คนเหล่านี้น่าจะไม่ใช่คนแคว้นเจา!พวกเขาเองก็ไม่รู้วางแผนไว้นานแค่ไหนแล้ว ถึงได้มีคนตั้งมากมายแทรกซึมเข้าไปยังตำแหน่งต่างๆ ในเมืองหลวงของแคว้นเจาได้อย่างเงียบเชียบแบบนี้!ผู้บัญชาการกองธงมู่พ่นลม ฟังแล้วก็รู้สึกหงุดหงิด"แล้วพวกเจ้าล่ะ?"ชายกลุางคนหนึ่งในนั้นที่ดูแล้วมีการศึกษาหน่อยก็ถอนหายใจออกมา มีท่าทางไม่ค่อยยินยอมขึ้นด้วยเช่นกัน"ข้าถูกเปิดโปงอย่างไม่ค่อยเป็นธรรมด้วย! ทั้งหมดเพราะฟู่จาวหนิงคนนั้น!"เฮ่อเหลียนเฟยเงี่ยหูฟังคำพูดของพวกเขา เหมือนจะพูดถึงพี่หญิงหรือเปล่า?"และเพราะก่อนหน้านี้ฟู่จาวหนิงมาซื้อยาที่ร้านยาของพวกข้า ตอนนั้นข้าก็ไม่ได้คิดมาก แค่รู้สึกว่าร้านยามากมายทั่วทั้งเมืองกำลังหัวเราะเยาะเรื่องที่นางไปขุดผักป่าแล้วคิดว่าเป็นยาสมุนไพรเอามาขาย รู้สึกว่าข้าก็ควรจะทำเหมือนคนอื่นๆ หัวเราะเยาะนางไปรอบหนึ่ง"คนชุดดำข้างๆ ก็หัวเราะเสียงเย็นชา"เหมือนเจ้าไม่ได้แค่หัวเราะเยาะนางนะ แต่เจ้ามันบ้ากาม ตอนนั้นพอเจ้าเห็นฟู่จาวหนิงสวยเป็นพิเศษ แล้วยังคิดจะยื่นมือไปลูบนางอีก ยิ่งไปกว่านั้นยังบอกนางว่าถ้านางมาอยู่ด้วยไม่กี่วัน ผู้เฒ่าฟู่ต้องการยาอะไร เจ้าจะประเคนช่วยให้หมด"คนร่
วิธีการของอ๋องเจวี้ยนเวลานี้ คือการบีบให้พวกเขาต้องล้มเลิกความพยายามในช่วงหลายปีนี้ แล้วถอนตัวออกไปจากเมืองหลวงและเพราะอ๋องเจวี้ยนน่ากลัวเกินไป จับจ้องคนเพียงคนเดียว ก็ยังสาวไส้พวกเขาออกมาเป็นพรวนได้!นี่อันตรายเกินไป ทำเอาพวกเขาตอนนี้ไม่กล้าจะเสี่ยงอยู่ต่อแล้วในมืออ๋องเจวี้ยนมีองครักษ์เงามังกร และพลานุภาพก็ยังยิ่งใหญ่มากอย่างเช่นฮวาเหนียง เดิมทีคิดว่าตนเองออกเรือนกับหัวหน้าที่คอยดูแลเจ้าหน้าที่ฝ่ายหุงหาอาหารในค่ายตงต้าเหล่านั้น นี่เป็นงานที่ไม่เลวเลย และไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะไต่เต้าขึ้นไปถึง เขาจะต้องมีเบื้องหลังจึงสามารถเข้าไปในค่ายได้ แล้วหัวหน้าคนนั้นก็ทำได้ดีในค่ายตงต้าอีกด้วยแต่ว่าอ๋องเจวี้ยนก็ยังกล้าไม่สนใจ จัดการส่งองครักษ์เงามังกรเข้าไปจับคนในค่ายตงต้าเลยหัวหน้าในค่ายตงต้าคนนั้นก็ไม่กล้าที่จะขัดขืนดังนั้นพวกเขาจะทำอะไรได้?คนเหล่านี้ถ้าตกไปอยู่ในมืออ๋องเจวี้ยน เกรงว่าคงถูกไต่สวนอะไรออกมาแน่ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องรีบถอนตัวกันก่อนพอได้ยินผู้บัญชาการกองธงมู่พูดเช่นนี้ คนเหล่านี้ก็ไม่กล้ามีความเห็น รีบกระชับเสื้อผ้าหมุนตัวตามพวกองครักษ์ชุดขาวเหล่านั้นออกไป"พี่มู่
