Share

บทที่ 23

Author: ไห่ตงชิง
ขันทีซานเป่าเลือดเดือดพลุ่งพล่านด้วยความตื่นเต้น เมื่อได้ยินดังนั้นก็หยิบสมุดบัญชีเล่มหนึ่งออกมาอย่างนอบน้อม อ่านเสียงดังกังวาน “ขุนนางต้องโทษเฉินไหวจื้อ ยึดทรัพย์สินในจวนเป็นทองคำและเงินสดรวมสองล้านสามแสนตำลึง โฉนดที่นาหกร้อยหกสิบไร่ โฉนดร้านค้าแปดแห่ง โฉนดที่ดินสิบหกแห่ง”

“ขุนนางต้องโทษเฉินจื้อ ยึดทรัพย์สินในเรือนรวมทั้งหมดสี่แสนแปดหมื่นตำลึง ในจำนวนนั้นยังพบหลักฐานเครื่องลายคราม ภาพเขียนอักษร และเครื่องหยกจำนวนนับไม่ถ้วนจากในวัง ตรวจสอบแล้วพบว่าทั้งหมดได้มาโดยการอาศัยตำแหน่งยักยอกของออกมาจากวังหลัง นอกจากนี้ยังมีโฉนดที่นาหนึ่งร้อยเก้าสิบห้าไร่ โฉนดร้านค้าสามแห่ง และโฉนดที่ดินสิบเก้าแห่ง”

“ขุนนางต้องโทษเว่ยเสียน ยึดทรัพย์สินได้จากที่พำนักในวังเก้าแสนตำลึง ในจำนวนนั้นยังมีเครื่องลายคราม ภาพเขียนอักษร เครื่องหยกจากในวังอีกมาก ล้วนได้จากการยักยอก นอกจากนี้ยังมีโฉนดที่นาสามร้อยยี่สิบไร่ โฉนดที่ดินแปดแห่ง“

“ขุนนางต้องโทษเฉียนฮั่น ยึดทรัพย์สินได้ทั้งหมดหนึ่งล้านแปดแสนหกสิบตำลึง โฉนดที่นาหนึ่งพันสามร้อยห้าสิบไร่ โฉนดร้านค้าสองร้อยยี่สิบแห่ง โฉนดที่ดินสี่สิบห้าแห่ง”

“ยังมีตระกูลหูและเฉิ
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Related chapters

  • รัชทายาทจอมเจ้าเล่ห์   บทที่ 24

    จ้าวเสวียนจีสูดหายใจเข้าลึกๆ พูดเสียงขรึม “หากใต้เท้าซุนรับสินบนมากเพียงนั้นจริง ก็สมควรต้องโทษประหารอย่างแน่นอน”“แต่ ถึงแม้คนเหล่านั้นสมควรตาย แต่จักรวรรดิมีกฎหมาย ราชสำนักมีกฎเกณฑ์ ให้ทั้งสามกรมพิจารณาคดีร่วมกัน หลังจากพิพากษาก็จะลงโทษตามกฎหมาย แต่องค์รัชทายาทข้ามขั้นตอนกฎหมายโดยตรง การกระทำเช่นนี้ไม่เป็นที่ยอมรับของผู้คน”หลี่เฉินยิ้มเยาะกล่าวว่า “ไม่เป็นที่ยอมรับของผู้คน หรือไม่เป็นที่ยอมรับของเจ้า?”จ้าวเสวียนจีเผชิญสายตากับหลี่เฉินอย่างไม่ยอมแพ้ พูดว่า “รัชทายาท เรื่องนี้มาถึงขั้นนี้แล้ว ทั้งหมดล้วนเป็นการดิ้นรนที่ไร้ความหมาย”“องครักษ์อวี่หลินสามหมื่นนาย ไม่มีทางยอมให้องค์รัชทายาทกระทำผิดอย่างเหิมเกริมเช่นนี้!”“เพื่อบรรพบุรุษและบ้านเมือง ขอองค์รัชทายาทไตร่ตรองด้วย”บีบให้สละตำแหน่งนี่กำลังบีบให้สละตำแหน่งอย่างซึ่งหน้าแล้วทั้งสองฝ่ายแตกหักกันโดยสิ้นเชิง จ้าวเสวียนจีรู้ด้วยว่าการกระทำนี้ของตัวเองจะต้องชนะ ไม่เช่นนั้นเขาจะสูญเสียบารมีอย่างมาก การผงาดขึ้นมาของรัชทายาทจะไม่สามารถหยุดยั้งได้เพื่อให้มั่นใจว่าตัวเองจะชนะ จ้าวเสวียนจีได้วางแผนอย่างอำมหิตโดยไม่เลือกวิธีการ

