ฟู่จาวหนิงตอนไปกินข้าวที่เรือนหลัก ก็รู้สึกว่าเซียวหลันยวนตอนนี้ดูจะพิถีพิถันเกินไปตอนมาถึงห้องอาหารก็เห็นเขานั่งอยู่หน้าโต๊ะอาหารแล้ว ฝีเท้าก็หนักขึ้นมาเสียอย่างนั้น เดินตึงตึงตึงเข้ามาเซียวหลันยวนได้ยินเสียงฝีเท้าของนางนานแล้ว ตอนที่นางนั่งลงก็ตักน้ำแกงให้นาง วางไว้ตรงหน้านางเรียบร้อยฟู่จาวหนิงเดิมทีคิดจะพูดปะทะอะไรกับเขาหน่อย ผลคือพอเห็นอาหารน่ากินเต็มโต๊ะก็ลืมไปแล้วเรียบร้อย"ปลากระรอก? นี่มันเห็ดอะไรกัน? ดมแล้วถึงได้หอมประหลาดขนาดนี้"ตอนที่นางพูดสองคำนี้ เซียวหลันยวนก็คีบเนื้อปลา คีบเห็ดมาให้นางแล้ว"ปลาส่งมาจากหมู่บ้าน ปลาตกจากลำธารในเขาลึก เนื้อจึงหอมหวาน เจ้าลองชิมดู""เห็ดนี้ก็เก็บมาจากในภูเขา เจาจำผู้เฒ่ากู้ที่เก็บหินเดิมพันหินได้ไหม?"ฟู่จาวหนิงงงงันขึ้นมา "จำได้สิ"ผู้เฒ่ากู้ในหมู่บ้านที่ตระกูลฟางอยู่ทางนั้นสินะ นางตอนนั้นยังไปเดิมพันหินกันอยู่เลย ในบ้านยังเก็บหินหยาบมรกตเอาไว้อีกด้วย"ปลากับเห็ดเป็นเขาที่ส่งมาให้ ถือเป็นการเอาใจอย่างหนึ่งนั่นล่ะ เขาเตรียมจะมาเปิดร้านในเมือง บอกว่าของพวกนี้ส่งมาให้เจ้า" เซียวหลันยวนเอ่ยขึ้น"นี่คือการหาที่พึ่งล่วงหน้าหรือ?"
น่าจะเพราะคนของเผ่าเฮ่อเหลียนได้ยินความลับอะไรบางอย่างจากคนของลัทธิเทพทำลายล้าง แม้พวกเขาไม่อยากจะร่วมลัทธิเทพทำลายล้าง แต่ก็หวั่นไหวต่อความลับนั้นเสียแล้วกระทั่งต้องออกปฏิบัติการ"เผ่าเฮ่อเหลียนคุกคามแคว้นเจา องค์จักรพรรดิไม่มีทางยอมแน่""เช่นนั้นก็เจรจาไม่สำเร็จหรือ?""ขุนพลทางนี้ยังพูดเรื่องเฮ่อเหลียนเฟยต่อ คนในเมืองตอบโต้กลับมาว่า พวกเขาตรวจสอบชัดเจนแล้ว เฮ่อเหลียนเฟยไม่ใช่สายเลือดของราชาเฮ่อเหลียน ฮูหยินรองนำสายเลือดราชาออกไปมั่ว ลอบคบชู้กับคนอื่น ทรยศต่อราชาเฮ่อเหลียน ถูกราชาเฮ่อเหลียนสังหารด้วยมือตนเองไปแล้ว""พรวด! อะไรนะ?"ฟู่จาวหนิงพอได้ยินหน้าก็เปลี่ยนสี"ฮูหยินรอง ก็คือแม่ของเสี่ยวเฟย เสี่ยเฟยออกมาได้ไม่เท่าไร นางก็ถูก่ลดขั้นลงมาเป็นฮูหยินรอง มีคนขึ้นไปแทนที่แล้ว" เซียวหลันยวนตอบเรื่องนี้เขาเองก็ไม่คิดจะบอกกับเฮ่อเหลียนเฟย ก็เพราะยังคิดไม่ออกว่าจะบอกเขาอย่างไรไม่ว่าอย่างไรก็ตาม นั่นก็เคนที่เรียกเขาว่าพี่เขยนะยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นน้องชายของฟู่จาวหนิงอีก"ข้าเองก็เพิ่งได้จดหมายเมื่อสองวันก่อน อันที่จริงก็เตรียมจะบอกกับเจ้าแล้ว""ดังนั้น แม่ของเสี่ยวเฟยก็ตายแล
