Share

บทที่ 12

Author: จันทร์กระจ่างภูผา
พรึ่บ!

ม่านฉีกขาดโบกพลิ้วตามสายลมยามค่ำคืน ทว่าหลังม่านกลับว่างเปล่าไม่มีผู้ใด!

หลี่เซวียนขมวดคิ้วเป็นปม!

หรือตนคิดผิดแล้ว?

เมื่อครู่รู้สึกได้อย่างชัดเจน มีคนซ่อนตัวอยู่หลังม่าน!

หรือว่า อาศัยจังหวะตอนที่ตนส่งหลี่หลงหลินเพียงครู่หนึ่ง คนๆ นั้นหนีไปแล้ว?

หลี่เซวียนหัวใจหล่นวูบ เดินไปที่โต๊ะหนังสือทันที พบว่าจดหมายมีร่องรอยถูกรื้อค้น

“แย่แล้ว!”

“ตกหลุมพรางแล้ว!”

หลี่เซวียนรู้สึกคล้ายโลกหมุน รีบคว้าโต๊ะ ไม่ได้ล้มลง

หลังจากผ่านไปนาน

ในที่สุดหลี่เซวียนก็ตั้งสติได้ รีบเรียกพบซุนกวางเสี้ยวคนสนิทของตน

ซุนกวางเสี้ยวคุกเข่าทำความเคารพ “องค์ชาย องค์ชายมีอะไรให้รับใช้พ่ะย่ะค่ะ?”

หลี่เซวียนพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “ทหารหน่วยกล้าตายเตรียมไปถึงไหนแล้ว?”

ซุนกวางเสี้ยวตอบ “ทหารหน่วยกล้าตายแปดร้อยนายเตรียมพร้อมแล้วพ่ะย่ะค่ะ! เคลื่อนกำลังพลได้ทุกเมื่อ!”

หลี่เซวียนพยักหน้า “เยี่ยม! จางไป่เจิงนำทหารรักษาพระองค์หนึ่งแสนนาย เดินทางข้ามคืนออกนอกเมืองหลวงไปแล้ว เพื่อรบกับชนเผ่าป่าเถื่อนทางตอนเหนือ! รุ่งสางวันพรุ่งนี้ เราเคลื่อนกำลังพลก่อกบฏ เปลี่ยนราชวงศ์!”

ซุนกวางเสี้ยวได้ยินเช่นนั้น ตะลึงงัน “องค์ชาย! เคลื่อนกำลังพลรุ่งสางวันพรุ่งนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ? เร่งด่วนเกินไปหรือไม่? เวลานั้น อย่างมากทหารรักษาพระองค์ก็อยู่ไกลออกไปเพียงร้อยลี้เท่านั้น! หากพวกเขานำทัพกลับมา แผนการที่เราวางมาหลายปี จะสูญเปล่าพ่ะย่ะค่ะ!”

“ยังมีทหารพันกว่านายของตระกูลซูอีก เรายังไม่อาจทำให้พวกเขาแปรพักตร์...”

หลี่เซวียนสีหน้าเคร่งขรึม “ข้าย่อมรู้ดีว่า เร่งด่วนเกินไป! หากเตรียมการอีกสามสี่วัน ทำให้ทหารตระกูลซูแปรพักตร์มาได้ จะไม่มีข้อผิดพลาด! แต่ว่า...”

“ไม่ทันการแล้ว!”

“มีคนลักลอบเข้ามาในห้องหนังสือของข้า ขโมยจดหมายระหว่างข้ากับเผ่าหมาน!”

“พรุ่งนี้ในราชสำนัก คนๆ นี้ต้องรายงานเรื่องของข้าอย่างแน่นอน!”

“นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการเคลื่อนกำลังพลของข้า!”

“ชนะเป็นราชัน แพ้เป็นโจร ก็ขึ้นอยู่กับเรื่องนี้!”

ซุนกวางเสี้ยวตระหนักถึงความรุนแรงของเรื่องที่เกิดขึ้น พูด “เช่นนั้นจะรายงานใต้เท้าคนนั้นหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ...”

หลี่เซวียนกำหมัดแน่น ส่ายหน้า “ไม่ต้อง! ถึงอย่างไรเขาก็ดูแคลนข้ามาโดยตลอด คิดว่าข้าไม่อาจทำการใหญ่ได้! ครั้งนี้ หากข้าทำเสร็จ เขาต้องยอมศิโรราบใต้ฝ่าเท้า ก้มหัวให้ข้าแน่นอน!”

“จริงด้วย! เจ้าส่งคนไปซุ่มโจมตีระหว่างทางออกจากเมืองหลวงด้วย! เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดข้อผิดพลาด!”

ซุนกวางเสี้ยวโค้งคำนับ “พ่ะย่ะค่ะ!”

อีกด้านหนึ่ง

ซูเฟิ่งหลิงกลับถึงตระกูลซู ด้วยสภาพน่าเวทนา

หลี่หลงหลินถึงก่อนแล้ว สีหน้าฉายความผ่อนคลาย จิบน้ำชากับฮูหยินผู้เฒ่าซู

ซูเฟิ่งหลิงโมโห พุ่งตัวไปใกล้ ชี้หน้าด่าหลี่หลงหลิน “คนสารเลว! ท่านรู้หรือไม่ ท่านทำให้ข้าเกือบตาย! หากไม่ใช่เพราะข้าหนีออกมาได้ทันเวลา ข้าคงถูกองค์ชายหกจับตัวไปแล้ว!”

หลี่หลงหลินวางถ้วยน้ำชาลง พูดด้วยรอยยิ้ม “หากไม่ใช่เพราะข้าปรากฏตัวทันเวลา เจ้าอยู่ในกำมือขององค์ชายหกไปแล้ว! เจ้าควรขอบคุณข้าต่างหาก ตำหนิข้าได้อย่างไร?”

ซูเฟิ่งหลิงเดือดดาล “ขอบคุณกับผีหน่ะสิ! ท่านยังบอกอีกว่าจะหย่ากับข้า ท่านๆๆ...น่าโมโหจริงๆ!”

ฮูหยินผู้เฒ่าซูพูดไกล่เกลี่ย “หลานรัก อย่าเพิ่งทะเลาะกัน! จดหมายการติดต่อระหว่างองค์ชายหกกับเผ่าหมานล่ะ? หลานเอามาได้หรือไม่?”

พวงแก้มของซูเฟิ่งหลิงแดงก่ำ ก้มหน้าลง “ไม่ได้เจ้าค่ะ ข้าเพิ่งแอบเข้าไปในห้องหนังสือ องค์ชายหกก็ปรากฏตัวแล้ว ทั้งยังเกือบจับข้าได้ ตอนหลังข้ารีบเผ่นหนี จึงลืมเรื่องจดหมายไปเสียสนิท”

ฮูหยินผู้เฒ่าซูทอดถอนหายใจ “เฮ้อ! เจ้าหนอ ฝึกวรยุทธ์จนโง่เขลา! ในหัวเต็มไปด้วยเรื่องฆ่าแกง เรื่องเล็กแค่นี้ก็ทำไม่สำเร็จ...”

พู่...

หลี่หลงหลินได้ยินซูเฟิ่งหลิงถูกด่อทอ อดไม่ได้ที่จะพ่นน้ำชาในปากออกมา

ซูเฟิ่งหลิงน้อยอกน้อยใจ เห็นหลี่หลงหลินหัวเราะเยาะตนเอง ยิ่งโมโห “หัวเราะ! ท่านยังมีหน้ามาหัวเราะอีก! ทั้งหมดเป็นเพราะท่านเป็นตัวถ่วง มิเช่นนั้น ข้าคงไม่ถูกท่านย่าดุด่า...”

หลี่หลงหลินหยิบจดหมายออกมาหนึ่งฉบับจากแขนเสื้อ วางไว้บนโต๊ะ “เจ้าอย่าโยนความผิดให้ผู้อื่น! เจ้าทำพลาด เป็นเพราะตัวเจ้าโง่เขลา! แต่ข้าทำสำเร็จ!”

ฮูหยินผู้เฒ่าซูและซูเฟิ่งหลิงมองไปทางเดียวกัน เห็นจดหมายมีลายมือของ ‘องค์ชายหก’ มีการลงนามของแม่ทัพจาเอ๋อร์ปาแห่งเผ่าหมาน

ซูเฟิ่งหลิงเบิกตากว้าง พูดด้วยความตกตะลึง “เป็นไปได้อย่างไร? ท่านเอามาเมื่อใด?”

หลี่หลงหลินยิ้มบางๆ “เจ้าอย่ายุ่ง! ถึงอย่างไร ก็มีหลักฐานแน่นหนาแล้ว โค่นองค์ชายหกได้แน่นอน!”

เสียงของฮูหยินผู้เฒ่าซูสั่นเทา “เปิดจดหมาย ข้าอยากดูสิว่า องค์ชายหกทำร้ายตระกูลซูอย่างไร!”

หลี่หลงหลินส่ายหน้าแล้วพูด “ไม่จำเป็น! เนื้อความในใจจดหมาย ข้าอ่านแล้ว เป็นหลักฐานการขายชาติขององค์ชายหกจริงๆ!”

“สำหรับต้าเซี่ย เป็นเรื่องอื้อฉาว ยิ่งมีคนรู้น้อยเท่าใดก็ยิ่งดี”

“หากตระกูลซูรู้เนื้อความในจดหมาย เกรงว่าเสด็จพ่อจะเกลียดแค้น!”

ฮูหยินผู้เฒ่าซูได้ยินเช่นนั้น เหงื่อท่วมตัวทันที “องค์ชายเก้าพูดถูก! เนื้อความในจดหมายฉบับนี้ พวกข้าไม่อ่านจะเป็นการดีที่สุด!”

หลี่หลงหลินกดเสียงลงต่ำ พูด “แต่ว่า! พี่หกเป็นคนร้ายกาจ! เขาต้องเห็นความผิดปกติแล้ว เกรงว่าจะเป็นสุนัขจนตรอก เช้าวันพรุ่งนี้ เคลื่อนกำลังทหารก่อกบฏก็เป็นได้!”

ฮูหยินผู้เฒ่าซูตกตะลึง “ก่อกบฏ? องค์ชายหกใจกล้ายิ่งนัก แต่ว่า ทหารรักษาพระองค์เดินทางออกจากเมืองหลวงแล้ว เมืองหลวงไร้กำลังทหาร ในวังหลวงเหลือทหารรักษาการณ์ไม่กี่ร้อยนายเท่านั้น!”

“หากองค์ชายหกอาศัยโอกาสนี้ก่อกบฏ แล้วจะทำอย่างไร?”

ดวงตาของหลี่หลงหลินทอประกาย “เหล่าไท่จวิน ตราพยัคฆ์ทหารตระกูลซูอยู่กับท่านหรือไม่?”

ฮูหยินผู้เฒ่าซูตกใจ “ตราพยัคฆ์อยู่กับข้า! แต่ท่านจะเอาตราพยัคฆ์ไปทำอะไร? หรือว่า...”

หลี่หลงหลินพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน “ถูกต้อง! ตราพยัคฆ์นี้ เป็นกุญแจสำคัญในการพลิกสถานการณ์!”
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Mga Comments (1)
goodnovel comment avatar
Wisarat Taythong
นิยายสนุกมากๆๆ
Tignan lahat ng Komento

Kaugnay na kabanata

  • องค์ชายอ่อนหัด หวนคืนชะตากลับมาแก้แค้น   บทที่ 13

    องค์ชายหกวางแผนมานานหลายปี ในการก่อกบฏ คล้ายทุกอย่างแยบยลทว่าแท้จริงแล้วไม่ใช่เช่นนั้น!กุญแจสำคัญในการพลิกสถานการณ์ คือทหารพันนายของตระกูลซู!หลี่เซวียนอยากจะเป็นเขยของตระกูลซู อยากใช้ทหารตระกูลซูในการก่อกบฏทว่าหลี่หลงหลินชิงลงมือก่อน ใช้ทหารตระกูลซูรักษาความสงบ!ความสำเร็จของจักรพรรดิ คือการขยายอณาเขต ความสำเร็จของข้าราชบริพาร คือการรักษาความสงบและฟังคำสั่งของจักรพรรดิ!หากตระกูลซูพลิกวิกฤตได้ สยบความโกลาหล สร้างคุณงามความดีครั้งใหญ่ เช่นนั้นก็พลิกชะตาของตระกูลได้!เมื่อฮ่องเต้หวู่โสมนัส ต้องตกรางวัลอย่างงามแน่นอน!เวลานี้ตระกูลซูไร้บุรุษ เหลือเพียงหญิงหม้าย ภายใต้การสนับสนุนของจักรพรรดิ ใช่ว่าจะไม่อาจกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง!เพียงแต่องค์ชายหกก็ไม่ได้โง่เขลา ในเมื่อเขารู้แล้วว่าจดหมายหายไป ต้องเตรียมความพร้อมอย่างแน่นอน วางกำลังทหารซุ่มโจมตีระหว่างทางออกจากเมืองหลวง!สีหน้าของหลี่หลงหลินเคร่งขรึม ถอนหายใจ “ทางออกเดียวของตระกูลซู คือใช้ตราพยัคฆ์มาช่วย นำทหารที่เหลืออยู่มาสยบความโกลาหลในเมืองหลวง! แต่ว่า องค์ชายหกต้องขัดขวางอย่างแน่นอน การเดินทางครั้งนี้เปี่ยมไปด้วยอันตร