  • รัชทายาทจอมเจ้าเล่ห์   บทที่ 25

    หลี่เฉินไม่สามารถซ่อนความสุขบนใบหน้าได้คนอื่นคิดว่าเขาดีใจที่ฮ่องเต้ทรงฟื้น แต่หลี่เฉินรู้ตัวเองว่า เขาบังเอิญโชคดีมาก โชคดีที่บิดาจำเป็นฟื้นขึ้นมาได้อย่างเหมาะเจาะ ป้องกันไม่ให้ตัวเองต้องล้มโต๊ะในเกมนี้ เขาเป็นรัชทายาท มีข้อได้เปรียบที่ใหญ่ที่สุดมาแต่กำเนิด ขอเพียงให้เวลาเขาอีกหน่อย ก็สามารถโค่นล้มตาเฒ่าจ้าวเสวียนจีได้ ฉะนั้นเขาย่อมไม่ยอมทำให้ตัวเองสูญเสียข้อได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไปแน่นอน“ไปตำหนักเฉียนชิง!”หลี่เฉินตะโกน และเดินตรงไปยังประตูตำหนักบูรพา “ราชเลขา นี่?”หวังเถิงฮ่วนและคนอื่นๆ ไม่คาดคิดว่าฮ่องเต้จะทรงฟื้นได้เหมาะเจาะเพียงนี้ ต่างมองไปยังผู้ที่เป็นแกนสำคัญ แต่การมองนี้ กลับทำให้พวกเขาประหลาดใจเห็นแค่ว่าจ้าวเสวียนจีถอนหายใจด้วยความโล่งอก ใบหน้าเต็มไปด้วยความดีใจ พูดเสียงขรึม “อย่าเพิ่งพูดอะไร ไปดูที่ตำหนักเฉียนชิงก่อน”ครู่ต่อมาในตำหนักเฉียนชิง หลี่เฉินวิ่งพรวดไปยังพระแท่นมังกร มองต้าสิงฮ่องเต้ซึ่งอยู่บนพระแท่นมังกรที่ซูบผอมกว่าหลายวันก่อน เขาที่ซาบซึ้งใจอย่างหาที่สุดมิได้ กระซิบเบาๆ “เสด็จพ่อ ลูกมาแล้ว”ต้าสิงฮ่องเต้เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ทรงฝืนยิ้มบางๆ“ข

  • รัชทายาทจอมเจ้าเล่ห์   บทที่ 26

    พวกเขาทุกคนมองจ้าวเสวียนจีและคนอื่นๆ ด้วยสายตาระมัดระวัง ใครกล้าปริปาก เช่นนั้นพวกเขาก็จะดำเนินตามคำสั่งของรัชทายาททันทีหลี่เฉินสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วหันกลับไปคุกเข่าตรงหน้าเตียงมังกรพลางจับพระหัตถ์ของต้าสิงฮ่องเต้แน่นต้าสิงฮ่องเต้ถูกซุนปั๋วหลี่ทำให้ไม่สบายพระทัย จึงมีท่าทีคล้ายจะเป็นลมอีก ทว่าเขายังคงฝืนอดทนเอาไว้ในฐานะต้าสิงฮ่องเต้ ปกครองใต้หล้ามานับสิบปี ถึงแม้ต้าสิงฮ่องเต้จะบรรทมอยู่ตรงนั้นเป็นเวลาสิบวัน แต่ตราบใดที่เขายังมีลมหายใจอยู่ ก็จะไม่มีใครกล้าทำอะไรหุนหันพลันแล่น นี่คืออำนาจ ขอแค่เขาได้รับเบาะแสเล็กๆ น้อยๆ ก็จะสามารถหาเบาะแสสำคัญอื่นๆ ได้จากส่วนเล็กๆ นี่คือความปราดเปรื่อง“ว่ามา”ต้าสิงฮ่องเต้พยายามมีสติเข้าไว้ เขาตรัสและออกแรงจับมือหลี่เฉินแน่นหลี่เฉินรีบเอ่ย “สิบวันมานี้ ลูกสังหารขุนนางฉ้อราษฎร์บังหลวงไปหลายคน ยึดเงินตำลึงมาได้มากกว่าสองล้านตำลึง ความกดดันของพระคลังได้รับการบรรเทาอย่างมาก ขั้นต่อไปก็สามารถช่วยบรรเทาสาธารณภัยได้แล้ว เงินสองล้านตำลึงนี้เพียงพอที่จะบรรเทาภัยพิบัติของสามมณฑลที่ร้ายแรงที่สุด เช่นนี้ก็สามารถค่อยๆ เฝ้าสังเกตการณ์ และลดระดับการเสียหายจา

