“ เรือนเล็กที่ไหนกันเจ้าคะพ่อบ้าน” ชุ่ยเอ๋อทนไม่ไหวจึงได้เอ่ยปากถาม “ เรือนเล็กนี้อยู่ท้ายจวนขอรับ นายหญิงใหญ่สั่งให้ฮูหยินน้อยย้ายข้าวของไปให้หมดภายในวันนี้ขอรับ ส่วนเรือนหลังนี้นายหญิงใหญ่จะให้คุณหนูเสี่ยวหลานย้ายเข้ามาอยู่ขอรับ ” ชุ่ยเอ๋อหันขวับไปมองหน้าคุณหนูของตัวเองทันที ทำเช่นนี้มันรังแกกันเกินไปแล้ว คุณหนูเป็นฮูหยินของท่านแม่ทัพแท้ๆ แต่จะให้ย้ายไปอยู่เรือนหลังเล็กท้ายจวน
" แต่มันจะเหมาะหรือเจ้าคะ เรือนนี้ท่านแม่ทัพให้ฮูหยินของเขามาพักแท้ๆ จะให้คนอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาของเขามาพักแทนมันจะเหมาะสมหรือไม่เจ้าคะ ” ชุ่ยเอ๋อทนไม่ไหวจึงได้เอ่ยขึ้น “ ช่างเถอะ ชุ่ยเอ๋อ พ่อบ้านโยว ท่านช่วยให้บ่าวชายกับสาวใช้อีกสักสองคนมาช่วยขนข้าวของไปที่เรือนเล็กที่ว่านั่นให้ข้าด้วยก็แล้วกัน ”
อี้ชิงตัดสินใจยอมย้ายไปเสียเพื่อให้เรื่องมันจบ พ่อบ้านชรามีสีหน้าดีขึ้น แม้ใจจริงเขาก็รู้ดีว่านี่เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ แต่ทำอย่างไรได้เล่าในเมื่อผู้เป็นใหญ่ที่สุดในจวนนี้สั่งให้ทำอย่างไรเขาก็จำต้องทำอย่างนั้น ในเมื่อท่านแม่ทัพไม่อยู่ คนที่จะกล้าแข็งข้อกับนายหญิงใหญ่ได้นั้นมีแค่เพียงท่านแม่ทัพโยวเพียงเท่านั้น
แม้แต่ฮูหยินที่เพิ่งแต่งงานของเขาเองก็ยังไม่เว้นจะถูกรังแก และไม่มีใครกล้าที่จะออกหน้าช่วยนางได้ เพราะไม่ว่าผู้ใดในจวนแม่ทัพแห่งนี้ต่างก็รู้ว่าฮูหยินใหญ่หมายมั่นปั้นมือมาหลายปีแล้วว่าจะให้หลานสาวของนางมาเป็นลูกสะใภ้ เพียงแต่ท่านแม่ทัพโยวผู้เป็นบุตรชายไม่เอาด้วยกับความคิดนี้เท่านั้นเอง จึงได้ดึงดันแต่งงานกับสตรีที่เขาพึงใจ
หลังจากพ่อบ้านโยวเดินออกไปจากเรือนแล้ว ชุ่ยเอ๋อก็มาทรุดนั่งลงข้างๆคุณหนูของตัวเอง “ คุณหนูจะยอมเขาเช่นนี้หรือเจ้าคะ ” อี้ชิงหันไปมองหน้าของชุ่ยเอ๋อพลางถอนใจออกมาเล็กน้อย “ ข้าเข้าใจที่เจ้าพูดนะชุ่ยเอ๋อ แต่ข้าเป็นสะใภ้ที่เพิ่งจะแต่งเข้ามาอยู่ในจวนโยว และคนที่สั่งให้ข้าย้ายไปอยู่ที่เรือนเล็กคือแม่สามีของข้า นางไม่ชอบข้านั่นข้าเองก็รู้อยู่แล้ว มันก็ไม่น่าแปลกที่นางตั้งป้อมรังเกียจข้าเช่นนี้ ไม่เป็นไรหรอก ในเมื่อนางต้องการให้ข้าย้ายไป ข้าก็จะย้าย ข้าทนได้ ” อี้ชิงบอกกับสาวใช้ของนาง
