาเต้แน่นที่เพื่อนชายยอมชงในแบบที่เธอให้ชิมสักที "ขนลุก ว่าแต่แกอารมณ์ไม่ดีอะไร"นกยูงถามอย่างอยากรู้อยากเห็น "ฉันถูกลากออกจากห้องสัมภาษณ์เพราะการแต่งตัว" พอพูดถึงจุดนี้เพียงขวัญก็ทำหน้าเศร้าขึ้นมาอีก "ไม่แปลกใจเลยเพื่อน ดูจากการแต่งตัวของแกแล้วหน้าสวยๆ ก็ช่วยไม่ได้" นกยูงแซวจี้จุดจนเพียงขวัญต้องดูดลาเต้หวานๆ ลงคอเพื่อปลอบใจตัวเองพอนกยูงเห็นเพื่อนไม่สบายใจจึงโอบเข้าที่ร่างเธอเบาๆ เป็นการปลอบโยนทำเอาคนที่มองอยู่อย่างนะโมถึงกับอมยิ้ม "ไอ้ธามบ้า อย่างน้อยก็ควรให้ฉันได้พูดมากกว่านั้นหน่อยสิ!" "ห๊า อย่าบอกนะ...ว่าแกไปสมัครบริษัทพี่ธามของฉันจริงๆ" "ก็จริงน่ะสิ" นกยูงอึ้งเมื่อเพื่อนสาวตอบมาแบบนั้น ตอนแรกที่เธอได้ยินเพียงขวัญสอบถามเรื่องบริษัทธามโมเดลลิ่งเธอคิดแค่ว่าเพื่อนรักอาจจะแค่อยากศึกษาแต่ที่ไหนได้เพียงขวัญกลับไปสมัครงานโดยที่ไม่บอกเธอด้วยซ้ำ "แล้วดูแกแต่งตัวดิ โอยยย" "แต่ใช่ว่าจะไม่มีหวัง เขาบอกจะติดต่อมานะ" "คิดว่าเขาจะติดต่อมาจริงๆ เหรอ"นกยูงหันไปถามนะโม นะโมมองเพียงขวัญนิ่งแล้วส่ายหัวเบาๆ เป็นคำตอบทำเอาเพียงขวัญถึงกับต้องทำใจยอมรับความจริงว่าเธอคงต้องหางานใหม่ ตืดๆ ตืด เพียงขวัญก้มมองโทรศัพท์ตัวเองที่สั่นอยู่ข้างๆ แล้วต้องแปลกใจเมื่อเบอร์ที่โชว์ขึ้นนั้นไม่คุ้นมาก่อน เธอจึงคว้ามันขึ้นมาแนบหูด้วยความรู้สึกหงุดหงิด "ถ้าจะโทรมาก่อกวน ไม่ว่างค่ะ" (โมเดลลิ่งนะคะ คุณเพียงขวัญ รัตนะวิสัยถูกต้องไหมคะ) เพียงขวัญตกใจลุกขึ้นยืนก่อนจะค่อยๆ กดเปิดลำโพงให้เพื่อนทั้งสองที่ฟังอยู่ได้ยินพร้อมกัน เพียงขวัญสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะกรอกเสียงตอบคนในโทรศัพท์ไป "ชะ ใช่ค่ะ" (ยินดีด้วยค่ะ คุณได้รับการคัดเลือกพรุ่งนี้เข้ามาฟังคำชี้แจงหน้าที่ได้ตามเวลาที่ส่งให้ทางอีเมลนะคะ) "ขะ ขอบคุณค่ะ" เพียงขวัญตัดสายไป ก่อนจะยืนเอามือทั้งสองข้างเท้าเอวมองเพื่อนทั้งสองอย่างภูมิใจเธอเดินไปมาหน้าเคาร์เตอร์ราวกับกำลังเรียนแบบท่าเดินของบรรดานางแบบสาวในทีวีต่อหน้าเพื่อนทั้งสองที่ยังคงอึ้งอยู่ "สะ สุดยอด"นะโมพูด "ฉันบอกแล้วว่าชุดนำโชคของฉันไม่เคยทำให้ผิดหวัง"เวลา 7:00 น.เพียงขวัญยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องในคอนโดหรูอยู่ประมาณสิบนาทีได้ เธอกำลังรู้สึกตกใจในคำสั่งแรกที่ได้รับจากบริษัทเมื่อเช้าเพราะคำสั่งนั้นคือเธอต้องมาปลุกธามให้เข้าบริษัทพร้อมเธอให้ได้ โดยมีกฎอยู่ไม่กี่ข้อในการปลุกเขา1.ใส่รหัสที่ให้ได้เลย ห้ามเคาะประตูเพราะเขาเกลียดเสียงเคาะประตูตอนเช้าข้อนี้เธอแอบสงสัยว่ากับอีกแค่เสียงเคาะเขายังไม่ชอบแล้วการที่ทางบริษัทให้ใครก็ไม่รู้อย่างเธอเข้าไปปลุกเขาถึงในห้องนี่คิดว่าเขาจะชอบใจหรือยังไง?2. เมื่อถึงหน้าห้องนอน ใช้วิธีไหนก็ได้ให้เขาตื่นโดยไม่ต้องเสียงดัง ปล.ปกติธามไม่ปิดประตูห้องนอนขนาดเธออ่านมาถึงจุดนี้ยังไม่มีวิธีไหนในสมองที่นึกออกเลย ให้ตายเถอะ!"