"หลินเฟิง? คุณมาทำไม?”“รีบหนีไปตอนที่ตระกูลกู้ยังไม่ลงมือกับคุณเร็วเข้า!”หลี่ฮุ่ยหรานกระวนกระวายใจมาก เธอแทบจะร้องไห้ออกมาแล้วเพราะตอนนี้เธอเห็นแล้วว่าบอดี้การ์ดของตระกูลกู้กำลังพากันลุกขึ้นแล้วเดินมาทางเวที“หนีไปเหรอ?”หลินเฟิงยิ้มออกมา “งั้นก็ต้องพาคุณไปด้วยสิถึงจะถูก”“หลินเฟิง เวลานี้แล้วคุณยังจะล้อเล่นอีกเหรอ!”หลี่ฮุ่ยหรานร้อนรนจนน้ำตาของเธอเริ่มไหลออกมาจากดวงตาแล้ว“ผมไม่ได้ล้อเล่น”หลินเฟิงเองก็เปลี่ยนเป็นจริงจังมากขึ้นเขาหันมามองหลี่ฮุ่ยหรานก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ผมรู้แล้วนะว่าการแต่งงานครั้งนี้มันคือการบังคับคุณ โดยใช้ความปลอดภัยของผมมาเป็นข้ออ้าง”เมื่อหลินเฟิงพูดจบ คนทั้งงานก็ตกตะลึงก่อนจะพูดออกมาเสียงดังภาพลักษณ์คนคลั่งรักที่กู้เฉินพยายามสร้างมาถล่มลงในทันตาที่แท้หลี่ฮุ่ยหรานถูกกู้เฉินบังคับงั้นเหรอ?เธอไม่ได้อยากจะแต่งงานกับกู้เฉินใช่ไหม?ไม่มีใครไม่ชอบเรื่องฉาวโดยเฉพาะเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ของพวกคนรวย บรรดาแขกเหรื่อที่มาต่างก็พากันตั้งใจเงี่ยหูฟังเรื่องราวในวันนี้“บังคับแล้วมันยังไง? หลินเฟิงฉันรู้นะว่าคุณมีความสามารถแล้วยังมีถังหว่านคอยช่วย
"ฮุ่ยหราน หลานไม่ต้องมีเหตุผลมากก็ได้”“หลานเป็นผู้หญิง บางครั้งก็ควรจะเอาแต่ใจบ้าง เชื่อในความรู้สึกของตัวเองเถอะ!”“เวลาที่เจอเรื่องยาก ๆ ก็เคารพหัวใจของตัวเองแล้วเลือกตามนั้น”“ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นแบบปู่ เสียใจไปตลอดชีวิต”หลี่ฮุ่ยหรานนึกถึงประโยคสุดท้ายในพินัยกรรมท่อนสุดท้ายที่เขียนถึงเธอ ตอนนี้ความสับสนในดวงตาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความแน่วแน่มากขึ้นโชคดีที่เพราะมีความฉลาดของหลี่ฮุ่ยหรานหลี่ซื่อกรุ๊ปถึงได้มีอยู่อย่างทุกวันนี้แต่ก็เพราะความฉลาดเช่นเดียวกัน มันถึงทำให้เธอไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ แม้แต่คำพูดของหลินเฟิงเธอเองก็เคยคิดและรู้สึกผิดมาก่อนแต่ก็ถูกความรู้สึกในใจกลบมันลงไปก็เหมือนกับตอนนี้ตัวเธอกำลังบอกว่าไม่ควรจะไปกับหลินเฟิงถ้าเกิดว่าเธอไปเรื่องที่จะต้องรับผิดชอบหลังจากนี้มีอีกมากแต่ว่า!ในใจของเธอกลับปฏิเสธ เธออยากจะจับมือกับหลินเฟิง อยากมาก ๆ อยากจนแทบจะบ้าอยู่แล้ว“หึ...หึหึหึหึ…”สุดท้ายท่ามกลางสายตาคนมากมาย เธอก็หัวเราะออกมานี่เป็นครั้งแรกที่เธอหัวเราะออกมาอย่างใสซื่อและสะใจ“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ฉันคิดอยู่ตลอดว่าฉันสู้ถังหว่านไม่ได้ตรงไหน ทำไมสิ่
