Share

บทที่ 49

Author: ใบไม้ร่วงในเมืองร้าง
เมื่อได้ยินความหมายในคำพูดของเส้าหวยอัน กลายเป็นว่าตู๋กูโฉ่วเยวี่ยและองค์รัชทายาทร่วมมือกันจงใจใส่ร้ายเขา สิ่งนี้จะมิทำให้เขาโกรธได้อย่างไร

เส้าหวยอันรีบแก้ต่าง “ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น ข้าเพียงต้องการบอกว่า องค์รัชทายาทส่งคนมาตีหัวข้า พระองค์พาข้าไปที่หอบุปผาเมลัยแล้วก็แจ้งให้สำนักหอดูดาวหลวงของเจ้ารู้ เพื่อที่เจ้าจะได้จับข้าคาหนังคาเขา”

ตู๋กูโฉ่วเยวี่ยดุด้วยความโกรธ “โกหก นอกจากองค์รัชทายาทแล้ว ชูโม่ก็อยู่ที่นั่นด้วยในเวลานั้น หรือท่านจะบอกว่า ชูโม่ก็ร่วมกับองค์รัชทายาทใส่ร้ายท่านด้วยเล่า”

เส้าหวยอันวิงวอนทั้งน้ำมูกน้ำตากับฉินอู๋ต้าว “ฝ่าบาท ข้าน้อยถูกกล่าวหาอย่างมิยุติธรรมจริง ๆ ในเวลานั้นมีเพียงองค์รัชทายาทและชายหนุ่มที่ค่อนข้างหล่อเหลาคนหนึ่งเท่านั้น แต่ตอนนี้ตู๋กูโฉ่วเยวี่ยกลับบอกว่าชูโม่ก็อยู่ที่นั่นด้วย พวกเขาใส่ร้ายกระหม่อมเช่นนี้ กระหม่อมมิสามารถโต้แย้งอะไรได้จริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ"

ฉินเหยี่ยนหรี่ตาลงเล็กน้อยและพูดอย่างมีความหมาย “เสด็จพ่อ สำนักหอดูดาวหลวงเป็นดาบที่เสด็จพ่อพึ่งพามากที่สุด แต่ตอนนี้ดาบเล่มนี้ดูเหมือนจะเข้าข้างองค์รัชทายาทแล้ว นั่นแสดงให้เห็นว่า วิธีการขององค์รั
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Locked Chapter

Kaugnay na kabanata

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 50

    ทันทีที่ฉินซูพูดจบ เขาก็ป้ายลงไปที่ใต้จมูกของฉงชูโม่สองครั้งทันใดนั้นฉงชูโม่ก็ดูเหมือนจะไว้หนวดเคราขึ้นมาแล้ว!“องค์รัชทายาท ท่าน...”ฉงชูโม่กำลังจะโกรธ เมื่อเขาเห็นฉินซูวาดหนวดเคราบนหน้าตัวเองต่อหน้าธารกำนัลฉินซูรีบอธิบายว่า “มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่รองเสนาบดีเส้าจะจำเจ้าได้ แม่ทัพฉงอดทนหน่อยแล้วกัน”เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ฉงชูโม่ก็มิอยากจะเช็ดหมึกออกจากใบหน้า ขณะเดียวกันก็ยังสงสัยว่า หมึกบนมือของฉินซูมาจากที่ใดเมื่อเส้าหวยอันเห็นฉงชูโม่ในเวลานี้ ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดลงเม็ดเหงื่อขนาดใหญ่พอ ๆ กับถั่วหล่นลงมาบนหน้าผากของเขา ทำให้เขาตื่นตระหนกจนสิ้นท่าเมื่อเห็นเขาเป็นเช่นนี้ หัวใจของฉินเหยี่ยนก็จมดิ่งลง และรู้สึกได้ถึงลางร้ายฉินซูถามด้วยรอยยิ้ม “รองเสนาบดีเส้า เหตุใดเจ้าจึงเหงื่อออกมากนัก? เจ้าร้อนมากเลยรึ?”“กระหม่อม… กระหม่อม… กระหม่อม…”เส้าหวยอันพูดมิออก ได้แต่อ้ำอึ้งอยู่อย่างนั้น และเอาแต่เช็ดเหงื่อเย็นบนหน้าผากของเขาไปเรื่อย ๆในเวลานี้ ฉินอู๋ต้าวก็รู้ว่าเส้าหวยอันกำลังทำตัวมีพิรุธเขาจึงถามฉงชูโม่ว่า “ชูโม่ เรื่องมันเป็นอย่างไร?”“ทูลฝ่าบาท ในเวลานั้น หม่อมฉันกำล

