แชร์

บทที่ 31

ผู้เขียน: เฉินเจียเสี่ยวเกอ
ถึงแม้เรือนของเฉินเจียงกับเฉินฝานจะมีแค่กำแพงกั้นกลาง แต่ว่าเรือนของทั้งสองต่างกันฟ้ากับเหว

เรือนของเฉินฝานมีห้องที่ปูด้วยกระเบื้องห้าห้อง แต่ด้วยระยะเวลาที่ผ่านมานาน บวกกับไม่มีการทำนุบำรุง เพดานห้องสี่ห้องจึงไม่เหลือแล้ว มีแค่ห้องที่เฉินเซี่ยนอยู่เท่านั้นที่พอจะอยู่อาศัยได้

เฉินฝานเป็นห่วง หากฤดูหนาวนี้ เกิดพายุหิมะขึ้นสักสองถึงสามครั้ง ห้องที่เหลืออยู่เพียงห้องเดียวคงไม่อาจอาศัยได้แล้ว

เรือนของเฉินเจียงก็ปูกระเบื้องห้าห้องเช่นเดียวกัน ทว่าแตกต่างกันอย่างสิ้นเชือง เรือนของเฉินเจียงเพิ่งสร้างใหม่ ปีที่ผ่านมาเฉินฟู่เป็นคนเสียค่าใช้จ่าย จ้างคนมาสร้างเรือนให้เฉินเจียง ในตอนนั้นเงินของเขาไม่พอเล็กน้อย เฉินฟู่ให้เฉินผิงกับเฉินฝานเป็นคนจ่ายส่วนที่เหลือ

เวลานั้นร่างเดิมไม่มีเงิน จึงขายสินสมรสของฉินเย่ว์เจียวและฉินเย่ว์โหรวจนหมดเกลี้ยง เปลี่ยนสินสมรสเป็นเงินแล้วจ่ายเงินให้เฉินเจียงซ่อมเรือน

เดิมทีเฉินฟู่อยู่กับภรรยาสองคน หลังจากสร้างเรือนหลังใหม่เสร็จ คนชราทั้งสองย้ายไปอยู่กับเฉินเจียง

หลังจากเฉินฟู่อยู่กับพวกเขา เฉินผิงและเฉินฝานที่อยู่เรือน ก็ไม่กล้าที่จะไม่มาช่วยงานที่เรือนเขา เฉินฟู
บทที่ถูกล็อก
อ่านต่อที่ GoodNovel
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (2)
goodnovel comment avatar
OneNuengโ
เห็นด้วยครับ
goodnovel comment avatar
sabading.dingda
ขอเตือนเรื่องเติมเงิน คนที่ยังไม่เติมเงินน่ะดีแล้วนะ มันอัพเดทวันละตอน นี่เลิกอ่านละ คุณเก็บเหรียญฟรีเอาดีกว่า เติมเงินไปก็ไม่ได้อ่าน ตัองรอมันอัพวันละตอน จะรำคาญหงุดหงิดเปล่าๆ เราเลิกอ่านละ รอเบื่อ จนลืมเรื่องราวเดิมละ ไม่ต่อเนื่อง ถ้าไม่พร้อมก็ไม่ควรเอามาขายนะ เสร็จซัก 80%ขึ้นไปค่อยเอามาข่ยดีกว่า
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทที่เกี่ยวข้อง

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 32

    เดิมทีจางเหลียนฮวาคาดหวังว่ายามที่เฉินจินเซียงกลับมาเยี่ยมเฉินฟู่ ให้เฉินเจียงนำเบี้ยที่เฉินจินเซียงนำกลับมา ไปซื้อเนื้อหมูในเมือง คลายความอยากของนางทว่าคิดไม่ถึงเดือนก่อนตอนที่เฉินจินเซียงกลับมา นางนำเพียงข้าวสารห้าจินมาเท่านั้น ไม่มีเนื้อสัตว์ ทั้งยังไม่ให้เงินเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดภัยธรรมชาติขึ้นกับหมู่บ้านเพียงหมู่บ้านเดียว ในปีนี้ผลประกอบการครอบครัวสามีของเฉินจินเซียงก็ไม่ดีนัก กลับมาครั้งนี้ นางไม่มีเงินมาให้เฉินฟู่ตอนกลับ ยังบอกอีกว่าแม่สามีสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง ต้องมีคนคอยดูแล ฤดูเหมันต์นี้นางไม่กลับมาเยี่ยมแล้ว ต้องรอจนกว่าจะกลับก็เข้าฤดูวสันต์ในปีหน้าสำหรับเรื่องนี้ จางเหลียนฮวาโกรธนานกว่าหนึ่งเดือน ยามคุยกับคนชราทั้งสองก็คอยพูดจาเหน็บแนม...ซื้อมันหมูมากขนาดนี้ในครั้งเดียวได้ น่าจะเป็นเหล่าจูที่อยู่บ้านตรงข้ามกระมังเหล่าจูเป็นพ่อค้าหาบเร่ที่ไปตามหมู่บ้านต่างๆ หลายปีมานี้ ลูกชายของเขาก็เริ่มเร่ขายของเช่นเดียวกัน ในตระกูลมีพ่อค้าหาบเร่สองคน แน่นอนว่าฐานะก็ย่อมดีขึ้นทว่าในยุคโบราณชนชั้นพ่อค้าต่ำต้อยโดยเฉพาะพ่อค้าหาบเร่ขายของตามหมู่บ้านต่างๆ อย่างเหล่าจู มีชนชั