  • องค์ชายอ่อนหัด หวนคืนชะตากลับมาแก้แค้น   บทที่ 14

    ฟ้าสลัวเพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ...เสียงแส้แทรกผ่านอากาศ ดังก้องไปทั่วพระราชวังต้องห้ามขุนนางฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊แบ่งเป็นสองแถว เดินเข้าไปในท้องพระโรงฮ่องเต้หวู่ในชุดเสื้อคลุมมังกร สวมมงกุฎ นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรเหนือศีรษะมีแผ่นป้ายสลักคำว่า ‘เที่ยงตรงโปร่งใส’ ทอประกายเจิดจ้า“ฝ่าบาททรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นหมื่นปี!”บรรดาข้าราชบริพารคุกเข่าทำความเคารพ กล่าวคำสรรเสริญท่ามกลางขุนนาง หลี่หลงหลินคุกเข่าทำความเคารพเช่นเดียวกัน เก็บอาการวางตัวปกติ ทว่าสายตากลับกลอกไปมา พิจารณารอบๆเขาไม่ได้ตกใจในความน่าเกรงขามของฮ่องเต้ทว่ากำลังสังเกตสีหน้าขององค์ชายทุกคนโดยเฉพาะองค์ชายหก คือคนที่หลี่หลงหลินสังเกตเป็นพิเศษองค์ชายหกสัมผัสได้ถึงสายตาของหลี่หลงหลิน แต่กลับแกล้งทำหน้านิ่ง สายตามองตรง ไม่มองมาที่เขาสิ่งนี้ทำให้หลี่หลงหลินหัวเราะในใจดูเหมือนกำลังร้อนตัว!“ทุกคนยืนขึ้นได้!”เสียงน่าเกรงขามของฮ่องเต้หวู่ ดังขึ้นจากด้านบนหลังจากบรรดาขุนนางลุกขึ้น ขันทีเว่ยซวินที่ยืนอยู่ข้างฮ่องเต้หวู่พูด “ผู้ใดต้องการถวายฎีกา นำขึ้นมาได้เลย!”บรรดาขุนนางนิ่งเงียบ ไม่มีใครเดินออกมาแ

  • องค์ชายอ่อนหัด หวนคืนชะตากลับมาแก้แค้น   บทที่ 15

    ณ ท้องพระโรงเรื่องน่าตกใจเกิดขึ้นติดต่อกัน สีหน้าของบรรดาขุนนางด้านชาไปหมดขโมยเข้าไปในห้องหนังสือขององค์ชายหก เป็นเรื่องที่น่าตกตะลึงมากแล้วไม่มีใครคิดว่า องค์ชายเก้าจะก้าวออกมาด้วยตนเอง ยอมรับว่าตนคือคนร้ายคนนั้น?สมองของเขา ถูกลาเตะแล้วหรืออย่างไร?เขาคงไม่คิดว่า ฮ่องเต้หวู่ปล่อยเขาไปครั้งหนึ่งแล้ว จะยอมปล่อยเขาไปครั้งที่สองกระมังเวลานี้ ฮ่องเต้หวู่เหยียดกายลุกขึ้นจากบัลลังก์มังกร หัวเราะด้วยความพิโรธ “เจ้าเก้า เจ้าคิดอยากจะตาย เจตนาทำชั่ว อย่ากล่าวโทษข้าที่ไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์พ่อลูก จับตัวลูกทรพีคนนี้ซะ!”“ช้าก่อนพ่ะย่ะค่ะ!”หลี่หลงหลินเงยหน้าขึ้น ไม่แข็งกร้าวจนดูเย่อหยิ่ง และไม่ถ่อมตัวจนดูอ่อนแอ “เสด็จพ่อ กระหม่อมมีเรื่องอยากจะกราบทูลพ่ะย่ะค่ะ!”ฮ่องเต้หวู่หัวเราะในลำคอ “ว่ามา!”ฮ่องเต้หวู่ดื้อรั้นไม่ฟังความเห็นของผู้อื่นก็จริง แต่ไม่ถึงขั้นไม่ให้โอกาสลูกชายในการอธิบายยิ่งไปกว่านั้น เขาเองก็นึกสงสัยเช่นเดียวกันเจ้าเก้าเป็นคนขี้ขลาด ไม่เอาถ่าน ทว่าไม่ได้โง่เขลาและบ้าคลั่งถึงขั้นนี้!หลี่หลงหลินพูด “เสด็จพ่อ ตอนกระหม่อมไปขอโทษพี่หก ในห้องหนังสือของเขา กระหม่อมบัง

