“ติณครับ ทั้งชื่อเล่นและชื่อจริง”“ชื่อเพราะเหลือเกินนะ” คุณหญิงวาสนายิ้มกว้าง นัยนาเข้าใจตั้งชื่อบุตรชาย เพราะนี่คือชื่อของสามีเธอ ผู้มีศักดิ์เป็นตาของติณณ์นั่นเอง นัยนาที่ตอนนี้กำลังอยู่ในครัวกับสะใภ้ แต่ขณะที่กำลังจัดโต๊ะ หูกลับได้ยินบุตรชายพูดคุยกับใครที่หน้าบ้านแว่วๆ จึงเอ่ยถามทั้งๆ ที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาดู“ใครมาเหรอติณ”“คุณยายคนนี้บอกว่ามาขอพบแม่ครับ” คำตอบของบุตรชาย ทำให้นัยนาเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเห็นว่าเป็นใคร จานในมือถึงกับร่วงพร้อมอุทานออกมาอย่างตกใจและคาดไม่ถึงว่าจะได้พบมารดา“คุณแม่!”“แม่คะ” ณัฐชยาเข้าไปพยุงร่างของนัยนาไว้ เนื่องจากมีอาการเซเล็กน้อย ส่วนติณณ์รีบเข้าไปช่วยพยุงอีกคน“แม่...เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”“เปล่าลูกเปล่า” นัยนาเอ่ยตอบบุตรชาย ก่อนจะมองหน้าสองคนสลับกันไปมา ติณณ์รับรู้ได้ในทันทีว่าจะต้องมีเรื่องราวบางอย่างที่ไม่ปกติเกิดขึ้นแน่นอน และก็จร
“รับไปเถอะ อย่าขัดใจคนแก่เลยนะ”“ขอบพระคุณมากค่ะคุณยาย” ณัฐชยาเอ่ยขอบคุณพร้อมทั้งยกมือไหว้คุณหญิงวาสนา“รักติณให้มากๆ นะซอ มีอะไรก็ถนอมน้ำใจกันและกันให้มาก แต่งงานอยู่กินกันก็เหมือนเป็นคนคนเดียวกัน หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัย”“ค่ะ”“อ้อ...อีกข้อ มีเหลนให้ยายอุ้มเร็วๆ นะ ยายแก่แล้ว” คำพูดของคุณหญิงวาสนาทำให้ณัฐชยาขัดเขิน หญิงสาวเริ่มทำตัวไม่ถูก เพราะไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร คุณหญิงวาสนานึกเอ็นดูหลานสะใภ้คนนี้อย่างบอกไม่ถูก แม้จะเพิ่งเคยพบหน้ากัน แต่กลับรู้สึกว่าถูกชะตาเมื่อมีโอกาสได้พบหน้า คุณหญิงวาสนาจึงอยู่กับบุตรสาวให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งขณะนั้นคนของเจริญเองก็เฝ้าสังเกตอยู่ห่างๆ เพื่อรอโอกาส พร้อมกับโทรศัพท์ไปรายงานผู้เป็นนายทุกระยะ ว่าตอนนี้บรรดาเป้าหมายกำลังทำอะไรอยู่“ว่าไงบ้างคุณ”“เราไปช้ากว่านังคุณหญิงนั่นก้าวหนึ่ง” เจริญบีบโทรศัพท์เครื่องที่ใช้คุยกับลูกน้อ
