ทั้งหมดนี้ทำเกือบผ่านไปในพริบตาตอนแรกคิดว่าโจวเฉินจะยอมแพ้ถึงแม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะดวลกันอยู่ แค่เขาก็ไม่จำเป็นต้องฆ่าบอดี้การ์ดของตระกูลถังจริงๆคิดไม่ถึงว่าคนนี้สังเกตเห็นอะไรแปลกๆ เขายังจู่โจมหลินเฟิงต่อไป“หยุด ผ่านทั้งหมดสามครั้งแล้ว หลินเฟิงชนะแล้ว”ตอนช่วงสำคัญ ถังหว่านก็ตะโกนเสียงดังโจวเฉินได้ยินก็หยุดทันที อย่างไรก็ตามเจ้านายก็แค่ขอให้เขาเตือนเด็กคนนี้เขารู้ดีแก่ใจว่าไม่สามารถฆ่าหลินเฟิงได้จริงๆเขาก้าวถอยหลังไปอย่างเงียบๆ เขาจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ตอนนั้นเขาก็พึ่งรู้ว่ากระดุมที่คอเสื้อของเขาหายไปคำสาปแช่งในใจ “แม่งเอ้ย กระดุมหายไปไหนแล้ว?”“แม่ ตอนนี้เอาเสวียนหลิงโสมให้หลินเฟิงได้หรือยัง?”นางถังพยักหน้า “ไม่มีปัญหา”“ครั้งนี้ฉันอยู่เจียงโจวนานไม่ได้แล้ว โจวเฉินจะอยู่เคียงข้างคุณ เขารับผิดชอบในการปกป้องคุณ”“ปกป้องฉันเหรอ? มันไม่จำเป็น ตอนนี้หลินเฟิงเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของฉันแล้ว อีกอย่างเธอก็เป็นคนดูแลลูกสาวประธานฉินคุณไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยของฉัน”ถังหว่านปฏิเสธทันทีมีมือคว้าแขนของหลินเฟิงไว้หลินเฟิงถึงกับพูดไม่ออกเล็กน้อยตัวเองเป็นบอดี้การ์ด
“โครงการอะไร?” หลินเฟิงถามด้วยความสงสัยถังหว่านมองไปที่หลินเฟิงด้วยสายตาคลุมเครือ “ฉันวางแผนที่จะจัดตั้งบริษัทยาอีกแห่ง แบบนี้ฉันจะได้รวบรวมยาอันล้ำค่าจากทั่วทุกมุมโลกให้กับคุณหลิน”“ฉันทำทั้งหมดนี้เพื่อคุณหลิน!”“เฮอเฮอ......”หลินเฟิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเขาเพิ่งรู้จักเธอได้ไม่กี่วัน เขาไม่เชื่อว่าถังหว่านผู้หญิงคนนี้จะทำอะไรเพื่อเขาได้“ทุกคนคงไม่ทำเรื่องลับๆ บอกมาสิ อยากให้ฉันทำอะไร”เขายังคงตื่นเต้นมากเกี่ยวกับบริษัทยาของถังหว่านแต่หลินเฟิงรู้ดีว่าไม่มีอาหารกลางวันฟรีในโลกการที่เอาของคนอื่นไป ก็ต้องจ่ายราคาบางส่วนไปตามธรรมชาติถังหว่านยิ้มแล้วพูดว่า “ฉันอยากให้คุณเป็นแฟนของฉัน”“อืม?”หลินเฟิงสับสนไปหมด“อย่ามาล้อเล่นนะ”ถังหว่านหมั้นแล้ว เขาไม่อยากหาเหาใส่หัวและการสร้างศัตรูที่แข็งแกร่งให้กับตัวเขาเองเมื่อเห็นหลินเฟิงไม่เห็นด้วยถังหว่านจึงพูดว่า “ฉันแค่ล้อคุณเล่น”“จริงๆ แล้วตระกูลถังต้องการพัฒนาอุตสาหกรรมยาในจงโจวด้วย ฉันรับผิดชอบโครงการนี้มาโดยตลอด"“แต่ตระกูลของฉันก็ส่งแทรกแซงในเรื่องนี้อย่างแน่นอน”“แต่ฉันอยากรับผิดชอบด้านการพัฒนาของบริษัทอย่างเต็มที่