แม้ปากจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่ในใจของนางก็ค่อนข้างจะรู้สึกไม่น้อย แต่ก็จำต้องย้ายไปก่อน นางคิดในแง่ดีว่าหากนางอดทนและพยายามทำความดีกับแม่สามีให้มากๆ นางคงจะมองเห็นความดีที่นางทำบ้างก็ได้ ตอนนี้ยังไม่คุ้นเคยกันมากนักนางอาจจะยังไม่สนิทใจกับตนก็ได้
บ่ายวันนั้นบ่าวชายและสาวใช้ที่พ่อบ้านโยวบอกว่าจะให้มาช่วยขนข้าวของก็มาที่เรือน ชุ่ยเอ๋อที่ยังไม่ได้เก็บข้าวของออกจากหีบ แค่เพียงรื้อของใช้ของคุณหนูออกมาเพียงเล็กน้อย แค่เพียงเก็บเข้าไปใส่ในหีบดังเดิมก็เป็นอันว่าเสร็จสิ้นจึงได้ให้พวกบ่าวชายและสาวใช้ที่มาช่วยขนข้าวของนั้น เข้ามาช่วยกันขนไปได้เลย ช่วยกันขนเพียงรอบเดียวก็เสร็จสิ้นเพราะข้าวของมีแค่สิบหีบ มีแค่เพียงสินเดิมกับข้าวของๆ อี้ชิงและชุ่ยเอ๋อที่ขนมากจากจวนหลิวเท่านั้น
ด้านที่เรือนหลัก “ ท่านป้าเจ้าคะ ให้บุตรอนุนั่นย้ายไปอยู่ที่เรือนหลังเล็กแล้ว ก็ควรจะให้มาช่วยทำงานในจวนด้วยนะเจ้าคะ ไม่ควรจะให้นั่งนอนอยู่เฉยๆ ควรให้มาช่วยแบ่งเบาภาระของท่านป้าบ้าง ” เสี่ยวหลานเอ่ยยุแยงท่านป้าของนางด้วยความเกลียดชังในตัวของฮูหยินหมาดๆของญาติผู้พี่ ที่มาแย่งชิงตำแหน่งสะใภ้ของจวนโยวที่นางเฝ้าฝันว่าตัวเองจะได้เป็นมาหลายปีแล้วไป ฮูหยินใหญ่นิ่งคิด
“ ป้าก็คิดว่าจะให้หญิงผู้นั้นมาช่วยดูแลงานในจวนนี่แหละ ไม่ให้มากินอยู่ในจวนนี้เฉยๆ หรอก แต่คงจะต้องยกเว้นเรื่องเงินทองและบัญชีของจวนป้าคงจะดูแลเองเหมือนเดิม ดีเหมือนกันจะได้มีคนช่วยทำงานในจวนโดยไม่ต้องจ่ายค่าแรง ” ฮูหยินใหญ่โยวเอ่ยขึ้นอย่างเห็นด้วยกับหลานสาวคนโปรดที่หมายมั่นว่าจะกลายมาเป็นสะใภ้ในอีกไม่นานนี้
“ คุณหนูเจ้าค่ะ เรือนเล็กนี่คงจะซ่อมอีกมากนะเจ้าคะ เหมือนพวกนั้นกลั่นแกล้งคุณหนูอย่างไรก็ไม่รู้นะเจ้าคะ ใจร้ายมากเลยให้ย้ายมาอยู่เรือนเล็กซ่อมซ่อนี่ ไม่รู้ว่าหลังคาจะรั่วหรือไม่นะเจ้าคะ ” ชุ่ยเอ๋อหันมองไปรอบๆเรือนหลังนี้ แล้วเงยหน้าขึ้นมองไปบนหลังคาเรือน ขณะที่คุณหนูของนางหันไปมองสาวใช้สองคนที่ขนข้าวของเข้าไปวางไว้ในเรือนแล้วกำลังจะก้าวออกไปจากเรือนหลังนี้
“ พวกเจ้าสองคนอย่าเพิ่งไปนะ ช่วยข้าทำความสะอาดเรือนหลังนี้ก่อน ทำเสร็จแล้วข้าจะให้ค่าตอบแทนกับพวกเจ้าไม่ให้ช่วยทำงานเปล่าๆหรอก แล้วช่วยไปตามบ่าวชายเมื่อครู่มาสักสองคน ให้เขาเอาเครื่องมือช่างเท่าที่จะหาได้มาด้วยนะ บอกเขาว่าข้าให้มาช่วยซ่อมหน้าต่างกับพื้นเรือนนี่ให้ข้าก่อน เอาแค่ให้พออยู่ได้ไปก่อน แล้วข้าจะหาช่างมาซ่อมเรือนนี้อีกทีคงจะต้องซ่อมหลายอย่างอยู่ บอกพวกเขาว่าข้าจะให้ค่าแรง แต่ไม่ต้องบอกเรื่องนี้กับคนอื่นนะ ให้ไปกระซิบพวกเขาเบาๆ ” สองสาวใช้รับคำ “ พวกข้าจะไปหยิบไม้กวาดกับผ้าก่อนนะเจ้าคะ จะได้ลงมือทำความสะอาดให้เสร็จก่อนมันจะค่ำ” แล้วทั้งสองคนก็เดินย้อนกลับไปตามเส้นทางเดิม
