ก้องกิจที่กลับบ้านมาก็เจอภรรยากำลังนั่งไขว่ห้างจิบไวน์อยู่ที่โซฟาแววตาที่จ้องมองมาไม่เป็นมิตรเขาเห็นแต่ไม่อยากจะทักและก็เป็นอย่างที่ก้องกิจคิดในใจเมื่อรูปถ่ายระหว่างเขากับวินตราปลิวว่อนอยู่ที่พื้นเป็นภาพถ่ายที่ยืนคุยกันสองต่อสองที่ดาดฟ้าเมื่อครู่‘สมกับเป็นเจ้าพ่อสื่อ’ “แล้ว?” ก้องกิจไม่ได้หยิบรูปพวกนั้นขึ้นมาดูแต่กลับถามด้วยเสียงเย็นไม่เหมือนกับตอนที่คุยกับวินตราสีหน้าและแววตาอ่อนโยนแบบนั้นดารากรไม่เคยได้รับมันมาก่อนอีกฝ่ายเป็นใครมีดีอะไรถึงได้รับสิ่งเหล่านี้จากสามีเขา“พี่ก้อง” ดารากรตวาดเสียงดังลั่นห้องรับแขกพลางวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะอย่างแรงลุกขึ้นเดินมาเผชิญหน้า “เรื่องหย่าฝันไปเถอะถ้ากรไม่สมหวังอย่าหวังว่าใครหน้าไหนจะสมหวังเลย”“อ้อ” “พี่ก้องตลอดเวลาที่แต่งงานกันมาพี่เคยรักกรบ้างหรือเปล่า” ดารากรตวาดเริ่มฟูมฟายน้ำเสียงอ้อแอ้อีกฝ่ายตะเบ็งเสียงใส่เขาจนหน้าดำหน้าแดงก้องกิจและดารากรถูกเลี้ยงดูมาต่างกันการตะคอกก่นด่าแบบนี้แทบไม่เคยเกิดขึ้นในรั้วสลาลินและเกียรติคณาและเป็นสิ่งที่ก้องกิจเกลียดมากที่สุด“อย่าตะคอกใส่พี่” ก้องกิจเอ่ยเสียงเรียบพลางเบนสายตาไปที่อื่น “ทำไมกรผิดอะไรวินตราอะไร
วินตรามองกระจกหลังเป็นระยะด้วยความเคยชิน แล้วก็เห็นรถคันดังกล่าวขับตามมาตั้งแต่ตอนร้านอาหารจนถึงที่พักของเขา อีกอย่างเขาอยู่ในที่สว่างและวินตราก็เหนื่อยที่จะต้องหลบๆซ่อนและทำได้เพียงแค่หนีแบบนี้อีกต่อไปแล้วเขากำพวงมาลัยอย่างแน่นก่อนจะถอนหายใจออกมาช้าๆจอดรถแล้วรีบเดินขึ้นห้องของตัวเองไปอีกอย่างคอนโดที่นี่ก็หนึ่งในเครือของศศิภักดีความปลอดภัยแม้จะดีในระดับหนึ่งแต่หากพวกนั้นไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการก็ไม่มีทางเลิกราโดยเฉพาะไอ้ชั่วนั่น วินตราแตะบัตรเข้าห้องของตัวเองด้วยอารมณ์ดิ่งอีกครั้งแล้วเขาก็ไม่ชอบใจนักที่ตัวเองเป็นอย่างนี้ถุงขยะหลายถุงกองสุมกันอยู่ที่ทางเข้าประตูตอนนี้เขาเหนื่อยล้าจนไม่อยากจะทำอะไรวันเสาร์วันอาทิตย์ก็แทบไม่ได้พักดีที่ว่าเสื้อผ้าส่งซักไม่งั้นเขาคงใส่เสื้อผ้าซ้ำๆสภาพจิตใจที่บอบช้ำมาอย่างหนักไม่มีทางจะหายดีในเร็ววันข้อนั้นเขารู้ดีเพียงแต่…แค่อยากจะยิ้มให้กับเรื่องง่ายๆแต่เขากลับทำไม่ได้เวลาร่างกายตึงเครียดมากที่สุดกลับกลายเป็นว่าต่อมน้ำตาของเขาเหมือนถูกปิดตายไม่ยอมทำงานเสียดื้อๆร่างกายเครียดจนไม่สามารถร้องไห้เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจออกมาผ่านหยดน้ำตาได้อารมณ์ของเขามันดำดิ