ถึงอย่างไรอีกเดี๋ยวเขาก็ตายแล้ว คนตายนั้นพูดไม่ได้"อ๋องเจวี้ยนถ้าหากอยู่ในเมืองหลวง ข้าก็ยังหาโอกาสได้ยาก แต่ถ้าหากเขามาถึงภูเขาหิมะ ขอแค่ข้าทำให้เขาพิษกำเริบ ความหนาวเย็นของภูเขาหิมะนี้จะทำให้เขากระตุ้นพลังวรยุทธ์ไม่ได้เลย แล้วเจ้าว่าเขามาแล้วข้าต้องกลัวไหม?"จ้าวเฉินหลังจากได้ยินก็ตื่นเต้นขึ้นมา "จริงหรือ?""ข้ายังต้องหาเรื่องมาหลอกเจ้าหรือ มีความหมายตรงไหนกัน?""เช่นนั้น ถ้าหากฟู่จาวหนิงแก้พิษเขาได้จะทำอย่างไรกัน?""วิชาแพทย์ของนางไม่ได้ดีถึงระดับนั้น ต่อให้มีจริง นางก็ขาดตัวยา พิษนั่นซับซ้อนมาก จำเป็นต้องใช้ยาแก้หลายชนิดจำนวนมาก ยาแก้พิษอาจจะต้องใช้วัตถุดิบยานับร้อยชนิดเลวทีเดียว ตอนนี้วัตถุดิบยาหลายอย่างขาดแคลน เจ้าคิดว่าการจะหาวัตถุดิบยาให้ครบได้มันง่ายดายนักหรือ?"เขามั่นใจมาก ต่อให้ฟู่จาวหนิงสามารถแก้พิษให้อ๋องเจวี้ยนได้ ตอนนี้เองก็ยังขาดวัตถุดิบยาอยู่จ้าวเฉินถามขึ้นอีก "แต่ว่าอ๋องเจวี้ยนมีองครักษ์เงามังกร""องครักษ์เงามังกรต่อให้เข้ามาก็เหมือนกัน ขอแค่ข้าพูดความลับการติดพิษของอ๋องเจวี้ยนออกไป พวกเขาจะกล้าสังหารข้าหรือ? จากที่ข้ารู้ อ๋องเจวี้ยนตรวจสอบเรื่องนี้มาสิบปีแ
ผู้บัญชาการมู่เดินเข้ามา จากนั้นก็มัดสองขาของเฮ่อเหลียนเฟยไว้แน่น จากนั้นเขาก็หยิบสิ่งของออกมาถุงหนึ่ง พอเปิดออก ด้านในห่อผงฝุ่นที่ดูคล้ายหิมะเอาไว้ผู้บัญชาการมู่สวมถุงมือ หยิบเอาของเหล่านั้นมาทาเชือกบนตัวเขาที่เหลือก็ทาไปบนข้อมือและเสื้อผ้าถ้าไม่ได้เห็นกับตาว่าของสิ่งนี้นำออกมาจากบนตัวเขา เฮ่อเหลียนเฟยก็อาจจะคิดว่าเขาหยิบถุงหิมะออกมาใบหนึ่งของสิ่งนี้ทาไว้บนตัวเขานานขนาดนี้ ก็ยังไม่มีกลิ่นอะไรเลยยิ่งไปกว่านั้นหลังจากทาไปที่เชือก เขาก็เหมือนแค่โดนหิมะบางส่วนมาเปื้อนตัวเท่านั้น มองไม่ออกถึงความผิดปกติตรงไหนเลย"เจ้าทาอะไรให้ข้า? นี่มันคืออะไรกัน?" เฮ่อเหลียนเฟยใจกำลังดำดิ่ง"แน่นอนว่าเป็นของดี" ผู้บัญชาการมู่ขยำถุงกระดาษ จากนั้นก็ยื่นมือขว้างออกไปไกลๆ กระดาษก้อนนั้นก็ตกลงไปก้นเหวเขาหัวเราะ มือที่ใสวมถุงมือหนังกระต่ายก็ตบลงไปบนหน้าของเฮ่อเหลียนเฟย"เจ้าเองก็หน้าตาหล่อเหลา ถ้าไม่ใช่ตัวตนฐานะไม่ถูกต้อง ข้าเองก็สนใจตัวเจ้าอยู่ น่าเสียดาย"เฮ่อเหลียนเฟยรู้สึกในท้องปั่นป่วนขึ้นทันที"ถุด!"เขาออกแรงถ่มน้ำลายไปบนหน้าผู้บัญชาการมู่"ข้าได้ยินแล้ว เจ้าคือคนของต้าชื่อ! ยิ่งไปกว่
เฮ่อเหลียนเฟยถลึงตาโตมองเพดานกระโจมและตามคาด พอมองอย่างละเอียดก็เห็นจุดที่ไม่ถูกต้องด้านบนท่อนไม้หลายท่อนกระทั่งไม้แหลมที่ห้อยแทงลงมาอีกหลายเล่ม!เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไม้แหลมเหล่านั้นถูกผู้บัญชาการมู่ฉาบพิษไว้หรือไม่กระทั่งผ้าที่ตอกไว้ทั้งสี่ด้าน น่าจะเปื้อนพิษไว้แล้วกระมัง?แล้วก็พรมบนพื้นพี่หญิง อย่ามาเด็ดขาด!