“นาย...หลินเฟิง นาย...”หลินเฟิงคนนี้เห็นได้ชัดว่าบ้าบิ่นยิ่งกว่าที่เขาคิดไว้ ชายชราถลึงตาโต และล้มลงบนพื้นด้วยความไม่เต็มใจยอมรับจัดการชายชราภายในหมัดเดียว หลินเฟิงถึงได้มองไปทางบอดี้การ์ดของตระกูลหรงที่เหลืออยู่จากนั้นพูดอย่างเรียบเฉย: “เพื่อปกป้องไอ้โง่คนนี้ ดูท่าตระกลหรงของพวกคุณ ไม่เสียดายที่จะเป็นศัตรูกับหลินเฟิง? ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นพวกคุณก็อย่าคิดที่จะกลับไปเลย!”“หลินเฟิง! แกมันเป็นคนบ้า!”เห็นภาพนี้ ซือหม่าหาวตกใจจนงุนงงไปหมดพลังอำนาจของตระกูลหรงที่เมืองจิงเขารู้ดีเป็นอย่างมาก ไม่เพียงที่เมืองจิง ทั่วทั้งประเทศหรงต่างนับว่าเป็นที่หนึ่งที่สองถึงขั้นที่อาศัยสำนักหลงผานเมืองหนานไห่ หรงตระกูลหรงมีอิทธิพลใหญ่โตแทบจะทั่วทั้งประเทศมังกร“ไอ้หมอนี่หรือว่าเป็นบ้าจริง ๆ? เพื่อฆ่าเขาแล้ว ถึงขั้นที่ไม่เสียดายที่จะเป็นศัตรูกับตระกูลหรง เขามีที่มาอย่างไรกันแน่?!”ซือหม่าหาวกำลังคิดแบบนี้ บอดี้การ์ดตระกูลหรงที่อยู่ข้างกายพากันมุ่งหน้าไปทางหลินเฟิง“ไอ้สารเลว คิดไม่ถึงว่าแกจะกล้าฆ่าพ่อบ้านตระกูลหรงเมืองเจียงโจวของเรา!”“แกใจกล้ามากจริง ๆ!”เห็นหลินเฟิงกล้าลงมือจริง ๆ พวกบอด
ในตอนที่หลินเฟิงกำลังจะจัดการศพของซือหม่าหาว ประตูลิฟต์ที่อยู่ข้าง ๆ เปิดออกกกะทันหันใบหน้าที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นตรงหน้าหลินเฟิง“หลินเฟิง?”คนที่อยู่ในลิฟต์กลับเป็นหลี่ฮุ่ยหรานหลินเฟิงเหลือบมองหลี่ฮุ่ยหรานด้วยความเฉยเมย เธอผอมลงอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังมีขอบตาดำคล้ำอย่างรุนแรง ถึงแม้เธอใช้การแต่งหน้าปกปิด แต่จะปิดบังหลินเฟิงที่อยู่ด้วยกันกับเธอมาสามปีได้อย่างไรดูท่าหลายวันมานี้เธอใช้ชีวิตได้ไม่ดีเท่าไหร่นักหลินเฟิงไม่ได้พูดจาตอนนี้เขากับหลี่ฮุ่ยหรานตัดขาดความสัมพันธ์กันแล้ว อีกทั้งอีกสองวันหลี่ฮุ่ยหรานก็จะแต่งงานกับกู้เฉิน หลินเฟิงไม่มีอะไรจะพูดกับเธอแต่ใครจะรู้ว่าหลี่ฮุ่ยหรานพุ่งมาตรงหน้า และจับมือของหลินเฟงเอาไว้: “หลินเฟิง ฉันได้ยินมาจากกู้เฉินว่า คุณกับซือหม่าหาวของตระกูลซือหม่ามีปัญหากัน”“คุณอย่าวู่วามเด็ดขาดนะ! ไป ฉันพาคุณไปขอโทษคุณชายซือหม่า”“ตระกูลซือหม่าช่วงนี้เพิ่งจะร่วมธุรกิจกับตระกูลหรง ตอนนี้ซือหม่าหาวเป็นคนของหลงยวนแล้ว ถ้าคุณมีปัญหากับซือหม่าหาว...”หลี่ฮุ่ยหรานยังพูดไม่จบ รูม่านตาก็หดตัวลง เพราะมองเห็นศพที่ไร้ลมหายใจ นอนคว่ำอยู่ตรงที่บันไดศพหนึ่ง“นี่
