“จรรยาบรรณแพทย์ไปไหนหมดค่ะ”“แพทย์ก็คนนะคุณ ผมก็มีอารมณ์เหมือนกันไม่ใช่พระอิฐพระปูน 555ไม่อย่างนั้นจะมีเมียได้เหรอ” มิราทุบอกเบาๆ หัสนัยจับมือบางสบตาส่งสายตากรุ้มกริ่ม“อีกไม่กี่วันก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว จะเอาสินสอดเท่าไหร่ ผมรอไม่ไหวแล้ว” มิราก้มหน้ามองแผงอกกว้าง“ถือว่าเป็นคำขอแต่งงานหรือเปล่า” หัสนัย คุกเข่าลงกับพื้นยื่นส่งแหวนเพชรน้ำงาม ให้กับมิรา“แต่งงานกับผมนะครับมิรา ....ผมรักคุณ....” เสียงสะท้อนว่า...รักคุณ...ดังก้องเข้าไปในหัวใจของมิรา หรือว่าเธอคิดไปเองมิรายิ้มทั้งน้ำตา“ค่ะพี่หาด” หัสนัยยืนขึ้นจุมพิตที่หน้าผากเบาๆ เมื่อมิรารับแหวนมากำไว้“พรสุดาเปิดประตูเข้ามาพร้อมเฮง ที่ใบหน้าเศร้าสร้อย“เซอร์ไฟร์ส ดีใจด้วยนะมิรา” พรสุดา ถลาเข้าขอดูแหวน เฮงจับมือหัสนัยเขย่าเบาๆ เป็นการแสดงความดีใจ โยดาเข้ามาทีหลัง สวมกอดหัสนัยแทนคำดีใจ“นายมังกรคงดีใจที่นายทำสำเร็จหลังจากที่เขาพยายามอย่างหนัก” โยดาเผลอพูดขึ้นทำเอามิราและหัสนัยมองหน้ากัน โยดารู้ว่าตัวเองพูดผิด จึงแกล้งพูดกลบเกลื่อน“อ๋อ...อย่ามองหน้าผมอย่างนั้นสิ ผมหมายความว่า เขาพยายามจะจีบคุณมิราแต่ไม่สำเร็จ แต่คุณหัสนัย ก็ทำให้
ศาลพระพรหม หน้าโรงพยาบาลพวงมาลัยดอกมะลิส่งกลิ่นหอมกรุ่น เฮงเดินผ่านเตรียมเรียกแท็กซี่ แต่อะไรบางอย่างที่ศาลพระพรหมสะดุดตาเหลือเกิน“เฮ้อเมื่อไหร่จะเจอ คนที่ถูกใจเสียที ไปลองอธิฐานขอพรดูดีกว่าเผื่ออะไรๆจะดีขึ้นมาบ้าง"บ่นเบาๆแม้จะรู้สึกเสียใจที่พลาดจากมิราแต่ก็ยังคงคิดว่าไม่ถึงเวลาของตัวเองมิราพบคนที่ดีดีอย่างหัสนัยเขา็้ดีใจด้วยที่สุดนั่งลงประนมมือตรงหน้าอธิฐานเบาๆก่อนจะยิ้ม"ขอแค่ใครสักคนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างกันจนแก่เฒ่า"ยิ้มกับคำอธิฐานของตัวเองว่าทำไมขอน้อยจังไม่ขอคนสวยๆดีๆเหมือนคนอื่นเขา แสงสว่างวาบจากดอกบัวในมือพระพรหมที่สว่างขึ้นมาเมื่อคำขอจบลง คงมีบางอย่างที่รับรู้ในคำขอของเฮงแล้วล่ะ แต่เฮงไม่ทันเห็นโยดา กลายเป็นแมวสีส้ม ยืนคลอเคลียเฮงอยู่ ได้เวลาย้ายบ้านแล้วโยดา“เมี๊ยว” เฮงอุ้มโยดาขึ้นมามอง ดวงตากลมโตของเจ้าเมี้ยวจ้องตอบ“น่ารักจัง ไปอยู่ด้วยกันไหม ฉันกำลังเหงาๆพอดีเลย”“เมี๊ยวๆ ๆ” เจ้าแมวส้มท่าทีกวนประสาทแต่ดวงตาบ๋องแบ็วส่งเสียงร้องตอบรับคำเชิญของเฮง"นายชวนฉันเองนะ ความหฤหรรษ์กำลังจะเริ่มขึ้นฉันสัญญาเลยสำหรับนายคนคุ้นเคยกันมาก่อนฉันจะกัดเบาๆเอ๊ยไม่ใช่ฉันจะหาคนที่น่ารักที