หลี่ฮุ่ยหรานไม่กล้าล่าช้าเลยรีบมาที่ห้องผู้ป่วยของคุณปู่ห้องโบราณแต่เดิม ตอนนี้เต็มไปด้วยกลิ่นของยาฆ่าเชื้ออุปกรณ์ช่วยชีวิตวางอยู่เต็มห้องนางพยาบาลตัวน้อยสองกำลังยุ่งหน้ายุ่งหลังหลี่ฮุ่ยหรานวิ่งไปที่ข้างของหลี่ฮ่ายชาน มองดูคุณปู่ของตัวเองที่กำลังจะสิ้นลมเจ็บปวดหัวใจ “คุณปู่...”“เสี่ยวเฟิง? คือ... คุณใช่ไหม?” หลี่ไห่ชานลืมตาขึ้นช้าๆ เขาพึมพำชื่อของ หลินเฟิงหลี่ฮุ่ยหรานพูดซ้ำแล้วซ้ำอีก “คุณปู่ ฉันเอง ฉันชื่อฮุ่ยหราน”“ฮุ่ยหราน?”ชายชราสะดุ้งเมื่อได้ยินสิ่งนี้ จากนั้นเขาก็ได้สติขึ้นแล้วพูดว่า “คุณมาแล้วหรอเหรอ? หลินเฟิง? ทำไมเขาไม่มากับคุณหละ?”หลี่ฮุ่ยหรานรู้สึกทำตัวไม่ถูกเลยพูดว่า “คุณปู่... หลินเฟิงกับฉันหย่ากันแล้ว ปกติเขาจะไม่มา”เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ชายชราก็หายใจแรงขึ้น เสียงของเขาก็รีบเร่ง“ฮุ่ยหราน คุณไม่ควรหย่ากับหลินเฟิงจริงๆ... คุณไม่ควรจริงๆ…”หลี่ฮุ่ยหรานตกใจกับสถานการณ์ของปู่ของเขา “คุณปู่ อย่าทำให้ฉันกลัว อย่าตื่นตัวจนเกินไป”นางพยาบาลตัวน้อยที่อยู่ด้านข้างถอนหายใจ “คุณปู่มักจะพูดถึงหลินเฟิงตลอด แม้กระทั่งตอนเขาจะกินอาหารหรือดื่มชาตลอดทั้งวัน”หลี่ฮุ่ยหร
“หวางเส้าช่วยเรามากขนาดนี้ จะถือว่าเป็นคนนอกได้อย่างไร?” จางกุ้ยหลานไม่เห็นด้วยอย่างมากของคำพูดของหลี่ฮุ่ยหรานหลี่เหวินเชาที่อยู่ข้างๆก็พูดเสริม “ถูกต้อง เอาจริงนะทำไมไม่ให้หวางเส้าเป็นพี่เขยของฉันล่ะ? มันยังดีกว่าหลินเฟิงมากไม่ใช่หรอ?”“คุณหุบปากไปเถอะ”หลี่ฮุ่ยหรานจ้องมองไปที่พี่ชายของเขาและหยุดพูดคุยกับพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง หลินเฟิงก็รีบไปที่บ้านของตระกูลหลี่เมื่อทุกคนเห็นหลินเฟิง ไม่มีใครลุกขึ้นมาทักทายด้วยซ้ำอย่างไรก็ตามในสายตาของญาติเหล่านี้ หลินเฟิงไม่ได้ดีเท่ากับลูกเขยที่เข้ามาหาฝ่ายหญิงด้วยซ้ำมีเพียงหลี่ฮุ่ยหรานเท่านั้นที่ยืนขึ้นทักทาย แต่เพราะเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ เธอกับหลินเฟิงก็ยังเครืองกันอยู่ “คุณมาแล้วเหรอ?”หลินเฟิงรีบถาม “อาการของคุณปู่เป็นยังไงบ้าง?”“อาการหนักมากดูท่าไม่ค่อนดีนัก”หลินเฟิงพยักหน้า “ฉันไปพบคุณปู่ก่อน”เขาเดินผ่านกลุ่มคนตรงไปที่ห้องผู้ป่วยของหลี่ไห่ซาน“คุณปู่ คุณเป็นยังไงบ้าง?”คุณปู่รออยู่นาน สุดท้ายก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยจึงรีบเงยหน้าขึ้นมองหลินเฟิง“เสี่ยวเฟิง คุณมาแล้วหรอ?”หลินเฟิงรีบจับคุณปู่ อีกทั้งยังจับ