เพราะตั้งแต่เขารู้จักหลี่ฮุ่ยหรานมา เธอเป็นคนที่แข็งแกร่งมาโดยตลอด ต่อให้จะเผชิญหน้ากับเขาก็จะมีแต่สีหน้าเย็นชาแต่ท่าทางที่อาละวาดวันนี้ก็อดไม่ได้ที่จะทำให้เขาไม่ใจกระตุกเขาโอบหลี่ฮุ่ยหรานไว้แน่น ในสายตามีประกายขึ้นมา“วางใจเถอะฮุ่ยหราน ผมไม่มีทางให้คุณตายที่นี่หรอก ไม่มีทางเด็ดขาด!”“อืม!”หลี่ฮุ่ยหรานพยักหน้าแรง ๆในเมื่อเธอเลือกที่จะเชื่อหลินเฟิงงั้นก็ต้องเชื่อให้ถึงที่สุด!“หลี่ฮุ่ยหราน เธอรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่?!”เห็นหลี่ฮุ่ยหรานเข้าไปกอดหลินเฟิง กู้เฉินที่ยืนอยู่ด้านข้างสายตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ใบหน้าเผยความดุร้ายออกมาในที่สุดเขาก็เผยตัวตนแล้วต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้ ท่าทางของหลี่ฮุ่ยหรานเมื่อสักครู่นี้ไม่ใช่แค่ทำให้เขาอับอายแต่เหมือนเป็นการเฉือนเอาเนื้อบนหน้าของเขาออกมาด้วยซ้ำ!เพราะว่าที่เจ้าสาวของเขากล้าที่จะล่มงานแต่งต่อหน้าล่มงานแต่งก็แล้วไปแต่กลับเปิดโปงเขาต่อหน้าคนอื่น ตบหน้าเขาแล้วยังจะคิดจะหนีไปกับผู้ชายอื่นอีกแบบนี้ไม่ต่างจากการเอาชื่อเสียงและศักดิ์ศรีมาเหยียบลงบนพื้นแบบนี้พวกแขกเหรื่อที่ร่ำรวยในเจียงหนานจะมองเขายังไง? แล้วจะมองว่าตระกูล
"พอกันที!”จางกุ้ยหลานก้าวออกมาก่อนจะตะโกนใส่หลี่ฮุ่ยหราน “ฮุ่ยหราน แกระวังคำพูดหน่อยนะ จางซินเป็นลูกพี่ลูกน้องของแกนะ!”“แกจะบีบให้น้องจนมุมเลยเหรอ?”“หนูบีบให้น้องจนมุมเหรอ?”หลี่ฮุ่ยหรานหัวเราะออกมา “หนูเป็นลูกของแม่นะ!”“เพราะว่าพ่อเข้ากับแม่ไม่ได้ก็เลยแยกบ้านกัน แม่มาขอพึ่งพิงหนูก็แล้วไป แต่ยังพายัยตัวถ่วงจางซินนี่มาด้วย”“เธอทำเรื่องเลว ๆ ตั้งมากมาย มีเรื่องไหนที่แม่ไม่รู้บ้าง?! แม่คิดว่าหนูโง่จริง ๆ เหรอ?”พูดจบหลี่ฮุ่ยหรานก็ชี้นิ้วไปทางจางกุ้ยหลาน“แม่อยู่กับพ่อไม่ได้แล้วมาหาหนู หนูยินดีต้อนรับนะ!”“แต่ตั้งแต่วันแรกที่แม่มาถึงเจียงเป่ย หนูก็ไม่เคยมีวันไหนที่สงบเลยสักวัน แม่โทษว่าที่นี่ไม่มีสังคมแบบที่แม่ต้องการ โทษว่าคุณปู่บงการชีวิตแม่”“แล้วยังจะมาหลอกหนู ให้หนูต้องหย่ากับหลินเฟิง! แล้วยังจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับเขา ทำให้คุณปู่ต้องตาย!”“แม่พอใจแล้ว จางซินพอใจแล้ว แล้วหนูล่ะ?!”“คนแบบแม่เคยมองว่าหนูเป็นลูกบ้างไหม?!”“แม่มองว่าหนูเป็นแค่หมากตัวหนึ่งที่เอาไว้ต่อรองกับพ่อก็เท่านั้นแหละ!”เห็นหลี่ฮุ่ยหรานตะโกนใส่หน้าตัวเองทั้งน้ำตา จางกุ้ยหลานเองก็รู้สึกผิดจึงได้แต่อ้ำ
