หลังจากคืนนั้นที่เขาต้องยอมเรียกลูกน้องมาขับรถให้ พายุก็ยังคงรับส่งเธอเพื่อลองชุดเตรียมตัวถ่ายพรีเวดดิ้งตามที่ได้นัดไว้ ในร้าน พายุนั่งเลื่อนโทรศัพท์นั่งรออยู่ตรงโซฟาแม้ว่าเจ้าสาวตรงหน้าจะกำลังหมุนตัวไปมาเพื่อให้เขาดูชุดที่ถูกใจ
“ชุดนี้เจ้าบ่าวว่ายังไงบ้างคะ? ดิฉันคิดว่าชุดเข้ากับเจ้าสาวมากเลยค่ะ กระโปรงก็...”
“เอาชุดที่ว่านี้แหละ” พายุตอบทั้งที่ตัวเองยังไม่เงยหน้าขึ้นมองเธอเลยสักนิด รอยยิ้มบนใบหน้ายี่หวาที่มีในตอนแรกหุบลงทันทีที่ได้ยิน เขาดูไม่สนใจเธอเลยแม้แต่น้อยยังคงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับหน้าจอโทรศัพท์เครื่องหรูอยู่อย่างนั้น
เมื่อพนักงานสาวเห็นอย่างนั้นก็ถึงกับทำหน้าเจื่อนก่อนจะหันไปหยิบชุดเจ้าบ่าวที่คิดว่าเข้าคู่กับชุดเจ้าสาวที่สุดออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มตามมารยาท หวังว่าชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าบ่าวจะหันมาสนใจเสียสักนิดก็ยังดี
“เจ้าบ่าวลองชุดนี้สิคะ ดิฉันว่ามันเข้าคู่กับชุดเจ้าสาวหรือว่าเจ้าบ่าวมีสีไหน...”
“ชุดไหนก็ได้” พายุตอบสวนขึ้นมาและยังคงนั่งอยู่ท่าเดิมไม่เปลี่ยน ก้มหน้าก้มตามองโทรศัพท์ตามเคย ยี่หวาเห็นอย่างนั้นจึงหันไปมองหน้าพนักงานสาวที่ตอนนี้ทำหน้าไม่ถูกไม่รู้ว่าจะไปต่อยังไง
“เอาสองชุดนี้ก็ได้ค่ะ” เธอพูดพร้อมส่งยิ้มให้พนักงานสาวอย่างเป็นมิตรก่อนจะพาตัวเองเดินเข้าห้องแต่งตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเงียบๆ พนักงานสาวก็จัดแจงชุดแยกไว้รอส่งไปในวันงานตามที่ได้รายละเอียดไว้ก่อนจะเข้ามาลองชุด
“เอ่อ...ไม่ทราบว่าเรื่องพรีเวดดิ้งจะเลือกสถานที่...”
“ไม่ต้องถ่าย ผมขอตัดต่อเอไอแทน ผมไม่ว่าง” พายุเก็บโทรศัพทเมื่อหางตาเห็นว่ายี่หวาเดินออกมาจากห้องแต่งตัวหลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ยี่หวาถึงกับสะอึกเมื่อได้ยินเขาพูดอย่างนั้น
พายุปลายตามองเธอครู่หนึ่งก่อนจะเดินนำออกจากร้านไปพร้อมกับลูกน้องมือซ้าย ส่วนมือขวายืนรอให้ยี่หวาเดินออกไปจึงจะเดินตาม ทั้งสี่เดินมาถึงรถคันหรูสองคันที่เตรียมมา รถคันหนึ่งของบอดี้การ์ดคันหนึ่งของพายุ เขาหันกลับมาทางยี่หวาที่เดินคอตกตามหลังอย่างเงียบๆ
“ไอ้เมษ มึงไปส่งคุณยี่หวา” พายุเอ่ย
“อ้าว แล้วนายล่ะครับ?”
“เรื่องของกู” พายุพูดแค่นั้นก่อนจะขึ้นรถไปโดยมีมือซ้ายอย่างแฟนต้าเปิดประตูให้ เมษถึงกับอ้าปากค้างกับการกระทำของเจ้านายตน บางครั้งก็เหมือนกับว่าเป็นห่วงยี่หวาบางครั้งก็ดูเหมือนไยดีเธอเลย
“เชิญครับคุณยี่หวา” เมษเอ่ยพร้อมกับเปิดประตูรถให้หญิงสาวที่ยังคงมองไปยังรถอีกคัน ยี่หวาหันกลับไปพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปนั่งหลังรถตามที่เมษบอก รถพายุค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปก่อนหน้าเธอโดยไม่มีรีรอ เมษเดินขึ้นรถประจำคนขับก่อนจะคาดเข็มขัดอย่างเงียบๆ
“เอ่อ...คุณ...เมษใช่ไหมคะ?”
