คำพูดที่ติงหรานพูดกับเริ่นหมิ่นเซียง กดเสียงลงต่ำแล้วแต่ฟู่จาวหนิงก็หูดีเกิน ฟังครบทุกถ้อยคำไม่ขาดตกบกพร่องนางรู้สึกว่าโลกใบนี้เล็กจริงๆ ทำไมแค่มาร้านอาหารชิงเว่ยนี่ แค่อยากจะมาพบติงหรานกับอันชิง ก็ยังลากไปเกี่ยวข้องกับองค์หญิงหนานฉืออีก"ใช่ ท่านรู้ก็ดีแล้ว พ่อของข้าพูดไว้ ครั้งนี้ ฮองเฮารับสั่ง ว่าคนในเมืองหลวงที่พูดภาษาหนานฉือได้ล้วนให้เข้าวังไปร่วมงานเลี้ยง ถึงตอนนั้นแม่ข้าจะไปขอความดีความชอบต่อหน้าฮองเฮา ไม่แน่อาจจะขอให้ข้าขึ้นเป็นท่านหญิงคนหนึ่งด้วยก็ได้"เริ่นหมิ่นเซียงสมองร้อนวาบขึ้นมา นางจมอยู่กับความเป็นไปได้นี้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว รู้สึกว่าตนเองกำลังจะล่องลอย"ดังนั้นท่านก็คิดให้ดี ถือโอกาสตอนนี้ที่ข้ายังอยากแต่งงานกับท่าน ไม่พลาดโอกาสนี้ไป รอให้ข้าได้รับความดีความชอบ ถึงตอนนั้นมาคุกเข่าร้องไห้อ้อนวอนข้า ข้าก็จะไม่เหลียวมองท่านอีกเลย"ติงหรานโมโหจริงจังแล้ว"วางใจได้เลย ไม่มีทางมีวันนั้นแน่นอน ข้าทางนี้ก็จะบอกกับเจ้าให้ชัดเจนอีกครั้ง พวกเราก่อนหน้านี้ตอนที่ยังหมั้นกันก็เจอกันแค่ไม่กี่ครั้ง ข้าไม่ได้รู้สึกอะไรกับเจ้าเลย แค่อยากจะมีงานหมั้น หลังจากแต่งงานก็จะทำหน้าที่ส
"ที่แท้พวกเจ้าก็หวาดกลัวตัวตนฐานะนี้หรือ?ข้าเห็นพวกเจ้ากะเริบเสิบสานเสียขนาดนั้น ยังคิดว่าพวกเจ้าใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงเสียอีก"ฟู่จาวหนิงรู้สึกน่าขัน ออกแรงที่มือ สะบัดเริ่นหมิ่นเซียงออกไป"พระชายาอ๋องเจวี้ยนก่อนหน้านี้ก็ยืนอยู่ข้างกายอันชิงมาตลอด ตอนนั้นผู้ที่ช่วยอันชิงไว้ก็คือนาง" น้องสาวของหวางจ่างฝูตอนนี้เอ่ยเสียงต่ำกับพวกเขา"เจ้ารู้จักนางหรือ? แล้วทำไมไม่รีบบอก" เริ่นหมิ่นเซียงหน้าขาวซีดนางถอยไปหลายก้าวอ๋องเจวี้ยนนางก็ยังกลัวอยู่หลักๆ คือได้ยินว่าตระกูลเจ้า พวกโหวอาวุโสน้อยอี้ ล้วนถูกอ๋องเจวี้ยนจัดการไปหมดแล้วนางรู้สึกว่าอ๋องเจวี้ยนไม่ควรไปยุ่งด้วย"ข้าจำนางไม่ได้ แต่เคยได้ยินมา"พวกเขาสามคนล้วนถอยหลัง"ช้าก่อน"ฟู่จาวหนิงเรียกพวกเขาไว้"อาละวาดเสียขนาดนี้ก็จะไปแล้วหรือ? มานี่ มาขอโทษข้ากับอันชิงดีดีเสียก่อน""พวกเราออกไปก็พอแล้ว ทำไมต้องขอโทษด้วยกัน? ข้ายังไม่ได้ทำอะไรนางเสียหน่อย!" เริ่นหมิ่นเซียงค้านขึ้นมาด้วยสัญชาตญาณ"ไม่ได้ตี? แล้วที่เจ้าก่นด่าออกมาเมื่อครู่ล่ะ?""ก็แค่คำด่าเนื้อตัวไม่ได้สึกหรอเสียหน่อย!" เริ่นหมิ่นเซียงไม่ยอม"อย่างนั้นหรือ?"ฟู่จาวหนิ