ฟู่จาวเฟยพอฟังคำพูดของเซียวหลันยวนจบก็นิ่งงันไปนานเขานั่งอยู่ที่นั่น ก้มหน้าลงต่ำ มองมือของตนเองบนมือมีรอยแผลเป็นเล็กๆ อยู่รอยหนึ่งรอยแผลเป็นนั้นสมัยเขายังเด็กตอนที่ท่านพ่อไม่ยอมมาหาท่านแม่อยู่ตลอด จึงจงใจลวกมือของเขา ท่านพ่อจึงยอมมาดูเขา คืนนั้นเขาก็มาอยู่กับท่านแม่ ส่วนเขาถูกคนใช้พาออกไปต่อมาท่านแม่มาดูเขา กอดเขาขอโทษเขา บอกว่านางไม่มีทางเลือกนางบอกว่าความหวังยิ่งใหญ่ที่สุดของนางคือให้กำเนิดน้องชายคนหนึ่งกับเขาตอนนั้นฟู่จาวเฟยยังคิดว่านางอยากจะมีลูกเพิ่มอีกสองสามคน แต่ตอนนี้พอคิดขึ้นมาจึงเข้าใจ เพราะว่านางกลัวว่าวันหนึ่งเรื่องที่เขาไม่ใช่ลูกชายแท้ๆ ของราชาเฮ่อเหลียนแดงขึ้นมา เช่นนั้นนางก็จะไม่ได้รับการเอ็นดูแล้วนางอยากจะตั้งครรภ์สายเลือดของราชาเฮ่อเหลียนจริงๆ ขึ้นมาและไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หลายปีมานี้นางก็ทำไม่สำเร็จเสียทีตอนนี้ก็ยังตายไปเพราะเรื่องนี้"ข้าให้คนคิดวิธีแฝงตัวเข้าไปในเมืองหูแล้ว จะเอาศพของนางออกมา ถึงตอนนั้นจะหาสถานที่ที่ฮวงจุ้ยดีดีนอกเมืองหูแล้วฝังนางให้ ตั้งป้ายหลุมศพ หลังจากนี้เจ้าก็กลับไปกราบไหว้หรือจะย้ายหลุมศพนางก็ได้ทั้งนั้น"เซียวหลันยวนมองฟ
"ดังนั้นถือโอกาสนี้ ถือว่าเจ้าตัดขาดความสัมพันธ์นี้กับเผ่าเฮ่อเหลียนเสีย หลังจากนี้เจ้าจะเป็นแค่ฟู่จาวเฟย ไม่ใช่เฮ่อเหลียนเฟยอีกแล้ว ญาติของเจ้าคือท่านปู่กับพี่สาว" เซียวหลันยวนพูดถึงตรงนี้ก็ชะงักไป แล้วเพิ่มต่อว่า "แล้วก็ยังมีพี่เขยด้วย มีพวกเราอยู่ เจ้าก็จะไม่โดดเดี่ยวอยู่คนเดียว แล้วจะกลัวอะไร? มีเรื่องอะไรก็มาบอกกับข้า""ขอบคุณพี่เขย"อืม เด็กดี เรียกเขาว่าพี่เขยมาหลายคำแล้ว บอกขอบคุณพี่เขยมาหลายรอบแล้วเซียวหลันยวนรู้สึกว่าเด็กคนนี้ใช้ได้อยู่หลังจากนี้ก็พาเขาออกไปบ่อยๆ ก็พอแล้ว มีเรื่องอะไรก็สอนเขา ชุบเลี้ยงเข้า?ฟู่จาวหนิงในเมื่อส่งเรื่องนี้ให้กับเซียวหลันยวน เช่นนั้นก็คือไม่คิดว่าจะมาคอยดูเขาเรื่องเกิดขึ้นไปแล้ว ทำได้แค่ให้ฟู่จาวเฟยไปจัดการทำความเข้าใจด้วยตนเองนางซ้อมชกมวย อาบน้ำ เตรียมจะไปอ่านตำราแพทย์ เซียวหลันยวนจึงเข้ามา"ท่านอ๋อง"หงจั๋วกับเฝิ่นซิงด้านนอกพอเห็นเซียวหลันยวนเข้ามาก็ยินดี รีบเข้าไปคารวะพร้อมกันทั้งสองกำลังจะเงยหน้า ก็ได้ยินเสียงต่ำของเซียวหลันยวน "ก้มหน้าไว้""เจ้าค่ะ" สาวใช้สองคนประหลาดใจหน่อยๆ แต่ท่านอ๋องพูดเช่นนี้แล้ว พวกนางเองก็ไม่กล้าเงยหน้
เซียวหลันยวนเม้มปาก"ท่านคืนนี้ถ้าไม่พูดให้ชัดเจน ก็เลิกคิดที่จะพักที่นี่ได้เลย"ฟู่จาวหนิงร้องเชอะ "ถึงแม้ที่นี่จะเป็นจวนอ๋องเจวี้ยน แต่ว่าเรือนเจียนเจียนี้ท่านขีดให้ข้าไว้แล้ว คนที่ใช้อำนาจได้ชั่วคราวก็คือข้า ท่านเห็นว่าที่นี่เป็นที่ไหนกัน นึกจะมาก็มาจะไปก็ไป?"