เธอเพิ่งจะได้ยินจากกู้เฉินว่าหลินเฟิงได้ไปบาดหมางกับซือหม่าหาวเข้าแล้ว จึงรีบมาหาอย่างรีบร้อน อยากจะพาหลินเฟิงไปขอโทษซือหม่าหาวอย่าว่าแต่พูดขอโทษเลยหลินเฟิงได้สังหารซือหม่าหาวไปแล้วเวลานี้ก็ไม่มีทางให้หันหลังกลับอีกแล้วเรื่องมาจนถึงตอนนี้ หลี่ฮุ่ยหรานยังคงไม่ยอมแพ้ ก่อนจะกัดฟันแล้วพูดว่า “หลินเฟิง คุณไม่เข้าใจฉันก็ไม่เป็นไร ไม่เข้าใจความรู้สึกของฉันก็ไม่เป็นไร แต่ฉันจะไม่ให้คุณตายต่อหน้าฉัน”“ไม่อย่างแน่นอน”หลังจากที่พูดจบแล้ว หลี่ฮุ่ยหรานก็เช็ดน้ำตาแล้วต่อสายโทรศัพท์หากู้เฉิน“กู้เฉิน ฉันอยากจอร้องคุณสักเรื่อง....”กระวนกระวายใจมากหลินเฟิงออกมาจากโรงแรม ก่อนจะนั่งบนรถแล้วต่อยพวงมาลัยอย่างแรง“ไอ้เลว!”ถึงแม้ว่าจะรู้มานานแล้วว่าหลี่ฮุ่ยหรานกำลังจะแต่งงานกับกู้เฉิน เมื่อคิดถึงใบหน้าของหลี่ฮุ่ยหรานเมื่อครู่นี้ หลินเฟิงก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกระวนกระวายอยู่ในใจ กู้เฉินสันดานแบบไหน หลินเฟิงรู้ดีก่อนหน้านี้เขาก็ได้ยินจากไป๋จินเต๋อว่า กู้เฉินนั้นกำลังจะลงมือกับหลินเฟิงในวันแต่งงานของหลี่ฮุ่ยหรานเช่นนั้นหลินเฟิงไม่ไปงานแต่งงานของหลี่ฮุ่ยหรานก็ได้สินะ?คำตอบคือทำไม่ไ
“นังผู้หญิงโง่นั้นก็เป็นแค่หมากที่ฉันเอามาใช้ทำให้หลินเฟิงอับอายก็เท่านั้นแหละ”“อีกสามวันข้างหน้าฉันต้องการให้หลินเฟิงอับอาย และต้องการให้หลี่ฮุ่ยหรานเสียศักดิ์ศรีที่มีทั้งหมด ให้หลินเฟิงมันเห็นผู้หญิงของตัวเองถูกผู้ชายคนอื่นเหยียดหยามศักดิ์ศรี”เสียงหัวเราะของกู้เฉินดังมาตามสาย“ไปบอกคุณชายหลงยวน ทางฝั่งฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว ที่เหลือรอแค่ยอดฝีมือของทางนั้นมาถึงก็พอแล้ว”“ครับ”บอดี้การ์ดวางสายอย่างหวาดระแวงก่อนจะมองไปทางหลินเฟิงพร้อมกับสั่นไปทั้งตัวเขากลัวว่าหลินเฟิงจะโมโหแล้วเอาชีวิตของเขาใครจะไปคิดว่าหลินเฟิงไม่ได้โมโหด้วยซ้ำ แต่สีหน้าเขาเต็มไปด้วยความว่างเปล่า หรือจะบอกว่าเหม่อลอยก็ได้“คะ...คุณหลิน?”ต่อให้หลินเฟิงจะเหม่อลอย แต่เขาก็ไม่กล้าหนีไปจึงได้แต่เรียกอีกคนทั้งน้ำตา“ออกไปเถอะ”ผ่านไปนานกว่าหลินเฟิงจะดึงสติกลับมาก่อนจะมองไปทางบอดี้การ์ดคนนั้น “ถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ อย่าคิดจะต่อกรกับฉัน แล้วถ้าถึงในวันงานแต่งทางที่ดี...อย่าโผล่หน้าไป”“ครับ ๆๆ! คุณหลิน ผม...ผมจะไม่บอกใครเรื่องนี้เด็ดขาด และจะไม่โผล่หน้าไปที่งานแต่งงานด้วย”บอดี้การ์ดคนนั้นรู้สึกโล่งใจ ก่อนที