  • องค์ชายอ่อนหัด หวนคืนชะตากลับมาแก้แค้น   บทที่ 16

    ฟึบฟึบฟึบ...ลูกศรพุ่งทะลุชั้นอากาศ ปลิดชีพทหารรักษาพระองค์ด้านข้างองค์ชายหกทันที!ซุนกวางเสี้ยวในชุดเกราะเดินสับเท้าเข้ามาหาหลี่เซวียนอย่างรวดเร็ว สองมือยื่นชุดเกราะและมีดยาวให้เขา : “กระหม่อมมาช้าไปหนึ่งก้าว ทำให้องค์ชายต้องตระหนก โปรดทรงอภัยด้วยพะยะค่ะ!”หลี่เซวียนสวมชุดเกราะพลางเหน็บมีด เอ่ยอย่างยิ้มเยาะ: “ไม่เป็นไร! ทุกอย่างอยู่ในแผนของเรา! ”เรา?เมื่อได้ยินหลี่เซวียนเรียกตัวเองว่าข้า ทุกคนในท้องพระโรงต่างก็แตกตื่น!ฝ่าบาทนั่งอยู่บนพระที่นั่งมังกร สีหน้ามืดมนและน่ากลัวมาก!เหล่าข้าราชการพลเรือนและทหารหลายร้อยคนพากันเอ่ยตำหนิ: “องค์ชายหก พระองค์กล้าที่จะกบฏ นี่เป็นความผิดร้ายแรง!" ”“เราคำนี้ พระองค์สามารถใช้แทนพระองค์เองได้งั้นหรือ?”“หรือว่า ท่านต้องการที่จะฆ่าบิดาแล้วก่อกบฏ? การเสียสติเช่นนี้ ฟ้าดินไม่อาจยอมรับได้! ท่านไม่กลัวถูกฟ้าผ่าหรือ? ”“ใช่! ท่านไม่กลัวจะถูกบันทึกไว้ในหนังสือประวัติศาสตร์หรือว่าท่านก่อกบฏ จนชื่อเสียงฉาวโฉ่ไปหมื่นปี! ”หลี่เซวียนถือมีดยาวในมือ ยกขึ้นเหนือศีรษะและหัวเราะอย่างดุเดือด: “ฮ่าฮ่าฮ่า! ฉาวโฉ่ไปหมื่นปี? ช่างน่าขัน! ในโลกนี้ ผู้อ่อนแอเป็

  • องค์ชายอ่อนหัด หวนคืนชะตากลับมาแก้แค้น   บทที่ 17

    ว่ากันว่าพ่อเป็นเสือลูกไม่เป็นหมา!แต่ลูกชายตัวเองแต่ละคน ล้วนไร้ประโยชน์!เขาจะวางใจได้แต่งตั้งองค์รัชทายาท และมอบบ้านเมืองของต้าเซี่ย และประชาชนหลายล้านคนให้ไปอยู่ในมือพวกเขาได้ยังไง?“ห๊ะ?”และในขณะนี้ จู่ๆฝ่าบาทก็พบว่ามีร่างหนึ่งยืนอยู่กับที่ ไม่เพียงแต่ไม่กระวนกระวาย แต่เขายังแสดงสีหน้าสงบนิ่งอีกด้วย!แม้ภูเขาไท่ซานจะถล่มลงมาตรงหน้าสีหน้ายังไม่เปลี่ยน แม่น้ำหวงเหอตีบตันใบหน้าก็ยังไม่ตระหนก!เขาก็คือองค์ชายเก้าหลี่หลงหลิน!ฝ่าบาทขยี้ตามองอย่างสงสัยว่าตนมองผิดไปหรือไม่เจ้าเก้าเป็นบุตรของพระชายาโหรวดังคํากล่าวที่ว่า รักบ้านก็รักอีกาที่อยู่บนหลังคาบ้านนั้นด้วยพระชายาโหรวคือนางสนมคนโปรดของฝ่าบาท ย่อมต้องรักลูกชายของนางมาก อย่างไรก็ตาม เจ้าเก้าเป็นคนไร้ประโยชน์จริงๆ ทำตัวไร้สาระมากๆ ทำให้ฝ่าบาทผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า สุดท้ายที่เข้มงวดกับเขาก็หวังที่จะให้เขาดีขึ้น จึงไม่ได้คาดหวังอะไรอีก!หากเป็นก่อนหน้านี้ เมื่อเจ้าเก้าต้องเผชิญกับการก่อกบฏ คงต้องร้องไห้หาพ่อร้องไห้หาแม่ และถึงขั้นกลัวจนฉี่รดได้! แต่ครั้งนี้การแสดงออกของเจ้าเก้านั้นเกินความคาดหมายของฝ่าบาทมากเขาไม

  • องค์ชายอ่อนหัด หวนคืนชะตากลับมาแก้แค้น   บทที่ 18

    “ทหารตระกูลซู!”“คุ้มกัน!”ซูเฟิ่งหลิงถือทวนไว้ในมือ ชี้ขึ้นไปบนฟ้า!ทหารตระกูลซูตะโกนอย่างพร้อมเพรียงกัน: “ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า! ”ไอสังหารอันมหึมา สะเทือนโลก!ฉากนี้ทําให้ทุกคนตะลึง!เหล่าองค์ชายและเหล่านางทหารต่างไม่ต้องพูดอะไร เมื่อเห็นกองกำลังเสริมมาถึง ทุกคนต่างก็ดีใจและร้องไห้ออกมา“รอดแล้ว!”“เรารอดแล้ว!”“แม่ทัพหญิงคนนี้น่าเกรงขาม สตรีผู้ไม่ยอมเป็นรองบุรุษ นางเป็นใคร?”แม้ว่าชื่อเสียงของซูเฟิ่งหลิงจะโด่งดังมากอย่างไรก็ตาม มีเพียงไม่กี่คนที่เคยเห็นซูเฟิ่งหลิงตัวจริงนอกจากนี้ คนส่วนใหญ่ก็ยากมากที่จะจับคู่แม่ทัพหญิงผู้เลอโฉมสวยในชุดเกราะสีเงินและเสื้อคลุมสีแดง กับฉายาที่ร่ำลือกันว่าเป็นเสือโคร่งฝ่าบาทเองก็ตกใจเช่นกัน: “ผู้หญิงคนนี้เป็นแม่ทัพของใคร”หลี่หลงหลินยกยิ้มเล็กน้อย: “เสด็จพ่อนางก็คือซูเฟิ่งหลิงคู่หมั้นของกระหม่อมพะยะค่ะ!"ฝ่าบาทแสดงสีหน้าตกตะลึงอย่างไม่สามารถเก็บซ่อนได้: “ซูเฟิ่งหลิงหรือ? หรือนี่คือหมากที่เจ้าวางไว้? เจ้าคาดเดาไว้นานแล้วว่าเจ้าหกจะก่อกบฏหรือ? ”หลี่หลงหลินพูดอย่างถ่อมตัว: “เป็นเพียงเรื่องบังเอิญ”“บังเอิญ...”ฝ่าบาทเหลือบมองหลี่หลงหลินอย่าง

