Share

บทที่ 443

Author: จิ้งซิง
ในชั่วขณะนั้น เวินอวี้จือเหงื่อกาฬแตกพลั่ก

แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ยังดีที่น้องหกไม่เป็นอะไร

เวินอวี้จือหันกลับไปมองเวินเฉวียนเซิ่ง ฝืนยิ้มเล็กน้อย “ท่านพ่อโปรดอภัย เป็นลูกที่ได้กลิ่นคาวเลือด จึงพูดออกไปด้วยความตื่นตระหนก”

“ไม่ใช่พูดผิด แต่พูดสิ่งที่อยู่ในใจเจ้าออกมากระมัง”

เวินเฉวียนเซิ่งแค่นเสียงเย็น

อย่าคิดว่าเขาไม่รู้ บุตรชายที่อ่อนแอขี้โรคคนนี้ เป็นบุตรชายที่เย็นชาที่สุดในบรรดาบุตรชายทั้งสี่คน

ไม่ว่าจะเป็นพี่ชายน้องสาวทั้งหลาย รวมถึงบิดาอย่างเขา ก็ไม่ได้มีความรู้สึกผูกพันอะไรมากนัก

มีเพียงบุตรสาวคนเล็กคนนี้ที่เขาพาตัวกลับมา เวินอวี้จือกลับใส่ใจบุตรสาวคนเล็กคนนี้เป็นอย่างมาก

แต่ก็ไม่เป็นไร บุตรชายที่มีร่างกายอ่อนแอเช่นนี้ สำหรับเขาแล้วไม่มีประโยชน์อะไรเลย

ผู้สืบทอดที่เขาหมายตาไว้มีเพียงคนเดียวเท่านั้น

อีกสามคนที่เหลือ ขอเพียงอยู่อย่างสงบก็พอแล้ว

เวินเฉวียนเซิ่งเดินผ่านเวินอวี้จือเข้าไปนั่งลง

จากนั้นก็เรียกองครักษ์ลับออกมา จัดการกับศีรษะของหวังชาง

แต่ภายในห้องนี้ก็ยังมีร่องรอยของเลือดหลงเหลืออยู่ไม่น้อย

ดูแล้วก็ยังคงน่าขนลุกอยู่บ้าง

เวินเยวี่ยรู้
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Related chapters

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 444

    และยังมีบางส่วนที่เป็นที่ดินที่ซื้อเพิ่มเติมอีกหลังจากที่เวินอวี้จือดูจบแล้ว ก็เงยหน้าขึ้นมองเวินเฉวียนเซิ่งด้วยความสงสัย “ท่านพ่อ เวินซื่อซื้อเมล็ดพันธุ์และต้นกล้าสมุนไพรมากมายขนาดนี้ไปทำไม? นางไม่ได้ปลูกสมุนไพรไว้เต็มที่ดินที่กุยอวิ๋นหมดแล้วหรือ? เหตุใดยังต้องปลูกอีก?”เวินเฉวียนเซิ่งหัวเราะเยาะ “เรื่องแค่นี้ยังดูไม่ออกอีกหรือ? สมองพวกเจ้าสู้เวินซื่อไม่ได้จริงๆ ไม่แปลกใจเลยที่พ่ายแพ้ให้นางครั้งแล้วครั้งเล่า”เวินเฉวียนเซิ่งกล่าวอย่างเย็นชา “ด้วยฐานะและชื่อเสียงของเวินซื่อในตอนนี้ ตำแหน่งธิดาศักดิ์สิทธิ์ของนางอาจจะอาศัยโชคและเรื่องบังเอิญทำให้รุ่งโรจน์ได้ชั่วคราว แต่ไม่มีทางยั่งยืนแน่นอน เพราะว่านางไม่ได้มีวิชาความสามารถพิเศษอะไรจริงๆ ดังนั้น นางจึงต้องคิดหาวิธีอื่นเพื่อรักษาชื่อเสียงธิดาศักดิ์สิทธิ์ของนางไว้”“จากที่ผ่านมาหลายครั้ง เห็นได้ชัดว่าเวินซื่อเลือกที่จะเดินในเส้นทางการแพทย์ อย่างเช่น ธิดาศักดิ์สิทธิ์ใช้วิชาแพทย์ช่วยเหลือผู้คนอะไรทำนองนั้น แต่การที่จะให้วิชาแพทย์เก่งกาจขึ้นอย่างรวดเร็ว มีชื่อเสียงโด่งดังในด้านการแพทย์นั้นเป็นไปไม่ได้ ต้องใช้เวลาอย่างน้อยห้าถึงหกปีจึงจะ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 445