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 33

    “พี่สาม ข้าตักเองเจ้าค่ะ!”ฉินเย่ว์โหรวยื่นมือไปรับขวดน้ำมันจากฉินเย่ว์เจียว“เหลวไหล เอามาให้ข้า!”เฉินฝานแย่งขวดน้ำมันมาจากฉินเย่ว์เจียวก่อนก่อนหน้านี้ตอนทำอาหารฉินเย่ว์โหรวไม่ให้เขาเข้าไปยุ่มย่าม เขาก็ไม่ติดใจ แต่ว่าสกัดน้ำมันหรือใส่น้ำมันเช่นนี้ เขาไม่ให้นางทำเตาค่อนข้างสูง ฉินเย่ว์โหรวตัวเล็ก ขาดสารอาหารมานาน นางแทบไม่มีเรี่ยวแรงแล้วสกัดน้ำมันและใส่น้ำมันมีความอันตรายระดับหนึ่งเขาทะลุมิติมาจากที่ดินแดนแสนไกล ภรรยางดงามดั่งดอกไม้เสมือนหยกเช่นนี้ หากน้ำมันกระเด็นใส่หน้าเกิดรอยแผลเป็นขึ้นมา เขาย่อมเสียใจอย่างมากอย่างไรก็ตามฉินเย่ว์โหรวอายุยังน้อย ตอนเฉินฝานใส่กากหมู จิตใจของเด็กสาวย่อมเปิดเผยอย่างหมดเปลือกนางจับจ้องกากหมูในช้อนบนมือของเฉินฝาน ลอบเลียริมฝีปาก ราวกับแมวน้อยจอมตะกละแม้ฉินเย่ว์เจียวจะไม่แสดงอาการชัดเจนเหมือนฉินเย่ว์โหรว แต่สายตาที่สื่อออกมาจากดวงตาหงส์คู่นั้น ไม่เคยละจากกากหมูในถ้วยเฉินฝานมองเห็นทุกอย่าง อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเพิ่งกินข้าว หญิงสาวทั้งสองคนหิวอีกแล้วหรือ?เฉินฝานตักกากหมูใส่ถ้วยเล็กๆ สองถ้วย โรยเกลือ ยื่นไปตรงหน้าสองพี่น้อง “กินสิ!”“ไ

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 34

    มันหมูจินละหกสิบเหวิน เนื้อหมูจินละยี่สิบเหวิน ข้าวสารจินละสิบเหวิน ผักกาดขาวหัวละสิบเหวิน ผ้าฝ้ายและดอกฝ้าย...ราคาสินค้าแพงระดับหนึ่งหากคำนวณตามรายรับ ราคาสินค้าสูงกว่ายุคปัจจุบันหลายเท่าอยากจะให้พวกเขามีชีวิตที่ดี เขาต้องพยายามมากกว่านี้หลังจากกินกากหมูเสร็จ พบว่าเฉินฝานกลับเข้าห้องไปแล้ว ฉินเย่ว์โหรวรีบยกกะละมังใส่น้ำตามเข้าไป“นายท่านเจ้าคะ!”ฉินเย่ว์โหรวเดินไปตรงหน้าเฉินฝาน “ข้าน้อยเช็ดหน้าและล้างเท้าให้ท่านเจ้าค่ะ”“เอ่อ!” เฉินฝานวางพู่กันลง ถลกแขนเสื้อขึ้น “ข้าทำเอง!”งานพวกล้างหน้าล้างเท้าเช่นนี้ เฉินฝานไม่คุ้นชินให้ผู้อื่นช่วยจริงๆ“ไม่ได้เจ้าค่ะ!”ฉินเย่ว์โหรวที่พูดจาอ่อนโยนมาโดยตลอด ส่งเสียงดังขึ้นกะทันหัน น้ำเสียงหนักแน่นยิ่งนัก ทำให้เฉินฝานตกใจอย่างมากเมื่อเห็นว่าตนทำให้เฉินฝานตกใจ ฉินเย่ว์โหรวรีบลดเสียงลงทันที “ขอโทษด้วยเจ้าค่ะ ข้าน้อยทำให้นายท่านตกใจ แต่ว่านายท่านไม่อาจชำระล้างด้วยตนเองเจ้าค่ะ”“ข้าล้างเอง...”“สิ่งที่ข้าทำให้นายท่านได้มีเพียงแค่นี้!”เฉินฝานยังพูดไม่จบ ฉินเย่ว์โหรวพูดขึ้น น้อยครั้งนักที่นางจะพูดแทรกเขาแบบนี้ฉินเย่ว์โหรวที่พูดแทรกเฉิ