เห็นบอดี้การ์ดที่เข้ามาเป็นคนของตระกูลหลง ต่อให้เป็นเหยาปินก็ต้องคิดอยู่เหมือนกัน“ฆ่ามัน!”หลินเฟิงปิดตาของหลี่ฮุ่ยหราน ก่อนจะพูดออกมาสั้น ๆเหยาปินเผยสีหน้าดุดันออกมา แค่หลินเฟิงพูดคำเดียวเขาก็ไม่ต้องระแวงอะไรแล้ว เขาตวัดกระบี่ในมือก่อเกิดเป็นท่าร่ายรำคนของตระกูลหลงไม่ทันได้ตั้งตัวแขนขาจึงถูกคมกระบี่เข้าเลือดนองไปทั่วสถานที่แค่ไม่นานที่พื้นก็มีร่างของคนกองอยู่ เลือดที่ไหลออกมาไม่ต่างจากสายน้ำ“อะไรกัน? นี่มัน...ระดับเซียนเทียนนี่? เหยาปินบรรลุถึงขั้นนี้แล้วเหรอ?!”แขกที่ยังไม่ออกไปยังมียอดฝีมือหลงเหลืออยู่บ้างมีหลายคนที่ดูออกว่าคนคนนี้คือเหยาปินแต่เมื่อเห็นเหยาปินตวัดกระบี่ในมือต่างก็พากันแสดงสีหน้าตกตะลึงออกมา“ยอดฝีมือระดับเซียนเทียน?!”บอดี้การ์ดตระกูลกู้ที่ได้ยินเสียงซุบซิบต่างก็พากันถอยหลังเหยาปินคนนี้สมชื่อของเขาจริง ๆ แค่ไม่นานก็จัดการจนล้มลงไปกองแล้วห้าคน และห้าคนนั้นก็ถูกตัดแขนตัดขาจนหมด นอนร้องโอดโอยอยู่ที่พื้นน่ากลัวมากจริง ๆ!“ห้ามถอย จัดการมันซะ!”กู้เฉินเลือดขึ้นหน้า เห็นว่าบอดี้การ์ดจะถอยก็ตะโกนสั่งออกมาเสียงดังบอดี้การ์ดของตระกูลกู้เองก็ทำอะไรไม
“คนที่กินบนเรือนขี้รดบนหลังคาแบบแกกล้าออกคำสั่งกับฉันด้วยเหรอ?”หลินเฟิงดูถูกท่าทางของถังอวิ๋นเฟิงเป็นอย่างมากตอนแรกต่อหน้าถังหว่านเขาไม่อยากจะยุ่งวุ่นวายกับคนคนนี้นัก แต่ในเมื่อมาหาเรื่องถึงที่จะมาโทษหลินเฟิงไม่ได้แล้วล่ะ“ทางที่ดีก่อนจะพูดอะไรช่วยคิดก่อนด้วย”จางอวิ๋นเฟิงทำหน้าเคร่งขรึมก่อนจะพูด “รออีกไม่นานคุณหลงยวนก็จะมาที่นี่!”“ถ้าแกยังมีสมองอยู่ ก็ให้เหยาปินปล่อยตัวคุณชายกู้แล้วคุกเข่าแล้วมัดมือเท้าตัวเองซะ เผื่อว่าคุณหลงยวนมาถึงจะให้อภัยแล้วปล่อยแกไปสักครั้ง!”“ถ้าแกยังโง่งมอยู่แบบนี้ ต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่ใช่สิ่งที่แกและฉันจะควบคุมได้แล้วนะ”“ฮ่าๆๆๆ…”เห็นถังอวิ๋นเฟิงยังคงทำสีหน้าดุดัน หลินเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ก่อนจะส่ายหัวเบา ๆ และพูดขึ้นมา “ถังอวิ๋นเฟิงนะถังอวิ๋นเฟิง ฉันล่ะสงสัยจริง ๆ ว่านายก็เป็นคนตระกูลถัง แต่ถังหว่านฉลาดออกปานนั้นแต่ทำไมนายถึงได้โง่งมนัก?”“กล้าด่าฉันเหรอวะ?”ถังอวิ๋นเฟิงมองไปทางหลินเฟิงอย่างโมโห“ศิษย์พี่หลิน พาหลี่ฮุ่ยหรานไปเถอะที่นี่ยังมีผมอยู่”หลายวันก่อนเหยาปินเพิ่งจะได้รับยาอมตะเลือดราชันย์มาจากหลินเฟิง ไม่ใช่แค่ช่วยให
ชายหนุ่มในชุดฉางเผา เส้นผมยาวดกดำที่มีกระจุกสีขาวแซมอยู่เดินนำคนอื่น ๆ เข้ามาคนคนนี้สูงถึงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร กล้ามเนื้อหนั่นแน่น แค่มองดูก็รู้ว่าเป็นนักสู้ฝีมือดีและแววตาก็เต็มไปด้วยความเข้มแข็ง แข็งแกร่งคนคนนี้คือหลงยวนแห่งตระกูลหลง“พี่ครับ รีบช่วยคุณชายกู้เร็วเข้า ไอ่หลินเฟิงนั่นจะฆ่าเขาแล้ว!”