แต่คำพูดพวกนี้สำหรับหลี่ฮุ่ยหรานแล้วกลับขัดเคืองหูมากกว่าสิ่งใดเธอคิดว่ามันมีแต่เรื่องประชดประชัน รักแท้อะไร คลั่งรักอะไร ไม่มีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องอะไร คำพูดพวกนี้มันคือคำโกหกทั้งนั้นทั้ง ๆ ที่ความจริงคือกู้เฉินเข้ามาบังคับ เพราะเขาต้องการจะเข้ามาควบคุมตระกูลหลี่ผ่านทางเธอในตอนนั้นเองที่หลี่ฮุ่ยหรานรู้สึกว่ามันช่างเหนื่อยจนเธออยากจะทิ้งทุกสิ่ง“หลินเฟิง นายมาช่วยฉันทีได้ไหม?”เธอพูดประโยคนี้เบา ๆ ในใจเธออดที่จะจินตนาการไม่ได้ถ้าเกิดว่าหลินเฟิงสามารถบุกเข้ามาที่เจียงโจวและช่วยเธอได้ ครั้งนี้เธอควรจะทำตามใจตัวเองแล้วหนีไปจากงานแต่งงานที่มีแต่คำหลอกลวงนี้ใช่หรือไม่?“ขอบคุณคุณชายกู้มากครับ ผมคิดว่าทุกคนคงจะซาบซึ้งกับความคลั่งรักของคุณชายกู้แน่ ๆ ต่อจากนี้ก็ขอเชิญคุณหลี่ฮุ่ยหรานขึ้นมาบนเวทีด้วยครับ!”เสียงของพิธีกรดังมากจากด้านหน้าเธอหยุดชะงักไปเล็กน้อยก่อนจางกุ้ยหลานจะเดินเข้ามาสะกิดลูกสาวของตัวเอง หลี่ฮุ่ยหรานจึงดึงสติกลับมาและรู้ว่าถึงเวลาที่เธอต้องขึ้นเวทีแล้วเพราะอย่างนั้นเธอก็เดินขึ้นไปบนเวทีพร้อมกับเสียงปรบมือที่ออกจะมาช้าไปสักหน่อย เธอสวมชุดเจ้าสาวสีขาวก่อนจะเ
"สามีภรรยาคำนับกัน!”พิธีกรประกาศออกมาเสียงดังอีกครั้งกู้เฉินและหลี่ฮุ่ยหรานหมุนตัวมามองหน้ากันกู้เฉินยิ้มจนเต็มใบหน้า เห็นว่ารอบข้างไม่มีใครอยู่ก็พูดออกมาเสียงเบา “ฮุ่ยหราน เธอวางใจเถอะเรื่องที่เธอขอร้องฉันไว้ก่อนหน้านี้ฉันบอกกับคุณชายหลงแล้ว ทางคุณชายหลงเองก็ตอบรับแล้วด้วย”“จริงเหรอคะ?”หลี่ฮุ่ยหรานชะงักไปเล็กน้อย แววตาเต็มไปด้วยความสับสนเห็นว่าหลี่ฮุ่ยหรานทำสีหน้าแบบนี้ออกมา สายตาของกู้เฉินก็มีวี่แววของความเย็นชาก่อนจะยิ้มออกมา “แต่ทางคุณชายหลงมีเงื่อนไขมานิดหน่อย”“เงื่อนไขอะไร?”หลี่ฮุ่ยหรานใจสั่น เธอรู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่ชอบมาพากล“ก็คือคืนนี้คนที่จะมาเข้าหอกับคุณคือน้องชายของคุณหลง”“อะไรนะคะ?!”หลี่ฮุ่ยหรานตกตะลึง เธอเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ“กู้เฉิน...นี่คุณ…”“ทำไม? คุณจะไม่ยอมเหรอ?”กู้เฉินส่ายหน้าพลางยิ้ม “วางใจเถอะ ผมจะไม่พูดเรื่องนี้ออกไป แต่แค่จะถ่ายคลิปเอาไว้เผื่อเอาไว้ใช้ในอนาคต”“คุณมันโรคจิต!”หลี่ฮุ่ยหรานกัดฟันด่าออกมา“ขอบคุณที่ชมครับ”กู้เฉินฉีกยิ้มอย่างไม่รู้สึกอับอายเลยสักนิด “ยกผู้หญิงของตัวเองให้น้องชายของคุณชายหลงเนี่ย จริง ๆ ผมก