" ชุ่ยเอ๋อ เจ้าเข้าไปสำรวจในครัวและห้องสุขานะ ว่ามีอะไรต้องซ่อมแซมอีกไหม และมันใช้การได้หรือเปล่าเสร็จแล้วให้สำรวจในห้องนอนของเจ้ากับข้าว่ามีอะไรที่ต้องซ่อมก่อนไหม เราจะได้พักที่นี่ไปก่อนได้ในคืนนี้ แล้ววันพรุ่งนี้เช้าค่อยไปหาช่างไม้มาซ่อมแซมพวกหลังคาและงานอื่นๆที่พวกบ่าวทำไม่ได้
หลังจากนั้นสาวใช้ทั้งสองคนก็ไปตามบ่าวชายมาอีกสองคนและพวกเขาก็ต่างลงมือทำงานตามที่ฮูหยินน้อยบอก นางให้บ่าวชายช่วยซ่อมบานประตูหน้าต่างที่ห้อยร่องแร่งจะหลุดไม่หยุดแหล่ให้เข้าที่ ให้ช่วยตอกตะปูชั้นวางของที่โย้เย้ในครัวและในห้องโถงด้านหน้าและซ่อมพวกเครื่องเรือนเก่าในเรือนหลังนี้ อันไหนที่ซ่อมแซมไม่ได้แล้วก็ให้ช่วยกันยกไปไว้ด้านหลังเรือน อันไหนที่ซ่อมแซมได้ก็ให้ช่วยกันทำเท่าที่จะทำได้
ชุ่ยเอ๋อไปสำรวจห้องสุขาและห้องครัวด้านหลังเรือนว่าใช้การได้หรือไม่ก็พบว่าห้องสุขายังใช้งานได้ดี แค่ให้บ่าวชายมาซ่อมผนังไม้และอุดรูโหว่่ที่บนหลังคาให้พอใช้งานได้ไปก่อน แต่คงจะต้องให้ช่างมาซ่อมหลังคาจริงๆแล้ว เพราะมีกระเบื้องที่ผุกร่อนไปหลายจุด และที่พื้นเรือนก็มีรูโหว่หลายรูด้วยกัน แค่เพียงให้บ่าวชายซ่อมแซมและทำเครื่องหมายเอาไว้ว่าจุดไหนที่จะต้องให้ช่างมาซ่อมแซม
ด้านสองสาวใช้ก็่ช่วยกันปัดหยักไย่และเช็ดถูพื้นและเช็ดตามผนังและตู้ตั่งเครื่องในเรือนหลังนี้ทั้งหมดให้สะอาดเพราะมีฝุ่นจับหนาพอสมควร เพราะเรือนนี้ถูกปิดตายเอาไว้หลายปีแล้ว เมื่อก่อนเป็นเรือนของทหารผู้หนึ่งที่เขาพาครอบครัวมาอยู่ด้วย แต่ตอนหลังเขามีเรือนของตัวเองแล้วจึงได้พากันย้ายออกไป ซึ่งมันก็หลายปีมาแล้ว เมื่อไม่มีคนอยู่มันจึงทรุดโทรมไม่น้อย
อี้ชิงก็ลงมือช่วยพวกเขาด้วย เพราะนางต้องการให้งานเสร็จสิ้นก่อนจะค่ำ เอาแค่เพียงอยู่อาศัยได้ แล้วอยู่ไปก็ค่อยๆทำความสะอาดไปก็ได้ จนเมื่องานเสร็จสิ้นลงเมื่อเย็นย่ำเต็มทีแล้ว อี้ชิงจึงได้บอกให้บ่าวทั้งสี่คนหยุดงานในมือ “ พวกเจ้าพอแค่นี้เถอะ แล้วข้าจะจ้างช่างไม้มาทำต่อ ส่วนงานบ้านก็พอแล้ว พอให้อาศัยอยู่ได้ไปก่อน แล้วค่อยๆทำไปมันคงจะสะอาดขึ้นเอง เอาละข้าให้ค่าแรงกับพวกเจ้านะเป็นสินน้ำใจที่มาช่วยงานข้า ”
