ธามกึ่งรากกึ่งจูงเพียงขวัญให้ขึ้นรถมากับเขา ซึ่งตลอดการเดินทางธามยังคงนิ่งเงียบและถอนหายใจทิ้งอยู่ตลอดเวลา เหมือนกับว่าเขาเบื่อหน่ายกับชีวิตเหลือเกิน จนหญิงสาวเลือกที่จะนั่งมาเงียบๆ เพราะไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วชายหนุ่มเป็นคนประเภทไหนกันแน่
พอถึงบริษัทต้นสังกัดเขาก็เดินนำเธอขึ้นไปยังห้องประชุมทันที โดยทิ้งให้หญิงสาวคอยวิ่งตามอยู่ด้านหลัง เนื่องจากเขาตัวสูงและขายาวมากเพียงเขาก้าวออกไปไม่ไกลมันก็เท่ากับสองสามก้าวของหญิงสาวเลยเชียว และทันทีที่มือหนานั้นเปิดประตูบานใหญ่เข้าไปได้พนักงานทุกคนด้านในก็ต่างทำหน้าตกตะลึงกับภาพที่เห็น ทุกคนต่างพากันมองหน้าสบตาราวกับว่ากำลังแปลกใจ "มานี่!" ธามที่ยังคงหงุดหงิดกระชากเข้าที่ข้อมือเล็กให้เดินเข้ามาหยุดอยู่ต่อหน้าทุกคนในห้อง ...ตาบ้านี่นิสัยเสียจริงๆ...เพียงขวัญได้แต่บ่นในใจที่ถูกเขาลากจูงราวกับเธอเป็นสิ่งของ "ใครเป็นคนรับยัยนี่!" "พี่เองจ้า" ฟาง...ผู้จัดการหนุ่มของธามเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มยิ่งทำให้ธามรู้สึกหงุดหงิดขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว เขาได้พูดชัดเจนตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาไม่ต้องการผู้ช่วยผู้หญิง เพราะนอกจากจะชอบเป็นภาระยังเป็นตัวน่ารำคาญอีก "พี่ฟาง! ผมบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าผมไม่เอาผู้หญิง!" "แต่น้องก็พาธามมาประชุมทันเวลาได้นะ ถือว่ามีฝีมือ" "พี่พูดบ้าอะไรเนี่ย รู้ไหมยัยนี่เกือบจะเผาห้องผมแล้ว" "เพียงจะเผาได้ที่ไหน พอควันเยอะๆ เดี๋ยวก็มีน้ำพุ่งออกมาดับมันเอง คอนโดแพงๆ ก็มีระบบนี้ทั้งนั้น" "นี่!" พอเพียงขวัญพูดอธิบายจบธามก็ยิ่งไม่พอใจขึ้นไปอีกเพราะสิ่งที่เธอพูดนั้นไม่ต่างกับการกวนประสาทเขาเลยแม้แต่น้อย "เอาๆ พอๆ นั่งลง" ฟางที่เห็นทั้งสองคนไม่มีท่าทีจะยอมกันจึงต้องห้ามทับ ทำให้ทั้งสองคนที่ก่อสงครามประสาทยอมนั่งลงแต่โดยดี ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มก็ยังคงไม่วายมองจ้องเพียงขวัญราวกับอยากจะฉีกเธอออกเป็นชิ้นๆ "เอาละเริ่มนะ ต่อจากนี้เพียงขวัญจะเข้ามาช่วยงานที่บริษัทโดยการตามดูแลธามแทนพี่ในช่วงที่พี่อาจจะไม่ว่าง" "แต่!..."ธามกำลังจะขัด "ฟังก่อน" "เพียงขวัญ หน้าที่ของหนูคือดูแลจัดการของใช้และอาหารการกินของธามทั้งหมดอย่างเคร่งครัดอย่าให้ตกหล่นและถ้าไม่จำเป็นอย่าให้เขาหายไปไกลจากสายตาเด็ดขาด" "ค่ะ รับทราบค่ะ" "ค่าตอบแทนหนูจะได้ตามที่อ่านในใบสมัคร สัญญาจ้างอยู่ตรงนั้นถ้าโอเคก็เซ็นได้เลย" เพียงขวัญก้มลงอ่านรายละเอียดงานอีกครั้งอย่างตั้งใจท่ามกลางสายอำมหิตที่กำลังหวังว่าเธอจะไม่เซ็นมัน สิ่งที่เธอต้องทำหลักๆ คือตามติดนายแบบคนดังเท่านั้นเอง อาจจะฟังดูไม่ยากนักแต่มันรวมถึงการกินอยู่และการทำงานของธามรวมอยู่ด้วย เพราะอย่างนั้นค่าตอบแทนที่ได้ก็เล่นทำเอาดวงตาน้อยๆ ของหญิงสาวเบิกกว้างเป็นไข่ห่าน เพราะตกเดือนเธอจะได้ค่าจ้างถึงห้าหมื่นบาท! ซึ่งมันเยอะมากสำหรับเด็กจบใหม่อย่างเธอ "ว่าไงโอเคไหม?"ฟางถามขึ้นอีกครั้ง "อย่าเซ็นเชียวนะยัยบ้าฉันไม่ยอมให้เธอเข้ามาในชีวิตหรอก!" ธามพูดพลางกัดฟันแน่นด้วยความแค้นจากเรื่องเมื่อเช้า แต่นั่นยิ่งทำให้เพียงขวัญกระตุกยิ้มที่มุมปากจนคนมองขู่แปลกใจ ยิ่งเธอเห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้าที่ใครๆ ก็ให้ฉายาว่าเทพแห่งรอยยิ้มกำลังมองเธอราวกับฆาตกร มันยิ่งทำให้เธอนึกสนุกที่จะเห็นคนคนนี้คอยสลับร่างไปมาต่อหน้าคนอื่น "ยินดีที่ได้ร่วมงานค่ะคุณธาม" พูดจบเพียงขวัญก็ลงมือเซ็นชื่อในกระดาษด้วยความสะใจ ก่อนจะตวัดสายตาสวยไปมองเยาะเย้ยคนที่กล้าสั่งให้ รปภ. มาลากเธอออกไปจากห้องสัมภาษณ์วันนั้น ธามกำมือแน่นก่อนจะค่อยๆ เผยรอยยิ้มน่ากลัวออกมาก่อนจะหยิบแผ่นกระดาษนั้นขึ้นมาแล้วทำท่าจะฉีกมัน "ธาม..."