เอาวะ คุยโม้เพื่อนไว้สะเยอะตกงานตั้งแต่วันแรกคงไม่มีหน้าไปเจอทุกคน"เพียงขวัญเรียกกำลังใจชะเง้อหน้าเข้าไปสำรวจภายในห้อง แต่เธอต้องตกตะลึงเพราะสิ่งแรกที่สายตาเธอจับโฟกัสได้คือในห้องนี้เต็มไปด้วยตุ๊กตาแคร์แบร์หลายสีที่ถูกจัดเก็บไว้ในตู้โชว์อย่างดีเด่นออกมาจากโทนสีการตกแต่งห้องที่เป็นสีเทาดำขาว นั้นทำให้เพียงขวัญอดที่จะก้าวเท้าเข้าไปหยุดดูมันใกล้ๆ ไม่ได้"สุดยอดโคตรเยอะ มีตัวที่หายากด้วย"เพี
ธามกึ่งรากกึ่งจูงเพียงขวัญให้ขึ้นรถมากับเขา ซึ่งตลอดการเดินทางธามยังคงนิ่งเงียบและถอนหายใจทิ้งอยู่ตลอดเวลา เหมือนกับว่าเขาเบื่อหน่ายกับชีวิตเหลือเกิน จนหญิงสาวเลือกที่จะนั่งมาเงียบๆ เพราะไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วชายหนุ่มเป็นคนประเภทไหนกันแน่ พอถึงบริษัทต้นสังกัดเขาก็เดินนำเธอขึ้นไปยังห้องประชุมทันที โดยทิ้งให้หญิงสาวคอยวิ่งตามอยู่ด้านหลัง เนื่องจากเขาตัวสูงและขายาวมากเพียงเขาก้าวออกไปไม่ไกลมันก็เท่ากับสองสามก้าวของหญิงสาวเลยเชียว และทันทีที่มือหนานั้นเปิดประตูบานใหญ่เข้าไปได้พนักงานทุกคนด้านในก็ต่างทำหน้าตกตะลึงกับภาพที่เห็น ทุกคนต่างพากันมองหน้าสบตาราวกับว่ากำลังแปลกใจ"มานี่!"ธามที่ยังคงหงุดหงิดกระชากเข้าที่ข้อมือเล็กให้เดินเข้ามาหยุดอยู่ต่อหน้าทุกคนในห้อง ...ตาบ้านี่นิสัยเสียจริงๆ...เพียงขวัญได้แต่บ่นในใจที่ถูกเขาลากจูงราวกับเธอเป็นสิ่งของ"ใครเป็นคนรับยัยนี่!""พี่เองจ้า"ฟาง...ผู้จัดการหนุ่มของธามเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มยิ่งทำให้ธามรู้สึกหงุดหงิดขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว เขาได้พูดชัดเจนตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาไม่ต้องการผู้ช่วยผู้หญิง เพราะนอกจากจะชอบเป็นภาระยังเป็นตัวน่ารำคาญอีก"พี่ฟาง!
: เพียงขวัญเช้าวันต่อมา วันนี้ฉันได้รับอนุญาตให้หยุดแต่ไม่ใช่เพื่อพักผ่อน ฉันจะต้องขนของเข้าห้องพักที่อยู่ติดกับคุณธามนั้น ซึ่งฉันต้องทำมันให้เรียบร้อยภายในวันนี้ แต่วันนี้มันก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่ฉันต้องทำคือการไปปลุกนายแบบคนดังไปทำงาน แอบสงสัยเหมือนกันว่าคนบ้าอะไรต้องให้คนอื่นมาปลุกทุกวัน ตื่นเองมันยากนักหรือไง?ฉันทั้งบ่นทั้งหงุดหงิดที่ต้องมาคอนโดแต่เช้าเพียงเพราะเหตุผลแค่นี้ ยิ่งเมื่อวานพอกลับบ้านไปขออนุญาตพ่อแม่ก็โดนบ่นมายกใหญ่ เพราะคิดว่าฉันโตแล้วอยากจะออกไปอยู่คนเดียวและทิ้งพวกท่านจนฉันต้องรีบโทรหาทางบริษัทให้ช่วยอธิบายและพี่ฟางก็รีบขับรถไปหาฉันถึงบ้านกว่าทั้งสองคนจะเข้าใจก็เล่นเอาพี่ฟางเหนื่อยเหมือนกัน แต่ยังดีที่พี่ฟางเป็นคนมีเหตุผลมากจึงทำให้พ่อและแม่ไว้ใจ เขาเลยช่วยฉันขนของบางส่วนมานอนที่นี่เพราะตอนเช้าฉันต้องปลุกคุณธามตืด หลังกดรหัสฉันก็เดินตรงเข้ามายังตู้โชว์ตุ๊กตาหมีอย่างเช่นเมื่อวาน น่าจะนุ่มกอดอุ่นจังนะ...ไม่ได้ๆ ต้องรีบไปปลุกคุณธามเดี๋ยวจะสายเอาถ้าแบบนั้นฉันคงเป็นผู้ช่วยที่แย่มาก ฉันเดินตรงเข้าไปข้างเตียงแล้วโน้มตัวลงสังเกตใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังหลับตาพริ้มด้วยควา