จางกุ้ยหลานเห็นว่าด่าไปก็ไม่มีประโยชน์จึงเดินเข้ามาผลักหลินเฟิง“ออกไปซะ! ตอนนี้ฮุ่ยหรานไม่อยู่ ตะโกนไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก!”“หลี่ฮุ่ยหราน!”“วันมะรืน!”หลินเฟิงอดทนต่อกำปั้นและเล็บของจางกุ้ยหลานก่อนจะตะโกนใส่คฤหาสน์ตระกูลหลี่ “วันมะรืนนี้ฉันจะไปฉุดเจ้าสาว! ฉันจะไปแน่ ๆ!”“หลี่ฮุ่ยหราน ฉันจะเอาตัวเธอไปให้ได้! แล้วฉันก็ไม่สนด้วยว่าเธอจะยินดีไหม!”“ฉันหลินเฟิงคนนี้มันก็เอาแต่ใจแล้วก็บ้าแบบนี้นี่แหละ!”“ไม่มีใครห้ามฉันได้ คนตระกูลหลี่ก็ห้ามไม่ได้ กู้เฉินก็ห้ามไม่ได้ ตระกูลหลงของจิงเฉิงก็ห้ามฉันไม่ได้!”หลังจากตะโกนเสร็จหลินเฟิงก็ยืนเงียบ ๆ เพื่อจะรอฟังว่าหลี่ฮุ่ยหรานที่อยู่ในคฤหาสน์จะพูดว่าอะไรแต่จนถึงตอนนี้ นอกจากเสียงตะโกนด่าทอของจางกุ้ยหลานก็ไม่มีเสียงอะไรเลยหลินเฟิงเองก็ไม่ได้ท้อแท้ ในตอนที่เขากำลังจะหันหลังกลับนั้นประตูของคฤหาสน์ก็เปิดออก หลี่ฮุ่ยหรานที่อยู่ในชุดนอนกำลังเดินออกมา“นี่ลูกออกมาทำไม?!”จางกุ้ยหลานเห็นหลี่ฮุ่ยหลานเดินออกมาจริง ๆ ก็รู้สึกร้อนใจ“ลูกจ๊ะ เดี๋ยวอีกไม่กี่วันก็จะแต่งงานกับคุณชายกู้แล้ว เพื่อตระกูลหลี่ของเรา ลูกอย่าถูกเจ้าปีศาจคนนี้หลอกเอาเชียว
“หลี่ฮุ่ยหรานเธอโกหก ฉันรู้จักเธอดี เวลาที่เธอโกหกเธอจะหลบสายตา”หลินเฟิงพูดเสียงเบา“หลินเฟิง อย่าคิดว่าคุณรู้จักฉันดี ฉันเป็นคนยังไงคุณไม่เคยเข้าใจเลยสักนิด ฉันจะบอกคุณก็ได้”หลี่ฮุ่ยหรานยิ้ม “ตอนนี้ฉันไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว ใคร ๆ ก็ต้องอยู่กับความเป็นจริง และอย่าเอาแต่หวังสูง ผู้หญิงคนหนึ่งก็แค่หวังว่าจะได้แต่งงานกับคนที่พึ่งพาได้ทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ?”“แทนที่จะเอาแต่ต่อกรกับบรรดาพวกที่ถือหุ้นในบริษัท การเป็นแม่บ้านอยู่ที่บ้านไม่สบายกว่าเหรอ แบบนี้ก็ดีกับทุกฝ่ายด้วย”“หลี่ฮุ่ยหราน นี่คือสิ่งที่คุณคิดจริง ๆ เหรอ?”หลินเฟิงจ้องตาของหลี่ฮุ่ยหราน“มันคือความจริงค่ะ”ครั้งนี้หลี่ฮุ่ยหรานไม่ได้หลบสายตา เธอมองไปทางหลินเฟิงไม่กระพริบตา “ไม่สนว่าคุณจะคิดยังไง หรือจะเข้าข้างตัวเองแบบไหนหรืออยากจะอวดเก่งอะไร แต่วันพรุ่งนี้ฉันไม่มีทางหนีไปกับคุณแน่ ๆ คุณหยุดคิดเถอะ”“ดึกแล้ว ฉันเหนื่อยแล้วด้วย คุณกลับไปเถอะ”หลี่ฮุ่ยหรานพูดจบก็เดินกลับเข้าไปด้านในคฤหาสน์“เหม่ออะไรของแก? ไม่ได้ยินหรือไงว่าลูกสาวฉันไล่แล้ว? มั่นหน้าจริง ๆ คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน?”จางกุ้ยหลานเดินเข้ามาผลักไหล่หลินเฟิงแต
ตระกูลผู้ดีมากมายและพวกข้าราชการต่างพากันมาร่วมงานรถหรูนับร้อยคันตั้งเป็นขบวนแห่ ที่จอดรถด้านนอกของตระกูลกู้ต่างก็จอดกันจนล้นออกไปด้านนอกกู้เฉินที่เซ็ตผมและแต่งตัวหล่อเหลายืนรับแขกที่ห้องโถงด้วยตัวเองแต่ก็จะมีเพียงคนดังในเมืองเจียงโจวเท่านั้นที่กู้เฉินจะเดินเข้าไปทักทายด้วยตัวเองถ้าหากว่าเป็นแค่เจ้าของธุรกิจเล็ก ๆ หรือตระกูลที่ไม่ดังก็จะเป็นคนรับใช้ของตระกูลกู้เป็นฝ่ายรับหน้ากู้เฉินยกแก้วเหล้าในมือทักทายกับผู้คนในงานอย่างสบายใจ“คุณชายกู้ จัดการเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ทางตระกูลเซี่ยงเหมือนจะมีเรื่อง ทางนั้นไม่ได้ส่งคนมา”คนรับใช้คนหนึ่งเดินเข้ามารายงานให้กู้เฉินฟัง“หึ ฉันก็ไม่ได้หวังว่าเซี่ยงตงเซิงจะช่วยอะไรได้หรอก”“ไม่ใช่หรอกครับ”คนรับใช้คนนั้นขยับเข้ามากระซิบข้างหูกู้เฉิน “โรงงานของทางตระกูลเซี่ยงถูกเซียวคุนกว้านซื้อไปจนหมด พวกนั้นหมดโอกาสที่จะร่วมมือกับเราแล้วครับ”“แต่ทางเซียวคุนกลับมีคนอยากจะร่วมมือกับเรา”“หืม?”กู้เฉินตะลึงเล็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมา “งั้นก็ตอบตกลงเซียวคุน เพราะถ้าทำให้ตระกูลถังและหลินเฟิงล่มจมได้ จะร่วมลงทุนกับใครฉันก็ไม่ติดทั้งนั้น”“ครับ”คนร
เห็นหลี่ฮุ่ยหรานขมวดคิ้วเพราะคำพูดของตัวเองจางกุ้ยหลานก็รีบเข้ามาปลอบ “วางใจเถอะลูกวันนั้นที่ไอ่หมอนั่นมาก่อกวนก็เพื่อจะหลอกให้ลูกหนีไปกับมันก็เท่านั้น”“มันไม่มีทางกล้าบุกเข้ามาในถ้ำเสือนี่แน่ ๆ ไม่แน่นะว่าตอนนี้อาจจะหนีออกไปจากเจียงโจวแล้วก็ได้ได้ยินแม่ปลอบใจตัวเองแบบนี้ถึงจะรู้สึกเสียใจอยู่บ้าง แต่เธอก็ยังพอมองเห็นความหวังอันริบหรี่อยู่บ้างตอนนี้เธอแค่หวังว่าหลินเฟิงจะปลอดภัยดีก็เท่านั้นและยังหวังว่าหลินเฟิงจะไม่ทำอะไรให้ตัวเขาเองตกอยู่ในที่นั่งลำบาก“ว้าว พี่คะ ของพวกนี้คุณชายกู้ให้มาเหรอคะ”จางซินเองก็เดินเข้ามาในห้องแต่งตัว เธอจับดูกล่องเครื่องประดับก่อนจะมองไปทางหลี่ฮุ่ยหรานแล้วถามออกมา “นี่พี่ยกสร้อยให้ฉันสักเส้นสองเส้นได้ไหมคะ? ฉันยังไม่เคยใส่เครื่องประดับแพง ๆ มาก่อน…”“อืม เอาไปสิ”หลี่ฮุ่ยหรานไม่ได้สนใจเครื่องประดับ ก่อนจะฝืนยิ้มออกแล้วดันกล่องเครื่องประดับไปทางจางซิน“ขอบคุณค่ะ!”จางซินพูดออกมาอย่างดีใจก่อนจะหยิบเครื่องประดับในกล่องมาสวมใส่พร้อมกับบิดตัวไปมาอยู่หน้ากระจกเพื่อส่องดูความสวยของมันจางกุ้ยหลานที่ยืนอยู่อีกด้านได้แต่ถอนหายใจออกมาที่ลูกสาวของ
หลินเฟิงยืนอยู่ที่ด้านหนึ่ง จ้องมองท่าทางของถังจื้อสิงที่คิดว่าตัวเองชอบธรรมด้วยความเย็นชา แสงสว่างในดวงตาของเขาก็เย็นเยือกลงเรื่อยๆ“คุณก็คือหลินเฟิงสินะ?”แม่ทัพหลงอวี่เดินออกมา เขากอดอก ยิ้มเยาะใส่หลินเฟิงและพูดว่า:“ฉันได้ยินมาว่าช่วงนี้คุณบาดหมางกับบตระกูลหลงของผมงั้นเหรอ”“แล้วไงล่ะ?”หลินเฟิงเดินออกมา และปกป้องถังหว่านและคนอื่นๆ ไว้อยู่ข้างหลังเขา“ไม่ต้องกังวลขนาดนั้น ตอนนี้ผมยังไม่สนใจคุณ แต่แค่ตอนนี้เท่านั้น”หลงอวี่สะบัดเสื้อคลุมสีเขียวเข้มที่พาดอยู่บนตัว และแสยะยิ้มพูดว่า:“แต่คุณก็พยายามกระโดดโลดเต้นให้มากที่สุดขณะที่ราชาหลินแห่งตอนใต้ยังมีชีวิตอยู่เถอะ เพราะเมื่อพ่อของคุณเสียชีวิต นั่นคือเวลาที่คุณจะต้องชดใช้หนี้”“ใช้หนี้? ใช้หนี้ของใคร?”