เซียวหลันยวนยืนขึ้นเพียงครู่เดียวเท่านั้น แค่ชั่วกระพริบตาก็นั่งลงมาแล้วคนทั้งหมดคิดถึงตอนที่เข้าถูกยกเข้าวังมา ตอนนี้ยังเห็นว่าแค่ยืนก็ยังยืนแทบไม่ไหว ขานั่นพิการไปแล้วจริงหรือ?ฟู่จาวหนิงกุมหน้าผากเซียวหลันยวนยังกุมมือของนางอยู่ ยังพูดกับนางอย่างรู้สึกต้องรับผิดชอบว่า "หนิงหนิง ทำให้เจ้าต้องน้อยใจแล้วแท้ๆ"ฟู่จาวหนิงกัดฟัน กดเสียงต่ำ "เซียวหลันยวนพอได้แล้วนะ พูดอีกเดี๋ยวจะโกรธแล้ว"ทักษะแสดงนี่ก็ไม่รู้จักเก็บเอาไว้หน่อย!องค์หญิงหนานฉือได้สติกลับมานางมองอย่างไม่อยากเชื่อไปทางอันเหนียน ถึงอย่างไรนอกจากสามีภรรยาอ๋องเจวี้ยน ตอนนี้ก็มีแค่อันเหนียนที่พูดภาษาหนานฉือกับนางได้"ผู้ตรวจการชิง ที่อ๋องเจวี้ยนพูดมานี่เรื่องจริงหรือ?"ในสมองอันเหนียนเหมือนมีม้าวิ่งตะบึง แต่บนหน้าเขาก็ยังไม่แสดงสีหน้าใด"องค์หญิง อ๋องเจวี้ยนของพวกเรามีสุขภาพอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก ท่านเองก็รู้ เขาเองก็คอยรักษาตัวอยู่ที่ยอดเขาโยวชิงมาโดยตลอด ปีที่แล้วเพิ่งจะกลับมาเมืองหลวง"ส่วนที่ว่าร่างกายไหวหรือไม่ไหว ขอโทษด้วย เขาไม่รู้!องค์หญิงหนานฉือปิดปากร้องอุทานออกมาหลังจากนั้นนางก็มองอ๋องเจวี้ยนอย่างเห็นใจ
"เจ้าเป็นอะไรไป? ไม่ใช่บอกว่าวิชาแพทย์ดีมากหรอกหรือ? รักษาอายวนมาตั้งนาน ทำไมเขากลับอาการหนักขึ้นล่ะ?"เขาตำหนิฟู่จาวหนิงหน้าแข็งหลังจากนั้นพอเห็นฟู่จาวหนิงก็รู้สึกประหม่าขึ้นในพริบตานางหลบสายตา ไม่กล้าสบตาตรงๆ กับเขาองค์จักรพรรดิอดสงสัยไม่ได้ ฟู่จาวหนิงคงไม่ได้ไม่ตั้งใจรักษาเซียวหลันยวนหรอกกระมัง? ถึงอย่างไรตอนนั้นแม่ของนางก็เป็นผู้ต้องสงสัยที่วางยาพิษเซียวหลันยวนนี่ พวกเขาสองคนยังถือว่าเป็นศัตรูกันอยู่"องค์จักรพรรดิ อาการป่วยนี้ของเซียวหลันยวนรักษายากมาก ร่างกายของเขาแต่ละด้านล้วนอ่อนแอและเจ็บหนัก ตอนนี้ข้าเองก็กำลังอยู่ในขั้นตอนการคลำทางรักษาอยู่ ดังนั้นบางครั้งจึงต้องทดลองยาหลายชนิดอย่างเลี่ยงไม่ได้ ถึงอย่างไรก็ยังไม่มีตัวอย่างโรคให้อ้างอิงได้เลย"สายตาของฟู่จาวหนิงหลบไปแวบเดียวเท่านั้น กลับมาขึงขังตั้งใจอธิบายขึ้นทันทีองค์จักรพรรดิรู้สึกว่าคำอธิบายของนางฟังแล้วเหมือนเป็นเรื่องจริง"เจ้าพูดมาก็ถูก แต่อายวนเป็นน้องชายข้า และเป็นอ๋องที่สำคัญยิ่งของแคว้นเจา เจ้าต้องระมัดระวังหน่อย และต้องรอบคอบขึ้นอีกหน่อย รักษาให้ดี ต้องรักษาเขาให้ได้!"องค์จักรพรรดิ ตอนนี้พยายามจะแสดงค