“หากฉันจะรักใครสักคนก็ทุ่มเทให้หมดใจแม้แต่หางตายังไม่เคยชำเลืองมองใครอื่น”มิราเอ่ยปากบอก นิรมนเพื่อนรักพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ“ว่าแต่ สุดที่รักของแกแนะนำให้ฉันรู้จักหน่อยได้ไหม” มิราอมยิ้ม“ทำไมจะไม่ได้ในเมื่อเหลือแกกับฉันสองคนที่ยังนั่งบนคานทั้งคู่” น้ำเสียงร่าเริงสดใสทำไมจะไม่ได้ก็ในเมื่ออยากจะอวดเพื่อนอยู่แล้ว นิรมนยิ้มหวานหยดเธอเป็นคนที่สวยโดยกำเนิดแล้วยังไม่พอใจความสวยที่ติดตัวมา การแต่งเติมความสวยด้วยการทำศัลยกรรมทุกอย่างเท่าที่จะทำได้เพื่อให้ตัวเองออกมาดูดีที่สุดต่างกับมิราที่สวยเรียบๆ ไม่ได้โดดเด่นอะไร อาจเป็นเพราะมิราไม่เคยแม้แต่จะดัดขนตาด้วยซ้ำการที่เธอเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างจะห้าวหาญเกินหญิงจึงไม่มีผู้ชายสักคนผ่านเข้ามาในชีวิตมีเพียงปัณภัทรเท่านั้นที่เอ่ยได้เต็มปากว่าคบหาดูใจกันอยู่“เขาชอบแกตรงไหนมิรา” นิรมนถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง“คง...ตรงที่ฉันเป็นฉันละมั้ง” มิรานึกไม่ออกด้วยซ้ำว่าปัณภัทรชอบมิราตรงไหน จะว่าสวยมิราก็ไม่ได้สวยขาดบาดใจ ชนิดที่ผู้ชายเห็นต้องเหลียวหลังจึงทำให้ครองโสดอยู่ได้ไม่มีใครมาจีบ นิรมนต่างออกไปนิรมนค่อนข้างเลือกจนกลายเป็นคนที่ไม่มีใครเหมือนกันทั้งๆ ที
เช้าที่อากาศไม่เป็นใจ บรรยากาศขมุกขมัวคล้ายกับว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้น้ำตาฟ้าจะกระหน่ำลงมาทั้งๆ ที่เป็นฤดูหนาวมิราใช้กระบอกฉีดน้ำฉีดน้ำใส่ดอกไม้สดในร้านอย่างสบายอารมณ์อีกไม่กี่วันเธอจะเดินทางไปท่องเที่ยวกับปัณภัทรอย่างมีความสุขเป็นอีกหนึ่งโครงการก่อนที่จะแต่งงานกันในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงปัณภัทรในเสื้อสูทอย่างที่มิราคุ้นเคย เขาเป็นคนที่ต้องทำตัวให้ดูดีอยู่เสมอ นี่เองที่บรรดาเพื่อนๆ ของปัณภัทรพากันสงสัยว่าทำไมปัณภัทรถึงมาชอบผู้หญิงที่ไม่มีอะไรโดดเด่นอย่างมิราได้“มิรา พี่จะแต่งงาน” ปัณภัทรกุมมือมิราไว้ มิรารู้สึกตื่นเต้นกับคำพูดของปัณภัทรก้มหน้าหลบตาคม ที่จ้องมองใจเต้นไม่เป็นจังหวะ มิราคิดว่าอีกประเดี๋ยวปัณภัทรต้องล้วงเอาแหวนออกมา แกล้งเสมองทางอื่นเพื่อรับมุขแต่ตั้งนานมิราก็ยังไม่เห็นว่าปัณภัทรจะหยิบแหวนออกมา ปัณภัทรกับอึกอักอยู่ตรงนั้นสีหน้าหนักใจที่มิราเห็นว่าเขาไม่ได้แกล้งทำแต่อย่างใด“มิรา... พี่ๆ ...คือพี่...ขอโทษด้วย” สุดท้ายก็หลุดคำพูดขอโทษออกมา“ขอโทษเรื่องอะไรคะพี่ปัณ” แววตาฉงนในคำพูดที่แผ่วเบาดั่งกับละอองนุ่นที่พร้อมจะหลุดลอย“พี่...พี่ กำลังจะแต่งงานกับ....นิ..รา