นางดึงถุงเงินออกมาจากเอวแล้วหยิบส่งให้กับบ่าวชายทั้งสองและสาวใช้ทั้งสองคนละเท่าๆกัน ซึ่งก็มีผลให้พวกเขายิ้มแก้มแทบปริเพราะฮูหยินน้อยใจดีมากเลย พวกเขาเป็นบ่าวมีหน้าที่ทำงานรับใช้เจ้านายในจวนนี้อยู่แล้ว ไม่เคยได้สินน้ำใจเพิ่มเช่นนี้ “ รับไปเถอะ แล้วไม่ต้องบอกใครนะ ” นางบอกกับพวกเขา ไม่อยากจะให้มีปัญหาจึงให้พวกเขาเก็บเป็นความลับว่ามาช่วยงานนางและได้ค่าตอบแทน
หลังจากสองนายบ่าวนั่งกินอาหารกันที่โต๊ะไม้ตัวเก่าคร่ำคร่าที่อยู่ในห้องโถงหน้าเรือนเล็ก ที่อาหารในจานนั้นมีเพียงผัดผักเย็นชืด เต้าหู้ผัดไข่ และผักกาดดองจนท้องอิ่มแล้ว นางก็ยกถาดไม้มาเก็บถ้วยชามเพื่อจะนำไปล้างที่โรงครัวใหญ่ที่ต้องเดินไปค่อนข้างไกลพอสมควร“ ชุ่ยเอ๋อ เจ้าเอาไปล้างที่ครัวเล็กหลังเรือนของเราก็ได้ แล้วเก็บถ้วยชามเอาไว้ใช้ที่เรือนนี้ คราวหลังเราทำกับข้าวกินกันเองบ้างก็ได้ เจ้าก็สำรวจดูเสียว่าเครื่องครัวขาดสิ่งใดบ้าง จดเอาไว้เสีย และทุกอย่างที่จำเป็นจะต้องใช้ก็เดินตรวจสอบดูให้ทั่ว พรุ่งนี้จะได้เข้าไปตลาดไปสั่งซื้อมา ” ชุ่ยเอ๋อหยักหน้าอย่างเห็นด้วย พวกนางมีกันเพียงสองปากสองท้องทำกับข้าวไม่ได้ยากเย็นนัก แถมยังจะได้กินอาหารดีๆมากกว่าที่โรงครัวจัดให้เสียอีก ช่างน่าอนาถยิ่งนัก เป็นถึงฮูหยินแม่ทัพใหญ่กลับได้กินอาหารที่มองดูแย่กว่ากับข้าวบ่าวที่จวนหลิวเสียอีก ชุ่ยเอ๋อครุ่่นคิดขณะที่ยกจานชามไปล้างที่ในครัวหลังเรือนเช้าวันต่อมาเมื่ออาบน้ำหน้าห้องสุขาหลังเรือนแล้ว โดยการตักจ้วงจากถังน้ำที่ชุ่ยเอ๋อต้มน้ำมาเทผสมให้กลายเป็นน้ำอุ่นและให้คุณหนูของนางตักจ้วงเอาจากในถังน้ำแล้วยืนอาบที่หน้
“ ฮูหยินน้อยต้องการพบข้าเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ ข้าชื่อซื่อหลัน เป็นหัวหน้าคนครัวเจ้าค่ะ ” หัวหน้าคนครัวหันมาถามสตรีที่เพิ่งเดินเข้ามาที่ทุกคนต่างก็รู้ว่าเป็นฮูหยินที่เพิ่งแต่งเข้ามาของแม่ทัพโยว “ ฮูหยินใหญ่ให้ข้าดูแลเรื่องในจวนนี้น่ะ ให้ดูแลทั้่งเรื่องอาหารการกินและเรื่องอื่นๆในจวนด้วย จึงจะมาถามเรื่องรายการอาหารที่ทำในแต่ละวันด้วยว่าเราจะลดค่าใช้จ่ายใดๆได้บ้าง เพราะพ่อบ้านโยวบอกว่าตอนนี้เงินทองของจวนร่อยหรอลงมากเพราะท่านแม่ทัพใช้เงินไปกับการกักตุนเสบียงของทหาร คงต้องรอให้ท่านแม่ทัพกลับมาจากชายแดนก่อนทุกอย่างก็จะดีขึ้น ” หัวหน้าคนครัวทำหน้าอ่อนใจ “ ฮูหยินน้อยเจ้าคะ ทุกวันนี้เวลาข้าไปรับเงินค่ากับข้าวจากฮูหยินใหญ่มันก็น้อยมากกว่าเดิมเต็มทีแล้วเจ้าค่ะ แทบไม่พอค่าใช้จ่าย กับข้าวแทบจะไม่มีเนื้อสัตว์อยู่แล้ว แทบจะต้องทำแต่ผัดผักแล้วเจ้าค่ะ ยิ่งหลังจากงานเลี้ยงงานแต่งงานยิ่งได้ค่ากับข้าวน้อยลงอีกเจ้าค่ะ ข้าก็ไม่รู้จะประหยัดได้อย่างไรอีกแล้ว พวกบ่าวก็บ่นกับอุบเรื่องกับข้าวที่มีแค่เศษเนื้อ กินข้าวก็ไม่ค่อยอิ่มกันแล้วเจ้าค่ะ ” อี้ชิงอึ้งไปทันที นางไม่รู้มาก่อนเลยว่าในจวนแม่ทัพจะขาดแคลนเงินทอ
หลิวอี้ชิงนั่งอยู่ในเรือนหอของนางกับแม่ทัพโยวหยางเล่อเพียงลำพัง เพราะสามีที่เพิ่งแต่งงานกันนั้น เขาออกเดินไปทางไปชายแดนทันทีเพราะมีภารกิจด่วน มีคำสั่งให้กองทัพโดยการนำของเขาออกไปรบที่ชายแดนเป็นการด่วนเพราะมีข้าศึกเข้ามาประชิดอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว เมื่อเสร็จพิธีแต่งอย่างรวบรัดแล้ว เขาก็เปลี่ยนจากชุดเจ้าบ่าวเป็นชุดเครื่องแบบแม่ทัพแล้วร่ำลามารดาของเขาที่เหลือเพียงคนเดียว ส่วนบิดานั้นได้เสียชีวิตไปในสนามรบหลายปีมาแล้ว และเขาเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งแม่ทัพต่อจากบิดาของตนเอง วันนี้เขาเพิ่งดีใจที่ได้สมรักกับหญิงงามที่เขาเองก็มีใจให้นางไม่น้อย หลังจากเพียงแค่ได้พบหน้ากัน หลังจากนั้นไปมาหาสู่กันอยู่หลายครั้งจนมาถึงวันหมั้นหมายและจัดพิธีแต่งงานรับนางเป็นฮูหยินของเขาแล้ว ยัังไม่มีโอกาสจะได้เข้าหอด้วยซ้ำ ก็มีราชโองการด่วนมาหาเขาที่จวนแม่ทัพ เพื่อให้เคลื่อนทัพในทันทีเพื่อไปสู้ศีึกที่ชายแดนระหว่างแคว้นชิงกับแคว้นต้าเหนิง หลังจากร่ำลากับท่านแม่ของเขาแล้ว เขาก็จับข้อมือบางของเจ้าสาวของเขาเดินเข้าไปในห้องหอ เมื่อปิดประตูลงแล้ว เขาก็หันมาจับไหล่ของนางเอาไว้ “ อี้ชิง พี่จะต้องไปทำหน้าที่ของแม่ทัพเพื่อบ้า
อี้ชิงที่เดินเข้าไปในห้องโถงตามหลังฮูหยินใหญ่โยวกับเสี่ยวหลานที่นางเคยรู้มาบ้างว่าเป็นบุตรขุนนางการคลังผู้หนึ่งและมีศักดิ์เป็นหลานของฮูหยินโยว และนางคงจะต้องการให้หลานสาวคนนี้เป็นสะใภ้ของนาง แต่บุตรชายนั้นไม่ยินยอม เขาเป็นแม่ทัพใหญ่คงจะเข้มแข็งพอที่จะไม่ปล่อยให้มารดาครอบงำได้ง่ายดายนัก จึงดื้อดึึงที่จะแต่งงานกับอี้ชิงหญิงงามที่เขาพึงใจจนได้ อย่างไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่านางนั้นเป็นบุตรของอนุในจวนของนางเล็กๆ ไม่ได้มีความสลักสำคัญและความก้าวหน้าใดๆในราชการ และไม่มีอำนาจใดที่จะได้มาช่วยเกื้อหนุนความก้าวหน้าของเขาได้ และไม่มีทรัพย์สมบัติเดิมใดๆติดตัวมาเพื่อจะช่วยค้ำจุนเขาได้ในอนาคต และนั่นทำให้มารดาของเขาไม่พอใจอย่างมาก เพราะนางได้หมายตาเสี่ยวหลานบุตรสาวของญาติห่างๆที่มีฐานะร่ำรวยและมีบิดาเป็นขุนนางกรมการคลังที่มีอำนาจไม่น้อย อย่างน้อยถึงไม่ได้เป็นขุนนางใหญ่ระดับสูงกว่านี้ มีอำนาจมากกว่านี้ หรือเป็นตระกูลพ่อค้าคหบดีที่ร่ำรวยมากมายกว่านี้ แต่ก็ยังดีกว่าหลิวอี้ชิงผู้นี้มากมายนักน้ำตาของนางเอ่อคลอดวงตา แม้จะรู้ว่าตัวของนางไม่เป็นที่ชื่นชอบของฮูหยินใหญ่โยวอยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่านางและพวกบรรดาญ
“ ฮูหยินน้อยต้องการพบข้าเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ ข้าชื่อซื่อหลัน เป็นหัวหน้าคนครัวเจ้าค่ะ ” หัวหน้าคนครัวหันมาถามสตรีที่เพิ่งเดินเข้ามาที่ทุกคนต่างก็รู้ว่าเป็นฮูหยินที่เพิ่งแต่งเข้ามาของแม่ทัพโยว “ ฮูหยินใหญ่ให้ข้าดูแลเรื่องในจวนนี้น่ะ ให้ดูแลทั้่งเรื่องอาหารการกินและเรื่องอื่นๆในจวนด้วย จึงจะมาถามเรื่องรายการอาหารที่ทำในแต่ละวันด้วยว่าเราจะลดค่าใช้จ่ายใดๆได้บ้าง เพราะพ่อบ้านโยวบอกว่าตอนนี้เงินทองของจวนร่อยหรอลงมากเพราะท่านแม่ทัพใช้เงินไปกับการกักตุนเสบียงของทหาร คงต้องรอให้ท่านแม่ทัพกลับมาจากชายแดนก่อนทุกอย่างก็จะดีขึ้น ” หัวหน้าคนครัวทำหน้าอ่อนใจ “ ฮูหยินน้อยเจ้าคะ ทุกวันนี้เวลาข้าไปรับเงินค่ากับข้าวจากฮูหยินใหญ่มันก็น้อยมากกว่าเดิมเต็มทีแล้วเจ้าค่ะ แทบไม่พอค่าใช้จ่าย กับข้าวแทบจะไม่มีเนื้อสัตว์อยู่แล้ว แทบจะต้องทำแต่ผัดผักแล้วเจ้าค่ะ ยิ่งหลังจากงานเลี้ยงงานแต่งงานยิ่งได้ค่ากับข้าวน้อยลงอีกเจ้าค่ะ ข้าก็ไม่รู้จะประหยัดได้อย่างไรอีกแล้ว พวกบ่าวก็บ่นกับอุบเรื่องกับข้าวที่มีแค่เศษเนื้อ กินข้าวก็ไม่ค่อยอิ่มกันแล้วเจ้าค่ะ ” อี้ชิงอึ้งไปทันที นางไม่รู้มาก่อนเลยว่าในจวนแม่ทัพจะขาดแคลนเงินทอ