มีสุนัขที่ไหนทำตัวแบบนี้บ้าง"ข้าก็หน้านี้ก็แค่รู้สึกว่าตนเองน่าเกลียดขนาดนี้แล้ว ถ้าคอยดึงเจ้าไว้ข้างกายก็คงไม่ดีเท่าไรนัก หลังจากนี้ถ้าหากคนข้างนอกเห็นใบหน้าของข้า ไม่รู้ว่าจะมีคำพูดไม่น่าฟังขนาดไหนทะลักกันเข้ามา"เซียวหลันยวนถอนหายใจ "ถึงตอนนั้นเจ้าที่เป็นพระชายาอ๋องเจวี้ยนก็คงจะต้องรับผลกระทบอย่างมาก พวกเขาจะพูดกันว่าเจ้าน่าเวทนาน่าสงสาร และจะหัวเราะเยาะเจ้า ที่มาแต่งงานกับสามีที่ใบหน้าเลวร้ายขนาดนี้"ฟู่จาวหนิงขมวดคิ้วนางคิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะคิดเช่นนี้"ดังนั้นหลายวันก่อนหน้านี้ข้าก็เอาแต่คิดอยู่ตลอด ว่าจะเห็นแก่ตัวแบบนี้ได้ไหม หรือควรจะปล่อยให้เจ้าไปได้แล้ว?""ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ทำไมถึงเปลี่ยนความคิดแล้วล่ะ?" ฟู่จาวหนิงถามเซียวหลันยวนมองนาง นางที่นั่งอย่างดื้อรั้นอยู่หลังโต๊ะหนังสือ งดงามขึ้นเป็นพิเศษอย่างเห็นไ
"พระชายา ท่านอ๋องทำไมถึงไปเสียแล้วล่ะ? เขาเพิ่งจะบอกว่าคืนนี้จะพักที่เรือนเจียนเจียนี่"ฟู่จาวหนิงเหลือบมองนางผาดหนึ่ง "สทำไม ที่นี่เจ้าเป็นคนตัดสินใจหรือว่าข้าเป็นคนตัดสินใจกัน?"หงจั๋วตกตะลึง รีบเอ่ยขึ้นว่า "ไม่ใช่เช่นนั้น ข้าน้อยผิดไปแล้ว ในเรือนเจียนเจียแน่นอนว่าต้องพระชายาเป็นคนตัดสินใจ""ก็แค่นั้นนี่?"ฟู่จาวหนิงโบกไม้โบกมือ "เอาล่ะ พวกเจ้าเองก็ไปพักผ่อนได้แล้ว ไม่ต้องคอยปรนนิบัติหรอก""เจ้าค่ะ"หงจั๋วถอยออกไปเฝิ่นซิงดึงนาง เอ่ยขึ้นเสียงต่ำ "ข้าเองก็ดึงเจ้าไม่ทัน เจ้าเองเห็นว่าพระชายาของพวกเราใจดีเกินไปแล้วหรือ ดังนั้นถึงค่อยๆ ลืมฐานะของตัวเองไปแล้ว? พระชายาไม่ให้ท่านอ๋องอยู่ด้วย มันใช่เรื่องที่เจ้าจะไปถามได้รึ?"นี่เป็นเรื่องของนายท่านทั้งสองเขา พวกนางยุ่งมากเกินไปไหม?หงจั๋วเองก็รู้สึกว่าเมื่อครู่นี้ ท่าทางของฟู่จาวหนิงทำเอานางรู้สึกใจสั่นตุ้มต่อมหน่อยๆ"ข้าได้ใจเกินไปแล้ว"พระชายาปกติก็ใจกว้างใจดีกับพวกนางมากแล้ว"ไปเถอะ พระชายาให้พวกเราไปพักผ่อน พวกเราก็กลับห้องเถอะ อย่ารบกวนนางเลย"ฟู่จาวหนิงไม่ได้ยินการเคลื่อนไหวภายนอกแล้ว จึงส่ายหัวขึ้นมาอันที่จริงนางเองก็ไ
ฮูหยินใหญ่โม่เมื่อวานนี้จงใจให้คนไปตรวจสอบเรื่องของตระกูลเริ่นมาไม่น้อย เตรียมว่าวันนี้จะเข้ามาพูดมาคุยกับฟู่จาวหนิงเสียหน่อยแต่ฮูหยินหลิ่วกับฮูหยินจางไม่ค่อยคุ้นเคยกับฟู่จาวหนิง จึงรู้สึกระมัดระวังตัวหน่อย กลัวว่าพูดเรื่องพวกนี้ขึ้นมาแล้วมาแล้วนางจะไม่ชอบแต่ฟู่จาวหนิงก็ถามมาอย่างสนใจ "ตระกูลเริ่นมีอะไรน่าสนใจหรือ?""