การเคลื่อนไหวภายนอก ผ่านไปครู่หนึ่งก็หายไปหมดแล้วรอบด้านนิ่งเงียบเป็นเป่าสาก บางครั้งก็มีเสียงลมภูเขาหวีดหวิว นอกจากนี้ด้านนอกก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใดอีกเฮ่อเหลียนเฟยได้ยินเสียงหัวใจเต้นระรัวทั่วตัวเขาเหมือนจะร้อนขึ้นมา ไม่ได้รู้สึกเย็นเลยแม้แต่น้อยตอนนี้ผู้บัญชาการมู่กับจ้าวเฉินพวกเขาจะต้องคอยซุ่มอยู่รอบๆ นี้แน่นอน รอจนพี่หญิงเข้ามาเฮ่อเหลียนเฟยร้อนรนจนปากแทบจะพองท้องฟ้าค่อยๆ มืดลงบนภูเขาหิมะมีแสงหิมะขับเด่น แต่ก็ยังพอฝืนมองเห็นอยู่ไม่รู้ผ่านมานานเท่าไร ตอนที่รอยเท้าแนวนั้นใกล้จะถูกปกคลุม บนถนนภูเขาในที่สุดก็ปรากฎเงาคนร่างหนึ่งฟู่จาวหนิงเดินมานานกว่าจะหาที่นี่เจอในช่วงสุดท้ายที่ลมหิมะจะกลบร่องรอยก็หาเบาะแสพบจนได้รอยเท้าตั้งมากมายขนาดนั้น เล็กใหญ่ไม
ฟู่จาวหนิงกินไปด้วยสังเกตรอบๆ ไปด้วยภูเขาหิมะนี้ต้นไม้ไม่เยอะ แต่หินภูเขากลับมีอยู่พอควร บางส่วนถูกคลุมอยู่ใต้หิมะตอนนี้จุดสูงนูนต่ำรอบๆ บวกกับต้นไม้ที่มีหิมะถมกองอยู่บางส่วน เงามืดโบกไหว มองไม่ออกเลยว่ามีคนซ่อนอยู่ตรงไหนแต่ว่ากระโจมผ้านั่นก็อยู่ตรงกลางของพื้นเรียบว่างผืนหนึ่ง มันดูกะทันหันไปหน่อยดูแล้วเหมือนมีพวกนักล่ามากางเอาไว้ที่นี่เลยถึงอย่างไรหน้าผาอีกด้านก็เป็นป่าทึบผืนใหญ่ ข้ามออกไปก็จะเป็นฟ้าดินที่แตกต่างกันแต่รอยเท้าด้านล่างภูเขาก่อนหน้านี้ ไม่เหมือนกับพวกนักล่าทิ้งเอาไว้ มีคนไม่น้อยเลยที่เข้ามาที่นี่นางเองยังจับต้นชนปลายไม่ถูกถึงแผนการที่อีกฝ่ายพาเฮ่อเหลียนเฟยเข้ามาที่นี่ยิ่งไปกว่านั้น รอยเท้ามากมายขนาดนั้น จะใช่พวกทหารทางการที่บุกเข้าไปจวนตระกูลฟู่แล้วพาเฮ่อเหลียนเฟยเหล่านั้นหรือเปล่า ถ้าหากไม่ใช่ ที่ไหนกันที่ยังมีคนมากขนาดนี้?ฟู่จาวหนิงเคี้ยวเนิบนาบ อันที่จริงกำลังตั้งใจฟังการเคลื่อนไหวรอบๆ อยู่บนเขาเงียบเป็นพิเศษ เงียบจนขนาดที่เสียงลมพัดหิมะเข้ามาก็ยังได้ยินนางได้ยินคนในกระโจมส่งเสียงอาอาแปลกๆ ออกมา ฟังแล้วเหมือนส่งเสียงออกมาลำบากอย่างไรอย่างนั้นไม
แต่จ้าวเฉินที่พูดขึ้นมาตอนนี้มันก็ดูโง่มากจริงๆ เขารู้สึกควรกันไว้ก่อน จะไม่ซ่อนอยู่จุดเดียวกับจ้าวเฉินเขาส่งสัญญาณมือให้จ้าวเฉิน เป็นสัญญาณว่าตนเองจะไปอีกทางหนึ่ง จากนั้นก็ใช้วิชาตัวเบา บินแฉลบออกไปอีกด้านอย่างไร้ซุ่มเสียงตอนที่ร่อนลงชายเสื้อของเขาปัดไปยังกิ่งไม้กิ่งหนึ่งบนกิ่งไม้เดิมทีมีหิมะสุมตัวหนา พอถูกปัดเบาๆ หิมะที่สุ่มอยู่ด้านบนก็ทยอยร่วงลงมาหูของฟู่จาวหนิงขยับเล็กน้อย ครั้งนี้ก็จับได้อีกทิศทางหนึ่งที่นี่คนที่เหลือไว้น่าจะไม่มากเท่าไรนักถ้าหากคนไม่มาก เช่นนั้นพวกเขาก็ต้องเตรียมอะไรไว้ในกระโจมระหว่างทางที่มานางก็ได้กลิ่นของวัตถุดิบยาที่ทำให้ประสาทด้านชาชนิดหนึ่ง แม้กลิ่นจะจางมาก แต่ขณะที่กองหิมะกดกลิ่นสิ่งของอื่นๆ ทั้งหมดลงไป กลิ่นจางๆ เช่นนี้นางก็ยังดมออกมาได้ดังนั้นอีกฝ่ายน่าจะมีคนที่ใช้ยาใช้พิษได้อย่างร้ายกาจฟู่จาวหนิงก่อนหน้านี้กินยาแก้พิษลงไปแล้วเม็ดหนึ่งถัดจากนี้ก็น่าจะเป็นการประลองกันของยาและพิษระหว่างนางกับคนคนนั้นแล้วฟู่จาวหนิงถือขวดสุราไว้ในมือ ในที่สุดก็ลุกขึ้นยืนจ้าวเฉินพวกเขาพอเห็นการเคลื่อนไหวของนาง ในร่างกายก็เหมือนมีเส้นหนึ่งในร่างกายถูกดึ