เสียงทะเลาะกัน ของเด็กหญิงฝาแฝดสองคนดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตมากขึ้น เมื่อคนที่ทำผิดกลับก่อกวน ตุ๊กตาตัวขนาดกลางถูกยื้อยุดฉุดกระชาก คนหนึ่งจับตัวและหัวไว้ อีกคนจับแขนตุ๊กตาไว้มั่น บอกใจว่าไม่มีวันปล่อยมือแน่นอน“พี่พิณ ปล่อยมือตุ๊กตาของซอนะ” เสียงเล็กๆ ของเด็กหญิง ณัฐชยาในวัยเก้าขวบเอ่ยบอกพี่สาวฝาแฝดที่ชื่อว่า...ธัญชยา “เรื่องอะไรจะปล่อย อีกอย่างเธอไม่ต้องมาพูดดี เพราะฉันจะเอาตุ๊กตาตัวนี้” แทนที่จะปล่อยมือ แต่ธัญชยากลับยื้อตุ๊กตาจนเธอเกือบจะยึดได้ทั้งตัว ติดแต่แขนตุ๊กตาซึ่งน้องสาวยังจับไว้แน่น “ไม่...ซอไม่ให้ พี่พิณมีตุ๊กตาออกตั้งเยอะ ทำไมต้องมาแย่งตุ๊กตาตัวนี้ของซอด้วย” สีหน้างอง้ำของณัฐชยาเอ่ยตอบกลับไป “ก็ฉันจะเอา”“ซอไม่ให้” “ไม่ให้ใช่ไหม...ดี เอามานี่” เมื่อได้ยินจากปากณัฐชยาว่าไม่ให้แบบนี้แล้ว ธัญชยาก็ยิ่งอยากเอาชนะมากขึ้น ตั้งแต่จำความได้ณัฐชยาหรือใครไม่เคยปฏิเสธความต้องการของธัญชยาคนนี้ได้แม้แต่คนเดียว “พี่พิณ...อย่านะ ปล่อยมือจากตุ๊กตาของซอ” เพราะเห็นรอยขาดตรงแขนตุ๊กตาทำให้ณัฐชยาเอ่ยห้ามพี่สาว แต่ธัญชยากลับไม่เชื่อฟัง เด็กหญิงออกแรงยื้อจนในที่สุดแขนตุ๊กตาก็ขาดจากตัว
ณัฐชยารีบเข้าไปห้าม จึงถูกธัญชยาผลักจนเซถลา ในขณะที่ลินดาได้แต่ยืนดูเท่านั้น “สมน้ำหน้า” ธัญชยาสะแยะยิ้มใส่น้องสาวผู้อ่อนแออย่างสะใจ จากนั้นก็เดินกลับออกไปพร้อมมารดา เพราะลึกๆ เธอไม่ได้ต้องการตุ๊กตาขี้เหร่ตัวนั้นมากมาย แต่หมั่นไส้ที่ณัฐชยาหวงและเห่อ อุ้มไปนั่นไปนี่รอบๆ บ้าน นั่งคุยกับมันราวกับคนบ้า เธอจึงเข้าไปแย่งจนแขนตุ๊กตาขาด พอจังหวะที่ล้มไปนั่งกับพื้นก็ร้องไห้ให้ดัง เพื่อให้มารดาได้ยิน และก็จริง เพราะเมื่อมารดาเข้ามา เธอนั้นชนะใสๆ ต่อให้ผิดมารดาก็จะเข้าข้างบอกว่าเธอถูก เมื่อมารดาและพี่สาวฝาแฝดกลับออกไปแล้ว น้ำตาของความเสียใจ น้อยใจของณัฐชยาก็ไหลอาบแก้ม เธอก้มหยิบตุ๊กตาขึ้นมากอดและพยายามเอาแขนที่ขาดหวังมาต่อให้เป็นเหมือนเดิม แต่พยายามอยู่นานเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล ณัฐชยานั่งร้องไห้กับตุ๊กตาตัวโปรดและหวงมากที่สุด จนป้าอ้วนแม่บ้านที่เลี้ยงณัฐชยามาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยต้องเข้ามาดู“คุณหนูซอ อย่าร้องนะคะคนดีของป้า”“ป้าจ๋า” แทนที่จะหยุดร้อง พอเห็นหน้าป้าอ้วน ณัฐชยากลับร้องไห้มากขึ้น อ้อมกอดของป้าอ้วนนั้นอบอุ่นและคอยปกป้องดูแลณัฐชยาเสมอ เพราะเลี้ยงมาตั้งแต่แรกเกิดทำให้ป้าอ้วนรัก ณัฐชยาเหมื