ใบหน้าของหลินเฟิงแข็งทื่อ รีบถามขึ้นว่า“ฮ่าๆ เรื่องนี้ผมไม่มีความจำเป็นต้องบอกคุณ ยังไงซะ ถ้าวันนี้คุณยังถือว่าเจียมตัว ก็พาแฟนสาวของคุณออกไปจากตระกูลถังซะ”“แบบนี้ คุณยังมีชีวิตอยู่ได้อีกหลายวัน”คำขู่ในคำพูดของหลงอวี่ไม่ได้ปกปิดอีกต่อไปแต่ทว่าหลังจากหลินเฟิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก็ยิ้มเผยฟัน“คุณชื่อหลงอวี่สินะ? ให้ผมไสหัว
เมื่อดูแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องเดาตัวตนของอีกาแห่งหนานไห่อีกต่อไปแล้ว“ถูกต้องแล้ว”หลงอวี่ไม่ให้เวลาแก่ถังเจี้ยนหยวนได้ครุ่นคิดบนใบหน้าของเขามีรอยยิ้มที่เป็นมิตร เขาหันไปมองที่ถังเจี้ยนหยวนและพูดว่า:“ผู้นำตระกูลถัง ผมได้ยินมาว่าช่วงนี้คุณกำลังยุ่งเรื่องการรวมกันของต้นตระกูลถังกับตระกูลย่อย จนเวียนหัวไปหมด ถึงขั้นที่มีปัญหาสุขภพ”“ก่อนหน้านี้จื้อสิงบอกเรื่องนี้กับผมมาตลอด”“วันนี้ผมเลยคิดว่า ทำไมคุณไม่ใช้โอกาสนี้ในการสละตำแหน่งผู้นำตระกูลให้กับจื้อสิง เหมือนอย่างที่นายท่านถังทำในตอนนั้น และเสพสุขได้เร็วหน่อยล่ะครับ?”“สามหาว!”เมื่อหลงอวี่พูดแบบนี้ออกมา ถังหว่านก็ไม่สามารถระงับความโกรธของเธอไว้ได้อีกต่อไป เธอกำหมัดแน่นและออกหน้าพูดว่า:“เรื่องของตระกูลถังของฉัน คุณคนของตระกูลหลงที่เป็นคนนอกยังไม่มีสิทธิ์เข้ามายุ่ง คุณออกไปจากตระกูลถังของฉันเดี๋ยวนี้!”"เงียบปากซะ!"เมื่อถังจื้อสิงได้ยินคำพูดของถังหว่าน เขาก็ลุกขึ้นจากพื้นทันที และหันหน้ากลับไปจ้องมองถังหว่านอย่างดุเดือด:“ฉันรับแม่ทัพหลงอวี่เป็นพี่ชายของฉันแล้ว ฉันเป็นผู้สืบทอดของผู้นำตระกูลถังคนต่อไป ดังนั้นพี่ของฉันจึงมีสิท
ฉากนี้ทำให้นักบู๊ทั้งหมดที่อยู่ในที่นั้นต่างตกตะลึงกันอย่างมากต้องรู้ว่า ดาบคลั่งหลูข่ายหยวนเป็นหนึ่งในคนที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาพวกเขา และความแข็งแกร่งก็อยู่ในช่วงกลางแดนแปรภาพที่ยากจะเทียบได้แต่เมื่อเผชิญหน้ากับชายในเครื่องแบบทหาร กลับเป็นเหมือนลูกไก่ในกำมือ ที่แตกต่างกันอย่างมาก ทำให้ผู้คนถึงกับต้องอ้าปากค้าง“จากนี้เป็นต้นไป พวกแกทุกคนต้องเชื่อฟังคำสั่งของฉัน แน่นอนว่าใครที่ไม่เห็นด้วยก็ก้าวออกมา”ชายในเครื่องแบบทหารพ่นควันออกมาเป็นวง ก่อนจะมองอย่างล้อเลียนไปทางคนเจียงหูที่อยู่ตรงนั้นแต่ก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่า คนเจียงหูที่นี่ไม่มีใครสักคนที่มีศักดิ์ศรี ก่อนจะมีชายชราคนหนึ่งก้าวออกมาด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม“คุณคิดว่าคุณเป็นใคร ถึงมาให้พวกเราฟังคำสั่งของคุณ?”