ถ้าเผื่อเป็นแผนร้ายล่ะ?ฟู่จาวหนิงเป็นหมอเทวดานะ ถ้าจะลงไม้ลงมืออะไรสักหน่อยก็น่าจะง่ายไหม?"องค์จักรพรรดิถ้าหากจะดูล่ะก็ ข้าตอนนี้จะเปิดผ้าบนหน้าของเขาออก?" ฟู่จาวหนิงทำท่าเหมือนจะขยับมือองค์จักรพรรดิตกใจถอยออกไปหลายก้าว"ไม่ต้องไม่ต้อง!"เขารู้สึกว่าตนเองเหมือนจะมีปฏิกิริยามากเกินไป จึงรีบเสริมขึ้นมาคำหนึ่ง "ความหมายของข้าคือพวกเจ้าเข้าวังมาก็ไม่ได้พกยาอะไรมาด้วย ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว ถ้าเปิดแผลออกมา หน้าของอายวนอาจจะไม่ปลอดภัย เจ้าเองก็ยังต้องมานั่งพันยาให้เขาใหม่อีก มันยุ่งยากเกินไป""โอ้ องค์จักรพรรดิพูดมาก็ถูกต้อง""คืนนี้เจ้ากับอายวนก็พักอยู่ในวังแล้วกัน คนในวังเองก็จัดการตำหนักบรรทมไว้แล้วด้วย หลังจากพวกเจ้าไปพบไทเฮาแล้วก็รีบไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้พวกเราค่อยคุยกันใหม่"องค์จักรพรรดิก่อนหน้านี้ให้คนมาสั่งการด้วยวาจากับพวกเขาแล้ว หลังจากงานเลี้ยงวันนี้ให้พวกเขาพักในวัง จะได้ไม่ต้องลำบากเดินทางเซียวหลันยวนกับฟู่จาวหนิงเองก็เข้าใจ นี่น่าจะเป็นเพราะองค์จักรพรรดิอยากจะดึงเวลาไว้ เพื่อถามถึงสิ่งของที่ไท่ซ่างหวงทิ้งให้เขาพวกเขาเองก็ไม่ปฏิเสธต้องให้โอกาสกับองค์จักรพรรดิบ้าง ไ
เซียวหลันยวนเหลือบมองฟู่จาวหนิงเรื่องนี้ถ้าให้นางที่เป็นหมอมาพูดก็ยังดูมีน้ำหนักหน่อยฟู่จาวหนิงจึงทำได้แค่เล่าเรื่องที่พูดกับจักรพรรดิออกไปอีกรอบหนึ่งไทเฮาน้ำตาร่วงลงมาเสียแล้ว"เรื่องนี้เจ้าลำบากเสียแล้ว อายวน""ไม่เป็นไร" เซียวหลันยวนเอ่ยขึ้นเสียงเรียบฟู่จาวหนิงมองมองไทเฮาตอนนี้มองออกแล้วว่าไทเฮาเป็นห่วงเซียวหลันยวนจริงๆ แต่ก่อนหน้านี้ไม่ใช่เช่นนี้นี่นาไทเฮาเห็นเซียวหลันยวนเย็นชากับตนเองขนาดนี้ ในใจก็รู้สึกเสียใจอยู่"จาวหนิง สิ่งนี้รักษาได้ไหม?"ฟู่จาวหนิงคิดคิด คิดจะเอาเรื่องที่ตนเองอีกไม่กี่วันจะออกจากเมืองหลวงบอกกับไท่เฮาพอดี เซียวหลันยวนเองอาจจะต้องให้ไทเฮาคอยปกป้อง แต่ถ้าหากมีใครมาพูดอะไรถึงนาง หรือว่ามีข่าวลืออะไรขึ้นมา ไม่แน่ว่าไทเฮาอาจจะสามารถออกโรงได้ถึงอย่างไรเขาตอนนี้ก็รู้สึกว่าไทเฮาเหมือนจะกังวลเซียวหลันยวนจริงๆนางมองคนแม่นอยู่ ลางสังหรณ์เองก็แม่นด้วย"พูดความจริงนี่ยากอยู่" ฟู่จาวหนิงประโยคนี้พูดออกมาจริงๆตัวนางตอนนี้ไม่ค่อยจะมั่นใจนัก พูดได้แค่ว่ามีความหวังอยู่ห้าหกส่วนเท่านั้น ยังต้องออกไปหาวัตถุดิบยาอีก ลองดูว่าจะหาเอ็นมังกรหยกเจอหรือไม่ หลังจา
"ใช่แล้ว ข้าจะไปหายา ยิ่งไปกว่านั้นอาจารย์ของข้ายังไปหายาอีกที่หนึ่งด้วย ข้าได้ยินว่าทางนั้นเจอกับยาดีดีมากมาย ข้าต้องไปหาเขาเสียหน่อย ถ้าสามารถหายาที่มีประโยชนืกับการฟื้นฟูผิวหนังได้ หลังจากนี้ก็อาจจะรักษาหน้าตาของอายวนจนสมบูรณ์ได้ก็เป็นได้""นั่น เช่นนั้นก็ต้องไป สมควรไปน่ะสิ""เพียงแต่ไปครั้งนี้คงไม่ได้กลับมาเร็วนัก""เจ้าไปเถอะ อายวนทางนี้ ข้าจะคอยดูแลให้ แต่ว่า เขาตอนนี้เป็นเช่นนี้ เจ้าเองก็ไม่อยู่ในเมืองหลวงด้วย มันจะ..."มีอันตรายไหม?