“อ๋อ ครับ...ไม่ได้แนะนำตัวเลย ผมเป็นมือขวาของคุณพายุชื่อเมษครับคุณหนู”
“คือว่า...คุณพายุจะไปไหนเหรอคะเวลานี้”
“ผมว่า...ไม่ใช่เรื่องที่คุณหนูควรรู้ครับ” เมษตอบแค่นั้นก่อนจะออกรถไปคนละทางกับพายุทันที ยี่หวายคิดหนักกับคำตอบนั้นและแอบคิดว่าเขาคงจะมีธุระหรือไม่ก็...อาจจะไปหาผู้หญิงคนอื่นก็ได้จากที่เห็นเขายิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับโทรศัพท์ก็เดาได้ไม่อยาก แม้จะรู้สึกเศร้าแต่มันก็ไม่ได้เกี่ยวกับเธออีกต่อไป เธอแค่แต่งงานตามหน้าที่ซ้ำยังเป็นเจ้าสาวที่เขาไม่ชอบขี้หน้าเสียอีก
“อย่าเศร้าไปเลยครับ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นอย่างที่คุณคิดก็เถอะ” เมษพูดพร้อมกับยิ้มร่าส่งให้เธอผ่านกระจกหน้ารถ ยี่หวาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะยิ้มแห้งๆตอบ
“ขอบคุณนะคะ...ไม่ได้ช่วยให้ใจชื้นขึ้นมาเลย” ยี่หวาตอบไปตามความจริงอย่างไม่ปิดบัง
“คุณยี่หวา...ชอบคุณพายุหรือครับ?”
“ก็...มันคงไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ เพราะคุณพายุคงเกลียดฉันไปแล้ว” ยี่หวาเอ่ยขึ้นพลางหันหน้าออกไปมองด้านนอกรถพยายามหลบเลี่ยงใบหน้าที่เศร้าสร้อยของตัวเอง
“ก็คุณเล่นปลอมตัวเป็นผู้หญิงธรรมดาทำงานร้านกาแฟนี่ครับ เป็นใครก็โกรธ”
“ฉันไม่ได้ปลอมตัวสักหน่อย”
“คุณพายุเข้าใจว่าอย่างนั้นครับ”
“ช่างเขาเถอะค่ะ คุณเมษแวะร้านผัดไทยหน่อยได้ไหมคะ?”
“คุณหิวเหรอครับ? ไปร้านในห้างใกล้ๆไหมครับ?”
“ไม่ล่ะค่ะ ขอร้านผัดไทยหน้าปากซอยทางเข้าบ้านก็พอ”
“คุณดูเป็นคนกินง่ายอยู่ง่ายไม่เหมือนคุณหนูเลยนะครับ”
เมษพูดขึ้นพลางหัวเราะเล็กน้อยอย่างไม่อยากเชื่อ ปกติที่เคยเห็นเหล่าคุณหนูมักจะเข้าร้านอาหารแพงๆเสียมากกว่าจะสนใจร้านอาหารข้างทางที่ดูไม่ค่อยถูกสุขอนามัยเสียเท่าไหร่ ยี่หวาไม่ได้ตอบแต่ยิ้มแหยๆให้แล้วมองไปทางอื่นตามเดิม
หลังจากขับรถมาได้สักพักเมษก็ได้จอดรถร้านผัดไทยหน้าปากทางเข้าหมู่บ้านของยี่หวาตามที่เธอบอก ยี่หวาเปิดประตูลงจากรถโดยไม่รอให้เมษมาเปิดให้ เมษชะงักครู่หนึ่งแต่ก็พยักหน้าอย่างเงียบๆแล้วเดินตามเธอไปยังหน้าร้านผัดไทยนั้น
“เอาผัดไทยกุ้งสดสองค่ะ”
“คุณยี่หวาทานคนเดียวสองจานเลยเหรอครับ?”
“เผื่อคุณไงคะ”
“ครับ? ผมเหรอ?” เมษทำหน้าตางุนงงพร้อมกับชี้นิ้วมาที่ตัวเอง ยี่หวาพยักหน้ายิ้มๆก่อนจะเดินนำไปนั่งที่โต๊ะแสตนเลสที่ว่างอยู่ เมษหันมองตามก่อนจะเดินตามไปนั่งตรงข้ามเธออย่างเงียบๆ
“เห็นคุณมายืนรอฉันกับคุณพายุตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไรเลยแม้แต่น้ำ มื้อนี้ฉันเลี้ยงค่ะ” ยี่หวาเอ่ยขึ้นพร้อมกับจัดแจงแก้วน้ำที่อยู่ไม่ไกลนักพร้อมกับรินน้ำในเหยือกพลาสติกใส่แก้วแล้วยื่นให้เมษอย่างคล่องแคล่ว เมษมองตามก่อนจะลอบมองใบหน้าของเธออย่างนึกสงสัย
“คุณยี่หวามาทานที่นี่บ่อยเหรอครับ?”
“ค่ะ”
“ทำไม...ไม่ให้คนรับใช้ในบ้านทำให้ล่ะครับ?”