“ใช่แล้ว ต่อให้คุณจะแข็งแกร่งอย่างมากแค่ไหน แต่คิดจะให้พวกเราทั้งหมดเชื่อฟังคุณ จะไม่อวดดีเกินไปหน่อยเหรอ?”ชายหนุ่มที่เห็นได้ชัดว่าสำนักส่งมาก็ยิ้มเยาะออกมาอย่างเห็นด้วยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับการคัดค้านของคนพวกนี้ ชายในเครื่องแบบทหารก็เพียงแค่ยิ้มออกมาเท่านั้นจากนั้นเขาก็ชักปืนออกมาจากในกระเป๋าของตัวเอง แล้วเล็งไปท
คนเหล่านี้รวมตัวอยู่ด้วยกัน มีบางคนดื่มเหล้าเป่ายิงฉุบ บางคนก็พูดคุยเรื่องเก่า ๆ ยิ่งบางคนตกอยู่ในอาการเมา ก็เลือกที่จะไปท้าประลองฝีมือวิชามวยกับยอดฝีมือคนอื่น ๆคนโดยรอบก็ส่งเสียงร้องเชียร์กันไม่น้อยโดยรวมแล้ว ถึงแม้ว่าจะก่อความวุ่นวาย แต่ก็ไม่มีแววว่าจะทะเลาะวิวาทกัน แล้วก็ไม่มีความเสียหายอะไรเกิดขึ้นทุกอย่างต่างก็อยู่ในขอบเขตที่รับได้ในขณะที่ทุกคนกำลังอยู่ในความวุ่นวาย จู่ ๆประตูที่สามของห้องโถงจัดเลี้ยงก็ถูกเปิดออกอย่างกะทันหันเห็นเพียงแค่ชายที่สวมเครื่องแบบทหาร แล้วพาดเสื้อคลุมสีเขียวเข้มเดินเข้ามาอย่างน่าเกรงขามการเคลื่อนไหวนี้ ทำให้นักบู๊ที่อยู่ในห้องโถงทั้งหมดต่างก็เงียบลง ก่อนที่ค่อย ๆพากันหันไปมองชายที่สวมเครื่องแบบทหารคนนั้น“หึ ไอ้พวกขยะ”ไม่รอให้นักบู๊เหล่านี้เอ่ยถามถึงรายละเอียดของคนนี้ ชายที่มีใบหน้าเย็นชาก็ยิ้มเยาะออกมา ก่อนจะเริ่มด่าทอคนที่อยู่ในที่นั่นอย่างไม่เกรงใจ“ปัง!”คนแรกสุดที่ทุบโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน ก็คือดาบคลั่งหลูข่ายหยวนถึงแม้ว่าไม่กี่วันก่อนหน้านี้เขาจะยอมรับความพ่ายแพ้ต่อหน้าหลินเฟิง แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะมาดูถูกเขาได้ง่าย ๆเข
“ส่งผลกระทบต่อคนจำนวนมากแล้ว”"อะไรนะ?"คำพูดของผู้คุ้มกันตระกูลถัง ทำให้สมาชิกตระกูลถังทุกคนที่อยู่ที่นั่นขมวดคิ้วและเผยความไม่พอใจออกมาถ้ารู้ตั้งแต่แรกว่าคนพวกนี้ควบคุมได้ยากไม่เรียกพวกเขามาก็คงจะดีกว่าในเมื่อตอนนี้คุณชายถังจื้อสิงก็อยู่ที่นี่แล้ว และเขากมีคนนับร้อยอยู่ใต้บังคับบัญชาของเขา ซึ่งล้วนเป็นทหารติดอาวุธทั้งสิ้นอาศัยยอดฝีมือที่ได้รับการฝึกฝนเหล่านี้ การฆ่าอีกาแห่งหนานไห่จะไม่ใช่แค่เรื่องง่ายๆ เหมือนปลอกกล้วยเข้าปากหรอกเหรอ?พวกที่เรียกตัวเองว่านักบู๊ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้วยิ่งไปกว่านั้นหากปล่อยให้พวกเขาอยู่ที่นี่อีกวันหนึ่ง ก็จะยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนภายในให้มากขึ้น เช่นตอนนี้ แม้แต่คนของพวกเขาเองก็เริ่มทะเลาะกันเองแล้วยังลำบากไปถึงคนรับใช้และแม่บ้านของตระกูลถังอีกหลายคนด้วยเสียอารมณ์เปล่าๆ“พ่อ ไอ้สารเลวพวกนี้ไม่สมควรอยู่ในสถานที่อันน่าเคารพเลย ไม่เพียงไร้ประโยชน์เท่านั้น ยังมาก่อกวนความสงบสุขของตระกูลถังของเราอีกด้วย”“ฉันจะไล่พวกเขาทั้งหมดออกไปซะ เพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้ตระกูลถังของเราเสื่อมเสียชื่อเสียง”หลังจากพูดจบ ถังจื้อสิงก็เรียกลูกน้องของเขาให้รี