"เริ่นหมิ่นเซียงเป็นคนชั่วร้ายไร้หัวจิตหัวใจ!""รู้จักแม่นางบื้อๆ จากตระกูลเริ่นไหม? กำเริบเสิบสานเสียเหลือเกิน ด่าคนตีคนไปทั่วแล้วยังไม่รู้จักขอโทษอีก!"คนพวกนั้นก่นด่าไปตามถนน เสียงดังลั่น เพียงครู่เดียวก็ดึงดูดคนไม่น้อยมีคนเริ่มถามขึ้นมา"เริ่นหมิ่นเซียงคนไหนน่ะ? แม่นางคนไหนกัน?""ใช่ใช่ใช่ เป็นแม่นางที่หน้าด้านแล้วก็กำเริบเสิบอย่างที่สุด""พวกเจ้ามาด่าแม่นางคนหนึ่งแบบนี้ไม่ค่อยดีกระมัง?""อืม พี่ชายคนนี้ก็พูดมีเหตุผล แต่ไม่มีทางเลือกนี่นา แม่นางเริ่นคนนี้เพิ่งจะด่าคนอื่นไปเสียๆ หายๆ แล้วยังไม่ยอมขอโทษ เอาแต่พูดว่าด่าไปไม่กี่คำเนื้อตัวก็ไม่สึกหรอเสียหน่อย ดังนั้น พวกเจ้าว่านี่ไม่ควรจะด่ากลับหรือ?""พี่ชาย ท่านว่านี่มันผิดปกติไหมล่ะ?"พี่ชายที่ดูซื่อตรงคนนั้น "...อืม ก็เหมือนจะไม่ผิดปกติจริงๆ?""ใช่ไหมล่ะ ไม่ผิดปกติตรงไหนเสียหน่อย?"คนชั้นบนได้ยินคำพูดพวกเขากันอย่างชัดเจนเริ่นหมิ่นเซียงแทบจะคลั่งไปแล้ว"พระชายาอ๋องเจวี้ยน ทำไมท่านจึงทำเช่นนี้?! ท่านทำเกินไปแล้วนะ!"ฟู่จาวหนิงผายมือออก ท่าทางดุวอนนิดๆ บางครั้งนางก็ไม่ได้มีคุณธรรมนักหรอกนะ "ก็เกินไปหน่อยจริงๆ""นี่ท่าน
"ขอรับ"คนใช้บ้านตระกูลโม่รีบตามออกไป"พวกเราขึ้นไปดูชั้นบนกัน เรียกบริกรมาถามเสียหน่อย บางทีพระชายาอ๋องเจวี้ยนอาจจะมีธุระอยู่ พวกเราก็อย่าเพิ่งเข้าไป"พวกนางมาถึงห้องหรู เรียกบริการมาถามๆ"นั่นเป็นธุระของแขก ข้าน้อยพูดมากไม่ได้" บริกรของร้านก็มีจรรยาบรรณอาชีพอยู่"พวกเราะจะไม่ถามมาก แค่จะถามว่าพระชายาอ๋องเจวี้ยนได้รับบาดเจ็บหรือถูกรังแกไหม?" ฮูหยินใหญ่โม่แค่อยากจะยืนยันจุดนี้"ไม่มี"พระชายาอ๋องเจวี้ยนเล่นงานพวกแม่นางเริ่นจนโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกไปแล้ว จะไปบาดเจ็บตรงไหนกัน?บริกรถูกเองก็ตกตะลึงกับวิธีการจัดการของพระชายาอ๋องเจวี้ยนเหมือนกัน"เช่นนั้นก็ดี"ฮูหยินใหญ่โม่เรียกพวกนางมา "พวกเราจะไม่รบกวนแล้วกัน มาๆๆ พวกเราสั่งกับข้าวกันก่อน"พระชายาอ๋องเจวี้ยนไม่เสียเปรียบไม่ถูกรังแกก็ดีแล้ว"เมื่อครู่พวกเราได้ยินคนพวกนั้นก่นด่าแม่นางเริ่น คงไม่ได้มาปะทะเข้ากับพระชายาอ๋องเจวี้ยนหรอกนะ?""แม่นางเริ่น? ข้าเองก็ได้ยิน เห็นว่าชื่อเริ่นหมิ่นเซียง"ฮูหยินที่นี่ มีคนหนึ่งเป็นลูกสาวของซื่อหลางกรมกลาโหม ออกเรือนกับน้องชายของขุนนางซื่อหลางกรมขุนนางเมืองหลวง"เริ่นหมิ่นเซียง?"ตระกูลโ
ต่อให้ไม่มีเรื่องของเริ่นหมิ่นเซียง ความคิดที่องค์จักรพรรดิอยากให้เรื่องนี้สำเร็จก็วางลงมาแล้วแค่ฮูหยินคนเริ่นคนเดียว ไม่ได้มีความสามารมากขนาดสามารถส่งผลกระทบกับสถานการณ์นี้ได้หรอกแต่หวางเก๋อเหล่าทางนั้นต้องระวังไว้หน่อยแล้วก็ เซียวหลันยวนเองก็น่าจะจัดการเรื่องนี้ด้วย"คุณชายติง ข้าอยากจะถามเสียหน่อย เรื่องงานมงคลของท่านกับเริ่นหมิ่นเซียง ถอนหมั้นกันอย่างหมดจดแล้วใช่ไหม? ท่านกับนางก่อนหน้านี้เคยมีเรื่องพัวพันกันหรือเปล่า?""