ตอนนั้นประตูก็ถูกผลักคนถูกผลักอย่างกะทันหันจางกุ้ยหลานกับคนอื่นๆก็หลั่งไหลเข้ามาเมื่อเห็นหลินเฟิงกดคุณปู่ ก็รีบวิ่งไปข้างหน้าเพื่อหยุดเขาทันที “แซ่หลินหรอ?คุณจะทำอะไร?"หลินเฟิงขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ฉันกำลังช่วยคุณปู่รักษาโรคของเขา”“ช่วยคุณปู่รักษาโรคงั้นเหรอ?”จางกุ้ยหลานมีสีหน้าดูถูกเหยียดหยาม “คนไร้ค่าอย่างคุณจะช่วยคุณปู่รักษาโรคงั้นหรอ?”“รีบไปซะ”หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็ผลักหลินเฟิงออกไป“คุณ...” หลินเฟิงพูดถึงกลับไม่ออกคุณปู่ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “เสี่ยวเฟิงกำลัง... กำลังรักษาฉันอยู่...”จางกุ้ยหลานถามว่า “เขาจะรักษาโรคอะไรได้”“คุณปู่ โปรดผ่อนคลายเถิด หวังเส้าได้ยินว่าคุณป่วย เขาจึงใช้เงินจำนวนมากเพื่อซื้อเสวียนหลิงเพื่อยืดอายุของคุณ”คุณปู่กัดฟันแล้วพูดว่า “ฉันไม่ต้องการให้คนอื่นมารักษาฉัน มังกรตัวนั้น... รีบไปซะ”“คุณปู่คุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร หวางเช่าช่วยครอบครัวของเราไว้มาก และเขาสนใจฮุ่ยหรานมาก”จางกุ้ยหลานพูดอย่างภาคภูมิใจ “อีกไม่นาน หวางเช่าจะเป็นลูกเขยของตระกูลหลี่ของเรา”“คุณ...” เมื่อคุณปู่ได้ยินว่าหลี่ฮุ่ยหรานกำลังจะแต่งงานกับหวางเช่า เขาก็โกรธมากจนเป็
หัวใจของหวางเส้าหลงเต้นรัวเมื่อวานฉันดื่มกับหลิวไฮ่เทา ยังได้ยินเรื่องยาอมตะเลือดราชันย์จากปากเขา แต่ไม่มีอันที่สองหลังจากได้ยินเรื่องอาการป่วยของคุณปู่ เขาเลยซื้อยาอาหารเสริม มันรักษาโรคไม่ได้ แต่แค่ไม่ได้เป็นอันตรายเขาโกหกว่าผู้ว่าการหลิวใช้ยาเป็นยาอมตะเลือดราชันย์แต่ยังไงก็รักษาหายแล้ว รักษาไม่หายก็เป็นจุดจบของคุณปู่ไม่คิดว่าหลินเฟิงจะพูดตรงๆว่าน้ำอมฤตของเขาเป็นของปลอมก่อนที่เขาจะพูดจางกุ้ยหลานดุ “หุบปากซะ คนไร้ค่าอย่างคุณจะรู้เรื่องงั้นหรอ?”“คุณยังสงสัยหวางเส้าอีกงั้นหรอ”หลี่เหวินเชาดูถูกเหยียดหยามมากขึ้น “ถูกต้อง คุณมีคุณสมบัติอะไรมาสงสัยหวางเส้า?”หวางเส้าหลงมีความสุขอย่างมาก ตราบใดมี่มีตระกูลหลี่อยู่ ฉันไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำพูดใดๆด้วยซ้ำฮ่าๆๆ......หลินเฟิงจ้องมองทั้งสองคนแล้วพูดว่า “ฉันขี้เกียจเกินกว่าจะเถียงกับคุณ ตอนนี้ฉันแค่อยากจะช่วยคุณปู่”ทั้งสองยืนอยู่ขวางไม่ยอมให้เขาเข้าเข้าใกล้จางกุ้ยหลานพูดอย่างเหยียดหยาม “ฉันก็สงสัยเหมือนกันว่าคุณอยากจะฆ่าคุณปู่”หลินเฟิงมองไปที่หลี่ฮุ่ยหรานอย่างเบื่อหน่าย “ฮุ่ยหรานให้ฉันไปรักษาคุณปู่เถอะ”หลี่ฮุ่ยหรานลังเลอย