วินตราที่ติดต่อเลขาพ่อเลี้ยงดนัย รู้ว่าช่วงนี้พ่อเลี้ยงมาดูแลสาขาอุดรธานีก็จองตั๋วเครื่องบินทันที “นายไปคนเดียวก็เพียงพอแล้วไม่ใช่เหรอ” เดนีสถามเมื่อนั่งอยู่บนเครื่องบินหน้าตาบูดบึ้งเพราะเมื่อวานกว่าจะได้นอนปาไปค่อนคืนวันนี้ต้องตื่นตั้งแต่ไก่โห่วิ่งสับตีนแตกมาขึ้นเครื่องไฟลท์ตอนเจ็ดโมงครึ่งอีกเดนีสบ่นกระปอดกระแปดรองเท้าที่สวมใส่หากไม่ใช่หนังแท้อย่างดีป่านนี้คงสึกหรอไปหมดแล้วชีพจรลงเท้าแทบไม่ได้นั่งอยู่ติดที่วันนี้เองก็เช่นกันวินตราถอนหายใจ“เป็นการแสดงความขอโทษอย่างจริงใจยังไงล่ะครับท่านเจ้าสัวเองก็ให้ความสำคัญกับพ่อเลี้ยงขนาดไหนคุณคงจะทราบดี”“แล้ว?” วินตราหันหน้าไปมองด้วยสีหน้าเอือมระอาอีกฝ่ายน่าจะคุ้นชินการพบปะเข้าสังคมมากกว่าเขาและเข้าใจสังคมใส่หน้ากากพวกนี้ดีกว่าเด็กบ้านนอกอย่างเขาแต่ที่ไหนได้“ท่านประธานไม่เคยตามท่านเจ้าสัวไปออกงานเหรอครับ”“เคย…ทำไม? แต่ฉันไม่ชอบสังคมใส่หน้ากากจีบปากจีบคอเยินยอกันไปมาแบบนั้นหรอก” เดนีสไหวไหล่วินตราหางตากระตุก“การที่ท่านประธานไปครั้งนี้คือแสดงความจริงใจว่าคุณเป็นฝ่ายผิด”“เฮ้—” เดนีสที่อ้าปากจะแย้งหุบปากฉับ“สามร้อยล้านถ้าไม่เสียดายงั้นก็จองต
แล้วท่านประธานก็โดนบอร์ดบริหารโขกสับเละเป็นโจ๊กในที่ประชุม แถมท่านเจ้าสัวยังนั่งหัวโด่อยู่ตรงตำแหน่งหัวโต๊ะ เดนีสหน้าหดเหลือสองนิ้ว พอถึงจังหวะที่โดนจี้เข้ามาก ๆ กำลังจะอ้าปากเถียงวินตราก็สอดกระดาษโพสอิสใบเล็ก ๆ วางไว้ที่หน้าเอกสาร เดนีสก้มหน้าลงตามเดิม ก่อนจะเอ่ยขอโทษขอโพยการบริหารที่ผิดพลาดและจะชดใช้โดยการไม่รับเงินเดือนประจำตำแหน่ง 6 เดือน รวมไปถึงปันผลประจำปี ไตรมาสละ 2 ครั้ง สมทบเพื่อเป็นโบนัสและขวัญกำลังใจพนักงานต่อไปห้องประชุมที่กำลังสาดน้ำลายกันอย่างดุเดือดเลือดพล่านถึงได้เย็นลงมาบ้าง เดนีสหน้าตึงแต่ก็เก็บอารมณ์เป็นอย่างดี ไม่ได้เถียงข้าง ๆ คู ๆ แถมยังยืนก้มหัวโค้งคำนับรับความผิดพลาด แต่ความเป็นจริงวินตราหยิกสีข้างของท่านประธานไม่รู้กี่สิบรอบท่านเจ้าสัวมองลูกชายตัวเองด้วยสีหน้าพึงพอใจการบริหารมันก็มีผิดพลาดกันได้ผิดพลาดเพื่อเติบโตและพอเห็นท่าทีของลูกชายที่สงบเสงี่ยมขึ้นก็เบาใจแต่เพราะอยู่ในที่ประชุมท่านเจ้าสัวจึงต้องตีหน้านิ่งไม่อาจส่งสายตาปลาบปลื้มให้เจ้าลูกชายได้อย่างออกนอกหน้า แล้วอีกอย่างปัญหานี้ก็แก้ได้อย่างถูกวิธีและทันเวลาพอดีท่านเจ้าสัวมองเลยไปยังวินตราไม่ถึงหนึ่งปีล
