Share

บทที่ 632

Author: ใบไม้ร่วงในเมืองร้าง
หูก่วงเซิงยังมิทันกล่าวจบประโยค ก็สังเกตเห็นสองพี่น้องตงฟางไป๋ จึงอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง

สองพี่น้องตงฟางไป๋ฝืนทำใจให้สงบ มิตอบโต้หูก่วงเซิงแต่อย่างใด

เติ้งหม่างเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ “หูก่วงเซิง เจ้ารู้จักผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้มีพระคุณของข้าด้วยรึ?”

“ผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้มีพระคุณของท่าน?”

หูก่วงเซิงสีหน้างุนงง กล่าวว่า “ท่านแม่ทัพเติ้ง สองคนนั้นคือคนสนิทขององค์รัชทายาทที่รอวันปลดฉินซู ไฉนยามนี้กลับกลายเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้มีพระคุณของท่านไปได้ ท่านแม่ทัพเติ้ง ท่านมิได้ถูกพวกมันหลอกลวงแล้วหรือขอรับ?”

เติ้งหม่างสีหน้าตึงเครียด ตวาดเสียงดัง “บังอาจ หูก่วงเซิง เจ้ามันมีดีแต่ปาก ถึงคราวตายอยู่รอมร่อ ยังกล้ายุแหย่ให้พวกเราแตกคอกันอีก!”

“ท่านแม่ทัพเติ้ง สิ่งที่ข้ากล่าวล้วนเป็นความจริงทั้งสิ้น อีกทั้งในตอนกลางวันก็เป็นพวกมันที่นำพลธนูมาคุ้มกันข้า ข้าถึงกล้านำทหารม้าบุกทะลวงทัพหลังของพวกท่าน หากท่านมิเชื่อ ก็ลองสอบถามจากผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านดูก็ได้”

เมื่อเห็นท่าทางหนักแน่นของหูก่วงเซิง เติ้งหม่างก็อดมิได้ที่จะคลางแคลงใจ

เขามองไปยังฉินซู กำลังจะเอ่ยถาม

ฉินซูกลับกล่าวแทรก
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Related chapters

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 633

    เติ้งหม่างชักดาบออกมา เตรียมเงื้อฟัน!หูก่วงเซิงตกใจจนแทบสิ้นสติ รีบกล่าวว่า “ท่านแม่ทัพเติ้ง ข้ากล่าวแต่ความจริงทั้งสิ้น จริงสิ สองคนนั้นน่าจะรู้เรื่องราวมากกว่าข้า เพราะธนูทดกำลังและระเบิดสายฟ้าล้วนเป็นฝีมือการคิดค้นขององค์รัชทายาทที่รอวันปลดฉินซู!”เติ้งหม่างหันไปมองตงฟางไป๋ เอ่ยถามอย่างเกรงอกเกรงใจ “ท่านทั้งสอง สิ่งที่หูก่วงเซิงกล่าว เป็นความจริงหรือไม่?”ตงฟางไป๋พยักหน้า “เป็นความจริง!”“ข้ามิคาดคิดมาก่อนว่า องค์รัชทายาทผู้รอวันปลดที่ร่ำลือกันว่าไร้ความสามารถจะสามารถคิดค้นอาวุธยุทโธปกรณ์ร้ายกาจถึงเพียงนี้ได้!” เติ้งหม่างรำพึงรำพันแล้วถามต่อ “พวกท่านสองพี่น้อง ทราบถึงโครงสร้างของธนูทดกำลังและระเบิดสายฟ้าหรือไม่?”ตงฟางไป๋ยักไหล่ “เรื่องลับสุดยอดเช่นนั้น พวกเราจะล่วงรู้ได้อย่างไร”เติ้งหม่างถอนหายใจด้วยความผิดหวังเล็กน้อย จากนั้นก็จ้องมองหูก่วงเซิงด้วยสายตาเย็นเยียบหูก่วงเซิงในใจพลันรู้สึกหนาวเยือก ความรู้สึกถึงลางร้ายพลันบังเกิด เขาเอ่ยถามเสียงสั่นเครือ “ท่าน… ท่านแม่ทัพเติ้ง ไยท่านจ้องมองข้าเช่นนี้เล่าขอรับ?”“หึ แม้ระเบิดสายฟ้าและธนูทดกำลังจะเป็นผลงานการคิดค้นของฉินซู