เมื่อวานหลังจากที่เริ่นหมิ่นเซียงคนนั้นกลับไป ตระกูลเริ่นก็ทะเลาะกันใหญ่โตขึ้นมา นางไม่ใช่ว่ามีพี่สาวอีกหลายคนหรอกหรือ? หรือก็คือลูกของภรรยาคนแรกตระกูลเริ่น พวกเขาบอกว่าด้านนอกมีคนไม่น้อยกำลังพูดถึงเริ่นหมิ่นเซียง" ฮูหยินใหญ่โม่กลั้นหัวเราะ "เห็นว่าคนพวกนั้นด่าว่านางหน้าไม่อาย""อืม นั่นข้าให้คนออกไปด่าเอง" ฟู่จาวหนิงก็ยอดรับอย่างหน้าชื่นตาบานนี่ไม่มีเรื่องอะไรที่ยอมรับไม่ได้นี่"ได้ยินว่าพระชายายังจ่ายเงินจ้างคนด้วย?" ฮูหยินใหญ่โม่ถามขึ้น"ใช่เลย" ฟู่จาวหนิงพยักหน้า "หนึ่งคนสิบตำลึง"ฮูหยินหลิ่วกับฮูหยินจางเดิมทีก็รู้สึกระแวดระวังอยู่ แต่พอฟังถึงจุดนี้ พอเห็นสีหน้าฟู่จาวหนิงก็ดูแอบเกเรอยู่ จึงหัวเราะขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่พระชายาอ๋องเจวี้ยนแตกต่างกับที่พวกนางจิน
ฟู่จาวหนิงไม่รู้เลย หลายวันนี้ที่พูดถึงเรื่องการเดินทางขององค์หญิงหนานฉือ พูดถึงเรื่องที่หวางต้าหลางกับผู้ตรวจการอันไปต้อนรับ เซียวหลันยวนเองก็ไม่ได้พูดเลยสักคำ"ข้าไม่รู้" นางตอบ"ได้ยินว่าคนผู้นั้นเล่าเรียนมามากมายบนยอดเขาโยวชิง คิดว่าอ๋องเจวี้ยนคงจะพูดกับเขา" ฮูหยินหลิ่วอธิบายอย่างเขินอายฟู่จาวหนิงไม่รู้อะไรเลย นั่นเป็นเพราะอ๋องเจวี้ยนไม่ได้บอกนางอาจจะเพราะความรู้สึกฉันท์สามีภรรยาของพวกเขายังไปไม่ถึงไหน? เรื่องที่ในเมืองพูดกันว่าอ๋องเจวี้ยนยกพระชายาอ๋องเจวี้ยนไว้ในใจแล้วเป็นเรื่องโกหกหรือ?"อ๋องเจวี้ยนถ้าฟังออกก็ยิ่งดีเลย" ฮูหยินใหญ่โม่เอ่ยขึ้น "อย่างน้อยก็คงจะไม่เหมือนกับฟังหนังสือจากสวรรค์ที่คนธรรมดาฟังไม่ออกหรอก""อืม" ฟู่จาวหนิงพยักหน้า"พระชายาอ๋องเจวี้ยน ฮูหยินหลิ่วกับฮูหยินจางล้วนไม่ค่อยสบายกัน ทรมานมากว่าหนึ่งปีแล้ว ไปหาหมอก็ไม่ได้ ท่านช่วย..."ฮูหยินใหญ่โม่พอเอ่ยเรื่องนี้ขึ้น ฮูหยินทั้งสองคนก็หน้าแดงเล็กน้อยเพราะอาการป่วยของพวกนางมันน่าอายอยู่หน่อยๆ"ข้าจะช่วยทั้งสองท่านดูให้""ข้าก่อนดีไหม?" ฮูหยินหลิ่วตอนนี้ร้อนรนขึ้นมาแล้ว เพราะนางเองก็ทรมานมากฮูหยิงใหญ่โ
จากนั้นนางก็ร้อนรนขึ้นมา รีบพลิกค้นของด้านใน แต่ไม่ว่าจะพลิกอย่างไร กล่องใบนั้นก็หายไปแล้ว!พอเห็นท่าทางของเฉินเซียง องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นก็หน้าเปลี่ยนสีทันที"มีอะไรหรือ?""ของหายไปแล้วเจ้าค่ะ!"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลุกพรวดขึ้นมา เดินโซซัดโซเซเข้าไป และรื้อคนพลิกหาด้วยเช่นกัน"หายไปได้อย่างไรกัน? ข้าเห็นเจ้าเอามาใส่ในกล่องนี้แล้วแท้ๆ!""นั่นสิ ข้าน้อยวางมันไว้ในนี้จริงๆ แล้วยังลงกลอนไว้อีก หลังจากลงกลอนแล้วก็ไม่ได้เปิดออกอีกเลย แล้วมันหายไปได้อย่างไรกัน?"เมื่อครู่นางเองก็หยิบกุญแจปิ่นปักผมออกมาเปิดกลอน ไม่มีร่องรอยถูกแตะต้องเลย!"รีบหาดูให้ทั่ว"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลนลานมาก สิ่งของไม่ใช่แค่นางต้องการนำไปเจรจาเงื่อนไขเท่านั้น แต่สำหรับอ๋องเจวี้ยนแล้วยังสำคัญมากอีกด้วย ถ้าหากมาหายในมือนาง แล้วอ๋องเจวี้ยนรู้เข้าภายหลัง แล้วนางจะทำอย่างไรกัน?นายบ่าวทั้งสองรื้อค้นในห้องกันเลเเทะ ค้นหาทุกซอกทุกมุม แต่ก็หาไม่พบ"จะต้องถูกหมอเทวดาฟู่เอาไปแล้วแน่ นางเคยเข้ามาในห้องพวกเรา" เฉินเซียงร้องขึ้นมา "ที่นี่มีแต่คนของนาง คนเหล่านั้นล้วนช่วยเหลือนาง ตอนที่พวกเรากลับมาจะต้องถูกคนเห็นแล้วแน่..."