“คุณหนูของป้า อย่าคิดมากนะคะ” คำปลอบโยนของป้าอ้วนฟังดูอบอุ่น ณัฐชยาได้ยินคำปลอบแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆ “ซอไม่ได้คิดมากแล้วนะคะป้า แต่บางทีก็อดไม่ได้จริงๆ” คำตอบที่ได้ยินทำให้ป้าอ้วนส่งยิ้มมา แววตาเอ็นดูมองหญิงสาวที่ตนนั้นรักเหมือนลูกแท้ๆ ก็ไม่ปาน จำได้ว่าแม้ธัญชยากับณัฐชยาจะเป็นฝาแฝด แต่ก็แทบจะไม่มีเค้าโครงความเหมือน ตอนเด็กๆ ณัฐชยานั้นตัวผอมบางผิวคล้ำ เสื้อผ้าไม่เคยมีชุดใหม่ๆ มีเพียงชุดที่พี่สาวไม่ชอบแล้วเท่านั้น ส่วนธัญชยาเป็นเด็กน่ารักน่าชัง ผิวขาวอมชมพูแก้มยุ้ย ลินดาอุ้มไปทางไหนก็มีแต่คนชมชอบ ของใช้ล้วนแต่มียี่ห้อขายตามห้าง กระทั่งทั้งคู่โตเป็นสาวสะพรั่ง ตอนนี้รูปร่าง หน้าตากลับยิ่งเหมือน จนหลายคนแยกไม่ออกว่าใครคือธัญชยาหรือณัฐชยามนตรีเองก็กลัวว่าลูกสาวคนเล็กจะมีปมด้อยเรื่องมารดา จึงมอบความรักให้ณัฐชยามากเช่นกัน แต่ลึกๆ แล้วณัฐชยานั้นอยากได้ความรัก ความห่วงใย การโอบกอด คำชื่นชม รอยยิ้มจากผู้เป็นแม่อยู่ไม่น้อย แต่ในเมื่อไม่ได้ตามที่ต้องการจึงพยายามไม่คิดมาก แค่ได้อยู่ใกล้ๆ ก็มากพอแล้ว “ซอหิวแล้ว ป้าอ้วนมีอะไรให้ซอกินบ้างคะ”“ก๋วยเตี๋ยวลุยสวนเป็นยังไงคะ ของโปรดคุณซอ เดี๋ยวป้ายกมาใ
“คุณแม่ต้องรักพิณคนเดียวนะคะ ห้ามรักยายซอ ไม่งั้นพิณจะไม่รักคุณแม่เหมือนที่พิณไม่รักคุณพ่อ” คำพูดเอาแต่ใจของ ธัญชยา ทำให้อีกคนเจ็บช้ำ นั่นคือน้องสาวฝาแฝดที่ชื่อณัฐชยา เพราะหญิงสาวเองก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของพี่สาวจึงขึ้นมาดู แต่สุดท้ายกลับได้ยินประโยคเสียดแทงความรู้สึกเข้าอย่างจัง เป็นประโยคที่เธอน่าจะชินชา แต่ได้ยินเมื่อไหร่ความเจ็บปวดก็จู่โจมเสียทุกครั้งไป “จ้ะๆ แม่รักพิณคนเดียวอยู่แล้วลูก” ลินดาคว้าลูกรักมากอดแน่น เพราะรักถึงได้ตามใจแบบนี้ แม้จะรู้ว่าผิดแต่ก็ยังทำ เพราะเคยชินและไม่อยากให้ธัญชยาสู้เพื่อนๆ ไม่ได้ พ่อแม่รังแกลูกเป็นยังไง ตอนนี้ลินดากำลังทำแบบนั้นกับธัญชยาจริงๆ ณัฐชยาก้มหน้ามองพื้นแล้วหมุนตัวกลับออกไปจากหน้าห้องพี่สาว ขอบตาร้อนผ่าวเพราะความเสียใจ เมื่อเดินลงไปชั้นล่างเด็กรับใช้อีกคนจึงเข้ามาบอกว่ามีแขกมาขอพบ เมื่อเดินไปหาจึงเห็นว่าเป็นติณณ์ ชายหนุ่มที่เธอกำลังคบหาดูใจอยู่นั่นเอง“พี่ติณ ไหนบอกไปทำกิจกรรมที่ต่างจังหวัดกับบริษัทไงคะ แล้วมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” สีหน้าแปลกใจของณัฐชยาทำให้ชายหนุ่มยิ้ม ติณณ์ไปต่างจังหวัดกับที่บริษัทจริงๆ แต่กำหนดกลับเลื่อนขึ้นมา เขาจึงได้พบ