    “เป็นไปได้อย่างไร?!”เวินอวี้จือยังคงไม่เชื่อเวินเฉวียนเซิ่งกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ “ถ้าเจ้าไม่เชื่อ เจ้าก็ไสหัวไปดูที่ดินที่กุยอวิ๋นเองสิ ตอนนี้แปลงสมุนไพรเหล่านั้นถูกปลูกด้วยสมุนไพรใหม่อีกครั้งจนเต็มไปหมดแล้ว”สีหน้าของเวินอวี้จือย่ำแย่ลงในทันทีเดิมทีคิดว่าอย่างน้อยตนเองน่าจะเอาคืนได้บ้างในเรื่องแปลงสมุนไพร แต่คาดไม่ถึงว่าเขาก็ยังคงพ่ายแพ้อยู่ดีหรือว่าเวินซื่อก็มีตำรายาพิษของหมอปีศาจราชันพิษอยู่ในมือ?สีหน้าของเวินเยวี่ยที่อยู่ข้างๆ ก็ดูย่ำแย่เช่นกันเจ้าคนขี้โรคผู้นี้เหตุใดยังคงไร้ประโยชน์เช่นนี้?ก่อนหน้านี้ เพื่อที่จะเอาใจนาง เวินจื่อเยวี่ยจึงนำคำพูดที่เวินอวี้จือพูดกับเขามาบอกนางด้วยเช่นกันตอนนั้นเวินอวี้จือยังพูดอย่างมั่นอกมั่นใจว่า “นอกจากหมอปีศาจราชันพิษจะมาแก้พิษด้วยตนเอง ไม่เช่นนั้นก็ไม่มีใครสามารถรักษาแปลงสมุนไพรของเวินซื่อได้” แต่ตอนนี้กลับถูกแก้ไขได้อย่างง่ายดาย?หรือว่ารอบตัวเวินซื่อจะมีหมอปีศาจราชันพิษซ่อนตัวอยู่?!เวินเยวี่ยชะงักไปครู่หนึ่งนางครุ่นคิดทบทวนดูว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ แต่หลังจากนั้นก็ส่ายหน้าก็แค่แม่ชีไม่กี่คนที่อยู่ข้างกายเวินซื่อ จะเป็

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 446

    เมื่อเห็นว่าในที่สุดคนก็เข้าใจแล้ว เวินเฉวียนเซิ่งจึงพยักหน้าช้าๆ “อืม ทำตามที่ข้าบอก ตอนนี้อย่าเพิ่งไปยั่วยุเวินซื่อ รอจนถึงเวลาที่เหมาะสม เช่นนั้นแล้วจะไม่มีโอกาสให้เจ้าได้ระบายความแค้นหรือ?”“เจ้าค่ะๆ! ขอบคุณท่านพ่อที่ชี้แนะ!”“อวี้จือ ช่วยเหลือน้องสาวของเจ้าให้ดี เรื่องนี้มอบหมายให้พวกเจ้าสองคนทำร่วมกัน นี่เป็นโอกาสสุดท้าย หากพวกเจ้ายังไปก่อเรื่องอื่นอีก ก็อย่าหาว่าข้าไม่ไว้หน้า”“ขอรับ ท่านพ่อ!”“...”หลังจากที่ออกจากเรือนเล็กของเวินเยวี่ย เวินอวี้จือก็เดินกลับไปพลางคิดเรื่องต่างๆ ไปด้วยในตอนนั้นเอง...“ตุบ!”“โอ๊ย!”“เจ็บเหลือเกิน!”เวินอวี้จือชนเข้ากับคนคนหนึ่ง ร่างกายที่อ่อนแอของเขาก็ล้มลงไปกองกับพื้นทันทีโชคดีที่ไม่ได้ล้มแรงนักเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าอีกฝ่ายคือเวินฉางอวิ้น“พี่ใหญ่? ท่านไม่เป็นไรนะ? เมื่อครู่ข้ากำลังคิดอะไรเพลินๆ ไม่ได้มองทาง”เวินอวี้จือลุกขึ้นจากพื้น ยื่นมือไปพยุงเวินฉางอวิ้น“ไม่เป็นไรๆ ข้าก็ไม่ได้สังเกต ไม่ทันระวังจึงชนเจ้าแล้ว น้องสี่ เจ้าไม่ได้เจ็บตรงไหนใช่หรือไม่?”เวินฉางอวิ้นส่ายหน้า ลุกขึ้นยืนจากพื้นอย่างยากลำบากเมื่อเวินอวี้จือมอง