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 634

    “หากเป็นจริงดังว่า เรื่องที่เจ้ากล่าวมาก็ย่อมมีหนทางเป็นไปได้ ทว่า… ข้าจะเชื่อใจเจ้าได้อย่างไร?”คำพูดของเติ้งหม่างบ่งบอกว่าใจของเขาเริ่มโอนเอียงไปแล้วท้ายที่สุดหากเป็นดังที่หูก่วงเซิงกล่าว มิเพียงแต่จะสามารถยึดครองเมืองเจียวโจวได้ หากแต่ถึงเวลานั้นยังอาจฉวยโอกาสที่ต้าเหยียนระส่ำระสาย บุกยึดครองเมืองต่าง ๆ ได้อีกหลายเมืองในคราวเดียวหากเป็นเช่นนั้น เติ้งหม่างผู้นี้ก็จะได้รับการจารึกชื่อในหน้าประวัติศาสตร์ และจะได้รับการสรรเสริญจากอนุชนหนานเยวี่ยไปชั่วกาลนานหูก่วงเซิงกล่าวอย่างหนักแน่น “ข้าน้อยสามารถเขียนสาส์นฉบับหนึ่งให้คนนำไปส่งมอบแก่ท่านอ๋องฉู่ได้ จากนั้นค่อยเชิญพระองค์มาพบท่านแม่ทัพเพื่อหารือเป็นการส่วนตัว เช่นนี้แล้ว ท่านคงเชื่อใจข้าได้แล้วกระมัง?”“ดี ตกลงตามนั้น หากสำเร็จลุล่วง ข้ามิเพียงแต่จะปล่อยเจ้าไป หากแต่จะปูนบำเหน็จทองคำหมื่นตำลึงแก่เจ้า รับรองว่าชีวิตบั้นปลายของเจ้าจะสุขสบายไร้กังวล!” เติ้งหม่างโบกมืออย่างองอาจพร้อมด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขหูก่วงเซิงพยักหน้ารัว ๆ เขาหาได้ใส่ใจทองคำหมื่นตำลึงเหล่านั้นไม่ เพียงแต่หวังเพียงว่าจะช่วยเหลืออ๋องฉู่ในการช่วงชิงบัลลังก์ให้สำเร็

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 635

    ชิวก่วนประสานมือรับคำ ก่อนจะเตรียมเดินออกไปสั่งการในเวลานี้เอง ทหารนายหนึ่งก็เดินเข้ามา ประสานมือกล่าวอย่างนอบน้อม “ท่านแม่ทัพใหญ่ ด้านนอกมีสตรีผู้หนึ่งมาขอพบ บอกว่ามีธุระสำคัญจะหารือกับท่านขอรับ”ฉงชูโม่ขมวดคิ้วมุ่น แต่คล้ายกับนึกกระไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงกล่าวว่า “เชิญนางเข้ามาเถิด”ครู่หนึ่งต่อมา สตรีผู้หนึ่งรูปโฉมงดงามก็ถูกนำตัวเข้ามานางคือมู่หรงจื่อเยียน!ฉงชูโม่เหลือบมองนางผาดหนึ่ง ก่อนจะเชิดคางขึ้นเล็กน้อย “ว่ามา มีธุระอันใดกับข้า?”“ก่อนที่องค์รัชทายาทจะออกจากเมือง พระองค์ฝากฝังให้ข้านำสาส์นฉบับนี้มามอบให้แก่ท่าน”มู่หรงจื่อเยียนกล่าวพลางหยิบสาส์นฉบับหนึ่งออกมาจากอกเสื้อและยื่นให้อีกฝ่ายฉงชูโม่คลี่สาส์นออกอ่าน เพียงชั่วครู่ นางก็มีสีหน้าประหลาดใจอย่างยิ่ง!เมื่ออ่านสาส์นจบ นางก็ร้อนรนใจราวกับมดในกระทะร้อน เมื่อเห็นดังนั้น ชิวก่วนก็รีบเอ่ยถาม “ท่านแม่ทัพใหญ่ องค์รัชทายาททรงมีพระราชสาส์นมาว่ากระไรหรือขอรับ?”“พระองค์...”ฉงชูโม่กำลังจะเอ่ยปาก ทว่าเมื่อนึกถึงความสำคัญของเรื่องนี้ นางจึงกล้ำกลืนคำกล่าวที่ริมฝีปากกลับลงไปนางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ กล่าวว่า “องค์รัชทายา

