"นี่ข้าต้มมาให้เองเลยนะ"ฟู่จาวหนิงส่งชามมาบนมือเขาเซียวหลันยวนพอรับไป ชามเอียงนิดหน่อยจนเกือบจะเทราดลงมา"อ๊ะ ระวังหน่อย" ฟู่จาวหนิงรีบเข้ามารับ ก็เห็นว่ามือของเขาสั่นเล็กน้อย"ข้า" เซียวหลันยวนรู้สึกขายหน้า ขนาดชามข้าวต้มก็ยังถือไม่ไหว อ่อนแอจนไม่มีหน้าจะไปพบใสครแล้ว "ให้ชิงอีเข้ามาเถิด"พอเขาพูดก็คิดจะตะโกนเรียกชิงอีตอนนี้ยิ่งรู้สึกดูเหมือนอยู่ร่วมกันไม่ได้เข้าไปอีก พระชายาเพิ่งจะยกข้ามต้มเข้ามา ทำไมจะหนีอีกแล้วล่ะ?"ท่านอาเจียนจนย่ำแย่เลยสินะ ข้าผิดเองที่คิดไม่ถึง ให้ข้าป้อนท่านเถอะ"ฟู่จาวหนิงหยิบช้อนเริ่มป้อนให้เขาช้อนส่งเข้าไปที่ริมปาก เซียวหลันยวนชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็ยังกินลงไปฟู่จาวหนิงดูแลเขาเช่นนี้ เขาไม่อยากจะปล่อยให้นางออกไปเลยแต่ถัดจากนี้นางยังต้องไปต้าชื่ออีกนะ"หน้าของท่าน อีกเดี๋ยวตอนที่ท่านหลับข้าจะมาจัดการให้ หลังจากตื่นขึ้นมาก็อย่าไปแตะต้องเข้าล่ะ"พอได้ยินฟู่จาวหนิงพูดถึงหน้าของเขา เซียวหลันยวนใจก็ดิ่งลงไปอีก ความคิดที่อยากให้นางอยู่ข้างกายเมื่อครู่ถูกกดทับลงอีกทันทีตอนที่นางป้อนข้าวต้มให้เขาเช่นนี้ คงมองเห็นใบหน้าเขาได้ใกล้ๆ นางไม่รู้สึกรังเกี
อันชิงวันนี้ยังดูตึงเครียดหน่อยๆนางอยากให้ฟู่จาวหนิงไปด้วยกัน และเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะถามถึงเรื่องในเขาเมฆอรุณในตอนนั้น นางเองคงไม่รู้ว่าจะตอบกลับอย่างไรเหมือนกันต่อให้ตอนนี้นางจะวางเรื่องพับไปไว้ข้างๆ แล้วแต่นางก็พูดไม่เก่ง กลัวว่าถึงเวลาแล้วจะทำได้ไม่ดี ตอบกลับไม่ได้ เดี๋ยวตอนหลังต้องมากลุ้มใจอีกอารมณ์แบบนี้ นางไม่อยากจะเจอเลยแต่ถ้าพาฟู่จาวหนิงไปด้วยนางก็รู้สึกปลอดภัย ไม่ต้องกลัวเลยฟู่จาวหนิงขึ้นนั่งบนรถม้า ตอนที่อยู่ห่างจากร้านอาหารชิงเว่ยไม่ไกลก็มาเจอกับอันชิงอันชิงรออยู่ที่นั่นแล้ว"พี่หญิงจาวหนิง""ชิงชิงวันนี้สวยมากเลย"ฟู่จาวหนิงพิจารณาตัวอันชิงผาดหนึ่ง มีความรู้สึกเหมือนตรงหน้าสดใสขึ้นมาอันชิงสวมชุดกระโปรงเหลืองหงส์แนบเขียวอ่อน กระโปรงปักผีเสี้อชมพูอยู่หลายตัว รวมผมเปียงูคู่ที่ดูมีชีวิตชีวา มีดอกไม้ผ้าสีชมพูเสียบไว้ ดูราวกับมีชีวิตตอนนี้พอเทียบกับลักษณะสง่างามตามปกติก็ค่อนข้างแตกต่างกัน แต่ก็ดูเหมาะกับนางมากดูแล้วอ่อนช้อยน่ารักมาก แล้วยังดูมีพลังของวัยหนุ่มสาวด้วยพอสวมชุดเช่นนี้ออกมา ก็ปัดความกังวลข่าวลือต่างๆ ก่อนหน้านี้ออกไป จนทำให้คนรู้สึกได้ถึงความอา