ไม่มีอย่างแน่นอน" ติงหรานรีบโบกไม้โบกมือ "ข้ากับนางก่อนหน้านี้เจอกันแค่ไม่กี่ครั้ง และไม่เคยอยู่ด้วยกันตามลำพังด้วย""พระชายาอ๋องเจวี้ยน แม่นางอัน บ้านตระกูลติงของพวกเรากับบ้านตระกูลเริ่นตัดขาดกันเด็ดขาดแล้วจริงๆ" สะใภ้รองติงเองก็รีบพูดขึ้นมา "เรื่องนี้คนอื่นๆ จากตระกูลเริ่นก็ล้วนรู้กัน""เช่นนั้นก็ดี ข้าอาจจะให้คนไปตรวจสอบอย่างชัดเจน แล้วจะบอกกับพวกเท่านอีกครั้งหนึ่ง""ข้าไม่กลัวการตรวจสอบ พระชายาอ๋องเจวี้ยน ต้องรบกวนท่านแล้ว"ติงหรานมองฟู่จาวหนิงจริงจัง ท่าทางประมาณว่าเชิญท่านโปรดตรวจสอบให้ละเอียดสักหน่อย คืนความบริสุทธิ์ให้แก่ข้าด้วยยิ่งไปกว่านั้นเม
กลับมาถึงจวนอ๋องเจวี้ยน หงจั๋วตรงเข้ามารับ"พระชายา เมื่อครู่มีคนจากตระกูลโม่เข้ามา ถามว่าพรุ่งนี้ท่านมีเวลาว่างไหม ฮูหยินใหญ่โม่บอกมีสองพี่น้องร่างกายไม่ค่อยดีนัก ไม่ทราบว่าท่านจะมีเวลาให้พวกนางไหม"ฮูหยินใหญ่โม่?"มาที่จวนอ๋องหรือ?"ฟู่จาวหนิงรู้สึกไม่ค่อยสะดวกขึ้นมาด้วยสัญชาตญาณ "ท่านอ๋องของพวกเจ้าคงไม่ยินดีเท่าไรนักกระมัง? ส่งคนจดหมายตอบกลับไป บอกว่าให้พวกนางนัดเวลาเลย แล้วพรุ่งนี้ไปที่บ้านตระกูลฟู่เถอะ วันพรุ่งนี้ข้าจะไปฝังเข็มให้อันห่าว""เจ้าค่ะ"เรื่องนี้ลอยไปถึงในหูเซียวหลันยวนเป็นผู้ดูแลที่ได้ยิน แล้วมาบอกกับเขาตอนที่มารายงานเรื่องอาหารเย็น"ท่านอ๋อง พระชายาใส่ใจกับท่านมากเลยใช่ไหม? ท่านดูสิ นางยังคิดว่าท่านจะยินดีหรือไม่ยินดีด้วย"ความหมายเดิมของผู้ดูแลจงคือคิดจะทำให้เซียวหลันยวนรู้สึกดีใจขึ้นมาดูสิ พระชายาสนใจความรู้สึกท่านขนาดนี้เลยนะแต่ว่าเซียวหลันยวนหลังจากได้ยินกลับสีหน้าเคร่งขรึม "ไปถามนางว่าวันนี้จะกินข้าวเย็นที่ไหน""ขอรับ"ผู้ดูแลจงหลังจากถอยไปก็กลัดกลุ้มหน่อยๆ"ท่านอ๋องนี่อย่างไรกันนะ? ทำไมดูไม่ยินดีขึ้นมาเสียล่ะ"เซียวหลันยวนรู้สึกว่าอ่านหนังสือใ
ชิงอีพูดประโยคนี้จบ ก็ลูบเจอว่าใบหน้าตนเองเกลี้ยงเกลาโอ้ เหมือนจะแค่ช่วงนี้พักผ่อนไม่ค่อยดี ดังนั้นที่จึงมีตุ่มเล็กๆ ขึ้นมาก็เท่านั้นเขาเข้าใจขึ้นทันที ท่านอ๋องกำลังหยอกเขานี่"ทำไม มีผดแค่นิดเดียวก็ยังตกใจขนาดนี้ ข้าน่ะพังไปครึ่งหน้าแล้ว เจ้ายังมาบอกว่าไม่ต้องเครียดหรือ? เป็นชายชาตรีขนาดนี้แล้ว"เซียวหลันยวนมองประชดใส่เขาชิงอีทำหน้าเหยเกขึ้นทันที "ท่านอ๋อง ข้าน้อยไม่ได้หมายความเช่นนั้น""เอาล่ะ ออกไปเถอะ อย่ามาอยู่ขวางหูขวางตาข้าอีก" เซียวหลันยวนโบกไม้โบกมือ เหมือนไล่แมลงวันอย่างไรอย่างนั้นน่าโมโหเสียจริงอย่าคิดว่าเขาไม่รู้ แค่ตุ่มไม่กี่เม็ดใต้คางชิงอี เขาก็ยังแอบส่องกระจกเสียหลายครั้ง แล้วยังไปบอกกับผู้ดูแลจงอีก ว่าต้องเชิญพระชายามาจัดยาให้เขาไหม ดูว่าจะลบเจ้าตุ่มผดเล็กๆ นี้ออกไปได้หรือไม่ตนเองก็รักสวยรักงามขนาดนั้น แล้วยังมาพูดต่อหน้าเขาว่าเหมือนไม่ได้สนใจความงามภายนอกเลยแม้แต่นิดเดียวมันน่านักผู้เฒ่าฟู่ได้ยินว่าเซี่ยซื่อกับอันห่าวก็อยู่ในบ้านอย่างปกติสุขดี ไม่มีใครมารบกวน น่าจะเพราะรู้ว่าเขาอยู่ที่จวนอ๋อง และคิดว่าในบ้านตระกูลฟู่คงทิ้งพวกคนใช้ส่วนหนึ่งไว้ ไม่ได้ส