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 636

    มู่หรงจื่อเยียนขมวดคิ้วเรียวงามเล็กน้อย และถามกลับ “วรยุทธ์ของฉินซูเป็นเช่นไร ท่านกลับมิรู้หรือ?”ฉงชูโม่สั่นศีรษะเล็กน้อย “ข้าเพียงแต่สงสัยว่าเขาลอบฝึกวรยุทธ์อยู่ลับ ๆ แต่วรยุทธ์ที่แท้จริงของเขานั้นเป็นเช่นไรข้าก็มิอาจทราบได้จริง ๆ แต่เมื่อฟังจากคำพูดของเจ้า ดูท่าเจ้าจะรู้เรื่องราวอยู่มิใช่น้อย ช่วยเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่?”“ข้ารู้เพียงแต่ว่าฉินซูสามารถใช้ฝ่ามือเพียงข้างเดียวสังหารคนให้แหลกเหลวเป็นจุณได้ วรยุทธ์จะแข็งแกร่งถึงเพียงใด ท่านก็ลองคิดเอาเองเถิด”“เจ้าว่ากระไรนะ? ฝ่ามือเดียวสังหารคนให้แหลกเหลวเป็นจุณ?” ฉงชูโม่ตกตะลึงจนตาค้าง แม้แต่ยังสงสัยว่าตนเองหูฝาดไปหรือไม่“ถูกต้อง หนานกงจื่อชินและเหล่าผู้อาวุโสแห่งหอดารารักษ์ ล้วนแล้วแต่ต้องมาสิ้นชีพด้วยน้ำมือของฉินซู อีกทั้งเขายังหลบหนีจากการไล่ล่าของเจ้าสำนักหอดารารักษ์มาได้สำเร็จ”“ฮึก!!!”ฉงชูโม่อดมิได้ที่จะสูดลมหายใจเย็นเยียบเข้าไปเต็มปอดวรยุทธ์ของหนานกงจื่อชินมิอาจเทียบเคียงได้ แม้แต่วรยุทธ์ของผู้อาวุโสแห่งหอดารารักษ์ นางก็ยังมิได้ล่วงรู้มากนักแต่วรยุทธ์ของเจ้าสำนักหอดารารักษ์นั้น เทียบเคียงได้กับหัวหน้าโหรหลวงภายใต้ก

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 637

    “ข้าเองก็หวังให้เป็นเช่นนั้น อย่างน้อยข้าก็ยังมีโอกาสที่จะได้เป็นฮองเฮา”ฉงชูโม่นึกปลาบปลื้มใจ ความรู้สึกหดหู่ใจก่อนหน้านี้พลันมลายหายสิ้นไปมิน้อยนางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย มองมู่หรงจื่อเยียนอย่างเย่อหยิ่ง “หึ เจ้าเป็นเพียงท่านหญิงต่างแคว้น จะเป็นฮองเฮาแห่งต้าเหยียนได้อย่างไร เจ้าได้รับความรักความเมตตาจากฉินซู ก็ควรจะพอใจได้แล้ว”“เช่นนั้นในวันหน้าหากท่านได้เป็นฮองเฮา ท่านต้องเมตตาดูแลข้ามาก ๆ ข้ามิอยากจะถูกสตรีคนอื่น ๆ ของฉินซูข่มเหงรังแก”ฉงชูโม่ตบหน้าอก กล่าวอย่างองอาจ “ตราบใดที่เจ้ามิคิดเป็นศัตรูกับข้า ในภายภาคหน้าข้าจะคุ้มครองเจ้าเอง!”“ฮิ ๆ เช่นนั้นข้าก็ต้องขอขอบคุณพี่หญิงชูโม่ล่วงหน้าแล้วเจ้าค่ะ”มู่หรงจื่อเยียนยิ้มหวาน คารวะฉงชูโม่เล็กน้อยฉงชูโม่กระแอมไอสองครั้ง ทำสีหน้าให้สงบลง กล่าวว่า “เรื่องพวกนี้ยังมิเกิดขึ้น อย่าเพิ่งกล่าวถึงมันเลย หวังเพียงเขาจะกลับมาในเร็ววัน อย่าให้ข้าต้องพะว้าพะวังเป็นห่วงเขาทุกเมื่อเชื่อวันเลย”“วางใจเถิด วรยุทธ์ของฉินซูแข็งแกร่งถึงเพียงนั้น มิว่าเขาจะต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคใด เขาก็จะต้องเอาตัวรอดมาได้อย่างปลอดภัยแน่นอน”“หวังให้เป็นเช่นนั้นเ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 638

    “ระเบิดสายฟ้า!!”เมื่อเห็นลูกกลม ๆ ที่ฉินซูหยิบออกมา ตงฟางไป๋ก็อุทานออกมาด้วยความตกใจเดิมทีเขาคิดว่า ระเบิดสายฟ้าชนิดนี้ฉินซูคงใช้จนหมดแล้วฉินซูหัวเราะในลำคอ “ไปเถิด ทำการลับ ๆ หน่อย ขู่ขวัญให้พวกเติ้งหม่างตกใจกลัวไปซะ!”“น้อมรับบัญชา!”ตงฟางไป๋และตงฟางโซ่วรับระเบิดสายฟ้ามา ก่อนจะหันหลังเดินจากไปพวกเขาทั้งสองจากไปได้มินาน โจวฉางก็เดินเข้ามาเขาก้าวเข้าไปคำนับฉินซูอย่างนอบน้อม “ท่านผู้อาวุโสตงฟาง ท่านแม่ทัพใหญ่มีเรื่องจะเรียนเชิญท่านไปพบขอรับ”“อืม!”ฉินซูขานรับคำ ก่อนจะติดตามโจวฉางไปยังกระโจมทหารของเติ้งหม่างภายในกระโจมทหาร หูก่วงเซิงก็ยังคงอยู่ที่นี่เช่นเดียวกัน เขายังให้เกียรติฉินซูด้วยการคารวะคำนับเล็กน้อยฉินซูมิได้ชายตามองเขาแม้แต่ผาดเดียว หากแต่หันไปเอ่ยถามเติ้งหม่าง “ท่านแม่ทัพเติ้งเชิญข้ามาพบมีธุระอันใดหรือ?”เติ้งหม่างกล่าวอย่างนอบน้อม “เป็นดังที่ท่านผู้อาวุโสกล่าวไม่มีผิด ข้าน้อยมีเรื่องบางประการใคร่ขอคำชี้แนะจากท่าน”ฉินซูพยักหน้าเล็กน้อย เป็นสัญญาณให้เขาว่าต่อไป“เรื่องราวเป็นเช่นนี้ เมื่อครู่พวกเรานับพลทหารแต่ละกอง แม้เมื่อคืนจะประสบกับความพ่ายแพ้ยับเยิน