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาเวลาตีสามกว่าเพียงขวัญกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมของใช้ส่วนตัวของธามตามที่ฟางได้ส่งมาให้ ซึ่งของแต่ละอย่างกว่าจะหามาได้ครบก็ทำเอาเพียงเพราะขวัญอดหลับอดนอนไปไม่น้อย ไหนจะของใช้ส่วนตัวที่ต้องไปเอาจากห้องของคนขี้โมโหนั้นอีก"เสร็จสักทีเว้ย เห้ย! เหลือเวลาอีกชั่วโมงเดียวต้องไปบริษัทแล้ว"เพียงขวัญบ่นอุบ ท้ายที่สุดเธอก็ไม่ได้นอนจนได้ เธอหันมองกระเป๋าใบโตที่เต็มไปด้วยอาหารสำหรับธามอัดอยู่จนแน่นด้วยความสงสัยว่านายแบบเขาไม่สามารถกินอะไรเหมือนชาวบ้านได้หรือยังไง ถึงต้องจัดเตรียมไปเองขนาดนี้"บ่นไปก็เท่านั้น เพื่อเงิน!"หลังจากเรียกขวัญกำลังใจให้ตัวเองเรียบร้อย หญิงสาวก็รีบไปจัดการอาบน้ำแต่งตัวและเตรียมของใช้ของตัวเองสำหรับการไปถ่ายงานที่ทะเลวันพรุ่งนี้ เพราะจะต้องนอนค้างหนึ่งคืนซึ่งข่าวร้ายก็คือเธอต้องไปกับธามแค่สองคน!เธอแอบคิดไปว่าฟางมั่นใจอะไรในตัวเธอถึงกล้าปล่อยเด็กใหม่ไปดูแลนายแบบเบอร์หนึ่งเพียงคนเดียวแบบนี้ ทั้งที่เธอก็ยังไม่รู้อะไรด้วยซ้ำพอถามก็ได้คำตอบมาว่าเดี๋ยวธามจะบอกความต้องการของเขาเอง ซึ่งเธอคิดว่าเขาคงไม่บอกธรรมดาแต่คงตะโกนบอกนั่นแหละ =_=กึก...กึก"เห... ทำไมป
: ธาม: กองถ่าย"ถึงแล้ว..."ผมพูดพร้อมกับหันไปบอกผู้ช่วยที่นั่งมาข้างคนขับ แต่กลับพบว่าเธอกำลังนอนหลับตาพริ้มอย่างสบายใจจนผมต้องเก็บคำพูดลงคอเมื่อวานเธอคงเตรียมทุกอย่างสำหรับผมจนไม่ได้นอนถึงได้สภาพเป็นแบบนี้ ผมค่อนข้างเลือกกินเลยทำให้ต้องเตรียมของเยอะเสียหน่อยคงจะทำให้เธอวุ่นวายไม่น้อยตอนแรกเธอบอกผมว่าจะอาสาเป็นคนขับรถให้ผมด้วยซ้ำ แต่พอถามไปถามมาเธอกลับยังไม่มีใบขับขี่เสียแบบนั้นแล้วอย่างนี้ใครจะกล้าให้ขับกัน แต่ก็ดีแล้วที่ผมตัดสินใจขับเอง ดูสิคนอาสาขับรถสิหลับมาตลอดทางขนาดนี้ โชคดีที่สถานที่ไม่ไกลมาทำให้พอมาถึงผมยังมีเวลาเข้าไปบรีฟงานได้ก่อนเริ่มถ่าย "เอาไงกับยัยนี่ดีละ?..."ผมมองสำรวจใบหน้าเล็กที่หลับพริ้มก่อนจะตัดสินใจทิ้งให้เธอนอนพักอยู่ในรถแล้วรอถ่ายเสร็จสักเซตค่อยมาดูเธออีกทีก็แล้วกัน พี่ฟางก็ใจร้ายเหมือนกันนะเนี่ยที่นอกจากไม่สอนงานยังปล่อยให้เธอมาออกงานนอกสถานที่ตั้งแต่เริ่มงานแบบนี้ เป็นใครก็ต้องสลบเป็นธรรมดา"ทนหน่อยแล้วกันนะยัยเด็กน้อย เสร็จงานนี้ฉันก็ไล่เธอออกแล้ว"ผมพูดเบาราวกับกระซิบเพื่อไม่ใช้เด็กสาวตื่นจากภวังค์ก่อนจะเอื้อมมือไปกดปรับเบาะให้เธอได้นอนในท่าที่สบายกว่