หลังจากสองนายบ่าวนั่งกินอาหารกันที่โต๊ะไม้ตัวเก่าคร่ำคร่าที่อยู่ในห้องโถงหน้าเรือนเล็ก ที่อาหารในจานนั้นมีเพียงผัดผักเย็นชืด เต้าหู้ผัดไข่ และผักกาดดองจนท้องอิ่มแล้ว นางก็ยกถาดไม้มาเก็บถ้วยชามเพื่อจะนำไปล้างที่โรงครัวใหญ่ที่ต้องเดินไปค่อนข้างไกลพอสมควร“ ชุ่ยเอ๋อ เจ้าเอาไปล้างที่ครัวเล็กหลังเรือนของเราก็ได้ แล้วเก็บถ้วยชามเอาไว้ใช้ที่เรือนนี้ คราวหลังเราทำกับข้าวกินกันเองบ้างก็ได้ เจ้าก็สำรวจดูเสียว่าเครื่องครัวขาดสิ่งใดบ้าง จดเอาไว้เสีย และทุกอย่างที่จำเป็นจะต้องใช้ก็เดินตรวจสอบดูให้ทั่ว พรุ่งนี้จะได้เข้าไปตลาดไปสั่งซื้อมา ” ชุ่ยเอ๋อหยักหน้าอย่างเห็นด้วย พวกนางมีกันเพียงสองปากสองท้องทำกับข้าวไม่ได้ยากเย็นนัก แถมยังจะได้กินอาหารดีๆมากกว่าที่โรงครัวจัดให้เสียอีก ช่างน่าอนาถยิ่งนัก เป็นถึงฮูหยินแม่ทัพใหญ่กลับได้กินอาหารที่มองดูแย่กว่ากับข้าวบ่าวที่จวนหลิวเสียอีก ชุ่ยเอ๋อครุ่่นคิดขณะที่ยกจานชามไปล้างที่ในครัวหลังเรือนเช้าวันต่อมาเมื่ออาบน้ำหน้าห้องสุขาหลังเรือนแล้ว โดยการตักจ้วงจากถังน้ำที่ชุ่ยเอ๋อต้มน้ำมาเทผสมให้กลายเป็นน้ำอุ่นและให้คุณหนูของนางตักจ้วงเอาจากในถังน้ำแล้วยืนอาบที่หน้
“ เรือนเล็กที่ไหนกันเจ้าคะพ่อบ้าน” ชุ่ยเอ๋อทนไม่ไหวจึงได้เอ่ยปากถาม “ เรือนเล็กนี้อยู่ท้ายจวนขอรับ นายหญิงใหญ่สั่งให้ฮูหยินน้อยย้ายข้าวของไปให้หมดภายในวันนี้ขอรับ ส่วนเรือนหลังนี้นายหญิงใหญ่จะให้คุณหนูเสี่ยวหลานย้ายเข้ามาอยู่ขอรับ ” ชุ่ยเอ๋อหันขวับไปมองหน้าคุณหนูของตัวเองทันที ทำเช่นนี้มันรังแกกันเกินไปแล้ว คุณหนูเป็นฮูหยินของท่านแม่ทัพแท้ๆ แต่จะให้ย้ายไปอยู่เรือนหลังเล็กท้ายจวน " แต่มันจะเหมาะหรือเจ้าคะ เรือนนี้ท่านแม่ทัพให้ฮูหยินของเขามาพักแท้ๆ จะให้คนอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาของเขามาพักแทนมันจะเหมาะสมหรือไม่เจ้าคะ ” ชุ่ยเอ๋อทนไม่ไหวจึงได้เอ่ยขึ้น “ ช่างเถอะ ชุ่ยเอ๋อ พ่อบ้านโยว ท่านช่วยให้บ่าวชายกับสาวใช้อีกสักสองคนมาช่วยขนข้าวของไปที่เรือนเล็กที่ว่านั่นให้ข้าด้วยก็แล้วกัน ”อี้ชิงตัดสินใจยอมย้ายไปเสียเพื่อให้เรื่องมันจบ พ่อบ้านชรามีสีหน้าดีขึ้น แม้ใจจริงเขาก็รู้ดีว่านี่เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ แต่ทำอย่างไรได้เล่าในเมื่อผู้เป็นใหญ่ที่สุดในจวนนี้สั่งให้ทำอย่างไรเขาก็จำต้องทำอย่างนั้น ในเมื่อท่านแม่ทัพไม่อยู่ คนที่จะกล้าแข็งข้อกับนายหญิงใหญ่ได้นั้นมีแค่เพียงท่านแม่ทัพโยวเพียงเท่านั้น แ