  • องค์ชายอ่อนหัด หวนคืนชะตากลับมาแก้แค้น   บทที่ 19

    ดวงตาของหลี่เซวียนแดงก่ำ เขาจ้องหลี่หลงหลินอย่างดุเดือด เกลียดชังจนถึงแก่นกระดูกเขาคิดคำนวณทุกอย่างไว้อย่างถี่ถ้วนแล้วเว้นเพียงเจ้าเก้าที่ไร้ประโยชน์คนนี้เท่านั้น!“ยุทธ์จับโจรเอาหัวโจก!”“แม่ทัพซุน!” “เจ้าไปฆ่าซูเฟิ่งหลิง เพื่อเป็นขวัญกําลังใจให้กับกองทัพของเรา!” หลี่เซวียนสูดลมหายใจลึก ควบคุมจิตใจให้สงบนิ่ง และออกคําสั่งกับซุนกวางเสี้ยวซุนกวางเสี้ยวเป็นแม่ทัพที่ดุร้ายคนแรกภายใต้การบังคับบัญชาของเขา!ทหารที่เหลืออยู่พันนายของตระกูลซู เดิมคือจะหนีกลับจากดินแดนทางเหนือ ขวัญกําลังใจทหารของพวกเขาต่ำมาก เมื่อซูเฟิ่งหลิงแม่ทัพรบจนตัวตาย งั้นขวัญกำลังใจทหารของทหารที่เหลืออยู่ของตระกูลซูคงพังทลายลงอย่างแน่นอน พ่ายแพ้โดยที่ยังไม่ได้ต่อสู้! ดวงตาของซุนกวางเสี้ยวฉายแววตาดูถูกเหยียดหยาม เขาเอ่ยเยาะเย้ย: “ก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่ว่านางจะชื่อเสียงโด่งดังสักเพียงใด จะมีความสามารถสักแค่ไหนเชียว? ขวานใหญ่ของรองแม่ทัพ หิวโหยมานานแล้ว! ไม่จําเป็นต้องร่วมมือกัน ก็ตัดหัวนางลงจากหลังม้าได้อย่างแน่นอน! ” เมื่อหลี่เซวียนเห็นว่าซุนกวางเสี้ยวมั่นอกมั่นใจมากเช่นนี้ เขาเพียงพยักหน้าและพูดว่า “ไ

  • องค์ชายอ่อนหัด หวนคืนชะตากลับมาแก้แค้น   บทที่ 20

    พระราชโองการของฝ่าบาท เป็นขวัญกําลังใจให้แก่ทหารที่เหลืออยู่ของตระกูลซู พวกเขารีบรุดวิ่งเข้ามาอย่างไม่กลัวความตาย พวกหน่วยทหารกล้าตายแปดร้อยนายจะเคยพบเหตุการณ์เช่นนี้ได้ยังไง พวกเขาถูกจู่โจมจนเละตุ้มเปะไปหมด พ่ายแพ้ราบคาบ! ในเวลาเพียงครึ่งชั่วยาม กลุ่มกบฏส่วนใหญ่ถูกสังหารและได้รับบาดเจ็บ ส่วนที่เหลือคุกเข่ายอมจํานน ซูเฟิ่งหลิงจับหลี่เซวียนด้วยมือตัวเอง มัดเขาไว้อย่างแน่นหนา และพาเขาไปหาฝ่าบาท “ดี!” ฝ่าบาทดีใจมาก เขามองไปที่ซูเฟิ่งหลิง: “ข้าพูดคำไหนคำนั้น! เจ้าต้องการรางวัลอะไร? เครื่องประดับทอง ชุดเกราะและดาบ เรือนหลังงามที่ดินแปลงสวย เจ้าเอ่ยปากมาได้! ” ซูเฟิ่งหลิงมีแผนอยู่ในใจแล้ว นางคุกเข่าลงบนพื้นแล้วส่ายหัว: “ฝ่าบาท! หม่อมไม่ต้องการรางวัลเหล่านี้! ” ฝ่าบาทประหลาดใจ: “ห๊า? แล้วเจ้าต้องการสิ่งใด? ” ดวงตาของซูเฟิ่งหลิงแดงระเรื่อ: “แม่ทัพสิบแปดคนของตระกูลซู ได้ปกป้องชายแดนทางเหนือมาเป็นเวลาหลายปี มีความจงรักภักดี สร้างชัยชนะในการรบ! แต่พวกเขาตกเป็นเหยื่อของผู้ทรยศและเสียชีวิตในสนามรบ กองทัพตระกูลซูก็เหลือทหารเพียงพันนายเท่านั้น! ” “ทุกวันนี้ มีคนไม่น้อยใส่ร้

Pinakabagong kabanata

  • องค์ชายอ่อนหัด หวนคืนชะตากลับมาแก้แค้น   บทที่ 1096

    ทั้งสองสบตากันลั่วอวี้จู๋หน้าแดงเรื่อ เมื่อครู่สนใจเพียงร้องไห้อย่างเจ็บปวดเสียใจ ไฉนเลยจะคิดถึงเรื่องนี้!ลูกกระเดือกหลี่หลงหลินเกร็งเล็กน้อย กลืนน้ำลายอย่างอดไม่ได้เรือนร่างของลั่วอวี้จู๋เร่าร้อนถึงเพียงนี้ อกอวบอิ่มดูมีน้ำหนัก ปกติเสื้อผ้าหลวมสายคาดเอวกว้างเหล่านั้นปกปิดเรือนร่างเย้ายวนนี้ไว้จนหมดช่างเสียดายของโดยแท้!ลั่วอวี้จู๋หลบตา เอ่ยเสียงเคร่งขรึม “องค์ชาย หากไม่มีเรื่องใดก็กลับไปก่อนเถอะเพคะ...”บัดนี้ลั่วอวี้จู๋อยากหารูมุดเข้าไปเหลือเกินอยากไล่หลี่หลงหลินออกไปก่อน หาไม่แล้วท่ามกลางบรรยากาศคลุมเครือเช่นนี้จะเกิดเรื่องใดขึ้นนางก็ไม่แน่ใจแล้วหลี่หลงหลินรีบขยับถอยออกไป “หากพี่สะใภ้ไม่พูด ข้าก็เกือบลืมธุระสำคัญไปแล้ว เมื่อครู่ข้าผลักประตูเข้ามา วู่วามจริงๆ ตอนนี้ข้าจะออกไปเคาะประตูใหม่..”สิ้นคำ รีบหันหลังกลับออกไปหลี่หลงหลินรีบเบี่ยงเบนความคิดไปที่อื่น กลัววู่วามขึ้นมาทำลายเรื่องผิดต่อศีลธรรมร้ายแรงลั่วอวี้จู๋ไฉนเลยจะฟังความนัยของหลี่หลงหลินไม่ออกรีบสวมเสื้อผ้าตัวใหญ่ตามปกติ ทำให้บรรยากาศไม่อึดอัดถึงเพียงนั้น“เข้ามาเถอะ”หลี่หลงหลินเคาะประตูเข้ามา บรรยาก