ฟู่จาวหนิงหลังจากออกมาก็หมอบอยู่ด้านหลังกองหิมะกองหนึ่ง ไม่ขยับเขยื้อนจนผู้บัญชาการกองธงมู่ตื่นตัวกลับมา ตอนที่มองไปทางกระโจมผ้า เขาก็ไม่เห็นว่าที่นั่นมีอะไรผิดปกติไม่สิ!มีอะไรไม่ปกติอยู่!เพราะเขาไม่ได้ยินการเคลื่อนไหวของเฮ่อเหลียนเฟยแล้ว!ก่อนหน้านี้เฮ่อเหลียนเฟยดิ้นรนอย่างร้อนใจมาตลอด แล้วยังพยายามคิดจะแผดเสียงร้องออกมาอีก แต่เขาก็มีการเคลื่อนไหวได้เพียงนิดเดียวเท่านั้น ส่งเสียงร้องออกมาไม่ได้เลยทว่าตอนนี้การเคลื่อนไหวนั้นกลับไม่ได้ยินเสียแล้ว!หรือก็คือ ในกระโจมเงียบเป็นเป่าสาก ไม่มีเสียงใดๆ เลย!นี่เป็นไปได้อย่างไรกัน?เฮ่อเหลียนเฟยที่กำลังร้อนรนตึงเครียดหวาดกลัว ลมหายใจเขาหนักเสียขนาดนั้น ด้วยกำลังภายในของเขาจะต้องได้ยินแน่นอนแล้วทำไมตอนนี้แค่ลมหายใจของเขาก็ยังไม่ได้ยินกัน?หรือว่าเฮ่อเหลียนเฟยสลบไปแล้ว? หรืออาจจะตายไปแล้ว?ในใจผู้บัญชาการกองธงมู่ตื่นตัวขึ้นมา เขาเองก็ทนเงียบต่อไปไม่ไหวแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ฟู่จาวหนิงล่ะ?จ้าวเฉินเองก็รอไม่ไหวเช่นกันเขาออกแรงส่งสัญญาณมือไปทางผู้บัญชาการกองธงมู่ช่างเขาปะไร ตอนนี้ฟู่จาวหนิงก็แค่คนคนเดียว พวกเขาจะกลัวอะไรกัน? พุ่
จากนั้นนางก็ร้อนรนขึ้นมา รีบพลิกค้นของด้านใน แต่ไม่ว่าจะพลิกอย่างไร กล่องใบนั้นก็หายไปแล้ว!พอเห็นท่าทางของเฉินเซียง องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นก็หน้าเปลี่ยนสีทันที"มีอะไรหรือ?""ของหายไปแล้วเจ้าค่ะ!"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลุกพรวดขึ้นมา เดินโซซัดโซเซเข้าไป และรื้อคนพลิกหาด้วยเช่นกัน"หายไปได้อย่างไรกัน? ข้าเห็นเจ้าเอามาใส่ในกล่องนี้แล้วแท้ๆ!""นั่นสิ ข้าน้อยวางมันไว้ในนี้จริงๆ แล้วยังลงกลอนไว้อีก หลังจากลงกลอนแล้วก็ไม่ได้เปิดออกอีกเลย แล้วมันหายไปได้อย่างไรกัน?"เมื่อครู่นางเองก็หยิบกุญแจปิ่นปักผมออกมาเปิดกลอน ไม่มีร่องรอยถูกแตะต้องเลย!"รีบหาดูให้ทั่ว"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลนลานมาก สิ่งของไม่ใช่แค่นางต้องการนำไปเจรจาเงื่อนไขเท่านั้น แต่สำหรับอ๋องเจวี้ยนแล้วยังสำคัญมากอีกด้วย ถ้าหากมาหายในมือนาง แล้วอ๋องเจวี้ยนรู้เข้าภายหลัง แล้วนางจะทำอย่างไรกัน?นายบ่าวทั้งสองรื้อค้นในห้องกันเลเเทะ ค้นหาทุกซอกทุกมุม แต่ก็หาไม่พบ"จะต้องถูกหมอเทวดาฟู่เอาไปแล้วแน่ นางเคยเข้ามาในห้องพวกเรา" เฉินเซียงร้องขึ้นมา "ที่นี่มีแต่คนของนาง คนเหล่านั้นล้วนช่วยเหลือนาง ตอนที่พวกเรากลับมาจะต้องถูกคนเห็นแล้วแน่..."