ชายอ้วนคนนั้นรีบพูดขึ้น“อย่ากังวลไป”หลงยวนใช้สายตาปลอบโยนน้องชายของตนเองก่อนจะก้าวเดินมาทางเวทีอย่างมั่นคงพร้อมกับเงยหน้ายิ้มให้หลินเฟิงที่ยืนอยู่บนเวทีเล็กน้อย“ดูท่าแล้วท่านนี้คือหลินเฟิงใช่ไหม?”“ตอนอยู่ด้านนอกผมได้ยินหมดแล้วว่าคุณไม่กลัวผม”ถึงแม้ว่าหลงยวนจะพูดด้วยน้ำเสียงปกติ แต่สายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่ส่งมาทำเอาเหยาปินเองก็ยืนอยู่ไม่สุขจนต้องถอยหลังออกไปหลายก้าวตอนที่เหยาปินได้สติกลับมาก็อดตะลึงไม่ได้“นี่มันขั้นเซียนเทียนต้าหยวนหม่าน! นี่...นี่คือความสามารถที่แท้จริงของหลงยวนงั้นเหรอ?!”“ทำไมผมต้องกลัวคุณ”หลี่ฮุ่ยหรานที่อยู่ในอ้อมกอดของหลินเฟิงจับเสื้อของอีกคนไว้แน่น แต่หลินเฟิงเองก็ไม่คิดจะหลบเช่นกันเขามองจ้องไปที่ดวงตาของหลงยวนพวกเขาจ้องกันอย่างน
เห็นท่าทีของหลงยวนที่เปลี่ยนไป กู้เฉิน หลงเชาและถังอวิ๋นเฟิงที่ยืนอยู่ไกล ๆ ก็แสดงสีหน้าตกใจออกมาหลงยวนก็คือหลงยวน เขาก็แค่ทำความเคารพก่อนจะเริ่มสู้ก็เท่านั้นเอง“คุณฆ่าหม่าซือหาวเพื่อนของผม แล้วยังฆ่าบอดี้การ์ดของตระกูลหลงและยังกล้าบุกเข้ามาฉุดเจ้าสาวในงานแต่งงานของคุณชายกู้ ทุกเรื่องเป็นเรื่องจริงและก็เกี่ยวข้องกับชีวิตคน หวังว่าคุณชายหลินจะมีคำอธิบายให้กับผมด้วย!”พูดคำนี้จบร่างกายของหลงยวนก็ระเบิดพลังออกมาก่อนจะพุ่งไปทางหลินเฟิงหลินเฟิงเองก็ไม่ได้อ่อนแออะไร เขาผลักหลี่ฮุ่ยหรานไปทางเหยาปิน ก่อนจะระเบิดเอาพลังของตัวเองออกมาต้านทานพลังของหลงยวนไว้โดยไม่ล้ม“เอ๋?”เห็นว่าหลินเฟิงไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมา หลงยวนเองก็ ‘จิ๊’ ปากออกมาเห็นได้ชัดว่าเขาไม่คิดว่าหลินเฟิงจะเก่งกาจขนาดนี้“เหยาปิน พาฮุ่ยหรานหนีไป”หลินเฟิงหันไปมองทางเหยาปินอย่างไม่ใส่ใจ“ครับ!”เหยาปินมองไปทางหลงยวน เขารู้ดีว่าตัวเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลงยวนถ้ายังอยู่ที่นี่มีแต่จะทำให้หลินเฟิงลำบากเพราะอย่างนั้นเขาจึงไม่พูดอะไรให้มากความแล้วจับมือของหลี่ฮุ่ยหรานเอาไว้ก่อนจะดีดนิ้วมือด้านบนของห้องโถงก็มีการโรยเชือ
แต่หลังจากนี้ล่ะความแข็งแกร่งที่หลงอวี้เพิ่งแสดงออกมาในห้องจัดเลี้ยงหมายเลข 3 ได้ทิ้งร่องรอยลึกๆ ที่เรียกว่าความกลัวไว้ให้กับเขาเผชิญการปิดล้อมจากกลุ่มนักบู๊นับสิบคนไม่เพียงแต่หลงอวี่จะไม่ถอยหนี แต่เขายังอาละวาดฆ่าคนทั้งห้องจัดเลี้ยงจนเลือดไหลนองเป็นสายน้ำไม่มีใครที่สามารถเทียบเทียมเขาได้ด้วยซ้ำเขาได้เห็นกระบวนการทั้งหมด ความกลัวที่มีต่อต่อความแข็งแกร่งของหลงอวี่ทำให้เขาสูญเสียจิตวิญญาณทั้งหมดของเขาแม่ทัพหลงอวี่คนนั้น คงเป็นจุดสูงสุดที่เขาไม่อาจบรรลุได้ในช่วงชีวิตของเขาไม่ต้องว่าหลังจากที่พวกเขาหนีออกจากห้องจัดเลี้ยงมังกรดำที่ถูกเลียนแบบโดยพลังชี้แท้ขนาดใหญ่มากจนสามารถบดบังดวงอาทิตย์และท้องฟ้า