แม้แต่หลี่ฮุ่ยหรานก็มองไปที่หวางเส้าหลงอย่างไม่น่าเชื่อ หวางเส้าหลงรู้สึกทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย ในใจก็รู้สึกเหลือเชื่อมากยิ่งขึ้นเขาไม่ได้ซื้อยาอมตะเลือดราชันย์ของจริงหรอกมั้ง?ดูเหมือนว่าฉันจะซื้อตุนเพิ่มตอนกลับ“ฮ่าฮ่า คุณปู่ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว”จางกุ้ยหลานจ้องไปที่หลินเฟิงที่ยืนอยู่ข้างๆ “ฮึ่ม คุณไม่ได้บอกว่ายาอมตะเลือดราชันย์ของหวางเส้าเป็นของปลอมไม่ใช่เหรอ?”“ตอนนี้คุณปู่จากขีดอันตรายเป็นปลอดภัย คุณยังมีอะไรจะพูดอีกไหม?”หลินเฟิงมองบน อาการคุณปู่จากขีดอันตรายแล้วปลอดถัยไม่ได้เกี่ยวข้องกับยาเม็ดนั้นเลยแต่ตอนนี้ตัวเองไม่ว่าจะพูดอะไรพวกเขาก็ไม่เชื่ออยู่ดีเขาก็ยังขี้เกียจจะอธิบายด้วยหลี่เหวินเชาพูดอย่างไร้ความปราณี “แม่ คุณคิดว่าเขาเป็นหมอมหัศจรรย์จริงๆ งั้นเหรอ?”“คำที่เขาพูดกับการตดมันแตกต่างกันอย่างไร”หลินเฟิงหันหลังกลับเพื่อจะจากไปคุณปู่เรียกเขาเพื่อให้หยุดทันที “เสี่ยวเฟิง คุณจะไปไหน? อยู่กินข้าวเย็นก่อนสิ”หลินเฟิงพูดอย่างขมขื่น “ไม่หรอก ฉันมีอย่างอื่นต้องทำงั้นไปก่อนนะ”“อย่าสิ”คุณปู่หลี่ไม่ต้องการให้หลินเฟิงจากไป แล้วพยายามอย่างเต็มที่เพื่อ
บรรยากาศระหว่างทั้งสองก็เริ่มตึงเครียดทันทีทันใดนั้นแท็กซี่ที่หลินเฟิงเรียกก็มาถึงหวังเส้าหลงไม่ได้ทำอะไรแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “แซ่หลิน ต่อไปเดินต้องระวังด้วยนะ”หลินเฟิงพูดอย่างเหยียดหยาม “ฉันจะมอบประโยคนี้ให้กับคุณ”“ให้ตายเถอะ” หวังเส้าหลงแอบสาปแรถก็ขับออกไปภายในบ้านพักเก่าของตระกูลหลี่คุณปู่หลี่เห็นหลินเฟิงจากไป เขาก็ไม่ได้สนใจจางกุ้ยหลานกับคนอื่นๆจางกุ้ยหลานเดินไปข้างหลี่ฮุ่ยหราน แล้วพูดว่า “ลูกสาวของบอสหม่าแห่งบริษัทเอเวอร์ไบรท์ก็ป่วยหนักเหมือนกันเหรอ?”หลี่ฮุ่ยหรานพยักหน้า “ใช่ ทำไมหรอ?”บริษัทเอเวอร์ไบรท์เป็นคนรับผิดชอบการขายวัสดุก่อสร้างหลัก ตระกูลหลี่ได้รับสินค้ามากมายจากตระกูลหม่า ราคาก็ยุติธรรมคุ้มค่ายิ่งกว่านั้นบอสหม่ายังใจดีมากจางกุ้ยหลานพูดอย่างรวดเร็ว “หวางเส้าหลงเอายายาอมตะเลือดราชันย์ให้สองเม็ด ตอนนี้ยังเหลืออีกหนึ่งเม็ด”“ถ้าถึงตอนนั้นอาการของเจ้าของหม่าดีขึ้น คุณจะเป็นผู้มีพระคุณของตระกูลหม่า”“เมื่อถึงเวลาจะเจรจากับตระกูลหม่าจะง่ายดายขึ้นไม่ใช่หรอ?”หลี่ฮุ่ยหรานขมวดคิ้วทันทีแล้วกำลังคิดอย่างถี่ถ้วนสิ่งที่แม่ของเขาพูดดูสมเหตุสมผลโครงการพัฒนาซี
เกรงว่าถังจื้อสิงไม่มีทางพูดมากกับคนที่เป็นสมาชิกตระกูลย่อยเมื่อเห็นว่าไม่มีใครกล้าคัดค้าน ถังจื้อสิงก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ จากนั้นก็ยืดนิ้วสองนิ้วออกมาและกล่าวว่า:“ส่วนเรื่องที่สอง ผมต้องการเอาอำนาจของตระกูลย่อยกลับคืนมาทั้งหมด”"อะไรนะ?!"