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 51

    “หม่อมฉันรับพระบัญชาเพคะ!”ฉงชูโม่ประสานมือโค้งคำนับ แล้วจากไปเช่นกันฉินอู๋ต้าวขมวดคิ้ว พึมพำกับตัวเองว่า “องค์รัชทายาทที่กำลังจะถูกปลด กลับพูดว่าจะทำดอกไม้ไฟ ฮึ ก็ดี ข้าจะรอดูว่าอย่างเจ้าจะทำอะไรออกมาได้”......นอกวังหลวงฉินเหยี่ยนพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชันว่า “เสด็จพี่รัชทายาท บัญชีนี้ข้าจำไว้แล้ว เราคอยดูกันต่อไป!”หลังจากพูดทิ้งท้าย เขาก็เดินจากไปโดยมิหันกลับมามองฉินซูก็คร้านจะต่อล้อต่อเถียงกับเขา เดินไปทางตำหนักบูรพาอย่างสบายอารมณ์ตู๋กูโฉ่วเยวี่ยก็เดินตามไปติด ๆระหว่างทางกลับ ฉินซูถามอย่างเนียน ๆ ว่า “ตู๋กูโฉ่วเยวี่ย เขาว่าอาจารย์ของเจ้าเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเมืองหลงเฉิง นี่มิใช่คำพูดเกินจริงใช่หรือไม่?”“แน่นอนว่ามิใช่พ่ะย่ะค่ะ ด้วยความสามารถของเขา หากมองไปทั่วทั้งแคว้นต้าเหยียน เกรงว่าคงมีมิกี่คนที่เป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้พ่ะย่ะค่ะ”“แล้วเจ้าในฐานะศิษย์ของเขา เจ้ารู้หรือไม่ว่าวรยุทธที่เขาชำนาญที่สุดคืออะไร?”ตู๋กูโฉ่วเยวี่ยกล่าวโดยมิต้องคิดเลย “แน่นอนว่าเป็นยุทธที่เขาคิดค้นขึ้นมาเอง วิชาจิตแห่งอนันต์ นี่เป็นวรยุทธทักษะการฝึกจิตให้แข็งแกร่งที่ลึกซึ้ง แม้แต่คนฉ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 52

    ตู๋กูโฉ่วเยวี่ยถามกลับด้วยความอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อย “เรื่องอันใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?”“ไปรวบรวมหลักฐานความผิดของอ๋องจิ้นและอ๋องฉีให้ข้า! ตราบใดที่ตัวข้าโค่นพวกเขาได้ ตำแหน่งของข้าก็จะไม่มีใครทำให้สั่นคลอนได้ อย่างน้อยก็จนถึงวันชุนเฟินปีหน้า! ถึงตอนนั้น เจ้าก็จะมีเวลาได้อยู่กับฉงชูโม่มากขึ้น!”ฉินซูคิดว่า ตู๋กูโฉ่วเยวี่ยจะตอบตกลงโดยมิลังเลแต่กลับกลายเป็นว่าเขาส่ายหัวอย่างหนักแน่น และพูดว่า “องค์รัชทายาท กระหม่อมช่วยเรื่องนี้มิได้พ่ะย่ะค่ะ ข้อแรก ห้ามเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้แย่งชิงอำนาจภายในพรรค นี่คือกฎเหล็กของสำนักหอดูดาวหลวงของเรา ข้อสอง หากอาจารย์เฒ่าของกระหม่อมรู้ว่า กระหม่อมยังคงช่วยเหลือท่าน เขาจะต้องหักขากระหม่อม แล้วขังข้าไว้สามถึงห้าปีเป็นแน่”“ไม่หรอกกระมัง? อย่างไรเจ้าก็เป็นศิษย์เขา เขาจะใจร้ายขนาดนี้เชียวหรือ?”“แม้แต่ศิษย์พี่หญิงใหญ่ยังถูกเขาขังมาเป็นปีแล้ว ตอนนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเลย ท่านว่าเขาใจร้ายหรือไม่เล่า?”“หืม? เจ้ายังมีศิษย์พี่หญิงใหญ่ด้วยรึ?” จุดนี้ทำให้ฉินซูรู้สึกประหลาดใจตู๋กูโฉ่วเยวี่ยถอนหายใจเบา ๆ แล้วพูดว่า “เฮ้อ พูดแล้ว ศิษย์พี่หญิงใหญ่ก็ช่างเ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 53