มิราเพียงแต่พยักหน้า ยายเดินหายลับไปจากตรงนั้น มิรานั่งลงช้าๆ ยกมือขึ้นประนมลองขอพรดูหน่อยเป็นไรอย่างน้อยอาจทำให้สบายใจขึ้นบ้างอย่างที่ยายคนนั้นบอกยายแก่แอบมองอยู่ไม่ไกลมิราพนมมือต่อหน้าพระพรหม“ท่านเป็นเทพแห่งความเมตตา ลิขิตชะตาชีวิตคน ลูกขอคนที่มีรักจริง และต้องการใช้ชีวิตร่วมกันกับลูกตลอดไป ด้วยเถิด” ดอกบัวในมือของพระพรหมสว่างวาบขึ้นทันใดมิราไม่ทันเห็นเพราะมัวแต่ก้มหน้ายายแก่ยิ้มที่มุมปากมิราเธอจะรู้หรือเปล่าว่าพระพรหมท่านคือ "พรหม" หมายถึง "ความเจริญ, ความกว้างขวาง, ความขยายตัว หรือความเบิกบาน”มิราในชุดราตรียาวสีฟ้าใสตัดกับผิวคล้ำแต่งแต้มริมฝีปากด้วยสีชมพูกลีบดอกบัว ที่มิราชอบเธอผิวคล้ำไม่เหมาะกับสีฟ้าและชมพูแต่มิราชอบทั้งสองสี เกล้าผมสูงเผยให้เห็นลำคอระหงหากแต่ทรวดทรงองค์เอวที่ไม่มีส่วนเว้าส่วนโค้งทำเอาชุดที่สวมอยู่เหมือนถูกสวมโดยท่อนซุงไม่ได้สวยสะดุดตาอย่างที่มิราตั้งใจให้เป็นตัวก็ดำงามขำ...คล้ำยิ่งนักสุดจะหักดวงจิตคิดเป็นอื่นจะขี้เหร่เกินไปไหม..แม่ขวัญยืนสุดจะฝืนใจให้รักปักอุราหญิงสาวหลายคนมุงอยู่หน้าเวทีที่นิรมนกำลังจะโยนช่อดอกไม้เสี่ยงทายสำหรับคนที่อยากมีคู่มิรากร
“ผมไปส่งไหมครับคุณ....” ชายหนุ่มหนึ่งที่พยายามรวบรวมความกล้าเมื่อเห็นมิราเดินออกจากงานแต่งใครหลายคนทยอยกลับ มิราล่ำลาเพื่อนๆ เสร็จก็คิดว่าสมควรแก่เวลาแล้ว ไม่แม้แต่จะบอกลาปัณภัทรกับนิรมนสักคำชายหนุ่มน่าตาดีขาวสูงกับแว่นสายตาหนาเตอะแต่ทว่าตาชั้นเดียวเหมือนกับหนุ่มเชื้อสายจีนทั่วไป“เจ้าของเกียรตินิยมอันดับหนึ่งมาเองเลย” พรสุดาเพื่อนสนิทของมิรากระซิบเบาๆ มิราเหลือบตามอง ใบหน้าหล่อเหลาตามแบบพระเอกซีรีย์จีน พรสุดาเขย่าแขนเขินแทนมิราเสียเอง“มิราค่ะ ยินดีค่ะ” มิราไม่ปฏิเสธแต่อย่างใด“ว้าวมาแล้วหนุ่มในฝัน เอหรือว่าเป็นรถไฟขบวนสุดท้ายกันแน่นะ” พรสุดากระซิบกับมิรา“แต่ผมไม่มีรถมา อาศัยรถคุณไปส่งคุณแล้วเดี่ยวผมนั่งแท็กซี่กลับมาเองได้ไหม” น้ำเสียงทุ้มอ่อนโยนมิราเห็นแววใสซื่อเหมือนเด็กที่ไร้เดียงสาในนั้น มิราถอนหายใจยาวเหยียด พรสุดาหัวเราะคิกคัก“คือถ้าจะแบบนั้นเอาเป็นว่า มิราขับรถไปส่งคุณที่บ้านดีกว่าไหมคะ”“เอาอย่างนั้นก็ได้ครับ” แม้จะจับสังเกตเพียงใดแต่ก็พบกับความใสซื่อไม่เปลี่ยนแปลงเปิดประตูรถเข้าไปนั่งข้างคนขับหน้าตาเฉย พรสุดาต้องเข้าไปนั่งเบาะหลังส่วนมิราเป็นคนขับ“คือผมชื่อเฮงนะคร
“เจ็บไหมครับทนเอาหน่อยไปโรงพยาบาลกันดีกว่า คุณพรสุดาขับรถเป็นไหมขับให้คุณมิราหน่อย”“คุณเฮงขับไม่เป็นหรือคะ” พรสุดาถามกลับ“เป็นครับแต่ไม่ค่อยถนัด” ยิ้มอายๆ“ไม่เป็นไรค่ะฉันพอขับไหว” มิราเหยียบคันเร่งพารถไปสู่จุดหมายโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เลือดหยุดไหลแล้ว ใจกลับคิดถึงคนที่เป็นต้นเหตุเขารีบไปไหนนะหรือว่ารีบพาสาวเจ้าไปอี้อ๋อกัน ว่าแต่เขาทำให้เจ็บตัวขนาดนี้ยังไปคิดถึงเขาอีก ไม่ไม่ไม่ไม่ใช่มิราสะบัดศีรษะไปมาไม่ได้คิดถึงเขาจะคิดถึงได้อย่างไรแค่คนหล่อดูดีภูมิฐานแล้วก็หน้าตาท่าทางถูกใจมิราแค่นั้นเอง