Home / วาย / หนึ่งนิรันดร์กาลพานพบ / บทที่ 1 ตื่นจากฝัน

Share

หนึ่งนิรันดร์กาลพานพบ
หนึ่งนิรันดร์กาลพานพบ
Author: ปีกปักษา

บทที่ 1 ตื่นจากฝัน

last update Huling Na-update: 2025-02-21 20:29:15

“บางทีนี่อาจเป็นปาฏิหาริย์ ความยึดติดของท่านที่พันธนาการข้าเอาไว้ และความยึดติดของข้าที่ดื้อดึงไม่ยอมจากไปไหน ท่านคาลรอส ท่านอยู่ที่ไหนขอรับ...”

เสียงถ้อยคำที่กับดังมาจากห้วงเวลาอันแสนไกล ทั้งที่สายตากลับมองเห็นผู้ที่เอื้อนเอ่ยอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือคว้า ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งใบหน้าเรียวได้รูปกับดวงตาคู่นั้นเป็นใครกัน...ทำไมถึงได้รู้สึกคุ้นเคยแบบนี้นะ...

5.00 pm

ติ๊ด ๆ ติ๊ด ๆ

เสียงเตือนจากโทรศัพท์มือถือที่ถูกตั้งเวลาเอาไว้ ปลุกคาลรอสให้ตื่นในเวลาเดิมเหมือนอย่างทุกที ร่างหนาขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงนอน ดึงม่านหน้าต่างให้เปิดออกเพื่อมองดูแสงอาทิตย์ยามเย็น

คาลรอส ชายหนุ่มรูปร่างสูงหุ่นสมาร์ท คิ้วเข้มได้รูป รับกับใบหน้าคมอย่างลงตัว เจ้าของร้านเหล้าแห่งหนึ่งในถนนสายยามราตรี ดวงตาคมมองออกไปนอกหน้าต่างห้องนอนที่อยู่บนตึกสูงหลายสิบชั้น ดูรถราที่วิ่งไปมาและแสงไฟตามหัวมุมถนนที่เริ่มเปิดขึ้นบางส่วนเพื่อรอรับยามราตรีที่กำลังจะมาถึง

คาลรอสพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะหันหลังเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวไปที่ร้านของตนเหมือนอย่างทุกที

...

ร้าน...พบกันอีกครั้ง...

ร่างสูงในชุดเสื้อแขนยาวเข้ารูปสีดำ เดินเข้าไปทางหลังร้านและตรงไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเงียบ ๆ คาลรอสถอดเสื้อแขนยาวสีดำออกเหลือแต่เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาและหยิบเสื้อกั๊กของบาร์เทนเดอร์จากในตู้ล็อกเกอร์เข้ามาสวมทับแทน

“วันนี้ก็เป็นบาร์เทนเดอร์เหรอครับบอส” เทียร์ หนึ่งในบรรดาลูกน้องหลายคนคาลรอสเอ่ยขึ้น เมื่อเขาเดินเข้ามาในห้องและเห็นเจ้านายของตนกำลังใส่เสื้อของบาร์เทนเดอร์อยู่

“อืม สนุกดี ๆ น่ะ” คาลรอสตอบสั้น ๆ ก่อนที่จะเดินผ่านหน้าเทียร์ออกไปที่เคาน์เตอร์บาร์และส่งสายตาเป็นเชิงให้ผู้ที่ทำหน้าที่บาร์เทนเดอร์ตัวจริงออกไปทำอย่างอื่นแทน

นิสัยแปลกประหลาดของคาลรอสเป็นสิ่งที่พนักงานในร้านคุ้นชินเป็นอย่างดี เขามักจะทำงานในตำแหน่งต่าง ๆ ของร้านอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นงานพ่อครัวหรือเด็กซื้อของหรืองานที่ต้องพบเจอกับลูกค้าอย่างบริกรก็ตามที แต่ตำแหน่งที่เขาชอบทำที่สุดก็คือบาร์เทนเดอร์ เพราะเขาสามารถเฝ้ามองแขกที่เข้ามาเที่ยวที่ร้านได้เกือบทั้งหมดนั่นเอง