เมื่อเห็นหลินเฟิงเดินไปหาลูกน้องติดอาวุธของเขาอย่างมั่นใจ ถังจื้อสิงก็แสดงรอยยิ้มเย็นชาบนใบหน้าของเขาเขาอยู่ในกองทัพมาหลายปีแล้วแม้ว่าเขาจะเคยเห็นนักบู๊ของประเทศมังกรมาด้วยตนเองมาแล้วหลายคน พวกเขาทั้งหมดก็มีความสามารถที่คนธรรมดาทั่วไปไม่สามารถทำได้แต่จนถึงขณะนี้ เขาก็ไม่เคยเห็นนักรบที่ไม่กลัวปืนและปืนใหญ่เลยแม้แต่ผู้บังคับบัญชาของเขาในกองทัพอย่างแม่ทัพหลงอวี่ก็ไม่สามารถทำได้ดังนั้นเขาจึงคิดไปเองว่านักบู๊ก็ไม่ต่างจากมนุษย์ธรรมดาเลย พวกเขาเก่งการต่อสู้มากกว่าคนธรรมดา และรู้จักกลยุทธและท่าทางบางอย่างแต่เขาคิดไม่ถึงด้วยซ้ำนักบู๊เริ่มจากแดนแปรภาพ ก็สามารถสร้างพลังชี่แท้ปกป้องร่างกาย เพื่อป้องกันการโจมตีจากภายนอกได้ส่วนกระสุนไม่ใช่ภัยคุกคามใหญ่หลวงสำหรับนักบู๊ที่มีพลังชี่แท้ที่แข็งแกร่งเลยด้วยซ้ำหากเผชิญหน้ากับนักบู๊ขอบแขตเทพ เช่นนั้นอาวุธหนักเช่นปืนและปืนใหญ่ก็จะไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิงแม้ว่าหลินเฟิงจะยังไม่ถึงขอบเขตเทพ แต่ด้วยการพึ่งพาเกราะพลังชี่แท้ของหยวนชี่ทั้งห้าที่แข็งแกร่ง อย่าว่าแต่กระสุนทั่วไปเลย แม้แต่กระสุนปืนใหญ่ยากที่จะโจมตีทะลุเกราะพลังชี่แท้ของเขาได้"ขึ้นล
เขาขมวดคิ้วแล้วพูดว่า:“หากหลงเซียวต้องตายโดยอ้อมเพราะตระกูลถังของฉันจริงๆ ตระกูลหลงก็ไม่มีทางจะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ”“ความจริงก็คือว่าตระกูลหลงไม่ได้แสดงความไม่พอใจต่อตระกูลถังของเราเนื่องจากการตายของหลงเซียวเลย นี่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าพวกเขากินปูนร้อนท้อง”“คุณพ่อ คุณช่างไร้เดียงสาเกินไป”ถังจื้อสิงโบกมือและพูดว่า:“ช่วงนี้ผมได้ยินจากแม่ทัพหลงอวี่ ว่าผู้นำตระกูลหลงได้บรรลุจุดเปลี่ยนแปลงที่สำคัญแล้ว ตระกูลหลงจะต้องไม่ทำผิดพลาดอีก”“ดังนั้น ไม่เพียงแต่คุณชายหลงหยวนที่ทำผิดไม่ได้รับการลงโทษใดๆ แต่แม้แต่ตระกูลหลงก็ไม่ได้สืบสวนการเสียชีวิตของคุณหนูหลงเซียวที่ตายในมือของหลินเฟิงด้วยซ้ำ”“ไม่ใช่ว่าเขาไม่ตรวจสอบ แต่ว่าเขาไม่มีเวลาสนใจ”ถังจื้อสิงถอนหายใจด้วยความเสียดาย:“พ่อ เมื่อผู้นำตระกูลหลงบรรลุ ผมเชื่อว่าพวกเขาจะเข้ามาสร้างความเดือดร้อนให้กับตระกูลถังของเราเป็นอันดับแรก”“ส่วนพวกเราด้วย”“ฉันคิดว่าการล่อลวงของคนร้ายบางคนทำให้เกิดความขัดแย้งทางภายใน แต่เพราะผู้หญิงคนหนึ่งจึงสูญเสียพันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และเพื่อนเก่าก็กลายเป็นศัตรูของเรา”คำพูดของถังจื้อสิงมุ่งเป้าไปที่หลิ