"เฉินเซียง ข้าจะทำอย่างไรดี?"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นทำได้เพียงงึมงำถามเฉินเซียง ท่านทีของอ๋องเจวี้ยน กับความเย็นชาของฟู่จาวหนิง เส้นทางที่จะเข้าไปในจวนอ๋องเจวี้ยนก็ผ่านไปไม่ได้แล้วนางทำมาถึงจุดนนี้แล้ว จะให้ต้องตกต่ำลงไปอีกนั้นมันก็มากเกินไปยิ่งไปกว่านั้นต่อให้นางจะตกต่ำเรี่ยดิน อ๋องเจวี้ยนเองก็ไม่แน่ว่าจะหวั่นไหว เขามันไร้อารมณ์เกินไปเฉินเซียงนั่งอยู่บนเกาอี้ งอตัวค้อมลงมา ที่โดนฟู่จาวหนิงเตะไปเมื่อครู่ นางรู้สึกว่าตนเองตอนนี้ไม่ดีขึ้นได้เลย ความเจ็บปวดบนร่างกาย ทำให้ในใจนางยิ่งรู้สึกชิงชัง"องค์หญิงใหญ่ ในเมื่ออ๋องเจวี้ยนไร้ความรู้สึกเช่นนี้ เช่นนั้นพวกเราก็ปล่อยวางเถิด จากที่ข้าน้อยเห็น บางทีอ๋องเจวี้ยนในแคว้นเจาก็เหมือนจะปกป้องตัวเองลำบากอยู่ จักรพรรดิแคว้นเจาคิดจะเล่นงานเขาตลอดเวลา ดังนั้นเขาจึงไม่กล้ารับปาก เพราะเดิมทีเขาก็ไม่มีฝีมืออยู่แล้ว!"เฉินเซียงรู้สึกว่าตอนนี้พูดแย่ๆ กับอ๋องเจวี้ยนแล้ว ยังทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย"ขนาดเขาตอนนี้ยังไม่กล้าปลดหน้ากากลงเลย น่าจะเพราะใบหน้าของเขามันพังยับจนไม่เหลือสภาพแล้วจริงๆ ไม่กล้าจะให้องค์หญิงใหญ่เห็น เขารู้สึกด้อยค่า ใช่แล้ว
หยวนอี้เข้าใจความหมายของนางขึ้นมาทันทีเขาไม่มีตกตะลึงเลยแม้แต่น้อยแม้ฟู่จาวหนิงจะยังสวมหน้ากาก โผล่มาเพียงตาคู่เดียว แต่เขาก็ยังรู้สึกว่านางมีแรงมาก"ข้าเป็นลูกมือให้ท่านได้จริงๆ นะ ที่นี่ไม่ใช่ว่าขาดกำลังคนอย่างหนักอยู่หรือ?"หยวนอี้ยังอยากจะเสนอตัวเองอยู่"ข้าทำนาได้ปลูกต้นไม้ได้ แล้วก็มีพละกำลัง แต่ไม่ใช่แบบพวกคนไร้ความสามารถนะ พวกงานที่ต้องใช้แรงให้ข้าจัดการได้เลย ในเมื่อที่นี่ขาดคน เช่นนั้นมีคนตัวใหญ่อย่างข้าที่นี่ ไม่ใช้ก็น่าเสียดายนะจริงไหม?""ไม่กล้ารบกวนท่านทูตจากแคว้นหมิ่นหรอก" ฟู่จาวหนิงพูดจบก็หมุนตัวเข้าเรือนไปไป๋หู่ขวางหยวนอี้ไว้ เขาเองก็เข้าไปไม่ได้ ทำได้แค่มองแผ่นหลังของฟู่จาวหนิงอย่างเสียดาย ถอนหายใจออกมา"คุณชายหยวนถ้าหากพุ่งเป้ามาหาจาวหนิงจริง เช่นนั้นก็ล้มเลิกความคิดเสียเถอะ" ฟู่จิ้นเชินเอ่ยขึ้น"คุณชายฟู่ เรื่องนี้ก็น่าจะพูดกับท่านได้กระมัง? อันที่จริงสำหรับพระชายาอ๋องเจวี้ยนแล้ว ก็อาจจะเป็นเรื่องดีด้วยก็ได้""เป็นเจตนาของแคว้นหมิ่น หรือว่าของตัวท่านเองกันล่ะ?""ตอนแรกก็เป็นของตัวข้าเอง แต่ข้าก็กล่อมจักรพรรดิแคว้นของพวกเราไปแล้ว เขาเองก็ฟังเสียงของข้าอ