มันสามารถเผาห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ให้กลายเป็นซากปรักหักพังได้ในครั้งเดียวระดับความแข็งแกร่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่นักบู๊ธรรมดาทั่วไปจะบรรลุได้ถึงพูดได้ว่าไท่สื่อทงเสียใจตั้งแต่แรกเริ่มแล้วเขาเสียใจที่ฟังคำพูดของหลินเฟิง เพื่อศักดิ์ศรี พาถังเจี้ยนหยวน ถังหว่าน และคนอื่นๆ หนีไปและตอนนี้เป็นโอกาสสุดท้ายของเขาแล้วไท่สื่อทงนิ่งเงียบไปชั่วขณะ แต่ในที่สุดก็ยอมจำนนต่อความกลัวในหัวใจของเ
“หยุดนะ”ขณะที่ไท่สื่อทงกำลังคุ้มกันถังหว่านและคนอื่นๆ ออกไป ถังจื้อสิงและลูกน้องของเขาได้ขวางทางถังหว่านและคนอื่นๆ ไว้เมื่อเผชิญหน้ากับปากกระบอกปืนสีดำที่อยู่รอบๆ ถังหว่านจึงถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า:"ถังจื้อสิง วันนี้นายต้องการที่จะอยากได้ตำแหน่งผู้นำตระกูลถังให้ได้เลยงั้นเหรอ!""ต่อให้ต้องฟังคำใส่ร้ายจากคนนอกแล้วฆ่าพ่อตัวเองก็ตามเหรอ?!"“ฉันไม่อยากอธิบาย”ถังจื้อสิงเงยหน้าขึ้น ถึงขั้นที่สบตากับถังหว่านและถังเจี้ยนหยวนโดยไม่รู้สึกผิดแม้แต่นิด จากนั้นพูดอย่างภาคภูมิใจ:“ทั้งหมดนี้ก็เพื่ออนาคตของตระกูลถัง!”"ขอแค่ฉันได้เป็นผู้นำตระกูลถัง รวบรวมตระกูลย่อยทั้งหมดและต้นตระกูลถังเข้าด้วยกัน ตระกูลถังของเราถึงจะกำจัดสถานการณ์อันโกลาหลนี้ไปได้!"“พ่อ พ่อแก่แล้ว สละตำแหน่งนี้อย่างว่าง่ายเถอะนะ!”“จื้อสิง...”ถังเจี้ยนหยวนถูกถังหว่านประคองไว้ พูดขึ้นอย่างอ่อนแอ:“นายคิดจริงๆ เหรอว่าหลงอวี่จริงใจกับนาย จริงใจตระกูลถังของเรา?”“นายเคยคิดบ้างไหม หากนายรวมตระกูลถังและรวมกองกำลังของตระกูลถังเข้าด้วยกัน หลงอวี่จะเปลี่ยนใจ ใช้นายเป็นหุ่นเชิดเพื่อควบคุมตระกูลถังของเราทางอ้อมหรือไม่?”แ
ภายใต้สายธารพลังชี่แท้สีดำที่แผ่กระจายไปทั่วท้องฟ้าหลินเฟิงแผดเสียงออกมา พลังชี่แท้ของทั้งร่างกายของเขาก็พุ่งพล่านออกมา ค่อยๆ ควบแน่น ราวกับว่าเขาได้กลายเป็นจอมมารขนาดใหญ่สีดำและแดงแขนขนาดใหญ่ยื่นออกมาจากกลางอากาศและคว้าคอของมังกรดำไว้“ตาย!”หลินเฟิงคำรามออกมา มังกรดำตัวนั้นก็ถูกฝ่ามือของเขาตบจนแหลกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยกลางอากาศ พลังชี่แท้ที่แผ่นซ่านอยู่โดยรอบบดขยี้ห้องจัดเลี้ยงจนกลายเป็นผง“หึหึ คุณมีความแข็งแกร่งอยู่บ้างจริงๆ!”ในสายลมโหมกระหน่ำ หลงอวี่หัวเราะเสียงดัง และโยนเสื้อคลุมสีเขียวเข้มที่พาดบ่าทิ้งไปเขาชักมีดสปาต้าเปื้อนเลือดออกมาจากเอวของเขา บดขยี้ก้อนหินในซากปรักหักพังใต้เท้าของเขา พุ่งตรงไปหาหลินเฟิง“มีดเล่มนี้…”หลินเฟิงสามารถบอกได้ในทันทีว่ามีดสปาต้าที่แม่ทัพหลงอวี่หยิบออกมาไม่ใช่ของธรรมดา เขาเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น ในมือห่อหุ้มพลังชี่แท้หนาๆ และต่อยไปที่มีดสปาต้าสีเลือด“กริ๊ง!”เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นมามีดสปาต้าสีเลือดนี้ต้านทานหมัดของหลินเฟิงเอาไว้ แต่ต้องรู้ไว้ว่า ตอนนี้ร่างกายของหลินเฟิงแข็งแกร่งจนถึงขอบเขตเทพแล้วเห็นได้ว่ามีดสปาต้าเล่มนี
แม่ทัพหลงอวี่ยิ้มบางและพูดว่า:“ถึงแม้คนผู้นี้จะกำเริบเสิบสาน แต่ความสามารถของเขาก็ไม่ธรรมดา”“เป้าหมายของคุณในตอนนี้ คือการรักษาความแข็งแกร่งเอาไว้ ควบคุมทุกคนของตระกูลถังในห้องจัดเลี้ยงหลัก บรรลุตำแหน่งผู้นำตระกูลของคุณ”“อย่าให้มีช่องโหว่ใดๆ แม้แต่นิด”“ครับ”เมื่อได้ยินแบบนี้ ถังจื้อสิงก็ไม่มีเจตนาจะขัดขืน เขาประสานกำปั้นคารวะหลงอวี่ และนำลูกน้องของเขาออกไปก่อนจะจากไป เขายังจ้องมองหลินเฟิงด้วยความเย็นชาเหมือนมองดูคนตายประตูห้องจัดเลี้ยงหมายเลข 3 ถูกปิดลง เหลือเพียงแค่หลินเฟิงและหลงอวี่เท่านั้นที่อยู่ที่นั่น“จดหมายท้าทายจากอีกาแห่งหนานไห่ที่ว่า เป็นฝีมือของคุณสินะ?”หลินเฟิงเห็นว่าไม่มีใครอยู่รอบๆ จึงเงยหน้าขึ้นและถาม“ถูกต้องแล้ว”แม่ทัพหลงอวี่พยักหน้าและพูดด้วยรอยยิ้ม:“เพื่อควบคุมเค้กก้อนใหญ่อย่างตระกูลถัง เราต้องหาข้ออ้างที่เหมาะสมไม่ใช่เหรอ?”“อีกาแห่งหนานไห่ล่ะ?”หลินเฟิงหรี่ตาลง เขาได้ยินจากถังเจี้ยนหยวน ว่าจดหมายท้าทายนั้นเขียนโดยอีกาแห่งหนานไห่ดังนั้นจดหมายท้าทายจึงถูกเขียนโดยอีกาแห่งหนานไห่ งั้นก็ยืนยันได้ว่าอีกาแห่งหนานไห่อยู่ในมือของแม่ทัพหลงอวี่“ผ
หลินเฟิงยืนอยู่ที่ด้านหนึ่ง จ้องมองท่าทางของถังจื้อสิงที่คิดว่าตัวเองชอบธรรมด้วยความเย็นชา แสงสว่างในดวงตาของเขาก็เย็นเยือกลงเรื่อยๆ“คุณก็คือหลินเฟิงสินะ?”แม่ทัพหลงอวี่เดินออกมา เขากอดอก ยิ้มเยาะใส่หลินเฟิงและพูดว่า:“ฉันได้ยินมาว่าช่วงนี้คุณบาดหมางกับบตระกูลหลงของผมงั้นเหรอ”“แล้วไงล่ะ?”หลินเฟิงเดินออกมา และปกป้องถังหว่านและคนอื่นๆ ไว้อยู่ข้างหลังเขา“ไม่ต้องกังวลขนาดนั้น ตอนนี้ผมยังไม่สนใจคุณ แต่แค่ตอนนี้เท่านั้น”หลงอวี่สะบัดเสื้อคลุมสีเขียวเข้มที่พาดอยู่บนตัว และแสยะยิ้มพูดว่า:“แต่คุณก็พยายามกระโดดโลดเต้นให้มากที่สุดขณะที่ราชาหลินแห่งตอนใต้ยังมีชีวิตอยู่เถอะ เพราะเมื่อพ่อของคุณเสียชีวิต นั่นคือเวลาที่คุณจะต้องชดใช้หนี้”“ใช้หนี้? ใช้หนี้ของใคร?”ใบหน้าของหลินเฟิงแข็งทื่อ รีบถามขึ้นว่า“ฮ่าๆ เรื่องนี้ผมไม่มีความจำเป็นต้องบอกคุณ ยังไงซะ ถ้าวันนี้คุณยังถือว่าเจียมตัว ก็พาแฟนสาวของคุณออกไปจากตระกูลถังซะ”“แบบนี้ คุณยังมีชีวิตอยู่ได้อีกหลายวัน”คำขู่ในคำพูดของหลงอวี่ไม่ได้ปกปิดอีกต่อไปแต่ทว่าหลังจากหลินเฟิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก็ยิ้มเผยฟัน“คุณชื่อหลงอวี่สินะ? ให้ผมไสหัว