เผลอหยิบนามบัตรขึ้นมาดู ใครจะกล้าโทรไปมิราคิดค่ายาค่าทำแผลคงไม่กี่บาทแน่นอนเมื่อไปถึงโรงพยาบาลบุรุษพยาบาลนำรถเข็นมารอ เฮงกุลีกุจอมาเปิดประตูรถทันทีพยุงมิราออกมาจากรถ บุรุษพยาบาลมองมิราแบบงงๆ คงคิดว่าทำไมคนเจ็บขับรถมาเอง“ไหวไหมแก” พรสุดาเดินตามมาหน้าห้องฉุกเฉิน โดยมีเฮงถือกระเป๋าของมิราตามมาติดๆ ช่างเป็นภาพที่น่าเอ็นดูเมื่อเฮงสะพายกระเป๋าในแบบของผู้หญิง แต่รูปร่างหน้าตาหล่อเหลาออกขนาดนั้น“ไหว” มิราตอบสั้นๆ“ค่อยๆ ครับคุณมิรา” ก้มลงบอกข้างๆ หูพยาบาลหลายคนนางมองเฮงด้วยสายตาชื่นชมกับใบหน้าที่ห
ชายหนุ่มใบหน้าคมคายคนหนึ่งที่ใส่เพียงกางเกงนอนบางเบาอกเปลือยเปล่าเผยให้เห็นมัดกล้าม กล้ามแน่นผิวขาวสะอาดน่ามองใบหน้าหล่อคมรูปร่างดีตามแบบนักกีฬา นับว่าเป็นหนุ่มหล่อที่รูปร่างดีคนหนึ่งทีเดียว เดินย่องด้วยฝีเท้าเบากริบมายังเตียงที่มิรานอนหลับอยู่“มานี่โยดา มานี่มะ” น้ำเสียงอ่อนโยนเหลือกำลัง มิราคิดว่าตัวเองฝันไป“เมี้ยว” มิราสะดุ้งสุดตัวเมื่อเสียงร้องของแมวเหมียวดังขึ้นข้างตัวแมวสก็อตติสฯ ตัวหนึ่งยื่นจังกาข้างตัวมิราเตรียมกระโดด พริบตาเดียว“อย่าหนีนะ” ไม่ทันแล้วเจ้าแมวน้อยกระโดดหนีพร้อมกันกับที่ชายหนุ่มกระโดดตระคุรบเจ้าแมวแต่พลาดร่างใหญ่ทาบทับมาบนตัวของมิรา มิราตกใจสุดขีดทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงพริบตาเดียว กลายเป็นโดนกอดเข้าอย่างจัง มิรากับเสื้อผ้าที่เปิดเผยร่างกาย กับอกเปลือยเปล่าของอีกคน กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสบู่และครีมโกนหนวดทำให้มิรารู้สึกขัดใจที่ตัวเองรู้สึกชอบสัมผัสจากชายหนุ่มแปลกหน้าแต่เพียงครู่เดียวที่เผลอไผล“กรีด คุณเป็นใครเข้ามาในห้องฉันได้อย่างไรมิราดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัวจนมิดเหลียวมองหาอาวุธป้องกันตัวทว่าไม่มีอยู่ในนั้น ชายหนุ่มไม่มีอาการสะทกสะท้านต่อคำพูดของมิรายกมือขึ้นปรามว่
ศาลพระพรหม หน้าโรงพยาบาลพวงมาลัยดอกมะลิส่งกลิ่นหอมกรุ่น เฮงเดินผ่านเตรียมเรียกแท็กซี่ แต่อะไรบางอย่างที่ศาลพระพรหมสะดุดตาเหลือเกิน“เฮ้อเมื่อไหร่จะเจอ คนที่ถูกใจเสียที ไปลองอธิฐานขอพรดูดีกว่าเผื่ออะไรๆจะดีขึ้นมาบ้าง"บ่นเบาๆแม้จะรู้สึกเสียใจที่พลาดจากมิราแต่ก็ยังคงคิดว่าไม่ถึงเวลาของตัวเองมิราพบคนที่ดีดีอย่างหัสนัยเขา็้ดีใจด้วยที่สุดนั่งลงประนมมือตรงหน้าอธิฐานเบาๆก่อนจะยิ้ม"ขอแค่ใครสักคนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างกันจนแก่เฒ่า"ยิ้มกับคำอธิฐานของตัวเองว่าทำไมขอน้อยจังไม่ขอคนสวยๆดีๆเหมือนคนอื่นเขา แสงสว่างวาบจากดอกบัวในมือพระพรหมที่สว่างขึ้นมาเมื่อคำขอจบลง