"อย่าเหนื่อยเกินไปนักนะ ขาหายดีแล้วหรือ?""ดีเหมือนเดิมแล้ว ตอนนี้เวลาเปลี่ยนวันก็ไม่รู้สึกปวดจี๊ดๆ อีกแล้ว พี่ใหญ่จงสอนวิธีก้าวเดินหนึ่งให้ข้าด้วย ร้ายกาจมากเลย"จงเจี้ยนเองก็เดินเข้ามา"พระชายา" กลับมาจวนอ๋องเจวี้ยนครั้งนี้ เขากลับมาเรียกนางว่าพระชายาแล้ว"เจ้าฟื้นฟูเป็นอย่างไรบ้าง?""ดีมากเลย พลังยุทธ์เองก็ฟื้นมาเจ็ดส่วนแล้ว" จงเจี้ยนรู้สึกพึงพอใจมาก เขาติดพิษขนาดนั้นแล้วยังรอดมาได้ ยิ่งไปกว่านั้นพระชายายังเคยบอกว่าถ้าเขายังบำรุงพักฟื้นต่อไป ร่างกายจะกลับมาดีเหมือนตอนแรกเลย ขอแค่ต้องการเวลาหน่อยต้องการเวลาไม่น่ากลัว"ข้าจะจับชีพจรให้เจ้า"ฟู่จาวหนิงจับชีพจรให้เขาอีก และพบว่าฟื้นฟูได้ดีมาก นางวางใจลงแล้ว"อีกไม่กี่วันข้าจะออกไปข้างนอก ข้าจะไปต้าชื่อ ถึงตอนนั้นจะปรับปรุงยาของเจ้าเสียหน่อย เจ้าอยู่ที่จวนอ๋องเจวี้ยน แล้วต้องกินยาตามเวลาด้วยนะ""พระชายา ข้าไปต้าชื่อกับท่านด้วยกันดีกว่า" จงเจี้ยนอ้อนวอนขึ้นทันที "แม้วิชายุทธ์ข้าจะฟื้นฟูแค่เจ็ดส่วน แต่แค่จะไล่ตามรับมือกับคู่ต่อสู้ก็ไม่ใช่ปัญหา"เขารู้สึกว่าท่านอ๋องอยู่ในเมืองหลวงน่าจะเจอกับเรื่องใหญ่อีกไม่น้อย องครักษ์ลับข้างกา
จากนั้นนางก็ร้อนรนขึ้นมา รีบพลิกค้นของด้านใน แต่ไม่ว่าจะพลิกอย่างไร กล่องใบนั้นก็หายไปแล้ว!พอเห็นท่าทางของเฉินเซียง องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นก็หน้าเปลี่ยนสีทันที"มีอะไรหรือ?""ของหายไปแล้วเจ้าค่ะ!"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลุกพรวดขึ้นมา เดินโซซัดโซเซเข้าไป และรื้อคนพลิกหาด้วยเช่นกัน"หายไปได้อย่างไรกัน? ข้าเห็นเจ้าเอามาใส่ในกล่องนี้แล้วแท้ๆ!""นั่นสิ ข้าน้อยวางมันไว้ในนี้จริงๆ แล้วยังลงกลอนไว้อีก หลังจากลงกลอนแล้วก็ไม่ได้เปิดออกอีกเลย แล้วมันหายไปได้อย่างไรกัน?"เมื่อครู่นางเองก็หยิบกุญแจปิ่นปักผมออกมาเปิดกลอน ไม่มีร่องรอยถูกแตะต้องเลย!"รีบหาดูให้ทั่ว"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลนลานมาก สิ่งของไม่ใช่แค่นางต้องการนำไปเจรจาเงื่อนไขเท่านั้น แต่สำหรับอ๋องเจวี้ยนแล้วยังสำคัญมากอีกด้วย ถ้าหากมาหายในมือนาง แล้วอ๋องเจวี้ยนรู้เข้าภายหลัง แล้วนางจะทำอย่างไรกัน?นายบ่าวทั้งสองรื้อค้นในห้องกันเลเเทะ ค้นหาทุกซอกทุกมุม แต่ก็หาไม่พบ"จะต้องถูกหมอเทวดาฟู่เอาไปแล้วแน่ นางเคยเข้ามาในห้องพวกเรา" เฉินเซียงร้องขึ้นมา "ที่นี่มีแต่คนของนาง คนเหล่านั้นล้วนช่วยเหลือนาง ตอนที่พวกเรากลับมาจะต้องถูกคนเห็นแล้วแน่..."