"เฉินเซียง ข้าจะทำอย่างไรดี?"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นทำได้เพียงงึมงำถามเฉินเซียง ท่านทีของอ๋องเจวี้ยน กับความเย็นชาของฟู่จาวหนิง เส้นทางที่จะเข้าไปในจวนอ๋องเจวี้ยนก็ผ่านไปไม่ได้แล้วนางทำมาถึงจุดนนี้แล้ว จะให้ต้องตกต่ำลงไปอีกนั้นมันก็มากเกินไปยิ่งไปกว่านั้นต่อให้นางจะตกต่ำเรี่ยดิน อ๋องเจวี้ยนเองก็ไม่แน่ว่าจะหวั่นไหว เขามันไร้อารมณ์เกินไปเฉินเซียงนั่งอยู่บนเกาอี้ งอตัวค้อมลงมา ที่โดนฟู่จาวหนิงเตะไปเมื่อครู่ นางรู้สึกว่าตนเองตอนนี้ไม่ดีขึ้นได้เลย ความเจ็บปวดบนร่างกาย ทำให้ในใจนางยิ่งรู้สึกชิงชัง"องค์หญิงใหญ่ ในเมื่ออ๋องเจวี้ยนไร้ความรู้สึกเช่นนี้ เช่นนั้นพวกเราก็ปล่อยวางเถิด จากที่ข้าน้อยเห็น บางทีอ๋องเจวี้ยนในแคว้นเจาก็เหมือนจะปกป้องตัวเองลำบากอยู่ จักรพรรดิแคว้นเจาคิดจะเล่นงานเขาตลอดเวลา ดังนั้นเขาจึงไม่กล้ารับปาก เพราะเดิมทีเขาก็ไม่มีฝีมืออยู่แล้ว!"เฉินเซียงรู้สึกว่าตอนนี้พูดแย่ๆ กับอ๋องเจวี้ยนแล้ว ยังทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย"ขนาดเขาตอนนี้ยังไม่กล้าปลดหน้ากากลงเลย น่าจะเพราะใบหน้าของเขามันพังยับจนไม่เหลือสภาพแล้วจริงๆ ไม่กล้าจะให้องค์หญิงใหญ่เห็น เขารู้สึกด้อยค่า ใช่แล้ว
หยวนอี้เข้าใจความหมายของนางขึ้นมาทันทีเขาไม่มีตกตะลึงเลยแม้แต่น้อยแม้ฟู่จาวหนิงจะยังสวมหน้ากาก โผล่มาเพียงตาคู่เดียว แต่เขาก็ยังรู้สึกว่านางมีแรงมาก"ข้าเป็นลูกมือให้ท่านได้จริงๆ นะ ที่นี่ไม่ใช่ว่าขาดกำลังคนอย่างหนักอยู่หรือ?"หยวนอี้ยังอยากจะเสนอตัวเองอยู่"ข้าทำนาได้ปลูกต้นไม้ได้ แล้วก็มีพละกำลัง แต่ไม่ใช่แบบพวกคนไร้ความสามารถนะ พวกงานที่ต้องใช้แรงให้ข้าจัดการได้เลย ในเมื่อที่นี่ขาดคน เช่นนั้นมีคนตัวใหญ่อย่างข้าที่นี่ ไม่ใช้ก็น่าเสียดายนะจริงไหม?""ไม่กล้ารบกวนท่านทูตจากแคว้นหมิ่นหรอก" ฟู่จาวหนิงพูดจบก็หมุนตัวเข้าเรือนไปไป๋หู่ขวางหยวนอี้ไว้ เขาเองก็เข้าไปไม่ได้ ทำได้แค่มองแผ่นหลังของฟู่จาวหนิงอย่างเสียดาย ถอนหายใจออกมา"คุณชายหยวนถ้าหากพุ่งเป้ามาหาจาวหนิงจริง เช่นนั้นก็ล้มเลิกความคิดเสียเถอะ" ฟู่จิ้นเชินเอ่ยขึ้น"คุณชายฟู่ เรื่องนี้ก็น่าจะพูดกับท่านได้กระมัง? อันที่จริงสำหรับพระชายาอ๋องเจวี้ยนแล้ว ก็อาจจะเป็นเรื่องดีด้วยก็ได้""เป็นเจตนาของแคว้นหมิ่น หรือว่าของตัวท่านเองกันล่ะ?""ตอนแรกก็เป็นของตัวข้าเอง แต่ข้าก็กล่อมจักรพรรดิแคว้นของพวกเราไปแล้ว เขาเองก็ฟังเสียงของข้าอ