เมื่อเผชิญกับคำขออันน่าเหลือเชื่อครั้งที่สองนี้ ผู้คนจากสาขาตระกูลถังที่อยู่ที่นั่นต่างก็ตกตะลึงถังเจี้ยนหยวนมองดูลูกชายของเขาด้วยความประหลาดใจเช่นกันเหมือนกับเห็นผีอย่างไรอย่างนั้นต้องรู้ไว้ว่า ครั้งนี้ที่ถังเจี้ยนหยวนให้ตระกูลย่อยกลับมาที่ต้นตระกูล ก็เป็นแค่ธรรมเนียมของบรรพบุรุษซื้อทรัพย์สินของตระกูลที่แบ่งแยกกันกลับมาทีละน้อยถึงแม้จะไม่สามารถซื้อกลับคืนได้แต่ก็ต้องเซ็นสัญญาการร่วมหุ้นโดยสรุป เราใช้กระบวนการทางธุรกิจเพื่อให้ผู้คนที่แยกจากตระกูลกลับมาเข้าสู่ต้นตระกูลอีกครั้งแต่คำขอที่สองของถังจื้อสิงนั้นช่างน่าเหลือเชื่อเขาต้องการนำอำนาจของตระกูลย่อยกลับคืนแบบนี้หมายความว่าอะไร?สาขาของตระกูลถังได้ทำงานหนักเพื่อพัฒนาพื้นที่ภายนอกมานานหลายทศวรรษ และบางสาขาก็ได้พัฒนาร้านค้าและอุตสาหกรรมมาแล้วหลายชั่วรุ่นตอนนี้เพียงเพราะค
“ผมมีเรื่องที่จะประกาศ 3 เรื่อง”ถังจื้อสิงยกนิ้วสามนิ้วขึ้น กวาดตามองไปที่คนจากสาขาตระกูลถังทั้งหมด แล้วพูดอย่างเย็นชา:“เรื่องแรก ผมขอประกาศว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ห้ามกดดันการค้ากับตระกูลหลงอีกต่อไป และส่วนต่างราคาสินค้าที่แลกเปลี่ยนจะลดลง 30 เปอร์เซ็นต์”"อะไรนะ?!"เมื่อได้ยินเช่นนี้ ผู้คนจากสาขาตระกูลถังพากันตกตะลึงจนหน้าถอดสีต้องรู้ไว้ว่า ในฐานะตระกูลธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศมังกร ตระกูลถังมักเสนอราคาที่เอื้ออำนวยที่สุดในการทำธุรกรรมกับตระกูลหลงทุกครั้งที่ผ่านมาเนื่องจากตระกูลหลงรุกรานตระกูลถังซ้ำแล้วซ้ำเล่าดังนั้นถังเจี้ยนหยวนจึงออกคำสั่งห้ามโดยตรง ปฏิเสธความร่วมมือและธุรกรรมใดๆ กับตระกูลหลงส่งผลให้ตระกูลหลงเสียหายเป็นอย่างมากแน่นอนว่าตระกูลถังก็มีความสูญเสียเช่นกันแต่เมื่อเทียบกับตระกูลหลงแล้ว ความเสียหายแค่นี้ตระกูลถังถือว่ายอมรับได้แต่ตอนนี้ถังจื้อสิงที่เพิ่งรับตำแหน่ง กลับสั่งให้ฟื้นฟูการซื้อขายอีกครั้งและยังต้องการโอนส่วนต่าง 30% อีกด้วยสำหรับตระกูลถัง ไม่เพียงแต่พวกเขาจะไม่สามารถทำเงินจากการทำธุรกิจกับตระกูลหลงได้เท่านั้น แต่พวกเขายังจะขาดทุนอีกด้วย
“หลินเฟิงเหรอ เสียชีวิตในขณะที่ต่อสู้กับอีกาแห่งหนานไห่แล้ว”เมื่อได้ยินคำตอบที่เป็นตบตาขนาดนี้ สมาชิกตระกูลถังที่อยู่ตรงนั้นต่างก็มีสีหน้าสับสน และบางคนถึงกับเริ่มมองทะลุผ่านทุกอย่างคิดหาทางออกให้ตัวเองอย่างเงียบๆ“แฮ่มแฮ่ม…”ถังจื้อสิงไอสองครั้งเพื่อดึงความสนใจของทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นกลับมา เขายิ้มบางพูดว่า:“เป็นเพราะได้ความดีจากการฆ่าอีกาแห่งหนานไห่ อีกทั้งและพ่อของผมถังเจี้ยนหยวนก็ได้รับความตกใจ ดังนั้น เมื่อสักครู่นี้พ่อของผมได้เจรจากับผมแล้ว ว่าจะมอบตำแหน่งผู้นำตระกูลถังให้กับผมล่วงหน้า”“คุณพ่อ คุณพูดสิครับว่าใช่ไหม?”