แต่ก็ต้องหยุดเมื่อเสียงฟางดังขึ้นขัดเสียก่อน ฟางเพียงแค่พูดเสียงต่ำและจ้องมองใบหน้าชายหนุ่ม เท่านั้นเขาก็แทบจะหยุดนิ่ง เพราะฟางเป็นคนเดียวที่ธามเกรงใจและไม่กล้าขัด ธามจึงต้องจำยอมวางกระดาษนั้นลงก่อนจะบ่นอุบคนเดียวอย่างไม่มีเสียง "งั้นเริ่มการประชุมเรื่องถ่ายแบบอีกสองวันนะ" ฟางพูดเริ่มเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ ตลอดการประชุมเพียงขวัญรับรู้ได้ถึงสายตาคมกริบที่จ้องเธออยู่ตลอดเวลาอย่างหาเรื่อง แถมพอเธอจ้องกลับเขายังทำท่ากวนด้วยการเอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้มไปมาราวกับว่ากำลังคิดแผนการอะไรไม่ดีอยู่ ตืด ตืด เมื่อโทรศัพท์ตรงหน้าสั่นขึ้นธามมองไปที่มันเล็กน้อยก่อนสีหน้าหลายอารมณ์จะเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยจนเพียงขวัญแปลกใจ แววตาเจ้าเล่ห์เมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเศร้าหมองก่อนที่เขาจะเลือกกดปิดโทรศัพท์แล้วเหม่อลอยมองออกไปด้านนอก และดูเหมือนฟางเองก็จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับธามจึงรีบพูดรายละเอียดและปิดการประชุมทันที หลังปิดการประชุมทุกคนเดินออกไปจนหมดเหลือไว้เพียง ธาม เพียงขวัญ และฟาง ฟางเดินตรงมาหาธามก่อนจะหยิบโทรศัพท์ของเขาขึ้นมาดูอย่างถือวิสาสะ เขาถอนหายใจนิ่งก่อนจะส่งมันคืนเจ้าของไป "ธาม โรสเขาไม่ได้ผิดอะไรอย่าทำแบบนี้อย่างน้อยเขาก็ยังเป็นคู่หมั้นของนายนะ" !!! เพียงขวัญตกใจเมื่อรู้ว่านายแบบชื่อดังนั้นมีคู่หมั้นเป็นตัวเป็นตนแล้ว "แต่วันนั้น ผมรู้สึกแปลกจริงๆ นะ ถ้าผมไม่ไปน้องคง...ช่างมันเถอะ" ระหว่างที่ธามกำลังนึกถึงเรื่องในอดีตก็นึกขึ้นได้ว่าเพียงขวัญยังอยู่ในห้องด้วย เขาจึงเลือกที่จะไม่พูดมันออกมาแล้วลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปด้วยท่าทางไม่ดีนัก ทำให้เพียงขวัญอดจะเอ่ยถามฟางที่เป็นผู้จัดการของเขาไม่ได้ "เขาไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?" "ไม่เป็นไรก็คงไม่ใช่ ธามเขากำลังมีปัญหาช่วงหลายเดือนมานี่มักจะฝันร้ายถึงขั้นตะโกนโวยวายเสมอ" "เขาน่ะเหรอคะ?" เพียงขวัญพูดอย่างแปลกใจ เพราะดูจากภายนอกแล้วเขาดูเป็นคนที่ไม่ค่อยแคร์อะไรไม่น่าเชื่อว่าจะมีเรื่องทุกข์ใจถึงขั้นนั้น "เหตุผลที่พี่อยากให้เราตามติดธามเพราะเรื่องนี้แหละ... อีกอย่าง...พี่อยากให้เราไปพักข้างห้องธาม เผื่อว่าวันไหนธามฝันร้ายเราจะได้เข้าไปดูเข้าได้" "เพราะอย่างนั้นเขาถึงไม่ล็อกประตูห้องนอนเหรอคะ?" "อืม ปกติพี่จะเป็นคนอยู่ห้องนั้นแล้วคอยไปดูธามช่วงดึกๆ แต่พี่เองก็มีเรื่องมากมายให้จัดการพี่เลยหาใครสักคนมาช่วยดีกว่า ถึงธามจะไล่ออกไปตลอดก็เถอะ" "แล้วเขาจะไม่ไล่เพียงหรอกเหรอ" "พี่ค่อนข้างมั่นใจว่าหนูจะดูแลเขาได้และทำให้เขาเลิกคิดมาก" "ทำไมคิดแบบนั้น ทั้งๆ ที่วันนี้เพียงเพิ่งก่อเรื่อง" "เอาน่า..." "แต่หนู อยู่กับพ่อแม่มันคงยาก" ฟางนิ่งเงียบไปสักพักก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลานั้นจะระบายยิ้มอบอุ่นออกมา "ก็บอกว่าเป็นส่วนหนึ่งของสวัสดิการบริษัท ถ้าไม่รับก็จะเสียดายแย่อีกอย่างบ้านหนูก็ไกลจากบริษัทมากเลยนิ ถ้าเริ่มทำงานจริงจังจะต้องมาถึงบริษัทเช้ามากหนูจะไหวเหรอ?" เพียงขวัญนึกตามคำพูดของผู้ใหญ่ตรงหน้า จริงอย่างที่เขาว่า คอนโดของธามอยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก เพียงนั่งวินมาไม่ถึงสิบนาทีก็ถึง