"ฮุ่ยหราน!”“คำนับสิ! รีบคำนับเร็ว!”“ถ้าแกไม่คำนับ วันนี้ตระกูลหลี่ของเราแย่แน่!”“พี่คะ รีบคำนับสิ!”“เจ้าสาวรีบคำนับเร็ว!”รอบด้านต่างพากันเร่งให้หลี่ฮุ่ยหรานโค้งคำนับ เธอมองไปรอบทิศทางอย่างหวาดระแวง คนที่เธอมองหากลับไม่โผล่เข้ามาเสียทีถ้าเธอโค้งคำนับไปก็จะเปลี่ยนใจไม่ได้แล้ว“หลี่ฮุ่ยหราน เธออยากให้ฉันอับอายหรือไง?”“ทางที่ดีรับน้ำใจนี่ไว้ซะ ไม่อย่างนั้นหลินเฟิงไม่รอดแน่!”กู้เฉินใบหน้าเคร่งขรึมลงทันตา “ไม่ใช่แค่หลินเฟิง แต่ตระกูลหลี่ แม่ของเธอ น้องของเธอก็จะตายไม่มีที่ฝัง!”“เธอคิดให้ดีก็แล้วกัน!”“ต่อให้วันนี้เธอไม่ยอมคำนับก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้!”ได้ยินคำขู่ของกู้เฉิน หลี่ฮุ่ยหรานก็สั่นไปทั้งตัว สุดท้ายเธอจึงหลับตาลงก่อนจะคลายมือที่กำเอาไว้แน่นออกเธอยอมแล้ว“ได้...ฉันจะคำนับ”ในสายตาของหลี่ฮุ่ยหรานเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ในตอนที่เธอกำลังจะโค้งคำนับกู้เฉินนั้นที่ประตูห้องโถงของตระกูลกู้ก็มีเสียงเอะอะดังขึ้น“อะไรกัน?!”“อะไร?”ประตูห้องโถงของตระกูลกู้ถูกกระแทกจนมันเปิดออกแขกทุกคนต่างพากันมองไปทางนั้นก่อนจะเห็นบอดี้การ์ดของตระกูลกู้ที่ล้มลงเมื่อกี้สิ่งที่กระแท
"หลินเฟิงเหรอ? ทำไมไม่เคยได้ยินชื่อนี้ที่เจียงหนานมาก่อนเลยล่ะ?”“นั่นสิ เขาเป็นใครกันน่ะ? ทำไมถึงกล้ามาหยามคุณชายกู้กัน?”“นี่เขาโง่หรือเปล่า? อยากตายหรือไง?”“น่าสนใจ น่าสนใจจริง ๆ มีพาดหัวข่าววันพรุ่งนี้แล้ว”“มีเรื่องน่าสนใจแล้วสิ!”ตอนแรกภายในงานเต็มไปด้วยความเงียบก่อนจะตามมาด้วยเสียงซุบซิบก่อนที่เสียงจะค่อย ๆ ดังขึ้นในตอนนี้ทุกคนต่างพากันพูดถึงสถานะของหลินเฟิง ก่อนจะพูดถึงเรื่องการแต่งงานระหว่างตระกูลหลี่และตระกูลกู้ว่ามันมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรหรือไม่ ถึงได้มีการฉุดเจ้าสาวกันเกิดขึ้น“ว้าว เรื่องแบบนี้แค่ในฝันฉันก็ยังอยากจะเจอเลย”“เจ้าหญิงจะแต่งงานกับเจ้าชาย แต่ว่าในตอนที่จะแต่งงานกลับมีคนรักของเจ้าหญิงเข้ามาป่วนงาน”หญิงสาวคนหนึ่งมองมาอย่างเพ้อ ๆ“ให้มันน้อย ๆ หน่อยเถอะ นี่มันเป็นเรื่องจริงนะไม่ใช่นิทาน ไอ่หมอนั่นตายแน่”“ใช่ รอดูเถอะว่าทางคุณชายกู้จะว่ายังไง”“จะจัดการยังไงได้? ไอ่หนุ่มนั่นคงตายอย่างไม่ต้องสงสัยแน่ ๆ”ไม่ว่าคนด้านล่างจะพูดกันว่ายังไงแต่ในสายตาของหลี่ฮุ่ยหรานมีแค่หลินเฟิงเท่านั้นถึงแม้ตอนนี้เสื้อผ้าของหลินเฟิงจะขาดไปสักหน่อยหรือว่าบนใบหน้าจะม
"หลินเฟิง? คุณมาทำไม?”“รีบหนีไปตอนที่ตระกูลกู้ยังไม่ลงมือกับคุณเร็วเข้า!”หลี่ฮุ่ยหรานกระวนกระวายใจมาก เธอแทบจะร้องไห้ออกมาแล้วเพราะตอนนี้เธอเห็นแล้วว่าบอดี้การ์ดของตระกูลกู้กำลังพากันลุกขึ้นแล้วเดินมาทางเวที“หนีไปเหรอ?”หลินเฟิงยิ้มออกมา “งั้นก็ต้องพาคุณไปด้วยสิถึงจะถูก”“หลินเฟิง เวลานี้แล้วคุณยังจะล้อเล่นอีกเหรอ!”