  • องค์ชายอ่อนหัด หวนคืนชะตากลับมาแก้แค้น   บทที่ 1095

    หลี่หลงหลินเข้าใจในทันใด ลั่วอวี้จู๋กำลังเสียใจเพราะตนถูกแต่งตั้งเป็นนักปราชญ์ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ในสายตาของคนบนโลก นี่คือหลี่หลงหลินกำลังทำผิดศีลธรรมอย่างแท้จริงชนิดที่ว่ายากจะแก้ตัวได้!หากเป็นที่ผ่านมา ในฐานะฮ่องเต้ย่อมไม่มีใครกล้าตำหนิแต่บัดนี้หลี่หลงหลินในฐานะนักปราชญ์คนใหม่ย่อมต้องวางตัวให้เหมาะสม เป็นแบบอย่างให้แก่ผู้คนลั่วอวี้จู๋คิดถึงตรงนี้ก็ร้องไห้อย่างอดไม่ได้น้ำตาสองสายไหลผ่านพวงแก้มของนาง คล้ายไหลผ่านหยกหยางจือก็มิปาน ทิ้งคราบน้ำตารางๆ เอาไว้ต่อให้เป็นลั่วอวี้จู๋ผู้ฉลาดปราดเปรื่อง นางก็ไม่อาจคิดหาหนทางได้นั่นก็หมายความว่าชาตินี้นางทำได้เพียงเป็นพี่สะใภ้น้องเขยกับหลี่หลงหลินเท่านั้นลั่วอวี้จู๋เจ็บปวดใจ เบือนหน้าหนี พูดเสียงสะอื้น “องค์ชาย ท่านรีบไปเถอะ ตอนนี้ข้าไม่อยากเห็นท่าน!”คิดไม่ถึงหลี่หลงหลินกลับยิ้มออกมาคล้ายเรื่องฟ้าถล่มลงตรงหน้าไม่เกี่ยวอันใดกับเขา“ข้ายังคิดว่าเรื่องใดสามารถทำให้พี่สะใภ้เสียใจถึงเพียงนี้ คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นเรื่องเล็กเช่นนี้?”ได้ยินคำพูดของหลี่หลงหลิน ลั่วอวี้จู๋เปี่ยมความตกตะลึง“องค์ชาย นี่ท่านหมายความว่าอันใด?”ล

  • องค์ชายอ่อนหัด หวนคืนชะตากลับมาแก้แค้น   บทที่ 1094

    เพิ่งสิ้นคำหลี่หลงหลินก็รู้สึกผิดอยู่บ้างทว่าแต่ไหนแต่ไรมาลั่วอวี้จู๋ล้วนเชื่อคำพูดเขาโดยไร้ข้อกังขา ไม่เกิดความสงสัยเลยสักนิดเห็นนางหยิบผ้าเช็ดหน้าทอจากผ้าไหมเช็ดคราบน้ำตา เอ่ยเสียงแผ่วเบา “องค์ชาย ท่านกลับไปเถอะ หม่อมฉันสบายดี เพียงแต่นึกเรื่องเศร้าบางอย่างเท่านั้น”ถ้อยคำเหล่านี้ของลั่วอวี้จู๋จะสามารถปิดบังหลี่หลงหลินได้เยี่ยงไรหลี่หลงหลินเป็นคนสองชาติภพ ผ่านสตรีมามากมายมีสตรีใดไม่เคยพบเห็นมาก่อนลั่วอวี้จู๋นี่คืออยากหยุดแต่ทำไม่ได้!หลี่หลงหลินไม่ใช่คนซื่อเช่นนั้นเขาคล้ายไม่ฟังคำพูดของลั่วอวี้จู๋ เดินเข้าไปภายในห้อง“พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านอย่าปิดบังข้าเลย หากไม่เสียใจ ท่านจะมีสภาพเช่นนี้หรือ?”ลั่วอวี้จู๋ภายในใจหลี่หลงหลินล้วนมีเพียงภาพของผู้ใหญ่สุขุมมากความสามารถต่อให้เหน็ดเหนื่อยและลำบากเยี่ยงไร ก็ไม่เคยเห็นนางหลั่งน้ำตาแม้หยดเดียวหรือพูดว่าลำบากแต่บัดนี้กลับร้องไห้เพียงลำพังภายในห้องคำพูดของหลี่หลงหลินคล้ายคมมีดแทงลงบนต่อมน้ำตาของลั่วอวี้จู๋น้ำตาที่รินไหลเมื่อครู่เอ่อทะลักออกมาลั่วอวี้จู๋ร้องไห้สะอึกสะอื้นรูปร่างอวบอิ่มเองก็สั่นเทาตามแรงสะอื้นหลี่หลงหลิ