"ขอบคุณที่ชม"ฟู่จาวหนิงถามกลับอย่างมั่นคง ไม่ได้มีอารมณ์รู้สึกรู้สาอะไรกับคำชมประโยคนี้ของเขาเลย กระทั่งไม่มีอาการตกตะลึงอีกด้วยนี่ทำให้หยวนอี้รู้สึกเกินคาดขึ้นมาเขายังคิดว่าจะทำให้อารมณ์ของฟู่จาวหนิงเปลี่ยนแปลงได้บ้างภายใต้สถานการณ์ที่ตกตะลึงนี้ คิดว่านางจะพูดอะไรออกมาสักประโยคหนึ่งแล้วทำให้เขาเข้าใจความคิดของนางได้อย่างชัดเจนคิดไม่ถึงว่าเขาที่ทำตัวประหลาดออกมา แต่นางกลับนิ่งแบบนี้"ดูท่าหมอฟู่จะได้ยินคำชมมาจนชินแล้วสินะ" หยวนอี้เอ่ยขึ้นฟู่จาวหนิงเองก็ไม่ได้ตอบประโยคนี้ของเขา แต่กลับพิจารณาเขาทั้งตัวหยวนอี้ถูกนางมองจนยืดอกขึ้นด้วยสัญชาตญาณ ยืนตรงแน่วขึ้นมา"ท่านชื่อหยวนอี้ใช่ไหม?" ฟู่จาวหนิงถาม"ขอรับ""ลูกชายหยวนกังทูตแคว้นหมิ่น หยวนอี้ที่ตอนนี้ควรจะคอยสอนขุนนางเกษตรเพาะปลุกอยู่ในเมืองหลวงนั่นน่ะนะ?" ฟู่จาวหนิงพูดออกมาอย่างชัดถ้อยทุกคำหยวนอี้นิ้งค้างไปไม่ใช่สิ นางรู้จักเขาด้วยหรือ?เขาเองก็เลี่ยงพวกหมอหลวงที่รู้จักเขาแล้ว แทบจะพูดได้ว่าซ่อนตัวทั้งคืนเลยทีเดียว ตอนที่เข้ามาก็หลบเลี่ยงคนจากเมืองหลวงที่รู้จักเขาพวกนั้น เตรียมคำพูดเอาไว้เยอะมาก คิดว่าจะพูดอะไรกับฟู่จ
หยวนอี้ตอนที่เข้ามาก็เห็นกับภาพที่ 'สับสนอลหม่าน' นี้เขาประกายตาแล่นวาบ กำลังจะเข้าไปในประตูวงกลม ไป๋หู่ก็หมุนตัวมามองเขา "ช้าก่อน"หยวนอี้โบกไม้โบกมือ "สหายไป๋หู่""อย่าเข้าใกล้นัก เหมือนข้าเคยบอกท่านไว้แล้ว ที่นี่ท่านห้ามเข้าไป" ไป๋หู่เอ่ยขึ้นฟู่จิ้นเชินออกมาจัดการความวุ่นวายนี้ ให้ป้าหนิวป้าหลี่มาช่วยประคององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเข้าไปในห้องเฉินเซียงกลับไม่มีใครสนใจ"พวกเจ้ารังแกกันเกินไปแล้ว..."เฉินเซียงดิ้นรนอยู่พักหนึ่งถึงลุกขึ้นมาได้ นางรู้สึกว่าอวัยวะภายในตนเองปวดร้าวไปหมดเท้าของฟู่จาวหนิงแรงหนักขนาดนี้เชียว!นางไม่เป็นวรยุทธ์เลยจริงหรือ?แต่ว่าฟู่จาวหนิงทำไมถึงกล้า กล้าเตะนางขนาดนี้!สายตาของหยวนอี้เก็บกลับมาจากตัวองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นที่ถูกประคองเข้าห้อง หันไปตกอยู่บนตัวเฉินเซ๊ยงแทน ใต้ตาเกิดความสนใจขึ้นมา"แม่นางไปยั่วหมอฟู่อย่างไรกันเนี่ย?"ฟู่จาวหนิงมองเขา ถามไป๋หู่ว่า "นี่ใครหรือ?""บอกว่าชื่อหยวนอี้ ติดตามหมอหลวงคนหนึ่งเข้ามา อยากจะมาช่วยเหลือที่เมืองเจ้อขอรับ" ไป๋หู่บอกกับฟู่จาวหนิงฟู่จิ้นเชินเดินมาอยู่ข้างๆ ฟู่จาวหนิง กดเสียงลงต่ำ "รู้สึกเหมือนเขาน่าสงสัย