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 639

    “ต่อให้กองทัพต้าเหยียนจะจงใจแสร้งทำทีเพื่อขู่ขวัญพวกเรา ท่านสามารถต้านทานระเบิดสายฟ้าและธนูทดกำลังได้หรือไม่เล่า? หากมิอาจทำได้ การยกทัพกลับในยามนี้ อีกทั้งการทูลรายงานเรื่องราวนี้ต่อจักรพรรดิแห่งหนานเยวี่ยของท่านย่อมเป็นหนทางที่ดีที่สุดหากยังคงดึงดันอยู่ที่นี่ต่อแล้วต้องเผชิญหน้ากับการซุ่มโจมตีของกองทัพต้าเหยียนอีกครา เกรงว่ากำลังพลนับแสนในมือของท่านจะต้องสูญเสียไปอีกมิใช่น้อย ถึงเวลานั้นท่านจะชี้แจงต่อจักรพรรดิของท่านอย่างไร?”ในที่สุดเติ้งหม่างก็พยักหน้าตามการโน้มน้าวอย่างมีหลักการของฉินซู“ท่านผู้อาวุโสช่างมีวิสัยทัศน์กว้างไกล หลังจากกลับถึงราชสำนัก ข้าจะทูลขอให้แต่งตั้งท่านผู้อาวุโสเป็นกุนซือให้จงได้ ถึงเวลานั้นเราทั้งสองจะร่วมมือกัน บดขยี้กองทัพต้าเหยียนให้สิ้นซาก และความแค้นอันใหญ่หลวงของท่านผู้อาวุโสก็จะได้รับการสะสางเสียที”ในใจฉินซูพลันปลาบปลื้มใจ ทว่าสีหน้าภายนอกกลับสงบนิ่งราวกับผิวน้ำในทะเลสาบ“ตราบใดที่ล้างแค้นได้ การเป็นกุนซือให้พวกท่านก็มิใช่เรื่องที่เหลือบ่ากว่าแรง”เติ้งหม่างปลาบปลื้มยินดีเป็นอย่างยิ่ง “ดีเหลือเกินที่ท่านผู้อาวุโสตอบรับเช่นนั้น ขอท่านโปรดวางใจ ฝ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 640

    แม้แต่จ้าวควงบนบัลลังก์มังกร เมื่อมองฉินซู แววตายังทอประกายร้อนแรงขึ้นหลายส่วน!จอมยุทธ์ระดับสวรรค์ นับเป็นตัวช่วยที่หายากยิ่ง!เขาส่งยิ้มอ่อนโยนให้กับฉินซู “ท่านผู้อาวุโสช่วยเหลือแม่ทัพคนโปรดของข้า ข้าจะตอบแทนท่านอย่างงาม แต่ก่อนหน้านั้น ข้ายังอยากทราบชื่อแซ่ของท่านผู้อาวุโสสักหน่อย อีกทั้งมาจากแห่งหนใดหรือ?”ฉินซูประสานมือคารวะ “ทูลฝ่าบาท ข้าน้อยแซ่ตงฟาง นับแต่เยาว์วัยก็ติดตามผู้คนพเนจรไปทั่วทุกสารทิศ ด้วยเหตุนี้ชื่อแซ่และถิ่นกำเนิดของข้าน้อยเองก็จำมิได้ ภายหลังเมื่อก้าวเข้าสู่ยุทธภพจวบจนบัดนี้ยังมิเคยพานพบความปราชัย ด้วยเหตุนี้ผู้คนในยุทธภพจึงขนานนามข้าน้อยว่าปู้ป้ายพ่ะย่ะค่ะ”จ้าวควงมีสีหน้าประหลาดใจ “ตงฟางปู้ป้าย? นามของท่านผู้อาวุโสช่างทรงพลังเสียจริง!!”ฉินซูแย้มยิ้มอย่างกระดากอาย “ล้วนแล้วแต่เป็นเพียงชื่อเสียงลมปากเท่านั้น ขออภัยที่ทำให้ฝ่าบาทต้องรับรู้เรื่องน่าขันเช่นนี้พ่ะย่ะค่ะ”“โอ้ ท่านผู้อาวุโสถ่อมตัวเกินไปแล้ว แม้จอมยุทธ์ระดับสวรรค์จะหายากดุจขนหงส์เขากิเลน หากแต่ท่านผู้อาวุโสท่องยุทธภพโดยมิเคยพานพบคู่ต่อสู้ที่ทัดเทียมได้ ย่อมเพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่าพละกำลังของท่าน