: ธามหงุดหงิดจังวะ~ผมคิดในใจเมื่อมองตรงไปยังเพียงขวัญที่กำลังถูกพนักงานหนุ่มในกองเข้ารุมล้อม จริงอยู่ที่เธอไม่ค่อยมีรสนิยมในการแต่งตัวแต่ใบหน้านั้นกลับสวยหวานจนสามารถดึงดูดหนุ่มๆ เข้าหาได้ไม่น้อย รู้แบบนี้ปล่อยให้ใส่ชุดเชยๆ นั้นมาก็คงไม่ต้องมานั่งหงุดหงิดแบบนี้ ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงหงุดหงิดแบบนี้เหมือนกันอาจจะเป็นเพราะเธอมากับผมแต่สนใจผมน้อยกว่าคนรอบข้างละมั้ง"ธาม...เป็นอะไรหรือเปล่า มองลิลลี่หน่อยสิ"เสียงตากล้องเรียกสติผมให้หันกลับมาสนใจนางแบบข้างกาย "ขอโทษด้วยครับพี่ ผมรู้สึกร้อนนิดหน่อยขอดื่มน้ำได้ไหมครับ""ได้ๆ พักก่อนๆ เดี๋ยวเป็นลมเอาวันนี้ยิ่งร้อนมากกว่าทุกวันด้วยพี่ก็ว่าปกติธามไม่เป็นแบบนี้"ตากล้องพูด"พี่ธามโอเคไหมคะ?"ลิลลี่นางแบบสาวเอื้อมมือมาจับเข้าที่แก้มผมเบาๆ ก่อนจะส่งสายตาเชิญชวนมาให้ ผมเองก็เป็นผู้ชายทำให้รับรู้ได้เลยว่าเธอกำลังสนใจตัวผมอยู่ไม่น้อยซึ่งก็ยอมรับเลยว่าผมเองก็มีใจให้เธอถึงผมจะมีคู่หมั้นแล้วก็เถอะ แต่หมั้นกันทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้สึกอะไรแล้วมันก็ไม่ต่างจากการไม่มี"พี่ปวดหัวจังครับ"ผมพูดพลางก้มตัวลงต่ำจนใบหน้าเราเกือบชิดกันนั้นทำให้หญิงสาวตรงหน้าเกิดอาก
: เพียงขวัญฉันนั่งซึมอยู่ในห้องพักของพี่ไนท์หลังจากที่เขาพาฉันหนีออกมาจากคนใจร้ายนั้น ฉันไม่คิดเลยว่าเขาจะทำแบบนั้นกับฉัน ตั้งแต่ทำงานมาอาทิตย์เขาค่อยแกล้งฉันตลอดก็เข้าใจว่าเขาไม่ชอบที่ฉันวุ่นวาย แต่ครั้งนี้มันออกจะเป็นการแกล้งที่มากไปหน่อยตั้งแต่มาถึงฉันก็ยังไม่รู้จะพูดอะไรออกไปดีเพราะตอนนี้ฉันกำลังไม่เข้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้คุณธามไม่มีท่าทีจะแยแสฉันเลยด้วยซ้ำแต่ทำไมวันนี้เขาถึงมีท่าทางเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้แล้วอะไรทำให้เขากล้าลวนลามฉันถึงขั้นนั้น!"เอิ่ม ธามมัน...""เขาเป็นแบบนี้ตลอดเหรอคะ? เป็นพวกเห็นผู้หญิงไม่ได้งั้นเหรอหรือเป็นโรคจิต""ไม่ใช่หรอก จริงๆ พี่คิดไว้อยู่แล้วว่ามันสนใจเราก็เลยแกล้งเล่นแต่มันเป็นพวกหวงแรงอ่าสิ ขอโทษด้วยนะ"ฉันนิ่งไปเมื่อรู้ว่าคนใจร้ายนั่นสนใจในตัวฉันจริงๆ เขาคิดว่าหน้าตาดีแล้วใครก็จะยอมนอนด้วยหรือไงกัน!"เพียงไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น...""พี่เข้าใจ มันก็คงไม่คิดแบบนั้นหรอก มันอาจจะแค่ขู่ที่เห็นเพียงให้ความสนใจพี่มากกว่ามันตามภาษาคนขี้หวง""ขู่เหรอ? ถ้าพี่ไม่มาเขาคงปล้ำเพียงแล้ว เพียงไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วอ่าพี่ไนท์ เพราะเขาบ้ากามแบบนี้ใช่ไห
หลังจากที่หญิงสาวพยายามเปิดประตูอยู่นานจนแน่ใจแล้วว่าเธอคงไม่มีทางหนีออกจากห้องนี้ได้ จึงตัดสินใจโทรคุยเรื่องนี้กับฟางโดยตรง เผื่อว่าเขาจะเข้าใจในเหตุผลของเธอ(ฮัลโหล)"พี่ฟาง เพียงเองนะคะ"(ว่าไง)"คือ เพียงพึ่งรู้ว่าสัญญาการทำงานมันครอบคลุมถึงเรื่องที่เพียงไม่อาจจะทำได้ เพียงไม่เต็มใจค่ะเพียงไม่ทันได้อ่าน"(งั้นเหรอ...แล้วจะทำยังไงดีละ พี่นึกว่าเราอ่านดีแล้วเสียอีก)"พี่ฟาง ขอเถอะนะคะยกเลิกสัญญาแล้วหาคนใหม่"(พี่ต้องคุยกับธามก่อนถ้าเขาโอเคมันก็ไม่มีปัญหา ว่าแต่...มันเริ่มเลยเหรอ?)"พี่หมายความว่ายังไง...