คงมีบางอย่างที่รับรู้ในคำขอของเฮงแล้วล่ะ แต่เฮงไม่ทันเห็นโยดา กลายเป็นแมวสีส้ม ยืนคลอเคลียเฮงอยู่ ได้เวลาย้ายบ้านแล้วโยดา“เมี๊ยว” เฮงอุ้มโยดาขึ้นมามอง ดวงตากลมโตของเจ้าเมี้ยวจ้องตอบ“น่ารักจัง ไปอยู่ด้วยกันไหม ฉันกำลังเหงาๆพอดีเลย”“เมี๊ยวๆ ๆ” เจ้าแมวส้มท่าทีกวนประสาทแต่ดวงตาบ๋องแบ็วส่งเสียงร้องตอบรับคำเชิญของเฮง"นายชวนฉันเองนะ ความหฤหรรษ์กำลังจะเริ่มขึ้นฉันสัญญาเลยสำหรับนายคนคุ้นเคยกันมาก่อนฉันจะกัดเบาๆเอ๊ยไม่ใช่ฉันจะหาคนที่น่ารักที
“จรรยาบรรณแพทย์ไปไหนหมดค่ะ”“แพทย์ก็คนนะคุณ ผมก็มีอารมณ์เหมือนกันไม่ใช่พระอิฐพระปูน 555ไม่อย่างนั้นจะมีเมียได้เหรอ” มิราทุบอกเบาๆ หัสนัยจับมือบางสบตาส่งสายตากรุ้มกริ่ม“อีกไม่กี่วันก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว จะเอาสินสอดเท่าไหร่ ผมรอไม่ไหวแล้ว” มิราก้มหน้ามองแผงอกกว้าง“ถือว่าเป็นคำขอแต่งงานหรือเปล่า” หัสนัย คุกเข่าลงกับพื้นยื่นส่งแหวนเพชรน้ำงาม ให้กับมิรา“แต่งงานกับผมนะครับมิรา ....ผมรักคุณ....” เสียงสะท้อนว่า...รักคุณ...ดังก้องเข้าไปในหัวใจของมิรา หรือว่าเธอคิดไปเองมิรายิ้มทั้งน้ำตา“ค่ะพี่หาด” หัสนัยยืนขึ้นจุมพิตที่หน้าผากเบาๆ เมื่อมิรารับแหวนมากำไว้“พรสุดาเปิดประตูเข้ามาพร้อมเฮง ที่ใบหน้าเศร้าสร้อย“เซอร์ไฟร์ส ดีใจด้วยนะมิรา” พรสุดา ถลาเข้าขอดูแหวน เฮงจับมือหัสนัยเขย่าเบาๆ เป็นการแสดงความดีใจ โยดาเข้ามาทีหลัง สวมกอดหัสนัยแทนคำดีใจ“นายมังกรคงดีใจที่นายทำสำเร็จหลังจากที่เขาพยายามอย่างหนัก” โยดาเผลอพูดขึ้นทำเอามิราและหัสนัยมองหน้ากัน โยดารู้ว่าตัวเองพูดผิด จึงแกล้งพูดกลบเกลื่อน“อ๋อ...อย่ามองหน้าผมอย่างนั้นสิ ผมหมายความว่า เขาพยายามจะจีบคุณมิราแต่ไม่สำเร็จ แต่คุณหัสนัย ก็ทำให้
ห้องผ่าตัดถูกเตรียมอย่างเร่งด่วน มิราชีพจรเต้นช้าลง ในฝันมิราเห็นมังกรยืนอยู่ด้วยชุดสีขาวสะอาดตา โบกมือลาเธอพร้อมรอยยิ้มยียวน เหมือนที่เคยเห็นเป็นประจำ มิราเผลออมยิ้มรู้สึกเป็นสุขเมื่อเห็นรอยยิ้มแบบนั้นของมังกรการผ่าตัดผ่านไปนานแสนนาน อาหารกลางวันที่หัสนัยไม่มีทางได้ออกจากห้องผ่าตัดมากินถูกนำมาส่งโดยเฮง และพรสุดาที่มาคอยอยู่เป็นเพื่อนคุยกับโยดาที่บัดนี้กลับเศร้าสร้อย พรสุดาพร่ำพูดขอบคุณมังกรและโยดาซ้ำๆ เกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะ ทีมแพทย์สามารถนำอวัยวะของมังกรช่วยเหลือผู้ป่วยได้อีกสองสามรายในเวลาเดียวกัน (กุศลอันยิ่งใหญ่คือการบริจาคอวัยวะอย่างน้อยก็ต่อชีวิตให้ผู้อื่นแม้จะไม่รู้จักกันมาก่อนแต่เชื่อเถอะเขาจะไม่มีวันลืมคุณ)หัสนัยออกมาจากห้องผ่าตัด ใบหน้าอิดโรยโยดานั่งนิ่ง พรสุดากับเฮงวิ่งเข้าถามถึงอาการของมิราหัสนัยยิ้มแห้งๆ“ต้องรอดูก่อนว่าการตอบสนองจะเป็นอย่างไร และมีการติดเชื้ออย่างอื่นร่วมด้วยไหม ตอนนี้เธออยู่ในห้องปลอดเชื้อ พวกคุณยังเข้าไปเยี่ยมไม่ได้จนกว่าจะออกมาอยู่ห้อง ซีซียู” หัสนัยเดินเข้าไปหาโยดายื่นส่งมือเขาให้โยดาจับ โยดายื่นมือมาจับมือของหัสนัย“ขอบคุณจริงๆ ครับขอบคุณทั้ง