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 35

    เรือนข้างเคียงเฉินเจียงเพิ่งจะกลับถึงบ้านเวลานี้ตอนเปิดม่านเข้าไปในห้อง ภายในห้องค่อนข้างมืด เขาสะดุดกลองป๋องแป๋งบนพื้น จนเกือบหกล้ม“หญิงชั่ว!”เฉินเจียงเตะกลองป๋องแป๋งบนพื้น สบถหยาบ “ไม่จุดตะเกียงแม้แต่ดวงเดียว อยากให้ข้าสะดุดล้มตายหรืออย่างไร”วันนี้เขาอารมณ์ไม่ดีเดิมทีวันนี้เป็นวันที่เขาต้องได้รับเบี้ยหวัด แต่กลับไม่ได้รับอีกแล้วตอนเย็นขณะนั่งเรียนในสถานศึกษา บทกลอนที่เขาเขียน ถูกท่านอาจารย์ในสถานศึกษาวิจารณ์ บอกว่าเขาเขียนแย่ยิ่งกว่าเด็กสิบสองขวบในสถานศึกษาเดียวกันกลับมาด้วยความโมโหที่อัดอั้นอยู่ในใจ เมื่อเข้ามาให้ห้องยังสะดุดอีก เขาโมโหขึ้นมาทันทีภรรยาอีกคนหนึ่งของเฉินเจียงกำลังง่วนอยู่ในครัว ในห้องมีเพียงจางเหลียนฮวานอนอยู่บนเตียงเตา นางกำลังให้นมลูก ไม่ได้รับประทานเนื้อสัตว์มานาน ทำให้น้ำนมของนางไม่พอ ทารกน้อยกินไม่อิ่ม จึงร้องไห้ไม่หยุด จางเหลียนฮวากล่อมอยู่นาน ทารกน้อยเพิ่งผล็อยหลับไป เมื่อเฉินเจียงตะโกนเสียงดังเช่นนี้ ทารกจึงร้องไห้อีกราชวงศ์ต้าชิงให้เกียรติบุรุษดูแคลนสตรี ยามสามีโมโห โดยทั่วไปภรรยาไม่กล้าโต้เถียง แต่เมื่อทารกน้อยในอ้อมกอดร้องไห้ จางเหลียนฮว

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 36

    “พอแล้ว!”เห็นจางเหลียนฮวายอมรับความผิด เฉินเจียงพูด “รอข้าได้เบี้ยหวัด ข้าจะซื้อเนื้อกลับมาให้เจ้าครึ่งจินเพื่อบำรุงร่างกาย”“จริงหรือเจ้าคะ?”เมื่อได้ยินว่าเฉินเจียงจะซื้อเนื้อให้นาง หัวใจที่เศร้าหมองของจางเหลียนฮวาทอประกายทันที“ข้าจะหลอกเจ้าได้อย่างไร แต่งงานกับข้า ดีกว่าสองพี่น้องตระกูลฉินมากแล้ว”“นายท่านพูดถูกเจ้าค่ะ อนาคตข้างหน้านายท่านก็คือผู้ที่ร่ำรวยเงินทองและมีอำนาจ” จางเหลียนฮวาลุกขึ้นนั่ง เริ่มวาดฝันถึงอนาคตฮูหยินขุนนางใหญ่เฉินเจียงเงียบ ทว่าแววตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความหยิ่งผยองนักพรตในวัดซานชิงกวนบอกแล้วไม่ใช่หรือ? ในสิบปีตระกูลเฉินของพวกเขาจะมีขุนนางใหญ่ที่เก่งทั้งบุ๋นและบู๊ สิบปี ลูกชายของเขายังเล็ก เช่นนั้นก็หมายถึงเขาไม่ใช่หรือ?จอหงวนไม่กล้าอาจเอื้อม แต่บัณฑิตชั้นสูงนั้น เฉินเจียงคิดว่าตนทำได้อย่างไม่มีปัญหาแน่นอนราชวงศ์ต้าชิง บัณฑิตชั้นสูงเป็นขุนนางประจำจังหวัดได้ในหมู่บ้านเล็กๆ อย่างหมู่บ้านซานเหอ มีคนได้เป็นขุนนางประจำการในจังหวัด เป็นเรื่องที่ใหญ่มากๆเพราะว่า ในระแวกนี้ ไม่เคยมีแม้กระทั่งนายอำเภอเวลานี้นายอำเภอของอำเภอผิงอันย้ายมาจากที่อื่นสำห

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 37

    เฉินฝานมองจนใจลอยภรรยาผู้มีรูปโฉมงดงาม สวยสะพรั่งดั่งดอกไม้ ทั้งยังเป็นภรรยาถูกต้องตามกฎหมายที่ทางการส่งมาให้ กล่าวว่าเฉินฝานไม่หวั่นไหวคงเป็นเรื่องโกหกแต่ว่าเท้าของฉินเย่ว์โหรวในเวลานี้ห่อด้วยสมุนไพร มิหนำซ้ำนางเพิ่งเข้าพิธีปักปิ่นเมื่อปีกลาย อายุยังน้อยนักเลี้ยง...อีกหน่อยเถอะอย่างน้อยต้องรอหลังจากที่เท้าของนางหายดีก่อนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เฉินฝานหันไปมองนอกประตู “เย่ว์เจียว เจ้าเดินวนไปมาด้านนอกทำไม รีบกลับมาพักผ่อน”เฉินฝานมัวแต่ไม่อาจทำใจ เขาไม่ทันสังเกตเห็น แววตาเสียใจของร่างบางในผ้าห่มสุดท้าย นายท่านก็รังเกียจนางหลังจากฉินเย่ว์เจียวเข้ามา มองเฉินฝานแล้วมองฉินเย่ว์โหรว ขยับริมฝีปาก สุดท้ายไม่ได้พูดอะไร คลานขึ้นเตียงเตา นอนอีกฟากหนึ่งซึ่งไกลจากเฉินฝานที่สุด“นายท่านเจ้าคะ ข้าน้อยอุ่นใต้ผ้าห่มให้แล้วเจ้าค่ะ”ตอนฉินเย่ว์โหรวออกมาจากใต้ผ้าห่มของเฉินฝาน น้ำเสียงของนางแผ่วเบา ไม่มีความโมโห นางกลับไปอีกฟากหนึ่งของเตียง ซุกตัวเข้าในผ้าห่ม มุดหน้าเข้าไปในอ้อมกอดของฉินเย่ว์เจียวเฉินฝานคิดว่านางเขินอาย ไม่ได้คิดอะไรมากกลางดึกเวลาประมาณตีสองตีสาม เฉินฝานลืมตาขึ้นตอนหัน