“เอ่อ...คนรับใช้ทำให้จะอร่อยสู้คนที่ถนัดทำผัดไทยอร่อยๆมาหลายสิบปีได้ยังไงล่ะคะ” ยี่หวาพูดก่อนจะคว้าแก้วน้ำขึ้นมาดื่มพยายามปิดบังความน่าสงสัยไว้
“อ๋อ งั้นเองเหรอครับ” เมษตอบรับ ไม่นานนักผัดไทยก็มาสเสิร์ฟที่โต๊ะสองจาน ทั้งสองนั่งคุยกันไปทานผัดไทยไปราวกับคนคุ้นเคยทั้งที่เคยคุยกันครั้งนี้ครั้งแรก ยี่หวาดูแตกต่างจากที่เขาคิดไว้มากและเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเจ้านายของเขาถึงได้ชอบเธอ แต่ติดตรงที่ว่า...เจ้านายของเขาปากแข็งไปเสียหน่อย
อีกด้านหนึ่ง
พายุวนรถกลับมายังร้านลองชุดเมื่อครู่หลังจากที่สั่งมือซ้ายของตัวเองวนรถรอบซอยอยู่รอบหนึ่ง ชายหนุ่มเดินเข้าร้านมาอย่างเงียบๆ พนักงานสาวคนเดิมเดินเข้าไปทักทายเขาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ในใจกลัวว่าลูกค้าจะยกเลิกเพราะไม่ถูกใจที่เธอแนะนำมากเกินไปหรือเปล่า
“คะ...คุณลูกค้ามีอะไรหรือเปล่าคะ? หรือว่า...”
“ผมมาลองชุดอีกครั้งน่ะครับ”
“คะ?”
“พอดีเมื่อครู่ผมติดงานเลยไม่ได้สนใจ”
“อ๋อ ได้สิคะ” ว่าแล้วพนักสาวก็เดินไปหยิบชุดที่เลือกไว้ตอนแรกมาให้พายุดู พายุมองดูชุดคู่นั้นอย่างพิจารณาก่อนจะหันไปเอ่ยถามพนักงานสาว
“ชุดเจ้าสาวมีกระโปรงเรียบๆไม่ฟูฟ่องมาขนาดนี้ไหมครับ? ปิดไหล่ ปิดอกไม่โป๊มาก ขอเป็นสีขาวชุดสูทเจ้าบ่าวก็เป็นสีขาว”
“มีค่ะ เป็นชุดที่ทางร้านพึ่งออกแบบมาอาทิตย์นี้เลยค่ะ ยังไม่เคยมีใครได้ชุดคู่นี้ไป” ว่าจบพนักงานก็นำชุดที่ว่านั้นออกมาให้เขาพิจารณาดู พายุมองชุดนั้นครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า
“เอาชุดนี้ครับ สัดส่วนเจ้าสาวคุณจำได้ใช่ไหมครับ?”
“ได้ค่ะ ทางร้านลงรายละเอียดไว้”
“ถ้าอย่างนั้นผมขอลองชุดหน่อย จะได้ปรับแก้ได้”
“ได้เลยค่ะ” พนักงานยิ้มรับก่อนจะเดินนำเขาไปยังห้องลองเสื้อผ้า พายุจัดการลองชุดสูทนั้นก่อนจะเดินออกมาให้พนักงานวัดตัว เขามองตัวเองในกระจกสำรวจชุดว่ามีตรงไหนที่ต้องแก้หรือไม่ แฟนต้าเห็นอย่างนั้นก็ยืนเอามือปิดปากก้มหน้าลงหัวเราะเบาๆ
“ขำอะไรของมึงไอ้ต้า” พายุปราดสายตามองลูกน้องตัวเองพลางขมวดคิ้ว
“จะเล่นบทโหดไม่สนใจเธอก็ลำบากหน่อยนะครับนาย อุตส่าห์ทำทรงขับรถวนซอยตั้งรอบนึง ฮึๆ” แฟนต้าพูดจบก็หัวเราะอีกครั้ง พายุปรายสายตามองไปรอบๆที่พนักงานที่ได้ยินต่างยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ พายุจึงหันไปส่งสายตาดุใส่ลูกน้องตน
“มึงก็รู้จักหุบปากซะบ้างไอ้ต้า” เค้นคำพูดออกจากไรฟันก่อนจะกระแอมเบาๆ แล้วทำหน้าจริงจังกับการลองชุดเจ้าบ่าวต่อ แม้ว่าลูกน้องของเขายืนหัวเราะอยู่ข้างหลังก็ตาม
“แล้วเรื่องพรีเวดดิ้ง....”