  • รัชทายาทจอมเจ้าเล่ห์   บทที่ 27

    ต้าสิงฮ่องเต้จ้องจ้าวเสวียนจี เขาหายใจแรงๆ ไปหลายหนถึงจะส่งสัญญาณสั่งให้จ้าวเสวียนจี และคนอื่นๆ ออกไปหลังจากที่จ้าวเสวียนจีออกไปแล้ว ต้าสิงฮ่องเต้พลันหันไปมองหลี่เฉิน แล้วตรัสอย่างยากลำบากว่า “เจ้า ต้องเร่งมือ”หลังตรัสจบ ต้าสิงฮ่องเต้ก็ทรงพระกาสะพระปับผาสะของเขาเกิดเสียงเฮือกๆ อันน่าตกใจออกมาราวกับลมรั่ว หลี่เฉินจึงรีบเรียกหมอหลวงเข้ามาหลังจากที่หมอหลวงฝังเข็ม และรักษาด้วยโอสถให้กับต้าสิงฮ่องเต้แล้ว ถึงจะประสานมือพูดกับหลี่เฉินว่า “องค์รัชทายาท ฝ่าบาททรงบรรทมสลบไปอีกแล้วพ่ะย่ะค่ะ”หลี่เฉินมองฮ่องเต้ที่บรรทมอยู่บนเตียงมังกรด้วยสีพระพักตร์ซีดราวกับกระดาษจนน่าตกใจ แล้วนึกถึงประโยคสุดท้ายที่เขาตรัสกับตนพลันเอ่ยถามอย่างรู้สึกไม่ดีว่า “เสด็จพ่อยังเหลือเวลาอีกนานแค่ไหน?”หมอหลวงเผยสีหน้าไม่สู้ดีออกมาพลางตอบว่า “องค์รัชทายาท กระหม่อมขอพูดบางอย่างที่เสียมารยาทมาก อาการของฝ่าบาทเช่นนี้ หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่นคงฝืนทนต่อไปไม่ได้แล้ว บัดนี้ ฝ่าบาทยังคงรักษาลมหายใจสุดท้ายเอาไว้ เมื่อใดที่พระองค์ทรงปล่อยลมหายใจนี้ออกไป เมื่อนั้นก็คงเป็นวันที่พระองค์กลับสู่สวรรค์แล้ว…อย่างมากพระองค์คงอยู่ได้ไม

  • รัชทายาทจอมเจ้าเล่ห์   บทที่ 28

    “ไม่ต้องมากพิธีหรอก”หลี่เฉินเอ่ยนิ่งๆ “เจ้ามาพบข้าด้วยตัวเองเช่นนี้ แสดงว่าเตรียมของเรียบร้อยแล้วนั้นรึ?”หลิวซือฉุนไม่ลังเล หยิบจดหมายที่เต็มไปด้วยอักษรออกมาแผ่นหนึ่ง แล้วยื่นให้กับหลี่เฉิน พลางตอบว่า “ในนี้มีรายละเอียดแผนการที่หม่อมฉันวางไว้ และมรดกทั้งหมดของตระกูลหลิวในตอนนี้ รวมไปถึงเส้นทางที่ตระกูลหลิวจะเดินในอนาคต ทุกอย่างล้วนเขียนไว้ในนั้นแล้ว”หลี่เฉินรับจดหมายมูลค่าสูงมาอ่านอย่างละเอียดยามไม่ได้อ่าน ก็ไม่รู้ แต่พออ่าน ก็ทำเอาหลี่เฉินตกใจสะดุ้งโหย่งทรัพย์สินมรดกของตระกูลหลิวกลับมีมากกว่าตระกูลหู และตระกูลเฉินเป็นหลายเท่าทรัพย์สินทั้งหมดที่ยึดมาได้ของทั้งสองตระกูลรวมกันมีเพียงสิบสามล้านตำลึงเท่านั้น แต่ตระกูลหลิวเพียงตระกูลเดียวก็มีถึงเก้าล้านตำลึงแล้วซ้ำยังเป็นเงินสดทั้งหมด ส่วนที่นา ที่ดิน และร้านค้าอื่นๆ ที่เป็นของตระกูลหลิวก็มีมากกว่าตระกูลเฉิน และตระกูลหูด้วยพิจารณาจากความร่ำรวยมั่งคั่งแล้ว ถือเป็นอันดับหนึ่งในสามตระกูลหลังจากอ่านรายละเอียดจบแล้ว หลี่เฉินพลันเงยหน้ากล่าวกับหลิวซือฉุนว่า “คืนร้านค้า และที่ดินทั้งหมดของตระกูลหลิวให้กับราชสำนัก แต่แบ่งคืนเงินสด

  • รัชทายาทจอมเจ้าเล่ห์   บทที่ 29

    คำพูดของหลี่เฉิน ทำให้นัยน์ตาของหลิวซือฉุนเผยความรู้สึกลนลานออกมาถึงจะเป็นสตรีแกร่งที่มีจิตใจแน่วแน่มั่นคง แต่อย่างไรก็เป็นเพียงสตรีอายุยี่สิบต้นๆ ที่ยังบริสุทธิ์ผุดผ่องคนหนึ่งเท่านั้น เมื่อเผชิญกับคำพูดที่เต็มไปด้วยความหมายแฝงของหลี่เฉินแล้ว ทำให้นางรู้สึกกังวลใจโดยสัญชาตญาณหลิวซือฉุนพยายามเอ่ยอย่างแน่วนิ่ง “องค์รัชทายาท หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีธรรมดาๆ คนหนึ่ง ไม่คู่ควรต่อความเอ็นดูขององค์รัชทายาทเพคะ”มือของหลี่เฉินที่จับคางของหลิวซือฉุนอยู่สัมผัสลงมายังต้นคอของนาง แล้วลงไปถึงหัวไหล่ยาวไปจนถึงบริเวณเอวของนาง จากนั้นหลี่เฉินพลันออกแรงดึงที่แขน ทำให้หลิวซือฉุนถูกดึงเข้ามาในอ้อมอกของเขาทันที“เจ้าทำการค้าเก่งมาก แต่เจ้ารู้หรือไม่ว่าการลงทุนที่สำคัญที่สุดของสตรีคืออะไร?”ไม่รอให้หลิวซือฉุนตอบ หลี่เฉินพลันชิงพูดขึ้นว่า “นั่นคือการหาบุรุษที่แข็งแกร่งมากพอคนหนึ่ง”ดวงตาของหลิวซือฉุนแสดงออกถึงความดื้อรั้น นางกล่าวว่า “สตรีไม่จำเป็นต้องพึ่งบุรุษ ก็สามารถมีชีวิตที่ดีได้เพคะ”“ก็จริง”หลี่เฉินเอ่ยนิ่งๆ “เทียบกับสตรีธรรมดาทั่วไปแล้ว เจ้าสามารถมีชีวิตที่ดีได้จริงๆ แต่ทว่าข้าขอถามเจ้า หากคร