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 38

    ไม่ทันสังเกตเห็นว่าน้ำแข็งใต้ฝ่าเท้าตนเอง เริ่มเคลื่อนไหวแล้วเสียงแครกดังขึ้น ชั้นน้ำแข็งแตก เฉินฝานตกลงไปในน้ำทันทีโชคดีที่เขาว่ายน้ำเก่ง เพียงครู่หนึ่งก็ว่ายขึ้นมาได้ตอนอยู่ในน้ำไม่รู้สึกถึงความหนาวเย็น หลังโผล่พ้นน้ำ ลมเหนือพัดผ่านร่างกาย เฉินฝานหนาวจนตัวสั่นอุณหภูมิบนหุบเขาต่ำ เขาต้องรีบกลับไป มิเช่นนั้นหากเป็นไข้ขึ้นมา เขาเกรงว่าตนไปเฝ้าพระอินทร์เหมือนเจ้าของร่างเดิมแล้วตกลงไปในน้ำ มือจับตะกร้าไว้ ทำให้ปลาตกกระจัดกระจายไปครึ่งหนึ่ง พลั่วก็ตกลงไปในน้ำเช่นเดียวกันปลาครึ่งตะกร้าก็ครึ่งตะกร้าแล้วกัน ก็ไม่น้อยแล้ว ส่วนพลั่วก็ไม่เอาแล้วเฉินฝานสะพายปลาครึ่งตะกร้า คล้ายเมื่อก่อนสมัยฝึกทหารในค่าย วิ่งเหยาะๆ กลับเรือนไม่อาจวิ่งเร็วเกินไปได้ วิ่งเร็วเกินไปหมดแรง วิ่งเหยาะๆ ก็กลับถึงเรือนอย่างรวดเร็วได้ ทั้งยังทำให้ร่างกายอบอุ่น...ฉินเย่ว์เจียวที่อยู่บนเตียงเตาเด้งตัวลุกขึ้นมาอย่างกะทันหัน สายตาจับจ้องไปที่ม่านประตูบอกว่าไปเพียงประเดี๋ยวเดียวไม่ใช่หรือ? เหตุใดครั้งนี้จึงนานเช่นนี้ยามค่ำคืนมืดมิดทุกแห่งหน อากาศก็หนาว เขาจะไปที่ใด ทำอะไร?รออีกครู่หนึ่งจู่ๆ ฉินเย่ว์เจ

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 39

    ปลา...เผา...”ฉินเย่ว์โหรวอยากจะพูดแล้วเงียบไป“เย่ว์โหรว เจ้าอยากพูดอะไรก็พูดมาเถอะ”“ปลาเผาที่นายท่านทำอร่อยมากเจ้าค่ะ แต่ว่า หากจะนำไปขายจริงๆ...อาจจะขายไม่ออกก็ได้ หรือแม้จะขาย ก็ขายไม่ได้ราคาดีเจ้าค่ะ”ฉินเย่ว์โหรวพยายามพูดเบาที่สุด เพราะไม่อยากให้สะเทือนใจเฉินฝานพวกนางชอบกิน เป็นเพราะทานผักป่ามานาน“เรื่องนี้เจ้าวางใจ ข้าคิดหาวิธีปรับสูตรปลาเผาเรียบร้อยแล้ว”ตอนกลับมา เปียกไปทั้งตัว จึงไม่ได้เก็บหญ้าชิงเฮาจริงด้วย คนที่นี่เรียกชิงเฮาว่าหญ้าเซียนนู๋เข้าเมืองตาหลิ่วต้องลิ่วตาตาม เขาเองก็เรียกว่าหญ้าเซียนนู๋ก็แล้วกันเฉินฝานบอกให้ฉินเย่ว์โหรวไปเก็บหญ้าเซียนนู๋ หญ้าเซียนนู๋ในฤดูเหมันต์ แม้คุณภาพไม่ดีเท่าฤดูคิมหันต์ แต่ก็ไม่แย่นักหญ้าเซียนนู๋มีอยู่ทุกที่ ฉินเย่ว์โหรวไม่ต้องไปไกลนัก หุบเขาหลังหมู่บ้านก็มีแล้วในหมู่บ้าน ถึงหุบเขาหลังหมู่บ้าน ค่อนข้างปลอดภัยเฉินฝานเดินไปที่ลานกว้าง เทปลาในตะกร้าออกมา นับปลา พยักหน้าด้วยความพอใจครั้งนี้เฉินฝานไม่ได้เลือกใช้ปลาเฉาฮื้อเพราะหากกินปลาเผาจานใหญ่เหมือนยุคปัจจุบัน ต้องใช้วัตถุดิบหลายอย่างปลาจานใหญ่เช่นนั้น ต้องนั่งล้อมวง