เซียวหลันยวนหมุนตัวจากไปองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นมองแผ่นเหลังเขา จะอย่างไรก็ตั้งสติกลับมาไม่ได้เฉินเซียงเห็นว่าการสนทนาขององค์หญิงใหญ่พังทลายลงแล้ว สีหน้าก็ลนลานขึ้นมา รีบลุกขึ้นมาไล่ตามเซียวหลันยวนไป"อ๋องเจวี้ยน! ท่านทำเช่นนี้ไม่ได้!" หมอเทวดาฟู่วางยาอะไรใส่ท่านใช่ไหม ท่านทำไมถึงได้ใจดำขนาดนี้?นางยังไม่ทันพุ่งออกจากประตูวงกลม ก็ถูกไป๋หู่ฟาดกลับมาไป๋หู่ยังใช้แค่กำลังภายในด้วย แต่ห้ามไม่ให้นางออกไป ไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายนางแต่เฉินเซียงก็ทรุดตัวลงบนพื้น แค่รู้สึกว่าเจ็บเข่าเจ็บก้น มือก็เจ็บ หัวก็ปวดไปหมดนางร้องไห้ออกมา "พวกเจ้าจะมารังแกองค์หญิงใหญ่ของพวกเราแบบนี้ไม่ได้ นางเป็นองค์หญิงใหญ่ที่มีโชคมากที่สุดในต้าชื่อนะ"เซียวหลันยวนเดินไปไกลแล้ว ไม่หันหลังกลับมาไป๋หู่ยืนอยู่ที่ประตูวงกลม มององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นที่นั่งเหม่อลอยอยู่บนพื้น เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ "องค์หญิงใหญ่กลับห้องไปเถิด"จะว่าไปเขาเองก็เป็นคนต้าชื่อเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินเรื่ององค์หญิงใหญ่มามากตอนนี้พอเห็นองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตกต่ำจนน้ำตานองหน้า เขาก็รู้สึกซับซ้อนขึ้นมาหน่อยๆแต่ว่า องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ
หญิงสาวที่น่าสงสาร ตอนเด็กๆ เขาเห็นในวังหลังมาแล้วไม่น้อย มีภูมิคุ้มกันไปนานแล้ว"ข้าไม่ได้จะแย่งชิงอะไรกับหมอเทวดาฟู่ ถ้าเราแต่งกันหลอกๆ ได้ไหม? ข้าแค่ต้องการหาที่ไปเท่านั้น แค่อยากให้ท่านคอยปกป้องข้าไม่กี่ปี ถ้าห้าปีไม่ได้ล่ะก็ สามปีก็พอ"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเห็นเซียวหลันยวนไม่พูดจา จึงหดเวลาลงมาอีก"สามปีนี้ ข้าแค่แบกชื่อพระชายารองไว้ในนามเท่านั้น พออยู่ภายนอกก็ขอให้ท่านอ๋องเล่นละครกับข้าหน่อย แสร้งเป็นสามีภรรยา สามารถปกป้องข้าได้ ในจวนอ๋อง ข้ารับรองว่าจะทำตามหน้าที่ตนเอง เลี่ยงท่านอ๋องให้ห่าง ไม่คิดอะไรเกินเลย""เป็นถึงองค์หญิงใหญ่ต้าชื่อ แต่คิดจะเอาตัวเองไปไว้ในจุดต่ำตมหรือ?" เซียวหลันยวนถาม"อ๋องเจวี้ยนโปรดเมตตา"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นน้ำตาไหลพราก "ข้าไม่มีทางเลือกแล้ว ข้าเอาของให้ท่านได้ ยิ่งไปกว่านั้น โชคของข้าก็ดีมาโดยตลอด ถ้าเป็นพระชายารองอ๋องเจวี้ยนในนาม จะต้องช่วยเหลือท่านอ๋องได้แน่ ไม่ว่าท่านอ๋องจะทำอะไร ก็จะยิ่งราบรื่น ผลลัพธ์สมปรารถนา""องค์หญิงใหญ่มั่นใจกับโชคของตนเองขนาดนี้เชียว?" เซียวหลันยวนได้ยินคำนี้ก็อดนึกขันขึ้นมาไม่ได้"โชคจุดนี้ข้ามีอยู่ ท่านเองก็เชื่อข้าได
เซียวหลันยวนมององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นและไม่รู้ว่านางทำไมถึงพูดว่า 'เขาเอามาเองไม่ได้' ออกมา"แล้วของนั่นมันคืออะไรกัน?" เขาถามขึ้นองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลนลานขึ้นมานางรู้ที่ไหนว่าสิ่งนั้นคืออะไร? มันคือกล่องที่เปิดไม่ได้ แล้วก็มองไม่เห็นว่าด้านในมีอะไรนี่นา?"ตอนนี้ข้ายังบอกท่านไม่ได้ แต่สำคัญกับท่านมากแน่นอน""เจ้าไม่บอกว่าคืออะไร แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่ามันจริงหรือไม่จริง? จะว่าไป เจ้าบอกว่าเจ้าฝันเห็นอนาคตได้ นี่มันก็ดูเหลวไหลเกินไปนะ ข้าควรจะเชื่อเรื่องนี้ด้วยไหม?""เรื่องจริงนะ เพราะข้าฝันเห็นแบบนั้น ตอนเด็กๆ ได้พบกับเจ้าอารามยอดเขาโยวชิง เขาบอกว่า ข้าเป็นตัวเลือกที่เหมาะจะเป็นพระชายาของท่านมาก! แล้วยังชี้แนะข้า ให้ข้าเติบโตอย่างดีในสุสานจักรพรรดิ ถ้ายังไม่ถึงเวลาสำคัญอย่าเพิ่งกลับเมืองหลวง"เซียวหลันยวนก็เชื่อคำพูดของนางอยู่ เจ้าอารามยอดเขาโยวชิงอาจจะพูดเหล่านี้กับนางก็ได้ยิ่งไปกว่านั้น ท่านหูที่คุยถ่ายทอดคำพูดเจ้าอารามมาตลอดก็พูดอะไรทำนองนี้แต่เขาไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตนี้ต้องไปผูกอยู่บนตัวหญิงสาวคนหนึ่งเลยบางทีอาจจะได้ แต่คนคนนั้นก็อาจจะไม่ใช่คนที่เขากำหนด อย่างจาวหนิง
นางอยากจะให้เซียวหลันยวนไม่พอใจตัวฟู่จาวหนิงเสียเหลือเกินแต่พอสิ้นเสียงนาง เซียวหลันยวนก็หันมามองนาง แม้จะสวมหน้ากากอยู่ แต่เฉินเซียงจู่ๆ ก็สัมผัสได้ว่านางถูกสายตาที่เย็นเยียบแหลมคนฆ่าตายไปแล้วนางใจสั่นวาบ จู่ๆ ก็รู้สึกเสียใจกับคำพูดเมื่อครู่ที่พูดไป แต่ก็สายไปแล้วนางได้ยินคำพูดเย็นชาของเซียวหลันยวนว่า"องค์หญิงใหญ่ถ้าหากมีเรื่องจะคุยกับข้า ก็ให้ทาสของเจ้าไปคุกเข่าอยู่ตรงนั้นก่อน"เซียวหลันยวนชี้ไปที่กลางสวนคุกเข่าที่นั่น คนป่วยทั้งหมดในห้องข้างฝั่งตะวันตกจะมองเห็นเฉินเซียงถลึงตาโตใส่อย่างไม่อยากเชื่อ"อ๋องเจวี้ยน" องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตกตะลึงไป "เฉินเซียงก็แค่ปกป้องข้ามากเกินไปเท่านั้น นางไม่ได้มีความคิดไม่ดี...""ให้นางคุกเข่า ข้าถึงจะฟังเจ้าพูด ถ้านางไม่ทำ ข้าก็จะไปแล้ว" เซียวหลันยวนตัดบทนางเฉินเซียงบอกว่าฟู่จาวหนิงแอบมีชู้กับอันเหนียน เขาจดจำมาโดยตลอด"อ๋องเจวี้ยน เฉินเซียงนางเองก็ป่วย ถ้าไปตากลมหนาวบนพื้น นางจะ...""เช่นนั้นก็ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว"เซียวหลันยวนพูดจบก็หมุนตัวกลับทันทีเฉินเซียงลนลานขึ้นมา "อ๋องเจวี้ยน ข้าจะไปคุกเข่าเดี๋ยวนี้! ท่านโปรดรอก่อน!""เฉินเ