"เฉินเซียง ข้าจะทำอย่างไรดี?"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นทำได้เพียงงึมงำถามเฉินเซียง ท่านทีของอ๋องเจวี้ยน กับความเย็นชาของฟู่จาวหนิง เส้นทางที่จะเข้าไปในจวนอ๋องเจวี้ยนก็ผ่านไปไม่ได้แล้วนางทำมาถึงจุดนนี้แล้ว จะให้ต้องตกต่ำลงไปอีกนั้นมันก็มากเกินไปยิ่งไปกว่านั้นต่อให้นางจะตกต่ำเรี่ยดิน อ๋องเจวี้ยนเองก็ไม่แน่ว่าจะหวั่นไหว เขามันไร้อารมณ์เกินไปเฉินเซียงนั่งอยู่บนเกาอี้ งอตัวค้อมลงมา ที่โดนฟู่จาวหนิงเตะไปเมื่อครู่ นางรู้สึกว่าตนเองตอนนี้ไม่ดีขึ้นได้เลย ความเจ็บปวดบนร่างกาย ทำให้ในใจนางยิ่งรู้สึกชิงชัง"องค์หญิงใหญ่ ในเมื่ออ๋องเจวี้ยนไร้ความรู้สึกเช่นนี้ เช่นนั้นพวกเราก็ปล่อยวางเถิด จากที่ข้าน้อยเห็น บางทีอ๋องเจวี้ยนในแคว้นเจาก็เหมือนจะปกป้องตัวเองลำบากอยู่ จักรพรรดิแคว้นเจาคิดจะเล่นงานเขาตลอดเวลา ดังนั้นเขาจึงไม่กล้ารับปาก เพราะเดิมทีเขาก็ไม่มีฝีมืออยู่แล้ว!"เฉินเซียงรู้สึกว่าตอนนี้พูดแย่ๆ กับอ๋องเจวี้ยนแล้ว ยังทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย"ขนาดเขาตอนนี้ยังไม่กล้าปลดหน้ากากลงเลย น่าจะเพราะใบหน้าของเขามันพังยับจนไม่เหลือสภาพแล้วจริงๆ ไม่กล้าจะให้องค์หญิงใหญ่เห็น เขารู้สึกด้อยค่า ใช่แล้ว
หยวนอี้เข้าใจความหมายของนางขึ้นมาทันทีเขาไม่มีตกตะลึงเลยแม้แต่น้อยแม้ฟู่จาวหนิงจะยังสวมหน้ากาก โผล่มาเพียงตาคู่เดียว แต่เขาก็ยังรู้สึกว่านางมีแรงมาก"ข้าเป็นลูกมือให้ท่านได้จริงๆ นะ ที่นี่ไม่ใช่ว่าขาดกำลังคนอย่างหนักอยู่หรือ?"หยวนอี้ยังอยากจะเสนอตัวเองอยู่"ข้าทำนาได้ปลูกต้นไม้ได้ แล้วก็มีพละกำลัง แต่ไม่ใช่แบบพวกคนไร้ความสามารถนะ พวกงานที่ต้องใช้แรงให้ข้าจัดการได้เลย ในเมื่อที่นี่ขาดคน เช่นนั้นมีคนตัวใหญ่อย่างข้าที่นี่ ไม่ใช้ก็น่าเสียดายนะจริงไหม?""ไม่กล้ารบกวนท่านทูตจากแคว้นหมิ่นหรอก" ฟู่จาวหนิงพูดจบก็หมุนตัวเข้าเรือนไปไป๋หู่ขวางหยวนอี้ไว้ เขาเองก็เข้าไปไม่ได้ ทำได้แค่มองแผ่นหลังของฟู่จาวหนิงอย่างเสียดาย ถอนหายใจออกมา"คุณชายหยวนถ้าหากพุ่งเป้ามาหาจาวหนิงจริง เช่นนั้นก็ล้มเลิกความคิดเสียเถอะ" ฟู่จิ้นเชินเอ่ยขึ้น"คุณชายฟู่ เรื่องนี้ก็น่าจะพูดกับท่านได้กระมัง? อันที่จริงสำหรับพระชายาอ๋องเจวี้ยนแล้ว ก็อาจจะเป็นเรื่องดีด้วยก็ได้""เป็นเจตนาของแคว้นหมิ่น หรือว่าของตัวท่านเองกันล่ะ?""ตอนแรกก็เป็นของตัวข้าเอง แต่ข้าก็กล่อมจักรพรรดิแคว้นของพวกเราไปแล้ว เขาเองก็ฟังเสียงของข้าอ