เพียงไม่ใช่ผู้หญิงที่จะแลกตัวกับเงินแค่ห้าหมื่นหรอกนะ!"(พี่ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น...)เสียงปลายสายเปลี่ยนจากการหยอกล้อเป็นน้ำเสียงกำลังคิดเหมือนกับว่าเขากำลังไม่เข้าในสิ่งที่ฉันพูด"แล้วมันหมายความว่ายังไง!"(ธามมันทำอะไรเพียงขวัญ)"เขาลวนลามหนูแถมบอกจะว่าถ้าหนูตกเป็นเมียเขามันก็ยังอยู่ในสัญญา!"(ห๊า!!!!)"เพียงเพิ่งจะอายุแค่ยี่สิบสี่เองนะ เพียงไม่ได้อยากจะเป็นแบบนี้ ฮึก เพียงไม่อยาก..."น้ำตาใสรินไหลออกมาอย่างสุดจะทน เธอกำลังกลัวเหลือเกินกลัวว่าเรื่องนี้จะถึงพ่อแม่ของเธอท่านจะต
: ร้านนะโมเพื่อนทั้งสองเรียกตัวเพียงขวัญมาที่ร้านทันทีที่ได้เห็นข่าวการคบหาต่างวัยของนายแบบหนุ่มอันดับหนึ่งและผู้ช่วยสาวที่ดังไปทั่วอินเทอร์เน็ต แต่เพื่อนสนิทอย่างเขาสองคนกับไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย ทั้งสองคนกอดอกนั่งมองตัวการที่กำลังยิ้มแห้งๆ โดยไม่ยอมพูดอะไรจนนะโมต้องเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน"ยังไม่อธิบายมาอีก ในข่าวนั้นมันหมายความว่ายังไง""ก็ตามนั่นแหละ ก็คบกันสักพักแล้ว""แล้วไม่คิดจะบอกเพื่อนอย่างพวกเราเลยหรือไง?"นกยูงโวยขึ้นอีกคน"ก็ไม่รู้ว่าจะคบกันนานไหมเลยไม่บอก กลัวหน้าแตกที่มีแฟนฮอตขนาดนั้นอีกอย่างฉันก็ไม่รู้ด้วยว่าเขาจะให้ข่าวด้วยตัวเองแบบนั้น"เพียงขวัญพูดแล้วทำท่าทีเขินอายจนเพื่อนสองคนต้องกลอกตามองบน ไอ้ประโยคที่พูดมาเมื่อครู่นั้นไม่ต่างจากการอวดเลยสักนิด ทำให้นกยูงถึงขั้นหมั่นไส้ทำท่าทางล้อเลียนเธอจนเจ้าตัวต้องตีเข้าที่ไหล่ของเพื่อนสาวเป็นการแก้เขิน"แล้วนี่บอกแม่กับพ่อยัง? เขาจะตกใจไหมเนี่ยอยู่ๆ ก็มีแฟนแถมเป็นคนดัง อีกอย่างอายุพวกเธอก็ห่างกันด้วย"นะโมพูดพร้อมกับมองเพื่อนสาวที่มีสีหน้ากังวลขึ้นมาเพียงเท่านั้นเขาก็รู้ได้ทันทีว่าเธอยังไม่ได้บอกครอบครัว"ยัยบ้าแล้วอย่างนี้พ
ธามยังคงนั่งมองรูปของน้องสาวอยู่ในห้องด้วยความรู้สึกคิดถึงจนเพียงขวัญต้องเดินเข้ามาสวมกอดเขาเข้าที่ด้านหลังเบาๆ หลังจากที่เรื่องทุกอย่างผ่านไปธามก็ขอให้เพียงขวัญเขามาอยู่ที่บ้านเป็นเพื่อนพ่อกับแม่ของเขาที่สภาวะอารมณ์ยังไม่คงที่ อย่างน้อยถ้าพวกท่านได้เห็นหญิงสาวที่สดใสอย่างเพียงขวัญอาจจะรู้สึกดีขึ้น "พี่ดีขึ้นหรือยังคะ?""พี่อ่อนแอได้ที่ไหนล่ะ""พี่อ่อนแอได้ตลอดนะ มีหนูอยู่ข้างๆ ทั้งคนจะร้องไห้ก็ได้หนูไม่ว่าหรอกไม่ล้อด้วย"เพียงขวัญพูดพร้อมกับโยกตัวไปมาเพื่อเอาใจคนตัวสูง ธามเองก็รู้สึกดีขึ้นจนต้องหันมากอดขอบคุณเพียงขวัญที่คอยอยู่ข้างๆ เขามาจนถึงวันนี้ แถมยังคอยดูแลพ่อและแม่ของเขาให้อีกด้วย"ขอบคุณนะ...หนูน่ารักที่สุดเลย""แน่นอนอยู่แล้ว""ถ่อมตัวบ้างก็ได้นะหนูเพียง"ธามพูดพร้อมขยี้ผมเพียงขวัญเบาๆ ด้วยความเอ็นดูจนคนถูกแกล้งโวยวายใหญ่ที่เขาทำทรงผมเธอเสียทรง ช่วงนี้ธามยังอยู่ในช่วงลาพักร้อนทำให้พวกเขามีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้นและฟางก็เข้าใจเพราะตอนที่ทางบริษัทรู้ข่าวทุกคนก็ต่างตกใจจนต้องเคลียร์a dตารางงานให้ธามทั้งหมดทั้งคู่ตกลงจะคบหากันต่อไป และจะบอกทุกคนหลังจากที่สภาพจิตของครอบครัวธามดี