น้ำเสียงน่าฟังฟู่จาวหนิงพูดไม่มีเสียงออกมาสี่คำกับอันชิงนางเองก็กดเสียงเอาไว้ น้ำเสียงน่าฟังของนางทางนี้เป็นการบวกคะแนนเพิ่มให้อย่างมากอืม เสียงของเซียวหลันยวนก็น่าฟังมาก โดยเฉพาะตอนที่เขาดูอบอุ่นแล้วก็ว่าง่าย น้ำเสียงนั่นกำลังพอดี ถ้าเพิ่มมาหน่อยก็จะเร็วไป น้อยไปหน่อยก็จะช้าไป ฟังแล้วรื่นหูเป็นพิเศษอันชิงมองออกถึงภาษาปากของนาง ดูเขินๆ หน่อยๆเพราะนางเองก็รู้สึกว่าเสียงของอีกฝ่ายน่าฟังเช่นกันนางลุกขึ้นยืนด้วยสัญชาตญาณ คารวะไปทางด้านนั้น"คารวะคุณชายติง"ทางนั้นเองก็มีการเคลื่อนไหวขึ้นมาเล็กน้อย ฟู่จาวหนิงสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายเหมือนลุกขึ้นยืนคารวะมาเช่นกัน จงอดขำขึ้นมาไม่ได้สองคนนี้น่าสนใจจริงๆยังไม่ทันจะเห็นหน้ากันเลย ก็คารวะให้กันอย่างจริงจังเสียแล้ว?นางฟังออก ทางนั้นก็เหมือนมีอยู่สองคน เพียงไม่นาน ติงหรานก็เอ่ยขึ้น "แม่นางอันโปรดให้อภัยด้วย ข้าเชิญอาสะใภ้มาเป็นเพื่อนเสียแล้ว ถ้าหากมีเรื่องอะไร จะได้ดีกับแม่นางอันหน่อย"หลังจากนั้นก็เป็นเสียงหญิงสาว ฟังแล้วน่าจะเป็นฮูหยินวัยกลางคน"แม่นางอัน ข้าคืออาสะใภ้รองของติงหราน พี่สะใภ้ข้าสุขภาพไม่ค่อยดีนัก ดังนั้นจึงให้ข้ามา
อันชิงตกตะลึงไปฟู่จาวหนิงกลับปฏิกิริยารวดเร็วติงหรานน่าจะคอยใส่ใจเรื่องราวของอันชิงมาโดยตลอด เรื่องนั้นที่โหวอาวุโสน้อยอี้ก่อเรื่องไว้ครั้งที่แล้วก็ทำเอาทั้งเมืองหลวงครึกโครมขึ้นมา เขาเองจึงได้ยินมาแล้วยิ่งไปกว่านั้น ติงหรานก็น่าจะรู้เรื่องราว ผลลัพธ์ รู้ถึงบทบาทของนางในเรื่องนี้ รู้ถึงเรื่องที่นางทำ"คุณชายติงเกรงใจไปแล้ว ข้ากับอันชิงพอพบกันก็รู้สึกเหมือนเพื่อนเก่า นางตอนนี้เองก็เรียกข้าว่าพี่หญิงด้วย ไม่ต้องมากพิธี"ฟู่จาวหนิงพูดจบก็เหล่มองหยอกล้อไปทางติงหราน ติงหรานเองก็หน้าแดงระเรื่อ รู้สึกขวยเขินขึ้นมาเขาอยากจะขอบคุณฟู่จาวหนิงมาโดยตลอดแต่ตอนนี้พอถูกฟู่จาวหนิงพูดมาเช่นนี้ ติงหรานก็รู้สึกว่าตนเองถูกมองจนปรุโปร่ง จึงรู้สึกเขินขึ้นมาพอสมควรฟู่จาวหนิงไม่อยากให้ติงหรานเห็นว่าอันชิงเป็นสิ่งที่เขาครอบครอง ก่อนหน้าที่พวกเขาจะสานความสัมพันธ์จนสมบูรณ์ ก็ถือว่าเตือนขึ้นมาเสียหน่อยแน่นอน เขาเองก็ไม่ได้คิดมาก นี่ก็ถือเป็นเรื่องดี"นั่งลงพูดคุยกันเถอะ"พอเห็นติงหรานเอาแต่ยืน มือของนางก็ค่อยๆ กดต่ำติงหรานจึงนั่งลงฟู่จาวหนิงแอบถอนหายใจ นางเองก็ทำตัวสนิทสนมมากแล้ว พยายามกดความ
"แม่นางอันพอเห็นก็เป็นคนที่ดูกตัญญูและเอาใจใส่ จะต้องเป็นคนที่มือไม้คล่องแคล่วชำนิชำนาญเป็นแน่ แต่ว่าพี่ชายกับพี่สะใภ้ใหญ่ของข้าก็เคยบอกมาแล้ว ว่าถ้าติงหรานต้องแต่งงาน พวกเขาก็หวังว่าจะได้เห็นสามีภรรยารักใคร่กลมเกลียว เกื้อกูลกันและกัน มีชีวิตที่ดีและสุขสบายใจก็เพียงพอแล้ว""ข้าอยากจะถามหน่อย" อันชิงตอนนี้ก็รวบรวมความกล้าขึ้นแล้ว มองไปทางติงหราน "ท่าน ท่านหลังจากนี้จะรับภรรยามาอีกกี่คน? ตอนนี้ ตอนนี้มีสาวใช้ในห้องนอนหรือไม่กัน?"