"ขอบคุณที่ชม"ฟู่จาวหนิงถามกลับอย่างมั่นคง ไม่ได้มีอารมณ์รู้สึกรู้สาอะไรกับคำชมประโยคนี้ของเขาเลย กระทั่งไม่มีอาการตกตะลึงอีกด้วยนี่ทำให้หยวนอี้รู้สึกเกินคาดขึ้นมาเขายังคิดว่าจะทำให้อารมณ์ของฟู่จาวหนิงเปลี่ยนแปลงได้บ้างภายใต้สถานการณ์ที่ตกตะลึงนี้ คิดว่านางจะพูดอะไรออกมาสักประโยคหนึ่งแล้วทำให้เขาเข้าใจความคิดของนางได้อย่างชัดเจนคิดไม่ถึงว่าเขาที่ทำตัวประหลาดออกมา แต่นางกลับนิ่งแบบนี้"ดูท่าหมอฟู่จะได้ยินคำชมมาจนชินแล้วสินะ" หยวนอี้เอ่ยขึ้นฟู่จาวหนิงเองก็ไม่ได้ตอบประโยคนี้ของเขา แต่กลับพิจารณาเขาทั้งตัวหยวนอี้ถูกนางมองจนยืดอกขึ้นด้วยสัญชาตญาณ ยืนตรงแน่วขึ้นมา"ท่านชื่อหยวนอี้ใช่ไหม?" ฟู่จาวหนิงถาม"ขอรับ""ลูกชายหยวนกังทูตแคว้นหมิ่น หยวนอี้ที่ตอนนี้ควรจะคอยสอนขุนนางเกษตรเพาะปลุกอยู่ในเมืองหลวงนั่นน่ะนะ?" ฟู่จาวหนิงพูดออกมาอย่างชัดถ้อยทุกคำหยวนอี้นิ้งค้างไปไม่ใช่สิ นางรู้จักเขาด้วยหรือ?เขาเองก็เลี่ยงพวกหมอหลวงที่รู้จักเขาแล้ว แทบจะพูดได้ว่าซ่อนตัวทั้งคืนเลยทีเดียว ตอนที่เข้ามาก็หลบเลี่ยงคนจากเมืองหลวงที่รู้จักเขาพวกนั้น เตรียมคำพูดเอาไว้เยอะมาก คิดว่าจะพูดอะไรกับฟู่จ
หยวนอี้ตอนที่เข้ามาก็เห็นกับภาพที่ 'สับสนอลหม่าน' นี้เขาประกายตาแล่นวาบ กำลังจะเข้าไปในประตูวงกลม ไป๋หู่ก็หมุนตัวมามองเขา "ช้าก่อน"หยวนอี้โบกไม้โบกมือ "สหายไป๋หู่""อย่าเข้าใกล้นัก เหมือนข้าเคยบอกท่านไว้แล้ว ที่นี่ท่านห้ามเข้าไป" ไป๋หู่เอ่ยขึ้นฟู่จิ้นเชินออกมาจัดการความวุ่นวายนี้ ให้ป้าหนิวป้าหลี่มาช่วยประคององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเข้าไปในห้องเฉินเซียงกลับไม่มีใครสนใจ"พวกเจ้ารังแกกันเกินไปแล้ว..."เฉินเซียงดิ้นรนอยู่พักหนึ่งถึงลุกขึ้นมาได้ นางรู้สึกว่าอวัยวะภายในตนเองปวดร้าวไปหมดเท้าของฟู่จาวหนิงแรงหนักขนาดนี้เชียว!นางไม่เป็นวรยุทธ์เลยจริงหรือ?แต่ว่าฟู่จาวหนิงทำไมถึงกล้า กล้าเตะนางขนาดนี้!สายตาของหยวนอี้เก็บกลับมาจากตัวองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นที่ถูกประคองเข้าห้อง หันไปตกอยู่บนตัวเฉินเซ๊ยงแทน ใต้ตาเกิดความสนใจขึ้นมา"แม่นางไปยั่วหมอฟู่อย่างไรกันเนี่ย?"ฟู่จาวหนิงมองเขา ถามไป๋หู่ว่า "นี่ใครหรือ?""บอกว่าชื่อหยวนอี้ ติดตามหมอหลวงคนหนึ่งเข้ามา อยากจะมาช่วยเหลือที่เมืองเจ้อขอรับ" ไป๋หู่บอกกับฟู่จาวหนิงฟู่จิ้นเชินเดินมาอยู่ข้างๆ ฟู่จาวหนิง กดเสียงลงต่ำ "รู้สึกเหมือนเขาน่าสงสัย