:ธามหลังจากที่จัดการเรื่องในงานเสร็จผมก็เดินกลับเข้ามาในห้องแต่งตัวเพื่อดูอาการพ่อกับแม่ที่นั่งรออยู่ด้านใน ผมถอนหายใจทิ้งด้วยหัวใจที่หวาดหวั่นเพราะไม่อยากจะเห็นภาพของพ่อและแม่ที่กำลังทุกข์ใจจนไม่กล้าที่จะเปิดประตูเข้าไป...จนมือเล็กๆ ของคนที่ยืนอยู่ข้างๆ จับเข้าที่แขนผมเบาๆ เป็นการให้กำลังใจก่อนที่เธอจะส่งยิ้มให้ผมเป็นการปลอบโยนแล้วส่งสัญญาณให้ผมเข้าไปดูพวกท่าน "เธอรอฉันอยู่ตรงนี้ก่อนนะ...""ฉันจะรอคุณตรงนี้ค่ะไม่ต้องกังวล"ผมสวมกอดเพียงขวัญครั้งหนึ่งเป็นการขอกำลังใจก่อนจะเปิดประตูเข้าไปหาคนเป็นพ่อแม่ ซึ่งตอนนี้ตรงหน้าผมก็คือภาพพ่อที่กำลังกอดแม่ไว้ในอ้อมกอดแน่นและท่านทั้งสองคนกำลังร้องไห้... ผมจึงคลานเข้าไปนั่งตรงหน้าทั้งสองคนแล้วกอดท่านไว้เช่นกัน"ผมขอโทษที่ทำให้ต้องรู้เรื่องนี้""มันถูกต้องแล้วลูก ลูกช่วยท้วงความยุติธรรมให้น้องมันถูกต้องแล้ว"พ่อลูบเข้าที่ไหล่ผมเบาๆ ก่อนที่แม่จะค่อยๆ เอื้อมมือมาปาดน้ำตาที่ไหลออกมาให้ผม"ลูกรู้มานานขนาดนั้น แถมยังต้องปิดบังเพราะกลัวพ่อแม่เป็นทุกข์...ลูกต้องทุกข์ใจคนเดียวขนาดนั้นแม่ขอโทษนะ""แม่อย่าร้อง..."ผมโผล่เข้ากอดคนเป็นแม่แน่น"ถึงธันย่
: เพียงขวัญงานหมั้นเริ่มขึ้นด้วยบรรยากาศที่ดูครึกครื้นแขกในงานเต็มไปด้วยนายแบบและนางแบบชื่อดังแถมยังมีบรรดาไฮโซเต็มงานไปหมด ทุกคนดูยิ้มแย้มแจ่มใสและดีใจกับคู่รักในวันนี้จะเว้นก็แต่ชายหนุ่มที่ต้องยืนต้อนรับแขกอยู่หน้างานที่ตั้งแต่เช้ายังไม่มีใครได้เห็นรอยยิ้มของเขาเลย นอกจากเขาจะมีสีหน้าเรียบเฉยแล้วดวงตายังเหม่อลอยอย่างเห็นได้ชัดจนฉันเป็นกังวล"หนู...ใช่ผู้ช่วยเจ้าธามไหม"ฉันหันไปมองตามเสียงเรียกจากด้านหลัง หญิงสาววัยกลางคนที่มีท่าทางสง่าและสูงศักดิ์กำลังยืนยิ้มให้ฉันอยู่ด้วยรอยยิ้มที่สดใสถ้าให้เดาจากโครงหน้าที่เด่นชัดนี่คนคนนี้คงจะเป็นแม่ของคุณธาม"ใช่ค่ะ"ฉันรีบยกมือไหว้ท่านทันทีก่อนจะยิ้มตอบอย่างนอบน้อมก่อนที่จะชายวัยกลางคนจะเดินเข้ามาร่วมวงสนทนา เขาคงจะเป็นคุณพ่อของคุณธามฉันเลยแนะนำตัวไปคร่าวๆ ว่าฉันเป็นเพียงผู้ช่วยของเขาทำให้ทั้งคู่ชื่นชมฉันยกใหญ่ที่สามารถดูแลคนเรื่องมากอย่างเขาได้"ตอนเด็กน่ะนะ ตาธามนี่กินยากอยู่ยากชอบอยู่คนเดียวไม่ค่อยพูดจากับใคร ไม่คิดว่าโตมาจะได้เป็นนายแบบเบอร์หนึ่งดังขนาดนี้"คนเป็นแม่พูดพร้อมกับมองคนที่ถูกพูดถึงด้วยสายตาภูมิใจ"ตอนนี้เขาดังมากเลยค่ะคุณน้า"ฉั