  • องค์ชายอ่อนหัด หวนคืนชะตากลับมาแก้แค้น   บทที่ 1093

    ตนเองต้องไปคารวะไทฮองไทเฮาพร้อมกับซูเฟิ่งหลิงหากเป็นเวลาปกติขอเพียงแค่ตนเองไปเลือกของมีค่าที่ตลาดประจิมอิงตามความชอบของไทฮองไทเฮาเลือกสิ่งของล้ำค่าหายากมาส่งมอบเป็นของขวัญก็ใช้ได้แล้วแต่งานเลี้ยงเทศกาลโคมไฟวันขึ้นสิบหกค่ำเดือนอ้ายจะเมินข้ามไม่ได้เป็นอันขาดพี่สะใภ้ใหญ่มีชาติกำเนิดสูงศักดิ์ หนำซ้ำยังเป็นพ่อค้ามั่งคั่งเขตเจียงเจ้อย่อมมีความรู้กว้างขวาง รู้ว่าสิ่งใดล้ำค่าที่สุดในใต้หล้ายิ่งไปกว่านั้น ครั้งนี้องค์หญิงไท่ผิงเองก็จะปรากฎตัวหลี่หลงหลินไม่สามารถตกเป็นรองได้ซูเฟิ่งหลิงเห็นเงาหลังของหลี่หลงหลินจากไป “หลี่หลงหลิน! ดึกถึงเพียงนี้ท่านจะไปทำอันใด?”หลี่หลงหลินมองนางแวบหนึ่ง “ข้ามีธุระต้องไปปรึกษาพี่สะใภ้ใหญ่ เจ้าพักผ่อนก่อนเถอะ!”พูดจบ ยกขาวิ่งหนีไปแล้วกลัวซูเฟิ่งหลิงจะไล่ตามออกมาจับไว้มิใช่เพราะหลี่หลงหลินไม่อยากปรึกษาเรื่องนี้กับซูเฟิ่งหลิงเพียงแต่ซูเฟิ่งหลิงเกิดในตระกูลนักรบ รำทวนแกว่งดาบตั้งแต่เด็ก ไม่เข้าใจเรื่องเหล่านี้หลี่หลงหลินมาถึงลานบ้านของที่พักลั่วอวี้จู๋สามารถมองเห็นแสงเทียนสั่นไหวภายในเรือนได้นี่หมายความว่าลั่วอวี้จู๋ยังไม่เข้านอนหลี่ห

  • องค์ชายอ่อนหัด หวนคืนชะตากลับมาแก้แค้น   บทที่ 1092

    รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง!หลี่หลงหลินรู้เรื่ององค์หญิงไท่ผิงน้อยมากเพียงแต่สัญชาตญาณบอกเขา นี่ไม่ใช่ผู้ที่จะสามารถล่วงเกินได้อย่างง่ายดายคนหนึ่ง!ยิ่งไปกว่านั้น ในฐานะน้องสาวของหลี่เทียนฉี่องค์หญิงไท่ผิงรับหน้าที่เดินทางเป็นทูตสานสัมพันธไมตรีกับแคว้นโวกั๋วอำนาจบนตัวซับซ้อนอย่างมาก ไม่สามารถดูเบาได้!……จวนสกุลซูหลี่หลงหลินกลับถึงจวนก็ล่วงเลยเข้าสู่ยามสามตั้งนานแล้วแต่จวนสกุลซูยังจุดไฟสว่างไสวสกุลซูทุกคนล้วนรอการกลับมาของหลี่หลงหลินขาซ้ายหลี่หลงหลินเพิ่งก้าวผ่านเข้าประตู เสียงปรบมือดังสนั่นก็ดังขึ้นมองเห็นฮูหยินผู้เฒ่าซูพาทุกคนในเรือนใหญ่มารอต้อนรับชนิดที่ว่ายังเตรียมงานเลี้ยงไว้ให้หลี่หลงหลินอีกด้วยฮูหยินผู้เฒ่าซูเปิดปากก่อน “ยินดีกับรัชทายาท! เรื่องที่ลานไป๋อวี้ในวันนี้ รัชทายาทมีบารมียิ่งใหญ่ ฆ่าพวกบัณฑิตจอมปลอมเหล่านั้นได้ดี! ข้ามองคนไม่ผิดไปอย่างแท้จริง! สามารถให้ซูเฟิ่งหลิงแต่งงานกับรัชทายาทท่านได้ ช่างเป็นวาสนาในรอบร้อยปีของพวกเราสกุลซูโดยแท้!”หลี่หลงหลินแปลกใจมากอย่างไรเสียฮูหยินผู้เฒ่าซูก็อายุมากแล้วหากเหล่าพี่สะใภ้จัดงานเลี้ยงยิ่งใหญ่

  • องค์ชายอ่อนหัด หวนคืนชะตากลับมาแก้แค้น   บทที่ 1091

    หากไม่ใช่เพราะหลี่หลงหลินคิดว่ายังไม่ถึงเวลา ตอนนี้ฮ่องเต้หวู่ถึงขั้นคิดว่าอยากยกต้าเซี่ยไว้ในมือของเขาแล้ว!“ไม่เพียงจัดการบัณฑิตหัวโบราณคร่ำครึเหล่านี้ ยังเอาเงินจากภายในมือพวกเขามาเติมคลังหลวงได้อีกด้วย”คลี่คลายปัญหาขาดดุลทางการเงินเร่งด่วนไปได้สีหน้าฮ่องเต้หวู่คล้ายไม่มีความหม่นหมองเหมือนเมื่อครู่อีกแต่หลี่หลงหลินเข้าใจเขาอย่างมากฮ่องเต้หวู่เรียกตนเองมา ย่อมไม่ใช่เพราะเรื่องเหล่านี้จะต้องยังมีเรื่องสำคัญที่ยังไม่ได้พูดแน่ความคิดของฮ่องเต้หวู่ก็เป็นเช่นนี้ไม่สามารถปล่อยให้เหล่าขุนนางมองความคิดของตนออกได้ในปราดเดียว ดังนั้นหลี่หลงหลินจึงพูดต่อ “เสด็จพ่อวางใจได้พ่ะย่ะค่ะ บัดนี้สำนักปราชญ์ล่มสลายไปแล้ว เสิ่นชิงโจวตายไปแล้ว ไม่มีวันเกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่อีก”“แม้พูดว่าแนวความคิดของหลักขงจื๊อปลูกฝังอยู่ภายในใจคนแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงในทันทีทันใดเลยได้แต่ลูกจะใช้ความรู้ความสามารถของตน ใช้หลักปรัชญาแห่งจิตใจเปลี่ยนแปลงหลักขงจื๊อให้ดีขึ้น”“ใช้หนังสือพิมพ์วิชาการต้าเซี่ย ทำให้เหล่าราษฎร์ต้าเซี่ยไปดู ไปเข้าใจ ไปเรียน”“ทำให้พวกเขารู้อย่างกระจ่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น ได