เซียวหลันยวนหมุนตัวจากไปองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นมองแผ่นเหลังเขา จะอย่างไรก็ตั้งสติกลับมาไม่ได้เฉินเซียงเห็นว่าการสนทนาขององค์หญิงใหญ่พังทลายลงแล้ว สีหน้าก็ลนลานขึ้นมา รีบลุกขึ้นมาไล่ตามเซียวหลันยวนไป"อ๋องเจวี้ยน! ท่านทำเช่นนี้ไม่ได้!" หมอเทวดาฟู่วางยาอะไรใส่ท่านใช่ไหม ท่านทำไมถึงได้ใจดำขนาดนี้?นางยังไม่ทันพุ่งออกจากประตูวงกลม ก็ถูกไป๋หู่ฟาดกลับมาไป๋หู่ยังใช้แค่กำลังภายในด้วย แต่ห้ามไม่ให้นางออกไป ไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายนางแต่เฉินเซียงก็ทรุดตัวลงบนพื้น แค่รู้สึกว่าเจ็บเข่าเจ็บก้น มือก็เจ็บ หัวก็ปวดไปหมดนางร้องไห้ออกมา "พวกเจ้าจะมารังแกองค์หญิงใหญ่ของพวกเราแบบนี้ไม่ได้ นางเป็นองค์หญิงใหญ่ที่มีโชคมากที่สุดในต้าชื่อนะ"เซียวหลันยวนเดินไปไกลแล้ว ไม่หันหลังกลับมาไป๋หู่ยืนอยู่ที่ประตูวงกลม มององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นที่นั่งเหม่อลอยอยู่บนพื้น เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ "องค์หญิงใหญ่กลับห้องไปเถิด"จะว่าไปเขาเองก็เป็นคนต้าชื่อเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินเรื่ององค์หญิงใหญ่มามากตอนนี้พอเห็นองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตกต่ำจนน้ำตานองหน้า เขาก็รู้สึกซับซ้อนขึ้นมาหน่อยๆแต่ว่า องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ
หญิงสาวที่น่าสงสาร ตอนเด็กๆ เขาเห็นในวังหลังมาแล้วไม่น้อย มีภูมิคุ้มกันไปนานแล้ว"ข้าไม่ได้จะแย่งชิงอะไรกับหมอเทวดาฟู่ ถ้าเราแต่งกันหลอกๆ ได้ไหม? ข้าแค่ต้องการหาที่ไปเท่านั้น แค่อยากให้ท่านคอยปกป้องข้าไม่กี่ปี ถ้าห้าปีไม่ได้ล่ะก็ สามปีก็พอ"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเห็นเซียวหลันยวนไม่พูดจา จึงหดเวลาลงมาอีก"สามปีนี้ ข้าแค่แบกชื่อพระชายารองไว้ในนามเท่านั้น พออยู่ภายนอกก็ขอให้ท่านอ๋องเล่นละครกับข้าหน่อย แสร้งเป็นสามีภรรยา สามารถปกป้องข้าได้ ในจวนอ๋อง ข้ารับรองว่าจะทำตามหน้าที่ตนเอง เลี่ยงท่านอ๋องให้ห่าง ไม่คิดอะไรเกินเลย""เป็นถึงองค์หญิงใหญ่ต้าชื่อ แต่คิดจะเอาตัวเองไปไว้ในจุดต่ำตมหรือ?" เซียวหลันยวนถาม"อ๋องเจวี้ยนโปรดเมตตา"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นน้ำตาไหลพราก "ข้าไม่มีทางเลือกแล้ว ข้าเอาของให้ท่านได้ ยิ่งไปกว่านั้น โชคของข้าก็ดีมาโดยตลอด ถ้าเป็นพระชายารองอ๋องเจวี้ยนในนาม จะต้องช่วยเหลือท่านอ๋องได้แน่ ไม่ว่าท่านอ๋องจะทำอะไร ก็จะยิ่งราบรื่น ผลลัพธ์สมปรารถนา""องค์หญิงใหญ่มั่นใจกับโชคของตนเองขนาดนี้เชียว?" เซียวหลันยวนได้ยินคำนี้ก็อดนึกขันขึ้นมาไม่ได้"โชคจุดนี้ข้ามีอยู่ ท่านเองก็เชื่อข้าได
เซียวหลันยวนมององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นและไม่รู้ว่านางทำไมถึงพูดว่า 'เขาเอามาเองไม่ได้' ออกมา"แล้วของนั่นมันคืออะไรกัน?" เขาถามขึ้นองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลนลานขึ้นมานางรู้ที่ไหนว่าสิ่งนั้นคืออะไร? มันคือกล่องที่เปิดไม่ได้ แล้วก็มองไม่เห็นว่าด้านในมีอะไรนี่นา?"ตอนนี้ข้ายังบอกท่านไม่ได้ แต่สำคัญกับท่านมากแน่นอน""เจ้าไม่บอกว่าคืออะไร แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่ามันจริงหรือไม่จริง? จะว่าไป เจ้าบอกว่าเจ้าฝันเห็นอนาคตได้ นี่มันก็ดูเหลวไหลเกินไปนะ ข้าควรจะเชื่อเรื่องนี้ด้วยไหม?""เรื่องจริงนะ เพราะข้าฝันเห็นแบบนั้น ตอนเด็กๆ ได้พบกับเจ้าอารามยอดเขาโยวชิง เขาบอกว่า ข้าเป็นตัวเลือกที่เหมาะจะเป็นพระชายาของท่านมาก! แล้วยังชี้แนะข้า ให้ข้าเติบโตอย่างดีในสุสานจักรพรรดิ ถ้ายังไม่ถึงเวลาสำคัญอย่าเพิ่งกลับเมืองหลวง"เซียวหลันยวนก็เชื่อคำพูดของนางอยู่ เจ้าอารามยอดเขาโยวชิงอาจจะพูดเหล่านี้กับนางก็ได้ยิ่งไปกว่านั้น ท่านหูที่คุยถ่ายทอดคำพูดเจ้าอารามมาตลอดก็พูดอะไรทำนองนี้แต่เขาไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตนี้ต้องไปผูกอยู่บนตัวหญิงสาวคนหนึ่งเลยบางทีอาจจะได้ แต่คนคนนั้นก็อาจจะไม่ใช่คนที่เขากำหนด อย่างจาวหนิง
นางอยากจะให้เซียวหลันยวนไม่พอใจตัวฟู่จาวหนิงเสียเหลือเกินแต่พอสิ้นเสียงนาง เซียวหลันยวนก็หันมามองนาง แม้จะสวมหน้ากากอยู่ แต่เฉินเซียงจู่ๆ ก็สัมผัสได้ว่านางถูกสายตาที่เย็นเยียบแหลมคนฆ่าตายไปแล้วนางใจสั่นวาบ จู่ๆ ก็รู้สึกเสียใจกับคำพูดเมื่อครู่ที่พูดไป แต่ก็สายไปแล้วนางได้ยินคำพูดเย็นชาของเซียวหลันยวนว่า"องค์หญิงใหญ่ถ้าหากมีเรื่องจะคุยกับข้า ก็ให้ทาสของเจ้าไปคุกเข่าอยู่ตรงนั้นก่อน"เซียวหลันยวนชี้ไปที่กลางสวนคุกเข่าที่นั่น คนป่วยทั้งหมดในห้องข้างฝั่งตะวันตกจะมองเห็นเฉินเซียงถลึงตาโตใส่อย่างไม่อยากเชื่อ"อ๋องเจวี้ยน" องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตกตะลึงไป "เฉินเซียงก็แค่ปกป้องข้ามากเกินไปเท่านั้น นางไม่ได้มีความคิดไม่ดี...""ให้นางคุกเข่า ข้าถึงจะฟังเจ้าพูด ถ้านางไม่ทำ ข้าก็จะไปแล้ว" เซียวหลันยวนตัดบทนางเฉินเซียงบอกว่าฟู่จาวหนิงแอบมีชู้กับอันเหนียน เขาจดจำมาโดยตลอด"อ๋องเจวี้ยน เฉินเซียงนางเองก็ป่วย ถ้าไปตากลมหนาวบนพื้น นางจะ...""เช่นนั้นก็ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว"เซียวหลันยวนพูดจบก็หมุนตัวกลับทันทีเฉินเซียงลนลานขึ้นมา "อ๋องเจวี้ยน ข้าจะไปคุกเข่าเดี๋ยวนี้! ท่านโปรดรอก่อน!""เฉินเ