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 447

    เวินอวี้จือเงยหน้าขึ้นมองแวบหนึ่ง แล้วเอ่ยขึ้น “ใช่ น้องหกมอบให้ข้าเมื่อสองวันก่อน”เขาเหมือนจะค้นพบอะไรบางอย่าง จึงหันไปถามเวินฉางอวิ้น “พี่ใหญ่ก็ได้รับดอกไม้จากน้องหกเหมือนกันหรือ?”เวินฉางอวิ้นพยักหน้า ไม่ได้พูดอะไรอีกเมื่อเห็นท่าทีเย็นชาของเวินฉางอวิ้นที่มีต่อเวินเยวี่ย เวินอวี้จือก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้น “พี่ใหญ่ น้องหกนางทำผิดพลาดไป แต่นางก็สำนึกผิดจริงๆ แล้ว”เวินฉางอวิ้นมองดูกระถางดอกไม้นั้นแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “อาจจะ”“ไม่ใช่อาจจะ แต่เป็นจริง”เวินอวี้จือหยุดมือที่กำลังทำอยู่ “พี่ใหญ่ น้องหกนางมีจิตใจบริสุทธิ์มาตั้งแต่เกิด ก่อนหน้านี้ก็เติบโตมาจากข้างนอกอีก ไม่รู้ประสีประสา ทำผิดพลาดไปบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา เพียงแค่นางรู้สำนึกผิดและแก้ไขก็พอแล้วมิใช่หรือ? พี่ใหญ่จะถือสาอะไรนางอีกเล่า?”“จิตใจบริสุทธิ์มาตั้งแต่เกิดหรือ?”เวินฉางอวิ้นได้ยินคำพูดนี้ ก็หันไปสบตากับเวินอวี้จือ“น้องสี่ เจ้าคิดว่านางมีจิตใจบริสุทธิ์มาตั้งแต่เกิดจริงๆ หรือ?”เวินฉางอวิ้นจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขาแล้วเอ่ยถามเช่นนี้เวินอวี้จือชะงักไปเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น จากนั้นก็กล่าวด้วยสีหน

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 448

    เวินอวี้จือกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ข้าแค่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับนางเท่านั้น กฎประจำตระกูลของสกุลเวินเรา ก็ไม่ได้มีข้อไหนที่ระบุว่าพวกเราพี่น้องต้องรักใคร่กลมเกลียวกันมิใช่หรือ?”แน่นอนว่าไม่มีกฎประจำตระกูลเช่นนี้แต่เมื่อก่อนน้องสี่ก็ไม่ได้มีท่าทีเช่นนี้กับน้องห้านี่นา?เวินฉางอวิ้นที่รู้สึกว่าอาจจะมีเรื่องเข้าใจผิดอะไรบางอย่าง จึงเอ่ยถามอย่างละเอียด “เป็นเพราะน้องห้าทำอะไร? หรือว่าเจ้าได้ยินอะไรมา?”เวินอวี้จือที่รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย หยุดการกระทำในมืออีกครั้ง“ก็ได้ ในเมื่อพี่ใหญ่อยากรู้ เช่นนั้นข้าก็จะบอกท่าน แต่เรื่องนี้ข้าจะพูดเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ต่อไปอย่าได้พูดถึงเรื่องนี้ต่อหน้าข้าอีก”“ได้ เจ้าพูดมา”เวินฉางอวิ้นพยักหน้ารับเวินอวี้จือจึงกล่าวอย่างเย็นชา “เมื่อก่อนท่าทีที่ข้ามีต่อเวินซื่อนั้นก็ไม่ใช่แบบนี้จริงๆ เพราะตอนนั้นข้าป่วยบ่อย นางก็คอยดูแลข้าอยู่ที่บ้านเป็นประจำ ตามหลักแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคนควรจะดีพอสมควร แต่น่าเสียดาย ที่คนบางคนทำเหมือนจริง แต่ใจกลับไม่จริง”“ใจไม่จริงอะไร?”เวินฉางอวิ้นเอ่ยถามด้วยความสงสัยในตอนนั้นเอง เวินอวี้จือเงยหน้าขึ้นมอ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 449

    “คำพูดของเจ้าช่างเหลวไหลสิ้นดี!”เวินฉางอวิ้นมองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา “อะไรคือการมองว่าเจ้าเป็นคนปกติ? พวกเราพี่น้อง ใครบ้างที่ไม่มองว่าเจ้าเป็นคนปกติ? อีกอย่าง ถ้าน้องห้ารังเกียจเจ้าจริง จะดูแลเจ้ามานานขนาดนั้นได้อย่างไร? นางไม่มีความดีความชอบก็ต้องมีความเหนื่อยยากบ้างกระมัง แต่นี่กลับแลกกับความรู้สึกของเจ้าไม่ได้สักนิดเลยหรือ?”“ข้าบอกแล้วว่า ข้าก็ไม่ได้รังเกียจนาง เพียงแต่มันก็แค่นั้น นี่ก็ถือว่าเห็นแก่ที่นางดูแลข้ามานานขนาดนั้นแล้ว”เวินอวี้จือกล่าวอย่างเย็นชา น้ำเสียงราวกับเป็นการให้ทานเวินฉางอวิ้นก็ทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว“เจ้ามัน...เจ้ามันเกินเยียวยาจริงๆ !”ด้วยความโกรธ เวินฉางอวิ้นจึงสะบัดแขนเสื้อแล้วเดินจากไป“พี่ใหญ่ ยาของท่าน...”เวินอวี้จือตะโกนเรียกเขาจากด้านหลังน่าเสียดายที่เวินฉางอวิ้นเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่หันกลับมามองและออกจากเรือนเล็กของเขาไปแล้วเวินอวี้จือถือยาในมือ ขมวดคิ้วเล็กน้อยเขาไม่เข้าใจเขาพูดความจริงทั้งหมดแท้ๆ แต่เหตุใดพี่ใหญ่ถึงต้องคอยช่วยพูดแทนเวินซื่อนั่น?คนที่ควรจะรู้สึกน้อยใจไม่ควรจะเป็นเขาหรอกหรือ?เวินอวี้จือยืนอยู่ที่เดิม คร