การทำงานในตำแหน่งต่าง ๆ ภายในร้านของคาลรอส ไม่ใช่ลักษณะที่เจ้าของกำลังทำงานภายในร้านของตัวเอง แต่มันคล้ายกับเขากำลังพยายามตามหาใครสักคนอยู่มากกว่า เพราะแบบนั้นแขกที่มาเที่ยวส่วนใหญ่จึงมักจะเข้าใจว่าคาลรอสเป็นแค่พนักงานที่ทำงานอยู่ที่นี่เท่านั้น แถมพนักงานทั้งหมดก็ยังถูกสั่งห้ามไม่ให้พูดจาเหมือนว่าเขาเป็นเจ้าร้านในขณะที่กำลังทำงานอยู่อีกด้วย

...

ชายหนุ่มคนเดิมกับประโยคเดิม ๆ ในทุกค่ำคืน รูปร่างหน้าตาและท่าทางที่คุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูกของคนที่อยู่ในฝัน มันทำให้เขารู้สึกเศร้าทุกครั้ง และยิ่งนานวันทั้งความเศร้าและความฝันก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้นทุกที จนกระทั่งคาลรอสตัดสินใจที่จะตามหาคนคนนั้นให้พบอย่างจริงจัง เพื่อหาสาเหตุเกี่ยวกับความฝันของเขา

แต่การตามหาใครสักคนที่มาจากในความฝันมันดูไร้สาระสำหรับคนทั่วไปมาก เขาจึงไม่เคยพูดเรื่องนี้ให้ใครฟังเลยสักครั้ง ก่อนหน้านั้นคาลรอสจึงมักจะไปในสถานที่ที่มีผู้คนมากมายและมองหาคนที่อยู่ในความฝัน แต่มันก็เหมือนกับการตามหาต้นไม้สักต้นในป่าใหญ่ ยิ่งหาเท่าไรก็ยิ่งหมดหวังมากขึ้นเท่านั้น

พอนานวันเข้าความเศร้าที่หาสาเหตุไม่ได้ก็เริ่มกัดกินจิตใจจนกลายเป็นความรู้สึกว่างเปล่า จากคนที่มีนิสัยเงียบขรึมก็กลายเป็นคนเย็นชา และหมกมุ่นอยู่กับคนในความฝันของตนเองเท่านั้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่คาลรอสเปิดร้านเหล้านี้ขึ้นมา เพื่อหวังว่าคนที่เขาตามหาอาจจะบังเอิญเข้ามาเที่ยวที่ร้านแห่งนี้ในสักวันหนึ่งก็ได้...

...

คืนนี้ที่ร้านแขกดูจะเยอะมากเป็นพิเศษ ลูกค้าหลายคนมานั่งดื่มที่เคาน์เตอร์บาร์ บางคนมากับคู่รัก บางคนมากับเพื่อน หรือบางคนก็มาเพียงลำพังพร้อมกับปัญหาภายในใจและใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อคลายทุกข์

คาลรอสชงเครื่องดื่มหลากหลายชนิดแก้วแล้วแก้วเล่าให้กับแขกที่มาเที่ยว จนเวลาผ่านไปค่อนคืนบรรยากาศและเสียงเพลงที่ครึกครื้นเริ่มเปลี่ยนเป็นจังหวะที่ผ่อนคลายเมื่อใกล้ถึงเวลาปิดร้าน แขกที่มาเที่ยวเริ่มทยอยกลับจนบางตาเหลือเพียงไม่กี่โต๊ะ คาลรอสยิ้มเยาะกับตัวเองสายตามองแขกที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่คนภายในร้าน

‘ฮึ! วันนี้ก็เหมือนเดิม หาไม่เจออีกแล้วสินะ’

มือหนาเอื้อมหยิบเหล้าดีกรีสูงในชั้นวางหลังเคาน์เตอร์บาร์มาเทใส่แก้วเพียว ๆ เกือบครึ่งแก้ว ก่อนจะยกมันเทใส่ปากตัวเองแบบรวดเดียวหมด สายตาแห่งความผิดหวังมองแก้วที่ว่างเปล่าในมือก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่และเทเหล้าเพิ่มลงไปอีกครึ่งแก้ว