ถ้าเผื่อมีเรื่องอะไรขึ้นมา ฟู่จาวหนิงไม่อยู่ ใครจะควบคุมสุขภาพของเขาได้?"จะไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นชั่วคราว"ขอแค่เขาคอยอาบน้ำยาให้ดี ไม่กระตุ้นวิชายุทธ์ อย่าเอาร่างกายไปทำเรื่องนั่นเรื่องนี่ คอยพักฟื้นดีดีก็พอแล้วไทเฮาจะน้อยจะมากก็ยังวางใจไม่ลง"บางที ถ้าลองให้คนอื่นออกไปหายา?" นางลองถามหยั่งเชิง"มีใครจะรู้จักยาดีกว่าข้าหรือ?" ฟู่จาวหนิงถามขึ้นอย่างไม่เกรงใจ "ยิ่งไปกว่านั้นข้ายังรู้อาการป่วยของอายวนดีที่สุดด้วย รู้ว่ายาไหนเหมาะกับเขาที่สุด เป็นสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุด เรื่องนี้ต้องเป็นตอนที่เจอยาเท่านั้นจึงจะรู้ ตอนนี้เองยังนึกไม่ออก ถ
หลังจากฟู่จาวหนิงกับเซียวหลันยวนออกไปแล้ว นางเองก็ยังถามเกี่ยวกับเรื่องนี้"นางอยากจะทำอย่างไรก็เป็นเรื่องของนาง"เซียวหลันยวนพูดมาประโยคหนึ่ง เขาไม่ค่อยสนใจว่าท่าทีของไทเฮาต่อตัวเขาจะเปลี่ยนหรือไม่"ข้ากลับรู้สึกว่านางตอนนี้ดูจริงใจมาก คิดว่าไทเฮาก่อนหน้านี้คงจะจงใจทำเช่นนั้น ให้ดูเหมือนใจเดียวกับองค์จักรพรรดิฮองเฮา เช่นนี้อาจสามารถทำให้นางไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ทำให้องค์จักรพรรดิไม่รู้สึกเกรงกลัวท่านมากนัก ทำให้เขารู้สึกอดกลั้นกับท่านในตอนเด็กๆ ได้"ฟู่จาวหนิงรู้สึกว่าเรื่องราวน่าจะเป็นเช่นนี้ถึงอย่างไรไทเฮาเองก็เป็นหญิงสาวที่พยายามปีนป่ายในวังหลังมากว่าครึ่งชีวิต หญิงสาวของที่นี่ก็น่าจะไม่ใช่คนธรรมดาเซียวหลันยวนตอนเด็กๆ ในมือก็มีสิ่งของอยู่มากมาย แล้วร่างกายก็ยังอ่อนแออีก ถ้าหากเบื้องหลังไม่มีคนคอยปกป้อง ก็ไม่น่าจะรอดมาจนถึงปัจจุบันรอจนเขารู้ความจนตนเองสามารถวางแผนการอย่างหลักแหลมได้ นั่นเป็นเรื่องในภายหลังแล้วตอนที่เขายังเด็กมากล่ะ?เซียวหลันยวนไม่พูดอะไรฟู่จาวหนิงเหลือบมองเขาผาดหนึ่ง "ไทเฮามีอาการปวดหัวอยู่ เมื่อครู่ข้ามองนาง เปลือกตาใต้ตาคล้ำเทาไปหน่อย ตอนแรกข้าพิจารณา
พอได้ยินเสียงองครักษ์ลับ สาวใช้วังสองคนหน้าขาวซีดไปแล้ว ทั้งสองคนหมอบลงบนพื้น รีบร้อนโขกหัว"อ๋องเจวี้ยนไว้ชีวิตด้วย!""พระชายา ช่วยข้าน้อยด้วย"ฟู่จาวหนิงจุ๊ปาก และเดินเข้ามาอีก ยื่นมือเชิดหน้าสาวใช้วังคนหนึ่งขึ้นมา เป็นสาวชาววังที่หน้าตาสดใสเอามากๆ ดูแล้วอายุน่าจะเพิ่งสิบสี่สิบห้าเท่านั้นใบหน้าขาวซีด ตกใจขึ้นมาแต่ว่าร่างกายของพวกนางก็ดูจะแดงระเรื่อขึ้นมา ผิวหนังดูร้อนๆ ตอนนี้สายตาดูสับสนหน่อยๆสาวใช้วังคนหนึ่งรีบหยิกขาของตนเอง"อายวน พวกนางทำอะไรน่ะ?"เซียวหลันยวนถูกฟู่จาวหนิงถามเช่นนี้ ทั้งโกรธทั้งน้อยใจทั้งรู้สึกไม่ได้ทำผิด "เมื่อครู่เจ้าบอกให้ข้านอนก่อน ข้าก็เลยขึ้นไปนอนบนเตียงก่อน แต่ครู่หนึ่ง พวกนางก็แอบเข้ามา บอกว่าจะมาวางน้ำแข็งให้สองถังในตำหนัก กลัวเจ้าจะนอนแล้วร้อน"นี่ยังฉลาดอยู่ รู้จักยกฟู่จาวหนิงออกมาพูดด้วยเซียวหลันยวนตอนนั้นรู้สึกว่าอากาศเช่นนี้ ตัวเขาเพราะปัญหาที่สุขภาพอ่อนแอจึงไม่น่ารู้สึกร้อน แต่ฟู่จาวหนิงที่เป็นคนเลือดลมแข็งแรง ไม่แน่ว่าอาจจะรู้สึกร้อนขึ้นมาเขาเองก็อยากจะให้พวกนางเอาน้ำแข็งสองถังมาวางไว้ก็ดีเหมือนกัน ก็เลยให้พวกนางสองคนเข้ามา"คิดไม่