“ติณเขาต้องเป็นของฉัน ไม่ใช่เธอยายซอ” ธัญชยาเอ่ยอย่างมาดมั่น ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอนั้นเฝ้ามองติณณ์อยู่ เธอหลงใหลแค่รูปลักษณ์ภายนอก หลงเสน่ห์ในความหล่อของเขาตั้งแต่แรกเห็นก็ว่าได้ และไม่มีสิ่งไหนที่คนอย่างธัญชยาต้องการแล้วไม่ได้มาครอบครองกระทั่งเห็นว่าติณณ์กำลังจะกลับ ธัญชยาก็รีบคว้ากระเป๋าพร้อมกุญแจรถมาถือไว้ ก่อนจะรีบเดินไปยังรถแล้วขับออกไปจากบ้าน โดยจุดประสงค์ของเธอคือขับตามติณณ์ไปนั่นเอง เสียงบีบแตรที่ดังขึ้นจากด้านหลังทำให้ติณณ์หันไปมอง ธัญชยาเลี้ยวรถสปอร์ตมูลค่าหลายสิบล้านที่มารดาซื้อให้เข้ามาจอดหน้าชายหนุ่มไว้ แล้วเปิดประตูลงมาคุยด้วย“พี่ติณจะไปไหนคะ ขึ้นรถสิเดี๋ยวพิณไปส่ง”“ไม่เป็นไรครับ พี่กลับเองได้” เพราะเกรงใจทำให้ติณณ์เลือกที่จะปฏิเสธ อีกเหตุผลหนึ่งคือชายหนุ่มพอจะเดาออกว่าธัญชยานั้นคิดยังไงกับเขา จึงพยายามทำตัวออกห่างให้มากที่สุด ไม่อยากได้ชื่อว่าพญาเทครัว ได้ทั้งพี่ทั้งน้อง เพราะในใจเขานั้นมีเพียงณัฐชยาคนเดียวและจะมีเพียงเธอตลอดไป “ไม่ต้องเกรงใจเลยค่ะ พิณยินดี ไปค่ะ ขึ้นรถ” แทนที่จะปล่อยให้ชายหนุ่มกลับเอง แต่ธัญชยากลับคล้องแขนของติณณ์ไว้พร้อมกับลากชายหนุ่มขึ้นรถ จากนั้
เพราะไม่ต้องการให้ณัฐชยาต้องมาเป็นกังวลเรื่องที่ตนไปทานข้าวกับธัญชยา ติณณ์จึงไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้หญิงสาวรู้แต่อย่างใด คิดว่าอีกไม่นานธัญชยาคงเลิกตามตอแยเขาเอง แต่กลับผิดคาด เนื่องจากหญิงสาวยังคงใช้วิธีเดิมๆ นั่นคือการดักพบชายหนุ่ม ทุกครั้งที่ติณณ์ไปบ้านณัฐชยา ธัญชยากลับทำเหมือนไม่สนใจ ต่างคนต่างอยู่ แต่เมื่อไหร่ที่ชายหนุ่มกลับเธอจะต้องออกไปข้างนอกเสียทุกครั้ง และขับรถไปดักรอชายหนุ่มที่เดิม จากนั้นก็ลากตัวไปกินข้าว ดูหนัง หรือแม้กระทั่งช้อปปิ้ง ซื้อนั่นซื้อนี้ให้จนติณณ์อึดอัด จึงพูดขึ้น“พี่ว่าพิณทำแบบนี้ไม่ถูก”“แบบไหนคะ” ทั้งๆ ที่เข้าใจความหมายประโยคที่ติณณ์พูด แต่ธัญชยากลับเลือกที่จะแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ “ก็แบบที่ทำอยู่ทุกวันนี้ พี่รู้สึกอัดอัด ที่เราทำเหมือนกับเป็น...”“กิ๊ก” ธัญชยาต่อคำให้ติณณ์เสร็จสรรพ หญิงสาวเบ้ปากนิด “พี่ติณณ์คิดมากไปหรือเปล่า พิณไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นกับพี่สักหน่อย ที่พิณพาพี่ไปไหนมาไหนด้วยก็เพราะช่วงนี้พิณรู้สึกเบื่อเพื่อนกลุ่มเดิมๆ ก็เท่านั้นเอง”“ไม่คิดก็ดีแล้วครับ เพราะพี่ไม่อยากให้ซอไม่สบายใจหากรู้เรื่องนี้”“ดูพี่ติณจะรักซอมากเลยนะคะ”“ครับ” คำตอบรับตรงไ