หลี่ฮุ่ยหรานร้อนรนจนน้ำตาของเธอเริ่มไหลออกมาจากดวงตาแล้ว“ผมไม่ได้ล้อเล่น”หลินเฟิงเองก็เปลี่ยนเป็นจริงจังมากขึ้นเขาหันมามองหลี่ฮุ่ยหรานก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ผมรู้แล้วนะว่าการแต่งงานครั้งนี้มันคือการบังคับคุณ โดยใช้ความปลอดภัยของผมมาเป็นข้ออ้าง”เมื่อหลินเฟิงพูดจบ คนทั้งงานก็ตกตะลึงก่อนจะพูดออกมาเสียงดังภาพลักษณ์คนคลั่งรักที่กู้เฉินพยายามสร้างมาถล่มลงในทันตาที่แท้หลี่ฮุ่ยหรานถูกกู้เฉินบังคับงั้นเหรอ?เธอไม่ได้อยากจะแต่งงานกับกู้เฉินใช่ไหม?ไม่มีใครไม่ชอบเรื่องฉาวโดยเฉพาะเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ของพวกคนรวย บรรดาแขกเหรื่อที่มาต่างก็พากันตั้งใจเงี่ยหูฟังเรื่องราวในวันนี้“บังคับแล้วมันยังไง? หลินเฟิงฉันรู้นะว่าคุณมีความสามารถแล้วยังมีถังหว่านคอยช่วย
"ฮุ่ยหราน หลานไม่ต้องมีเหตุผลมากก็ได้”“หลานเป็นผู้หญิง บางครั้งก็ควรจะเอาแต่ใจบ้าง เชื่อในความรู้สึกของตัวเองเถอะ!”“เวลาที่เจอเรื่องยาก ๆ ก็เคารพหัวใจของตัวเองแล้วเลือกตามนั้น”“ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นแบบปู่ เสียใจไปตลอดชีวิต”หลี่ฮุ่ยหรานนึกถึงประโยคสุดท้ายในพินัยกรรมท่อนสุดท้ายที่เขียนถึงเธอ ตอนนี้ความสับสนในดวงตาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความแน่วแน่มากขึ้นโชคดีที่เพราะมีความฉลาดของหลี่ฮุ่ยหรานหลี่ซื่อกรุ๊ปถึงได้มีอยู่อย่างทุกวันนี้แต่ก็เพราะความฉลาดเช่นเดียวกัน มันถึงทำให้เธอไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ แม้แต่คำพูดของหลินเฟิงเธอเองก็เคยคิดและรู้สึกผิดมาก่อนแต่ก็ถูกความรู้สึกในใจกลบมันลงไปก็เหมือนกับตอนนี้ตัวเธอกำลังบอกว่าไม่ควรจะไปกับหลินเฟิงถ้าเกิดว่าเธอไปเรื่องที่จะต้องรับผิดชอบหลังจากนี้มีอีกมากแต่ว่า!ในใจของเธอกลับปฏิเสธ เธออยากจะจับมือกับหลินเฟิง อยากมาก ๆ อยากจนแทบจะบ้าอยู่แล้ว“หึ...หึหึหึหึ…”สุดท้ายท่ามกลางสายตาคนมากมาย เธอก็หัวเราะออกมานี่เป็นครั้งแรกที่เธอหัวเราะออกมาอย่างใสซื่อและสะใจ“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ฉันคิดอยู่ตลอดว่าฉันสู้ถังหว่านไม่ได้ตรงไหน ทำไมสิ่
เพราะตั้งแต่เขารู้จักหลี่ฮุ่ยหรานมา เธอเป็นคนที่แข็งแกร่งมาโดยตลอด ต่อให้จะเผชิญหน้ากับเขาก็จะมีแต่สีหน้าเย็นชาแต่ท่าทางที่อาละวาดวันนี้ก็อดไม่ได้ที่จะทำให้เขาไม่ใจกระตุกเขาโอบหลี่ฮุ่ยหรานไว้แน่น ในสายตามีประกายขึ้นมา“วางใจเถอะฮุ่ยหราน ผมไม่มีทางให้คุณตายที่นี่หรอก ไม่มีทางเด็ดขาด!”“อืม!”หลี่ฮุ่ยหรานพยักหน้าแรง ๆในเมื่อเธอเลือกที่จะเชื่อหลินเฟิงงั้นก็ต้องเชื่อให้ถึงที่สุด!“หลี่ฮุ่ยหราน เธอรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่?!”