ฟู่จาวหนิงคิดๆ จากนั้นจึงเดินไปทางสาวใช้วังสองคนผ่านไปพักหนึ่ง พวกนางก็นอนแผ่ไปบนพื้นแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นยังลูบร่างกายตัวเองอีกด้วยเซียวหลันยวนแค่เหลือบตามอง ขมวดคิ้ว "ให้คนมาหิ้วพวกนางออกไป"จะมามองอยู่ที่นี่ทำไมกัน?ฟู่จาวหนิงรู้สึกว่าเซียวหลันยวนเองก็มีความเย็นชาไร้ปราณีของคนในราชวงศ์อยู่ สาวใช้วังสองคนนี้บางทีอาจจะร่างกายอาจจะไม่เป็นตัวของตัวเองด้วยกระมัง?ตัวตนฐานะเช่นนี้ พวกนางจะไปทำอะไรได้?ต่อให้ใจของพวกนางจะพังไปแล้ว ฟู่จาวหนิงในฐานะที่เป็นหญิงสาวเหมือนกัน ก็ทนดูพวกนางถูกทิ้งไว้ในสภาพนี้ไม่ได้เหมือนกัน"ข้าจะแก้พิษนี้ให้พวกนาง"นางเองก็รังเกียจการใช้ยาเช่นนี้กับคนมากด้วยนางหยิบเข็มเงินออกมา ปักฉึกๆ ลงไปบนตัวพวกนางคนละเล่ม ทำให้พวกเนางสงบลงมา การเคลื่อนไหวจึงหยุดลง"กินยานี้ลงไปเสีย" นางยัดยาให้พวกนางคนละเม็ดอย่างไม่ค่อยจะอ่อนโยนนัก มองชุดกระโปรงผ้าบางบนตัวพวกนาง เดินไปข้างๆ ยื่นมือดึงม่านสองชิ้นลงมาปิดไว้บนตัวพวกนางเซียวหลันยวนจัดระเบียบเสื้อผ้า พิงตัวบนเตียง เพียงแต่หูฟังการเคลื่อนไหวตรงนี้ ไม่หันมามองแม้แต่ผาดหนึ่งจนกระทั่งฟู่จาวหนิงโยนผ้าลงมาปิดบนตัวนาง เขาจ
หยวนอี้ตอนที่เข้ามาก็เห็นกับภาพที่ 'สับสนอลหม่าน' นี้เขาประกายตาแล่นวาบ กำลังจะเข้าไปในประตูวงกลม ไป๋หู่ก็หมุนตัวมามองเขา "ช้าก่อน"หยวนอี้โบกไม้โบกมือ "สหายไป๋หู่""อย่าเข้าใกล้นัก เหมือนข้าเคยบอกท่านไว้แล้ว ที่นี่ท่านห้ามเข้าไป" ไป๋หู่เอ่ยขึ้นฟู่จิ้นเชินออกมาจัดการความวุ่นวายนี้ ให้ป้าหนิวป้าหลี่มาช่วยประคององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเข้าไปในห้องเฉินเซียงกลับไม่มีใครสนใจ"พวกเจ้ารังแกกันเกินไปแล้ว..."เฉินเซียงดิ้นรนอยู่พักหนึ่งถึงลุกขึ้นมาได้ นางรู้สึกว่าอวัยวะภายในตนเองปวดร้าวไปหมดเท้าของฟู่จาวหนิงแรงหนักขนาดนี้เชียว!นางไม่เป็นวรยุทธ์เลยจริงหรือ?แต่ว่าฟู่จาวหนิงทำไมถึงกล้า กล้าเตะนางขนาดนี้!สายตาของหยวนอี้เก็บกลับมาจากตัวองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นที่ถูกประคองเข้าห้อง หันไปตกอยู่บนตัวเฉินเซ๊ยงแทน ใต้ตาเกิดความสนใจขึ้นมา"แม่นางไปยั่วหมอฟู่อย่างไรกันเนี่ย?"ฟู่จาวหนิงมองเขา ถามไป๋หู่ว่า "นี่ใครหรือ?""บอกว่าชื่อหยวนอี้ ติดตามหมอหลวงคนหนึ่งเข้ามา อยากจะมาช่วยเหลือที่เมืองเจ้อขอรับ" ไป๋หู่บอกกับฟู่จาวหนิงฟู่จิ้นเชินเดินมาอยู่ข้างๆ ฟู่จาวหนิง กดเสียงลงต่ำ "รู้สึกเหมือนเขาน่าสงสัย