“รับไปเถอะ อย่าขัดใจคนแก่เลยนะ”“ขอบพระคุณมากค่ะคุณยาย” ณัฐชยาเอ่ยขอบคุณพร้อมทั้งยกมือไหว้คุณหญิงวาสนา“รักติณให้มากๆ นะซอ มีอะไรก็ถนอมน้ำใจกันและกันให้มาก แต่งงานอยู่กินกันก็เหมือนเป็นคนคนเดียวกัน หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัย”“ค่ะ”“อ้อ...อีกข้อ มีเหลนให้ยายอุ้มเร็วๆ นะ ยายแก่แล้ว” คำพูดของคุณหญิงวาสนาทำให้ณัฐชยาขัดเขิน หญิงสาวเริ่มทำตัวไม่ถูก เพราะไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร คุณหญิงวาสนานึกเอ็นดูหลานสะใภ้คนนี้อย่างบอกไม่ถูก แม้จะเพิ่งเคยพบหน้ากัน แต่กลับรู้สึกว่าถูกชะตาเมื่อมีโอกาสได้พบหน้า คุณหญิงวาสนาจึงอยู่กับบุตรสาวให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งขณะนั้นคนของเจริญเองก็เฝ้าสังเกตอยู่ห่างๆ เพื่อรอโอกาส พร้อมกับโทรศัพท์ไปรายงานผู้เป็นนายทุกระยะ ว่าตอนนี้บรรดาเป้าหมายกำลังทำอะไรอยู่“ว่าไงบ้างคุณ”“เราไปช้ากว่านังคุณหญิงนั่นก้าวหนึ่ง” เจริญบีบโทรศัพท์เครื่องที่ใช้คุยกับลูกน้อ
“ติณครับ ทั้งชื่อเล่นและชื่อจริง”“ชื่อเพราะเหลือเกินนะ” คุณหญิงวาสนายิ้มกว้าง นัยนาเข้าใจตั้งชื่อบุตรชาย เพราะนี่คือชื่อของสามีเธอ ผู้มีศักดิ์เป็นตาของติณณ์นั่นเอง นัยนาที่ตอนนี้กำลังอยู่ในครัวกับสะใภ้ แต่ขณะที่กำลังจัดโต๊ะ หูกลับได้ยินบุตรชายพูดคุยกับใครที่หน้าบ้านแว่วๆ จึงเอ่ยถามทั้งๆ ที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาดู“ใครมาเหรอติณ”“คุณยายคนนี้บอกว่ามาขอพบแม่ครับ” คำตอบของบุตรชาย ทำให้นัยนาเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเห็นว่าเป็นใคร จานในมือถึงกับร่วงพร้อมอุทานออกมาอย่างตกใจและคาดไม่ถึงว่าจะได้พบมารดา“คุณแม่!”“แม่คะ” ณัฐชยาเข้าไปพยุงร่างของนัยนาไว้ เนื่องจากมีอาการเซเล็กน้อย ส่วนติณณ์รีบเข้าไปช่วยพยุงอีกคน“แม่...เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”“เปล่าลูกเปล่า” นัยนาเอ่ยตอบบุตรชาย ก่อนจะมองหน้าสองคนสลับกันไปมา ติณณ์รับรู้ได้ในทันทีว่าจะต้องมีเรื่องราวบางอย่างที่ไม่ปกติเกิดขึ้นแน่นอน และก็จร