Latest chapter

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 660

    ฉินซูยืนไพล่หลัง ทอดสายตามองคนเหล่านั้นจากเบื้องสูงโดยมิได้พูดกระไรแม่ทัพหลายนายรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาทันที หนึ่งในนั้นรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นมองฉินซูเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาเย็นชาของฉินซู เขาก็ตระหนักได้ถึงบางสิ่งในทันทีเห็นเขายื่นมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบยันต์คุ้มภัยครึ่งแผ่นออกมาชูขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือทั้งสองข้าง พร้อมกล่าวด้วยความเคารพ “นี่คือยันต์คุ้มภัยที่ข้าน้อยดูแลอยู่ ขอองค์รัชทายาทโปรดทรงรับไว้ด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”คนอื่น ๆ อีกหลายคนก็ตระหนักได้ในทันที และต่างก็หยิบตราพยัคฆ์ออกมาเมื่อเห็นเช่นนั้น ฉินซูก็เผยรอยยิ้มพึงใจประดับใบหน้า!ครั้นเห็นเขากวักมือไปกลางอากาศ ตราพยัคฆ์ที่อยู่ในมือของแม่ทัพเหล่านั้นก็ราวกับมีชีวิต จู่ ๆ ก็ลอยเข้าไปในมือของเขา“พลังจิตเคลื่นย้าย!”เมื่อเห็นวิธีการอันน่าทึ่งของฉินซู ทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนั้นรวมถึงแม่ทัพเหล่านั้นต่างก็ตกตะลึงจนพูดมิออก!ฉินซูเก็บตราพยัคฆ์ไว้แล้วสั่งแม่ทัพเหล่านั้นว่า “พวกเจ้าออกไปก่อน มิต้องกลับไปยังที่ตั้งกองกำลังแล้ว!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของหลายคนก็มืดครึ้มลงทันใดแต่พวกเขาก็เข้าใจความหมายของฉินซูดี คิดว่าใน

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 659

    “ท่านแม่ทัพ เข้าใจผิด เข้าใจผิดแล้ว พวกเรากำลังจะลงใต้ไปสมทบกับเจียวโจวพอดีขอรับ”“เช่นนั้นรึ? แล้วพวกเจ้ามาหลบอยู่ในป่านี้เพื่อการใด? อย่าคิดว่าข้ามิรู้ ในป่านี้มีแต่ทหารที่อ๋องฉู่แอบซ่องสุมไว้ทั้งสิ้น หากมิอยากตายก็ส่งตราพยัคฆ์[footnoteRef:0]มา!” [0: ตราพยัคฆ์ คือ สัญลักษณ์ที่ใช้ยื่นยันสิทธิในการสั่งเคลือนทัพของจีน หรือก็คือตราอาญาสิทธิ์ทางทหารนั่นเอง] หวังซู่กล่าวลอดไรฟัน “อย่าได้หวัง หากจะฆ่าก็ฆ่าเสีย ข้ายอมตายเสียดีกว่ายอมศิโรราบ!”“ดี เช่นนั้นข้าจะสนองเจ้าเอง!”ฉงชูโม่ชักกระบี่ยาวออกมาจากฝัก แล้วเหวี่ยงฟันไปอย่างไร้ความลังเล!'ฉับ!'หูข้างหนึ่งของหวังซู่ก็ถูกตัดออกอย่างเรียบร้อยความเจ็บปวดรุนแรง ทำให้หวังซู่ส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาฉงชูโม่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ข้าจะตัดแขนขาของเจ้าก่อน แล้วจะปล่อยให้เจ้าตายไปเอง!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวังซู่ก็หน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ รีบกล่าวว่า “อย่า อย่า ข้ายอมแล้ว ข้ายอมแล้ว!”พูดจบเขาก็ส่งตราพยัคฆ์ให้ฉงชูโม่ฉงชูโม่โยนตราพยัคฆ์ให้ตงฟางไป๋ กล่าวว่า “สั่งให้พวกเขาทิ้งอาวุธ แล้วพากลับไปรอรับพระราชโองการองค์จักรพรรดิที่ชานเมือง