นี่เป็นสิ่งที่นางอยากจะถามมากพี่ชายบอกว่า ตนเองอยากจะรู้เรื่องอะไรก็ถามออกไปตรงๆเรื่องที่นางอยากรู้มากที่สุดก็คือเรื่องนี้ติงหรานมองนาง "ข้าจะไม่รับภรรยาอีก พ่อของข้าก็มีแต่แม่ของข้าคนเดียว พ่อของข้าพูดอยู่เสมอ ในบ้านให้ง่ายดายหน่อย ชีวิตก็จะสบายลง พวกเราทั้งบ้านมีความสุข ก็ไม่จำเป็นต้องรับคนมาอยู่ด้วยกันให้มากเรื่อง ดีแต่จะทำให้วุ่นวาย ข้าเองก็คิดเช่นนี้มาตลอด""แล้วข้าก็ไม่มีสาวใช้ในห้องนอนด้วย ก่อนหน้านี้แม่ข้าเคยจัดแจงเรื่องหมั้นหมายให้ข้า แต่ก็ถอนหมั้นไปด้วยเหตุผลบางอย่าง"สะใภ้รองติงมองพวกเขา เอ่ยขึ้นว่า "ติงหรานไม่ชอบพูดให้ร้ายคนอื่นน่ะ ให้ข้าพ
"เดิมทีมันก็ใช่! ข้าตอนนั้นบอกว่าจะพาแม่ของข้าไปใช้ชีวิตด้วยกัน พวกท่านก็ตอบรับแล้วนี่ ข้าบอกให้พ่อกับแม่เขาย้ายออกไป ทิ้งบ้านตระกูลติงไว้ให้พวกเราอยู่ พวกท่านก็รับปากแล้ว!"เริ่นหมิ่นเซียงจ้องติงหราน"นั่นเป็นเพราะบ้านตระกูลติงของพวกเราอยากให้ติงหรานแต่งงานอย่างราบรื่น พอคิดถึงความกตัญญูของท่านที่คิดจะพาแม่มาอยู่ด้วยกัน อันนี้ก็ยังเข้าใจได้ พวกท่านชอบบ้านตระกูลติง พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่ข้างยังคิดว่าพวกเขายังมีเรือนเล็กอยู่ สามารถย้ายออกไปได้ พวกเขายอมถอยให้ก้าวแล้วก้าวเล่า เพราะหวังว่าท่านกับติงหรานจะมีวันคืนที่ดีร่วมกัน"สะใภ้รองติงตอนนี้ใบหน้าโกรธเคืองขึ้นแล้วจริงๆนางคิดไม่ถึงเลยว่าเริ่นหมิ่นเซียงตอนนี้ยังมีหน้ากระโจนเข้ามาอีก ยิ่งไปกว่านั้นยังมาอาละวาดแบบนี้ อาละวาดต่อหน้าพระชายาอ๋องเจวี้ยนก็เรื่องหนึ่ง แต่ถ้ามาทำให้แม่นางอันโกรธจนออกไป พังงานดูตัวของติงหรานเข้าล่ะ นางอยากจะฉีกเริ่นหมิ่นเซียงเป็นชิ้นๆ จริงๆ"เดิมทีบ้านของพวกเราก็อยากให้พวกท่านได้มีชีวิตที่ดี แต่ใครจะรู้ว่าพูดกันไว้ดิบดี ท่านกลับเอาแต่จะถอนหมั้น ไม่เช่นนั้นจะแฉความลับข้อบกพร่องอะไรของติงหรานออกมา ติงหรานของพวก
"ข้าจะขอเตือนพวกท่าน! ติงหรานเป็นคู่หมั้นของข้า พวกเรายังไม่รีบไสหัวไปอีกหรือ? ไม่เคยเห็นใครหน้าไม่อายเท่านี้มาก่อน ถึงกับฝ่าฝืนคำแม่สื่อของพ่อแม่ แล้วแอบมาเจอกับผู้ชายส่วนตัวแบบนี้!""ท่านพูดจาเกรงใจกันด้วย"อันชิงเองก็โมโหจนลุกขึ้นยืนแล้วบอกว่านางหน้าไม่อาย นางทนได้ที่ไหน"นี่อันชิงใช่ไหม?" ชายหนุ่มที่ตามเริ่นหมิ่นเซียงมาเอ่ยปากขึ้น "น้องสาวของผู้ตรวจการอันน่ะ"เริ่นหมิ่นเซียงถลึงตาโตจ้องอันชิง"ที่แท้ท่านก็คืออันชิง? ที่ไม่ชัดเจนกับโหวอาวุโสน้อยอี้คนนั้นน่ะหรือ?""เริ่นหมิ่นเซียง!" ติงหรานตวาดด้วยความโกรธ "เจ้าจะมากเกินไปแล้ว! แม่นางอันไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย แต่เป็นเพราะเจ้าสกุลอี้นั่นมันไม่เอาไหน! ถ้าเจ้ายังกล้าลบหลู่นางอีกเพียงน้อย ข้าจะไม่เกรงใจเจ้าแล้วนะ!""ท่านไม่เกรงใจข้าแล้วหรือ? ติงหราน เดิมทีท่านก็มาลอบนัดพบกับอันชิงใช่ไหม? ไม่ใช่หญิงสาวคนนั้น ท่านจะแต่งงานกับอันชิงหรือ? ท่านบ้าไปแล้วใช่ไหม ท่านรู้ไหมว่านางชื่อเสียงเป็นอย่างไร" เริ่นหมิ่นเซียงเห็นเขาปกป้องอันชิงเช่นนี้ก็เข้าใจขึ้นมา"ชื่อเสียงของนางขาวบริสุทธิ์อย่างมาก! ไม่รู้ว่าดีกว่าเจ้าตั้งเท่าไร! เริ่นหมิ่นเซ