เมื่อสัมผัสได้ว่าถังจื้อสิงกำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาข่มขู่ที่ซ่อนอยู่ในรอยยิ้มของเขา ถังเจี้ยนหยวนก็รู้สึกขมขื่นในปากเขาเงยหน้าขึ้นมองคนจากตระกูลย่อยของตระกูลถังคนเหล่านี้กำลังรอคำตอบจากเขาอยู่ในตอนนี้ถังเจี้ยนหยวนก็รู้แล้วว่าแม่น้ำเลือดที่ถังจื้อสิงพูดหมายถึงอะไรหากถังเจี้ยนหยวนกล้าปฏิเสธที่นี่ ทหารที่เฝ้าอยู่หน้าประตูคงจะเข้ามาและฆ่าทุกคนในห้องจัดเลี้ยงด้วยอาวุธของพวกเขาอย่างแน่นอนไม่เก็บไว้สักคนเมื่อถึงเวลานั้นเขาจะอาศัยความช่วยเหลือจากตระ
“กลับมาช่วยเรา? เขา?”ถังจื้อสิงได้ยินคำพูดของถังหว่านอยู่แล้ว เขาทำลายจินตนาการของถังหว่านและคนอื่นๆ เป็นชิ้นๆ ด้วยท่าทางไร้หัวใจ พร้อมกับเยาะเย้ย:“พี่ชายหลงอวี่เป็นหนึ่งในปรมาจารย์ที่ดีที่สุดในเขตกองทัพหัวตง ต่อให้ทั้งประเทศก็เป็นอันดับต้นๆ ”“เขาอยู่ในเขตทหารภาคตะวันตกเฉียงเหนือ มีความสามารถมากพอที่จะข่มขู่พวกป่าเถื่อนทางเหนือได้ ในบางแง่ เขาก็ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากราชาแห่งหนานหลินทางตอนใต้”"แค่พวกนักบู๊กระจอกพวกนั้น เขาคนเดียวก็สามารถจัดการได้หมด"“สำหรับแมงดาที่พี่ฝากความหวังไว้ เกรงว่าเขาไม่สามารถสู้พี่หลงอวี่ได้”มองดูสีหน้าของถังหว่านและถังเจี้ยนหยวนซีดลงอย่างมากถังจื้อสิงรู้สึกภูมิใจอย่างมากแม้ว่าเขาจะสงสัยเล็กน้อยว่า ทำไมพี่ชายของเขาถึงใช้เวลานานมากในการจัดการกับแมงดาคนนั้นแต่เขายังคงจดจำคำสั่งของหลงอวี่ไว้ในใจ และรู้ว่าสิ่งต่างๆ ไม่สามารถล่าช้าได้เรื่องนี้ต้องเกิดขึ้นก่อนที่ตระกูลย่อยของตระกูลถังจะโต้ตอบเขาจึงออกคำสั่งโดยตรงเขาสั่งลูกน้องติดอาวุธพาถังเจี้ยนหยวนและถังหว่านไปที่ห้องจัดเลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดในตระกูลถังและที่นั่นถูกควบคุมโดยลูกน้องของถังจื้อซิง
แต่หลังจากนี้ล่ะความแข็งแกร่งที่หลงอวี้เพิ่งแสดงออกมาในห้องจัดเลี้ยงหมายเลข 3 ได้ทิ้งร่องรอยลึกๆ ที่เรียกว่าความกลัวไว้ให้กับเขาเผชิญการปิดล้อมจากกลุ่มนักบู๊นับสิบคนไม่เพียงแต่หลงอวี่จะไม่ถอยหนี แต่เขายังอาละวาดฆ่าคนทั้งห้องจัดเลี้ยงจนเลือดไหลนองเป็นสายน้ำไม่มีใครที่สามารถเทียบเทียมเขาได้ด้วยซ้ำเขาได้เห็นกระบวนการทั้งหมด ความกลัวที่มีต่อต่อความแข็งแกร่งของหลงอวี่ทำให้เขาสูญเสียจิตวิญญาณทั้งหมดของเขาแม่ทัพหลงอวี่คนนั้น คงเป็นจุดสูงสุดที่เขาไม่อาจบรรลุได้ในช่วงชีวิตของเขาไม่ต้องว่าหลังจากที่พวกเขาหนีออกจากห้องจัดเลี้ยงมังกรดำที่ถูกเลียนแบบโดยพลังชี้แท้ขนาดใหญ่มากจนสามารถบดบังดวงอาทิตย์และท้องฟ้า