“ขอเป็นร้านกาแฟครับ” พายุเอ่ยแค่นั้นก่อนจะเดินกลับเข้าไปเปลี่ยนชุดอีกครั้งในชุดปกติ หลังจากที่พนักงานจดรายละเอียดที่ต้องแก้ไขชุดให้เรียบร้อยแล้ว
หลังจากที่ลองชุดเสร็จสิ้นก็กลับมานั่งรอในบริษัทอยู่นาน ในมือหนากดโทรศัพท์โทรหาลูกน้องคนสนิทอยู่หลายสายแต่กลับไม่มีคนรับสายจนเขาร้อนใจไปหมด กลัวว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่าเพราะจากนิสัยลูกน้องของเขามีอะไรจะรายงานตลอดจนน่ารำคาญแม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อยๆหรือเรื่องไร้สาระ "ทำไมมันไม่รับสายวะ!” พูดออกมาอย่างหัวเสียก่อนจะโยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะทำงานของตัวเองอย่างไม่ไยดี แฟนต้ายืนมองการกระทำของเขาเงียบๆอมยิ้มกรุ่มกริ่มที่เห็นเจ้านายตัวเองร้อนใจอยากรู้ข่าวคราวของหญิงสาวคนนั้นที่ทำท่าทางเกลียดนักเกลียดหนา ก๊อกๆ “รีบเข้ามา” เสียงเคาะประตูยังไม่ทันเงียบลงดีพายุก็รีบเอ่ยอนุญาตขึ้นมาพลางจ้องมองไปยังหน้าประตูอย่างลุ้นๆ และมันก็เป็นอย่างที่เขาคิดเมื่อลูกน้องคนสนิทอย่างเมษเดินเข้ามา พายุรีบเดินไปหาลูกน้องของเขา
ในโรงแรมหรูระดับหกดาว ในห้องจัดเลี้ยงที่จองไว้ขนาดใหญ่เพื่อรองรับแขกเหรื่อที่เข้ามาร่วมงานมงคลสมรสของทายาทบริษัทใหญ่ รูปที่ถ่ายพรีเวดดิ้งถูกประดับประดาอยู่หน้าทางเข้างานอย่างสวยงาม งานแต่งที่ดูหรูหรามีระดับบ่งบอกถึงฐานะทางสังคมได้เป็นอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้นการที่มียี่หวาเป็นลูกสาวคนโตของบ้านเปรมปรีย์นั้นค่อนข้างจะเป็นที่ครหาว่าเป็นลูกนอกสมรสของทรงชัย เพราะในแวดวงสังคมไม่มีใครรู้เรื่องนี้มาก่อน แต่กลับไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกไป บ่าวสาวยืนรับแขกอยู่หน้างานก่อนจะถึงฤกษ์ทำพิธีอย่างไม่ยอมพัก ทั้งสองปั้นหน้ายิ้มให้กับแขกเหรื่อที่เข้ามาทักทายอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก่อนที่สายตาของยี่หวาจะหันไปเห็นหญิงสาวในชุดสีชมพูเดินนวยนาบเข้ามาหาเธออย่างมั่นใจ “วาวา...” ยี่หวาเรียกชื่อนั้นอย่างอึ้งๆ เรียกสายตาของพายุให้หันไปมองตามสายตาของเธอ
หลังจากที่บ่าวสาวมานั่งเคียงคู่กันอยู่บนเตียงกว้างราวแปดฟุต ครอบครัวของทั้งสองฝ่ายต่างก็พากันเอ่ยคำมงคลที่ล้วนแต่มีความหมายว่าอยากให้อยู่ครองคู่กันไปนานๆ หรือความหมายว่าให้อดทนปรับเข้าหาซึ่งกันและกัน แม้ว่าทั้งสองจะพยายามหาทางที่จะเข้าหามากแค่ไหน ในตอนนี้กลับไม่สามารถหาทางญาติดีกันได้เลย ด้วยทิฐิและหลายๆอย่างทำให้หนทางของทั้งคู่ดูมืดบอดไปชั่วขณะ “เข้าหอคืนแรกเขาบอกว่าห้ามออกจากห้องหอเด็ดขาดจนกว่าจะเช้า” กันยาผู้เป็นย่าของพายุเอ่ยขึ้น ทำเอาทั้งสองหันมองหน้ากันไปมาครู่หนึ่ง ก่อนที่พายุจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่นด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง เพราะไม่อยากให้บรรดาญาติผู้ใหญ่เห็นว่าเขามีสีหน้าอย่างไร “เข้าใจไหมพายุ” กันยาเอ่ยถามหลานชายของตนย้ำอีกครั้ง พายุจึงจำใจต้องหันไปพยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อเห็นหลานชายตอบร