ถ้าเทียบจากการเดินทางของเธอเมื่อเช้าแล้วนั้นมันก็น่าสนใจ "ตกลงค่ะ หนูจะลองไปคุยกับพ่อแม่ก่อน" "ธามน่ะ ช่วยดูแลเขาด้วยนะ" ฟางระบายยิ้มอบอุ่นจนตาหยีก่อนจะเดินออกไปทิ้งเพียงขวัญให้นั่งคิดสงสัยอยู่คนเดียว ทำไมฟางถึงได้ฝากฝังธามกับเธอมากนักทั้งๆ ที่เขาก็ไม่ได้ดูเกเรหรือมันอาจจะเพราะนิสัยที่เธอรับรู้มามันต่างกับนิสัยจริงๆ ของเขามากฟางถึงได้เป็นห่วงขนาดนั้นกัน: เพียงขวัญเช้าวันต่อมา วันนี้ฉันได้รับอนุญาตให้หยุดแต่ไม่ใช่เพื่อพักผ่อน ฉันจะต้องขนของเข้าห้องพักที่อยู่ติดกับคุณธามนั้น ซึ่งฉันต้องทำมันให้เรียบร้อยภายในวันนี้ แต่วันนี้มันก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่ฉันต้องทำคือการไปปลุกนายแบบคนดังไปทำงาน แอบสงสัยเหมือนกันว่าคนบ้าอะไรต้องให้คนอื่นมาปลุกทุกวัน ตื่นเองมันยากนักหรือไง?ฉันทั้งบ่นทั้งหงุดหงิดที่ต้องมาคอนโดแต่เช้าเพียงเพราะเหตุผลแค่นี้ ยิ่งเมื่อวานพอกลับบ้านไปขออนุญาตพ่อแม่ก็โดนบ่นมายกใหญ่ เพราะคิดว่าฉันโตแล้วอยากจะออกไปอยู่คนเดียวและทิ้งพวกท่านจนฉันต้องรีบโทรหาทางบริษัทให้ช่วยอธิบายและพี่ฟางก็รีบขับรถไปหาฉันถึงบ้านกว่าทั้งสองคนจะเข้าใจก็เล่นเอาพี่ฟางเหนื่อยเหมือนกัน แต่ยังดีที่พี่ฟางเป็นคนมีเหตุผลมากจึงทำให้พ่อและแม่ไว้ใจ เขาเลยช่วยฉันขนของบางส่วนมานอนที่นี่เพราะตอนเช้าฉันต้องปลุกคุณธามตืด หลังกดรหัสฉันก็เดินตรงเข้ามายังตู้โชว์ตุ๊กตาหมีอย่างเช่นเมื่อวาน น่าจะนุ่มกอดอุ่นจังนะ...ไม่ได้ๆ ต้องรีบไปปลุกคุณธามเดี๋ยวจะสายเอาถ้าแบบนั้นฉันคงเป็นผู้ช่วยที่แย่มาก ฉันเดินตรงเข้าไปข้างเตียงแล้วโน้มตัวลงสังเกตใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังหลับตาพริ้มด้วยควา
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาเวลาตีสามกว่าเพียงขวัญกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมของใช้ส่วนตัวของธามตามที่ฟางได้ส่งมาให้ ซึ่งของแต่ละอย่างกว่าจะหามาได้ครบก็ทำเอาเพียงเพราะขวัญอดหลับอดนอนไปไม่น้อย ไหนจะของใช้ส่วนตัวที่ต้องไปเอาจากห้องของคนขี้โมโหนั้นอีก"เสร็จสักทีเว้ย เห้ย! เหลือเวลาอีกชั่วโมงเดียวต้องไปบริษัทแล้ว"เพียงขวัญบ่นอุบ ท้ายที่สุดเธอก็ไม่ได้นอนจนได้ เธอหันมองกระเป๋าใบโตที่เต็มไปด้วยอาหารสำหรับธามอัดอยู่จนแน่นด้วยความสงสัยว่านายแบบเขาไม่สามารถกินอะไรเหมือนชาวบ้านได้หรือยังไง ถึงต้องจัดเตรียมไปเองขนาดนี้"บ่นไปก็เท่านั้น เพื่อเงิน!"หลังจากเรียกขวัญกำลังใจให้ตัวเองเรียบร้อย หญิงสาวก็รีบไปจัดการอาบน้ำแต่งตัวและเตรียมของใช้ของตัวเองสำหรับการไปถ่ายงานที่ทะเลวันพรุ่งนี้ เพราะจะต้องนอนค้างหนึ่งคืนซึ่งข่าวร้ายก็คือเธอต้องไปกับธามแค่สองคน!เธอแอบคิดไปว่าฟางมั่นใจอะไรในตัวเธอถึงกล้าปล่อยเด็กใหม่ไปดูแลนายแบบเบอร์หนึ่งเพียงคนเดียวแบบนี้ ทั้งที่เธอก็ยังไม่รู้อะไรด้วยซ้ำพอถามก็ได้คำตอบมาว่าเดี๋ยวธามจะบอกความต้องการของเขาเอง ซึ่งเธอคิดว่าเขาคงไม่บอกธรรมดาแต่คงตะโกนบอกนั่นแหละ =_=กึก...กึก"เห... ทำไมป
: ธาม: กองถ่าย"ถึงแล้ว..."ผมพูดพร้อมกับหันไปบอกผู้ช่วยที่นั่งมาข้างคนขับ แต่กลับพบว่าเธอกำลังนอนหลับตาพริ้มอย่างสบายใจจนผมต้องเก็บคำพูดลงคอเมื่อวานเธอคงเตรียมทุกอย่างสำหรับผมจนไม่ได้นอนถึงได้สภาพเป็นแบบนี้ ผมค่อนข้างเลือกกินเลยทำให้ต้องเตรียมของเยอะเสียหน่อยคงจะทำให้เธอวุ่นวายไม่น้อยตอนแรกเธอบอกผมว่าจะอาสาเป็นคนขับรถให้ผมด้วยซ้ำ แต่พอถามไปถามมาเธอกลับยังไม่มีใบขับขี่เสียแบบนั้นแล้วอย่างนี้ใครจะกล้าให้ขับกัน แต่ก็ดีแล้วที่ผมตัดสินใจขับเอง ดูสิคนอาสาขับรถสิหลับมาตลอดทางขนาดนี้ โชคดีที่สถานที่ไม่ไกลมาทำให้พอมาถึงผมยังมีเวลาเข้าไปบรีฟงานได้ก่อนเริ่มถ่าย "เอาไงกับยัยนี่ดีละ?..."