เห็นหลี่ฮุ่ยหรานเข้าไปกอดหลินเฟิง กู้เฉินที่ยืนอยู่ด้านข้างสายตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ใบหน้าเผยความดุร้ายออกมาในที่สุดเขาก็เผยตัวตนแล้วต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้ ท่าทางของหลี่ฮุ่ยหรานเมื่อสักครู่นี้ไม่ใช่แค่ทำให้เขาอับอายแต่เหมือนเป็นการเฉือนเอาเนื้อบนหน้าของเขาออกมาด้วยซ้ำ!เพราะว่าที่เจ้าสาวของเขากล้าที่จะล่มงานแต่งต่อหน้าล่มงานแต่งก็แล้วไปแต่กลับเปิดโปงเขาต่อหน้าคนอื่น ตบหน้าเขาแล้วยังจะคิดจะหนีไปกับผู้ชายอื่นอีกแบบนี้ไม่ต่างจากการเอาชื่อเสียงและศักดิ์ศรีมาเหยียบลงบนพื้นแบบนี้พวกแขกเหรื่อที่ร่ำรวยในเจียงหนานจะมองเขายังไง? แล้วจะมองว่าตระกูล
"พอกันที!”จางกุ้ยหลานก้าวออกมาก่อนจะตะโกนใส่หลี่ฮุ่ยหราน “ฮุ่ยหราน แกระวังคำพูดหน่อยนะ จางซินเป็นลูกพี่ลูกน้องของแกนะ!”“แกจะบีบให้น้องจนมุมเลยเหรอ?”“หนูบีบให้น้องจนมุมเหรอ?”หลี่ฮุ่ยหรานหัวเราะออกมา “หนูเป็นลูกของแม่นะ!”“เพราะว่าพ่อเข้ากับแม่ไม่ได้ก็เลยแยกบ้านกัน แม่มาขอพึ่งพิงหนูก็แล้วไป แต่ยังพายัยตัวถ่วงจางซินนี่มาด้วย”“เธอทำเรื่องเลว ๆ ตั้งมากมาย มีเรื่องไหนที่แม่ไม่รู้บ้าง?! แม่คิดว่าหนูโง่จริง ๆ เหรอ?”พูดจบหลี่ฮุ่ยหรานก็ชี้นิ้วไปทางจางกุ้ยหลาน“แม่อยู่กับพ่อไม่ได้แล้วมาหาหนู หนูยินดีต้อนรับนะ!”“แต่ตั้งแต่วันแรกที่แม่มาถึงเจียงเป่ย หนูก็ไม่เคยมีวันไหนที่สงบเลยสักวัน แม่โทษว่าที่นี่ไม่มีสังคมแบบที่แม่ต้องการ โทษว่าคุณปู่บงการชีวิตแม่”“แล้วยังจะมาหลอกหนู ให้หนูต้องหย่ากับหลินเฟิง! แล้วยังจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับเขา ทำให้คุณปู่ต้องตาย!”“แม่พอใจแล้ว จางซินพอใจแล้ว แล้วหนูล่ะ?!”“คนแบบแม่เคยมองว่าหนูเป็นลูกบ้างไหม?!”“แม่มองว่าหนูเป็นแค่หมากตัวหนึ่งที่เอาไว้ต่อรองกับพ่อก็เท่านั้นแหละ!”เห็นหลี่ฮุ่ยหรานตะโกนใส่หน้าตัวเองทั้งน้ำตา จางกุ้ยหลานเองก็รู้สึกผิดจึงได้แต่อ้ำ
หลินเฟิงยืนอยู่ที่ด้านหนึ่ง จ้องมองท่าทางของถังจื้อสิงที่คิดว่าตัวเองชอบธรรมด้วยความเย็นชา แสงสว่างในดวงตาของเขาก็เย็นเยือกลงเรื่อยๆ“คุณก็คือหลินเฟิงสินะ?”แม่ทัพหลงอวี่เดินออกมา เขากอดอก ยิ้มเยาะใส่หลินเฟิงและพูดว่า:“ฉันได้ยินมาว่าช่วงนี้คุณบาดหมางกับบตระกูลหลงของผมงั้นเหรอ”“แล้วไงล่ะ?”หลินเฟิงเดินออกมา และปกป้องถังหว่านและคนอื่นๆ ไว้อยู่ข้างหลังเขา“ไม่ต้องกังวลขนาดนั้น ตอนนี้ผมยังไม่สนใจคุณ แต่แค่ตอนนี้เท่านั้น”หลงอวี่สะบัดเสื้อคลุมสีเขียวเข้มที่พาดอยู่บนตัว และแสยะยิ้มพูดว่า:“แต่คุณก็พยายามกระโดดโลดเต้นให้มากที่สุดขณะที่ราชาหลินแห่งตอนใต้ยังมีชีวิตอยู่เถอะ เพราะเมื่อพ่อของคุณเสียชีวิต นั่นคือเวลาที่คุณจะต้องชดใช้หนี้”“ใช้หนี้? ใช้หนี้ของใคร?”