"ขอบคุณที่ชม"ฟู่จาวหนิงถามกลับอย่างมั่นคง ไม่ได้มีอารมณ์รู้สึกรู้สาอะไรกับคำชมประโยคนี้ของเขาเลย กระทั่งไม่มีอาการตกตะลึงอีกด้วยนี่ทำให้หยวนอี้รู้สึกเกินคาดขึ้นมาเขายังคิดว่าจะทำให้อารมณ์ของฟู่จาวหนิงเปลี่ยนแปลงได้บ้างภายใต้สถานการณ์ที่ตกตะลึงนี้ คิดว่านางจะพูดอะไรออกมาสักประโยคหนึ่งแล้วทำให้เขาเข้าใจความคิดของนางได้อย่างชัดเจนคิดไม่ถึงว่าเขาที่ทำตัวประหลาดออกมา แต่นางกลับนิ่งแบบนี้"ดูท่าหมอฟู่จะได้ยินคำชมมาจนชินแล้วสินะ" หยวนอี้เอ่ยขึ้นฟู่จาวหนิงเองก็ไม่ได้ตอบประโยคนี้ของเขา แต่กลับพิจารณาเขาทั้งตัวหยวนอี้ถูกนางมองจนยืดอกขึ้นด้วยสัญชาตญาณ ยืนตรงแน่วขึ้นมา"ท่านชื่อหยวนอี้ใช่ไหม?" ฟู่จาวหนิงถาม"ขอรับ""ลูกชายหยวนกังทูตแคว้นหมิ่น หยวนอี้ที่ตอนนี้ควรจะคอยสอนขุนนางเกษตรเพาะปลุกอยู่ในเมืองหลวงนั่นน่ะนะ?" ฟู่จาวหนิงพูดออกมาอย่างชัดถ้อยทุกคำหยวนอี้นิ้งค้างไปไม่ใช่สิ นางรู้จักเขาด้วยหรือ?เขาเองก็เลี่ยงพวกหมอหลวงที่รู้จักเขาแล้ว แทบจะพูดได้ว่าซ่อนตัวทั้งคืนเลยทีเดียว ตอนที่เข้ามาก็หลบเลี่ยงคนจากเมืองหลวงที่รู้จักเขาพวกนั้น เตรียมคำพูดเอาไว้เยอะมาก คิดว่าจะพูดอะไรกับฟู่จ
หยวนอี้ตอนที่เข้ามาก็เห็นกับภาพที่ 'สับสนอลหม่าน' นี้เขาประกายตาแล่นวาบ กำลังจะเข้าไปในประตูวงกลม ไป๋หู่ก็หมุนตัวมามองเขา "ช้าก่อน"หยวนอี้โบกไม้โบกมือ "สหายไป๋หู่""อย่าเข้าใกล้นัก เหมือนข้าเคยบอกท่านไว้แล้ว ที่นี่ท่านห้ามเข้าไป" ไป๋หู่เอ่ยขึ้นฟู่จิ้นเชินออกมาจัดการความวุ่นวายนี้ ให้ป้าหนิวป้าหลี่มาช่วยประคององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเข้าไปในห้องเฉินเซียงกลับไม่มีใครสนใจ"พวกเจ้ารังแกกันเกินไปแล้ว..."เฉินเซียงดิ้นรนอยู่พักหนึ่งถึงลุกขึ้นมาได้ นางรู้สึกว่าอวัยวะภายในตนเองปวดร้าวไปหมดเท้าของฟู่จาวหนิงแรงหนักขนาดนี้เชียว!นางไม่เป็นวรยุทธ์เลยจริงหรือ?แต่ว่าฟู่จาวหนิงทำไมถึงกล้า กล้าเตะนางขนาดนี้!สายตาของหยวนอี้เก็บกลับมาจากตัวองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นที่ถูกประคองเข้าห้อง หันไปตกอยู่บนตัวเฉินเซ๊ยงแทน ใต้ตาเกิดความสนใจขึ้นมา"แม่นางไปยั่วหมอฟู่อย่างไรกันเนี่ย?"ฟู่จาวหนิงมองเขา ถามไป๋หู่ว่า "นี่ใครหรือ?""บอกว่าชื่อหยวนอี้ ติดตามหมอหลวงคนหนึ่งเข้ามา อยากจะมาช่วยเหลือที่เมืองเจ้อขอรับ" ไป๋หู่บอกกับฟู่จาวหนิงฟู่จิ้นเชินเดินมาอยู่ข้างๆ ฟู่จาวหนิง กดเสียงลงต่ำ "รู้สึกเหมือนเขาน่าสงสัย