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 450

    “อืม นอกจากชาวนาผู้เช่าที่ดินแล้ว ให้จ้างองครักษ์เพิ่มด้วย จัดวางไว้ทุกที่ หลังจากนี้ หากเกิดเรื่องทำลายแปลงสมุนไพรแบบคราวก่อนอีก ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็จับตัวส่งทางการได้เลย”“ขอรับ คุณหนูวางใจเถิด บ่าวได้คัดเลือกกลุ่มแรกไว้แล้ว อีกไม่นานก็จะสามารถจัดคนลงไปได้”ประสิทธิภาพในการทำงานของพ่อบ้านหลานนั้นยอดเยี่ยมจริงๆหลังจากฟังเรื่องทั้งหมดแล้ว เวินซื่อก็แสร้งทำเป็นไปที่ห้องครัวเล็ก จากนั้นก็ถือถังใบหนึ่งเดินออกมา“ในนี้คือยาน้ำที่ข้าปรุงขึ้น หลังจากเจือจางแล้วนำไปรดในแปลงสมุนไพรทั้งหมด จะสามารถเพิ่มอัตราการรอดและสรรพคุณทางยาของสมุนไพรได้”ครึ่งหนึ่งของสิ่งที่อยู่ในถังไม้นั้นคือ น้ำทิพย์จากลำธารในมิติของนางเพื่อตบตาผู้คน นางได้ปรุงยาน้ำที่ช่วยรักษาสมุนไพรขึ้นมาจริงๆ เมื่อผสมกับน้ำทิพย์แล้ว ก็กลายเป็นน้ำสีเขียวเข้ม ดูแล้วไม่มีปัญหาใดๆ เลย“ขอรับ คุณหนูวางใจเถิด”ก่อนที่พ่อบ้านหลานจะจากไป เวินซื่อก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเอ่ยกำชับ “ส่งคนไปจับตาดูความเคลื่อนไหวของจวนเจิ้นกั๋วกง หากมีอะไรผิดปกติให้รีบมารายงานทันที”“ขอรับ!”หลังจากนั้น พ่อบ้านหลานก็ถือถังน้ำนั้นออกไปแทบจะทันทีที่พ่อบ้าน

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 451

    ท่านั่งม้าเป็นขั้นพื้นฐานที่สุดอย่างแท้จริงแต่เวินซื่อเพิ่งย่อลงได้ไม่ถึงหนึ่งเค่อ ขาทั้งสองก็เริ่มปวดมากแล้ว“ยังทนไหวหรือไม่?”เป่ยเฉินหยวนสังเกตเห็นเหงื่อบาง ๆ บนใบหน้าของนาง จึงเอ่ยถามออกไป“ไหว”เวินซื่อกัดฟันพูดเป่ยเฉินหยวนพยักหน้า และไม่ได้เกลี้ยกล่อมให้นางยอมแพ้เช่นกันจับตาดูการเคลื่อนไหวของเวินซื่อต่อไป เมื่อใดที่นางทนไม่ไหวเอนเอียงไปจะคอยจับให้นางกลับไปอยู่ในท่าที่ถูกต้อง พร้อมกับคอยสังเกตสีหน้าของนางไปด้วยรอจนกระทั่งใกล้จะครบเวลาหนึ่งเค่อในครั้งที่สอง เป่ยเฉินหยวนก็พูดขึ้นอีกครั้ง “ยังทนไหวหรือไม่?”เวินซื่อยกแขนทั้งสองให้เสมอกัน ยังกัดฟันเช่นเคย “วะ...ไหว”แม้ว่านางจะรู้สึกว่าขาและแขนของนางแทบจะไม่ใช่ของตัวเองแล้ว แต่ดูเหมือนว่ายังสามารถยืนหยัดต่อไปได้สายตาของเป่ยเฉินหยวนฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย จากนั้นก็พยักหน้าอีกครั้งจนกระทั่งใกล้ครบหนึ่งเค่อครั้งที่สาม คราวนี้เป่ยเฉินหยวนไม่ได้ถามอีก แต่พูดกับนางโดยตรง “พอแล้ว พักก่อนเถอะ”ในเวลานี้เวินซื่อที่เหงื่อชุ่มเต็มหน้าแต่ยังอยากทำต่อ “ข้ายังไหว...”“ไม่ได้”เป่ยเฉินหยวนยกมือเคาะศีรษะของนางเบา ๆ “ใจร้อนจะทำให