ผมมองสำรวจใบหน้าเล็กที่หลับพริ้มก่อนจะตัดสินใจทิ้งให้เธอนอนพักอยู่ในรถแล้วรอถ่ายเสร็จสักเซตค่อยมาดูเธออีกทีก็แล้วกัน พี่ฟางก็ใจร้ายเหมือนกันนะเนี่ยที่นอกจากไม่สอนงานยังปล่อยให้เธอมาออกงานนอกสถานที่ตั้งแต่เริ่มงานแบบนี้ เป็นใครก็ต้องสลบเป็นธรรมดา"ทนหน่อยแล้วกันนะยัยเด็กน้อย เสร็จงานนี้ฉันก็ไล่เธอออกแล้ว"ผมพูดเบาราวกับกระซิบเพื่อไม่ใช้เด็กสาวตื่นจากภวังค์ก่อนจะเอื้อมมือไปกดปรับเบาะให้เธอได้นอนในท่าที่สบายกว่
: ธามหงุดหงิดจังวะ~ผมคิดในใจเมื่อมองตรงไปยังเพียงขวัญที่กำลังถูกพนักงานหนุ่มในกองเข้ารุมล้อม จริงอยู่ที่เธอไม่ค่อยมีรสนิยมในการแต่งตัวแต่ใบหน้านั้นกลับสวยหวานจนสามารถดึงดูดหนุ่มๆ เข้าหาได้ไม่น้อย รู้แบบนี้ปล่อยให้ใส่ชุดเชยๆ นั้นมาก็คงไม่ต้องมานั่งหงุดหงิดแบบนี้ ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงหงุดหงิดแบบนี้เหมือนกันอาจจะเป็นเพราะเธอมากับผมแต่สนใจผมน้อยกว่าคนรอบข้างละมั้ง"ธาม...เป็นอะไรหรือเปล่า มองลิลลี่หน่อยสิ"เสียงตากล้องเรียกสติผมให้หันกลับมาสนใจนางแบบข้างกาย "ขอโทษด้วยครับพี่ ผมรู้สึกร้อนนิดหน่อยขอดื่มน้ำได้ไหมครับ""ได้ๆ พักก่อนๆ เดี๋ยวเป็นลมเอาวันนี้ยิ่งร้อนมากกว่าทุกวันด้วยพี่ก็ว่าปกติธามไม่เป็นแบบนี้"ตากล้องพูด"พี่ธามโอเคไหมคะ?"ลิลลี่นางแบบสาวเอื้อมมือมาจับเข้าที่แก้มผมเบาๆ ก่อนจะส่งสายตาเชิญชวนมาให้ ผมเองก็เป็นผู้ชายทำให้รับรู้ได้เลยว่าเธอกำลังสนใจตัวผมอยู่ไม่น้อยซึ่งก็ยอมรับเลยว่าผมเองก็มีใจให้เธอถึงผมจะมีคู่หมั้นแล้วก็เถอะ แต่หมั้นกันทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้สึกอะไรแล้วมันก็ไม่ต่างจากการไม่มี"พี่ปวดหัวจังครับ"ผมพูดพลางก้มตัวลงต่ำจนใบหน้าเราเกือบชิดกันนั้นทำให้หญิงสาวตรงหน้าเกิดอาก
: เพียงขวัญฉันนั่งซึมอยู่ในห้องพักของพี่ไนท์หลังจากที่เขาพาฉันหนีออกมาจากคนใจร้ายนั้น ฉันไม่คิดเลยว่าเขาจะทำแบบนั้นกับฉัน ตั้งแต่ทำงานมาอาทิตย์เขาค่อยแกล้งฉันตลอดก็เข้าใจว่าเขาไม่ชอบที่ฉันวุ่นวาย แต่ครั้งนี้มันออกจะเป็นการแกล้งที่มากไปหน่อยตั้งแต่มาถึงฉันก็ยังไม่รู้จะพูดอะไรออกไปดีเพราะตอนนี้ฉันกำลังไม่เข้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้คุณธามไม่มีท่าทีจะแยแสฉันเลยด้วยซ้ำแต่ทำไมวันนี้เขาถึงมีท่าทางเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้แล้วอะไรทำให้เขากล้าลวนลามฉันถึงขั้นนั้น!"เอิ่ม ธามมัน...""เขาเป็นแบบนี้ตลอดเหรอคะ? เป็นพวกเห็นผู้หญิงไม่ได้งั้นเหรอหรือเป็นโรคจิต""ไม่ใช่หรอก จริงๆ พี่คิดไว้อยู่แล้วว่ามันสนใจเราก็เลยแกล้งเล่นแต่มันเป็นพวกหวงแรงอ่าสิ ขอโทษด้วยนะ"ฉันนิ่งไปเมื่อรู้ว่าคนใจร้ายนั่นสนใจในตัวฉันจริงๆ เขาคิดว่าหน้าตาดีแล้วใครก็จะยอมนอนด้วยหรือไงกัน!"เพียงไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น...""พี่เข้าใจ มันก็คงไม่คิดแบบนั้นหรอก มันอาจจะแค่ขู่ที่เห็นเพียงให้ความสนใจพี่มากกว่ามันตามภาษาคนขี้หวง""ขู่เหรอ? ถ้าพี่ไม่มาเขาคงปล้ำเพียงแล้ว เพียงไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วอ่าพี่ไนท์ เพราะเขาบ้ากามแบบนี้ใช่ไห