“โอเคๆ ฉันเข้าใจ เอาเป็นว่าฉันไม่ได้ถามอะไรไปแล้วกัน”“ขอบคุณครับ งั้นผมขอตัวกลับก่อน”“เชิญ” จันทาเอ่ยรับห้วนๆ ทนายจอมพลจึงกลับออกไป เมื่อเสียงรถเคลื่อนตัวออกจากบ้านแล้ว เบญจาและสามีก็ออกมาหามารดาเพื่อถามข่าวว่าได้เรื่องอะไรจากทนายจอมพลไหม จันทารู้สึกเพียงเอะใจในคำตอบของทนายพี่สาวว่าต้องรู้อะไรไม่มากก็น้อย เพียงแต่ไม่ยอมพูด ทั้งๆ ที่เธอให้เงินเปิดปากไปก้อนใหญ่“แต่ผมมีแผนสำรองครับคุณแม่” เจริญยิ้ม เพราะเขาเองก็ได้สืบประวัติครอบครัวของทนายจอมพลมาบ้างพอสมควร ในสมองตอนนี้จึงคิดแผนล้วงความลับขึ้นมาได้แผนหนึ่ง“แผนอะไรคะคุณ” เบญจารีบถามสามีทันที“ก็ในเมื่อเราล้วงความลับจากไอ้ทนายปากแข็งนั่นตรงๆ ไม่ได้ เราก็ใช้เมียมันเป็นเครื่องมือก็หมดเรื่อง เดี๋ยวผมจัดการเอง รับรองได้ข่าวแน่นอน”“ดีมาก เป็นถึงลูกเขยฉัน ต้องฉลาดแบบนี้สิ” จันทาเอ่ยชมบุตรเขย ทำให้เจริญหน้าบานที่เอาอกเอาใจแม่ยายได้ โดยลึกๆ ก็หวัง
“พี่ติณเป็นอะไรไหมคะ ไหนขอซอดูหน่อย” สีหน้าของ ณัฐชยาแสดงออกว่าเป็นห่วง ก่อนจะจับมือที่ติณณ์ยกขึ้นมาปิดใบหน้าตัวเองออก เพื่อจะดูให้ว่าอะไรเข้าตา คนเจ้าเล่ห์กลอกตาไปมาเพื่อให้ณัฐชยาดูว่ามีอะไรทั้งๆ ที่เขานั้นสบายดีทุกอย่าง แต่ไม่นานณัฐชยาก็รับรู้ถึงความผิดปกติ เพราะติณณ์นอนกอดเธอนิ่ง นั่นทำให้หัวใจเธอเต้นรัวและหวั่นไหว ก่อนจะผละออกจากอ้อมกอดเขา“เจ้าเล่ห์”“พี่เปล่า” เสียงทุ้มๆ เอ่ยขึ้น แต่แววตานั้นเจ้าเล่ห์อย่างที่ ณัฐชยาพูดจริงๆ“ปล่อยนะคะ แล้วก็ลงไปจากเตียงด้วย ซอง่วงจะนอนแล้ว”“พี่ก็ง่วงมากแล้วเหมือนกัน งั้นเรามานอนด้วยกันนะ”“ไม่เอา” ณัฐชยาใช้กำปั้นยันตัวชายหนุ่มไว้ พร้อมกับผลักให้เขาออกห่าง แต่กลับไม่ได้ผล ติณณ์อาศัยว่าตนมีแรงมากกว่ารั้งเธอเข้ามากอดได้สำเร็จ ณัฐชยานอนฟังเสียงเต้นของหัวใจชายหนุ่มนิ่งราวกับรูปปั้น เธอไม่คุ้นชินกับสัมผัสใกล้ชิดแบบนี้เท่าไหร่นัก แม้จะเคยคบหากันมาก่อนก็ตาม แต่จะว่าไปตอนนี้เธอกับติณณ์ก็เกิ
“ใครโทรมาครับ”“เพื่อนค่ะ” หญิงสาวเอ่ยตอบโดยที่ไม่หันมองหน้าติณณ์ด้วยซ้ำ“สนิทกันมากไหม”“มาก” ณัฐชยาตอบลากเสียงยาว ติณณ์มองเธอด้วยแววตาดุๆ บ่งบอกว่าไม่พอใจ“สนิทมากเท่าพี่หรือเปล่า”“มากกว่า” พูดจบณัฐชยาก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปโดยมีติณณ์ตามมาไม่ห่าง ทั้งคู่เหมือนพ่อแง่แม่งอน แม้จะโกรธเคืองกัน แต่ภายในแววตาก็ยังคงแฝงไว้ด้วยความรัก ป้าอ้วนอยากเห็นทั้งคู่ปรับความเข้าใจกัน ไม่อยากให้เข้าใจผิดเพราะมือที่สามคืนนั้นติณณ์นอนค้างที่บ้านของณัฐชยา แต่หญิงสาวก็ตั้งแง่ไม่ยอมพูดด้วยง่ายๆ ไล่ชายหนุ่มไปนอนบนโซฟา ซึ่งติณณ์ก็ไม่ค้านอะไร ยอมทำตามที่ณัฐชยาบอกทุกอย่าง แต่ตกกลางคืนชายหนุ่มกลับได้ยินเสียงสะอื้นไห้ จนต้องลุกมาดู จึงรู้ว่าที่มาของเสียงสะอื้นนั้นดังมาจากณัฐชยา“ซอ...เป็นอะไร ร้องไห้ทำไม” “เปล่าค่ะ ซอไม่ได้เป็นอะไร” ณัฐชยาพลิกตัวนอนตะแคงข้าง หัน