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 658

    หลิวผู่มิสนใจจ้าวควง แต่กลับคุกเข่าลงต่อหน้าฉินซู กล่าวว่า “องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน ข้าน้อยยินดีสวามิภักดิ์ ขอพระองค์โปรดละเว้นชีวิตราษฎรหนานเยวี่ยของข้าน้อยด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”ขุนนางคนอื่น ๆ ต่างพากันคุกเข่าลงตาม “พวกข้าน้อยเองก็ยินดีสวามิภักดิ์ ขอพระองค์โปรดละเว้นชีวิตราษฎรหนานเยวี่ยของข้าน้อยด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”ฉินซูโบกมือใหญ่แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ขุนนางทั้งหลาย ตราบใดที่พวกเจ้ายอมสวามิภักดิ์ต่อราชวงศ์ต้าเหยียนของข้า ถึงกาลนั้น ราษฎรหนานเยวี่ยและราชวงศ์ต้าเหยียนของข้าก็จะกลายเป็นครอบครัวเดียวกัน ข้าย่อมดูแลพวกเจ้าอย่างดี อีกทั้งยังสามารถยกเว้นการเกณฑ์แรงงานและภาษีให้แก่ราษฎรทั่วทั้งแผ่นดินได้เป็นเวลาสามปี!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิวผู่และคนอื่น ๆ ก็ซาบซึ้งใจจนน้ำตาไหลพราก!การยกเว้นภาษีเป็นเวลาสามปี เพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ราษฎรหนานเยวี่ยหันมาภักดีจนสุดขั้วหัวใจแล้วเพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หนานเยวี่ยต้องเลี้ยงดูกองทัพทหารมหาศาลเช่นนี้ ภาษีจึงสูงขึ้นทุกปี ราษฎรภายในแคว้นต่างแบกรับภาระมิไหวมานานแล้วเมื่อเป็นเช่นนี้ แม้ว่าหลิวผู่และพวกจะมิยอมสวามิภักดิ์ เกรงว

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 657

    หลังจากนั้น เสียงระเบิดของระเบิดสายฟ้าก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสียงร้องโหยหวนก็ดังมิขาดสายเมื่อได้ยินเสียงการต่อสู้ภายนอก จ้าวควงก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย “ฉินซู เจ้าพาทหารต้าเหยียนของเจ้าเข้ามาด้วยรึ?”ฉินซูหัวเราะเยาะ “ถูกต้องแล้ว พระราชวังของเจ้ามีทหารรักษาพระองค์เพียงหมื่นกว่านาย มินานก็ถูกสังหารหมดสิ้น!”เป็นจริงมิต่างจากที่คาดสักเท่าไร มินานเสียงต่อสู้ภายนอกก็เงียบลงจากนั้นเสียงฝีเท้าอึกทึกก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จ้าวควงมองไปยังนอกประตูท้องพระโรงด้วยความหวังเขาหวังสุดหัวใจว่า คนที่บุกเข้ามาเป็นคนแรกจะเป็นทหารรักษาพระองค์ของตนน่าเสียดายที่ทุกอย่างมิเป็นไปตามที่หวัง คนที่บุกเข้ามาจากภายนอกล้วนเป็นคนแปลกหน้าชายผู้นำขบวนเข้ามาคุกเข่าลงข้างหนึ่ง กล่าวต่อฉินซูด้วยความเคารพ “องค์รัชทายาท ทหารรักษาพระองค์ในพระราชวังหนานเยวี่ยถูกสังหารไปสามพันนาย ที่เหลือทั้งหมดยอมศิโรราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของจ้าวควงก็เปลี่ยนไปฉับพลัน จากนั้นจึงคำรามออกมา “เป็นไปมิได้ เป็นไปมิได้เด็ดขาด ทหารรักษาพระองค์ของข้าจงรักภักดี พวกเขายอมตายเสียดีกว่าที่จะยอมจำนน เจ้าอย่ามาพูดจาเหลว

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 656

    “ฝ่าบาท!!”เหล่าขุนนางตกใจจนแทบสิ้นสติกับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหัน ต่างคนต่างยืนงงงันอยู่กับที่ ทำกระไรมิถูกส่วนองครักษ์พกดาบก็ชักดาบออกมาโดยมิลังเล หัวหน้าองครักษ์ตวาดเสียงดัง “เจ้าคนแซ่ตงฟาง รีบปล่อยฝ่าบาทเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้นเจ้าจะได้ตายไร้ที่ฝังศพ!”“ขออภัย ข้ามิได้แซ่ตงฟาง แต่แซ่ฉิน!”ฉินซูกล่าวพร้อมกับกระชากหน้ากากหนังออกดวงตาของจ้าวควงหดเล็กลง ในใจสั่นสะท้าน “เจ้า เจ้าคือองค์รัชทายาทผู้รอวันปลดแห่งต้าเหยียน...”“ข้าคือรัชทายาทแห่งต้าเหยียนจริง แต่คำว่า ‘รอวันปลด’ นับแต่นี้ไปคงต้องตัดทิ้งเสียแล้ว!”ฉินซูจับตัวจ้าวควงไว้ แล้วดีดนิ้วไปยังอากาศวูบ!ปราณดัชนีอันแข็งแกร่งพุ่งออกจากปลายนิ้ว เสาไม้แดงต้นหนึ่งในท้องพระโรงปรากฏรูลึกในทันใด!เมื่อเห็นภาพนั้น ทุกคนก็ถึงกับอ้าปากค้างพวกเขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า ฉินซูคือจอมยุทธ์ระดับสวรรค์!ฉินซูข่มขวัญจนทุกคนหวาดกลัวแล้วก็หันไปตวาดใส่ทหารเกราะเหล่านั้น “ข้ามิอยากเสียเวลาสู้กับพวกเจ้า หากมิอยากตาย อย่าริอ่านขยับ!”ทหารเกราะเหล่านั้นมองหน้ากันไปมา ต่างก็มิแน่ใจว่าจะทำอย่างไรดีหากลงมือ จ้าวควงผู้เป็นถึงองค์จักรพรรดิจะตกอยู่ใ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 655