หลังจากที่หญิงสาวพยายามเปิดประตูอยู่นานจนแน่ใจแล้วว่าเธอคงไม่มีทางหนีออกจากห้องนี้ได้ จึงตัดสินใจโทรคุยเรื่องนี้กับฟางโดยตรง เผื่อว่าเขาจะเข้าใจในเหตุผลของเธอ(ฮัลโหล)"พี่ฟาง เพียงเองนะคะ"(ว่าไง)"คือ เพียงพึ่งรู้ว่าสัญญาการทำงานมันครอบคลุมถึงเรื่องที่เพียงไม่อาจจะทำได้ เพียงไม่เต็มใจค่ะเพียงไม่ทันได้อ่าน"(งั้นเหรอ...แล้วจะทำยังไงดีละ พี่นึกว่าเราอ่านดีแล้วเสียอีก)"พี่ฟาง ขอเถอะนะคะยกเลิกสัญญาแล้วหาคนใหม่"(พี่ต้องคุยกับธามก่อนถ้าเขาโอเคมันก็ไม่มีปัญหา ว่าแต่...มันเริ่มเลยเหรอ?)"พี่หมายความว่ายังไง...เพียงไม่ใช่ผู้หญิงที่จะแลกตัวกับเงินแค่ห้าหมื่นหรอกนะ!"(พี่ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น...)เสียงปลายสายเปลี่ยนจากการหยอกล้อเป็นน้ำเสียงกำลังคิดเหมือนกับว่าเขากำลังไม่เข้าในสิ่งที่ฉันพูด"แล้วมันหมายความว่ายังไง!"(ธามมันทำอะไรเพียงขวัญ)"เขาลวนลามหนูแถมบอกจะว่าถ้าหนูตกเป็นเมียเขามันก็ยังอยู่ในสัญญา!"(ห๊า!!!!)"เพียงเพิ่งจะอายุแค่ยี่สิบสี่เองนะ เพียงไม่ได้อยากจะเป็นแบบนี้ ฮึก เพียงไม่อยาก..."น้ำตาใสรินไหลออกมาอย่างสุดจะทน เธอกำลังกลัวเหลือเกินกลัวว่าเรื่องนี้จะถึงพ่อแม่ของเธอท่านจะต
ฟางเรียกธามให้เดินออกมาคุยกันด้านนอก ทันทีที่ธามได้ยินคำสั่งจากผู้จัดการ ชายหนุ่มก็มีทางทีไม่พอใจนิดหน่อยแต่ยอมทำตามโดยดีแต่เมื่อเดินผ่านเด็กหญิงสาวที่กำลังตัวสั่นสะท้านเขากลับยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เป็นการหยอกล้อให้เธอหวาดกลัวเล่นก่อนจะเดินออกไปรอผู้จัดการหนุ่มด้านนอก"ไม่ต้องกลัวนะเพียงขวัญ พี่จะคุยกับมันให้""..."เพียงขวัญไม่พูดอะไรเอาแต่นิ่งเงียบเป็นคำตอบทำให้ฟางอดกังวลไม่ได้ว่าถ้าขืนเขาอนุญาตให้เธอลาออกไปจริงๆ เธออาจจะหาหลักฐานมาฟ้องร้องธามจนเสียชื่อเสียก็เป็นได้แต่ถ้าหากเขาไม่อนุญาตเด็กสาวคนนี้ก็ต้องทนกับความหวาดระแวงจนกลัวจะหมดสัญญา มันก็นานถึงสามเดือนนั้นทำให้เขาถึงกลับคิดไม่ตกผู้จัดการหนุ่มเมื่อเห็นเด็กสาวไม่คิดจะพูดอะไรจึงเลือกที่จะเดินออกไปจัดการกับตัวปัญหาด้านนอก และทันทีที่ประตูปิดลงฟางก็บิดเข้าที่เนื้อแขนล่ำของชายหนุ่มจนเกิดแดงทำเอาเจ้าตัวร้องโวยวายลั่น "เจ็บ! เดี๋ยวตัวเขียวก็ต้องเหนื่อยช่างเมคอัพอีกนะ""คิดจะทำอะไร ฉันไม่ได้จ้างน้องมาให้แก้คั่วนะเว้ย"ฟางดุอย่างหัวเสีย"แล้วไง?""ก็เขาฟ้องพี่เหมือนกับว่าสัญญาจ้างมันหมายถึงเรื่องบนเตียงด้วยน่ะสิ!""ก็ไม่ได้หรือไง คนก่อนๆ
: เพียงขวัญฉันยังคงนั่งนิ่งอยู่ในห้องเพื่อรอฟังข่าวจากพี่ฟางมือทั้งสองข้างก็ยังคงกุมเอาไว้ด้วยความหวั่นใจ สายตาของคุณธามก่อนเดินออกจากห้องไปมันทำให้ฉันหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก หรือฉันควรจะหนีไปเลยดี...ก็อกๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ฉันสะดุ้งตกใจ ก่อนจะเดินออกไปเปิดมันเพราะหวังว่าคนด้านนอกจะเป็นพี่ฟาง แต่เมื่อประตูบานใหญ่เปิดออกกลับทำให้ฉันต้องเดินถอยหลังออกมาห่างอีกหลายก้าว เพราะคนที่อยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้คือคุณธาม...เขาไม่พูดอะไรเพียงแค่เดินเข้ามาในห้องก่อนจะนั่งลงปลายเตียงแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่นราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแม้แต่คำพูดขอโทษก็ไม่มี! และเมื่อฉันมองออกไปสำรวจด้านนอกห้องก็ไม่เห็นมีใครอยู่แล้ว นั้นหมายความว่าตอนนี้ฉันอยู่กับคุณธามเพียงแค่สองคน ไม่ได้! ...นี่มันอันตราย ฉันรีบคว้ากระเป๋าแล้วตั้งท่าจะวิ่งออกไปแต่กลับช้ากว่าเจ้าของร่างสูงที่เอื้อมมือมาจับเข้าที่ข้อมือฉันไว้ได้เสียก่อน เขาบีบมันแรงๆ ก่อนจะกระชากแขนฉันจนร่างฉันเซล้มไปนอนพาดอยู่บนตักหนาเจ้าตัวยังไม่วายใช้แขนทั้งสองข้างโอบล็อกเอวเพื่อป้องกันการหนีของฉันไว้ด้วย"ปล่อย!""จะไปไหน นี่จะมืดแล้ว""เรื่