“เทียร์ นั่น ๆ บอสดื่มอีกแล้วว่ะ” เสียงบริกรคนหนึ่งในร้านกระซิบบอกกับเทียร์เบา ๆ เมื่อเห็นเจ้านายกำลังจะมอมเหล้าตัวเอง

“อืม อีกเดี๋ยวก็ได้เวลาปิดร้านแล้ว ไปเรียกบาร์เทนเดอร์ตัวจริงมาเปลี่ยนบอสไป”

“ได้ ๆ”

“บอสครับ อีกเดี๋ยวก็ปิดร้านแล้ว ตรงนี้ให้ผมจัดการต่อดีกว่าครับ”บาร์เทนเดอร์ประจำร้านที่ในขณะนี้อยู่ในชุดของบริกร เอ่ยปากกับเจ้านายของตนเบา ๆ พอให้ได้ยินด้วยท่าทางสุภาพอย่างที่สุด คาลรอสปลายตา มองลูกน้อง ก่อนจะวางแก้วเหล้าที่ว่างเปล่าในมือและลุกเดินออกจากเคาน์เตอร์บาร์เข้าไปทางห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าด้านหลังร้านทันที

...

ร่างสูงที่อยู่ในอาการกึ่งเมาทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปหลายแก้วหรือเป็นเพราะความหมกมุ่นของตัวเองกันแน่ ที่ทำให้ตอนนี้ภายในใจของคาลรอสรู้สึกคิดถึงแต่คนที่อยู่ในฝันของตนเท่านั้น

“นายอยู่ไหนกันนะ” เสียงที่พึมพำออกมาเบาๆ อย่างหมดหวัง บางส่วนภายในใจก็ยังอดหัวเราะตัวเองไม่ได้อยู่ดี ที่ต้องมาทำอะไรไร้สาระเพราะความฝันบ้า ๆ แบบนี้ แต่ถึงจะรู้เขาก็ยังคงยึดติดและไม่สามารถเลิกคิดถึงมันได้สักที

เมื่อพอจะตั้งสติได้คาลรอสจึงลุกขึ้นหยิบเสื้อแขนยาวที่พาดอยู่บนพนักเก้าอี้ขึ้นมาถือไว้ในมือและเตรียมจะออกจากร้าน เพื่อเดินไปเรื่อย ๆ ตามถนนเหมือนอย่างเคย เผื่อว่าบางทีอาจจะโชคดีเจอคนที่กำลังตามหาอยู่ก็ได้

...

เวลาที่ดึกดื่นค่อนคืนแบบนี้บนถนนหนทางผู้คนจึงแทบไม่มีใครเดินผ่านไปผ่านมาสักเท่าไร สภาพที่เซไปเซมาของคาลรอสจึงไม่ได้สร้างปัญหาให้กับใคร แต่เพราะดีกรีความเมาที่อยู่ภายในร่างกายเลยทำให้เขามองเห็นแสงไฟริมทางซ้อนกันไปมาและเริ่มเดินไม่ตรงทางเพราะมองเห็นถนนเป็นทางโค้งอย่างช่วยไม่ได้

...

ในตรอกมุมมืดริมถนน...เสียงเอะอะโวยวายที่ดังออกมา ดึงความสนใจของคาลรอสที่กำลังจะเดินผ่านไปพอดี สายตาคมเหลือบมอง ชายเคราะห์ร้ายที่ดูเหมือนว่ากำลังจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด

“หน็อย! อวดดีนักเหรอ ไอ้เวรตะไลนี่!”

นักเลงหัวไม้หนึ่งในสองคนผลักเข้าที่อกของชายหนุ่มจนชนเข้ากับกำแพงด้านหลังอย่างแรง ถึงจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบเพราะมีลำพังตัวคนเดียว แต่ชายหนุ่มกลับไม่มีทีท่าที่หวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำสายตาที่มองยังมีแววต่อสู้ออกมาอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งนั่นทำให้นักเลงสองคนนั้นรู้สึกเหมือนกำลังถูกท้าทายซึ่งหน้า จนอยากสั่งสอนให้ไอ้คนอวดดีแบบเขาได้รู้สำนึกเสียบ้าง

“มองแบบนี้ อยากตายนักใช่มั้ย!”