ใบหน้าของหลินเฟิงแข็งทื่อ รีบถามขึ้นว่า“ฮ่าๆ เรื่องนี้ผมไม่มีความจำเป็นต้องบอกคุณ ยังไงซะ ถ้าวันนี้คุณยังถือว่าเจียมตัว ก็พาแฟนสาวของคุณออกไปจากตระกูลถังซะ”“แบบนี้ คุณยังมีชีวิตอยู่ได้อีกหลายวัน”คำขู่ในคำพูดของหลงอวี่ไม่ได้ปกปิดอีกต่อไปแต่ทว่าหลังจากหลินเฟิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก็ยิ้มเผยฟัน“คุณชื่อหลงอวี่สินะ? ให้ผมไสหัว
เมื่อดูแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องเดาตัวตนของอีกาแห่งหนานไห่อีกต่อไปแล้ว“ถูกต้องแล้ว”หลงอวี่ไม่ให้เวลาแก่ถังเจี้ยนหยวนได้ครุ่นคิดบนใบหน้าของเขามีรอยยิ้มที่เป็นมิตร เขาหันไปมองที่ถังเจี้ยนหยวนและพูดว่า:“ผู้นำตระกูลถัง ผมได้ยินมาว่าช่วงนี้คุณกำลังยุ่งเรื่องการรวมกันของต้นตระกูลถังกับตระกูลย่อย จนเวียนหัวไปหมด ถึงขั้นที่มีปัญหาสุขภพ”“ก่อนหน้านี้จื้อสิงบอกเรื่องนี้กับผมมาตลอด”“วันนี้ผมเลยคิดว่า ทำไมคุณไม่ใช้โอกาสนี้ในการสละตำแหน่งผู้นำตระกูลให้กับจื้อสิง เหมือนอย่างที่นายท่านถังทำในตอนนั้น และเสพสุขได้เร็วหน่อยล่ะครับ?”“สามหาว!”เมื่อหลงอวี่พูดแบบนี้ออกมา ถังหว่านก็ไม่สามารถระงับความโกรธของเธอไว้ได้อีกต่อไป เธอกำหมัดแน่นและออกหน้าพูดว่า:“เรื่องของตระกูลถังของฉัน คุณคนของตระกูลหลงที่เป็นคนนอกยังไม่มีสิทธิ์เข้ามายุ่ง คุณออกไปจากตระกูลถังของฉันเดี๋ยวนี้!”"เงียบปากซะ!"เมื่อถังจื้อสิงได้ยินคำพูดของถังหว่าน เขาก็ลุกขึ้นจากพื้นทันที และหันหน้ากลับไปจ้องมองถังหว่านอย่างดุเดือด:“ฉันรับแม่ทัพหลงอวี่เป็นพี่ชายของฉันแล้ว ฉันเป็นผู้สืบทอดของผู้นำตระกูลถังคนต่อไป ดังนั้นพี่ของฉันจึงมีสิท
ฉากนี้ทำให้นักบู๊ทั้งหมดที่อยู่ในที่นั้นต่างตกตะลึงกันอย่างมากต้องรู้ว่า ดาบคลั่งหลูข่ายหยวนเป็นหนึ่งในคนที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาพวกเขา และความแข็งแกร่งก็อยู่ในช่วงกลางแดนแปรภาพที่ยากจะเทียบได้แต่เมื่อเผชิญหน้ากับชายในเครื่องแบบทหาร กลับเป็นเหมือนลูกไก่ในกำมือ ที่แตกต่างกันอย่างมาก ทำให้ผู้คนถึงกับต้องอ้าปากค้าง“จากนี้เป็นต้นไป พวกแกทุกคนต้องเชื่อฟังคำสั่งของฉัน แน่นอนว่าใครที่ไม่เห็นด้วยก็ก้าวออกมา”ชายในเครื่องแบบทหารพ่นควันออกมาเป็นวง ก่อนจะมองอย่างล้อเลียนไปทางคนเจียงหูที่อยู่ตรงนั้นแต่ก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่า คนเจียงหูที่นี่ไม่มีใครสักคนที่มีศักดิ์ศรี ก่อนจะมีชายชราคนหนึ่งก้าวออกมาด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม“คุณคิดว่าคุณเป็นใคร ถึงมาให้พวกเราฟังคำสั่งของคุณ?”