    เมื่อพูดถึงตรงนี้ เซี่ยหลานก็ถามด้วยความตกใจว่า “ชูโม่ เจ้าคิดว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่หลินชิงเหยาไม่มีที่ไป ดังนั้นจึงต้องไปที่ตำหนักบูรพา?”“หากเป็นเช่นนั้น เรื่องก็ง่ายขึ้นแล้ว กลัวก็แต่ว่านางจะไปที่นั่นพร้อมกับภารกิจ เช่นนั้นสถานการณ์ของนางก็ลำบากแล้ว”เซี่ยหลานมีสีหน้ามิเข้าใจ “ถึงนางจะไปที่นั่นพร้อมกับภารกิจ แล้วมันจะลำบากอะไร? องค์รัชทายาทก็ประกาศต่อหน้าทุกคนแล้วว่านางเป็นสตรีของพระองค์มิใช่หรือ?”ฉงชูโม่อธิบายด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “หลังจากที่ข้าลองสังเกตและทำความเข้าใจในช่วงสองวันที่ผ่านมา องค์รัชทายาทมิได้เรียบง่ายอย่างที่เห็นภายนอก แม้กระทั่งตอนนี้ ข้าก็ยังมีอาจมองพระองค์ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง”“หา? องค์รัชทายาทก็แค่สุรุ่ยสุร่าย หมกมุ่นอยู่แต่กับสุราและนารีทั้งวันวี่มิใช่หรือ? พระองค์จะมิเรียบง่ายตรงไหนกัน?”“หากเจ้าคิดเช่นนั้นจริง ๆ เจ้าก็ประเมินพระองค์ต่ำไปแล้ว เอาเถอะ ข้าจะมิพูดอะไรมากไปกว่านี้ แค่จำไว้ว่าอย่าไปยุ่งกับองค์รัชทายาทมากนัก ข้ารู้สึกว่า องค์รัชทายาทมีอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่”เซี่ยหลานเบ้ปากอย่างมิเห็นด้วย “ชูโม่ ข้าว่าเจ้าโดนเขาหลอกแล้วกระมัง ใคร ๆ ทั้งในและ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 54

    เห็นเพียงฉงชูโม่เดินไปมิไกล ก็หายตัวไปหลังกำแพงในพริบตาเดียวครู่ต่อมา ชายชุดเขียวถือกระบี่ยาวก็ปรากฏตัวขึ้นบริเวณใกล้ ๆหลังจากที่เขาเข้ามา เขามองไปรอบ ๆ ด้วยความประหลาดใจในเวลานี้ มีเสียงเบา ๆ มาจากด้านหลังกำแพง!สีหน้าของชายชุดเขียวเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน มือใหญ่จับด้ามกระบี่เตรียมจะชักออกมาในขณะนั้นเอง ร่างของฉงชูโม่ก็โผล่ออกมาต่อหน้าเขาอย่างน่าสะพรึงกลัวราวกับผี นางถือปิ่นปักผมอยู่ในมือแน่นปลายแหลมของปิ่นปักผมจ่ออยู่ที่คอของชายหนุ่มชุดสีเขียวชายชุดเขียวตกใจมาก รีบพูดด้วยความเคารพ “แม่ทัพใหญ่ฉง สมกับเป็นอันดับที่สองรองจากเหลยเจิ้น ด้วยความแข็งแกร่งเช่นนี้ ข้าน้อยขอคารวะ!”ฉงชูโม่มองเขา และถามด้วยความสงสัย “เจ้าเป็นใคร?”“ข้าน้อยคือไช่โย่ว เข้าเป็นทหารจวนอ๋องหนิงขอรับ”เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของฉงชูโม่ก็เย็นชาลง นางเลิกคิ้วขึ้นและถามว่า “ท่านอ๋องหนิงให้เจ้ามาสะกดรอยตามข้างั้นรึ?”ไช่โย่วรีบอธิบายว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่ฉงเข้าใจผิดแล้ว ข้าน้อยมิได้มาสะกดรอยตามท่าน แต่มาเพื่อแจ้งข่าว ท่านอ๋องหนิงได้ล่วงเกินท่านแม่ทัพใหญ่ฉงจึงกลับเข้าเมืองไปแล้ว และได้สั่งให้ข้าน้อยมาเชิญท่า

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 55

    ฉงชูโม่พยักหน้าเล็กน้อย “เชิญท่านอ๋องเพคะ”เมื่อทั้งสองมาถึงห้องรับแขก ก็ได้นั่งลงตามตำแหน่งของเจ้าบ้านและแขกฉินเซียวจิบชาอุ่น ๆ ไปหนึ่งอึกแล้วพูดอย่างใจเย็นว่า “ชูโม่ ข้าได้ยินมาว่า เสด็จพ่อทรงจัดให้เจ้าไปเป็นอาจารย์ขององค์รัชทายาทที่ตำหนักบูรพา นี่มันเรื่องอันใดกัน?”“ฝ่าบาททรงกังวลว่า องค์รัชทายาทจะก่อเรื่อง จึงส่งหม่อมฉันไปดูแล ท่านอ๋อง ท่านยังมิได้ตอบคำถามของหม่อมฉันเมื่อครู่นี้เลย ท่านมีข่าวของเขาจริง ๆ หรือ?”“แน่นอนว่าเป็นเรื่องจริง นับตั้งแต่เขาถูกขับไล่ออกจากเมืองหลวงเมื่อหลายปีก่อน ข้าก็แอบส่งคนออกไปสืบหาที่อยู่ของเขาตลอดสามปีที่ผ่านมา โชคดีที่ฟ้ายังมิทอดทิ้งคนที่มีความตั้งใจ คนที่ถูกส่งไปก่อนหน้านี้มิกี่วันก็ส่งข่าวกลับมา บอกว่าพบร่องรอยของเขาในแถบหลงโย่ว”ฉงชูโม่ลุกขึ้นยืน พูดอย่างตื่นเต้นว่า “เช่นนั้นก็เยี่ยมเลยเพคะ ขอท่านทรงบอกหม่อมฉันเร็วเถิดเพคะ ตำแหน่งที่แน่นอนของเขาตอนนี้คือที่ใด หม่อมฉันจะไปหาเขา!”“ชูโม่ เจ้าใจเย็นก่อน คนของข้าเพิ่งพบร่องรอยของเขาในแถบหลงโย่ว ยังมิรู้ตำแหน่งที่แน่นอน และดูเหมือนว่าเขาตั้งใจจะหลีกเลี่ยงคนของข้าอีกด้วย...”ได้ยินดังนั้น ความต