หนึ่งในนั้นกระชากคอเสื้อของชายหนุ่มขึ้นมาก่อนจะตั้งหมัดเตรียมประเคนกำปั้นเข้าใส่ทันที ในขณะนั้นเองเพื่อนนักเลงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กลับกระเด็นออกไปอย่างไม่ทันตั้งตัวเพราะแรงถีบที่โผล่มาจากเงามืดแบบไม่รู้ตัว ทำให้หมัดที่กำลังจะปะทะเข้ากับหน้าของชายหนุ่มชะงักค้างอยู่กลางอากาศ

เขาจึงใช้จังหวะนั้นสวนหมัดออกไปในทันที นักเลงร่างใหญ่เซไปทางด้านหลังหลายก้าว พอจะหันมาตั้งหลักได้กลับถูกหมัดของคนที่มาจากไหนก็ไม่รู้ เสยเข้าไปที่ปลายคางจนล้มทั้งยืนและไม่ทีท่าว่าจะลุกขึ้นมาได้อีก

เพื่อนนักเลงที่โดนถีบอยู่ก่อนหน้า ทำท่าว่าจะเข้ามาช่วยเพื่อนแต่พอเห็นสายตาของคนที่โผล่เข้ามา กลับกลัวจนวิ่งหนีไปอย่างไม่ห่วงเพื่อนร่วมชะตากรรมเลยแม้แต่น้อย

เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง ชายหนุ่มเคราะห์ร้ายก็หันมามองคนที่โผล่เข้ามาช่วยเหลือตัวเอง แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรออกมาก็ถูกคาลรอสดันหน้าอกตัวเองจนชิดกับกำแพงด้านหลัง วงแขนแกร่งเท้ายันกำแพงเอาไว้โดยมีชายหนุ่มแปลกหน้าอยู่ตรงกลางเขาจึงไม่สามารถขยับหนีไปไหนไม่ได้นอกจากยืนอยู่เฉยด้วยความประหลาดใจ

แสงไฟริมทางที่ส่องเข้ามาสลัวๆ ทำให้คาลรอสเห็นหน้าของชายหนุ่มไม่ชัดเท่าไรนัก เขาจึงต้องขยับหน้าเข้าไปใกล้ๆ เพื่อดูให้แน่ใจ ปลายจมูกที่แนบชิดลงมาใกล้ใบหน้าเนียนจนชายหนุ่มแปลกหน้าสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่พ่นออกมา

“เจอแล้ว ในที่สุดก็เจอจนได้” คาลรอสเอ่ยพร้อมกับยิ้มออกมาด้วยความดีใจ สายตาเป็นประกาย แต่ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ดื่มไปหลายแก้วในค่ำคืนนี้ ทำให้เขาไม่แน่ใจว่าตอนนี้ตัวเองเมาจนเห็นภาพหลอนหรือว่ากำลังฝันไปกันแน่

“นี่ นี่คุณรู้จักผมเหรอ” ชายหนุ่มถามขึ้นอย่างสงสัย

คาลรอสยกยิ้มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะคว้าตัวชายหนุ่มตรงหน้าเข้ามากอดเอาไว้แนบอก แต่ด้วยร่างกายที่สูงใหญ่กว่าบวกกับความเมาทำให้ร่างของชายหนุ่มดูคล้ายกับกำลังถูกกดไว้บนกำแพงเสียมากกว่า

“เฮ้ย! นี่คุณ ทำบ้าอะไรเนี่ย” ชายแปลกหน้าตกใจจนสบทใส่อย่างลืมตัว

“โคลว์ ในที่สุดฉันก็หานายเจอ...”

“นี่คุณ!!...”