: ร้านนะโมเพื่อนทั้งสองเรียกตัวเพียงขวัญมาที่ร้านทันทีที่ได้เห็นข่าวการคบหาต่างวัยของนายแบบหนุ่มอันดับหนึ่งและผู้ช่วยสาวที่ดังไปทั่วอินเทอร์เน็ต แต่เพื่อนสนิทอย่างเขาสองคนกับไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย ทั้งสองคนกอดอกนั่งมองตัวการที่กำลังยิ้มแห้งๆ โดยไม่ยอมพูดอะไรจนนะโมต้องเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน"ยังไม่อธิบายมาอีก ในข่าวนั้นมันหมายความว่ายังไง""ก็ตามนั่นแหละ ก็คบกันสักพักแล้ว""แล้วไม่คิดจะบอกเพื่อนอย่างพวกเราเลยหรือไง?"นกยูงโวยขึ้นอีกคน"ก็ไม่รู้ว่าจะคบกันนานไหมเลยไม่บอก กลัวหน้าแตกที่มีแฟนฮอตขนาดนั้นอีกอย่างฉันก็ไม่รู้ด้วยว่าเขาจะให้ข่าวด้วยตัวเองแบบนั้น"เพียงขวัญพูดแล้วทำท่าทีเขินอายจนเพื่อนสองคนต้องกลอกตามองบน ไอ้ประโยคที่พูดมาเมื่อครู่นั้นไม่ต่างจากการอวดเลยสักนิด ทำให้นกยูงถึงขั้นหมั่นไส้ทำท่าทางล้อเลียนเธอจนเจ้าตัวต้องตีเข้าที่ไหล่ของเพื่อนสาวเป็นการแก้เขิน"แล้วนี่บอกแม่กับพ่อยัง? เขาจะตกใจไหมเนี่ยอยู่ๆ ก็มีแฟนแถมเป็นคนดัง อีกอย่างอายุพวกเธอก็ห่างกันด้วย"นะโมพูดพร้อมกับมองเพื่อนสาวที่มีสีหน้ากังวลขึ้นมาเพียงเท่านั้นเขาก็รู้ได้ทันทีว่าเธอยังไม่ได้บอกครอบครัว"ยัยบ้าแล้วอย่างนี้พ
ธามยังคงนั่งมองรูปของน้องสาวอยู่ในห้องด้วยความรู้สึกคิดถึงจนเพียงขวัญต้องเดินเข้ามาสวมกอดเขาเข้าที่ด้านหลังเบาๆ หลังจากที่เรื่องทุกอย่างผ่านไปธามก็ขอให้เพียงขวัญเขามาอยู่ที่บ้านเป็นเพื่อนพ่อกับแม่ของเขาที่สภาวะอารมณ์ยังไม่คงที่ อย่างน้อยถ้าพวกท่านได้เห็นหญิงสาวที่สดใสอย่างเพียงขวัญอาจจะรู้สึกดีขึ้น "พี่ดีขึ้นหรือยังคะ?""พี่อ่อนแอได้ที่ไหนล่ะ""พี่อ่อนแอได้ตลอดนะ มีหนูอยู่ข้างๆ ทั้งคนจะร้องไห้ก็ได้หนูไม่ว่าหรอกไม่ล้อด้วย"เพียงขวัญพูดพร้อมกับโยกตัวไปมาเพื่อเอาใจคนตัวสูง ธามเองก็รู้สึกดีขึ้นจนต้องหันมากอดขอบคุณเพียงขวัญที่คอยอยู่ข้างๆ เขามาจนถึงวันนี้ แถมยังคอยดูแลพ่อและแม่ของเขาให้อีกด้วย"ขอบคุณนะ...หนูน่ารักที่สุดเลย""แน่นอนอยู่แล้ว""ถ่อมตัวบ้างก็ได้นะหนูเพียง"ธามพูดพร้อมขยี้ผมเพียงขวัญเบาๆ ด้วยความเอ็นดูจนคนถูกแกล้งโวยวายใหญ่ที่เขาทำทรงผมเธอเสียทรง ช่วงนี้ธามยังอยู่ในช่วงลาพักร้อนทำให้พวกเขามีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้นและฟางก็เข้าใจเพราะตอนที่ทางบริษัทรู้ข่าวทุกคนก็ต่างตกใจจนต้องเคลียร์a dตารางงานให้ธามทั้งหมดทั้งคู่ตกลงจะคบหากันต่อไป และจะบอกทุกคนหลังจากที่สภาพจิตของครอบครัวธามดี
:ธามหลังจากที่จัดการเรื่องในงานเสร็จผมก็เดินกลับเข้ามาในห้องแต่งตัวเพื่อดูอาการพ่อกับแม่ที่นั่งรออยู่ด้านใน ผมถอนหายใจทิ้งด้วยหัวใจที่หวาดหวั่นเพราะไม่อยากจะเห็นภาพของพ่อและแม่ที่กำลังทุกข์ใจจนไม่กล้าที่จะเปิดประตูเข้าไป...จนมือเล็กๆ ของคนที่ยืนอยู่ข้างๆ จับเข้าที่แขนผมเบาๆ เป็นการให้กำลังใจก่อนที่เธอจะส่งยิ้มให้ผมเป็นการปลอบโยนแล้วส่งสัญญาณให้ผมเข้าไปดูพวกท่าน "เธอรอฉันอยู่ตรงนี้ก่อนนะ...""ฉันจะรอคุณตรงนี้ค่ะไม่ต้องกังวล"ผมสวมกอดเพียงขวัญครั้งหนึ่งเป็นการขอกำลังใจก่อนจะเปิดประตูเข้าไปหาคนเป็นพ่อแม่ ซึ่งตอนนี้ตรงหน้าผมก็คือภาพพ่อที่กำลังกอดแม่ไว้ในอ้อมกอดแน่นและท่านทั้งสองคนกำลังร้องไห้... ผมจึงคลานเข้าไปนั่งตรงหน้าทั้งสองคนแล้วกอดท่านไว้เช่นกัน"ผมขอโทษที่ทำให้ต้องรู้เรื่องนี้""มันถูกต้องแล้วลูก ลูกช่วยท้วงความยุติธรรมให้น้องมันถูกต้องแล้ว"พ่อลูบเข้าที่ไหล่ผมเบาๆ ก่อนที่แม่จะค่อยๆ เอื้อมมือมาปาดน้ำตาที่ไหลออกมาให้ผม"ลูกรู้มานานขนาดนั้น แถมยังต้องปิดบังเพราะกลัวพ่อแม่เป็นทุกข์...ลูกต้องทุกข์ใจคนเดียวขนาดนั้นแม่ขอโทษนะ""แม่อย่าร้อง..."ผมโผล่เข้ากอดคนเป็นแม่แน่น"ถึงธันย่