เมื่อดูแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องเดาตัวตนของอีกาแห่งหนานไห่อีกต่อไปแล้ว“ถูกต้องแล้ว”หลงอวี่ไม่ให้เวลาแก่ถังเจี้ยนหยวนได้ครุ่นคิดบนใบหน้าของเขามีรอยยิ้มที่เป็นมิตร เขาหันไปมองที่ถังเจี้ยนหยวนและพูดว่า:“ผู้นำตระกูลถัง ผมได้ยินมาว่าช่วงนี้คุณกำลังยุ่งเรื่องการรวมกันของต้นตระกูลถังกับตระกูลย่อย จนเวียนหัวไปหมด ถึงขั้นที่มีปัญหาสุขภพ”“ก่อนหน้านี้จื้อสิงบอกเรื่องนี้กับผมมาตลอด”“วันนี้ผมเลยคิดว่า ทำไมคุณไม่ใช้โอกาสนี้ในการสละตำแหน่งผู้นำตระกูลให้กับจื้อสิง เหมือนอย่างที่นายท่านถังทำในตอนนั้น และเสพสุขได้เร็วหน่อยล่ะครับ?”“สามหาว!”เมื่อหลงอวี่พูดแบบนี้ออกมา ถังหว่านก็ไม่สามารถระงับความโกรธของเธอไว้ได้อีกต่อไป เธอกำหมัดแน่นและออกหน้าพูดว่า:“เรื่องของตระกูลถังของฉัน คุณคนของตระกูลหลงที่เป็นคนนอกยังไม่มีสิทธิ์เข้ามายุ่ง คุณออกไปจากตระกูลถังของฉันเดี๋ยวนี้!”"เงียบปากซะ!"เมื่อถังจื้อสิงได้ยินคำพูดของถังหว่าน เขาก็ลุกขึ้นจากพื้นทันที และหันหน้ากลับไปจ้องมองถังหว่านอย่างดุเดือด:“ฉันรับแม่ทัพหลงอวี่เป็นพี่ชายของฉันแล้ว ฉันเป็นผู้สืบทอดของผู้นำตระกูลถังคนต่อไป ดังนั้นพี่ของฉันจึงมีสิท
ฉากนี้ทำให้นักบู๊ทั้งหมดที่อยู่ในที่นั้นต่างตกตะลึงกันอย่างมากต้องรู้ว่า ดาบคลั่งหลูข่ายหยวนเป็นหนึ่งในคนที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาพวกเขา และความแข็งแกร่งก็อยู่ในช่วงกลางแดนแปรภาพที่ยากจะเทียบได้แต่เมื่อเผชิญหน้ากับชายในเครื่องแบบทหาร กลับเป็นเหมือนลูกไก่ในกำมือ ที่แตกต่างกันอย่างมาก ทำให้ผู้คนถึงกับต้องอ้าปากค้าง“จากนี้เป็นต้นไป พวกแกทุกคนต้องเชื่อฟังคำสั่งของฉัน แน่นอนว่าใครที่ไม่เห็นด้วยก็ก้าวออกมา”ชายในเครื่องแบบทหารพ่นควันออกมาเป็นวง ก่อนจะมองอย่างล้อเลียนไปทางคนเจียงหูที่อยู่ตรงนั้นแต่ก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่า คนเจียงหูที่นี่ไม่มีใครสักคนที่มีศักดิ์ศรี ก่อนจะมีชายชราคนหนึ่งก้าวออกมาด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม“คุณคิดว่าคุณเป็นใคร ถึงมาให้พวกเราฟังคำสั่งของคุณ?”“ใช่แล้ว ต่อให้คุณจะแข็งแกร่งอย่างมากแค่ไหน แต่คิดจะให้พวกเราทั้งหมดเชื่อฟังคุณ จะไม่อวดดีเกินไปหน่อยเหรอ?”ชายหนุ่มที่เห็นได้ชัดว่าสำนักส่งมาก็ยิ้มเยาะออกมาอย่างเห็นด้วยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับการคัดค้านของคนพวกนี้ ชายในเครื่องแบบทหารก็เพียงแค่ยิ้มออกมาเท่านั้นจากนั้นเขาก็ชักปืนออกมาจากในกระเป๋าของตัวเอง แล้วเล็งไปท