“พ่อดีใจที่ติณพูดออกมาแบบนี้ ซอคือผู้ถูกกระทำที่น่าสงสารที่สุด” มนตรีถอนหายใจออกมาหนักๆ คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะเกิดเรื่องบ้าๆ แบบนี้ขึ้นภายในครอบครัวของเขาได้ หลังคุยกับมนตรีเรียบร้อย ติณณ์ก็ขึ้นไปหาณัฐชยาบนห้องนอน“คุณติณ”“ซอเป็นยังไงบ้างครับป้าอ้วน” เสียงทุ้มๆ เอ่ยถามกับป้าอ้วนที่นั่งเฝ้าณัฐชยาอยู่ข้างๆ“หลับมาหลายชั่วโมงแล้วค่ะ จนป่านนี้ก็ยังไม่ตื่น”“ผมเฝ้าซอต่อเองครับ ป้าอ้วนไปพักเถอะ”“ค่ะ” ป้าอ้วนเอ่ยรับ ก่อนจะปลีกตัวออกไปเพื่อให้ทั้งสองอยู่ด้วยกัน ป้าอ้วนไม่ได้สงสารเพียงแค่ณัฐชยาเท่านั้น ยังสงสารติณณ์ด้วยที่ต้องตกเป็นเครื่องมือของธัญชยาแบบนี้ เนื่องจากป้าอ้วนเองก็รู้นิสัยใจคอของธัญชยาดีว่าเป็นคนแบบไหน ที่อยากแต่งงานกับติณณ์เพียงเพราะต้องการเอาชนะณัฐชยา แต่เมื่อได้มาครองแล้วกลับทอดทิ้งและผลักไสติณณ์คืนให้ณัฐชยาอีกส่วนณัฐชยานั้นก็ดีเกินไป ถูกมารดา ถูกพี่สาวแท้ๆ ทำร้ายจิตใจมาตั้งแต่เด็กๆ จนโตป่านน
โชคชะตาของคนเรานั้นไม่แน่ไม่นอนเสมอ ณัฐชยาตื่นขึ้นมาในเช้าวันที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ มองเพดานห้อง ก่อนจะหันมองติณณ์ที่นอนอยู่ข้างๆ นั่นทำให้เธอน้ำตาไหลนองหน้าทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับเขาเมื่อคืน สุดท้ายสิ่งที่ได้ตอบแทนกลับมาคือความเจ็บช้ำทั้งกายและใจ ณัฐชยาสับสนว่านี่เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ ทำไมมารดาและพี่สาวถึงทำกับเธอแบบนี้ เมื่อสงสัยจึงต้องการหาคำตอบณัฐชยาค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียง เพียงแค่เท้าสัมผัสกับพื้นพรมเพื่อทรงตัว ความเจ็บปวดก็วิ่งสู่บริเวณกลางลำตัวจนเธอต้องนิ่วหน้า ก่อนจะข่มความเจ็บปวดไว้แล้วเดินเข้าไปอาบน้ำ หยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวม แม้จะเป็นชุดแต่งงานที่ยังคงเปียกชื้นของธัญชยาพี่สาวก็ตามที หัวใจเธอบอบช้ำขณะยืนมองตัวเองอยู่หน้ากระจก สิ่งที่เสียไปไม่อาจเรียกคืนได้อีกแล้ว ก่อนจะพาตัวเองออกจากห้องน้ำ ยืนมองติณณ์ที่ตอนนี้ยังคงหลับสนิท“ซอรักพี่ติณนะคะ” แม้จะรักแต่ก็ใช่ว่าจะสามารถครอบครองได้ ติณณ์นั้นได้ชื่อว่าแต่งงานกับธัญชยาแล้ว ถึงคนที่ถูกส่งตัวเข้าหอจะเป็นเธอก็ตามที ณัฐชยายืนปาดน้ำตา ก่