Latest chapter

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 458

    เป่ยเฉินหยวน “ไม่ต้องแล้ว ขอบคุณสำหรับความหวังดีของคุณชายฉี แม่ชีลงจากเขาครั้งนี้ยังมีธุระอื่นอีก เกรงกว่าจะไม่สามารถไปเป็นแขกที่จวนเสนาบดีได้ ขออภัยด้วย”ฉีเซิ่งไม่สามารถเชื้อเชิญได้สำเร็จ แม้ว่าจะผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ยังเอ่ยด้วยความยินดีปรีดา “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร หากธิดาศักดิ์สิทธิ์ยังมีธุระก็รีบไปทำเลยเถอะ แค่บอกข้าว่าอีกประเดี๋ยวจะไปหาท่านได้ที่ไหนก็พอ”เวินซื่อเห็นเขามีท่าทีดึงดันที่จะมอบของขวัญชิ้นนี้ให้ได้ จึงทำได้เพียงพูดอย่างไม่มีทางเลี่ยง “ตอนนี้แม่ชีจะไปที่จวนอ๋องผู้สำเร็จราชการแทน ถ้าคุณชายฉีไม่ถือสา ก็ไปที่จวนอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนแล้วกัน”จวนอ๋องผู้สำเร็จราชการแทน?ฉีเซิ่งรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันทีพูดตามตรง เขาค่อนข้างหวาดกลัวอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนท่านนั้นจริง ๆถึงอย่างไรบารมีอันเด็ดเดี่ยวและเฉียบขาดจากร่างกายของอีกฝ่าย ก็ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปสามารถต้านทานได้จริง ๆแต่เพื่อมอบของขวัญชิ้นนี้ที่เขาตั้งอกตั้งใจเตรียมไว้ให้กับมือของเวินซื่อ ฉีเซิ่งก็ทำได้เพียงดึงดันพยักหน้าตอบว่า “ตกลง ถ้าอย่างนั้น...ก็ไปที่จวนอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนแล้วกัน”หลังจากนั้นไม่นาน เวินซื

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 457

    หลังจากนั้นไม่นาน ในตรอกแห่งนั้นก็มีคนนอนร้องโอดโอยน่าเวทนาอยู่เป็นกอง แต่ละคนใบหน้าถูกตีจนฟกช้ำดำเขียว เลือดกำเดาไหลออกมาโดยเฉพาะบนใบหน้าของชุยเส้าเจ๋อ ที่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากจู๋เยวี่ย แต่ละหมัดเข้าเนื้อ ๆ ไม่มีแบบสุกเอาเผากินเลยสุดท้ายชุยเส้าเจ๋อก็เปลี่ยนจากด่าทอเป็นร่ำไห้ขอความเมตตาเวินซื่อยืนอยู่ที่ทางเข้าตรอก เห็นว่าทุบตีไปพอสมควรแล้ว จึงเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า “พอแล้ว”สองคำนี้ ช่วยชีวิตชุยเส้าเจ๋อและพวกของเขาไว้ได้หมัดนั้นหนักมากจนพวกเขาไม่สงสัยเลยว่าตัวเองอาจจะถูกฆ่าจริง ๆเวินซื่อกวาดสายตามองพวกเขาอย่างเฉยชาอีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้าไปเตะหลี่เหลียงเซิงที่อยู่บนพื้นทีหนึ่ง “จะไปหรือไม่ไป? อย่าบอกนะว่าท่านตั้งใจจะถูกทุบตีอีกสักยก?”หลี่เหลียงเซิงที่เดิมทีนอนฟุบอยู่บนพื้นไม่มีเรี่ยวแรงขยับตัวได้ฟื้นคืนชีพภายในชั่วเวลาประเดี๋ยวเดียว กุมใบหน้าครึ่งหนึ่งที่ถูกต่อยจนบวมปูดของตัวเองไว้ แล้วรีบพูดในสภาพน้ำหูน้ำตาไหล “ไป ๆ ๆ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้!”เขาวิ่งออกไปข้างนอกทันทีภายในชั่วเวลาแวบเดียวใครจะรู้ว่าทันทีที่ก้าวออกจากปากตรอก ก็ถูกเตะปะทะหน้าอย่างฉับพลัน ถีบเข้าตรง ๆ ที่ยอ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 456