    "เรื่องอันใดเพคะ?"“ฉินอวี่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เจ้าพาทหารไปปิดล้อมเส้นทางสำคัญทุกสายทันที ป้องกันมิให้เขาลอบไปแจ้งข่าวให้หนานเยวี่ยรู้ตัว”“เพคะ! แล้วทหารชั้นยอดห้าหมื่นนายที่เขาซุกซ่อนไว้ที่ตงไห่เล่าเพคะ? เกรงว่าเขาจะหนีไปทางนั้นแล้วกระมัง?”“ในยามนี้ เกรงว่าทหารห้าหมื่นนายนั้นจะยกทัพขึ้นเหนือไปแล้ว คงกำลังรอคำสั่งใหม่ของฉินอวี่อยู่ที่ไหนสักแห่ง เอาเช่นนี้ เจ้าพาหูก่วงเซิงไปด้วย เขารู้จุดนัดพบ เมื่อไปถึงจุดนัดพบแล้วก็ให้ควบคุมตัวหัวหน้าของพวกมันเอาไว้!”ฉินซูพูดจบก็หันไปสั่งตงฟางไป๋ “ตงฟางไป๋ พวกเจ้าสองพี่น้องจงติดตามฉงชูโม่ไปด้วย!”“รับพระบัญชา!” สองพี่น้องตงฟางรับคำสั่งด้วยความเคารพฉงชูโม่ก็ยังคงกังวลอยู่บ้าง “แล้วอ๋องฉู่เล่าเพคะ? หากเขาล่วงหน้าไปพบกับทหารห้าหมื่นนายนั้นก่อนพวกเรา เรื่องคงจะยุ่งแล้ว”ฉินซูกล่าวอย่างมั่นใจ “ข้าคาดการณ์ว่าฉินอวี่มิกล้าเอาตัวเข้าไปเสี่ยง หากเขากล้าไปพบกับทหารห้าหมื่นนายนั้น ก็มิต่างอะไรกับการประกาศให้ชาวบ้านรับรู้ว่าเขากำลังก่อกบฏ เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาย่อมไม่มีวันได้ฟื้นคืนอำนาจอีก!”ฉงชูโม่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็รู้สึกว่ามีเหตุผล นางจึงพยั

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 654

    ภายในเมือง เสียงระเบิดดังสนั่น พร้อมกับเสียงลมแหวกอากาศของลูกธนูที่พุ่งผ่านดังมิขาดสายเสียงร้องโหยหวนยิ่งดังระงมมิหยุดหย่อน ต่อเนื่องเป็นระลอก!พื้นดินของเมืองอาบย้อมไปด้วยเลือดสีแดงฉาน สังหารหมู่ นี่คือการสังหารหมู่แต่เพียงฝ่ายเดียว!ในเวลานี้ ทหารหนานเยวี่ยที่ล้มลงจมกองเลือดมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆฉินซูเห็นเติ้งหม่างมิไหวติง จึงเตือนสติ “ทุกครั้งที่เจ้าลังเล จะมีทหารหนานเยวี่ยสังเวยชีวิตอีกนับมิถ้วน เจ้าจะเงียบต่อไปก็ได้ อย่างไรเสียก็มิใช่ทหารของข้า”เมื่อได้ยินเช่นนั้น เติ้งหม่างก็มองไปยังสถานการณ์การรบอันน่าอนาถที่อยู่ไกลออกไป ในที่สุดก็ยอมรับความจริงที่ว่าสถานการณ์พลิกผันไปแล้วเขาถอนหายใจอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก ตะโกนเสียงดัง “แม่ทัพนายกองทั้งหลายจงฟัง วางอาวุธลงยอมจำนนเสีย!”คำสั่งของเขาแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วกองทัพหนานเยวี่ยในเมืองพากันโยนอาวุธในมือทิ้งพร้อมยกมือขึ้นยอมจำนนส่วนทหารแห่งต้าเหยียนก็หยุดการกระทำ มิยิงธนูต่อไปมินาน ฉงชูโม่ก็นำทัพใหญ่บุกเข้าเมือง ควบคุมทหารหนานเยวี่ยของเติ้งหม่างไว้ได้ทั้งหมดเติ้งหม่างมองโจวฉางที่ถูกตงฟางไป๋จับมัดไว้พลางหัวเราะอย่างข