“ใช่แล้ว ต่อให้คุณจะแข็งแกร่งอย่างมากแค่ไหน แต่คิดจะให้พวกเราทั้งหมดเชื่อฟังคุณ จะไม่อวดดีเกินไปหน่อยเหรอ?”ชายหนุ่มที่เห็นได้ชัดว่าสำนักส่งมาก็ยิ้มเยาะออกมาอย่างเห็นด้วยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับการคัดค้านของคนพวกนี้ ชายในเครื่องแบบทหารก็เพียงแค่ยิ้มออกมาเท่านั้นจากนั้นเขาก็ชักปืนออกมาจากในกระเป๋าของตัวเอง แล้วเล็งไปท
คนเหล่านี้รวมตัวอยู่ด้วยกัน มีบางคนดื่มเหล้าเป่ายิงฉุบ บางคนก็พูดคุยเรื่องเก่า ๆ ยิ่งบางคนตกอยู่ในอาการเมา ก็เลือกที่จะไปท้าประลองฝีมือวิชามวยกับยอดฝีมือคนอื่น ๆคนโดยรอบก็ส่งเสียงร้องเชียร์กันไม่น้อยโดยรวมแล้ว ถึงแม้ว่าจะก่อความวุ่นวาย แต่ก็ไม่มีแววว่าจะทะเลาะวิวาทกัน แล้วก็ไม่มีความเสียหายอะไรเกิดขึ้นทุกอย่างต่างก็อยู่ในขอบเขตที่รับได้ในขณะที่ทุกคนกำลังอยู่ในความวุ่นวาย จู่ ๆประตูที่สามของห้องโถงจัดเลี้ยงก็ถูกเปิดออกอย่างกะทันหันเห็นเพียงแค่ชายที่สวมเครื่องแบบทหาร แล้วพาดเสื้อคลุมสีเขียวเข้มเดินเข้ามาอย่างน่าเกรงขามการเคลื่อนไหวนี้ ทำให้นักบู๊ที่อยู่ในห้องโถงทั้งหมดต่างก็เงียบลง ก่อนที่ค่อย ๆพากันหันไปมองชายที่สวมเครื่องแบบทหารคนนั้น“หึ ไอ้พวกขยะ”ไม่รอให้นักบู๊เหล่านี้เอ่ยถามถึงรายละเอียดของคนนี้ ชายที่มีใบหน้าเย็นชาก็ยิ้มเยาะออกมา ก่อนจะเริ่มด่าทอคนที่อยู่ในที่นั่นอย่างไม่เกรงใจ“ปัง!”คนแรกสุดที่ทุบโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน ก็คือดาบคลั่งหลูข่ายหยวนถึงแม้ว่าไม่กี่วันก่อนหน้านี้เขาจะยอมรับความพ่ายแพ้ต่อหน้าหลินเฟิง แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะมาดูถูกเขาได้ง่าย ๆเข
“ส่งผลกระทบต่อคนจำนวนมากแล้ว”"อะไรนะ?"คำพูดของผู้คุ้มกันตระกูลถัง ทำให้สมาชิกตระกูลถังทุกคนที่อยู่ที่นั่นขมวดคิ้วและเผยความไม่พอใจออกมาถ้ารู้ตั้งแต่แรกว่าคนพวกนี้ควบคุมได้ยากไม่เรียกพวกเขามาก็คงจะดีกว่าในเมื่อตอนนี้คุณชายถังจื้อสิงก็อยู่ที่นี่แล้ว และเขากมีคนนับร้อยอยู่ใต้บังคับบัญชาของเขา ซึ่งล้วนเป็นทหารติดอาวุธทั้งสิ้นอาศัยยอดฝีมือที่ได้รับการฝึกฝนเหล่านี้ การฆ่าอีกาแห่งหนานไห่จะไม่ใช่แค่เรื่องง่ายๆ เหมือนปลอกกล้วยเข้าปากหรอกเหรอ?พวกที่เรียกตัวเองว่านักบู๊ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้วยิ่งไปกว่านั้นหากปล่อยให้พวกเขาอยู่ที่นี่อีกวันหนึ่ง ก็จะยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนภายในให้มากขึ้น เช่นตอนนี้ แม้แต่คนของพวกเขาเองก็เริ่มทะเลาะกันเองแล้วยังลำบากไปถึงคนรับใช้และแม่บ้านของตระกูลถังอีกหลายคนด้วยเสียอารมณ์เปล่าๆ“พ่อ ไอ้สารเลวพวกนี้ไม่สมควรอยู่ในสถานที่อันน่าเคารพเลย ไม่เพียงไร้ประโยชน์เท่านั้น ยังมาก่อกวนความสงบสุขของตระกูลถังของเราอีกด้วย”“ฉันจะไล่พวกเขาทั้งหมดออกไปซะ เพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้ตระกูลถังของเราเสื่อมเสียชื่อเสียง”หลังจากพูดจบ ถังจื้อสิงก็เรียกลูกน้องของเขาให้รี