บทล่าสุด

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 978

    “ฝ่าออกไป ไม่อาจเป็นผีหิวตายเด็ดขาด!”โอวหยางน่าหลันลากเท้าที่บาดเจ็บ พุ่งตัวไปด้านหน้าหลังจากถูกยิงไปแล้วหนึ่งครั้ง ทหารรักษาพระองค์ล้อมโอวหยางน่าหลังทั้งสองสี่ด้าน คุ้มกันนางอย่างแน่นหนาลูกธนูของฉินเย่ว์เจียวยิงถูกคน ทว่าไม่อาจยิงโดนโอวหยางน่าหลัน“ฝ่าออกไป! ไม่อาจอดตายกลายเป็นผีได้!”คล้ายตอนอยู่นอกประตูเมืองลู่ตู จู่ๆ ทหารหลู่พุ่งตัวไปด้านหน้าอย่างไม่คิดชีวิตครั้งนี้ พวกเขาไม่วิ่งขึ้นหุบเขาอีกแล้ว พุ่งตัวไปหาทหารหญิง“ลุย จัดการพวกมันซะ!” มั่วเซินรีบออกคำสั่งทันทีทหารกองกำลังที่หนึ่ง รวมถึงทหารกองกำลังที่สามซึ่งรีบเดินทางมา ระดมกำลังต่อสู้ ช่วยคลายความกดดันให้ทหารหญิงบนพื้นดิน ทหารหลู่ล้มกองแล้วกองเล่า ศพกองเป็นภูเขาแต่พวกเขากลับไม่สนใจคนข้างกาย ยิงธนูใส่พวกสตรี อย่างบ้าคลั่งพร้อมกับพุ่งตัวไปด้านหน้าลูกธนูด้านหน้าถูกยิงมาราวกับสายฝน พวกทหารหญิงถึงขั้นไม่อาจเงยหน้าขึ้น“พี่น้องทั้งหลาย!” เย่ว์หนูร้องตะโกนเสียงดัง “ลงไปเร็วเข้าๆ ทหารหลู่มาใกล้เกินไปแล้ว สุ่มโยนได้เลย!”ทหารหญิงกระโดดลงจากเก้าอี้ ยืนอยู่ในหลุมหลบภัยแล้วสุ่มโยนระยะทางใกล้เช่นนี้ การสุ่มโยนระเบิดทห

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 977

    “เจ้าค่ะ!”ฉินเย่ว์เจียวขึ้นสายเกาทัณฑ์ทันที “รับประกันว่าเพียงหนึ่งดอกก็คร่าชีวิตนางได้แล้ว”“อย่าสังหารนาง เพียงให้นางตกลงจากก้อนหินก็พอ ให้นางไม่กล้าเสนอหน้าอีกก็พอ”​ เฉินฝานรีบพูด“นายท่าน ท่านชมชอบนางหรือเจ้าคะ?”นี่เป็นครั้งแรกที่ฉินเย่ว์เจียว กล่าวถึงสตรีอื่นแล้ว เปี่ยมไปด้วยความหึงหวงนางไม่ชอบโอวหยางน่าหลัง สตรีที่คิดอยากจะเป็นผู้หญิงของนายท่าน นางไม่เคยกีดกัน แต่ว่าโอวหยางน่าหลันคนนี้ ไม่เพียงอยากแต่งงานกับนายท่าน ยังอยากแย่งนายท่านไปอีก ทำเกินไปแล้วจริงๆเฉินฝานยิ้ม “โอวหยางน่าหลันมีประทุมอวบอิ่มสะโพกผาย ทั้งยังร่ำรวย ชายใดบ้างที่จะไม่ชอบ?”รับรู้ได้ว่าสตรีข้างกายแทบจะเบิดอารมณ์แล้ว เฉินฝานรีบหุบยิ้ม พูดด้วยความจริงจัง “ข้าล้อเล่น ตอนนี้โอวหยางน่าหลันยังตายไม่ได้!”ต้องไว้ชีวิตนางเพื่อทำการต่อรองดวงหน้างดงามของฉินเย่ว์เจียวเปี่ยมไปด้วยความโมโห “ข้าต้องการให้นางตาย!”แม้จะพูดด้วยความโมโห แต่ตอนมือของฉินเย่ว์เจียวขึ้นสายเกาทัณฑ์ นางเบี่ยงมือเล็กน้อย“โอ๊ย~”สิ้นเสียงโอดครวญ โอวหยางน่าหลันที่ยืนอยู่บนก้อนหินขนาดใหญ่ตกลงไป“องค์หญิง!”“คุ้มกันองค์หญิง!”หลังจากโอวห