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 56

    ตู๋กูโฉ่วเยวี่ยพยักหน้าอย่างจริงจังฉงชูโม่ขมวดคิ้วเล็กน้อย พึมพำกับตัวเองว่า “เหตุใดข้างในจึงเงียบเช่นนี้เล่า?”นางรู้สึกสงสัย จึงยื่นมือไปเคาะประตูแต่ทันทีที่มือแตะประตู ประตูห้องตำราก็เปิดออกอย่างง่ายดาย ปรากฏว่ามิได้ล็อกเห็นฉินซูในตอนนี้หันหลังให้ประตูห้องตำรา นั่งอยู่หน้าโต๊ะด้วยความตั้งใจจดจ่อ มิรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่เมื่อเห็นดังนั้น ฉงชูโม่ก็ขมวดคิ้วแน่นขึ้น อดมิได้ที่จะถามว่า “องค์รัชทายาท ท่านกำลังทำ…”นางยังพูดมิทันจบ ฉินซูที่กำลังยุ่งอยู่ก็มือสั่น จากนั้นก็มีเสียง “ตู้ม” ดังขึ้น!ควันหนาทึบพวยพุ่งขึ้นตรงหน้าฉินซู กลิ่นฉุนดินปืนฟุ้งกระจายไปทั่วห้องตำราในทันทีทั้งฉงชูโม่และตู๋กูโฉ่วเยวี่ยต่างตกตะลึง อ้าปากค้างจ้องมองฉินซูฉินซูหันกลับมา บ่นด้วยน้ำเสียงตัดพ้อว่า “ฉงชูโม่ ตัวข้าไปทำอะไรให้เจ้าแค้นหรือไร? ถึงได้ร้องโวยวายอย่างนั้น!”ตอนนี้เขาดูมอมแมม มิหล่อเหลาเหมือนอย่างเคยที่น่าขันยิ่งกว่านั้นคือ ตอนที่เขาพูด ยังมีควันพวยพุ่งออกมาจากปากเขาอีกด้วย“พรวด... ฮ่าฮ่าฮ่า!”ตู๋กูโฉ่วเยวี่ยกลั้นหัวเราะไว้ได้ครู่หนึ่ง ก็ทนมิไหว ต้องเอามือกุมท้องหัวเราะออกมาเสียงดังฉง

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 57

    “เหตุใดข้าต้องอายด้วย? ชิงเหยาเป็นสตรีของข้า ข้าจะทำสิ่งใดกับนางก็เป็นเรื่องปกติ!”ฉินซูพูดจบก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วพูดหยอกล้อว่า “ว่าแต่ เจ้าอยากจะร่วมด้วยหรือไม่? เหมือนอย่างเมื่อคืน…”สีหน้าของฉงชูโม่เปลี่ยนเป็นเย็นชา นางสะบัดแส้ในมือออกมาโดยไม่มีสัญญาณเตือนใด ๆรูม่านตาของฉินซูหดเล็กลง และถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ!เมื่อเห็นว่าฉินซูหลบได้อีกครั้ง ฉงชูโม่ก็อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ “ตอบสนองได้เร็วเพียงนี้ ยังจะอ้างว่ามิรู้วรยุทธอีกรึ วันนี้หม่อมฉันจะสัมผัสทักษะอันน่าประทับใจขององค์รัชทายาทสักหน่อย!”พูดจบ นางก็สะบัดข้อมือ แส้ในมือก็พุ่งเข้าใส่ฉินซูราวกับผ้าไหมที่กำลังโบกสะบัดฉินซูรีบพูดว่า “ฉงชูโม่ ตัวข้าแค่ล้อเล่นกับเจ้า เจ้าจะต้องจริงจังถึงเพียงนี้เชียวหรือ? หากเจ้ายังมิหยุด ข้าจะเอาเรื่องเมื่อคืนไปพูดแล้ว!”ได้ยินดังนั้น ฉงชูโม่ก็หยุดทันที แล้วดุว่า “องค์รัชทายาท ท่านเป็นถึงรัชทายาท ยังมาข่มขู่หม่อมฉัน ท่านทำเรื่องไร้ยางอายเช่นนี้ได้อย่างไร!”“เจ้าก็รู้ว่าข้าเป็นรัชทายาท ยังกล้าลงมือกับข้า เจ้ามิไร้ยางอายหรือไร?”“หึ ก็แค่รัชทายาทที่รอวันถูกปลด!”“ถึงอย่างไรก็เป็นร