: เพียงขวัญงานหมั้นเริ่มขึ้นด้วยบรรยากาศที่ดูครึกครื้นแขกในงานเต็มไปด้วยนายแบบและนางแบบชื่อดังแถมยังมีบรรดาไฮโซเต็มงานไปหมด ทุกคนดูยิ้มแย้มแจ่มใสและดีใจกับคู่รักในวันนี้จะเว้นก็แต่ชายหนุ่มที่ต้องยืนต้อนรับแขกอยู่หน้างานที่ตั้งแต่เช้ายังไม่มีใครได้เห็นรอยยิ้มของเขาเลย นอกจากเขาจะมีสีหน้าเรียบเฉยแล้วดวงตายังเหม่อลอยอย่างเห็นได้ชัดจนฉันเป็นกังวล"หนู...ใช่ผู้ช่วยเจ้าธามไหม"ฉันหันไปมองตามเสียงเรียกจากด้านหลัง หญิงสาววัยกลางคนที่มีท่าทางสง่าและสูงศักดิ์กำลังยืนยิ้มให้ฉันอยู่ด้วยรอยยิ้มที่สดใสถ้าให้เดาจากโครงหน้าที่เด่นชัดนี่คนคนนี้คงจะเป็นแม่ของคุณธาม"ใช่ค่ะ"ฉันรีบยกมือไหว้ท่านทันทีก่อนจะยิ้มตอบอย่างนอบน้อมก่อนที่จะชายวัยกลางคนจะเดินเข้ามาร่วมวงสนทนา เขาคงจะเป็นคุณพ่อของคุณธามฉันเลยแนะนำตัวไปคร่าวๆ ว่าฉันเป็นเพียงผู้ช่วยของเขาทำให้ทั้งคู่ชื่นชมฉันยกใหญ่ที่สามารถดูแลคนเรื่องมากอย่างเขาได้"ตอนเด็กน่ะนะ ตาธามนี่กินยากอยู่ยากชอบอยู่คนเดียวไม่ค่อยพูดจากับใคร ไม่คิดว่าโตมาจะได้เป็นนายแบบเบอร์หนึ่งดังขนาดนี้"คนเป็นแม่พูดพร้อมกับมองคนที่ถูกพูดถึงด้วยสายตาภูมิใจ"ตอนนี้เขาดังมากเลยค่ะคุณน้า"ฉั
: งานหมั้นธามยืนจ้องเมียสาวที่กำลังแต่งตัวให้เขาด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง เขาไม่สามารถเก็บความเจ็บปวดนี้ไว้ได้เลย เพียงขวัญเองก็ไม่ต่างกันเธอกำลังสวมสูทให้คนรักอย่างอ่อนโยนแม้ในใจมันช่างทรมานสุดแสนจะบรรยายได้ ฟืบร่างสูงของธามสวมกอดเพียงขวัญแน่นจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน เพียงขวัญเองก็ได้แต่เอื้อมมือไปลูบหลังคนรักอย่างปลอบโยนด้วยความเข้าใจ สุดท้ายแล้วไม่ว่าเขาจะเลือกหมั้นเพราะอะไรเธอก็พร้อมจะปล่อยเขาไป"เวลามันผ่านไปเร็วมากเลย...""เวลาเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ค่ะ""เธอทรมานเหมือนฉันไหม?""ฉันเลือกอะไรไม่ได้ค่ะ สุดท้ายคุณก็ไม่ใช่ของฉัน"เพียงขวัญพูดอย่างพยายามอดกลั้นความเสียใจที่มันปนออกมาพร้อมกับน้ำเสียงสั่น แต่เหมือนธามจะรับรู้ได้ว่าเธอเสียใจมากจึงกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอย่างหวงแหน"หลังจากหมั้น ฉันจะถอนหมั้นทันทีถึงตอนนั้นเธอจะยังไม่กลับมาก็ไม่เป็นไร แต่ฉันจะพยายามจีบเธอใหม่""อย่าเลยค่ะ คุณคิดจะหมั้นแล้วคุณก็ต้องอยู่กับเธอให้นานๆ สิ""มันไม่ใช่ความต้องการของฉันแล้วเพียงขวัญ เธอคือคนที่ฉันต้องการไม่ใช่โรส แต่ฉันไม่บังคับเธอนะเธอรอดูพฤติกรรมฉันก่อนก็ได้""คุณพูดอะไรของคุณ"เพ
: เพียงขวัญหลังจากที่คุณธามออกไปหาพี่ไนท์ที่ร้านอาหาร ฉันก็แอบมาพบกับพี่มอสอีกครั้งโดยที่ไม่ได้บอกใครเขาส่งข้อความมานัดฉันตั้งแต่เช้าโชคดีที่คุณธามไม่รู้ไม่อยากนั้นเขาคงไม่ให้ฉันมาแน่ ที่มาวันนี้ไม่ใช่เพราะฉันยังเหลือเยื่อใยอะไร แต่ฉันคิดว่าการที่ฉันไม่พูดหรือตัดความสัมพันธ์อย่างตรงไปตรงมาจะยังทำให้เขาคิดว่ายังมีโอกาสกลับไปคบกันได้อีก เพราะหลายวันที่ผ่านมาพี่มอสยังคงส่งข้อความราวกับว่าเรายังเป็นคนรักกันอยู่มันเหมือนกับว่าเขาคิดจะรอฉัน"พี่มอสมานานหรือยังคะ?"ฉันถามขึ้นก่อนจะนั่งลงตรงเก้าอี้ตรงข้ามเขาและพบว่าบนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารที่ฉันชอบหลายเมนู และนั้นทำให้ฉันรู้ได้ทันทีว่าเขากำลังพยายามเอาใจฉันอยู่ "ไม่นานหรอก ทานเลยสิเดี๋ยววันนี้ต้องไปทำงานไม่ใช่เหรอ?""อาทิตย์นี้เพียงพักค่ะ พอดีคุณธามเขาต้องเตรียมตัวหมั้นตารางงานเลยว่างค่ะ"ฉันพูดออกไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบราวกับไม่รู้สึกอะไร แต่อันที่จริงแล้วในใจของฉันมันยังเจ็บไม่น้อยเลยที่ต้องยอมเห็นคนที่ตัวเองรักไปเป็นของคนอื่น แต่จะทำยังไงได้ละนอกจากทำมันให้ดีที่สุดก่อนจะจากกัน"หลังจากนั้น...เพียงจะทำยังไงต่อละ?""หมายถึงอะไรคะ?""หลังจากค