เมื่อเห็นหลินเฟิงเดินไปหาลูกน้องติดอาวุธของเขาอย่างมั่นใจ ถังจื้อสิงก็แสดงรอยยิ้มเย็นชาบนใบหน้าของเขาเขาอยู่ในกองทัพมาหลายปีแล้วแม้ว่าเขาจะเคยเห็นนักบู๊ของประเทศมังกรมาด้วยตนเองมาแล้วหลายคน พวกเขาทั้งหมดก็มีความสามารถที่คนธรรมดาทั่วไปไม่สามารถทำได้แต่จนถึงขณะนี้ เขาก็ไม่เคยเห็นนักรบที่ไม่กลัวปืนและปืนใหญ่เลยแม้แต่ผู้บังคับบัญชาของเขาในกองทัพอย่างแม่ทัพหลงอวี่ก็ไม่สามารถทำได้ดังนั้นเขาจึงคิดไปเองว่านักบู๊ก็ไม่ต่างจากมนุษย์ธรรมดาเลย พวกเขาเก่งการต่อสู้มากกว่าคนธรรมดา และรู้จักกลยุทธและท่าทางบางอย่างแต่เขาคิดไม่ถึงด้วยซ้ำนักบู๊เริ่มจากแดนแปรภาพ ก็สามารถสร้างพลังชี่แท้ปกป้องร่างกาย เพื่อป้องกันการโจมตีจากภายนอกได้ส่วนกระสุนไม่ใช่ภัยคุกคามใหญ่หลวงสำหรับนักบู๊ที่มีพลังชี่แท้ที่แข็งแกร่งเลยด้วยซ้ำหากเผชิญหน้ากับนักบู๊ขอบแขตเทพ เช่นนั้นอาวุธหนักเช่นปืนและปืนใหญ่ก็จะไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิงแม้ว่าหลินเฟิงจะยังไม่ถึงขอบเขตเทพ แต่ด้วยการพึ่งพาเกราะพลังชี่แท้ของหยวนชี่ทั้งห้าที่แข็งแกร่ง อย่าว่าแต่กระสุนทั่วไปเลย แม้แต่กระสุนปืนใหญ่ยากที่จะโจมตีทะลุเกราะพลังชี่แท้ของเขาได้"ขึ้นล
เขาขมวดคิ้วแล้วพูดว่า:“หากหลงเซียวต้องตายโดยอ้อมเพราะตระกูลถังของฉันจริงๆ ตระกูลหลงก็ไม่มีทางจะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ”“ความจริงก็คือว่าตระกูลหลงไม่ได้แสดงความไม่พอใจต่อตระกูลถังของเราเนื่องจากการตายของหลงเซียวเลย นี่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าพวกเขากินปูนร้อนท้อง”“คุณพ่อ คุณช่างไร้เดียงสาเกินไป”ถังจื้อสิงโบกมือและพูดว่า:“ช่วงนี้ผมได้ยินจากแม่ทัพหลงอวี่ ว่าผู้นำตระกูลหลงได้บรรลุจุดเปลี่ยนแปลงที่สำคัญแล้ว ตระกูลหลงจะต้องไม่ทำผิดพลาดอีก”“ดังนั้น ไม่เพียงแต่คุณชายหลงหยวนที่ทำผิดไม่ได้รับการลงโทษใดๆ แต่แม้แต่ตระกูลหลงก็ไม่ได้สืบสวนการเสียชีวิตของคุณหนูหลงเซียวที่ตายในมือของหลินเฟิงด้วยซ้ำ”“ไม่ใช่ว่าเขาไม่ตรวจสอบ แต่ว่าเขาไม่มีเวลาสนใจ”ถังจื้อสิงถอนหายใจด้วยความเสียดาย:“พ่อ เมื่อผู้นำตระกูลหลงบรรลุ ผมเชื่อว่าพวกเขาจะเข้ามาสร้างความเดือดร้อนให้กับตระกูลถังของเราเป็นอันดับแรก”“ส่วนพวกเราด้วย”“ฉันคิดว่าการล่อลวงของคนร้ายบางคนทำให้เกิดความขัดแย้งทางภายใน แต่เพราะผู้หญิงคนหนึ่งจึงสูญเสียพันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และเพื่อนเก่าก็กลายเป็นศัตรูของเรา”คำพูดของถังจื้อสิงมุ่งเป้าไปที่หลิ