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 976

    “หลุมลึกเช่นนั้น หากไม่มีเก้าอี้ พวกนางปีนป่ายขึ้นมาต้องใช้แรงมหาศาลทหารหลู่ที่วิ่งเร็วที่สุด เข้าสู่วงล้อมโจมตีของเนินเขากงจีแล้ว“ระวัง ด้านหน้ามีทหารต้าชิ่ง!”สายตาเฉียบแหลมของเขาพบว่าเส้นทางด้านหน้า มีโคลนหลายกอง อยู่บนถนน“เอ๊ะ เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่านั่นเป็นพวกผู้หญิง?”“ไม่ใช่รู้สึก แต่พวกนางเป็นผู้หญิงจริงๆ”“ข้าได้ยินมาโดยตลอดว่าต้าชิ่งมีทหารหญิง คิดไม่ถึงว่าจะมีจริงๆ!”เมื่อเห็นว่าเป็นสตรี พวกทหารหลู่ผ่อนคลายลงมาก“เฮ้อ พวกเจ้าอย่าประเมินศัตรูต่ำเกินไป ข้าได้ยินว่าทหารหญิงแคว้นต้าชิ่ง ร้ายกาจยิ่งนัก”มีคนเตือน แต่ก็มีคนโต้กลับในทันทีทันใด?”“ใช่ ตอนนี้แข่งเรื่องต่อสู้ ไม่ได้แข่งเย็บปักถักร้อย”หลังจากเห็นทหารหญิงด้านหน้าแล้ว ทหารหลู่ที่หมดอาลัยตายอยากก่อนหน้านี้ กระปรี้กระเปร่าขึ้นมามาก“แม้กระทั่งสตรีก็ถูกสั่งให้มาสู้รบ ต้าชิ่งไม่มีบุรุษแล้วจริงๆ”“สหาย พวกเจ้าเห็นหรือไม่? สตรีต้าชิ่ง งดงามกว่าสตรีแคว้นหลู่ของเรา”“งดงามกว่าสตรีแคว้นหลู่ของเราจริงๆ สหาย ต้าชิ่งเหลือเพียงสตรีแล้ว พวกเรารีบฝ่าออกไป แล้วค่อยโต้กลับทีหลัง”“หลังจากยึดครองต้าชิ่ง สตรีต้าชิ่งทั้งหมดเ

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 975

    “เฉินฝานเทน้ำชาในกา ทิ้งลงในเตาผิง จากนั้นวางกาน้ำชาเปล่าไว้บนโต๊ะ“ไปกันเถอะ!”“ไปไหนเจ้าคะ?” ฉินเย่ว์เจียวรีบตามไป“เนินเขากงจี เวลานี้ทหารหลู่น่าจะถอนกำลังไปถึงเนินเขากงจีแล้ว”ฉินเย่ว์เจียวกำลังคิดอยากจะถามเฉินฝาน เขารู้ได้อย่างไรว่าทหารหลู่จะถอยทัพไปถึงเนินเขากงจีแล้ว ถังหงชางหัวหน้าผู้ส่งสารกเข้ามาเมื่อเห็นเฉินฝาน ถังหงชางรีบวิ่งตามมา “ใต้เท้า น่าจะใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ทหารหลู่ก็จะไปถึงเนินเขากงจีขอรับ”“อื้ม!”เฉินฝานที่พยักหน้า รีบเดินออกไปเขาจะไปเนินเขากงจี การดักโจมตีบนเนินเขากงจี คือสิ่งสำคัญที่สุด การต่อสู้ครั้งนี้ตัดสินแพ้ชนะ ทั้งยังตัดสินชะตาแคว้นหลู่และต้าชิ่งการดักโจมตีบนเนินเขากงจี ไม่เพียงโจมตีบนหุบเขา ภาคพื้นดินมีทหารซุ่มโจมตี อีกทั้งระหว่างทาง ก็เป็นสิ่งสำคัญที่สุดเฉียนหงที่ประจำเนินเขายาจุ่ยกลับมาพร้อมกับทหารหลู่แล้ว...“ขุดเร็วเข้า ไม่ได้ ขุดลึกอีกหน่อย!”“ที่เจ้าขุดยังไม่ถึงแปดฟุตแปดนิ้ว ขุดอีก!”เฉินฝานยังไปไม่ถึง ก็ได้ยินเสียงเคร่งขรึมของเย่ว์หนูแล้วหลังจากทหารหลู่ผ่านเนินเขากงจี เฉินฝานให้คนไปส่งข่าวบอกเย่ว์หนู สั่งให้นางขุดหลุมตรงกลางถ