คำพูดที่ติงหรานพูดกับเริ่นหมิ่นเซียง กดเสียงลงต่ำแล้วแต่ฟู่จาวหนิงก็หูดีเกิน ฟังครบทุกถ้อยคำไม่ขาดตกบกพร่องนางรู้สึกว่าโลกใบนี้เล็กจริงๆ ทำไมแค่มาร้านอาหารชิงเว่ยนี่ แค่อยากจะมาพบติงหรานกับอันชิง ก็ยังลากไปเกี่ยวข้องกับองค์หญิงหนานฉืออีก"ใช่ ท่านรู้ก็ดีแล้ว พ่อของข้าพูดไว้ ครั้งนี้ ฮองเฮารับสั่ง ว่าคนในเมืองหลวงที่พูดภาษาหนานฉือได้ล้วนให้เข้าวังไปร่วมงานเลี้ยง ถึงตอนนั้นแม่ข้าจะไปขอความดีความชอบต่อหน้าฮองเฮา ไม่แน่อาจจะขอให้ข้าขึ้นเป็นท่านหญิงคนหนึ่งด้วยก็ได้"เริ่นหมิ่นเซียงสมองร้อนวาบขึ้นมา นางจมอยู่กับความเป็นไปได้นี้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว รู้สึกว่าตนเองกำลังจะล่องลอย"ดังนั้นท่านก็คิดให้ดี ถือโอกาสตอนนี้ที่ข้ายังอยากแต่งงานกับท่าน ไม่พลาดโอกาสนี้ไป รอให้ข้าได้รับความดีความชอบ ถึงตอนนั้นมาคุกเข่าร้องไห้อ้อนวอนข้า ข้าก็จะไม่เหลียวมองท่านอีกเลย"ติงหรานโมโหจริงจังแล้ว"วางใจได้เลย ไม่มีทางมีวันนั้นแน่นอน ข้าทางนี้ก็จะบอกกับเจ้าให้ชัดเจนอีกครั้ง พวกเราก่อนหน้านี้ตอนที่ยังหมั้นกันก็เจอกันแค่ไม่กี่ครั้ง ข้าไม่ได้รู้สึกอะไรกับเจ้าเลย แค่อยากจะมีงานหมั้น หลังจากแต่งงานก็จะทำหน้าที่ส
จากนั้นนางก็ร้อนรนขึ้นมา รีบพลิกค้นของด้านใน แต่ไม่ว่าจะพลิกอย่างไร กล่องใบนั้นก็หายไปแล้ว!พอเห็นท่าทางของเฉินเซียง องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นก็หน้าเปลี่ยนสีทันที"มีอะไรหรือ?""ของหายไปแล้วเจ้าค่ะ!"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลุกพรวดขึ้นมา เดินโซซัดโซเซเข้าไป และรื้อคนพลิกหาด้วยเช่นกัน"หายไปได้อย่างไรกัน? ข้าเห็นเจ้าเอามาใส่ในกล่องนี้แล้วแท้ๆ!""นั่นสิ ข้าน้อยวางมันไว้ในนี้จริงๆ แล้วยังลงกลอนไว้อีก หลังจากลงกลอนแล้วก็ไม่ได้เปิดออกอีกเลย แล้วมันหายไปได้อย่างไรกัน?"เมื่อครู่นางเองก็หยิบกุญแจปิ่นปักผมออกมาเปิดกลอน ไม่มีร่องรอยถูกแตะต้องเลย!"รีบหาดูให้ทั่ว"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลนลานมาก สิ่งของไม่ใช่แค่นางต้องการนำไปเจรจาเงื่อนไขเท่านั้น แต่สำหรับอ๋องเจวี้ยนแล้วยังสำคัญมากอีกด้วย ถ้าหากมาหายในมือนาง แล้วอ๋องเจวี้ยนรู้เข้าภายหลัง แล้วนางจะทำอย่างไรกัน?นายบ่าวทั้งสองรื้อค้นในห้องกันเลเเทะ ค้นหาทุกซอกทุกมุม แต่ก็หาไม่พบ"จะต้องถูกหมอเทวดาฟู่เอาไปแล้วแน่ นางเคยเข้ามาในห้องพวกเรา" เฉินเซียงร้องขึ้นมา "ที่นี่มีแต่คนของนาง คนเหล่านั้นล้วนช่วยเหลือนาง ตอนที่พวกเรากลับมาจะต้องถูกคนเห็นแล้วแน่..."