: งานหมั้นธามยืนจ้องเมียสาวที่กำลังแต่งตัวให้เขาด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง เขาไม่สามารถเก็บความเจ็บปวดนี้ไว้ได้เลย เพียงขวัญเองก็ไม่ต่างกันเธอกำลังสวมสูทให้คนรักอย่างอ่อนโยนแม้ในใจมันช่างทรมานสุดแสนจะบรรยายได้ ฟืบร่างสูงของธามสวมกอดเพียงขวัญแน่นจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน เพียงขวัญเองก็ได้แต่เอื้อมมือไปลูบหลังคนรักอย่างปลอบโยนด้วยความเข้าใจ สุดท้ายแล้วไม่ว่าเขาจะเลือกหมั้นเพราะอะไรเธอก็พร้อมจะปล่อยเขาไป"เวลามันผ่านไปเร็วมากเลย...""เวลาเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ค่ะ""เธอทรมานเหมือนฉันไหม?""ฉันเลือกอะไรไม่ได้ค่ะ สุดท้ายคุณก็ไม่ใช่ของฉัน"เพียงขวัญพูดอย่างพยายามอดกลั้นความเสียใจที่มันปนออกมาพร้อมกับน้ำเสียงสั่น แต่เหมือนธามจะรับรู้ได้ว่าเธอเสียใจมากจึงกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอย่างหวงแหน"หลังจากหมั้น ฉันจะถอนหมั้นทันทีถึงตอนนั้นเธอจะยังไม่กลับมาก็ไม่เป็นไร แต่ฉันจะพยายามจีบเธอใหม่""อย่าเลยค่ะ คุณคิดจะหมั้นแล้วคุณก็ต้องอยู่กับเธอให้นานๆ สิ""มันไม่ใช่ความต้องการของฉันแล้วเพียงขวัญ เธอคือคนที่ฉันต้องการไม่ใช่โรส แต่ฉันไม่บังคับเธอนะเธอรอดูพฤติกรรมฉันก่อนก็ได้""คุณพูดอะไรของคุณ"เพ
: เพียงขวัญหลังจากที่คุณธามออกไปหาพี่ไนท์ที่ร้านอาหาร ฉันก็แอบมาพบกับพี่มอสอีกครั้งโดยที่ไม่ได้บอกใครเขาส่งข้อความมานัดฉันตั้งแต่เช้าโชคดีที่คุณธามไม่รู้ไม่อยากนั้นเขาคงไม่ให้ฉันมาแน่ ที่มาวันนี้ไม่ใช่เพราะฉันยังเหลือเยื่อใยอะไร แต่ฉันคิดว่าการที่ฉันไม่พูดหรือตัดความสัมพันธ์อย่างตรงไปตรงมาจะยังทำให้เขาคิดว่ายังมีโอกาสกลับไปคบกันได้อีก เพราะหลายวันที่ผ่านมาพี่มอสยังคงส่งข้อความราวกับว่าเรายังเป็นคนรักกันอยู่มันเหมือนกับว่าเขาคิดจะรอฉัน"พี่มอสมานานหรือยังคะ?"ฉันถามขึ้นก่อนจะนั่งลงตรงเก้าอี้ตรงข้ามเขาและพบว่าบนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารที่ฉันชอบหลายเมนู และนั้นทำให้ฉันรู้ได้ทันทีว่าเขากำลังพยายามเอาใจฉันอยู่ "ไม่นานหรอก ทานเลยสิเดี๋ยววันนี้ต้องไปทำงานไม่ใช่เหรอ?""อาทิตย์นี้เพียงพักค่ะ พอดีคุณธามเขาต้องเตรียมตัวหมั้นตารางงานเลยว่างค่ะ"ฉันพูดออกไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบราวกับไม่รู้สึกอะไร แต่อันที่จริงแล้วในใจของฉันมันยังเจ็บไม่น้อยเลยที่ต้องยอมเห็นคนที่ตัวเองรักไปเป็นของคนอื่น แต่จะทำยังไงได้ละนอกจากทำมันให้ดีที่สุดก่อนจะจากกัน"หลังจากนั้น...เพียงจะทำยังไงต่อละ?""หมายถึงอะไรคะ?""หลังจากค
เพียงขวัญถูกบังคับให้กลับมาอยู่รวมห้องกับธามจนได้ โดยที่เธอบอกกับเขาว่าถ้าเขาล่วงเกินเธอทุกอย่างจะจบทันที และต่อจากนั้นเขาจะทำอะไรเธอก็จะไม่สนใจแต่ความจริงที่เธอต้องตั้งกฎแบบนี้เป็นเพราะกำลังกลัวใจตัวเองเสียมากกว่า ทำให้ธามไม่มีทางเลือกยอมตกลงทันทีตอนนี้ขอแค่เขาได้อยู่กับเมียสาวทั้งวันก็พอแล้ว "ทำอะไรอยู่..."ร่างสูงโผล่กอดเพียงขวัญจากด้านหลังที่กำลังจัดเสื้อผ้าสำหรับหนึ่งอาทิตย์เข้าตู้ เธอยังคงยืนนิ่งปล่อยให้เขากอดได้ตามใจด้วยความรู้สึกที่พยายามจะปกปิดความเจ็บปวดและความหวั่นไหว ธามเมื่อเห็นท่าทางของเพียงขวัญที่ดูเฉยชาก็จับเข้าที่มือทั้งสองข้างของเธอก่อนจะบังคับให้ร่างเล็กหันมาเผชิญหน้ากับตัวเองตรงๆ"คุณจะทำอะไร?""