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 974

    “เจ้า...”โอวหยางน่าหลันโมโหจนสั่นเทาไปทั้งตัว“องค์หญิง โปรดรับสั่งให้ถอยทัพในทันทีพ่ะย่ะค่ะ!” อวิ๋นเต๋อพูดซ้ำอีกรอบ อีกทั้งครั้งนี้แววตาของเขาลุ่มลึก“ถอยทัพ!”โอวหยางน่าหลันกัดฟันพูดหลังจบสิ้นสงครามนี้ คนพวกนี้ นางจะจัดการทีละคน“ทหารหลู่ของเรามีแปดแสนกว่านาย กองทัพลาดตระเวนมีหนึ่งแสนนาย เหตุใดต้องถอย?”ระหว่างทางถอยทัพ โอวหยางน่าหลันเจ็บแค้นใจมาโดยตลอด ถามอวิ๋นเต๋อซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า“องค์หญิง ตอนนี้พวกเรามีกำลังทหารไม่ถึงแปดแสนนายแล้วพ่ะย่ะค่ะ” อวิ๋นเต๋อตอบตอนโจมตีเมือง ทหารหลู่แลกด้วยชีวิต บวกกับโจมตีหุบเขาต้าถังเมื่อครู่ ตอนนี้ไม่มีเวลานับจำนวนคนแล้ว แต่ประสบการณ์ที่เคยนำทัพมาหลายปีของอวิ๋นเต๋อบอกกับเขาว่า ตอนนี้ทหารหลู่เหลือไม่ถึงหกแสนนายแล้ว“แม้จะเป็นเช่นนี้ ฝืนสู้เสียหน่อย ระเบิดไหสุราของพวกเขาก็หมดลงแล้ว”“องค์หญิง องค์หญิงพูดถูกพ่ะย่ะค่ะ หากพวกเรายืนหยัดอีกเสียหน่อย กองทัพลาดตระเวนต้องใช้ระเบิดจนหมดแน่นอน”“แล้วเหตุใดเจ้าจึงยังถอยทัพ?”“องค์หญิง ด้วยวิธีการขององค์หญิง สามารถคว้าชัยชนะมาได้ แต่ความสูญเสียนั้นมากเกินไป อีกทั้งเห็นชัดว่าเป็นกับดัก เสบียงอาหาร

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 973

    “ใช่ๆๆ ต่อสู้ครู่หนึ่งแล้วเปลี่ยนตำแหน่ง ท่านใต้เท้าเคยบอกแล้ว เรียกว่า...”“กลยุทธ์ออกกำลังกาย!”เสียงตอบกลับมากมายดังขึ้นพร้อมกัน“มาแล้ว!”มีคนตะโกนเสียงดัง“ทหารหลู่ขึ้นมาอีกแล้ว!”“สหาย!” หลี่จื้อคว้าระเบิดมือขึ้นมาหนึ่งลูก “ระเบิดพวกมันให้สิ้นซาก!”“ตู้ม!”เสียงระเบิดดังกระหึ่มเสียงระเบิดดังขึ้นบนเชิงเขา ไม่ได้มาจากหลี่จื้อ ระเบิดมือในมือเขา ยังไม่ทันได้โยนออกไป“ให้ตายสิใครลงมือเร็วเช่นนี้? ข้ายังไม่ได้ลงมือเลย?”สีหน้าของหลี่จื้อฉายความหงุดหงิดเขามีอุปนิสัยอย่างหนึ่ง ทุกครั้งที่ลงมือเขาต้องเป็นคนเริ่ม คนอื่นค่อยเริ่มได้“หลี่จื้อ เจ้าด่าใคร? นิสัยอ้าปากก็หยาบคายทันทีของข้า หากยังไม่แก้ ข้าจะตบปากเจ้า!”“ให้ตายสิ ใครอยู่ที่นั่น...” หลี่จื้อหน้าเจื่อนทันที รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาที่ยิ้มให้เหอจื่อหลินน่าเกลียดยิ่งกว่าร้องไห้รองแม่ทัพข้างกายเขา พยายามควบคุมตนเอง กลั้นเสียงหัวเราะ“ท่านแม่ทัพใหญ่ ท่านมาได้อย่างไร? ให้ท่านพักผ่อนไม่ใช่หรือขอรับ?”หลี่จื้ออยากร้องไห้จริงๆยามเหอจื่อหลินลงโทษ เป็นการลงโทษที่น่ากลัวยิ่งนักไม่ใช่ฟาดด้วยแส้ และไม่ได้เพิ่มปริมาณการฝึก

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 972

    มีข้าวสารให้เก็บตลอดทาง ทหารหลู่มุ่งไปด้านหน้าด้วยความเร็ว ไม่นานพวกเขาก็ไปถึงเขาต้าถังหุบเขาต้าถังเป็นป้อมปราการที่ถูกต้องภูเขาสูงใหญ่ขนาบสองข้าง ตรงกลางเป็นทางเดินกว้างเพียงสิบกว่าเมตรยิ่งไล่ตามลึกเข้าไปด้านใน อวิ๋นเต๋อก็ยิ่งรู้สึกผิดปกติหากด้านหน้าเป็นเพียงชาวบ้านขนเสบียงอาหาร เช่นนั้นพวกเขาไล่ตามมานานเช่นนี้ ควรจะตามทันแล้วเวลานี้ไม่เพียงตามไม่ทัน มิหนำซ้ำยังไม่เห็นแม้กระทั่งเงามองภูเขาสูงใหญ่ด้านหน้า และทางเดินที่กว้างเพียงสิบเมตร ทันใดนั้นเองอวิ๋นเต๋อคว้าจับแส้ม้าแน่นทันที“หยุดมุ่งหน้า หยุดมุ่งหน้า!”“อวิ๋นเต๋อ เจ้าเป็นอะไร? เหตุใดจึงสั่งให้กองทัพหยุดลง?” สีหน้าของโอวหยางน่าหลันฉายความฉงน“องค์หญิง พวกเราติดกับแล้วพ่ะย่ะค่ะ เร็ว รีบถอยเร็วเข้า!”“ฆ่ามัน!”“ตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง!”อวิ๋นเต๋อยังพูดไม่จบ เสียงร้องบอกให้สังหารดั่งฟ้าผ่าดังขึ้นบนภูเขาทั้งสองด้าน พร้อมกับเสียงกลองดังสะนั่นหวั่นไหวทันใดนั้นเองระเบิดมือและลูกธนูมากมาย ถูกโยนลงมาราวกับตกจากฟากฟ้า“อ๊าก อ๊าก!”“ฮี่~”เสียงร้องโอดครวญของผู้คนและเสียงของม้า ดังปะปนกันทหารหลู่ตกตะลึงกับการโจมตีกะทันหันนี้ ตอ