  • รัชทายาทจอมเจ้าเล่ห์   บทที่ 30

    หลิวซือฉุนเงยหน้าขึ้น มองเห็นดวงตาเป็นประกายของหลี่เฉิน หัวใจก็สั่นสะท้านจากการได้สัมผัสในช่วงเวลาสั้นๆ หลิวซือฉุนรู้สึกได้ว่าองค์รัชทายาทตรงหน้าไม่เพียงแต่ฉลาดและลึกซึ้งเท่านั้น แต่ยังไม่ยอมอ่อนข้อ นิสัยยังบ้าอำนาจและแข็งกร้านเป็นอย่างมากแน่นอนหากตนปฏิเสธ ทั้งตนและตระกูลหลิวจะมีจุดจบอย่างไรหลิวซือฉุนไม่กล้าคิดแต่หากยอมตกลง หลิวซือฉุนก็ไม่สามารถตัดสินใจได้จริงๆในยุคสมัยนี้ ความบริสุทธ์ของผู้หญิงมีความสำคัญมากกว่าชีวิตของนาง แม้ว่าจะเป็นผู้หญิงแกร่งและความคิดก็ก้าวหน้ากว่าผู้หญิงทั่วไปมากอย่างหลิวซือฉุน ก็ยังไม่เคยคิดเลยว่าร่างกายของนางสามารถใช้เป็นข้อต่อรองได้“องค์รัชทายาท หากหม่อมฉันยินยอมพระองค์แล้วจะแตกต่างจากพวกผู้หญิงทั่วไปที่พอพระองค์เรียกก็มาสั่งไปก็ไปอย่างไร? พวกหญิงแบบนั้น องค์รัชทยาทมีมากเท่าที่ต้องการ ยังขาดหม่อมฉันคนหนึ่งอีกหรือเพคะ?”หลิวซือฉุนรวบรวมความกล้าพูดว่า “สิ่งที่ร่างกายของหม่อมฉันถวายให้พระองค์ได้ ผู้หญิงคนอื่นๆ ก็สามารถทำได้ แต่ผลประโยชน์ที่หม่อมฉันนำมาสู่องค์รัชทายาทได้นั้น คนธรรมดาๆ ย่อมไม่มีวันทำ"“องค์รัชทายาททางพระปรีชาสามารถ บัญชีนี้ควรคำนวณใ

  • รัชทายาทจอมเจ้าเล่ห์   บทที่ 31

    ในขณะนั้น เสียงฝีเท้าอันวุ่นวายก็ดังมาจากด้านนอกพระที่นั่งสีเจิ้ง จากนั้นสวีฉังชิงก็เปล่งเสียงร้องไห้ปานจะขาดใจว่า “องค์รัชทายาท องค์รัชทายาท! กระหม่อมสวีฉังชิง มีเรื่องเร่งด่วนขอเข้าเฝ้าองค์รัชทายาท!”เสียงตะโกนที่ไร้สัญญาณเตือนนี้ ได้ขัดจังหวะบรรยากาศที่หลี่เฉินจัดอย่างพิถีพิถันในพระที่นั่งสีเจิ้งหลิวซือฉุนราวกับได้รับนิรโทษกรรม นางวิ่งหนีเหมือนกระต่ายป่า ที่อยากจะหลบไปซ่อนตัวอยู่ไกลๆ นางคำนับหลี่เฉินแล้วกล่าวอย่างรีบร้อนว่า “หม่อมฉันขอทูลลาก่อนเพคะ”พูดจบ หลิวซือฉุนจึงเปิดประตูพระที่นั่งสีเจิ้ง ซึ่งบังเอิญกับสวีฉังชิงที่วิ่งถลาเข้ามา หลิวซือฉุนเหลือบมองสวีฉังชิงที่กำลังตื่นตระหนกแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบเดินจากไปถ้าไม่วิ่งหนีตอนนี้ พรหมจรรย์ของนางก็คงจะหายอยู่ที่นี่แน่ขณะที่หลิวซือฉุนรอดพ้นจากความตายได้อย่างหวุดหวิด หลี่เฉินที่ตั้งปืนเตรียมจุดไฟ ก็เห็นเป็ดที่กำลังจะปรุงบินหนีไปแล้วเขาจ้องมองสวีฉังชิงอย่างไม่มีความสุข ระงับความโกรธในใจและพูดเสียงลอดไรฟันว่า “ถ้าวันนี้เจ้าไม่มีคำอธิบายดีๆ ข้าจะตัดหัวเจ้าทำเป็นกระโถน!”สวีฉังชิงกล่าวด้วยความตื่นตระหนกว่า “องค์รัชทายาท เกิดเรื่องใหญ