คนเหล่านี้รวมตัวอยู่ด้วยกัน มีบางคนดื่มเหล้าเป่ายิงฉุบ บางคนก็พูดคุยเรื่องเก่า ๆ ยิ่งบางคนตกอยู่ในอาการเมา ก็เลือกที่จะไปท้าประลองฝีมือวิชามวยกับยอดฝีมือคนอื่น ๆคนโดยรอบก็ส่งเสียงร้องเชียร์กันไม่น้อยโดยรวมแล้ว ถึงแม้ว่าจะก่อความวุ่นวาย แต่ก็ไม่มีแววว่าจะทะเลาะวิวาทกัน แล้วก็ไม่มีความเสียหายอะไรเกิดขึ้นทุกอย่างต่างก็อยู่ในขอบเขตที่รับได้ในขณะที่ทุกคนกำลังอยู่ในความวุ่นวาย จู่ ๆประตูที่สามของห้องโถงจัดเลี้ยงก็ถูกเปิดออกอย่างกะทันหันเห็นเพียงแค่ชายที่สวมเครื่องแบบทหาร แล้วพาดเสื้อคลุมสีเขียวเข้มเดินเข้ามาอย่างน่าเกรงขามการเคลื่อนไหวนี้ ทำให้นักบู๊ที่อยู่ในห้องโถงทั้งหมดต่างก็เงียบลง ก่อนที่ค่อย ๆพากันหันไปมองชายที่สวมเครื่องแบบทหารคนนั้น“หึ ไอ้พวกขยะ”ไม่รอให้นักบู๊เหล่านี้เอ่ยถามถึงรายละเอียดของคนนี้ ชายที่มีใบหน้าเย็นชาก็ยิ้มเยาะออกมา ก่อนจะเริ่มด่าทอคนที่อยู่ในที่นั่นอย่างไม่เกรงใจ“ปัง!”คนแรกสุดที่ทุบโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน ก็คือดาบคลั่งหลูข่ายหยวนถึงแม้ว่าไม่กี่วันก่อนหน้านี้เขาจะยอมรับความพ่ายแพ้ต่อหน้าหลินเฟิง แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะมาดูถูกเขาได้ง่าย ๆเข
“ส่งผลกระทบต่อคนจำนวนมากแล้ว”"อะไรนะ?"คำพูดของผู้คุ้มกันตระกูลถัง ทำให้สมาชิกตระกูลถังทุกคนที่อยู่ที่นั่นขมวดคิ้วและเผยความไม่พอใจออกมาถ้ารู้ตั้งแต่แรกว่าคนพวกนี้ควบคุมได้ยากไม่เรียกพวกเขามาก็คงจะดีกว่าในเมื่อตอนนี้คุณชายถังจื้อสิงก็อยู่ที่นี่แล้ว และเขากมีคนนับร้อยอยู่ใต้บังคับบัญชาของเขา ซึ่งล้วนเป็นทหารติดอาวุธทั้งสิ้นอาศัยยอดฝีมือที่ได้รับการฝึกฝนเหล่านี้ การฆ่าอีกาแห่งหนานไห่จะไม่ใช่แค่เรื่องง่ายๆ เหมือนปลอกกล้วยเข้าปากหรอกเหรอ?พวกที่เรียกตัวเองว่านักบู๊ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้วยิ่งไปกว่านั้นหากปล่อยให้พวกเขาอยู่ที่นี่อีกวันหนึ่ง ก็จะยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนภายในให้มากขึ้น เช่นตอนนี้ แม้แต่คนของพวกเขาเองก็เริ่มทะเลาะกันเองแล้วยังลำบากไปถึงคนรับใช้และแม่บ้านของตระกูลถังอีกหลายคนด้วยเสียอารมณ์เปล่าๆ“พ่อ ไอ้สารเลวพวกนี้ไม่สมควรอยู่ในสถานที่อันน่าเคารพเลย ไม่เพียงไร้ประโยชน์เท่านั้น ยังมาก่อกวนความสงบสุขของตระกูลถังของเราอีกด้วย”“ฉันจะไล่พวกเขาทั้งหมดออกไปซะ เพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้ตระกูลถังของเราเสื่อมเสียชื่อเสียง”หลังจากพูดจบ ถังจื้อสิงก็เรียกลูกน้องของเขาให้รี