เดนีสออกจากบริษัทตั้งแต่สี่โมงครึ่งเขาผิวปากพาดสูทที่แขนหันไปมองคุณเลขาที่ดูรายงานในไอแพด“วินตราวันนี้นายกลับไปพักได้”“ขอบคุณครับ” วินตรารับคำอย่างว่าง่ายตั้งแต่ทำงานเกือบปีนับครั้งได้ที่เขากลับเร็วพระอาทิตย์ยังไม่ตกดินแบบนี้วินตราเดินตามออกไปเดนีสที่นานๆจะเอ่ยถามไถ่ปรียานุชทำเอาหญิงสาวเก้ๆกังๆที่จะพูดคุยด้วย“คุณนุช”“คะคะ” ปรียานุชกุลีกุจอลุกสายตาละจากหน้าจอจดจ้องท่านประธานที่ดูอารมณ์ดี“ไม่ต้องลุกหรอกผมแค่จะบอกว่าวันนี้เลิกงานเร็วหน่อยก็ได้” ปรียานุชปรายตามองนาฬิกาบนโต๊ะก่อนจะฉีกยิ้มด้วยความดีใจ“ค่ะขอบคุณมากค่ะท่านประธาน” ปรียานุชค้อมหัวให้ด้วยความเคารพก่อนจะรีบเคลียร์งานให้เสร็จเพื่อที่จะได้ไปรับลูกสาวเร็วๆสักวันสัปดาห์ละครั้งก็ยังดีเดนีสเดินแกว่งกุญแจรถออกไปสีหน้าที่ยิ้มแย้มทำเอาพนักงานอย่างปรียานุชอดที่จะยิ้มตามไม่ได้“มีเรื่องอะไรดีๆเหรอคะคุณวินตรา”“หลังเคลียร์ปัญหาไปได้เห็นเบื้องบนคุยกันไว้ว่าจะเพิ่มโบนัสให้อย่าบอกใครนะครับ” วินตราขยิบตาให้ลับหลังวินตราปรียานุชก็ยิ้มหน้าบานรีบเก็บของลุกตามไปอีกคนบรรยากาศระหว่างคนสามคนที่ทำงานร่วมกันพลันดีและสดใสขึ้นไม่เพียงท่านประธานแม้แต
เสียงเคาะประตูหน้าห้องรวมไปถึงร่างที่ก้าวเท้าเข้ามาสีหน้าและท่าทางเหมือนมีความกดดันอะไรบางอย่างใต้ตาที่ดำคล้ำสภาพเหมือนคนไม่ได้นอนของคุณเลขาทำเอาเดนีสขมวดคิ้วมุ่น“วันนี้มีงานอื่นอีกไหม”“ไม่มีครับ”“นายโอเคนะ” เดนีสเลียบเคียงถามแพขนตาที่หลุบลงไหนจะฝ่ามือที่เหมือนจะสั่นน้อยๆเวลาจับไอแพดทำเอาเดนีสอดเป็นห่วงไม่ได้“ครับ” แถมวันนี้ยังพูดน้อยไม่ต่อปากต่อคำกับเขาอีกบรรยากาศเย็นยะเยือกที่ปล่อยออกมานั้นเหน็บหนาวเสียยิ่งกว่าแอร์ที่จ่อตรงหัวซะอีก “ถ้าไม่สบายพักก็ได้นะงานตอนบ่ายฉัน—”“ไม่เป็นไรจริงๆครับ” บทสนทนาความห่วงใยระหว่างลูกน้องกับเจ้านายจบลงแค่นั้นเมื่อปรียานุชเคาะประตูแล้วนำเครื่องดื่มเข้ามาให้เดนีสถอดแมสออกหลังจากเหลือเพียงสองคน “ซี้ด” มุมปากที่มีเลือดซิบโหนกแก้มที่ฟกช้ำวินตราเงยหน้าขึ้นมาจากไอแพดเมื่อได้ยินเสียงสูดปากเขาไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกไปอีกฝ่ายก็ละล่ำละลักบอกมาเอง“เมื่อวานมีปัญหานิดหน่อย” “แล้วจะนัดทานข้าวกับคุณอัคนีได้ยังไงครับความจริงเป็นนัดที่สามารถเลื่อนได้เลื่อนไปก่อนดีกว่าไหมครับ” “ไม่เป็นไร” เดนีสโบกมือ “ปกติฝ่ายนั้นไม่ได้อะไรอยู่แล้วกาแฟไม่พร่องก็ลุกออกไปแล้ว”“ค
เดนีสกำลังก้มหน้าดูลิสต์รายการอาหารในมือ “นายจะเอาอะไรอีกหรือเปล่า” เพราะความเครียดจู่โจมกระเพาะเหมือนจะไม่ทำงานพอได้กลิ่นไก่ย่างหอม ๆ แบบนี้ก็ชวนน้ำลายสอ อีกอย่างเข้าแต่ร้านภัตตาคารพวกนั้นก็เลี่ยนเหมือนกัน ได้กลับมากินของที่คุ้นลิ้นก็ดีเหมือนกัน “ตำหมูยอแคบหมูอีกสองห่อก็พอละครับ” เห็นได้ชัดเลยว่าสีหน้าของคุณเลขาดีขึ้นแต่เขาไม่ทักหรอกแต่ใบหน้าที่ฟกช้ำนั้นก็ดูตลกมากกว่าจะดูน่าสงสารวินตราเท้าคางปิดปากเสไปมองทางอื่น“อยากจะหัวเราะเยาะฉันก็หัวเราะออกมาเถอะ” วินตราหันหน้ามามองไม่พูดอะไรแต่สายตาดูเหมือนจะมีชีวิตชีวาขึ้นมาเล็กน้อยไม่รู้สิเพราะทำงานด้วยกันมานานและอีกฝ่ายก็เป็นคนเก่งจริงๆที่เขาให้การยอมรับจากใจและก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าอ่อนข้อให้คนตรงหน้าตั้งเมื่อไหร่ไม่รู้เมื่อไหร่อีกเหมือนกันว่าที่เขาคอยจับสังเกตสีหน้าและแววตาของคุณเลขาอยากจะรู้จักให้มากขึ้น…อาจจะเป็นผลดีในเรื่องงานน่ะนะฝีปากยกยิ้มน้อยๆ “ทำไมถึงมาทานที่นี่ล่ะครับ”“กินก่อนแล้วฉันจะบอก” ท่านประธานยักคิ้วกวนๆให้สองสามทีวินตราถอนหายใจกับสีหน้าแพรวพราวของท่านประธานที่เหมือนหลอกเด็กน้อยได้แต่ก็ช่างเถอะ…วันนี้เขาเหนื่อยล้าจะยอม
วินตราที่เมื่อก่อนในตอนพักเที่ยง หรือตอนที่ท่านประธานคุยกับคู่ค้าเพียงลำพัง เขาและเลขาของอีกบริษัทต่างก็หาที่หลบมุม บ้างก็นั่งคุยกันอยู่ใกล้ ๆ แต่พักหลัง ๆ วินตราที่นาน ๆ ครั้งจะสูบบุหรี่ที ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าเขาอัดนิโคตินเข้าปอดแทบจะทุก 3 ชั่วโมงที่มีโอกาสเลยก็ว่าได้ แม้จะเลือกยี่ห้อที่ไม่ฉุน รวมไปถึงน้ำหอมและน้ำยาดับกลิ่นปากแล้ว เดนีสก็ยังได้กลิ่นควันบุหรี่ตามเนื้อตามตัวของคุณเลขา เขาย่นคิ้วเข้าหากันด้วยความแปลกใจ คุณเลขาพักหลัง ๆ ทำตัวแปลก ๆ สายตาล่อกแล่กเหมือนระแวงบางสิ่ง บางสิ่งที่เดนีสเองก็ไม่รู้ว่าคืออะไรถ้าอีกฝ่ายไม่คิดปริปากบอกกันเขาก็หาทางช่วยไม่ได้หรืออีกฝ่ายอาจคิดว่าเขาไม่น่าจะช่วยอะไรได้? วินตราเป็นคนทำงานเก่งไม่ใช่คนขี้เม้าแล้วไม่ใช่คนที่จะหาเรื่องใครง่ายๆไม่น่าจะเป็นคนในที่ทำงานเดนีสวิเคราะห์เชี่ย! หรือว่าจะเป็นแฟนเก่าเมื่อกลับจากพบปะลูกค้าตามตารางงานเดนีสก็อดที่จะถามคุณเลขาข้างกายไม่ได้สงบปากสงบคำผิดปกติมาสองสามวันแล้วปกติถ้าไม่ด่าต้องใช้สายตานิ่งๆดุๆนั้นปราบเขาบ้างนี่อะไรไม่หือไม่อือกับพฤติกรรมของเขาเลยสักนิดยอมไม่ได้!“นายทำตัวลับๆล่อๆทำไมมีปัญหาอะไรงั้นเหรอ”
“พ่อครับแม่ครับอยู่ไหนครับ” ก่อนจะได้ยินเสียงแทรกเข้ามา“อย่าให้พ่ออยู่กับแม่ไม่งั้นแม่จะไม่สบาย”“หา” เดนีสหน้าตื่นก่อนจะแง้มประตูแอบฟังต่อ สามพี่น้องพยักหน้าให้กัน“จริงแม่จะเสียงแหบและบ่นปวดเอวแล้วก็มีรอยยุงกัดเยอะด้วย” สามพี่น้องปรึกษาหารือกันเหมือนกำลังคุยเรื่องโลกแตกวินตราหัวเราะน้อยๆในลำคอก่อนจะมองพ่อหมาที่เงี่ยหูฟังลูกๆคุยกันสมน้ำหน้า! “พ่อชอบเล่นกับแม่แรงๆสงสารแม่พวกเราต้องปกป้องแม่ให้พ้นจากเงื้อมมือพ่อ” สามพี่น้องชูกำปั้นใส่กันสักพักแม่บ้านและพี่เลี้ยงก็มาตามเพราะปู่ย่ามารับไปเล่นบ้านใหญ่สามคนดีใจใหญ่เพราะว่าจะได้เจอลูกพี่ลูกน้องอีกหลายคนก่อนจะเฮโลลงบันไดไปข้างล่างเดนีสหัวคิ้วกระตุกโพล่งด่าในใจ ‘ไอ้ลูกเวร’ ส่วนวินตราหัวเราะท้องแข็งอยู่ข้างหลังเขาเมื่อเดนีสปิดประตูห้องสนิทพร้อมกับสีหน้าไม่สู้ดี “มิน่าพักหลังถึงทำตัวเป็นปรปักษ์กับฉันขนาดนั้นที่ไหนได้!” เดนีสโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงแต่ภรรยาสุดที่รักกลับขำจนตัวงอสองตาแดงเรื่อเพราะว่าหัวเราะมากจนเกินไป“ขำมากหรือไง”“ฮ่าๆฮ่า” วินตรายังขำไม่หยุดก่อนจะอุ้มภรรยาทุ่มลงบนเตียงกว้างด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์“อย่าหวังว่าคราวนี้จะรอด” “มะ
ส่วนวินตรากับเดนีสเองก็ถอนหายใจเช่นกันยังดีที่เดนอนอยู่อนุบาลสามส่วนแฝดพี่อีกคนอยู่คนละห้องไม่งั้นเรื่องราวคงวุ่นวายมากกว่านี้เป็นแน่พี่ชายทั้งสองหวงน้องสาวยังกะอะไรดีไม่น้อยไปกว่าพ่อหมาเลยนั่นคือเรื่องแรกแล้วก็มีเรื่องราวมากมายตามมาเป็นพรวนวีรกรรมสุดแสบที่ทำเอาวินตราหัวหมุนเป็นประจำโดยเฉพาะลูกชายคนโตที่ถอดแบบเขาออกมามากที่สุดวันนี้นัดกันว่าจะทานมื้อค่ำด้วยกันแต่เดนีสแวะไปเอาเค้กร้านโปรดที่เจ้าสามแสบชอบเลยช้ากว่ากำหนดการที่บอกเอาไว้ว่าจะตั้งโต๊ะอาหารหนึ่งทุ่มตรงแต่ตอนนี้ทุ่มครึ่งพ่อหมายังไม่เห็นแม้แต่เงาเดนอนวัยห้าขวบกอดอกรออยู่บนเก้าอี้ก่อนจะใช้นาฬิกาดิจิตอลของตัวเองต่อสายหาปลายทางวินตราเองก็นั่งรออย่างใจเย็นเช่นกัน“พ่อฮะจะกลับกี่โมงครับ” “อีกสิบนาทีถึงน่าไอ้ลูกชาย” “ระยะทางจากบริษัทถึงบ้านสามสิบห้าไฟแดงแต่ละแยกสองถึงสามนาทีถ้าขับด้วยความเร็วคงที่น่าจะกลับมาก่อนเวลาหนึ่งทุ่มตรงด้วยซ้ำ”“เฮ้! ไอ้ลูกหมาพ่อมีธุระนิดหน่อยตอนนี้จะถึงบ้านแล้วครับ” แม้น้ำเสียงตอนต้นจะติดโวยวายนิดหน่อยตามนิสัยของเจ้าตัวแต่พอเจอวินตราดุไปก่อนหน้าเลยอ่อนลงแต่ไอ้ลูกชายตัวดีเหมือนกำลังซักฟอกเขาเดนีสขุ่นเคือง
พอคลอดสองแฝดปุ๊ปคุณแม่ลูกสามอย่างวินตราก็ปิดอู่ทันทีอีกทั้งเดนีสเองก็ยินยอมพร้อมใจทำหมันเพื่อเป็นการให้คำมั่นสัญญาไปในตัวว่าเขาจะไม่ออกนอกลู่นอกทางจะรักแม่หมาเพียงคนเดียวไม่มีลูกนอกสมรสที่ไหนอีก!เดนอนวัยสองขวบเป็นพี่คนโตของสองแฝดชาย-หญิงซึ่งผู้ชายเป็น (New Male) เหมือนวินตราชื่อเดโนส่วนน้องเล็กเป็นเพศหญิงชื่อเดเลเนเป็นรุ่นหลานสามเดอ้อ…ห้าเดถ้านับลูกสาวของเดนิมที่ชื่อเดล่าและลูกชายชื่อเดโลเข้าไปด้วยเมื่อเด็กห้าคนมารวมตัวกันเมื่อไหร่ผู้ใหญ่ก็มักจะปวดหัวทุกทีคุณปู่คุณย่าก็พลอยหมั่นดูแลสุขภาพเพราะลูกชายคนสุดท้องอย่างเดนีนก็แว่วๆว่ากำลังจะมีหลานตัวน้อยให้ศศิภักดีเองเช่นกัน