  • องค์ชายอ่อนหัด หวนคืนชะตากลับมาแก้แค้น   บทที่ 1090

    ณ พระราชวังต้องห้าม ห้องทรงพระอักษร ฮ่องเต้หวู่ทอดพระเนตรฎีกาที่กองเป็นภูเขา ทรงไม่มีพระทัยจะจัดการงานราชการ บัดนี้พระองค์ทรงทั้งตกใจและดีใจ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในลานหยกขาววันนี้ ทำให้พระองค์ทรงรู้จักหลี่หลงหลินมากขึ้น แม้ว่าตอนนี้จะสละราชสมบัติ ฮ่องเต้หวู่ก็ทรงเชื่อว่า หลี่หลงหลินมีความสามารถที่จะปกครองแคว้นต้าเซี่ยได้ “สหาย ไปตามรัชทายาทมาพบข้า ข้ามีเรื่องจะพูดกับเขา!” เว่ยซวินรู้อยู่แล้วว่าวันนี้ฮ่องเต้หวู่ทรงมีเรื่องในใจ มิเช่นนั้นคงไม่ประทับอยู่ในห้องทรงพระอักษรเพียงลำพังในยามดึกเช่นนี้ โดยไม่ไปหานางสนม แต่แม้ว่าเว่ยซวินจะรับใช้ฮ่องเต้หวู่มาหลายสิบปี เขาก็ยังไม่สามารถหยั่งรู้พระทัยของฮ่องเต้หวู่ได้ การรับใช้ฮ่องเต้ก็เหมือนกับการอยู่กับเสือ เว่ยซวินในฐานะข้ารับใช้ ในเวลานี้จะต้องตาไวหูไว “พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท” เว่ยซวินไม่กล้าพูดมาก รีบไปแจ้งเรื่องนี้แก่รัชทายาท ต้องรู้ว่า แม้ว่าวันนี้หลี่หลงหลินจะแก้ไขวิกฤตได้ ทำให้เสิ่นชิงโจวผู้เป็นต้นเหตุโกรธจนสิ้นใจ และยังได้รับการแต่งตั้งจากฮ่องเต้ให้เป็นนักปราชญ์คนใหม่ของสำนักปราชญ์ แต่เขาก็ทำให้กลุ่มข้าราชการทั้

  • องค์ชายอ่อนหัด หวนคืนชะตากลับมาแก้แค้น   บทที่ 1089

    องค์หญิงใหญ่และเสิ่นชิงโจวสบตากัน นางเห็นความมุ่งมั่นที่จะสู้จนตัวตายในดวงตาของเสิ่นชิงโจว “ครั้งนี้ไม่เจ้าตาย ก็ข้าตาย!” สิ้นเสียงเอ่ย ในห้องโดยสารเรือก็เหลือเพียงเสียงคลื่นลมที่โหมกระหน่ำ องค์หญิงใหญ่สีหน้าเคร่งขรึม นางรู้ว่าเรื่องนี้มีความหมายเช่นไร แต่นางก็นึกถึงองค์ชายใหญ่ที่ไร้ความสามารถ และนึกถึงเสด็จพ่อที่โปรดปรานโอรสองค์โต ในใจนางก็บังเกิดโทสะ แม้ว่าการตัดสินใจของนางจะทำให้แผ่นดินต้าเซี่ยต้องลุกเป็นไฟ ราษฎรต้องอดอยาก “แต่เกี่ยวข้องอะไรกับข้า?” “ประวัติศาสตร์ถูกเขียนขึ้นโดยผู้ชนะ!” และนาง ก็จะเป็นผู้ชนะคนสุดท้าย! เสิ่นชิงโจวปรบมือ: “ไม่เสียแรงที่เป็นต้นกล้าที่ข้าหมายตาไว้ หากเจ้าทำตามที่ข้าบอก การกระทำครั้งนี้จะต้องสำเร็จ!” องค์หญิงใหญ่พยักหน้า: “ท่านอาจารย์ของฮ่องเต้โปรดสั่งสอน แม้จะไม่ใช้กำลังของจักรพรรดิ หลายปีมานี้ข้าก็มีกำลังไม่น้อยในแคว้นโวกั๋ว” แปะ แปะ! องค์หญิงใหญ่ตบมือ ดวงตาสองตาหลายคู่ปรากฏขึ้นในห้องโดยสารที่มืดมิด ไอสังหารแผ่ซ่านออกมาทันที! เป็นนินจาหญิงที่สวมชุดรัดรูปสีแดง สวมหน้ากาก รูปร่างอรชร! เสิ่นชิงโจวลูบเคราสีขาว: “น

  • องค์ชายอ่อนหัด หวนคืนชะตากลับมาแก้แค้น   บทที่ 1088

    เสิ่นชิงโจวเปลี่ยนสีหน้า จ้องมององค์หญิงใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า: “มิเช่นนั้นเล่า?” เสิ่นชิงโจวเริ่มวางแผนเรื่องนี้มาตั้งแต่แรก ให้องค์หญิงใหญ่ติดต่อกับโจรแคว้นโวกั๋ว หากมีคนทำลายแผนการของตน จะได้มีทางหนีทีไล่ องค์หญิงใหญ่ตัวสั่นเทา บัดนี้นางเพิ่งเข้าใจว่าเหตุใดเมื่อก่อนเสิ่นชิงโจวถึงคัดค้านเสียงส่วนใหญ่ ยืนกรานให้นางเป็นทูตเจริญสัมพันธไมตรีกับแคว้นโวกั๋ว! คาดไม่ถึงว่าแผนการของท่านอาจารย์ของฮ่องเต้จะลึกซึ้งเพียงนี้! “ท่านอาจารย์ของฮ่องเต้ ตั้งแต่ตอนนั้นท่านก็เริ่มวางแผนสำหรับทางหนีทีไล่ของตนเองแล้ว?” “หรือว่า ท่านก็ไม่ได้ฝากความหวังไว้ที่องค์ชายใหญ่ตั้งแต่แรกแล้ว?” เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ องค์หญิงไท่ผิงก็รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย องค์ชายใหญ่ในฐานะโอรสองค์โต มีรัศมีเจิดจ้าเกินไป ตั้งแต่เล็กจนโต องค์หญิงใหญ่อยู่ภายใต้เงาของเขา ไม่ว่าเรื่องใด ตนเองจะทำได้ดีเพียงใด ฮ่องเต้หวู่ก็มองเห็นเพียงหลี่เทียนฉี่ ตั้งแต่นั้นมา องค์หญิงใหญ่ก็สาบานในใจ ไม่ว่าอย่างไร วันหนึ่งตนจะต้องเหยียบย่ำบุรุษทุกคนไว้ใต้ฝ่าเท้า! เพียงเพื่อต้องการพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า ตนเองนั้นยอดเยี่ยมกว่า! แต่นี่ก็

Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status