ยี่หวาในชุดนอนสีขาวกระโปรงสั้นสายเดี่ยวตัวบางขอบตรงอกระบายลูกไม้เล็กน้อย เธอเดินมาหยุดตรงข้างเตียงฝั่งตรงข้ามกับที่พายุนอนหันหลังอยู่ เธอมองบนเตียงนอนอย่างช่างใจก่อนจะคว้าหมอนใบใหญ่ที่มีไว้พิงหัวเตียงมากั้นระหว่างเธอกับเขา ก่อนจะค่อยๆนั่งลงบนเตียงให้เบาที่สุดพร้อมกับเอาตัวซุกผ้าห่มจนมิดไหล่ ปิดไฟหัวเตียงแล้วพยายามข่มตาหลับเพราะคิดว่าพายุคงหลับไปแล้วจริงๆ เพียงแค่ไม่กี่วินาทีที่เธอปิดโคมไฟก็รู้สึกถึงการขยับตัวของพายุ ก่อนจะตกใจจนสะดุ้งสุดตัวจนดวงตาสวยเบิกกว้างขึ้นในความมืดเมื่อพายุหันมาคว้าเอวเธอไปกอดแนบชิดติดกาย “คิดว่าหมอนแค่ใบเดียวจะขวางทางฉันได้หรือไง” เสียงทุ้มกระซิบข้างใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ยี่หวารีบเปิดโคมไฟทันทีเมื่อรู้สึกว่ามือของเขาเริ่มประปรายไปเรื่อย&
รถคันหรูแล่นเข้าไปจอดหน้าบริษัทใหญ่อย่างพีวาย ก่อนที่ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งกำยำล่ำสันจะเดินเข้าบริษัทในมาดประธานหนุ่มสุดหล่อพร้อมด้วยลูกน้องที่ติดตามซ้ายขวา แน่นอนว่าสาวๆในบริษัทต่างพากันกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่เหมือนเช่นทุกวัน เพราะเหตุนี้พายุจึงไม่ยอมรับเลขาที่เป็นผู้หญิงเลย เขาไม่อยากปวดหัวไปมากกว่านี้ “อ้อ นายครับ เย็นนี้มีนัดของคุณวาวาครับนาย” ระหว่างเดินไปขึ้นลิฟท์แฟนต้ามือซ้ายของเขาเอ่ยขึ้น พายุเหลียวไปปรายตามองแฟนต้าเล็กน้อยพร้อมกับขมวดคิ้ว “ไม่รับนัด” “แน่ใจหรือครับ? ทางนั้นบอกว่ามีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับคุณยี่หวา..” “ตอบรับไปว่าตกลง”&nb
“เจ้าหลานคนนี้นี่! ย่าอุตส่าห์มาทำข้าวเย็นให้...แต่งงานวันเดียวก็บอกจะไม่กลับบ้าน” กันยาผู้เป็นย่าของพายุเอ่ยขึ้นด้วยอารมณ์หงุดหงิด หลังจากที่ได้ยินเมษบอกกับยี่หวาว่าพายุจะไม่กลับบ้าน กันยาเองก็โทรหาหลานชายหลายสายแต่กลับไม่มีการตอบรับจากปลายสายเลยแม้แต่น้อย “ไม่เป็นไรค่ะคุณย่า ยี่หวาอยู่ได้” “ไม่ได้ลูก ยังไงก็ต้องไปตามกลับมา” “แต่...” “ไปตามให้ย่าทีนะหนูยี่หวา” กันยาพูดพร้อมกับเดินเข้าไปจับไหล่ของยี่หวาด้วยสีหน้าขอร้อง ยี่หวาทำหน้ากระอักกระอ่วนใจเล็กน้อยแต่ก็ยอมพยักหน้ารับทำตามคำสั่งแม้ว่าในใจไม่อยากตามกลับ แ
เมษเดินนำยี่หวามาที่รถก่อนจะเปิดประตูด้านหลังให้ตามมารยาท ยี่หวาที่เดินตามมากลับยืนกอดตัวเองแน่นลูบแขนตัวเองไปมา เมษเห็นอย่างนั้นก็ถอดชุดสูทตัวนอกของตัวเองออกมาคุมให้เธอด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณค่ะคุณเมษ” “คุณยี่หวาคงจะหนาวเพราะชุดนี้น่ะครับ” เมษเอ่ยก่อนจะผายมือเชิญเธอเข้าไปนั่งด้านหลัง ยี่หวามองตามมือนั้นก่อนจะเงยหน้ามองเขาแล้วพูดขึ้น “ฉันขอนั่งด้านหน้าได้ไหมคะ?” “ครับ? ทำไมล่ะครับ?” “เอ่อ...คือ ฉันไ