ขอได้ไหม? อย่าเฉยชากับฉัน ขอร้องนะ"เสียงอ้อนวอนจากชายหนุ่มทำให้เพียงขวัญแทบจะคลุมหัวใจตัวเองไว้ไม่ไหว"คะ?""อีกอาทิตย์เดียวเองเพียงขวัญ ฉันขอให้เธอรักฉันแค่อาทิตย์เดียว"ธามส่งสายตาอ้อนวอนให้เมียสาวเห็นใจ"แต่มันจะมีประโยชน์อะไรคะ ในเมื่อคุณก็ยังเป็นคนมีเจ้าของอยู่ดี""มีสิ อย่างน้อยเธอก็ยังคิดถึงช่วงเวลานี้และมันก็จะเป็นช่วงเวลาที่ฉันจะเก็บไว้ตลอดไป ฉันอยากให้เธอเข้าใจสิ่
: ร้านนะโม : เพียงขวัญ หลังจากลางานไปสงบสติอารมณ์วันนี้ก็เป็นวันที่ฉันจะต้องยอมรับความจริง นั้นคือฉันยังต้องกลับมาเป็นผู้ช่วยของเขาต่อและแน่นอนฉันใช้เวลาร้องไห้ส่งท้ายไปทั้งวัน ตอนนี้เรียกว่าพร้อมที่จะเผชิญกับทุกอย่าง! นับไปนับมามันก็เหลืออีกแค่เดือนเดียวที่ฉันจะฝึกงานเสร็จฉันตั้งใจไว้ว่าหลังจากนั้นจะลาออกไปหางานสายอื่นทำเพราะไม่อยากจะเจอหน้าเขาอีกแค่ต้องเห็นรูปตามโฆษณาก็เจ็บปวดจะแย่ "ได้แล้วครับ ลาเต้หวานๆ ของเพื่อนรัก แล้วก็นี่กาแฟดำของพี่มอสครับ" ฉันรับลาเต้มาจากนะโมแล้วรีบดื่มเพื่อเพิ่มพลัง จนทั้งนะโมและพี่มอสมองกันเป็นตาเดียว "ค่อยๆ ดื่มสิ เหลืออีกตั้งครึ่งชั่วโมงจะเข้างานนะไม่ต้องรีบ" พี่มอสบอกพร้อมกับมือที่ยืนมาดึงแก้วลาเต้ออกไป นะโมเมื่อเห็นแบบนั้นก็เอาแต่ยิ้มมีเลศนัยแซวฉันใหญ่ก่อนจะรีบปลีกตัวออกไป แต่มันกลับไม่ใช่อย่างที่เขาคิดหรอก... ตลอดหลายวันที่ฉันลางานไปอยู่คนเดียวฉันได้ทบทวนอะไรมากมายจนฉันได้คำตอบหลายอย่างและหนึ่งในคำตอบของฉันมันก็มีเรื่องของพี่มอสและฉันเชื่อว่าเขาก็รู้คำตอบของฉันดี "มันช่วยให้รู้สึกดีนี่หน่า" "...แล้วแน่ใจเหรอว่าพร้อมกลับไปทำงาน" "ค่ะ ..."
'เธอลืมโน๊ตบุ๊ค มาเอาที่ห้องได้เลยฉันกลับไปอยู่ห้องฉันแล้วไม่ต้องห่วง'...คุณธาม...เพียงขวัญอ่านข้อความด้วยความแปลกใจ เป็นเพราะเธอรีบเก็บห้องย้ายออกมาแท้ๆ ทำให้ลืมนึกถึงของสำคัญขนาดนั้นได้เขาคงกลับไปหาเธอที่ห้องนั้นแล้วเห็นมันเข้า..."เป็นอะไรไปเพียง ข้าวไม่อร่อยเหรอ""เปล่าค่ะ"มอสที่นั่งอยู่ตรงข้ามเอ่ยขึ้น ในใจเขารู้สึกกังวลไม่น้อยที่อดีตคนรักมีอาการราวกับว่าไม่ได้ดีใจที่เขากลับมา ยิ่งไปกว่านั้นอาการของธามที่แสดงออกมาในห้องประชุมมันเหมือนกับว่าทั้งสองคนรักกัน... มันทำให้เขาร้อนใจอย่างบอกไม่ถูก ถึงจะรู้ดีว่าเป็นความผิดของตัวเองทั้งนั้นที่เลือกทิ้งคนรักไปแต่ใจหนึ่งก็อยากจะแย่งเพียงขวัญกลับมาเพราะเขาเองก็ไม่สามารถลืมผู้หญิงคนนี้ได้จริงๆ "ไม่สบายใจที่พี่กลับมาหรือเปล่า?...""เปล่าค่ะ พี่มอสคือว่าเพียงลืมของจะต้องกลับไปเอาที่ห้องก่อน""ให้พี่ไปด้วยสิ""ไม่เป็นไรค่ะ"ยังไม่ทันที่มอสจะได้ถามอะไรต่อร่างเล็กก็ลุกขึ้นและเดินออกจากร้านอาหารไปอย่างกับว่าเรื่องที่เธอต้องไปทำมันสำคัญกว่าเขาที่เพิ่งกลับมา มือหนานั้นค่อยๆ กำเข้าหากันด้วยความเจ็บปวดที่หัวใจเพราะเขารู้ดีว่าที่เพียงขวัญกระตือรือร้น