เมื่อสิ้นประโยคคาลรอสที่เมาจนคุมตัวเองไม่อยู่ก็ทิ้งน้ำหนักตัวลงทั้งหมดไปบนร่างสูงโปร่งและหลับไปทั้งแบบนั้น

ส่วนชายหนุ่มที่ทีแรกตั้งใจจะโวยวายและพยายามผลักร่างหนาออกตามสัญชาตญาณ แต่เมื่อได้ยินประโยคที่คาลรอสพูดออกมา การกระทำทั้งหมดกลับชะงักนิ่งและเปลี่ยนมาประคองร่างนั้นเอาไว้อย่างมั่นคงทันที

‘ท่านคาลรอส! ทำไมถึงยังไม่ลืมผมไปอีกล่ะครับ...’

***

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Kaugnay na kabanata

  • หนึ่งนิรันดร์กาลพานพบ   บทที่ 2 ภาพลวงตา

    12.00 น. ณ อพาร์ทเม้นท์เก่าในย่านชุมชนแสงแดดยามบ่ายที่ส่องผ่านทะลุผ้าม่านเข้ามากระทบเปลือกตา ทำให้คนที่หลับอยู่เหมือนถูกปลุกให้ตื่นทั้งที่ยังไม่ถึงเวลา ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ดีกรีสูงที่ดื่มเข้าไปหลายแก้วทำให้คาลรอสรู้สึกหนักหัวจนไม่อยากลืมตาขึ้นมาแม้แต่นิดเดียวมือหนาควานหาคว้าผ้าห่มที่กองอยู่ใต้เอวขึ้นมาคลุมโปร่งบังแสงอ่อนที่สาดส่องทำท่าว่าจะหลับต่ออีกสักหน่อย แต่ความทรงจำเลือนรางในคืนที่ผ่านมา ทำให้สมองหนักอึ้งพยายามรื้อค้นคิดทบทวนมันอีกครั้ง ‘อืม...คราวนี้ฝันแปลกกว่าทุกที สงสัยจะคงดื่มมากไปหน่อย...’อาการเมาค้างและความงัวเงียทำให้ร่างสูงใต้ห่มสรุปเอาง่าย ๆ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนมันก็แค่ความฝัน ทว่ากลิ่นอับของผ้าห่มผืนหนาที่โชยเข้าจมูกและผิวสัมผัสของที่นอนที่ไม่สบายตัวเหมือนทุกที ทำให้เขาต้องฝืนโผล่หน้าออกมาและเปิดตาหรี่มองรอบตัวอย่างเสียไม่ได้ไม่กี่วินาที เมื่อสิ่งที่อยู่ในครรลองสายตาชัดเจนขึ้น ดวงตาที่หรี่ดูก็เปิดกว้างมองภาพห้องนอนที่ไม่คุ้นเคย สภาพห้องที่ดูค่อนข้างแคบกลางเก่ากลางใหม่ กับข้าวของเครื่องใช้ธรรมดาที่จัดวางแบบไม่ค่อยเป็นระเบียนและไม่เป็นสัดส่วนสักเท่าไร หรืออาจเรีย