Latest chapter

  • รัชทายาทจอมเจ้าเล่ห์   บทที่ 1034

    เซียวเทียนหนานไม่รู้ว่าทำไมต้าฉินถึงคลุ้มคลั่งถึงเพียงนั้น ถึงขนาดต้องการให้เย่ลู่เสิ่นเสวียนพร้อมกองทัพม้าหกแสนนาย ติดแหงกอยู่ที่หน้าด่านเย่ว์หยาทว่าเรื่องนี้กลับไม่อาจขัดขวางเขา ที่กำลังพยายามสุดชีวิตเพื่อทำภารกิจที่ "สหายผู้แซ่เหอ" มอบหมายให้สำเร็จก็จะให้ทำอย่างไรได้เล่า? สิ่งที่ "สหายผู้แซ่เหอ" มอบให้มันมากเกินต้านทานนักเมื่อได้ประสบพบเห็นความเจริญรุ่งเรืองของต้าฉิน ได้ลิ้มรสความอ่อนหวานของหญิงสาวจงหยวน เซียวเทียนหนานก็ไม่อาจมองเหลียวกลับไปยังเบี้ยเลี้ยงเพียงน้อยนิดและเนื้อแพะแห่งแคว้นเหลียวได้อีก หญิงสาวบนทุ่งหญ้า ต่อให้นางแข็งแกร่งเพียงใด แขนแบกม้า อกทุบหินได้ แต่ทั้งเนื้อทั้งกระดูก หากเทียบกับความอ่อนโยนชุ่มชื่นของหญิงสาวชาวจงหยวนแล้ว ก็ยังด้อยกว่าอยู่หลายขุมเมื่อใจคนลิ้มรสความเสื่อมแล้วไซร้ ต่อให้สวรรค์เปิดทาง ก็ยากนักจะหันกลับคืนเซียวเทียนหนานไม่เคยคิดว่าตนทำผิดคนเราหากไม่เห็นแก่ตัว ฟ้าดินก็ย่อมลงทัณฑ์ความจริงแล้ว เซียวเทียนหนานก็มีวาทศิลป์ที่ไม่เลวเลยทีเดียวหลังจากถูกวิเคราะห์แยกแยะอย่างละเอียดจากเขา เย่ลู่เสิ่นเสวียนซึ่งแต่เดิมก็เอนเอียงไปทางไม่ถอนทัพอยู่แล้ว

  • รัชทายาทจอมเจ้าเล่ห์   บทที่ 1033

    เย่ลู่เสิ่นเสวียนสีหน้าไร้อารมณ์ จ้องมองเซียวเทียนหนานตรงๆ แล้วเอ่ยว่า “พูดให้ละเอียด”ตามปกติ หากไม่ใช่เขาเอ่ยปากถามก่อน เย่ลู่เสิ่นเสวียนย่อมไม่อนุญาตให้ผู้ใดในใต้บัญชาของตนแสดงความคิดเห็นด้วยตนเองยิ่งเป็นเรื่องใหญ่ระดับการถอนทัพด้วยแล้ว ยิ่งไม่ควรมีใครบังอาจกล่าวก่อนแม้เซียวเทียนหนานจะเป็นผู้ที่เข้าร่วมทีหลัง ทว่ากฎเช่นนี้ย่อมต้องรู้ดีด้วยเหตุนี้เอง การที่เซียวเทียนหนานเอ่ยความเห็นเช่นนี้ก่อน ย่อมทำให้ในใจของเย่ลู่เสิ่นเสวียนเริ่มมีความคิดบางอย่างผุดขึ้นความคิดนั้นจะเป็นความพอใจหรือไม่พอใจ ก็ขึ้นอยู่กับว่า “รายละเอียด” ที่เซียวเทียนหนานกำลังจะกล่าวต่อจากนี้ จะสามารถทำให้เขาพึงใจได้หรือไม่เซียวเทียนหนานเองย่อมรู้ดีว่าตนกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย ทว่าเนื่องด้วยคำสั่งจาก "ผู้แซ่เหอ" แห่งต้าฉิน ผู้ที่ชอบคบหาสมาคมกับผู้คน เขาจึงจำต้องกัดฟันดำเนินต่อไป“องค์รัชทายาท บัดนี้สถานการณ์ภายในวังหลวงก็ไม่ได้สงบสุข ถึงแม้ตำแหน่งขององค์รัชทายาทยังคงมั่นคงอยู่ในยามนี้ แต่กระหม่อมขอกล่าวถ้อยคำที่อาจเป็นการล่วงเกิน หากวันใดฝ่าบาทสละราชบัลลังก์ องค์รัชทายาทอาจขึ้นครองราชย์ไ