"เฉินเซียง ข้าจะทำอย่างไรดี?"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นทำได้เพียงงึมงำถามเฉินเซียง ท่านทีของอ๋องเจวี้ยน กับความเย็นชาของฟู่จาวหนิง เส้นทางที่จะเข้าไปในจวนอ๋องเจวี้ยนก็ผ่านไปไม่ได้แล้วนางทำมาถึงจุดนนี้แล้ว จะให้ต้องตกต่ำลงไปอีกนั้นมันก็มากเกินไปยิ่งไปกว่านั้นต่อให้นางจะตกต่ำเรี่ยดิน อ๋องเจวี้ยนเองก็ไม่แน่ว่าจะหวั่นไหว เขามันไร้อารมณ์เกินไปเฉินเซียงนั่งอยู่บนเกาอี้ งอตัวค้อมลงมา ที่โดนฟู่จาวหนิงเตะไปเมื่อครู่ นางรู้สึกว่าตนเองตอนนี้ไม่ดีขึ้นได้เลย ความเจ็บปวดบนร่างกาย ทำให้ในใจนางยิ่งรู้สึกชิงชัง"องค์หญิงใหญ่ ในเมื่ออ๋องเจวี้ยนไร้ความรู้สึกเช่นนี้ เช่นนั้นพวกเราก็ปล่อยวางเถิด จากที่ข้าน้อยเห็น บางทีอ๋องเจวี้ยนในแคว้นเจาก็เหมือนจะปกป้องตัวเองลำบากอยู่ จักรพรรดิแคว้นเจาคิดจะเล่นงานเขาตลอดเวลา ดังนั้นเขาจึงไม่กล้ารับปาก เพราะเดิมทีเขาก็ไม่มีฝีมืออยู่แล้ว!"เฉินเซียงรู้สึกว่าตอนนี้พูดแย่ๆ กับอ๋องเจวี้ยนแล้ว ยังทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย"ขนาดเขาตอนนี้ยังไม่กล้าปลดหน้ากากลงเลย น่าจะเพราะใบหน้าของเขามันพังยับจนไม่เหลือสภาพแล้วจริงๆ ไม่กล้าจะให้องค์หญิงใหญ่เห็น เขารู้สึกด้อยค่า ใช่แล้ว
หยวนอี้เข้าใจความหมายของนางขึ้นมาทันทีเขาไม่มีตกตะลึงเลยแม้แต่น้อยแม้ฟู่จาวหนิงจะยังสวมหน้ากาก โผล่มาเพียงตาคู่เดียว แต่เขาก็ยังรู้สึกว่านางมีแรงมาก"ข้าเป็นลูกมือให้ท่านได้จริงๆ นะ ที่นี่ไม่ใช่ว่าขาดกำลังคนอย่างหนักอยู่หรือ?"หยวนอี้ยังอยากจะเสนอตัวเองอยู่"ข้าทำนาได้ปลูกต้นไม้ได้ แล้วก็มีพละกำลัง แต่ไม่ใช่แบบพวกคนไร้ความสามารถนะ พวกงานที่ต้องใช้แรงให้ข้าจัดการได้เลย ในเมื่อที่นี่ขาดคน เช่นนั้นมีคนตัวใหญ่อย่างข้าที่นี่ ไม่ใช้ก็น่าเสียดายนะจริงไหม?""ไม่กล้ารบกวนท่านทูตจากแคว้นหมิ่นหรอก" ฟู่จาวหนิงพูดจบก็หมุนตัวเข้าเรือนไปไป๋หู่ขวางหยวนอี้ไว้ เขาเองก็เข้าไปไม่ได้ ทำได้แค่มองแผ่นหลังของฟู่จาวหนิงอย่างเสียดาย ถอนหายใจออกมา"คุณชายหยวนถ้าหากพุ่งเป้ามาหาจาวหนิงจริง เช่นนั้นก็ล้มเลิกความคิดเสียเถอะ" ฟู่จิ้นเชินเอ่ยขึ้น"คุณชายฟู่ เรื่องนี้ก็น่าจะพูดกับท่านได้กระมัง? อันที่จริงสำหรับพระชายาอ๋องเจวี้ยนแล้ว ก็อาจจะเป็นเรื่องดีด้วยก็ได้""เป็นเจตนาของแคว้นหมิ่น หรือว่าของตัวท่านเองกันล่ะ?""ตอนแรกก็เป็นของตัวข้าเอง แต่ข้าก็กล่อมจักรพรรดิแคว้นของพวกเราไปแล้ว เขาเองก็ฟังเสียงของข้าอ