มันสามารถเผาห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ให้กลายเป็นซากปรักหักพังได้ในครั้งเดียวระดับความแข็งแกร่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่นักบู๊ธรรมดาทั่วไปจะบรรลุได้ถึงพูดได้ว่าไท่สื่อทงเสียใจตั้งแต่แรกเริ่มแล้วเขาเสียใจที่ฟังคำพูดของหลินเฟิง เพื่อศักดิ์ศรี พาถังเจี้ยนหยวน ถังหว่าน และคนอื่นๆ หนีไปและตอนนี้เป็นโอกาสสุดท้ายของเขาแล้วไท่สื่อทงนิ่งเงียบไปชั่วขณะ แต่ในที่สุดก็ยอมจำนนต่อความกลัวในหัวใจของเ
“หยุดนะ”ขณะที่ไท่สื่อทงกำลังคุ้มกันถังหว่านและคนอื่นๆ ออกไป ถังจื้อสิงและลูกน้องของเขาได้ขวางทางถังหว่านและคนอื่นๆ ไว้เมื่อเผชิญหน้ากับปากกระบอกปืนสีดำที่อยู่รอบๆ ถังหว่านจึงถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า:"ถังจื้อสิง วันนี้นายต้องการที่จะอยากได้ตำแหน่งผู้นำตระกูลถังให้ได้เลยงั้นเหรอ!""ต่อให้ต้องฟังคำใส่ร้ายจากคนนอกแล้วฆ่าพ่อตัวเองก็ตามเหรอ?!"“ฉันไม่อยากอธิบาย”ถังจื้อสิงเงยหน้าขึ้น ถึงขั้นที่สบตากับถังหว่านและถังเจี้ยนหยวนโดยไม่รู้สึกผิดแม้แต่นิด จากนั้นพูดอย่างภาคภูมิใจ:“ทั้งหมดนี้ก็เพื่ออนาคตของตระกูลถัง!”"ขอแค่ฉันได้เป็นผู้นำตระกูลถัง รวบรวมตระกูลย่อยทั้งหมดและต้นตระกูลถังเข้าด้วยกัน ตระกูลถังของเราถึงจะกำจัดสถานการณ์อันโกลาหลนี้ไปได้!"“พ่อ พ่อแก่แล้ว สละตำแหน่งนี้อย่างว่าง่ายเถอะนะ!”“จื้อสิง...”ถังเจี้ยนหยวนถูกถังหว่านประคองไว้ พูดขึ้นอย่างอ่อนแอ:“นายคิดจริงๆ เหรอว่าหลงอวี่จริงใจกับนาย จริงใจตระกูลถังของเรา?”“นายเคยคิดบ้างไหม หากนายรวมตระกูลถังและรวมกองกำลังของตระกูลถังเข้าด้วยกัน หลงอวี่จะเปลี่ยนใจ ใช้นายเป็นหุ่นเชิดเพื่อควบคุมตระกูลถังของเราทางอ้อมหรือไม่?”แ
ภายใต้สายธารพลังชี่แท้สีดำที่แผ่กระจายไปทั่วท้องฟ้าหลินเฟิงแผดเสียงออกมา พลังชี่แท้ของทั้งร่างกายของเขาก็พุ่งพล่านออกมา ค่อยๆ ควบแน่น ราวกับว่าเขาได้กลายเป็นจอมมารขนาดใหญ่สีดำและแดงแขนขนาดใหญ่ยื่นออกมาจากกลางอากาศและคว้าคอของมังกรดำไว้“ตาย!”หลินเฟิงคำรามออกมา มังกรดำตัวนั้นก็ถูกฝ่ามือของเขาตบจนแหลกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยกลางอากาศ พลังชี่แท้ที่แผ่นซ่านอยู่โดยรอบบดขยี้ห้องจัดเลี้ยงจนกลายเป็นผง“หึหึ คุณมีความแข็งแกร่งอยู่บ้างจริงๆ!”ในสายลมโหมกระหน่ำ หลงอวี่หัวเราะเสียงดัง และโยนเสื้อคลุมสีเขียวเข้มที่พาดบ่าทิ้งไปเขาชักมีดสปาต้าเปื้อนเลือดออกมาจากเอวของเขา บดขยี้ก้อนหินในซากปรักหักพังใต้เท้าของเขา พุ่งตรงไปหาหลินเฟิง“มีดเล่มนี้…”หลินเฟิงสามารถบอกได้ในทันทีว่ามีดสปาต้าที่แม่ทัพหลงอวี่หยิบออกมาไม่ใช่ของธรรมดา เขาเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น ในมือห่อหุ้มพลังชี่แท้หนาๆ และต่อยไปที่มีดสปาต้าสีเลือด“กริ๊ง!”เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นมามีดสปาต้าสีเลือดนี้ต้านทานหมัดของหลินเฟิงเอาไว้ แต่ต้องรู้ไว้ว่า ตอนนี้ร่างกายของหลินเฟิงแข็งแกร่งจนถึงขอบเขตเทพแล้วเห็นได้ว่ามีดสปาต้าเล่มนี