  • รัชทายาทจอมเจ้าเล่ห์   บทที่ 1032

    ทั่วทั้งทุ่งหญ้าต่างร่ำลือกันว่า เย่ลู่เสิ่นเสวียน คือของขวัญจากเทพสวรรค์ที่ประทานแก่แคว้นเหลียว เป็นเจ้าเหนือแคว้นเหลียวผู้ถูกลิขิตไว้แล้วแต่กำเนิดตำนานนี้แพร่สะพัดมาหลายสิบปีแล้วเย่ลู่เสิ่นเสวียนเองก็ครองตำแหน่งองค์รัชทายาทมาหลายสิบปีเช่นกันโดยแท้จริงแล้ว ภายในแคว้นเหลียว เย่ลู่เสิ่นเสวียนก็มีบารมีสูงส่ง ผู้คนส่วนใหญ่ต่างสนับสนุนให้เขาขึ้นครองบัลลังก์แต่ปัญหาคือ แคว้นเหลียวหาใช่ต้าฉินไม่แม้แต่ต้าฉินก็ยังเต็มไปด้วยอ๋องแห่งแคว้นที่คอยก่อกวนเขย่าบัลลังก์ ไม่ต้องกล่าวถึงแคว้นเหลียวซึ่งโดยรากเหง้าเป็นการรวมตัวของหลายเผ่าพันธุ์เข้าด้วยกันภายใต้ภาพลักษณ์ของความเป็นเอกภาพในแคว้นเหลียว ที่แท้คือการรวมกลุ่มของชนเผ่าต่างๆ และเหล่าท่านอ๋องที่แยกกันปกครองอย่างชัดเจนยิ่งไปกว่านั้น ราษฎรแคว้นเหลียวล้วนมีนิสัยห้าวหาญ เป็นชาวทุ่งหญ้าที่เคารพพลังแห่งสงครามมากกว่าความรู้ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ หากเย่ลู่เสิ่นเสวียนไร้ซึ่งผลงานในสนามรบ ต่อให้ขึ้นครองบัลลังก์แล้ว ก็ไม่อาจทำให้ผู้คนยอมรับได้สำหรับแคว้นเหลียวแล้ว ผลงานสงครามที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ย่อมต้องมาจากการรุกรานต้าฉินแต่ไม่ว่าจะเป็นฮ่องเต

  • รัชทายาทจอมเจ้าเล่ห์   บทที่ 1031

    "ทางต้าฉิน ยังไม่มีข่าวคราวส่งมาหรือ?"ในฐานะองค์รัชทายาทแห่งแคว้นเหลียว ค่ายพักของเย่ลู่เสิ่นเสวียนนั้นใหญ่โตผิดธรรมดา ราวกับตำหนักหลังหนึ่ง ทว่าไม่มีการตกแต่งที่หรูหราโอ่อ่า ด้านในถูกแบ่งเป็นหลายส่วน เท่าที่มองเห็น มีเพียงแบบจำลองสนามรบ แผนที่ และเครื่องมือทางทหารเท่านั้นในด้านชีวิตส่วนตัว เย่ลู่เสิ่นเสวียนเป็นผู้มีวินัย ไม่หลงใหลในความหรูหราฟุ้งเฟ้อและด้วยเหตุนี้เอง ท่ามกลางวงขุนนางแห่งแคว้นเหลียว ซึ่งนิยมประดับกายด้วยทองคำหยกอันล้ำค่า จะก้าวเท้าออกนอกตำหนักก็ต้องมีสตรีงามนับสิบตามติดจึงจะถือว่าสมศักดิ์ศรี เย่ลู่เสิ่นเสวียนกลับกลายเป็นบุคคลแปลกแยกหากแต่ความแปลกแยกที่สืบเนื่องมายาวนานนับสิบปีเช่นนี้ กลับทำให้เขาได้รับความเคารพนับถืออย่างสูงจากชาวแคว้นเหลียวส่วนใหญ่ยามนี้ เย่ลู่เสิ่นเสวียนนั่งอยู่บนเก้าอี้ขุนนางใหญ่ ด้านหน้าวางเรียงรายด้วยเอกสารราชการและกิจการทหาร แต่ข้างกายเขากลับมีตำรากลอนและบันทึกประวัติศาสตร์จากแผ่นดินต้าฉินวางอยู่หลายเล่มแคว้นเหลียวเข้มงวดห้ามราษฎรตนเองสัมผัสกับวัฒนธรรมต้าฉิน ทว่าในหมู่ขุนนาง หากเป็นผู้มีวิสัยทัศน์และการศึกษา ย่อมแอบศึกษาวัฒนธรรมจงหยวน