“จะเป็นไรไหมครับถ้าผมจะถามชื่อคุณผู้หญิง”“เอ่อ....”“อ๋อ ผมมาคัสครับ”“ฉันยี่หวาค่ะ” ยี่หวาตอบออกไปอย่างเขินๆ พึ่งเคยเจอคนเข้าหาแบบสุภาพแบบนี้นอกจากพายุแล้วก็มีแต่เข้ามาลุ่มล่ามซึ่งเธอไม่ค่อยชอบเสียเท่าไหร่ มือเล็กยกแก้วขึ้นจิบค็อกเทลที่มาคัสเสิร์ฟก่อนจะทำตาโตแล้วหันไปมองหน้าเขา“คุณชงอร่อยจัง ดื่มง่ายจริงด้วย”“ค่อยๆดื่มนะครับ ถึงจะกินง่ายแต่ก็เมาง่ายเหมือนกัน” มาคัสเอ่ยขึ้นอย่างเอ็นดูคนตรงหน้า เธอดูเป็นผู้หญิงซื่อๆจนเขาอยากรู้จัก เพราะตลอดมาที่เขาเคยเจอมีแต่ผู้หญิงเจ้าเสน่ห์“คุณมาคัสทำงานที่นี่นานหรือยังคะ?” ยี่หวาเอ่ยถามขึ้นอย่างเป็นมิตรผิดกับตอนแรกที่เธอดูระแวงเขานิดหน่อย“ครับ ผมทำงานตั้งแต่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง”“เอ๊ะ?...หรือว่าคุณ...”“ผมเป็นหุ้นส่วนที่นี่น่ะครับ คุณพายุอยากได้คนชงดื่มเก่งๆเลยไปทาบทามผมมาจากต่างประเทศ ยังเสียดายอยู่เลยที่ไม่ได้ไปงานแต่งของคุณพายุเพราะผมติดต้องดูแลคลับ”&
ราวกับเจอศึกหนักก็ไม่ปาน เธออยู่กับเขาในห้องนอนยันเย็นกว่าจะได้ออกมาจากห้องเพราะสลบเมือดคาอกเขาอย่างน่าอาย คนใจร้ายไม่ยอมปล่อยให้เธอได้พักเลยซ้ำยังเอาแต่พูดว่าเพราะเธอบอกกับเขาว่าจะหย่า ยี่หวาคิดอยู่หลายตลบก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงดึงดันที่จะปฏิเสธการขอหย่าของเธอทั้งที่เขาเองก็ไม่ได้รักเธอ แถมยังทำทีเกลียดขี้หน้าเธอด้วยซ้ำ มือถือทัพพีมองเหม่อด้วยความที่คิดไม่ตก คิดถึงเรื่องเขาเพราะเธอคิดว่านั่นคือทางที่ดีที่สุดสำหรับเข้าแล้วแท้ๆ “ไหม้แล้วมังแกงน่ะ” เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านหลังเรียกให้หญิงสาวที่ยืนถือทัพพีอย่างเหม่อลอยถึงกับสะดุ้ง ยี่หวาดเหลียวกลับไปมองด้านหลังยังต้นเสียงก็เห็นพายุยืนกอดอกพิงขอบประตูจ้องมองเธอด้วยสีหน้า
คำพูดของเขาทำให้ยี่หวาหวั่นใจไม่น้อย แววตาที่จ้องมองสั่นไหวราวกับเข้าใจความหมายในสิ่งที่เขาต้องการ สายตาคมฉายแววโกรธจนรู้สึกขนลุก แค่เมื่อคืนที่เขาโกรธก็ทำให้ร่างกายเธออ่อนล้าไปหมด เธอยังเจ็บไม่ทันหายดีเลยด้วยซ้ำ “ฉันไม่รู้จักคุณหรอกค่ะ และฉันไม่รู้ด้วยว่าคุณต้องการอะไร” ยี่หว่าพยายามตอบเลี่ยงคำถามของเขาเพราะคิดว่าเธอจะหนีเขาพ้น พายุที่ได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับยกยิ้มแล้วพยักหน้าราวกับประชดประชัน “เธอไม่เคยรู้จักฉันเลยสินะ ขนาดไม่รู้จักเมื่อคืนยังตอบรับฉันดีขนาดนั้น” “เลิกพูดเรื่องบ้าๆนี่สักทีเถอะค่ะ! ฉันไม่ต้องการรู้จักคุณอีกต่อไปแล้ว ฉันจะหย่า!” ยี่หวาเน้นย้ำคำพูดนั้นด้วยความรู้สึกโกรธและอับอาย เรื่องเมื่อคืนเธอไม่ได้สมยอมเขาเสียหน่อยแล้วทำไมเขาถึงได้มาพูดราวกับว่าเธอเต็มใจแบบนี้...นี่สินะที่เขาเรียกกันว่าของเล่น...ยี่หวาคิด “ฉันไม่หย่า!! ต่อให้เธออยากจะหย่าแค่ไหนก็อย่าหวังว่าจะได้ลายเซ็นของฉัน!!” “แล้วคุณเป็นบ้าอะไรถึงไม่ปล่อยฉันไป! ทั้งที่คุณเกลียดฉัน!” “ฉันเป็นผัวเธอไงยี่หวา!!” พาย