    ทันทีที่คำพูดนี้ของหลี่เหลียงเซิงถูกเอ่ยออกมา ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องให้เวินซื่อออกคำสั่งอีก จู๋เยวี่ยก็พุ่งพรวดออกไปทันที จับตัวกลับมาคนแล้วคนเล่าฉางเสี่ยวหานถือเชือกป่านไว้ในมือ มาคนไหนก็มัดคนนั้นจนเหมือนกับบ๊ะจ่าง ก่อนจะจับทั้งหมดโยนเข้าไปในรถม้าน่าเสียดายที่รถม้าเล็กเกินไป ไม่สามารถให้พวกเขานั่งได้ หลังจากโยนเข้าไปในรถม้าแล้ว ก็จับซ้อนตัวกันทั้งหมดจนเหมือนกับพีระมิด“โอ๊ย สวรรค์ เบา ๆ หน่อย เบา ๆ หน่อย!”“ไม่เกี่ยวกับข้า ไม่เกี่ยวกับข้าจริง ๆ นะ!”“ธิดาศักดิ์สิทธิ์ยกโทษให้ข้าเถอะ ทั้งหมดเป็นฝีมือของชุยซื่อจื่อกับหลี่เหลียงเซิง ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเราจริง ๆ!”คุณชายเหล่านั้นที่ถูกจับกลับมาต่างตะโกนร้องโอดโอยเมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลี่เหลียงเซิงก็ด่าเปิงทันที “ใครบอกว่าไม่เกี่ยวข้องกับพวกเจ้า? ไม่ใช่เพราะพวกเจ้าอยากดูอะไรสนุก ๆ ถึงได้พากันเอะอะโวยวายยุยงส่งเสริมอยู่ตรงนั้นหรือ!”“ระยำ หลี่เหลียงเซิง ไอ้สารเลว! เจ้าทรยศพวกเรา!”“โอ้โฮ ยังกล้าด่าข้าอีก! ที่ทรยศน่ะพวกเจ้าต่างหาก!”คนกลุ่มหนึ่งส่งเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ อยู่ตรงนั้น สีหน้าของเวินซื่อเยือกเย็นลง “เสี่ยวหาน จับพวกเขาสองคน

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 455

    “คุณชายหลี่ แม่ชีจำได้ว่ากับท่านน่าจะไม่มีความคับข้องใจหรือข้อพิพาทใด ๆ ต่อกันกระมัง? ไม่ทราบว่าวันนี้ท่านเล่นอะไรกะทันหันแบบนี้หมายความว่าอย่างไร?”หลี่เหลียงเซิงเห็นว่านางจำได้แล้ว จึงปัดฝุ่นบนเสื้อผ้า พลางหัวเราะแหะ ๆ “ธิดาศักดิ์สิทธิ์อย่าได้ถือสา ข้าน้อยเพียงเลื่อมใสศรัทธาธิดาศักดิ์สิทธิ์ อยากจะพูดคุยกับธิดาศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ แต่ก็กลัวว่าธิดาศักดิ์สิทธิ์จะปฏิเสธ จึงได้ใช้วิธีการอันโง่เขลานี้”หลี่เหลียงเซิง หลานชายของใต้เท้าฉีเสนาบดีกรมคลังเป็นคุณชายสกุลฉี และเป็นญาติผู้น้องของฉีเซิ่งด้วยนางจำได้ว่าคนผู้นี้เมื่อก่อนเหมือนกับฉีเซิ่ง มักจะคลุกคลีอยู่กับชุยเส้าเจ๋อดังนั้นนางจึงพอมีภาพจำอยู่บ้างแต่ต่อมาฉีเซิ่งก็แยกตัวจากชุยเส้าเจ๋อ แต่ดูหลี่เหลียงเซิงผู้นี้สิ…สายตาของเวินซื่อกวาดไปรอบ ๆ ไม่นานก็เห็นเงาร่างตะคุ่ม ๆ หลายร่าง หนึ่งในนั้นชัดเจนเป็นพิเศษแสร้งทำเป็นยืนอยู่ตรงนั้น เหมือนไม่มีใครจำความงุ่มง่ามของเขาได้“แล้วอย่างไรต่อ?”เวินซื่อชายตามองหลี่เหลียงเซิงแวบหนึ่งอย่างเฉยชา “หลังจากฉกชิงรถม้าของแม่ชีไปแล้ว ยังวางแผนว่าจะร่วมมือกับชุยซื่อจื่อกลั่นแกล้งแม่ชีอย่างไรอีกห

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 454

    หลังจากพูดจบ ชุยเส้าเจ๋อก็ส่งเสียงฮึดฮัดอยู่ภายในใจเขาเพียงฟังดูด้วยความอยากรู้เท่านั้น เพราะถึงอย่างไรเขาก็ไม่ใช่คนโง่เขลาล้วนเป็นสหายเลวทรามทั้งสิ้น ยังคิดได้อีกหรือว่าคำแนะนำของพวกเขานั้นเป็นการหวังดีกับเขาจริง ๆ?ชุยเส้าเจ๋อคิดกับตัวเองเช่นนี้ สหายเลวคนหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ ก็เอนตัวเข้ามาที่ห้างหูของเขา พลางกระซิบบอกเขาไม่กี่คำในตอนแรกชุยเส้าเจ๋อมีท่าทีไม่ได้สนใจมากนักแต่หลังจากที่เขาฟังจนจบ เขาก็เบิกตากว้างขึ้นทันใด ดวงตาทั้งสองเป็นประกายเล็กน้อย ท่าทางเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง“ว่าอย่างไร? ชุยซื่อจื่ออยากลงไปลองดูไหม?”คุณชายผู้นั้นสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของการแสดงออกบนใบหน้าของชุยเส้าเจ๋อ ก่อนจะแย้มยิ้มกล่าวขึ้นอย่างประสงค์ร้ายทันทีหลังจากชุยเส้าเจ๋อลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก็หันไปมองรถม้าเล็กคันนั้นที่จอดอยู่ริมถนนด้านล่างแวบหนึ่ง ไม่รู้ว่าคิดถึงสิ่งใด รอยแค้นฉายผ่านในดวงตา ก่อนจะเอ่ยขึ้น...“ไป ลงไปดูกัน”“ได้เลย!”“ไป ๆ ๆ!”“ลงไปดูอะไรสนุก ๆ กัน!”ทันทีที่ชุยเส้าเจ๋อเอ่ยปาก พวกคุณชายเหล่านั้นก็หัวเราะเฮฮาตามไปทันทีบนท้องถนนในเวลานี้รถม้าคันเล็กจอดอยู่ทางด้