วินตราทำหน้าที่ของผู้บริหารและแม่ที่ดีได้อย่างไม่มีบกพร่องและสร้างสิ่งแวดล้อมในที่ทำงานสำหรับแม่ลูกอ่อนด้วยกลายเป็นว่าบริษัทในเครือศศิภักดีต่างเป็นบริษัทที่คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ต้องก็อยากจะตบเท้าเข้าทำงานและฝากชีวิตไว้ที่นี่กันทั้งนั้นเพราะผู้บริหารคำนึงถึงพนักงานเป็นหลักจึงทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ดีต่อทุกเพศสภาพและทุกสถานะ ตอนนี้พวกเขาย้ายออกมาอยู่บ้านใหม่ที่ไม่ไกลจากบ้านใหญ่คุณปู่คุณย่าไปหาได้สะดวกและฝากหลานได้สะดวกเช่น
“อื้อ” ความจริงเดนีสอยากจะถ่ายภาพนี้ของวินตราเอาไว้ แต่เขาก็กลัวว่าจะหลุดออกไป จึงทำได้เพียงบันทึกภาพสุดแสนอีโรติกนี้เข้าสู่สมองให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อวินตรากระตุกเขาก็อมยิ้มดึงหางแมวออกดังเปาะ ก่อนกิจกรรมจะเริ่มวินตราได้ปูเตียงด้วยผ้าที่สั่งซื้อพิเศษ กันน้ำ พวกเขาเลยสามารถทำกิจกรรมเข้าจังหวะอย่างว่าได้สนุกสุดเหวี่ยง เมื่อช่องทางหลังขยายได้ที่แล้ว เดนีสก็ส่งลิ้นร้อนเข้าไปแหย่รูนั้นที่หุบอ้า ๆ อย่างเชื้อเชิญ แลบเลียช่องทางเหมือนเลียไอศกรีมรสโปรด ตวัดลิ้นเร็วช้าสลับกันตามแต่ใจจะนำพา วินตรากระเถิบตัวหนี ไม่ไหว! เขาเสียวแทบขาดใจ แถมเสียงครวญครางก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับอารมณ์วาบหวามที่กำลังพุ่งขึ้นสูงทุกวินาที แถมพ่อหมายังยกซดน้ำหวานจากช่องทางเหมือนตายอดตายอยาก วินตราเขยิบหนีครางเสียงกระเส่า“มะไม่ไหวอะ” ร่างกายเกร็งกระตุกส่วนหน้าหลั่งออกมาจนเปรอะเปื้อนไปทั่วหน้าขาและผ้าปูที่นอนแถมพ่อหมายังไม่หยุดระรัวลิ้นอีกวินตราหันไปกระชากผมที่เอาแต่ซุกก้นของเขาอย่างหื่นกระหายให้เงยหน้าขึ้นมา“เข้ามาได้แล้ว” เดนีสยันเข่าข้างนึงกับเตียงจับบั้นเอวนั้นที่แอ่นเชื้อเชิญเขาอย่างน่ารักค่อยๆสอดใส
ทางด้านเดนีสหลังจากทานมื้อเย็นกับพวกห้าสิงห์เขาก็แวะไปเอาของเล่นที่สั่งไว้เพื่อมาเล่นกับภรรยาโดยเฉพาะแต่รถดันติดเสียนี่…มาช้าเป็นชั่วโมงทั้งๆที่นัดกันดิบดีพอมาถึงห้องก็ต้องแปลกใจที่ข้างในมืดสนิทเดนีสเปิดไฟก่อนจะหอบกล่องอย่างทุลักทุเลเข้าไปในห้องนอนของตัวเองพร้อมกับเตรียมจะจ๊ะเอ๋แม่หมากลับกลายเป็นว่าแม่หมาหลับไปแล้วซะงั้น…เพราะแบบนี้เลยเปลี่ยนแพลนกะทันหันย่องเบาเหมือนแมวหนีไปอาบน้ำยังไงก็ต้องได้กินของหวานแหละน่าเดนีสผิวปากอาบน้ำขัดตัวอย่างสบายใจเฉิบพอเขาออกจากห้องนำ้มาเท่านั้นแหละ…เรนเดียร์ตัวน้อยที่แกล้งหลับกำลังหันมามองเขาด้วยสายตาทรงเสน่ห์อย่างล้นเหลือเรียวปากยังชุ่มฉ่ำไปด้วยลิปกลอสนั่งขาแบะเป็นตัวเอ็มหันหลังให้เขานั้น…เดี๋ยวก่อนนะก็ว่าละทำไมภาพนี้มันคุ้นๆโปสเตอร์นั้นรูปเมียรักเขานี่เองให้ตายจะบอกไอ้พวกนั้นไม่ได้เด็ดขาดจะได้ลืมๆไป “วินตรา!” เดนีสตะโกนเสียงเข้ม“อย่าบอกว่านายแบบคือนาย”“ใช่” เดนีสอ้าปากค้างก่อนจะสาวเท้าไปหาคุณภรรยากระโดดทับด้วยความหึงหวง “อะไอ้บ้าเจ็บ” “เจ็บสิจะได้จำ” เดนีสขบย้ำๆที่หัวไหล่มนอย่างมันเขี้ยวตอนนี้แม่หมาสวมเพียงเกาะอกแดงตัวจิ๋วที่กระชากนิดเดียวก็คงจะ