“คุณวาวามีธุระอะไรหรือเปล่าคะถึงได้มาหาฉันถึงที่นี่”ยี่หวาเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นหญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าเจ้านายของครอบครัวเดิมที่เธอเคยรับใช้อยู่ได้มาเยี่ยมเยือนเธอถึงที่บ้านเรือนหอ วาวายังคงมองรอบๆบ้านด้วยความตื่นตาตื่นใจ ก่อนจะหันไปมองยี่หวาแล้วเอามือกอดอกเอนตัวพิงพนักโซฟาห้องรับแขกด้วยสีหน้าที่ไม่แยแสยี่หว่าเท่าไหร่นัก“ดูเธอคงจะโชคดีน่าดู ราวกับหนูตกถังข้าวสาร...ฉันแค่มาเยี่ยมน่ะ ไม่ได้เหรอ?”พูดพลางปั้นหน้าสร้างรอยยิ้มที่เสแสร้งอย่างจงใจให้ยี่หวารับรู้ ยี่หวาได้แต่นั่งเงียบไม่ได้ตอบโต้คำใดออกไป“ยี่หวา เห็นว่าเธออยู่บ้านนี้คนเดียวคงเหงาแย่ใช่ไหม? เพราะคุณพายุไม่กลับบ้านที่เรียกว่าเรือนหอเลยไม่ใช่เหรอ?”วาวายังคงจงใจพูดจี้ใจดำของยี่หวาอย่างไม่ลดละแม้ยี่หวาจะรู้สึกอึดอัดแต่ก็ไม่มีความกล้าพอที่จะไล่ผู้หญิงตรงหน้าให้กลับไปได้ ด้วยความที่เธอคิดเสมอว่าวาวาคือน้องสาว เธอถึงได้ยอมแต่งงานแทนแบบนี้...ถึงแม้ว่าวาวาจะไม่เคยมองเธอเป็นพี่สาวเลยก็ตาม เพราะวาวาไม่อยากนับญาติกับคนใช้อย่างเธอ แต่ถึงอย่างนั้นวา
แม้ว่าคนที่นอนข้างกายจะเหนื่อยล้าจนหลับไปแล้ว แต่ยี่หวายังคงลืมตาตื่นอยู่ถึงจะไม่มีน้ำตาสักหยดแต่ความรู้สึกมันกลับสับสนไปหมด คิดมากจนนอนไม่หลับกับสิ่งที่เขาทำกับเธอ...ไหนบอกว่าจะไม่รักคนโกหกแบบเธอ ไหนว่าจะไม่แตะต้องแต่ตอนนี้เขากลับกลืนคำพูดนั้นไปเสียแล้ว ยี่หวาค่อยๆหยัดตัวลุกขึ้นนั่งมือข้างหนึ่งกำผ้าห่มปิดร่างกายที่เปลือยเปล่าเอาไว้ จะยิ้มก็ยิ้มไม่ออกได้แต่ทำหน้าเรียบเฉย เธอชอบเขามาตลอดก็จริงแต่ทำไมตอนนี้ในใจกลับรู้สึกเศร้าอย่างบอกไม่ถูก ตกเป็นของเล่นของเขาไปเสียแล้วนั่นคือสิ่งที่ยี่หวาคิด เธอไม่กล้าคิดเลยว่าวันต่อๆไปเขาจะทำตัวแย่กับเธออีกแค่ไหน หรือเขาจะเปลี่ยนไปดีขึ้นกันนะ “คิดจะหนีฉันหรือไง?” เสียงทุ้มดังขึ้นข้างๆ ยี่หวาหันไปทางเขาด้วยความตกใจ คิดว่าเขาหลับไปแล้วเสียอีกแต่เขากลับลืมตาจ้องมองเธออยู่ด้วยสี
หญิงสาวนอนตัวสั่นเทาอยู่ใต้ร่างของชายหนุ่มที่เธอตกหลุมรักมาตลอด เขาคือสามีของเธอที่ไม่เคยกลับเรือนหอเลยหลังจากคืนแรกที่เข้าหอ แต่ตอนนี้เขากลับมาทำร้ายจิตใจเธออย่างไม่เหลือชิ้นดี... “คุณพายุ! ฉันบอกให้ปล่อยฉัน!!” แม้ว่าร่างกายจะสั่นเพราะความกลัวคนตรงหน้าที่ตอนนี้ดูแตกต่างจากปกติ แต่เธอก็ยังพยายามข่มเสียงไม่ให้สั่น เก็บกลั้นน้ำตาไว้และจ้องมองเขาอย่างไม่ยอม “หึ! ทีมันยังแตะต้องตัวเธอได้ ทำไมทีผัวตัวเองถึงจะไม่ได้!!” พายุตะคอกเสียงดังลั่นห้องพร้อมทั้งหลุบสายตามองเธอที่อยู่ใต้ร่างด้วยสายตาดุดัน ภาพที่เขาเห็นวันนี้คือภรรยาของตัวเองจับมือถือแขนผู้ชายคนอื่นอย่างไม่ถือตัวราวกับว่าลืมไปแล้วว่าตัวเองมีสามีอยู่ &ldqu
“ครับ ปลอดภัยไว้ก่อน” เมษตอบ ยี่หวาพยักหน้าอย่างเข้าใจเพราะเมษถูกสั่งให้มาเฝ้าเธอจึงไม่แปลกที่เขาจะตามเธอไปทุกที และเพราะกลัวว่าคนอื่นจะรุมล้อมเธอยี่หวาเดินไปตามทางโดยมีเมษเดินตามมาติดๆไม่ห่าง ก่อนเมษจะหยุดยืนรอเธออยู่ที่หน้าห้องน้ำ มีสาวๆมากมายที่เดินเข้ามาคุยกับเขา เพราะด้วยรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาไม่หยอกจนยี่หวาเดินออกมามองหญิงสาวพวกนั้นอย่างงงงวย“อ้าว คุณยี่หวาไปกันเถอะครับ”“โธ่ มีแฟนแล้วก็ไม่บอกกันนะคะ” หญิงสาวที่เข้ามาคุยพูดขึ้นพร้อมกับทำหน้าเซ็งแล้วเดินจากไป เมษก้มหน้ายิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองยี่หวาที่ยืนมองผู้หญิงคนนั้นอย่างงงๆ“อะไรเหรอ? ฉันไม่ได้ยินที่เธอคนนั้นพูดเลย เขามาจีบคุณเหรอ?” ยี่หวาโน้มเข้าไปพูดข้างหู เพราะเสียงตรงนี้มันดังจนแทบไม่ได้ยิน เมษพยักหน้าเป็นคำตอบ“อ้าว ถ้าอย่างนั้นฉันมาผิดเวลาหรือเปล่าเนี่ย?”