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 453

    “โธ่เจ้าดูสิ นี่ก็โมโหแล้วหรือ?”“อย่าโมโหเลยนะ อย่าโมโหเลย เป็นพี่น้องกันทั้งนั้น แค่ล้อเล่นกัน พูดเล่นกันเท่านั้นเอง”“ใช่แล้วชุยซื่อจื่อ ถ้าไม่จริง แล้วจะโมโหไปทำไมเล่า?”คุณชายทั้งหลายส่งสายตาให้กัน ผลัดกันพูดประโยคแล้วประโยคเล่าจนทำให้ชุยเส้าเจ๋อพูดไม่ออกชุยเส้าเจ๋อเอ่ยอย่างขุ่นเคือง “มันไม่จริงอยู่แล้ว แต่ใครใช้ให้พวกเจ้าพูดจาสุ่มสี่สุ่มห้าที่นี่ล่ะ!”“หากยังกล้าพูดจาส่งเดชกับข้าอีกคำเดียว ก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจพวกเจ้า!”“นี่ ชุยเส้าเจ๋อ ก็บอกแล้วว่าพูดเล่นไปอย่างนั้นเอง ท่านใส่อารมณ์ขนาดนี้ทำไมกัน?”“ก็ใช่น่ะสิ”“ใครใช้ให้เมื่อครู่ท่านมองแวบเดียวก็หันหน้าหนีไปเล่า มันก็เลยทำให้ทุกคนเข้าใจผิดอย่างไรล่ะ”“ถ้ามันไม่จริง เช่นนั้นท่านก็พิสูจน์ให้พวกเราดูสิ”“ใช่แล้ว อันที่จริงตอนนี้หนึ่งในนักแสดงนำก็อยู่ข้างล่างมิใช่หรือ?”คนกลุ่มหนึ่งกำลังส่งเสียงเอะอะอยู่ตรงนั้นชุยเส้าเจ๋อที่เห็นเวินซื่อก็อารมณ์เสียอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งรู้สึกแย่ลงไปอีกเขากลอกตาใส่สหายเลวทรามกลุ่มนี้ “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าแค่ต้องการล้อเลียนข้า พิสูจน์หรือไม่พิสูจน์อะไรกัน ข้าจำเป็นต้องพิสูจน์ก

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 452

    วันรุ่งขึ้นหลังจากเวินซื่อทำวัตรเช้าเสร็จแล้วก็บอกกล่าวอาจารย์ม่อโฉว แล้วนำของขวัญสองชิ้นลงจากภูเขามุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงเดิมทีเป่ยเฉินหยวนตั้งใจจะส่งรถม้ามารับ แต่ถูกเวินซื่อปฏิเสธมีรถม้าคันเล็กอยู่แล้ว เหตุใดต้องไปรบกวนอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนอีกดังนั้นเวินซื่อพร้อมด้วยเสี่ยวหาน ทั้งสองไม่ได้เรียกแม้แต่สารถี แต่นั่งรถม้าเข้าไปในเมืองหลวงอย่างช้า ๆ เช่นนี้“นี่ ๆ ชุยซื่อจื่อรีบมองลงไปข้างล่าง!”ริมถนนที่พลุกพล่าน ชั้นบนของร้านอาหารแห่งหนึ่ง คุณชายผู้หนึ่งกำลังหมอบอยู่ที่ขอบหน้าต่างมองออกไปข้างนอกและเห็นอะไรบางอย่างในทันใด จึงรีบดึงเสื้อของชุยเส้าเจ๋อที่อยู่ข้างกายชุยเส้าเจ๋อกำลังดื่มสุราของเขาอยู่ เมื่อถูกคนดึงเสื้ออย่างฉับพลัน เขาก็พูดอย่างรำคาญใจ “เฮ้อ ทำอะไรน่ะ ไม่เห็นหรือว่ากำลังดื่มสุราอยู่ ดูสิ ถูกเจ้าทำหกหมดแล้ว”“สวรรค์ เป็นนางจริง ๆ! เฮ้อ ชุยซื่อจื่อท่านหยุดดื่มได้แล้ว รีบมาดูเร็วเข้า!”“คนข้างล่างนั่นเหมือนจะเป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์ฝูหมิง อดีตคู่หมั้นของท่านคนนั้น!”ทันทีที่คำพูดของคุณชายผู้นั้นดังขึ้น สองตาที่ตื่นเต้นดีใจของบรรดาคุณชายคนอื่น ๆ ในห้องส่วนตัวสว่างไสวขึ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 451