"ขอบคุณที่ชม"ฟู่จาวหนิงถามกลับอย่างมั่นคง ไม่ได้มีอารมณ์รู้สึกรู้สาอะไรกับคำชมประโยคนี้ของเขาเลย กระทั่งไม่มีอาการตกตะลึงอีกด้วยนี่ทำให้หยวนอี้รู้สึกเกินคาดขึ้นมาเขายังคิดว่าจะทำให้อารมณ์ของฟู่จาวหนิงเปลี่ยนแปลงได้บ้างภายใต้สถานการณ์ที่ตกตะลึงนี้ คิดว่านางจะพูดอะไรออกมาสักประโยคหนึ่งแล้วทำให้เขาเข้าใจความคิดของนางได้อย่างชัดเจนคิดไม่ถึงว่าเขาที่ทำตัวประหลาดออกมา แต่นางกลับนิ่งแบบนี้"ดูท่าหมอฟู่จะได้ยินคำชมมาจนชินแล้วสินะ" หยวนอี้เอ่ยขึ้นฟู่จาวหนิงเองก็ไม่ได้ตอบประโยคนี้ของเขา แต่กลับพิจารณาเขาทั้งตัวหยวนอี้ถูกนางมองจนยืดอกขึ้นด้วยสัญชาตญาณ ยืนตรงแน่วขึ้นมา"ท่านชื่อหยวนอี้ใช่ไหม?" ฟู่จาวหนิงถาม"ขอรับ""ลูกชายหยวนกังทูตแคว้นหมิ่น หยวนอี้ที่ตอนนี้ควรจะคอยสอนขุนนางเกษตรเพาะปลุกอยู่ในเมืองหลวงนั่นน่ะนะ?" ฟู่จาวหนิงพูดออกมาอย่างชัดถ้อยทุกคำหยวนอี้นิ้งค้างไปไม่ใช่สิ นางรู้จักเขาด้วยหรือ?เขาเองก็เลี่ยงพวกหมอหลวงที่รู้จักเขาแล้ว แทบจะพูดได้ว่าซ่อนตัวทั้งคืนเลยทีเดียว ตอนที่เข้ามาก็หลบเลี่ยงคนจากเมืองหลวงที่รู้จักเขาพวกนั้น เตรียมคำพูดเอาไว้เยอะมาก คิดว่าจะพูดอะไรกับฟู่จ
หยวนอี้ตอนที่เข้ามาก็เห็นกับภาพที่ 'สับสนอลหม่าน' นี้เขาประกายตาแล่นวาบ กำลังจะเข้าไปในประตูวงกลม ไป๋หู่ก็หมุนตัวมามองเขา "ช้าก่อน"หยวนอี้โบกไม้โบกมือ "สหายไป๋หู่""อย่าเข้าใกล้นัก เหมือนข้าเคยบอกท่านไว้แล้ว ที่นี่ท่านห้ามเข้าไป" ไป๋หู่เอ่ยขึ้นฟู่จิ้นเชินออกมาจัดการความวุ่นวายนี้ ให้ป้าหนิวป้าหลี่มาช่วยประคององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเข้าไปในห้องเฉินเซียงกลับไม่มีใครสนใจ"พวกเจ้ารังแกกันเกินไปแล้ว..."เฉินเซียงดิ้นรนอยู่พักหนึ่งถึงลุกขึ้นมาได้ นางรู้สึกว่าอวัยวะภายในตนเองปวดร้าวไปหมดเท้าของฟู่จาวหนิงแรงหนักขนาดนี้เชียว!นางไม่เป็นวรยุทธ์เลยจริงหรือ?แต่ว่าฟู่จาวหนิงทำไมถึงกล้า กล้าเตะนางขนาดนี้!สายตาของหยวนอี้เก็บกลับมาจากตัวองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นที่ถูกประคองเข้าห้อง หันไปตกอยู่บนตัวเฉินเซ๊ยงแทน ใต้ตาเกิดความสนใจขึ้นมา"แม่นางไปยั่วหมอฟู่อย่างไรกันเนี่ย?"ฟู่จาวหนิงมองเขา ถามไป๋หู่ว่า "นี่ใครหรือ?""บอกว่าชื่อหยวนอี้ ติดตามหมอหลวงคนหนึ่งเข้ามา อยากจะมาช่วยเหลือที่เมืองเจ้อขอรับ" ไป๋หู่บอกกับฟู่จาวหนิงฟู่จิ้นเชินเดินมาอยู่ข้างๆ ฟู่จาวหนิง กดเสียงลงต่ำ "รู้สึกเหมือนเขาน่าสงสัย