เพียงขวัญถูกบังคับให้กลับมาอยู่รวมห้องกับธามจนได้ โดยที่เธอบอกกับเขาว่าถ้าเขาล่วงเกินเธอทุกอย่างจะจบทันที และต่อจากนั้นเขาจะทำอะไรเธอก็จะไม่สนใจแต่ความจริงที่เธอต้องตั้งกฎแบบนี้เป็นเพราะกำลังกลัวใจตัวเองเสียมากกว่า ทำให้ธามไม่มีทางเลือกยอมตกลงทันทีตอนนี้ขอแค่เขาได้อยู่กับเมียสาวทั้งวันก็พอแล้ว "ทำอะไรอยู่..."ร่างสูงโผล่กอดเพียงขวัญจากด้านหลังที่กำลังจัดเสื้อผ้าสำหรับหนึ่งอาทิตย์เข้าตู้ เธอยังคงยืนนิ่งปล่อยให้เขากอดได้ตามใจด้วยความรู้สึกที่พยายามจะปกปิดความเจ็บปวดและความหวั่นไหว ธามเมื่อเห็นท่าทางของเพียงขวัญที่ดูเฉยชาก็จับเข้าที่มือทั้งสองข้างของเธอก่อนจะบังคับให้ร่างเล็กหันมาเผชิญหน้ากับตัวเองตรงๆ"คุณจะทำอะไร?""ขอได้ไหม? อย่าเฉยชากับฉัน ขอร้องนะ"เสียงอ้อนวอนจากชายหนุ่มทำให้เพียงขวัญแทบจะคลุมหัวใจตัวเองไว้ไม่ไหว"คะ?""อีกอาทิตย์เดียวเองเพียงขวัญ ฉันขอให้เธอรักฉันแค่อาทิตย์เดียว"ธามส่งสายตาอ้อนวอนให้เมียสาวเห็นใจ"แต่มันจะมีประโยชน์อะไรคะ ในเมื่อคุณก็ยังเป็นคนมีเจ้าของอยู่ดี""มีสิ อย่างน้อยเธอก็ยังคิดถึงช่วงเวลานี้และมันก็จะเป็นช่วงเวลาที่ฉันจะเก็บไว้ตลอดไป ฉันอยากให้เธอเข้าใจสิ่
: ร้านนะโม : เพียงขวัญ หลังจากลางานไปสงบสติอารมณ์วันนี้ก็เป็นวันที่ฉันจะต้องยอมรับความจริง นั้นคือฉันยังต้องกลับมาเป็นผู้ช่วยของเขาต่อและแน่นอนฉันใช้เวลาร้องไห้ส่งท้ายไปทั้งวัน ตอนนี้เรียกว่าพร้อมที่จะเผชิญกับทุกอย่าง! นับไปนับมามันก็เหลืออีกแค่เดือนเดียวที่ฉันจะฝึกงานเสร็จฉันตั้งใจไว้ว่าหลังจากนั้นจะลาออกไปหางานสายอื่นทำเพราะไม่อยากจะเจอหน้าเขาอีกแค่ต้องเห็นรูปตามโฆษณาก็เจ็บปวดจะแย่ "ได้แล้วครับ ลาเต้หวานๆ ของเพื่อนรัก แล้วก็นี่กาแฟดำของพี่มอสครับ" ฉันรับลาเต้มาจากนะโมแล้วรีบดื่มเพื่อเพิ่มพลัง จนทั้งนะโมและพี่มอสมองกันเป็นตาเดียว "ค่อยๆ ดื่มสิ เหลืออีกตั้งครึ่งชั่วโมงจะเข้างานนะไม่ต้องรีบ" พี่มอสบอกพร้อมกับมือที่ยืนมาดึงแก้วลาเต้ออกไป นะโมเมื่อเห็นแบบนั้นก็เอาแต่ยิ้มมีเลศนัยแซวฉันใหญ่ก่อนจะรีบปลีกตัวออกไป แต่มันกลับไม่ใช่อย่างที่เขาคิดหรอก... ตลอดหลายวันที่ฉันลางานไปอยู่คนเดียวฉันได้ทบทวนอะไรมากมายจนฉันได้คำตอบหลายอย่างและหนึ่งในคำตอบของฉันมันก็มีเรื่องของพี่มอสและฉันเชื่อว่าเขาก็รู้คำตอบของฉันดี "มันช่วยให้รู้สึกดีนี่หน่า" "...แล้วแน่ใจเหรอว่าพร้อมกลับไปทำงาน" "ค่ะ ..."
'เธอลืมโน๊ตบุ๊ค มาเอาที่ห้องได้เลยฉันกลับไปอยู่ห้องฉันแล้วไม่ต้องห่วง'...คุณธาม...เพียงขวัญอ่านข้อความด้วยความแปลกใจ เป็นเพราะเธอรีบเก็บห้องย้ายออกมาแท้ๆ ทำให้ลืมนึกถึงของสำคัญขนาดนั้นได้เขาคงกลับไปหาเธอที่ห้องนั้นแล้วเห็นมันเข้า..."เป็นอะไรไปเพียง ข้าวไม่อร่อยเหรอ""เปล่าค่ะ"มอสที่นั่งอยู่ตรงข้ามเอ่ยขึ้น ในใจเขารู้สึกกังวลไม่น้อยที่อดีตคนรักมีอาการราวกับว่าไม่ได้ดีใจที่เขากลับมา ยิ่งไปกว่านั้นอาการของธามที่แสดงออกมาในห้องประชุมมันเหมือนกับว่าทั้งสองคนรักกัน... มันทำให้เขาร้อนใจอย่างบอกไม่ถูก ถึงจะรู้ดีว่าเป็นความผิดของตัวเองทั้งนั้นที่เลือกทิ้งคนรักไปแต่ใจหนึ่งก็อยากจะแย่งเพียงขวัญกลับมาเพราะเขาเองก็ไม่สามารถลืมผู้หญิงคนนี้ได้จริงๆ "ไม่สบายใจที่พี่กลับมาหรือเปล่า?...""เปล่าค่ะ พี่มอสคือว่าเพียงลืมของจะต้องกลับไปเอาที่ห้องก่อน""ให้พี่ไปด้วยสิ""ไม่เป็นไรค่ะ"ยังไม่ทันที่มอสจะได้ถามอะไรต่อร่างเล็กก็ลุกขึ้นและเดินออกจากร้านอาหารไปอย่างกับว่าเรื่องที่เธอต้องไปทำมันสำคัญกว่าเขาที่เพิ่งกลับมา มือหนานั้นค่อยๆ กำเข้าหากันด้วยความเจ็บปวดที่หัวใจเพราะเขารู้ดีว่าที่เพียงขวัญกระตือรือร้น