    ท่านั่งม้าเป็นขั้นพื้นฐานที่สุดอย่างแท้จริงแต่เวินซื่อเพิ่งย่อลงได้ไม่ถึงหนึ่งเค่อ ขาทั้งสองก็เริ่มปวดมากแล้ว“ยังทนไหวหรือไม่?”เป่ยเฉินหยวนสังเกตเห็นเหงื่อบาง ๆ บนใบหน้าของนาง จึงเอ่ยถามออกไป“ไหว”เวินซื่อกัดฟันพูดเป่ยเฉินหยวนพยักหน้า และไม่ได้เกลี้ยกล่อมให้นางยอมแพ้เช่นกันจับตาดูการเคลื่อนไหวของเวินซื่อต่อไป เมื่อใดที่นางทนไม่ไหวเอนเอียงไปจะคอยจับให้นางกลับไปอยู่ในท่าที่ถูกต้อง พร้อมกับคอยสังเกตสีหน้าของนางไปด้วยรอจนกระทั่งใกล้จะครบเวลาหนึ่งเค่อในครั้งที่สอง เป่ยเฉินหยวนก็พูดขึ้นอีกครั้ง “ยังทนไหวหรือไม่?”เวินซื่อยกแขนทั้งสองให้เสมอกัน ยังกัดฟันเช่นเคย “วะ...ไหว”แม้ว่านางจะรู้สึกว่าขาและแขนของนางแทบจะไม่ใช่ของตัวเองแล้ว แต่ดูเหมือนว่ายังสามารถยืนหยัดต่อไปได้สายตาของเป่ยเฉินหยวนฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย จากนั้นก็พยักหน้าอีกครั้งจนกระทั่งใกล้ครบหนึ่งเค่อครั้งที่สาม คราวนี้เป่ยเฉินหยวนไม่ได้ถามอีก แต่พูดกับนางโดยตรง “พอแล้ว พักก่อนเถอะ”ในเวลานี้เวินซื่อที่เหงื่อชุ่มเต็มหน้าแต่ยังอยากทำต่อ “ข้ายังไหว...”“ไม่ได้”เป่ยเฉินหยวนยกมือเคาะศีรษะของนางเบา ๆ “ใจร้อนจะทำให

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 450

    “อืม นอกจากชาวนาผู้เช่าที่ดินแล้ว ให้จ้างองครักษ์เพิ่มด้วย จัดวางไว้ทุกที่ หลังจากนี้ หากเกิดเรื่องทำลายแปลงสมุนไพรแบบคราวก่อนอีก ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็จับตัวส่งทางการได้เลย”“ขอรับ คุณหนูวางใจเถิด บ่าวได้คัดเลือกกลุ่มแรกไว้แล้ว อีกไม่นานก็จะสามารถจัดคนลงไปได้”ประสิทธิภาพในการทำงานของพ่อบ้านหลานนั้นยอดเยี่ยมจริงๆหลังจากฟังเรื่องทั้งหมดแล้ว เวินซื่อก็แสร้งทำเป็นไปที่ห้องครัวเล็ก จากนั้นก็ถือถังใบหนึ่งเดินออกมา“ในนี้คือยาน้ำที่ข้าปรุงขึ้น หลังจากเจือจางแล้วนำไปรดในแปลงสมุนไพรทั้งหมด จะสามารถเพิ่มอัตราการรอดและสรรพคุณทางยาของสมุนไพรได้”ครึ่งหนึ่งของสิ่งที่อยู่ในถังไม้นั้นคือ น้ำทิพย์จากลำธารในมิติของนางเพื่อตบตาผู้คน นางได้ปรุงยาน้ำที่ช่วยรักษาสมุนไพรขึ้นมาจริงๆ เมื่อผสมกับน้ำทิพย์แล้ว ก็กลายเป็นน้ำสีเขียวเข้ม ดูแล้วไม่มีปัญหาใดๆ เลย“ขอรับ คุณหนูวางใจเถิด”ก่อนที่พ่อบ้านหลานจะจากไป เวินซื่อก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเอ่ยกำชับ “ส่งคนไปจับตาดูความเคลื่อนไหวของจวนเจิ้นกั๋วกง หากมีอะไรผิดปกติให้รีบมารายงานทันที”“ขอรับ!”หลังจากนั้น พ่อบ้านหลานก็ถือถังน้ำนั้นออกไปแทบจะทันทีที่พ่อบ้าน

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status