สังเกตสีหน้าของโยดาด้วยความเห็นใจ“แล้ว เมื่อไหร่เขาจะฟื้น”ถามไปทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีทางแล้ว“ผมบอกไม่ได้อาจจะหนึ่งชั่วโมง หนึ่งวัน หนึ่งเดือนหรือหลายปีหรืออาจไม่ฟื้นขึ้นมาเลย จำเป็นต้องรอปาฏิหาริย์” โยดาขมวดคิ้ว“แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไป”น้ำเสียงเลื่อนลอย“ทางการแพทย์เราถือว่าผู้ที่สมองตายคือ ก้านสมองถูกทำลาย คือผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว อวัยวะส่วนอื่นๆ จะลดการทำงานลงและจะเสื่อมสภาพตอนนี้เราใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ทำให้หัวใจยังเต้นได้ประมาณ1-2วันหากนานกว่านี้หัวใจก็จะหยุดเต้น และต้องรอให้ญาติตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป”“คุณรู้สึกอะไรไหมคุณหัสนัย” โยดาถามยิ้มหยัน จะอยากฟังคำตอบอะไรจากพวกมนุษย์“ผม...รู้สึกใจหาย ไม่น่าเชื่อว่าทุกอย่างจะเลวร้ายกว่าที่คิดไว้ ผมเข้าใจความรู้สึกคุณดี ผมเสียใจที่คุณมังกรต้องมารับเคราะห์แทนมิรา มิราเองตอนนี้หัวใจของเธอก็มีปัญหา อายุเธออาจจะไม่ยืนยาวไปกว่านี้หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที”“หมายความว่าอย่างไร”“มิราหัวใจเธอมีปัญหาตั้งแต่กำเนิด ต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ ดีที่ผมตรวจพบก่อนแต่น่าแปลกที่ไม่เคยเห็นเธอมีอาการอะไรมาก่อนเลย จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุครั้
หัสนัยประคองมิรานั่งกึ่งนอนอยู่ที่เบาะหลัง ส่วนมังกรเบาะหน้าถูกปรับเอนเลือดท่วมตัว โยดาขับรถเร็วปานจะเหาะแต่หัสนัยกับคิดว่ามันช้าเหลือเกินรถแล่นมายังดรงพยาบาลประจำจังหวัด จอดหน้าห้องฉุกเฉินบุรุษพยาบาลเข็นรถเข็นมาแต่ช้ากว่าหัสนัยที่อุ้มมิราเข้าไปข้างในห้องพร้อมกับ บอกพยาบาลเสียงดังลั่น“ผมเป็นหมอ” พยาบาลรีบเตรียมอุปกรณ์ให้กับหัสนัย มังกรถูกเข็นเข้ามาบ้างคราวนี้เองที่โยดาสีหน้าเป็นกังวล เผลอยกมือขึ้นไหว้“ท่านพ่อ อย่าทำให้เจ้ามังกรต้องจากไปอย่างนี้เลย ลูกยังไม่ได้บอกลาและเขาเองก็ยังไม่ได้บอกลาสาวน้อยในดวงใจ” โยดาลงทุนขอร้องต่อพระพรหมหันหน้าไปทางศาลพระพรหมในโรงพยาบาล ใบหน้าเป็นกังวลไม่สามารถปิดบังได้ก็มังกรไม่เคยเป้นแบบนี้สักทีกี่ปีที่เคยพบกันไม่เคยเจ็บไม่เคยตาย โยดาเพิ่งจะรู้ในตอนนี้เองว่าใจหายแค่ไหนหากมังกรจะจากไปจริงๆหมอวิ่งวุ่นเมื่อมังกรถูกเข็นเข้าไปในห้องโยดาเริ่มวิตก เพราะปกติเคยเห็นแต่ว่าหากมังกรมีแผล แผลของเขาจะหายเองในเวลาไม่กี่อึดใจ หรือว่าครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้งเขาโดนหนักไปหน่อยสักพัก หมอออกมาบอกกับโยดาว่ามังกรสมองกระทบกระเทือนอย่างแรง ทำให้สมองตาย ต้องใส่เครื่องช่วยหายใ