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 653

    เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ทุกคนก็ตกตะลึงจนตาแทบถลนออกมา!กุนซือจะชิงตำแหน่งแม่ทัพหรือ?!เติ้งหม่างยืนงงไปครู่หนึ่ง ถามเสียงต่ำ “ท่านผู้อาวุโส ท่านหมายความว่าอย่างไร?”ฉินซูยิ้มอย่างใจเย็น “แม่ทัพเติ้ง เจ้ารู้จักคำกล่าวที่ว่า ทหารจะมิชิงชังกลอุบายหรือไม่?”ขณะพูด อีกมือหนึ่งก็กระชากบางอย่างออกจากใบหน้า!หน้ากากผิวหนังที่บางราวปีกแมลงทับบนใบหน้าถูกกระชากออกเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขาเมื่อเห็นภาพนั้น เติ้งหม่างก็อุทานออกมา “ฉินซู! เป็นเจ้าเองรึ!!”ในฐานะแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นหนานเยวี่ย ภาพเหมือนของรัชทายาทแห่งแคว้นเพื่อนบ้าน มีหรือเขาจะจำมิได้ ดังนั้นเขาจึงจำฉินซูได้ในทันทีฉินซูหัวเราะในลำคอ “ตกใจหรือไม่เล่า? คาดมิถึงเลยใช่หรือไม่?”เติ้งหม่างโกรธจัดจนกระอักเลือดออกมาเป็นกระบุง!ตนพารัชทายาทของแคว้นศัตรูมาพบจักรพรรดิแห่งหนานเยวี่ย ซ้ำยังปล่อยให้อีกฝ่ายมาเป็นกุนซือของกองทัพตนอีก!บัดนี้ทหารนับแสนนายถูกล้อมอยู่ในเมืองเจียวโจว ถูกขังไร้ซึ่งทางหนี ชะตากรรมความเป็นความตายอยู่ในกำมือของอีกฝ่ายในใจของเติ้งหม่างเต็มไปด้วยไฟแค้น โกรธจนตัวสั่นเขาคำรามใส่ลูกน้อง “ยังยืนโง่อยู่อีก ทำกระไ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 652

    เมื่อได้ยินคำพูดของฉินซู เติ้งหม่างก็พยักหน้าหนักแน่น “ดี แม่ทัพนายกองทั้งหลายจงฟัง ตามข้าบุกโจมตีค่ายใหญ่ใจกลางกองทัพต้าเหยียน บุก!”เติ้งหม่างนำทัพเป็นคนแรก บุกตะลุยเข้าไปข้างในพวกเขาบุกตะลุยราวกับพายุตลอดทาง มิใช่สิ ต้องบอกว่าบุกเข้าไปถึงหน้าค่ายทหารใหญ่อย่างไร้อุปสรรคขัดขวางเติ้งหม่างเพิ่งจะสังเกตเห็นความผิดปกติ เขาโบกมือสั่งการ สั่งให้คนบุกเข้าไปทันทีแต่ผลปรากฏว่า ในค่ายทหารใหญ่ใจกลางกองทัพ กลับไม่มีแม้แต่เงาคน!“แย่แล้ว พวกเราติดกับแล้ว!”ถึงเติ้งหม่างจะมีปฏิกิริยาช้าไปบ้างแต่ในที่สุดก็ตระหนักได้แล้วเขาคำรามเสียงดังโดยมิลังเล “ทุกคนถอยทัพกลับ พวกเราติดกับแล้ว!”แต่ฉินซูโบกมือ “ถอยทัพเวลานี้ เท่ากับปล่อยให้ความสำเร็จกลายเป็นศูนย์ รีบแบ่งทหารไปประจำการยึดประตูเมืองทิศต่าง ๆ เมื่อสำเร็จ หากทำสำเร็จก็เท่ากับต้าเหยียนยกเมืองให้เราเปล่า ๆ เมืองหนึ่ง!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของเติ้งหม่างก็เปล่งประกายวูบวาบขึ้นมา กล่าวชม “ท่านผู้อาวุโสพูดมีเหตุผล แม่ทัพนายกองทั้งหลายจงฟัง แบ่งทหารออกไปสี่ทิศ รีบบุกยึดประตูเมืองเจียวโจวทุกทิศโดยเร็วที่สุด!”"ขอรับ!"ทหารนับแสนนายรีบแบ่งอ

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status