    Huling Na-update : 2025-02-21
  • หนึ่งนิรันดร์กาลพานพบ   บทที่ 3 จับผิด

    05.00 pm. หน้าอพาร์ทเม้นท์เก่าย่านชุมชนเมฆที่ก่อตัวหนาทำให้มีสายฝนโปรยปรายลงมาตั้งแต่ช่วงบ่าย อากาศจึงค่อนข้างเย็นเพราะความชื้นสะสม ในมุมหนึ่งของป้ายรอประจำทางที่สามารถหลบสายตาของคนที่ในอาพาร์ทเม้นท์ที่มองลงมาได้เป็นอย่างดี ร่างสูงยืนพิงหัวเสา ลอบมองขึ้นไปยังหน้าต่างห้องพักชั้นสองที่เขาพึ่งลงมาได้ราวสี่ห้าชั่วโมงเป็นระยะอย่างจับสังเกตก่อนหน้านั้น หลังจากที่คาลรอสออกมาจากห้องพักของเลฟ เขาก็สอบถามกับเจ้าของอพาร์ทเม้นท์และคนแถวนี้เกี่ยวกับเรื่องของเจ้านั่น ไม่มีใครรู้จักเจ้าหนุ่มที่บอกว่าตัวเองชื่อ ‘เลฟ’ เลยสักคน ยิ่งรูปร่างหน้าตาที่เขาพยายามอธิบาย ทุกคนในละแวกนี้ต่างตอบเหมือนกันว่าไม่เคยเห็นคนที่เขาพูดถึงแม้แต่คนเดียว แปลกไปกว่านั้นก็คือ คนแถวนี้บอกว่า ชายหนุ่มที่พักอยู่ในห้องนั้นชื่อ ‘นิค’ เป็นวัยรุ่นขี้ยา ขยะเปื่อยที่ชอบข้องแวะกับพวกนักเลงหัวไม้อยู่เป็นประจำ แถมรูปร่างหน้าตาก็ยังเป็นคนละคนกับที่เขาเห็นอย่างสิ้นเชิง ราวกับว่าเลฟที่เขาถามหาเป็นภูตผีที่ไม่มีตัวตนอย่างไรอย่างนั้นแน่นอนว่าความคิดนี้เป็นเรื่องไร้สาระ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นภายในห้องพักนั้น เขารู้ว่าเจ้านั่นคือคนปกติที่สัม

    Huling Na-update : 2025-03-07
  • หนึ่งนิรันดร์กาลพานพบ   บทที่ 4 โกหก

    06.00 am. แสงแดดอ่อนสะท้อนเงาบนพื้นถนนชุ่มน้ำในเช้าของวันใหม่ที่อากาศเริ่มดีขึ้นนิดหน่อย หลังจากสายฝนที่โปรยปรายลงมาเกือบจะทั้งคืน วงจรชีวิตในย่านชุมชนแบบสังคมระดับล่างเริ่มต้นอีกครั้ง ผู้คนบนถนนหนาตามากขึ้น ตามรูปแบบของการดิ้นรนที่จะใช้ชีวิตให้อยู่รอดไปในแต่ละวันของผู้คนย่านนี้ ทว่าคาลรอสยังคงนั่งอยู่ที่เดิม สายตาคอยลอบมองไปยังหน้าต่างห้องพักชั้นสองของเลฟอยู่ระยะ ร่างสูงกระชับแจ็คเก็ตที่สวมแน่นขึ้นนั่งซุกมือสองข้างไว้กระเป๋าเสื้อ ถึงแม้ว่าเขาจะมีร่างกายที่แข็งแรง แต่การไม่ได้พักผ่อนมาเกือบยี่สิบชั่วโมงท่ามกลางละอองฝนและอากาศที่เย็นจัดก็ทำให้แย่เอาได้เหมือนกันความปวดหนึบที่หัวและอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นภายในกาย ทำให้คาลรอสรู้สึกหนักเนื้อหนักตัวไปหมด ทั้งยังมีอาการอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด แต่จะให้ละสายตาหรือไปจากที่นี่ชั่วคราวเพื่อพักผ่อนสักครู่เขาก็ทำไม่ได้เหมือนกัน ด้วยมีลางสังหรณ์ว่าคนที่อยู่ภายในห้องนั้นอาจกลายเป็นอากาศธาตุหายไปราวภูตผีหรือภาพลวงตา...จากบ่ายถึงค่ำ จากค่ำถึงเช้าอีกวันจนกระทั่งเริ่มสาย ความกระวนกระวายใจของลางสังหรณ์ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ พอ ๆ กับความปวดหนึบที่หั