เซียวหลันยวนหมุนตัวจากไปองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นมองแผ่นเหลังเขา จะอย่างไรก็ตั้งสติกลับมาไม่ได้เฉินเซียงเห็นว่าการสนทนาขององค์หญิงใหญ่พังทลายลงแล้ว สีหน้าก็ลนลานขึ้นมา รีบลุกขึ้นมาไล่ตามเซียวหลันยวนไป"อ๋องเจวี้ยน! ท่านทำเช่นนี้ไม่ได้!" หมอเทวดาฟู่วางยาอะไรใส่ท่านใช่ไหม ท่านทำไมถึงได้ใจดำขนาดนี้?นางยังไม่ทันพุ่งออกจากประตูวงกลม ก็ถูกไป๋หู่ฟาดกลับมาไป๋หู่ยังใช้แค่กำลังภายในด้วย แต่ห้ามไม่ให้นางออกไป ไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายนางแต่เฉินเซียงก็ทรุดตัวลงบนพื้น แค่รู้สึกว่าเจ็บเข่าเจ็บก้น มือก็เจ็บ หัวก็ปวดไปหมดนางร้องไห้ออกมา "พวกเจ้าจะมารังแกองค์หญิงใหญ่ของพวกเราแบบนี้ไม่ได้ นางเป็นองค์หญิงใหญ่ที่มีโชคมากที่สุดในต้าชื่อนะ"เซียวหลันยวนเดินไปไกลแล้ว ไม่หันหลังกลับมาไป๋หู่ยืนอยู่ที่ประตูวงกลม มององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นที่นั่งเหม่อลอยอยู่บนพื้น เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ "องค์หญิงใหญ่กลับห้องไปเถิด"จะว่าไปเขาเองก็เป็นคนต้าชื่อเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินเรื่ององค์หญิงใหญ่มามากตอนนี้พอเห็นองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตกต่ำจนน้ำตานองหน้า เขาก็รู้สึกซับซ้อนขึ้นมาหน่อยๆแต่ว่า องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ
หญิงสาวที่น่าสงสาร ตอนเด็กๆ เขาเห็นในวังหลังมาแล้วไม่น้อย มีภูมิคุ้มกันไปนานแล้ว"ข้าไม่ได้จะแย่งชิงอะไรกับหมอเทวดาฟู่ ถ้าเราแต่งกันหลอกๆ ได้ไหม? ข้าแค่ต้องการหาที่ไปเท่านั้น แค่อยากให้ท่านคอยปกป้องข้าไม่กี่ปี ถ้าห้าปีไม่ได้ล่ะก็ สามปีก็พอ"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเห็นเซียวหลันยวนไม่พูดจา จึงหดเวลาลงมาอีก"สามปีนี้ ข้าแค่แบกชื่อพระชายารองไว้ในนามเท่านั้น พออยู่ภายนอกก็ขอให้ท่านอ๋องเล่นละครกับข้าหน่อย แสร้งเป็นสามีภรรยา สามารถปกป้องข้าได้ ในจวนอ๋อง ข้ารับรองว่าจะทำตามหน้าที่ตนเอง เลี่ยงท่านอ๋องให้ห่าง ไม่คิดอะไรเกินเลย""เป็นถึงองค์หญิงใหญ่ต้าชื่อ แต่คิดจะเอาตัวเองไปไว้ในจุดต่ำตมหรือ?" เซียวหลันยวนถาม"อ๋องเจวี้ยนโปรดเมตตา"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นน้ำตาไหลพราก "ข้าไม่มีทางเลือกแล้ว ข้าเอาของให้ท่านได้ ยิ่งไปกว่านั้น โชคของข้าก็ดีมาโดยตลอด ถ้าเป็นพระชายารองอ๋องเจวี้ยนในนาม จะต้องช่วยเหลือท่านอ๋องได้แน่ ไม่ว่าท่านอ๋องจะทำอะไร ก็จะยิ่งราบรื่น ผลลัพธ์สมปรารถนา""องค์หญิงใหญ่มั่นใจกับโชคของตนเองขนาดนี้เชียว?" เซียวหลันยวนได้ยินคำนี้ก็อดนึกขันขึ้นมาไม่ได้"โชคจุดนี้ข้ามีอยู่ ท่านเองก็เชื่อข้าได
เซียวหลันยวนมององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นและไม่รู้ว่านางทำไมถึงพูดว่า 'เขาเอามาเองไม่ได้' ออกมา"แล้วของนั่นมันคืออะไรกัน?" เขาถามขึ้นองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลนลานขึ้นมานางรู้ที่ไหนว่าสิ่งนั้นคืออะไร? มันคือกล่องที่เปิดไม่ได้ แล้วก็มองไม่เห็นว่าด้านในมีอะไรนี่นา?"ตอนนี้ข้ายังบอกท่านไม่ได้ แต่สำคัญกับท่านมากแน่นอน""เจ้าไม่บอกว่าคืออะไร แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่ามันจริงหรือไม่จริง? จะว่าไป เจ้าบอกว่าเจ้าฝันเห็นอนาคตได้ นี่มันก็ดูเหลวไหลเกินไปนะ ข้าควรจะเชื่อเรื่องนี้ด้วยไหม?""เรื่องจริงนะ เพราะข้าฝันเห็นแบบนั้น ตอนเด็กๆ ได้พบกับเจ้าอารามยอดเขาโยวชิง เขาบอกว่า ข้าเป็นตัวเลือกที่เหมาะจะเป็นพระชายาของท่านมาก! แล้วยังชี้แนะข้า ให้ข้าเติบโตอย่างดีในสุสานจักรพรรดิ ถ้ายังไม่ถึงเวลาสำคัญอย่าเพิ่งกลับเมืองหลวง"เซียวหลันยวนก็เชื่อคำพูดของนางอยู่ เจ้าอารามยอดเขาโยวชิงอาจจะพูดเหล่านี้กับนางก็ได้ยิ่งไปกว่านั้น ท่านหูที่คุยถ่ายทอดคำพูดเจ้าอารามมาตลอดก็พูดอะไรทำนองนี้แต่เขาไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตนี้ต้องไปผูกอยู่บนตัวหญิงสาวคนหนึ่งเลยบางทีอาจจะได้ แต่คนคนนั้นก็อาจจะไม่ใช่คนที่เขากำหนด อย่างจาวหนิง
นางอยากจะให้เซียวหลันยวนไม่พอใจตัวฟู่จาวหนิงเสียเหลือเกินแต่พอสิ้นเสียงนาง เซียวหลันยวนก็หันมามองนาง แม้จะสวมหน้ากากอยู่ แต่เฉินเซียงจู่ๆ ก็สัมผัสได้ว่านางถูกสายตาที่เย็นเยียบแหลมคนฆ่าตายไปแล้วนางใจสั่นวาบ จู่ๆ ก็รู้สึกเสียใจกับคำพูดเมื่อครู่ที่พูดไป แต่ก็สายไปแล้วนางได้ยินคำพูดเย็นชาของเซียวหลันยวนว่า"องค์หญิงใหญ่ถ้าหากมีเรื่องจะคุยกับข้า ก็ให้ทาสของเจ้าไปคุกเข่าอยู่ตรงนั้นก่อน"เซียวหลันยวนชี้ไปที่กลางสวนคุกเข่าที่นั่น คนป่วยทั้งหมดในห้องข้างฝั่งตะวันตกจะมองเห็นเฉินเซียงถลึงตาโตใส่อย่างไม่อยากเชื่อ"อ๋องเจวี้ยน" องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตกตะลึงไป "เฉินเซียงก็แค่ปกป้องข้ามากเกินไปเท่านั้น นางไม่ได้มีความคิดไม่ดี...""ให้นางคุกเข่า ข้าถึงจะฟังเจ้าพูด ถ้านางไม่ทำ ข้าก็จะไปแล้ว" เซียวหลันยวนตัดบทนางเฉินเซียงบอกว่าฟู่จาวหนิงแอบมีชู้กับอันเหนียน เขาจดจำมาโดยตลอด"อ๋องเจวี้ยน เฉินเซียงนางเองก็ป่วย ถ้าไปตากลมหนาวบนพื้น นางจะ...""เช่นนั้นก็ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว"เซียวหลันยวนพูดจบก็หมุนตัวกลับทันทีเฉินเซียงลนลานขึ้นมา "อ๋องเจวี้ยน ข้าจะไปคุกเข่าเดี๋ยวนี้! ท่านโปรดรอก่อน!""เฉินเ