อี้ชิงที่เดินเข้าไปในห้องโถงตามหลังฮูหยินใหญ่โยวกับเสี่ยวหลานที่นางเคยรู้มาบ้างว่าเป็นบุตรขุนนางการคลังผู้หนึ่งและมีศักดิ์เป็นหลานของฮูหยินโยว และนางคงจะต้องการให้หลานสาวคนนี้เป็นสะใภ้ของนาง แต่บุตรชายนั้นไม่ยินยอม เขาเป็นแม่ทัพใหญ่คงจะเข้มแข็งพอที่จะไม่ปล่อยให้มารดาครอบงำได้ง่ายดายนัก จึงดื้อดึึงที่จะแต่งงานกับอี้ชิงหญิงงามที่เขาพึงใจจนได้ อย่างไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่านางนั้นเป็นบุตรของอนุในจวนของนางเล็กๆ ไม่ได้มีความสลักสำคัญและความก้าวหน้าใดๆในราชการ และไม่มีอำนาจใดที่จะได้มาช่วยเกื้อหนุนความก้าวหน้าของเขาได้ และไม่มีทรัพย์สมบัติเดิมใดๆติดตัวมาเพื่อจะช่วยค้ำจุนเขาได้ในอนาคต และนั่นทำให้มารดาของเขาไม่พอใจอย่างมาก เพราะนางได้หมายตาเสี่ยวหลานบุตรสาวของญาติห่างๆที่มีฐานะร่ำรวยและมีบิดาเป็นขุนนางกรมการคลังที่มีอำนาจไม่น้อย อย่างน้อยถึงไม่ได้เป็นขุนนางใหญ่ระดับสูงกว่านี้ มีอำนาจมากกว่านี้ หรือเป็นตระกูลพ่อค้าคหบดีที่ร่ำรวยมากมายกว่านี้ แต่ก็ยังดีกว่าหลิวอี้ชิงผู้นี้มากมายนักน้ำตาของนางเอ่อคลอดวงตา แม้จะรู้ว่าตัวของนางไม่เป็นที่ชื่นชอบของฮูหยินใหญ่โยวอยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่านางและพวกบรรดาญ
หลิวอี้ชิงนั่งอยู่ในเรือนหอของนางกับแม่ทัพโยวหยางเล่อเพียงลำพัง เพราะสามีที่เพิ่งแต่งงานกันนั้น เขาออกเดินไปทางไปชายแดนทันทีเพราะมีภารกิจด่วน มีคำสั่งให้กองทัพโดยการนำของเขาออกไปรบที่ชายแดนเป็นการด่วนเพราะมีข้าศึกเข้ามาประชิดอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว เมื่อเสร็จพิธีแต่งอย่างรวบรัดแล้ว เขาก็เปลี่ยนจากชุดเจ้าบ่าวเป็นชุดเครื่องแบบแม่ทัพแล้วร่ำลามารดาของเขาที่เหลือเพียงคนเดียว ส่วนบิดานั้นได้เสียชีวิตไปในสนามรบหลายปีมาแล้ว และเขาเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งแม่ทัพต่อจากบิดาของตนเอง วันนี้เขาเพิ่งดีใจที่ได้สมรักกับหญิงงามที่เขาเองก็มีใจให้นางไม่น้อย หลังจากเพียงแค่ได้พบหน้ากัน หลังจากนั้นไปมาหาสู่กันอยู่หลายครั้งจนมาถึงวันหมั้นหมายและจัดพิธีแต่งงานรับนางเป็นฮูหยินของเขาแล้ว ยัังไม่มีโอกาสจะได้เข้าหอด้วยซ้ำ ก็มีราชโองการด่วนมาหาเขาที่จวนแม่ทัพ เพื่อให้เคลื่อนทัพในทันทีเพื่อไปสู้ศีึกที่ชายแดนระหว่างแคว้นชิงกับแคว้นต้าเหนิง หลังจากร่ำลากับท่านแม่ของเขาแล้ว เขาก็จับข้อมือบางของเจ้าสาวของเขาเดินเข้าไปในห้องหอ เมื่อปิดประตูลงแล้ว เขาก็หันมาจับไหล่ของนางเอาไว้ “ อี้ชิง พี่จะต้องไปทำหน้าที่ของแม่ทัพเพื่อบ้า