เซียวหลันยวนหมุนตัวจากไปองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นมองแผ่นเหลังเขา จะอย่างไรก็ตั้งสติกลับมาไม่ได้เฉินเซียงเห็นว่าการสนทนาขององค์หญิงใหญ่พังทลายลงแล้ว สีหน้าก็ลนลานขึ้นมา รีบลุกขึ้นมาไล่ตามเซียวหลันยวนไป"อ๋องเจวี้ยน! ท่านทำเช่นนี้ไม่ได้!" หมอเทวดาฟู่วางยาอะไรใส่ท่านใช่ไหม ท่านทำไมถึงได้ใจดำขนาดนี้?นางยังไม่ทันพุ่งออกจากประตูวงกลม ก็ถูกไป๋หู่ฟาดกลับมาไป๋หู่ยังใช้แค่กำลังภายในด้วย แต่ห้ามไม่ให้นางออกไป ไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายนางแต่เฉินเซียงก็ทรุดตัวลงบนพื้น แค่รู้สึกว่าเจ็บเข่าเจ็บก้น มือก็เจ็บ หัวก็ปวดไปหมดนางร้องไห้ออกมา "พวกเจ้าจะมารังแกองค์หญิงใหญ่ของพวกเราแบบนี้ไม่ได้ นางเป็นองค์หญิงใหญ่ที่มีโชคมากที่สุดในต้าชื่อนะ"เซียวหลันยวนเดินไปไกลแล้ว ไม่หันหลังกลับมาไป๋หู่ยืนอยู่ที่ประตูวงกลม มององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นที่นั่งเหม่อลอยอยู่บนพื้น เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ "องค์หญิงใหญ่กลับห้องไปเถิด"จะว่าไปเขาเองก็เป็นคนต้าชื่อเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินเรื่ององค์หญิงใหญ่มามากตอนนี้พอเห็นองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตกต่ำจนน้ำตานองหน้า เขาก็รู้สึกซับซ้อนขึ้นมาหน่อยๆแต่ว่า องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ
หญิงสาวที่น่าสงสาร ตอนเด็กๆ เขาเห็นในวังหลังมาแล้วไม่น้อย มีภูมิคุ้มกันไปนานแล้ว"ข้าไม่ได้จะแย่งชิงอะไรกับหมอเทวดาฟู่ ถ้าเราแต่งกันหลอกๆ ได้ไหม? ข้าแค่ต้องการหาที่ไปเท่านั้น แค่อยากให้ท่านคอยปกป้องข้าไม่กี่ปี ถ้าห้าปีไม่ได้ล่ะก็ สามปีก็พอ"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเห็นเซียวหลันยวนไม่พูดจา จึงหดเวลาลงมาอีก"สามปีนี้ ข้าแค่แบกชื่อพระชายารองไว้ในนามเท่านั้น พออยู่ภายนอกก็ขอให้ท่านอ๋องเล่นละครกับข้าหน่อย แสร้งเป็นสามีภรรยา สามารถปกป้องข้าได้ ในจวนอ๋อง ข้ารับรองว่าจะทำตามหน้าที่ตนเอง เลี่ยงท่านอ๋องให้ห่าง ไม่คิดอะไรเกินเลย""เป็นถึงองค์หญิงใหญ่ต้าชื่อ แต่คิดจะเอาตัวเองไปไว้ในจุดต่ำตมหรือ?" เซียวหลันยวนถาม"อ๋องเจวี้ยนโปรดเมตตา"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นน้ำตาไหลพราก "ข้าไม่มีทางเลือกแล้ว ข้าเอาของให้ท่านได้ ยิ่งไปกว่านั้น โชคของข้าก็ดีมาโดยตลอด ถ้าเป็นพระชายารองอ๋องเจวี้ยนในนาม จะต้องช่วยเหลือท่านอ๋องได้แน่ ไม่ว่าท่านอ๋องจะทำอะไร ก็จะยิ่งราบรื่น ผลลัพธ์สมปรารถนา""องค์หญิงใหญ่มั่นใจกับโชคของตนเองขนาดนี้เชียว?" เซียวหลันยวนได้ยินคำนี้ก็อดนึกขันขึ้นมาไม่ได้"โชคจุดนี้ข้ามีอยู่ ท่านเองก็เชื่อข้าได
เซียวหลันยวนมององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นและไม่รู้ว่านางทำไมถึงพูดว่า 'เขาเอามาเองไม่ได้' ออกมา"แล้วของนั่นมันคืออะไรกัน?" เขาถามขึ้นองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลนลานขึ้นมานางรู้ที่ไหนว่าสิ่งนั้นคืออะไร? มันคือกล่องที่เปิดไม่ได้ แล้วก็มองไม่เห็นว่าด้านในมีอะไรนี่นา?"ตอนนี้ข้ายังบอกท่านไม่ได้ แต่สำคัญกับท่านมากแน่นอน""เจ้าไม่บอกว่าคืออะไร แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่ามันจริงหรือไม่จริง? จะว่าไป เจ้าบอกว่าเจ้าฝันเห็นอนาคตได้ นี่มันก็ดูเหลวไหลเกินไปนะ ข้าควรจะเชื่อเรื่องนี้ด้วยไหม?""เรื่องจริงนะ เพราะข้าฝันเห็นแบบนั้น ตอนเด็กๆ ได้พบกับเจ้าอารามยอดเขาโยวชิง เขาบอกว่า ข้าเป็นตัวเลือกที่เหมาะจะเป็นพระชายาของท่านมาก! แล้วยังชี้แนะข้า ให้ข้าเติบโตอย่างดีในสุสานจักรพรรดิ ถ้ายังไม่ถึงเวลาสำคัญอย่าเพิ่งกลับเมืองหลวง"เซียวหลันยวนก็เชื่อคำพูดของนางอยู่ เจ้าอารามยอดเขาโยวชิงอาจจะพูดเหล่านี้กับนางก็ได้ยิ่งไปกว่านั้น ท่านหูที่คุยถ่ายทอดคำพูดเจ้าอารามมาตลอดก็พูดอะไรทำนองนี้แต่เขาไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตนี้ต้องไปผูกอยู่บนตัวหญิงสาวคนหนึ่งเลยบางทีอาจจะได้ แต่คนคนนั้นก็อาจจะไม่ใช่คนที่เขากำหนด อย่างจาวหนิง
นางอยากจะให้เซียวหลันยวนไม่พอใจตัวฟู่จาวหนิงเสียเหลือเกินแต่พอสิ้นเสียงนาง เซียวหลันยวนก็หันมามองนาง แม้จะสวมหน้ากากอยู่ แต่เฉินเซียงจู่ๆ ก็สัมผัสได้ว่านางถูกสายตาที่เย็นเยียบแหลมคนฆ่าตายไปแล้วนางใจสั่นวาบ จู่ๆ ก็รู้สึกเสียใจกับคำพูดเมื่อครู่ที่พูดไป แต่ก็สายไปแล้วนางได้ยินคำพูดเย็นชาของเซียวหลันยวนว่า"องค์หญิงใหญ่ถ้าหากมีเรื่องจะคุยกับข้า ก็ให้ทาสของเจ้าไปคุกเข่าอยู่ตรงนั้นก่อน"เซียวหลันยวนชี้ไปที่กลางสวนคุกเข่าที่นั่น คนป่วยทั้งหมดในห้องข้างฝั่งตะวันตกจะมองเห็นเฉินเซียงถลึงตาโตใส่อย่างไม่อยากเชื่อ"อ๋องเจวี้ยน" องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตกตะลึงไป "เฉินเซียงก็แค่ปกป้องข้ามากเกินไปเท่านั้น นางไม่ได้มีความคิดไม่ดี...""ให้นางคุกเข่า ข้าถึงจะฟังเจ้าพูด ถ้านางไม่ทำ ข้าก็จะไปแล้ว" เซียวหลันยวนตัดบทนางเฉินเซียงบอกว่าฟู่จาวหนิงแอบมีชู้กับอันเหนียน เขาจดจำมาโดยตลอด"อ๋องเจวี้ยน เฉินเซียงนางเองก็ป่วย ถ้าไปตากลมหนาวบนพื้น นางจะ...""เช่นนั้นก็ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว"เซียวหลันยวนพูดจบก็หมุนตัวกลับทันทีเฉินเซียงลนลานขึ้นมา "อ๋องเจวี้ยน ข้าจะไปคุกเข่าเดี๋ยวนี้! ท่านโปรดรอก่อน!""เฉินเ