    Huling Na-update : 2025-03-10

Pinakabagong kabanata

  • หนึ่งนิรันดร์กาลพานพบ   บทที่ 4 โกหก

    06.00 am. แสงแดดอ่อนสะท้อนเงาบนพื้นถนนชุ่มน้ำในเช้าของวันใหม่ที่อากาศเริ่มดีขึ้นนิดหน่อย หลังจากสายฝนที่โปรยปรายลงมาเกือบจะทั้งคืน วงจรชีวิตในย่านชุมชนแบบสังคมระดับล่างเริ่มต้นอีกครั้ง ผู้คนบนถนนหนาตามากขึ้น ตามรูปแบบของการดิ้นรนที่จะใช้ชีวิตให้อยู่รอดไปในแต่ละวันของผู้คนย่านนี้ ทว่าคาลรอสยังคงนั่งอยู่ที่เดิม สายตาคอยลอบมองไปยังหน้าต่างห้องพักชั้นสองของเลฟอยู่ระยะ ร่างสูงกระชับแจ็คเก็ตที่สวมแน่นขึ้นนั่งซุกมือสองข้างไว้กระเป๋าเสื้อ ถึงแม้ว่าเขาจะมีร่างกายที่แข็งแรง แต่การไม่ได้พักผ่อนมาเกือบยี่สิบชั่วโมงท่ามกลางละอองฝนและอากาศที่เย็นจัดก็ทำให้แย่เอาได้เหมือนกันความปวดหนึบที่หัวและอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นภายในกาย ทำให้คาลรอสรู้สึกหนักเนื้อหนักตัวไปหมด ทั้งยังมีอาการอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด แต่จะให้ละสายตาหรือไปจากที่นี่ชั่วคราวเพื่อพักผ่อนสักครู่เขาก็ทำไม่ได้เหมือนกัน ด้วยมีลางสังหรณ์ว่าคนที่อยู่ภายในห้องนั้นอาจกลายเป็นอากาศธาตุหายไปราวภูตผีหรือภาพลวงตา...จากบ่ายถึงค่ำ จากค่ำถึงเช้าอีกวันจนกระทั่งเริ่มสาย ความกระวนกระวายใจของลางสังหรณ์ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ พอ ๆ กับความปวดหนึบที่หั

  • หนึ่งนิรันดร์กาลพานพบ   บทที่ 3 จับผิด

    05.00 pm. หน้าอพาร์ทเม้นท์เก่าย่านชุมชนเมฆที่ก่อตัวหนาทำให้มีสายฝนโปรยปรายลงมาตั้งแต่ช่วงบ่าย อากาศจึงค่อนข้างเย็นเพราะความชื้นสะสม ในมุมหนึ่งของป้ายรอประจำทางที่สามารถหลบสายตาของคนที่ในอาพาร์ทเม้นท์ที่มองลงมาได้เป็นอย่างดี ร่างสูงยืนพิงหัวเสา ลอบมองขึ้นไปยังหน้าต่างห้องพักชั้นสองที่เขาพึ่งลงมาได้ราวสี่ห้าชั่วโมงเป็นระยะอย่างจับสังเกตก่อนหน้านั้น หลังจากที่คาลรอสออกมาจากห้องพักของเลฟ เขาก็สอบถามกับเจ้าของอพาร์ทเม้นท์และคนแถวนี้เกี่ยวกับเรื่องของเจ้านั่น ไม่มีใครรู้จักเจ้าหนุ่มที่บอกว่าตัวเองชื่อ ‘เลฟ’ เลยสักคน ยิ่งรูปร่างหน้าตาที่เขาพยายามอธิบาย ทุกคนในละแวกนี้ต่างตอบเหมือนกันว่าไม่เคยเห็นคนที่เขาพูดถึงแม้แต่คนเดียว แปลกไปกว่านั้นก็คือ คนแถวนี้บอกว่า ชายหนุ่มที่พักอยู่ในห้องนั้นชื่อ ‘นิค’ เป็นวัยรุ่นขี้ยา ขยะเปื่อยที่ชอบข้องแวะกับพวกนักเลงหัวไม้อยู่เป็นประจำ แถมรูปร่างหน้าตาก็ยังเป็นคนละคนกับที่เขาเห็นอย่างสิ้นเชิง ราวกับว่าเลฟที่เขาถามหาเป็นภูตผีที่ไม่มีตัวตนอย่างไรอย่างนั้นแน่นอนว่าความคิดนี้เป็นเรื่องไร้สาระ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นภายในห้องพักนั้น เขารู้ว่าเจ้านั่นคือคนปกติที่สัม