“ทำได้ทำได้แน่นอนฉันจะไม่สปอยลูกอีก” มือขวายกสามนิ้วแต่มือซ้ายกลับไขว้กากบาทอยู่ด้านหลังพอเห็นเมียรักไม่พูดอะไรก็ปรี่เข้าไปคลอเคลียขอความเห็นใจทันที“ฉันรู้ฉันผิดเอาเป็นว่าวันหลังจะไม่แอบให้ขนมอีกถ้าลูกหิวต้องหิ้วท้องรอเพราะไม่ทำตามกติกากลุ่มโอเคไหม?” วินตรากอดอกเหลือบตามองอย่างคาดโทษก่อนจะถอนหายใจออกมาแรงๆ “เด็กคนหนึ่งกว่าจะโตต้องเลี้ยงทั้งหมู่บ้านต้องเคารพกติกากลุ่มลูกเรามักน่ารักสำหรับเราเสมอแต่ใช่ว่าจะน่ารักสำหรับคนอื่นที่สำคัญหากไม่สอนให้เขาเคารพกฎหมู่กฎระเบียบเล็กๆน้อยๆพวกนี้จะสอนเขาเมื่อไหร่?”“ฉันรู้ๆฉันผิดไปแล้ว” พ่อหมาแทบจะกราบกรานเขย่าแขนเมียตัวเองขอความเมตตา “วันหลังฉันจะให้ตายตัดสินจะถามนายก่อนโอเคไหม” วินตราถอนหายใจก่อนจะสงบสติอารมณ์“วันหลังห้ามทำอีก” “ฉันจะจำไว้และจะไม่ทำอีก” ก่อนจะเข้าไปจุมพิตกระหม่อมภรรยาโอบกอดหลวมๆแม้ปากจะบอกว่าเข้าใจแต่สุดท้ายพ่อหมาก็คือพ่อหมาต่างก็ขบคิดหาวิธีที่ไม่ให้แม่หมาจับได้กลยุทธ์แพรวพราวมากขึ้นกลายเป็นถือหางลูกชายสุดๆในอีกยี่สิบกว่าปีให้หลังมีเพียงใบหน้าและแววตาที่เหมือนผู้เป็นแม่แต่นิสัยใจคอเหมือนรวมเอายีนด้อยและเด่นของพ่อแม่เข้าด้วยกั
ตั้งแต่ทำงานด้วยกันมาจวบจนแต่งงานมีพยานรักงานวันเกิดของเดนีสอีกฝ่ายไม่เคยเรียกร้องอะไรจากวินตราเลยมีแต่วันเกิดของเขาที่พ่อหมาตั้งใจรังสรรค์ออกมาอย่างใจป้ำโดยให้เหตุผลว่า“ฉันมีวันเกิดที่ดีมาเสมอทุกปีต่อแต่นี้ขอให้นายมีความสุขมีวันเกิดที่ดีในทุกๆปี” แม้ว่าภายในงานจะเรียบง่ายแต่ตราตรึงในใจของวินตราทุกครั้งกลับจากทำบุญสถานสงเคราะห์ต่างๆก็ไปวัดทำบุญถวายเพลอุทิศกรวดน้ำให้กับพ่อแม่ผู้ล่วงลับแต่ในปีนี้วันเกิดสามีของเขาวินตราก็อยากจะเซอร์ไพรส์และให้ของขวัญที่ดีที่สุดเพื่อตอบแทนความรักดีๆที่สามีมอบให้เสมอมา วินตราเคลียร์ตารางตัวเองอีกทั้งเจ้าลูกหมาตัวน้อยก็อายุสิบเดือนกำลังตั้งไข่ฝึกเดินเกาะไปทั่วคอกกั้นเด็กที่สั่งทำพิเศษดูท่าจะได้ความแสบซนจากพ่อหมามาไม่น้อยแถมยังฉีกยิ้มหวานสองซี่ให้อีกต่างหาก “มาม่า”“ครับ” วินตราอุ้มลูกชายที่ร้องเรียกตอนนี้เดนอนกำลังฝึกออกเสียงสองพยางค์และรู้ความหมายของศัพท์มากขึ้นแล้ววินตราจะไม่ใช้ภาษาเด็กคุยแต่จะพูดคุยเหมือนกับว่าเดนอนเป็นผู้ใหญ่อีกคนหนึ่งเพียงแต่ว่าพูดช้าๆชัดๆเพื่อให้เด็กน้อยเข้าใจภาษาที่สื่อและสอดคล้องกับภาษากายที่กำลังแสดงอีกทั้งเจ้าหมาน้อยยังเลี้ยงง่