  • รัชทายาทจอมเจ้าเล่ห์   บทที่ 1030

    "ใต้เท้าจ้าวช่างชอบพูดเล่นจริงๆ"เฉินป้าวกั๋วเอ่ยด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ มองจ้าวเหอซานด้วยสายตาเรียบเฉย "ทั่วทั้งมณฑลซีซาน ใครบ้างที่ไม่รู้ว่าใต้เท้าจ้าวรักความสงบที่สุด?"ตอนที่จ้าวเหอซานเพิ่งมารับตำแหน่งที่มณฑลซีซาน เขาได้เรียกประชุมขุนนางทุกคนในพื้นที่ และคำพูดแรกที่ออกจากปากของเขาคือเขาจ้าวเหอซาน รักความสงบ และชอบสร้างมิตรแต่เพียงไม่นานหลังจากนั้น ขุนนางที่ได้ฟังคำพูดเหล่านั้น ถูกโยกย้าย ถูกลดตำแหน่ง หรือหนักกว่านั้นคือถูกจับเข้าคุกดังนั้น ในวงการขุนนางของมณฑลซีซาน คำว่าจ้าวเหอซานรักความสงบ จึงกลายเป็นคำพูดประชดประชันโดยปริยายจ้าวเหอซานยิ้มบางๆ เอ่ยกับเฉินป้าวกั๋ว "แม่ทัพเฉิน เจ้าอย่าเพิ่งแสดงอารมณ์เช่นนี้ อีกไม่นานนัก เจ้าจะรู้ว่าข้ากำลังช่วยเจ้าอยู่"เฉินป้าวกั๋วแค่นหัวเราะเย็นชา "เช่นนั้นข้าควรขอบคุณเจ้าหรือ?""ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก"จ้าวเหอซานโบกมือเบาๆ ก่อนหันไปมองทางเมืองหลวง โค้งคำนับเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า "เจ้าควรขอบคุณองค์รัชทายาท"เฉินป้าวกั๋วขมวดคิ้ว สีหน้าหนักแน่น กล่าวเสียงเข้ม "ใต้เท้าจ้าว เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่อยากเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งในเมืองหลวง แต่การกระทำขอ

  • รัชทายาทจอมเจ้าเล่ห์   บทที่ 1029

    หลี่เฉินหัวเราะเสียงดัง เอ่ยขึ้นว่า "ได้เจ้าเป็นภรรยา ถือเป็นโชควาสนาของข้า"ซูจิ่นพ่าลอบมองเขา กัดริมฝีปากเบาๆ แต่ไม่ได้ตอบอะไรตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ นางรู้สึกว่าตัวเองถูกสถานการณ์ผลักให้เดินไปข้างหน้าโดยไม่มีทางเลือกแม้ว่าพิธีสมรสจะดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว แต่ลึกๆ ในใจ นางก็ยังรู้สึกว่า ตนเองยังไม่พร้อมที่จะแต่งงานอย่างไรก็ตาม หลี่เฉินไม่ได้มองนางตรงๆ อีกแล้ว และไม่ได้เอ่ยคำพูดใดที่มากไปกว่าจำเป็น"ทหาร"หลี่เฉินกล่าวเสียงราบเรียบ "คุ้มครองฮองเฮาและพระชายาองค์รัชทายาท หากมีผู้ใดปล่อยให้เกิดอันตราย แม้แต่คนเดียวในพวกเจ้า ข้าจะสั่งประหารทั้งตระกูล!"สิ้นคำพูดของเขา หลี่เฉินสะบัดแขนเสื้อ ชุดแต่งงานสีแดงสดพลิ้วไหว ก่อนก้าวเท้าออกไปทางประตูศาลบูรพกษัตริย์และทันทีที่เขาเดินไปข้างหน้า เงาร่างของทหารนับไม่ถ้วนก็โผล่ออกมาจากเงามืดทหารเหล่านี้ทุกคนสวมใส่ชุดเกราะ ถือดาบยาวเป็นอาวุธประจำตัว แต่ที่พิเศษคือ พวกเขาทุกคนต่างมีไม้เหล็กสีดำสนิทสะพายอยู่บนหลัง นอกจากนี้ ที่เอวของแต่ละคนยังมีถุงหนังที่พองตัว ไม่ทราบว่าด้านในบรรจุอะไรเอาไว้ขณะที่เงาร่างของทหารกระจายตัวไปทั่วบริเวณ ร่างหนึ่งก

  • รัชทายาทจอมเจ้าเล่ห์   บทที่ 1028

    เสียงประตูศาลบูรพกษัตริย์เปิดออกช้าๆหลี่เฉินก้าวออกไปด้านนอกที่หน้าประตู ซูจิ่นพ่ากำลังยืนอยู่ในชุดแต่งงานซูจิ่นพ่าในวันนี้ สวมอาภรณ์มงคลสีแดงเข้ม งามสง่าและสมบูรณ์แบบปิ่นประดับมุกหงส์ห้อยระย้า ประดับเครื่องสำอางบางเบา ใบหน้าเรียวรูปเมล็ดแตงดูประณีตดุจรังสรรค์จากสวรรค์ คิ้วเรียวบางราวภูผาไกล ดวงตากระจ่างใสราวน้ำในฤดูใบไม้ร่วง ปลายจมูกงามระหง ริมฝีปากอิ่มสีกลีบท้องามเหนือคำบรรยาย งามดุจเทพธิดานี่แหละความงามที่ทำให้แผ่นดินล่มสลาย"แต่โบราณมา คำสดุดีที่สูงสุดสำหรับสตรีคงเป็น แต่จิ่นพ่าในวันนี้กลับงดงามยิ่งกว่าเทพลั่วเสียอีก ย้อนคิดถึงสี่มหางามในประวัติศาสตร์ แม้แต่ซีซือ หรือหวังเจาจวิน ก็คงไม่อาจงามไปกว่านี้แล้ว"คำกล่าวของหลี่เฉินทำให้ซูจิ่นพ่ารู้สึกประหม่าเล็กน้อยนางก้มหน้าลงเล็กน้อย เอ่ยเสียงเบา "หม่อมฉันคารวะองค์รัชทายาท"แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันอภิเษก และตามกฎหมายแล้ว ซูจิ่นพ่าคือพระชายาองค์รัชทายาทโดยสมบูรณ์ แต่ในวังหลวง ระเบียบแห่งราชสำนักมาก่อนความสัมพันธ์ในครอบครัว และคู่สมรสหลี่เฉินยกมือขึ้น ตรัสด้วยเสียงอ่อนโยน "ลุกขึ้นเถิด ไปกับข้า"ซูจ