“ไม่เลยครับ เราไปกันเถอะ” เมษพูดตอบก่อนจะเดินนำเธอไปที่หน้าบาร์ดังเดิม ยี่หวากลับไปนั่งดื่มจนหมดแก้วก่อนจะหันไปบอกลามาคัส“ฉันกล
ยี่หวางัวเงียตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกหนักอึ้งที่หัว คอแห้งผาดจนต้องมองหาน้ำและก็หันไปเห็นที่โต๊ะข้างเตียง เธอเอื้อมไปหยิบน้ำเปล่าแก้วนั้นที่เหมือนถูกตระเตรียมเอาไว้ขึ้นมาดื่ม ก่อนจะรวบรวมสติมองไปรอบตัวที่ไม่คุ้นเคย ยี่หวาถึงกับตกใจตาเบิกกว้างเมื่อนึกย้อนไปเมื่อคืนว่ามาคัสบอกจะมาส่งเธอ แต่ตอนนี้ที่เธอนอนอยู่กับไม่ใช่บ้านกลายเป็นห้องที่เธอไม่รู้จัก ยี่หวาเปิดผ้าห่มก้มมองดูสภาพที่เปลือยเปล่าของตัวเองก็ทำให้ใจดวงน้อยกระตุกวูบ คิดไปเองว่าตัวเองพลาดท่าเสียทีนอกกายสามีไปเสียแล้ว น้ำตาใสเริ่มเอ่อคลอที่สองเบ้าตาด้วยความรู้สึกผิดก่อนจะเอามือปิดหน้าให้มันไหลออกมาด้วยความรู้สึกเจ็บปวด เธอไม่ได้อยากให้มันเป็นอย่างนี้เลย “ฮึกๆ ฮือ...” เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นทำให้คนที่นั่งมองเหม่ออยู่ข้างล่างถึงกับตกใจ ก่อนจะรีบเข้าไปในห้
“จะเป็นไรไหมครับถ้าผมจะถามชื่อคุณผู้หญิง”“เอ่อ....”“อ๋อ ผมมาคัสครับ”“ฉันยี่หวาค่ะ” ยี่หวาตอบออกไปอย่างเขินๆ พึ่งเคยเจอคนเข้าหาแบบสุภาพแบบนี้นอกจากพายุแล้วก็มีแต่เข้ามาลุ่มล่ามซึ่งเธอไม่ค่อยชอบเสียเท่าไหร่ มือเล็กยกแก้วขึ้นจิบค็อกเทลที่มาคัสเสิร์ฟก่อนจะทำตาโตแล้วหันไปมองหน้าเขา“คุณชงอร่อยจัง ดื่มง่ายจริงด้วย”“ค่อยๆดื่มนะครับ ถึงจะกินง่ายแต่ก็เมาง่ายเหมือนกัน” มาคัสเอ่ยขึ้นอย่างเอ็นดูคนตรงหน้า เธอดูเป็นผู้หญิงซื่อๆจนเขาอยากรู้จัก เพราะตลอดมาที่เขาเคยเจอมีแต่ผู้หญิงเจ้าเสน่ห์“คุณมาคัสทำงานที่นี่นานหรือยังคะ?” ยี่หวาเอ่ยถามขึ้นอย่างเป็นมิตรผิดกับตอนแรกที่เธอดูระแวงเขานิดหน่อย“ครับ ผมทำงานตั้งแต่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง”“เอ๊ะ?...หรือว่าคุณ...”“ผมเป็นหุ้นส่วนที่นี่น่ะครับ คุณพายุอยากได้คนชงดื่มเก่งๆเลยไปทาบทามผมมาจากต่างประเทศ ยังเสียดายอยู่เลยที่ไม่ได้ไปงานแต่งของคุณพายุเพราะผมติดต้องดูแลคลับ”&
เมษเดินนำยี่หวามาที่รถก่อนจะเปิดประตูด้านหลังให้ตามมารยาท ยี่หวาที่เดินตามมากลับยืนกอดตัวเองแน่นลูบแขนตัวเองไปมา เมษเห็นอย่างนั้นก็ถอดชุดสูทตัวนอกของตัวเองออกมาคุมให้เธอด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณค่ะคุณเมษ” “คุณยี่หวาคงจะหนาวเพราะชุดนี้น่ะครับ” เมษเอ่ยก่อนจะผายมือเชิญเธอเข้าไปนั่งด้านหลัง ยี่หวามองตามมือนั้นก่อนจะเงยหน้ามองเขาแล้วพูดขึ้น “ฉันขอนั่งด้านหน้าได้ไหมคะ?” “ครับ? ทำไมล่ะครับ?” “เอ่อ...คือ ฉันไ