Pinakabagong kabanata

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 658

    หลิวผู่มิสนใจจ้าวควง แต่กลับคุกเข่าลงต่อหน้าฉินซู กล่าวว่า “องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน ข้าน้อยยินดีสวามิภักดิ์ ขอพระองค์โปรดละเว้นชีวิตราษฎรหนานเยวี่ยของข้าน้อยด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”ขุนนางคนอื่น ๆ ต่างพากันคุกเข่าลงตาม “พวกข้าน้อยเองก็ยินดีสวามิภักดิ์ ขอพระองค์โปรดละเว้นชีวิตราษฎรหนานเยวี่ยของข้าน้อยด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”ฉินซูโบกมือใหญ่แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ขุนนางทั้งหลาย ตราบใดที่พวกเจ้ายอมสวามิภักดิ์ต่อราชวงศ์ต้าเหยียนของข้า ถึงกาลนั้น ราษฎรหนานเยวี่ยและราชวงศ์ต้าเหยียนของข้าก็จะกลายเป็นครอบครัวเดียวกัน ข้าย่อมดูแลพวกเจ้าอย่างดี อีกทั้งยังสามารถยกเว้นการเกณฑ์แรงงานและภาษีให้แก่ราษฎรทั่วทั้งแผ่นดินได้เป็นเวลาสามปี!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิวผู่และคนอื่น ๆ ก็ซาบซึ้งใจจนน้ำตาไหลพราก!การยกเว้นภาษีเป็นเวลาสามปี เพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ราษฎรหนานเยวี่ยหันมาภักดีจนสุดขั้วหัวใจแล้วเพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หนานเยวี่ยต้องเลี้ยงดูกองทัพทหารมหาศาลเช่นนี้ ภาษีจึงสูงขึ้นทุกปี ราษฎรภายในแคว้นต่างแบกรับภาระมิไหวมานานแล้วเมื่อเป็นเช่นนี้ แม้ว่าหลิวผู่และพวกจะมิยอมสวามิภักดิ์ เกรงว

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 657

    หลังจากนั้น เสียงระเบิดของระเบิดสายฟ้าก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสียงร้องโหยหวนก็ดังมิขาดสายเมื่อได้ยินเสียงการต่อสู้ภายนอก จ้าวควงก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย “ฉินซู เจ้าพาทหารต้าเหยียนของเจ้าเข้ามาด้วยรึ?”ฉินซูหัวเราะเยาะ “ถูกต้องแล้ว พระราชวังของเจ้ามีทหารรักษาพระองค์เพียงหมื่นกว่านาย มินานก็ถูกสังหารหมดสิ้น!”เป็นจริงมิต่างจากที่คาดสักเท่าไร มินานเสียงต่อสู้ภายนอกก็เงียบลงจากนั้นเสียงฝีเท้าอึกทึกก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จ้าวควงมองไปยังนอกประตูท้องพระโรงด้วยความหวังเขาหวังสุดหัวใจว่า คนที่บุกเข้ามาเป็นคนแรกจะเป็นทหารรักษาพระองค์ของตนน่าเสียดายที่ทุกอย่างมิเป็นไปตามที่หวัง คนที่บุกเข้ามาจากภายนอกล้วนเป็นคนแปลกหน้าชายผู้นำขบวนเข้ามาคุกเข่าลงข้างหนึ่ง กล่าวต่อฉินซูด้วยความเคารพ “องค์รัชทายาท ทหารรักษาพระองค์ในพระราชวังหนานเยวี่ยถูกสังหารไปสามพันนาย ที่เหลือทั้งหมดยอมศิโรราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของจ้าวควงก็เปลี่ยนไปฉับพลัน จากนั้นจึงคำรามออกมา “เป็นไปมิได้ เป็นไปมิได้เด็ดขาด ทหารรักษาพระองค์ของข้าจงรักภักดี พวกเขายอมตายเสียดีกว่าที่จะยอมจำนน เจ้าอย่ามาพูดจาเหลว