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 971

    “พวกท่านไม่ต้องแย่งกัน ข้างหน้ายังมี!”เมื่อได้ยินว่าข้างหน้ายังมี ทหารหลู่ยิ่งฮึดมากกว่าเดิม“สหาย ไล่ไปตามเมล็ดข้าวบนพื้น พวกมันน่าจะยังหนีไปไม่ไกล”ทหารหลู่วิ่ลไล่ พร้อมกับยัดเมล็ดข้าวเข้าปาก ทหารที่ได้กินข้าววิ่งเร็วมากกว่าเดิมพวกทหารที่ไม่มีเมล็ดข้าวให้เก็บกิน ดวงตาแดงก่ำด้วยความร้อนใจ วิ่งไปด้านหน้าอย่างบ้าคลั่งแทบไม่คิดชีวิตทหารหลู่วิ่งไล่ ไม่นานก็วิ่งเลยตำแหน่งแรกที่เย่ว์หนูและมั่วเซินซุ่มโจมตีมั่วเซินยืนอยู่บนเนินเขา มองทหารหลู่ที่จากไปไกลแล้ว ทอดถอนใจพร้อมกับพูด “ทหารหลู่พวกนี้ ต้องหิวโหยมากี่วัน แต่ละคนราวกับตายอดตายอยาก!”ตอนทหารหลู่เข้าไปในวงล้อมซุ่มโจมตีของพวกเขา มั่วเซินกังวลมาก ตอนทหารหลู่ผ่าน เขาออกคำสั่งหลายครั้ง ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาซ่อนตัวให้ดี อย่าให้ทหารหลู่จับได้เด็ดขาดทว่าคิดไม่ถึง ทหารหลู่พวกนั้นไม่แม้แต่จะมองบนเนินเขา ในสายตาของพวกเขามีเพียงอาหารบนพื้น“เย่ว์หนู เจ้าเก่งจริงๆ รู้ว่าทหารหลู่พวกนั้นไม่มีทางสังเกตเห็นพวกเรา”มั่วเซินหันหลังไปพูดกับเย่ว์หนูที่กำลังง่วนอยู่กับระเบิดมือหลังจากทหารหลู่เข้ามาในวงล้อมซุ่มโจมตีของพวกเขา เย่ว์หนูไม่ได้กังว

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 970

    “ขอรับ ใต้เท้า!”เฉินฝานเงยหน้ามองจ้าวฮวั่นที่กำลังวุ่นวายกับการสั่งการอยู่บนหอประตูเมืองทว่าก็เชื่อมั่นว่าพวกจ้าวฮวั่นก็จะสามารถทนรับมือได้ถึงหนึ่งชั่วยามครึ่ง-เกิดเสียงตู้มดังสนั่นขึ้น“องค์หญิง ๆ!” อัครเสนาบดีแค้วนหลู่น้ำตาคลอเบ้า วิ่งมาหาด้านหน้าโอวหยาวน่าหลันด้วยความตื่นเต้น “พังทลายแล้ว พวกเราพังทลายประตูเมืองลู่ตูแคว้นต้าชิ่งได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ!”“จริงรึ!”โอวหยางน่าหลันสีหน้าตื่นเต้นทันทีเมื่อได้ยินเสียง นางก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นเสียงประตูเมืองลู่ตูพังทลาย หลังจากที่ได้ยินกับหูตนเองแล้ว ก็รู้สึกสบายใจมากขึ้นโอวหยางน่าหลันกระโดดขึ้นม้าสะบัดดาบไปทางเมืองลู่ตูอีกครั้ง“เข้าเมือง!”“เข้าไปกินข้าว!”คำพูดของโอวหยางน่าหลันเหมือนกับน้ำมันที่ราดใส่กองไฟ ปลุกกองกำลังเมืองหลู่ให้ลุกฮืออีกครั้ง“เข้าเมือง!”“เข้าไปกินข้าว!”ทหารเมืองหลู่ตะโกนคำปลุกใจบุกเข้าไปในเมืองลู่ตูกองกำลังเมืองหลู่ที่หิวจนเสียสติ เมื่อเข้าไปในเมืองก็ค้นทุกหลังคาเรือนอย่างป่าเถื่อนมิต่างอันใดกันโจรปล้นเสบียงแม้แต่น้อยยังมีคนจำนวนน้อยที่มิยอมทำตามยืนหยัดที่จะอยู่ในเมืองต่อไปตอนนี้พวกเขารู้สึกเสียใ

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status