“เรื่องอีกาแห่งหนานไห่ก่อนหน้านี้ จากการตรวจสอบของต้นตระกูลถัง ความจริงก็ถูกเปิดเผยแล้ว!"“หลายปีแล้วที่อีกาแห่งหนานไห่คนนี้วางแผนร้ายต่อตระกูลถังของเรา เธอสมคบคิดกับตระกูลหลง ไม่ใช่หลินเฟิง!”“ฉันจำได้ว่าฉันแจ้งข่าวนี้ให้ทุกคนทราบไปแล้ว ทำไมพวกคุณยังมาคาดเดาไร้สาระอยู่อีก”จริงๆ แล้วถังหว่านเคยได้ยินข่าวลือนี้มาเป็นเวลานานแล้วคนเหล่านี้จากตระกูลย่อยแอบไม่ไว้ใจหลินเฟิงพวกเขาอิงจากคำพูดของถังจื้อสิง ตั้งคำถามของตนเองออกมาและถังหว่านก็กลัวว่าหลินเฟิงจะโกรธจึงรีบนำหลักฐานที่ชัดเจนก่อนหน้านี้ออกมาเพื่อล้างความเชื่อมโยงใด ๆ ให้กับหลินเฟิง“พี่ ผมจำได้ เดิมทีคุณตั้งใจจะแต่งงานกับคุณชายหลงหยวนไม่ใช่เหรอ?”ในตอนที่ทุกคนเงียบไป ถังจื้อสิงก็พูดขึ้นอย่างเฉยเมย“ถูกต้อง ทำไม?”ถังจื้อสิงอยู่ห่างจากบ้านมาหลายปีแล้ว ถังหว่านก็ไม่ได้คุ้นเคยกับลูกพี่ลูกน้องคนนี้มากนัก แต่สิ่งนี้ไม่ได้ส่งผลต่อความรู้สึกที่ชัดเจนของเธอในขณะนี้ ไอ้หมอนี่มีความคิดเห็นต่อเธอและหลินเฟิง“จะเป็นไปได้ไหม…”ถังจื้อสิงค่อยๆ นั่งพิงที่นั่งของเขา นิ้วมือเคาะโต๊ะ และพูดอย่างเย็นชา:“เป็นไปได้ไหมว่าพี่ไม่อยากจะแต่
สุดท้ายเธอก็อาละวาดเหมือนเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆหลินเฟิงกุมหน้าผากถังหว่านเป็นศัตรูโดยธรรมชาติของหลี่ฮุ่ยหรานอย่างแท้จริงเป็นอย่างที่คิด เมื่อหลินเฟิงเล่าเรื่องนี้ให้ถังหว่านฟังในวันต่อมา ถังหว่านก็กุมท้องและหัวเราะอยู่เป็นนานถึงขั้นยังโทรหาหลี่ฮุ่ยหรานและล้อเลียนเธอด้วยส่วนเรื่องที่ทั้งสองพูดคุยกันในภายหลัง หลินเฟิงเลือกที่จะไม่ฟัง เขาไม่อยากเข้าไปพัวพันกับการต่อสู้ที่เปิดเผยและเป็นความลับระหว่างสองสาวงามอีกต่อไปสองวันต่อมาในช่วงเย็นงานเลี้ยงยิ่งใหญ่จัดขึ้นที่ห้องจัดเลี้ยงของตระกูลถังไม่เพียงแต่ถังเจี้ยนหยวนซึ่งเป็นผู้นำตระกูลถังที่นั่งในที่นั่งหลัก แต่แม้แต่นายท่านถังที่ไม่ได้พบเห็นมาเป็นเวลานานก็ยังมาปรากฏตัวด้วยหลังจากการรักษาครั้งก่อนของหลินเฟิง ตอนนี้เขามีผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดูมีกำลังวังชา และยังดื่มเหล้าเป็นจำนวนมากอีกด้วยผู้บริหารระดับสูงและผู้บริหารของตระกูลถังเกือบทั้งหมด รวมไปถึงผู้บริหารระดับสูงของตระกูลย่อยที่กลับมาสู่ต้นตระกูลถัง ต่างมารวมตัวกันที่ห้องจัดเลี้ยงนำโดยถังเจี้ยนหยวนผู้นำตระกูลถังถังหว่านและหลินเฟิงอยู่ทางซ้ายของเขา ทางด้านขวามีชายหนุ่มสวมเคร