“พี่รักซอนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างเราสองคน พี่ก็ยังรักซอไม่เปลี่ยนแปลง” คำว่ารักจากติณณ์นั้นมีค่ามาก ณัฐชยาโอบกอดชายหนุ่มไว้ แล้วจูบเขาเบาๆ เป็นการขอบคุณ ติณณ์ข่มใจให้อดทนเพื่อรอเวลาให้ณัฐชยาปรับตัว ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ขยับสะโพกอีกครั้ง คราวนี้ต่อให้มีช้างทั้งโขลงก็คงฉุดความต้องการเขาไม่ได้แน่ กระทั่งสามารถส่งตัวเองเข้าหาเธอได้ลึกสุด ความเจ็บปวดในครั้งแรกที่ณัฐชยาได้รับ ตอนนี้แปรเปลี่ยนมาเป็นความเสียวซ่านเกินบรรยายณัฐชยาครางกระเส่าดูน่าอายกับเสียงที่เกิดขึ้นนี้ แววตาเธอพร่าเลือนและคุมความต้องการของตัวเองไม่ได้จริงๆ แก่นกายของติณณ์กำลังดำดิ่งอยู่ในช่องทางรักที่ตอดรัดเป็นจังหวะ สะโพกสอบบิดเกร็งยามส่งตัวเองเข้าหาเธอ มีทั้งเร่าร้อน ดุดัน และอ่อนหวานชวนให้สะท้าน แม้จะเป็นเซ็กซ์ครั้งแรกแต่ณัฐชยาก็เร่าร้อน ส่วนหนึ่งคงมาจากยาที่ธัญชยาให้เธอกินเข้าไป และส่วนหนึ่งคือความรู้สึกที่แท้จริงของเธอเอง“ซอจ๋า...ซอ” ติณณ์เอ่ยเรียกชื่อณัฐชยาด้วยน้ำเสียงขาดๆ หายๆ ขณะที่ขยับสะโพกเขาก็โน้มตัวลงไปดูดดุนหน้าอกเธอ บางครั้งก็มอบจูบให้ ติณณ์ส่งณัฐ
“ซอเป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นไหม”“ไม่” ณัฐชยาส่ายหน้าให้ เธอคิดว่าหากแช่น้ำเย็นๆ จะช่วยให้อาการประหลาดๆ ที่เกิดขึ้นลดน้อยลงไป แต่กลับไม่เป็นแบบนั้น เพียงแค่สบตาติณณ์เธอก็ยังมีความร้อนวูบวาบอยู่เช่นเคย ณัฐชยาขาดความยับยั้งชั่งใจ เธอคว้าลำคอติณณ์โน้มชายหนุ่มให้มาใกล้ ก่อนจะเป็นฝ่ายจูบเขาก่อน แม้จะจูบไม่เป็นแต่ก็คงไม่ยากอะไรหากเธอจะทำ นั่นส่งผลให้เส้นความอดทนของติณณ์ขาดผึงลงทันทีติณณ์อุ้มณัฐชยาขึ้นจากอ่างจากุชชี่ พร้อมทั้งถอดชุดแต่งงานที่เปียกชื้นออก เมื่อร่างกายไร้อาภรณ์ห่อหุ้มณัฐชยาก็ยิ่งเขินอายจนร่างกายแดงก่ำตั้งแต่ใบหน้าจรดปลายเท้าก็ว่าได้ เธอยกมือขึ้นมาปิดหน้าอกตัวเองไว้ แรงเสียดสีของเสื้อผ้าดูจะสู้สัมผัสจากมือของติณณ์ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ติณณ์ค่อยๆ วางณัฐชยาลงบนเตียง ก่อนจะรั้งผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเธอไว้“รู้ใช่ไหมว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น”“ซอรู้”“พี่จะไม่หยุดจนกว่าซอจะบอกให้หยุด”“ค่ะ” เสียงแหบพร่าเอ่ยรับ เพราะร