“เรื่องอีกาแห่งหนานไห่ก่อนหน้านี้ จากการตรวจสอบของต้นตระกูลถัง ความจริงก็ถูกเปิดเผยแล้ว!"“หลายปีแล้วที่อีกาแห่งหนานไห่คนนี้วางแผนร้ายต่อตระกูลถังของเรา เธอสมคบคิดกับตระกูลหลง ไม่ใช่หลินเฟิง!”“ฉันจำได้ว่าฉันแจ้งข่าวนี้ให้ทุกคนทราบไปแล้ว ทำไมพวกคุณยังมาคาดเดาไร้สาระอยู่อีก”จริงๆ แล้วถังหว่านเคยได้ยินข่าวลือนี้มาเป็นเวลานานแล้วคนเหล่านี้จากตระกูลย่อยแอบไม่ไว้ใจหลินเฟิงพวกเขาอิงจากคำพูดของถังจื้อสิง ตั้งคำถามของตนเองออกมาและถังหว่านก็กลัวว่าหลินเฟิงจะโกรธจึงรีบนำหลักฐานที่ชัดเจนก่อนหน้านี้ออกมาเพื่อล้างความเชื่อมโยงใด ๆ ให้กับหลินเฟิง“พี่ ผมจำได้ เดิมทีคุณตั้งใจจะแต่งงานกับคุณชายหลงหยวนไม่ใช่เหรอ?”ในตอนที่ทุกคนเงียบไป ถังจื้อสิงก็พูดขึ้นอย่างเฉยเมย“ถูกต้อง ทำไม?”ถังจื้อสิงอยู่ห่างจากบ้านมาหลายปีแล้ว ถังหว่านก็ไม่ได้คุ้นเคยกับลูกพี่ลูกน้องคนนี้มากนัก แต่สิ่งนี้ไม่ได้ส่งผลต่อความรู้สึกที่ชัดเจนของเธอในขณะนี้ ไอ้หมอนี่มีความคิดเห็นต่อเธอและหลินเฟิง“จะเป็นไปได้ไหม…”ถังจื้อสิงค่อยๆ นั่งพิงที่นั่งของเขา นิ้วมือเคาะโต๊ะ และพูดอย่างเย็นชา:“เป็นไปได้ไหมว่าพี่ไม่อยากจะแต่
สุดท้ายเธอก็อาละวาดเหมือนเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆหลินเฟิงกุมหน้าผากถังหว่านเป็นศัตรูโดยธรรมชาติของหลี่ฮุ่ยหรานอย่างแท้จริงเป็นอย่างที่คิด เมื่อหลินเฟิงเล่าเรื่องนี้ให้ถังหว่านฟังในวันต่อมา ถังหว่านก็กุมท้องและหัวเราะอยู่เป็นนานถึงขั้นยังโทรหาหลี่ฮุ่ยหรานและล้อเลียนเธอด้วยส่วนเรื่องที่ทั้งสองพูดคุยกันในภายหลัง หลินเฟิงเลือกที่จะไม่ฟัง เขาไม่อยากเข้าไปพัวพันกับการต่อสู้ที่เปิดเผยและเป็นความลับระหว่างสองสาวงามอีกต่อไปสองวันต่อมาในช่วงเย็นงานเลี้ยงยิ่งใหญ่จัดขึ้นที่ห้องจัดเลี้ยงของตระกูลถังไม่เพียงแต่ถังเจี้ยนหยวนซึ่งเป็นผู้นำตระกูลถังที่นั่งในที่นั่งหลัก แต่แม้แต่นายท่านถังที่ไม่ได้พบเห็นมาเป็นเวลานานก็ยังมาปรากฏตัวด้วยหลังจากการรักษาครั้งก่อนของหลินเฟิง ตอนนี้เขามีผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดูมีกำลังวังชา และยังดื่มเหล้าเป็นจำนวนมากอีกด้วยผู้บริหารระดับสูงและผู้บริหารของตระกูลถังเกือบทั้งหมด รวมไปถึงผู้บริหารระดับสูงของตระกูลย่อยที่กลับมาสู่ต้นตระกูลถัง ต่างมารวมตัวกันที่ห้องจัดเลี้ยงนำโดยถังเจี้ยนหยวนผู้นำตระกูลถังถังหว่านและหลินเฟิงอยู่ทางซ้ายของเขา ทางด้านขวามีชายหนุ่มสวมเคร