  • หนึ่งนิรันดร์กาลพานพบ   บทที่ 2 ภาพลวงตา

    12.00 น. ณ อพาร์ทเม้นท์เก่าในย่านชุมชนแสงแดดยามบ่ายที่ส่องผ่านทะลุผ้าม่านเข้ามากระทบเปลือกตา ทำให้คนที่หลับอยู่เหมือนถูกปลุกให้ตื่นทั้งที่ยังไม่ถึงเวลา ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ดีกรีสูงที่ดื่มเข้าไปหลายแก้วทำให้คาลรอสรู้สึกหนักหัวจนไม่อยากลืมตาขึ้นมาแม้แต่นิดเดียวมือหนาควานหาคว้าผ้าห่มที่กองอยู่ใต้เอวขึ้นมาคลุมโปร่งบังแสงอ่อนที่สาดส่องทำท่าว่าจะหลับต่ออีกสักหน่อย แต่ความทรงจำเลือนรางในคืนที่ผ่านมา ทำให้สมองหนักอึ้งพยายามรื้อค้นคิดทบทวนมันอีกครั้ง ‘อืม...คราวนี้ฝันแปลกกว่าทุกที สงสัยจะคงดื่มมากไปหน่อย...’อาการเมาค้างและความงัวเงียทำให้ร่างสูงใต้ห่มสรุปเอาง่าย ๆ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนมันก็แค่ความฝัน ทว่ากลิ่นอับของผ้าห่มผืนหนาที่โชยเข้าจมูกและผิวสัมผัสของที่นอนที่ไม่สบายตัวเหมือนทุกที ทำให้เขาต้องฝืนโผล่หน้าออกมาและเปิดตาหรี่มองรอบตัวอย่างเสียไม่ได้ไม่กี่วินาที เมื่อสิ่งที่อยู่ในครรลองสายตาชัดเจนขึ้น ดวงตาที่หรี่ดูก็เปิดกว้างมองภาพห้องนอนที่ไม่คุ้นเคย สภาพห้องที่ดูค่อนข้างแคบกลางเก่ากลางใหม่ กับข้าวของเครื่องใช้ธรรมดาที่จัดวางแบบไม่ค่อยเป็นระเบียนและไม่เป็นสัดส่วนสักเท่าไร หรืออาจเรีย

  • หนึ่งนิรันดร์กาลพานพบ   บทที่ 1 ตื่นจากฝัน

    “บางทีนี่อาจเป็นปาฏิหาริย์ ความยึดติดของท่านที่พันธนาการข้าเอาไว้ และความยึดติดของข้าที่ดื้อดึงไม่ยอมจากไปไหน ท่านคาลรอส ท่านอยู่ที่ไหนขอรับ...” เสียงถ้อยคำที่กับดังมาจากห้วงเวลาอันแสนไกล ทั้งที่สายตากลับมองเห็นผู้ที่เอื้อนเอ่ยอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือคว้า ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งใบหน้าเรียวได้รูปกับดวงตาคู่นั้นเป็นใครกัน...ทำไมถึงได้รู้สึกคุ้นเคยแบบนี้นะ... 5.00 pm ติ๊ด ๆ ติ๊ด ๆ เสียงเตือนจากโทรศัพท์มือถือที่ถูกตั้งเวลาเอาไว้ ปลุกคาลรอสให้ตื่นในเวลาเดิมเหมือนอย่างทุกที ร่างหนาขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงนอน ดึงม่านหน้าต่างให้เปิดออกเพื่อมองดูแสงอาทิตย์ยามเย็น คาลรอส ชายหนุ่มรูปร่างสูงหุ่นสมาร์ท คิ้วเข้มได้รูป รับกับใบหน้าคมอย่างลงตัว เจ้าของร้านเหล้าแห่งหนึ่งในถนนสายยามราตรี ดวงตาคมมองออกไปนอกหน้าต่างห้องนอนที่อยู่บนตึกสูงหลายสิบชั้น ดูรถราที่วิ่งไปมาและแสงไฟตามหัวมุมถนนที่เริ่มเปิดขึ้นบางส่วนเพื่อรอรับยามราตรีที่กำลังจะมาถึง คาลรอสพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะหันหลังเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวไปที่ร้านของตนเหมือนอย่างทุกที ... ร้าน...พบกันอีกครั้ง... ร่างสูงในชุดเสื้อแขนยา

Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status