“อื้อ อะ” เสียง ตับ ๆ ของแก้มก้นที่ถูกหน้าขาโบยตี เสียงเฉอะแฉะของน้ำลายที่สองปากกำลังจูบกันอย่างดูดดื่ม ก่อนจะพากันไปแตะฝั่งฝัน สองร่างเกร็งกระตุกก่อนจะพากันทะยานไปถึงฝั่งพร้อมกัน วินตราหอบหายใจเหนื่อย สองขาสั่นเทา เดนีสเองก็เช่นกัน ก่อนจะวางขาลงแต่ช่วงล่างที่สอดประสานกลับคาเอาไว้เพื่อรอให้เมล็ดพันธ์ุหลั่งออกมาทุกหยาดหยด เขาฟุบหน้าลงบนซอกคอขาวที่ทั้งหอมและน่าขย้ำให้เลือดกระฉูด ได้แต่เพียงดอมดมสูดกลิ่นอายของภรรยาเข้าไป แม้ในใจอยากจะฝากร่องรอยสีกุหลาบเอาไว้แค่ไหนก็ตาม เพราะวินตราหน้าบาง เดนีสเลยเลือกที่จะแต่งแต้มร่างกายที่ขาวเหมือนน้ำนมแพะตามร่มผ้า โดยเฉพาะป้านนมที่มีรอยฟันของเขาประทับเอาไว้เป็นวงกว้าง ต่อให้พรุ่งนี้จะโดนเมียรักเฉ่งจนหูดับก็คุ้มค่า“เอาออกไปได้แล้ว” วินตราว่าพลางดันตัวหมายักษ์ที่นอนทับเขาแทบหายใจไม่ออก“อุ่นขนาดนี้ขอต่อเวลาอีกหน่อย”“หมดเวลาแล้ว”“ใจร้ายกินฉันแล้วถีบหัวส่งเลยนะ” ฝ่าเท้ากำลังจะทำท่าถีบเอวสอบที่เริ่มขยับเบาๆ “เดี๋ยวถุงก็แตกหรอก”“ถ้าแตกฉันจะตั้งทนายฟ้องเลยเอ้า” “ไอ้บ้า” วินตราเอ็ดเบาๆ “นี่ฉันถามไอ้หมอหัสดินมาแล้วหลังคลอดช่วงที่ให้นมยังไม่มีประจำเดือนไม
วินตราไม่รู้ว่าความรักของเราจะมีวันหมดอายุหรือเปล่า แต่ผู้ชายคนนี้ขยันเติมหยอดความหวาน ความรักให้เขาไม่รู้จักเบื่อ การมีเพื่อนคู่คิด มีคนนอนเป็นเพื่อนมันดีกว่าอยู่คนเดียวจริง ๆ ผู้ชายคนนี้เป็นแสงสว่างนำทางเขาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แม้ว่าบางครั้งจะบ้า ๆ บอ ๆ ก็เถอะ แต่สำหรับวินตราตั้งแต่เขาได้มาเจอกับผู้ชายคนนี้ชีวิตก็มีสีสันขึ้นมาทันตา และความสุขที่คิดว่าไม่มีอยู่จริงก็อยู่ตรงหน้าในทุก ๆ วัน พร้อมกับลูกน้อยที่เขารักที่สุด และสัญญากับตัวเองว่าจะเป็นแม่ที่ดี ไม่ทำให้ลูกน้อยต้องมีแผลใจเหมือนอย่างตน สร้างครอบครัวที่สมบูรณ์พูนสุขไปด้วยกันตราบนานเท่านานพ่อหมาทำตัวดีขนาดนี้จะไม่ให้รางวัลได้ยังไง!รถยนต์มาจอดบนเขาลานจอดรถโล่งกว้างแต่กลับไม่มีรถคันอื่นสักคันเบื้องล่างเป็นภาพวิวของชานเมืองแสงสว่างเหลืองอร่ามของบ้านเรือนรถราแสงเหลืองส้มไหลติดกันเป็นเส้นเดียววินตราจอดรถเดนีสเองก็ถามด้วยความสงสัยปกติแม่หมาเลิกงานแทบจะเหยียบมิดไมล์เพื่อรีบกลับไปหาเจ้าก้อนแต่ไหงวันนี้มาแปลก“มีอะไรหรือเปล่า” เดนีสเลียบเคียงถามวินตราปลดเนกไทตัวเองช้าๆเดนีสลอบกลืนน้ำลาย“ชวนมาดูดาว” เดนีสหูตั้งแต่ยังคงรักษาท่าทีร