  • รัชทายาทจอมเจ้าเล่ห์   บทที่ 1027

    ความอ่อนนุ่มของร่างกายหญิงสาวถูกกอบกุมไว้ จ้าวชิงหลานรู้สึกว่าทั่วร่างของตนเองเหมือนถูกทำให้ชาไปครึ่งซีกแต่สิ่งที่ทำให้นางไม่อาจยอมรับได้ยิ่งกว่านั้น คือคำพูดของหลี่เฉิน"ดังนั้นเจ้าจึงปล่อยให้พวกกบฏทำตามอำเภอใจ เจ้ารู้หรือไม่ว่าเพราะการตัดสินใจของเจ้า มีราษฎรบริสุทธิ์มากมายต้องสังเวยชีวิต? เจ้าช่างโหดร้ายและไร้หัวใจยิ่งนัก!"หลี่เฉินกล่าวอย่างไร้อารมณ์ "ข้าโหดร้ายไร้หัวใจอย่างนั้นหรือ? แล้วเจ้าคิดว่าเป็นข้าหรือบิดาเจ้าจ้าวเสวียนจีที่แท้จริงแล้วเป็นผู้ที่ละเลยชีวิตผู้คน?""หากไม่ใช่เพราะเขา เหตุการณ์ทั้งหมดนี้คงไม่เกิดขึ้น และตอนนี้เจ้ากลับมาว่าข้าโหดร้ายไร้หัวใจ?""ใช่ มันเป็นความจริงที่มีผู้คนจำนวนมากต้องสังเวยชีวิตเพราะการตัดสินใจของข้า แต่แล้วอย่างไรเล่า? การเสียสละบางส่วนเพื่อรักษาภาพรวมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ข้าคือองค์รัชทายาท เป็นว่าที่ฮ่องเต้ในอนาคต ข้าต้องรักษาแผ่นดินนี้ ต้องรักษาการปกครองของราชวงศ์หลี่ ข้าจำต้องมองภาพรวม ต้องชั่งน้ำหนักความสูญเสีย ไม่ใช่จดจ่อเพียงแค่ชีวิตของคนเพียงหนึ่งหรือสองคน""หากข้าปล่อยให้ทุกอย่างพังทลาย ทั้งแผ่นดินก็จะสูญสิ้น ดังนั้น สิ่งที

  • รัชทายาทจอมเจ้าเล่ห์   บทที่ 1026

    ภายในศาลบูรพกษัตริย์จ้าวชิงหลานผลักหลี่เฉินออกไปด้วยแรงทั้งหมดของนาง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธเกรี้ยว นางเงื้อมือขึ้นหมายจะฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าของหลี่เฉินแต่เมื่อเห็นสายตาสงบนิ่งของหลี่เฉิน นางกลับชะงักไปเล็กน้อย มือที่เงื้อขึ้นสุดท้ายก็ค่อยๆ ลดลงมา นางไม่มีความกล้าพอที่จะฟาดลงไปจริงๆ"เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ!"จ้าวชิงหลานตวาดเสียงดังหลี่เฉินไม่ได้ตอบอะไรเขาเพียงคว้าข้อมือของจ้าวชิงหลานไว้ ก่อนจะดึงร่างของนางเข้ามาในอ้อมแขนอีกครั้งฝ่ามือของเขากดอยู่ที่ท้ายทอยของนาง กดศีรษะของนางให้แนบไปกับแผงอกของเขา แล้วเอ่ยเสียงเบา "เจ้าจะยอมตามใจข้าสักครั้งไม่ได้เลยหรือ?"จ้าวชิงหลานดิ้นรนอย่างสุดกำลัง แต่ผลกลับเป็นเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา นางไม่อาจขยับตัวได้เลย"แค่ไม่ยอมตามใจเจ้า เจ้ากล้าทำกับข้าได้ถึงเพียงนี้ ถ้าข้ายอมตามใจ เจ้าคงคิดทำอะไรมากกว่านี้อีกแน่!"จ้าวชิงหลานทั้งโกรธทั้งอับอาย นางรู้สึกว่าความบริสุทธิ์ของตนเองกำลังถูกหลี่เฉินล่วงเกินจนแทบไม่เหลืออะไรแต่ไม่ว่าดิ้นรนเพียงใด นางก็สลัดหลี่เฉินออกไปไม่ได้ความรู้สึกหมดหนทางเช่นนี้ทำให้นางรู้สึกสิ้นหวัง"เจ้าไม่ต้องกลัว

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status