แม่ทัพหลงอวี่ยิ้มบางและพูดว่า:“ถึงแม้คนผู้นี้จะกำเริบเสิบสาน แต่ความสามารถของเขาก็ไม่ธรรมดา”“เป้าหมายของคุณในตอนนี้ คือการรักษาความแข็งแกร่งเอาไว้ ควบคุมทุกคนของตระกูลถังในห้องจัดเลี้ยงหลัก บรรลุตำแหน่งผู้นำตระกูลของคุณ”“อย่าให้มีช่องโหว่ใดๆ แม้แต่นิด”“ครับ”เมื่อได้ยินแบบนี้ ถังจื้อสิงก็ไม่มีเจตนาจะขัดขืน เขาประสานกำปั้นคารวะหลงอวี่ และนำลูกน้องของเขาออกไปก่อนจะจากไป เขายังจ้องมองหลินเฟิงด้วยความเย็นชาเหมือนมองดูคนตายประตูห้องจัดเลี้ยงหมายเลข 3 ถูกปิดลง เหลือเพียงแค่หลินเฟิงและหลงอวี่เท่านั้นที่อยู่ที่นั่น“จดหมายท้าทายจากอีกาแห่งหนานไห่ที่ว่า เป็นฝีมือของคุณสินะ?”หลินเฟิงเห็นว่าไม่มีใครอยู่รอบๆ จึงเงยหน้าขึ้นและถาม“ถูกต้องแล้ว”แม่ทัพหลงอวี่พยักหน้าและพูดด้วยรอยยิ้ม:“เพื่อควบคุมเค้กก้อนใหญ่อย่างตระกูลถัง เราต้องหาข้ออ้างที่เหมาะสมไม่ใช่เหรอ?”“อีกาแห่งหนานไห่ล่ะ?”หลินเฟิงหรี่ตาลง เขาได้ยินจากถังเจี้ยนหยวน ว่าจดหมายท้าทายนั้นเขียนโดยอีกาแห่งหนานไห่ดังนั้นจดหมายท้าทายจึงถูกเขียนโดยอีกาแห่งหนานไห่ งั้นก็ยืนยันได้ว่าอีกาแห่งหนานไห่อยู่ในมือของแม่ทัพหลงอวี่“ผ
หลินเฟิงยืนอยู่ที่ด้านหนึ่ง จ้องมองท่าทางของถังจื้อสิงที่คิดว่าตัวเองชอบธรรมด้วยความเย็นชา แสงสว่างในดวงตาของเขาก็เย็นเยือกลงเรื่อยๆ“คุณก็คือหลินเฟิงสินะ?”แม่ทัพหลงอวี่เดินออกมา เขากอดอก ยิ้มเยาะใส่หลินเฟิงและพูดว่า:“ฉันได้ยินมาว่าช่วงนี้คุณบาดหมางกับบตระกูลหลงของผมงั้นเหรอ”“แล้วไงล่ะ?”หลินเฟิงเดินออกมา และปกป้องถังหว่านและคนอื่นๆ ไว้อยู่ข้างหลังเขา“ไม่ต้องกังวลขนาดนั้น ตอนนี้ผมยังไม่สนใจคุณ แต่แค่ตอนนี้เท่านั้น”หลงอวี่สะบัดเสื้อคลุมสีเขียวเข้มที่พาดอยู่บนตัว และแสยะยิ้มพูดว่า:“แต่คุณก็พยายามกระโดดโลดเต้นให้มากที่สุดขณะที่ราชาหลินแห่งตอนใต้ยังมีชีวิตอยู่เถอะ เพราะเมื่อพ่อของคุณเสียชีวิต นั่นคือเวลาที่คุณจะต้องชดใช้หนี้”“ใช้หนี้? ใช้หนี้ของใคร?”ใบหน้าของหลินเฟิงแข็งทื่อ รีบถามขึ้นว่า“ฮ่าๆ เรื่องนี้ผมไม่มีความจำเป็นต้องบอกคุณ ยังไงซะ ถ้าวันนี้คุณยังถือว่าเจียมตัว ก็พาแฟนสาวของคุณออกไปจากตระกูลถังซะ”“แบบนี้ คุณยังมีชีวิตอยู่ได้อีกหลายวัน”คำขู่ในคำพูดของหลงอวี่ไม่ได้ปกปิดอีกต่อไปแต่ทว่าหลังจากหลินเฟิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก็ยิ้มเผยฟัน“คุณชื่อหลงอวี่สินะ? ให้ผมไสหัว