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 656

    “ฝ่าบาท!!”เหล่าขุนนางตกใจจนแทบสิ้นสติกับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหัน ต่างคนต่างยืนงงงันอยู่กับที่ ทำกระไรมิถูกส่วนองครักษ์พกดาบก็ชักดาบออกมาโดยมิลังเล หัวหน้าองครักษ์ตวาดเสียงดัง “เจ้าคนแซ่ตงฟาง รีบปล่อยฝ่าบาทเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้นเจ้าจะได้ตายไร้ที่ฝังศพ!”“ขออภัย ข้ามิได้แซ่ตงฟาง แต่แซ่ฉิน!”ฉินซูกล่าวพร้อมกับกระชากหน้ากากหนังออกดวงตาของจ้าวควงหดเล็กลง ในใจสั่นสะท้าน “เจ้า เจ้าคือองค์รัชทายาทผู้รอวันปลดแห่งต้าเหยียน...”“ข้าคือรัชทายาทแห่งต้าเหยียนจริง แต่คำว่า ‘รอวันปลด’ นับแต่นี้ไปคงต้องตัดทิ้งเสียแล้ว!”ฉินซูจับตัวจ้าวควงไว้ แล้วดีดนิ้วไปยังอากาศวูบ!ปราณดัชนีอันแข็งแกร่งพุ่งออกจากปลายนิ้ว เสาไม้แดงต้นหนึ่งในท้องพระโรงปรากฏรูลึกในทันใด!เมื่อเห็นภาพนั้น ทุกคนก็ถึงกับอ้าปากค้างพวกเขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า ฉินซูคือจอมยุทธ์ระดับสวรรค์!ฉินซูข่มขวัญจนทุกคนหวาดกลัวแล้วก็หันไปตวาดใส่ทหารเกราะเหล่านั้น “ข้ามิอยากเสียเวลาสู้กับพวกเจ้า หากมิอยากตาย อย่าริอ่านขยับ!”ทหารเกราะเหล่านั้นมองหน้ากันไปมา ต่างก็มิแน่ใจว่าจะทำอย่างไรดีหากลงมือ จ้าวควงผู้เป็นถึงองค์จักรพรรดิจะตกอยู่ใ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 655

    "เรื่องอันใดเพคะ?"“ฉินอวี่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เจ้าพาทหารไปปิดล้อมเส้นทางสำคัญทุกสายทันที ป้องกันมิให้เขาลอบไปแจ้งข่าวให้หนานเยวี่ยรู้ตัว”“เพคะ! แล้วทหารชั้นยอดห้าหมื่นนายที่เขาซุกซ่อนไว้ที่ตงไห่เล่าเพคะ? เกรงว่าเขาจะหนีไปทางนั้นแล้วกระมัง?”“ในยามนี้ เกรงว่าทหารห้าหมื่นนายนั้นจะยกทัพขึ้นเหนือไปแล้ว คงกำลังรอคำสั่งใหม่ของฉินอวี่อยู่ที่ไหนสักแห่ง เอาเช่นนี้ เจ้าพาหูก่วงเซิงไปด้วย เขารู้จุดนัดพบ เมื่อไปถึงจุดนัดพบแล้วก็ให้ควบคุมตัวหัวหน้าของพวกมันเอาไว้!”ฉินซูพูดจบก็หันไปสั่งตงฟางไป๋ “ตงฟางไป๋ พวกเจ้าสองพี่น้องจงติดตามฉงชูโม่ไปด้วย!”“รับพระบัญชา!” สองพี่น้องตงฟางรับคำสั่งด้วยความเคารพฉงชูโม่ก็ยังคงกังวลอยู่บ้าง “แล้วอ๋องฉู่เล่าเพคะ? หากเขาล่วงหน้าไปพบกับทหารห้าหมื่นนายนั้นก่อนพวกเรา เรื่องคงจะยุ่งแล้ว”ฉินซูกล่าวอย่างมั่นใจ “ข้าคาดการณ์ว่าฉินอวี่มิกล้าเอาตัวเข้าไปเสี่ยง หากเขากล้าไปพบกับทหารห้าหมื่นนายนั้น ก็มิต่างอะไรกับการประกาศให้ชาวบ้านรับรู้ว่าเขากำลังก่อกบฏ เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาย่อมไม่มีวันได้ฟื้นคืนอำนาจอีก!”ฉงชูโม่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็รู้สึกว่ามีเหตุผล นางจึงพยั

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 654

    ภายในเมือง เสียงระเบิดดังสนั่น พร้อมกับเสียงลมแหวกอากาศของลูกธนูที่พุ่งผ่านดังมิขาดสายเสียงร้องโหยหวนยิ่งดังระงมมิหยุดหย่อน ต่อเนื่องเป็นระลอก!พื้นดินของเมืองอาบย้อมไปด้วยเลือดสีแดงฉาน สังหารหมู่ นี่คือการสังหารหมู่แต่เพียงฝ่ายเดียว!ในเวลานี้ ทหารหนานเยวี่ยที่ล้มลงจมกองเลือดมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆฉินซูเห็นเติ้งหม่างมิไหวติง จึงเตือนสติ “ทุกครั้งที่เจ้าลังเล จะมีทหารหนานเยวี่ยสังเวยชีวิตอีกนับมิถ้วน เจ้าจะเงียบต่อไปก็ได้ อย่างไรเสียก็มิใช่ทหารของข้า”เมื่อได้ยินเช่นนั้น เติ้งหม่างก็มองไปยังสถานการณ์การรบอันน่าอนาถที่อยู่ไกลออกไป ในที่สุดก็ยอมรับความจริงที่ว่าสถานการณ์พลิกผันไปแล้วเขาถอนหายใจอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก ตะโกนเสียงดัง “แม่ทัพนายกองทั้งหลายจงฟัง วางอาวุธลงยอมจำนนเสีย!”คำสั่งของเขาแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วกองทัพหนานเยวี่ยในเมืองพากันโยนอาวุธในมือทิ้งพร้อมยกมือขึ้นยอมจำนนส่วนทหารแห่งต้าเหยียนก็หยุดการกระทำ มิยิงธนูต่อไปมินาน ฉงชูโม่ก็นำทัพใหญ่บุกเข้าเมือง ควบคุมทหารหนานเยวี่ยของเติ้งหม่างไว้ได้ทั้งหมดเติ้งหม่างมองโจวฉางที่ถูกตงฟางไป๋จับมัดไว้พลางหัวเราะอย่างข

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 653

    เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ทุกคนก็ตกตะลึงจนตาแทบถลนออกมา!กุนซือจะชิงตำแหน่งแม่ทัพหรือ?!เติ้งหม่างยืนงงไปครู่หนึ่ง ถามเสียงต่ำ “ท่านผู้อาวุโส ท่านหมายความว่าอย่างไร?”ฉินซูยิ้มอย่างใจเย็น “แม่ทัพเติ้ง เจ้ารู้จักคำกล่าวที่ว่า ทหารจะมิชิงชังกลอุบายหรือไม่?”ขณะพูด อีกมือหนึ่งก็กระชากบางอย่างออกจากใบหน้า!หน้ากากผิวหนังที่บางราวปีกแมลงทับบนใบหน้าถูกกระชากออกเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขาเมื่อเห็นภาพนั้น เติ้งหม่างก็อุทานออกมา “ฉินซู! เป็นเจ้าเองรึ!!”ในฐานะแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นหนานเยวี่ย ภาพเหมือนของรัชทายาทแห่งแคว้นเพื่อนบ้าน มีหรือเขาจะจำมิได้ ดังนั้นเขาจึงจำฉินซูได้ในทันทีฉินซูหัวเราะในลำคอ “ตกใจหรือไม่เล่า? คาดมิถึงเลยใช่หรือไม่?”เติ้งหม่างโกรธจัดจนกระอักเลือดออกมาเป็นกระบุง!ตนพารัชทายาทของแคว้นศัตรูมาพบจักรพรรดิแห่งหนานเยวี่ย ซ้ำยังปล่อยให้อีกฝ่ายมาเป็นกุนซือของกองทัพตนอีก!บัดนี้ทหารนับแสนนายถูกล้อมอยู่ในเมืองเจียวโจว ถูกขังไร้ซึ่งทางหนี ชะตากรรมความเป็นความตายอยู่ในกำมือของอีกฝ่ายในใจของเติ้งหม่างเต็มไปด้วยไฟแค้น โกรธจนตัวสั่นเขาคำรามใส่ลูกน้อง “ยังยืนโง่อยู่อีก ทำกระไ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 652

    เมื่อได้ยินคำพูดของฉินซู เติ้งหม่างก็พยักหน้าหนักแน่น “ดี แม่ทัพนายกองทั้งหลายจงฟัง ตามข้าบุกโจมตีค่ายใหญ่ใจกลางกองทัพต้าเหยียน บุก!”เติ้งหม่างนำทัพเป็นคนแรก บุกตะลุยเข้าไปข้างในพวกเขาบุกตะลุยราวกับพายุตลอดทาง มิใช่สิ ต้องบอกว่าบุกเข้าไปถึงหน้าค่ายทหารใหญ่อย่างไร้อุปสรรคขัดขวางเติ้งหม่างเพิ่งจะสังเกตเห็นความผิดปกติ เขาโบกมือสั่งการ สั่งให้คนบุกเข้าไปทันทีแต่ผลปรากฏว่า ในค่ายทหารใหญ่ใจกลางกองทัพ กลับไม่มีแม้แต่เงาคน!“แย่แล้ว พวกเราติดกับแล้ว!”ถึงเติ้งหม่างจะมีปฏิกิริยาช้าไปบ้างแต่ในที่สุดก็ตระหนักได้แล้วเขาคำรามเสียงดังโดยมิลังเล “ทุกคนถอยทัพกลับ พวกเราติดกับแล้ว!”แต่ฉินซูโบกมือ “ถอยทัพเวลานี้ เท่ากับปล่อยให้ความสำเร็จกลายเป็นศูนย์ รีบแบ่งทหารไปประจำการยึดประตูเมืองทิศต่าง ๆ เมื่อสำเร็จ หากทำสำเร็จก็เท่ากับต้าเหยียนยกเมืองให้เราเปล่า ๆ เมืองหนึ่ง!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของเติ้งหม่างก็เปล่งประกายวูบวาบขึ้นมา กล่าวชม “ท่านผู้อาวุโสพูดมีเหตุผล แม่ทัพนายกองทั้งหลายจงฟัง แบ่งทหารออกไปสี่ทิศ รีบบุกยึดประตูเมืองเจียวโจวทุกทิศโดยเร็วที่สุด!”"ขอรับ!"ทหารนับแสนนายรีบแบ่งอ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 651

    “ข้าน้อยเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”ช่ายเฟิงพยักหน้าหนักแน่น แล้วหันหลังกลับไปเตรียมคบเพลิงทางฝั่งที่ตั้งกองทัพใหญ่หนานเยวี่ย เติ้งหม่างมองไปที่กำแพงเมืองแวบหนึ่ง ในใจก็อดมิได้ที่จะกระวนกระวายใจเล็กน้อยเขากระซิบถามฉินซู “ท่านผู้อาวุโส ยามนี้ก็ยามโฉ่ว[footnoteRef:0]แล้ว แต่บนกำแพงเมืองหาได้มีความเคลื่อนไหวไม่ จะเป็นไปได้หรือไม่ที่อ๋องฉู่จะเปลี่ยนใจกะทันหัน?” [0: ยามโฉ่ว เริ่มนับตั้งแต่เวลา 01.00 – 03.00 น.] “อย่าเพิ่งใจร้อน รออีกเดี๋ยว อีกอย่าง ต่อให้อ๋องฉู่จุดคบเพลิงเป็นสัญญาณจริง พวกเราก็ต้องระวังตัวไว้บ้าง”เมื่อได้ยินเช่นนั้น เติ้งหม่างก็ถามด้วยความประหลาดใจ “ท่านผู้อาวุโสสงสัยว่าอ๋องฉู่จะหักหลังพวกเราหรือ?”“กันไว้ดีกว่าแก้ เมื่อมิกี่วันก่อนข้าเข้าไปสำรวจข้างในเจียวโจวมาบ้าง รู้สภาพข้างในคร่าว ๆ เดี๋ยวเข้าไปในเมืองแล้วเจ้าอย่าปล่อยให้ทัพใหญ่วิ่งพล่านโดยพลการ จะเป็นอันตรายเอาได้”“ในเมื่อท่านผู้อาวุโสคุ้นเคยกับผังเมืองภายใน เมื่อเข้าไปในเมืองแล้วขอฝากท่านผู้อาวุโสบัญชาการทัพต่อด้วย ตอนนี้ท่านคือกุนซือของเราแล้ว!”“ดี!”ในใจของฉินซูแทบจะระเบิดหัวเราะออกมาในเวลานี้เองบนกำแ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 650

    ต่อมา ฉินอวี่จึงใช้ทหารม้าหุ้มเกราะชั้นยอดของตนเข้ามาแทนที่ทหารม้าลาดตระเวนที่ฉงชูโม่เคยส่งออกไปก่อนหน้านี้มิว่าทางหนานเยวี่ยจะมีความเคลื่อนไหวผิดปกติหรือไม่ก็ตามทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่พวกเขารายงานเมื่อทำภารกิจนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ฉินอวี่ก็อารมณ์ดีเป็นพิเศษ เขาอยู่ในค่ายทหาร รินสุราดื่มเองไปสองสามจอก.......นอกเมืองถัวเฉิงแคว้นหนานเยวี่ย เติ้งหม่างและฉินซูกำลังนำทัพใหญ่ออกเดินทางอีกครั้งมุ่งหน้าไปยังเมืองเจียวโจวอีกหนึ่งวันต่อมากองทัพใหญ่หหนานเยวี่ยเดินทัพถึงยามค่ำคืน เร่งฝีเท้าอย่างเต็มที่ ในที่สุดก็เดินทางมาถึงนอกเมืองเจียวโจวจนได้ จากนั้นจึงอาศัยความมืดซ่อนตัว"โจวฉาง ยามนี้ยามใดแล้ว" เติ้งหม่างจ้องมองกำแพงเมืองที่อยู่ไกลออกไป ถามโดยมิหันศีรษะกลับมาโจวฉางตอบด้วยความเคารพ "เรียนท่านแม่ทัพใหญ่ ยามนี้เป็นยามไฮ่[footnoteRef:0]แล้วขอรับ!" [0: ยามไฮ่ เริ่มนับตั้งแต่เวลา 21.00 – 23.00 น.] "เหลือเวลาอีกสองชั่วยาม ทุกคนจงเตรียมพร้อม พร้อมโจมตีได้ทุกเมื่อ!""น้อมรับบัญชา!"ในเวลาเดียวกันฉินอวี่ก็นำคนสนิทขึ้นไปบนเชิงเทินทหารป้อมปราการบนกำแพงเมืองก็ถูกเปลี่ยนเป็นค

Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status