เซียวหลันยวนหมุนตัวจากไปองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นมองแผ่นเหลังเขา จะอย่างไรก็ตั้งสติกลับมาไม่ได้เฉินเซียงเห็นว่าการสนทนาขององค์หญิงใหญ่พังทลายลงแล้ว สีหน้าก็ลนลานขึ้นมา รีบลุกขึ้นมาไล่ตามเซียวหลันยวนไป"อ๋องเจวี้ยน! ท่านทำเช่นนี้ไม่ได้!" หมอเทวดาฟู่วางยาอะไรใส่ท่านใช่ไหม ท่านทำไมถึงได้ใจดำขนาดนี้?นางยังไม่ทันพุ่งออกจากประตูวงกลม ก็ถูกไป๋หู่ฟาดกลับมาไป๋หู่ยังใช้แค่กำลังภายในด้วย แต่ห้ามไม่ให้นางออกไป ไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายนางแต่เฉินเซียงก็ทรุดตัวลงบนพื้น แค่รู้สึกว่าเจ็บเข่าเจ็บก้น มือก็เจ็บ หัวก็ปวดไปหมดนางร้องไห้ออกมา "พวกเจ้าจะมารังแกองค์หญิงใหญ่ของพวกเราแบบนี้ไม่ได้ นางเป็นองค์หญิงใหญ่ที่มีโชคมากที่สุดในต้าชื่อนะ"เซียวหลันยวนเดินไปไกลแล้ว ไม่หันหลังกลับมาไป๋หู่ยืนอยู่ที่ประตูวงกลม มององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นที่นั่งเหม่อลอยอยู่บนพื้น เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ "องค์หญิงใหญ่กลับห้องไปเถิด"จะว่าไปเขาเองก็เป็นคนต้าชื่อเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินเรื่ององค์หญิงใหญ่มามากตอนนี้พอเห็นองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตกต่ำจนน้ำตานองหน้า เขาก็รู้สึกซับซ้อนขึ้นมาหน่อยๆแต่ว่า องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ
หญิงสาวที่น่าสงสาร ตอนเด็กๆ เขาเห็นในวังหลังมาแล้วไม่น้อย มีภูมิคุ้มกันไปนานแล้ว"ข้าไม่ได้จะแย่งชิงอะไรกับหมอเทวดาฟู่ ถ้าเราแต่งกันหลอกๆ ได้ไหม? ข้าแค่ต้องการหาที่ไปเท่านั้น แค่อยากให้ท่านคอยปกป้องข้าไม่กี่ปี ถ้าห้าปีไม่ได้ล่ะก็ สามปีก็พอ"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเห็นเซียวหลันยวนไม่พูดจา จึงหดเวลาลงมาอีก"สามปีนี้ ข้าแค่แบกชื่อพระชายารองไว้ในนามเท่านั้น พออยู่ภายนอกก็ขอให้ท่านอ๋องเล่นละครกับข้าหน่อย แสร้งเป็นสามีภรรยา สามารถปกป้องข้าได้ ในจวนอ๋อง ข้ารับรองว่าจะทำตามหน้าที่ตนเอง เลี่ยงท่านอ๋องให้ห่าง ไม่คิดอะไรเกินเลย""เป็นถึงองค์หญิงใหญ่ต้าชื่อ แต่คิดจะเอาตัวเองไปไว้ในจุดต่ำตมหรือ?" เซียวหลันยวนถาม"อ๋องเจวี้ยนโปรดเมตตา"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นน้ำตาไหลพราก "ข้าไม่มีทางเลือกแล้ว ข้าเอาของให้ท่านได้ ยิ่งไปกว่านั้น โชคของข้าก็ดีมาโดยตลอด ถ้าเป็นพระชายารองอ๋องเจวี้ยนในนาม จะต้องช่วยเหลือท่านอ๋องได้แน่ ไม่ว่าท่านอ๋องจะทำอะไร ก็จะยิ่งราบรื่น ผลลัพธ์สมปรารถนา""องค์หญิงใหญ่มั่นใจกับโชคของตนเองขนาดนี้เชียว?" เซียวหลันยวนได้ยินคำนี้ก็อดนึกขันขึ้นมาไม่ได้"โชคจุดนี้ข้ามีอยู่ ท่านเองก็เชื่อข้าได
เซียวหลันยวนมององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นและไม่รู้ว่านางทำไมถึงพูดว่า 'เขาเอามาเองไม่ได้' ออกมา"แล้วของนั่นมันคืออะไรกัน?" เขาถามขึ้นองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลนลานขึ้นมานางรู้ที่ไหนว่าสิ่งนั้นคืออะไร? มันคือกล่องที่เปิดไม่ได้ แล้วก็มองไม่เห็นว่าด้านในมีอะไรนี่นา?"ตอนนี้ข้ายังบอกท่านไม่ได้ แต่สำคัญกับท่านมากแน่นอน""เจ้าไม่บอกว่าคืออะไร แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่ามันจริงหรือไม่จริง? จะว่าไป เจ้าบอกว่าเจ้าฝันเห็นอนาคตได้ นี่มันก็ดูเหลวไหลเกินไปนะ ข้าควรจะเชื่อเรื่องนี้ด้วยไหม?""เรื่องจริงนะ เพราะข้าฝันเห็นแบบนั้น ตอนเด็กๆ ได้พบกับเจ้าอารามยอดเขาโยวชิง เขาบอกว่า ข้าเป็นตัวเลือกที่เหมาะจะเป็นพระชายาของท่านมาก! แล้วยังชี้แนะข้า ให้ข้าเติบโตอย่างดีในสุสานจักรพรรดิ ถ้ายังไม่ถึงเวลาสำคัญอย่าเพิ่งกลับเมืองหลวง"เซียวหลันยวนก็เชื่อคำพูดของนางอยู่ เจ้าอารามยอดเขาโยวชิงอาจจะพูดเหล่านี้กับนางก็ได้ยิ่งไปกว่านั้น ท่านหูที่คุยถ่ายทอดคำพูดเจ้าอารามมาตลอดก็พูดอะไรทำนองนี้แต่เขาไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตนี้ต้องไปผูกอยู่บนตัวหญิงสาวคนหนึ่งเลยบางทีอาจจะได้ แต่คนคนนั้นก็อาจจะไม่ใช่คนที่เขากำหนด อย่างจาวหนิง
นางอยากจะให้เซียวหลันยวนไม่พอใจตัวฟู่จาวหนิงเสียเหลือเกินแต่พอสิ้นเสียงนาง เซียวหลันยวนก็หันมามองนาง แม้จะสวมหน้ากากอยู่ แต่เฉินเซียงจู่ๆ ก็สัมผัสได้ว่านางถูกสายตาที่เย็นเยียบแหลมคนฆ่าตายไปแล้วนางใจสั่นวาบ จู่ๆ ก็รู้สึกเสียใจกับคำพูดเมื่อครู่ที่พูดไป แต่ก็สายไปแล้วนางได้ยินคำพูดเย็นชาของเซียวหลันยวนว่า"องค์หญิงใหญ่ถ้าหากมีเรื่องจะคุยกับข้า ก็ให้ทาสของเจ้าไปคุกเข่าอยู่ตรงนั้นก่อน"เซียวหลันยวนชี้ไปที่กลางสวนคุกเข่าที่นั่น คนป่วยทั้งหมดในห้องข้างฝั่งตะวันตกจะมองเห็นเฉินเซียงถลึงตาโตใส่อย่างไม่อยากเชื่อ"อ๋องเจวี้ยน" องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตกตะลึงไป "เฉินเซียงก็แค่ปกป้องข้ามากเกินไปเท่านั้น นางไม่ได้มีความคิดไม่ดี...""ให้นางคุกเข่า ข้าถึงจะฟังเจ้าพูด ถ้านางไม่ทำ ข้าก็จะไปแล้ว" เซียวหลันยวนตัดบทนางเฉินเซียงบอกว่าฟู่จาวหนิงแอบมีชู้กับอันเหนียน เขาจดจำมาโดยตลอด"อ๋องเจวี้ยน เฉินเซียงนางเองก็ป่วย ถ้าไปตากลมหนาวบนพื้น นางจะ...""เช่นนั้นก็ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว"เซียวหลันยวนพูดจบก็หมุนตัวกลับทันทีเฉินเซียงลนลานขึ้นมา "อ๋องเจวี้ยน ข้าจะไปคุกเข่าเดี๋ยวนี้! ท่านโปรดรอก่อน!""เฉินเ