สิ่งที่ทำให้ตาองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นขุ่นเคืองคือ ฟู่จาวหนิงคล้องแขนอ๋องเจวี้ยนเดินเข้ามา"พวกเขาทำไมถึงคล้องแขนกันเดินแบบนั้นล่ะ?"เฉินเซียงถลึงตาโตนางไม่เคยเห็นสามีภรรยาเดินกันแบบนี้เลย ปกติแล้ว ภรรยาจะเดินอยู่ด้านหลังสามีประมาณครึ่งก้าวนี่ หรืออย่างมากก็ไหล่ชนไหล่แต่พออยู่ภายนอกก็ต้องคอยระวังเรื่องมารยาท มีใครเขามาคล้องแขนเดินกันแบบนี้บ้าง?ยิ่งไปกว่านั้นตัวฟู่จาวหนิงเองก็ยังเอนมาเบียดแขนอ๋องเจวี้ยนด้วย"นางเดินแบบนี้มันดูสง่างามตรงไหน บิดๆ เบียดๆ เงอะงะงุ่มง่ามเหมือนอะไรล่ะนั่น?" เฉินเซียงกดเสียงต่ำ พูดแบบไม่พอใจกับองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้น "นี่มันดูเป็นพระชายาตรงไหนกัน?"เหมือนพวกอนุภรรยาที่เอาแต่เบียดเสียดชายหนุ่มมากกว่าพระชายาตัวจริงต้องมีท่าทีสง่างาม มีคุณธรรม บุคลิกภาพโดดเด่นสิทำตัวออดอ้อนแบบนี้ มันเหมือนกับปีศาจสาวที่อยากจะสูบพลังหยางจากชายหนุ่มจนตัวสั่นอย่างไรอย่างนั้น เหมือนพวกอนุภรรยาที่ไร้เกียรติเฉินเซียงถึงอย่างไรก็ไม่ชินตาแต่ไม่รู้เพราะอะไร องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นกลับรู้สึกอิจฉาจนควบคุมไม่อยู่ชายหนุ่มที่เย็นชาขนาดนั้นแบบอ๋องเจวี้ยน ก็ยังตามใจให้ฟู่จาวหนิง แล้วยังปร
"ข้ารู้แล้ว อีกเดี๋ยวข้าจะออกไป" เซียวหลันยวนพยักหน้าฟู่จิ้นเชินเงียบไปครู่หนึ่งจึงเอ่ยว่า "นางน่าจะมีเรื่องมาขอร้องท่าน แต่ว่า เรื่องที่นางจะขอร้องข้าเองก็พอจะนึกออก"เขาอยากบอกว่า เรื่องแบบนี้ ถ้าหากรับปากไป ไม่ว่าจะมีความสัมพันธ์สามีภรรยากับองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นหรือไม่ แต่การที่พานางเข้าไปในจวนอ๋องเจวี้ยน ถือเป็นการทรยศและทำร้ายจาวหนิงแต่ก็ไม่อยากพูดออกมาตอนนี้เขาอยากจะเห็นว่าเซียวหลันยวนจะเลือกอย่างไร ที่สำคัญที่สุดคือ เขาเองก็ไม่รู้ว่าเงื่อนไขที่องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นงัดออกมาได้คืออะไร ถ้าเผื่อมันสำคัญอย่างมากกับเซียวหลันยวนจริงๆ ล่ะ?"ท่านพ่อตาอยากพูดอะไรหรือ?" เซียวหลันยวนย้อนถามเขา"อ๋า?"ฟู่จิ้นเชินถูกคำเรียก 'ท่านพ่อตา' ที่มาอย่างกะทันหันนี้ทำเอางงงันไปหมด ตั้งตัวกลับมาไม่ได้ชั่วขณะหนึ่งเซียวหลันยวนก็พูดต่อมาอีก "วางใจเถิด ข้าไม่ทำเรื่องที่ผิดกับหนิงหนิงแน่นอน"พูดจบเขาก็หมุนตัวเตรียมเข้าห้อง ""หากไม่มีเรื่องอะไร คนป่วยทางนั้นรบกวนท่านดูไว้หน่อย ให้หนิงหนิงได้กินข้าวเช้าก่อนพอเซียวหลันยวนเข้าห้องไป ประตูก็ปิดลงมา ฟู่จิ้นเชินมองไปทางชิงอีที่อยู่ข้างๆ ช้าๆชิงอีเองก็
องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นถูกคนเหล่านี้พูดจนตาแทบแดงก่ำนางไม่ยอมให้เป็นแบบนี้!นางเองก็มีเกียรตินะ นางเป็นถึงองค์หญิงใหญ่ เดิมทีควรจะล้ำค่าสูงส่ง สามารถเลือกราชบุตรเขยดีดีได้แต่ตอนนี้นางมีทางเลือกอะไรล่ะ?ถ้าไม่ใช่เพราะนางมีพระเชษฐาแบบนั้น นางคงไม่ต้องทำให้มาถึงจุดนี้หรอกนางแค่อยากจะช่วยตนเองเท่านั้น แล้วมันผิดตรงไหน? ถ้าหากทำได้ นางก็ไม่อยากไปทำร้ายใครทั้งนั้น นางเป็นคนที่มดแค่ตัวเดียวก็ยังทำใจเหยียบไม่ลงด้วยซ้ำ"รบกวนท่านลุงฟู่ด้วย ข้ามีเรื่องสำคัญจริงๆ"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นคารวะให้ฟู่จิ้นเชินอีกครั้ง ถอยไปที่ประตูวงกลมทางนั้นเฉินเซียงถลึงตาใส่ห้องนั้น คารวะให้ฟู่จิ้นเชินอีกครั้ง "รบกวนท่านลุงฟู่ช่วยเหลือด้วย องค์หญิงใหญ่พวกรเาจะไปรออ๋องเจวี้ยนที่นั่น"พูดจบนางก็รีบเดินไปหาองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นฟู่จิ้นเชินส่ายหัวเขาก็เหมือนรู้ว่าองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตกอยู่ในสภาพไหน มาเจอกับฝ่าบาทต้าชื่อแบบนั้น นางเองอันที่จริงก็น่าสงสารแต่ว่า ท้ายสุดแล้วนางก็ยังไม่ฉลาดพอ เส้นทางที่เดินได้ นางกลับเดินอย่างสะเปะสะปะแต่พูดมาก็ถูก นางเติบโตมาที่สุสานจักรพรรดิ ไม่ค่อยได้พบเจอกับผู้คนสักเท่าไร และย
ก่อนหน้านี้ทรมานหมอฟู่ไว้มาก สาวใช้นั่นยังบอกว่าหมอฟู่กับนายท่านเป็นอะไรอะไรกันอีก ป้าหนิวเห็นแล้วไม่สบอารมณ์องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้น ถูกนางเหลือบมองใส่แบบนี้จนอายไปเฉินเซียงกลับถลึงตามองแผ่นหลังป้าหนิวเจ้าคนชั้นต่ำ นังคนชั้นต่ำ กล้ามามององค์หญิงใหญ่พวกนางแบบนี้เรอะฟู่จิ้นเชินตอนนี้จึงหมุนตัวหันไปมององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้น ถามขึ้นว่า "องค์หญิงใหญ่จะพบอ๋องเจวี้ยน เพราะอยากให้อ๋องเจวี้ยนพาท่านไปเมืองหลวงหรือ? ถ้าหากมีเป้าหมายนี้ เช่นนั้นข้าบอกท่านไว้ได้เลย ว่าท่านยังออกจากเมืองเจ้อไม่ได้"ฟู่จาวหนิงกับอันเหนียนผู้บริหารท้องถิ่นโหยวสามฝ่ายตกลงกันแล้ว ตอนนี้ประตูเมืองปิดอยู่ ใครอยากจะออกจากเมือง ต้องยื่นจดหมายออกจากเมืองมา ถ้าบนต้องมีผู้บริหารท้องถิ่นโหยวใต้เท้าอันและหมอฟู่สามคนลงนาม ขาดไปสักคนก็ไม่ได้ถ้าหากไม่มีจดหมายออกจากเมืองที่มีนามทั้งสาม ใครก็ออกไปไม่ได้ทั้งนั้นแล้วอาการป่วยอย่างองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้น ฟู่จาวหนิงไม่มีทางปล่อยนางออกไปแน่ไหนจะเรื่องที่นางจะตามอ๋องเจวี้ยนไปอีกฟู่จิ้นเชินตอนนี้รู้สึกว่าสมององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตอนนี้ไม่ค่อยดีนัก แค่คิดก็รู้แล้ว ฟู่จาวหนิงจะยอมให้อ๋องเ