บัดนี้เด็กหญิงตัวน้อยอยู่ใกล้เกินกว่าใกล้ แต่มิราจะมีใจให้เขาเหมือนที่เขาเฝ้าฝันถึงเธอตลอดเวลา15ปีที่ผ่านมาไหมหัสนัยขับรถห่างตัวเมืองมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเข้าสู่เขตจังหวัดหนึ่ง ที่สองข้างทางเริ่มร่มรื่น มิรามองนู้นมองนี่“ชลบุรี คุณหัสนัยมาทำไมที่นี่ค่ะ”“บ้านเกิดผมเลย” รถเลี้ยวเข้าสู่ตัวบ้านหลังใหญ่ร่มรื่น ตัวบ้านแม้จะเก่าแต่ทว่าถูกดูแลอย่างดี มิรามองบ้านสองหลังที่ติดกันบ้านของมิราอยู่ทางซ้ายมือแต่หัสนัยเลี้ยวรถเข้าบ้านหลังทางขวามือ รั้วชาฮกเกี้ยนที่ทำเป็นรั้วรายรอบกั้นบ้านสองหลังถูกตัดแต่งจนเป็นระเบียบ มิราจำได้ดีด้วยอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่เล็ก ตั้งแต่พ่อแม่ตายไปมิราก็ย้ายออกจากที่นี่ไปอาศัยอยู่หอของมหาลัยอาศัยเงินจากการขายบ้านเก็บเป็นทุนรอนเปิดร้านขายดอกไม้และเรียนมหาลัย เมื่อเรียนจบและก็ไม่เคยกลับมาที่นี่อีกเลย บ้านถูกขายให้เพื่อนสนิทของคุณพ่อของมิรา ที่เอ่ยปากกับมิราในวัย18ว่าหากต้องการบ้านคืนก็แค่ให้นำเงินมาคืนเท่านั้น อย่าถือว่าเป็นการชื้อขายแต่บ้านยังคงเป็นของมิราอยู่เพราะไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์ใดใดทั้งสิ้น“ถึงแล้ว ....บ้านของมิราอยู่ทางซ้าย” หัสนัยบอกมิรามิราหันมองหัสนัยอย่
“แน่ใจหรือว่าเป็นแบบนั้น” หัสนัยอดท้วงไม่ได้“อย่างนั้นสิ ไม่อย่างนั้นเนื้อหนังฉันคนหลุดล่อนไปแล้ว” หัสนัยมองเสื้อลำลองสีขาวที่ขาดวิ่น อย่างไม่เชื่อสิ่งที่เห็นอยากจะถามต่อแต่ก็เลือกที่จะเงียบมิราเข้าไปชะโงกดูแผลอีกคนรู้สึกประหลาดใจเหมือนกัน“ขอบคุณ คุณมังกรว่าแต่คุณไม่เป็นอะไรแน่นะ” มิราถามเพื่อความแน่ใจรู้สึกสำนึกบุญคุณมังกรเหลือเกิน“ผมไม่เป็นไร...สบายมาก.... ฉันไปล่ะ ฉันบอกแล้วให้นายดูแลคุณมิราให้ดี” มังกรหันไปพูดกับหัสนัยพูดทิ้งท้าย รีบเดินหนีออกจากตรงนั้น“แจ้งความไหม” หัสนัยหันมาถามมิรา“ไม่ดีกว่าค่ะ มิรากับนิรมนเราเป็นเพื่อนกันมานาน”“แต่เพื่อนไม่ทำกันแบบนี้”“นิราคงกำลังโกรธ อีกหน่อยก็จะได้คิด แล้วก็จะเสียใจในสิ่งที่ทำ” หัสนัยไม่พูดต่อแต่เรื่องของมังกรนี่น่าสงสัยชะมัด“เสื้อขาดขนาดนั้นไม่น่าเชื่อว่า ผิวหนังจะไม่โดนน้ำกรดไปด้วย”“อาจเป็นเหมือนคุณมังกรพูดก็ได้น้ำกรดเจือจาง”“ไม่นะ เสื้อส่วนมากทำจากใยสังเคราะห์ละลายโดยสารเคมีเข้มข้นหรือถูกเผาไหม้ด้วยความร้อน ซึ่งสารเคมีเข้มข้น ผิวหนังของคนก็ไม่สามารถทนได้”“อย่างนั้นต้องอะไรที่เรายังไม่รู้แน่ๆ เลยค่ะ คุณมังกรเขาจงใจปกปิดเร
มิราเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้าที่เคยมาประจำ เลือกซื้อของสดไว้สำหรับทำอาหาร และของแห้งเล็กน้อย มิราชอบทำอาหารเป็นที่สุดหัสนัยเดินตามช้าๆเข็นรถเข็นตามเหมือนไม่รู้จักเบื่อหน่าย หลายคนชี้ชวนกันดูมิราที่สวยหวานโดดเด่นบ้างก็ซุบซิบบ้างยิ้ม หลายคนแอบกระซิบว่าเหมือนดารา มิราเริ่มชินแล้ว เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นนิรมนนั่นเองโทรมาถามว่ามิราอยู่ที่ไหน แล้วก็วางหูไป“ท่านผู้ประทานพร เหตุใดเล่าลูกต้องทนทุกข์กับบาปรักไม่มีสิ้นสุด”“มังกร เจ้าน่าจะรู้มนุษย์มีเพียงแค่รักโลภโกรธหลงเจ้าเพียงแค่ละทิ้งสิ่งเหล่านี้”“ลูกทนทุกข์ไม่รู้จักจบสิ้น เป็นเวลากว่าพันปีมาแล้ว”“รอก่อนอีกไม่นานแล้ว เจ้าจะพ้นทุกข์” มังกรถอนหายใจกระแสจิตที่ส่งเข้ามาในหัวจากรูปปูนปั้นพระพรหม ที่สวนหย่อม หน้าห้างสรรพสินค้า แม้ไม่ขยับปากพูดแต่ดังชัดเจน....อีกไม่นาน....จะดีใจหรือเสียใจดีในเมื่อเขาชินกับการมีชีวิตอมตะ ชอบได้แต่ห้ามรัก เกลียดได้แต่ห้ามอาฆาต เป็นเวลากว่าพันปีมาแล้ว มีชีวิตสุขสบายแต่ไม่มีคู่นิรมนสวมแว่นตาดำปิดบังใบหน้าและขอบตาเขียวคล้ำ ถือกระเป๋าพะรุงพะรังยืนรอมิราอยู่หน้าห้างสรรพสินค้า มือเย็นเฉียบใจเต้นตึกตัก มังกรเห็นตั้งแต่
มิราไม่อยู่ตรงนั้น“เหมือนกัน ฉันก็มีเรื่องคุยกับนายเหมือนกันนายมังกือ ออกมาคุยกันข้างนอก” ไม่น้อยหน้ากันเลยโยดามองเห็นสายตาพิฆาตจากทั้งคู่“ว่ามา” พูดขึ้นพร้อมกันเดินออกมาจากร้านดอกไม้“นายก่อน” มังกรพูด“ฉันไม่อ้อมค้อม นายมีทุกอย่างทั้งเงินทองทั้งชื่อเสียง ทั้งสาวๆไม่เข้าใจว่าคนอย่างนายจะ มีความจริงใจกับมิราหากนายต้องการแค่เล่นๆ กับมิราฉันอยากให้นายเลิกล้มความคิดเสีย เพราะฉันจะไม่ยอมให้นายทำแบบนั้นแน่นอน” มังกรยิ้มรู้สึกเจ็บแปลบในใจ“ฉันจะเลิกมาที่นี่ หากนายดูแลมิราได้ดี ตอนนี้เธอกำลังอยู่ในอันตราย” หัสนัยขมวดคิ้ว“นายหมายความว่าอย่างไร”“ปัณภัทร กลับมานิรมนไม่ชอบใจนัก เธอมาคาดโทษมิราไว้” หัสนัยเดินวนไปมาหาทางแก้ปัญหา“นายเพียงแค่ปกป้องมิรา ฉันขอแค่นั้น” มังกรเดินไปตบไหล่หัสนัย แล้วก็เดินจากไปขึ้นรถ รถเลื่อนออกไปอย่างรวดเร็วมังกร แทบจะทรงตัวไม่อยู่สึกเจ็บจนไม่อาจบรรยายหัสนัยยืนงง สิ่งที่เขาพูดกับคิดก่อนหน้านั้น ถูกเปลี่ยนความคิดไปจนหมด มังกือมาไม้ไหนอย่างไรกันแน่ทำไมถึงเปลี่ยนท่าทีได้ขนาดนี้มาไม้ไหนมองไม่รู้ดูไม่ออกไม่มาหลอกแต่จริงใจไฉนหนอแล้วที่ทำเหมือนกับคนบ้าบอโอ้ละหนอท