Share

บทที่ 130

Author: กระต่ายน้อยใต้ดวงจันทร์
หลินเฟิงกล่าวว่า “ท่านอ๋องก็ไม่ได้ดื่ม แถมยังอาเจียนออกมาด้วย ท่านหมอหลวงเหมยก็บอกไว้แล้วว่า ต้องกินยาอาการป่วยจึงจะหาย แต่เป็นตายอย่างไรก็ทรงไม่ยอมดื่ม”

สองสามีภรรยาสบตาอีกฝ่ายครั้งหนึ่ง พวกเขาต่างรู้สึกเขินอายที่กลัวการกินยา

เมื่อหลินเฟิงเห็นท่าทางของคนทั้งสองก็อดหยอกล้อไม่ได้ เขาจงใจกล่าวว่า “ในเมื่อท่านอ๋องกับพระชายาไม่เต็มที่จะดื่มยา ก็ไม่ต้องดื่มแล้ว พวกเราที่เป็นข้ารับใช้ก็ไม่อาจบังคับให้เจ้านายดื่มยาไม่ใช่หรือ แต่ท่านหมอเหมยบอกไว้แล้วว่า หากหนึ่งวันไม่หาย ท่านอ๋องกับพระชายาก็ไม่อาจพบหน้ากันต่อไปอีกหนึ่งวัน ยามสนทนาก็ต้องอยู่ให้ห่างไปไกล แต่ว่าท่านอ๋องกับพระชายาต่างก็กลายเป็นคนใบ้แล้ว ดูเหมือนว่าพวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องพูดจาเท่าไหร่ เช่นนั้นก็ปล่อยไปแบบนี้ไปเถอะ”

สวีหมัวมัวก็ฟังความนัยที่แฝงอยู่ออกเช่นกัน จึงยกชามยาขึ้นมา เตรียมจะเดินออกไปทันที “ไม่ดื่มก็ไม่ดื่ม พักรักษาตัวสักพักก็หายดีได้เหมือนกัน เพียงแต่ระยะเวลาจะนานหน่อย แล้วก็ทรมานอยู่บ้าง…”

เจียงเฟิ่งหัวไม่แม้แต่จะคิด ยื่นมือไปแย่งยามา แล้วกลั้นหายใจฝืนดื่มยาเต็มชานั่นลงไป เมื่อดื่มเสร็จ คิ้วกับจมูกของนางก็ย่นเข้าหากันเป็
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Related chapters

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 131  

    เจียงเฟิ่งหัวเป็นฝ่ายเดินออกไปเอง ซูถิงหว่านจึงรู้สึกว่าเป็นอิสระมากขึ้น จากนั้นก็พยายามเอาอกเอาใจเซี่ยซาง “ท่านอ๋อง ท่านลองชิมปลานี้สิเพคะ” เซี่ยซางชี้นิ้วไปที่ลำคอของตนเอง สื่อว่าเจ็บ กินไม่ได้ ทว่านางกลับคีบชิ้นปลาชิ้นหนึ่งป้อนไปริมฝีปากของเขา พลางยิ้มน้อย ๆ “หวานหว่านป้อนให้เพคะ!” เซี่ยซางอึ้งงัน เขามิได้บอกว่าอยากกินปลา เห็นท่าทางเอาอกเอาใจของนางแล้ว เขาอยากบอกว่าหวานหว่านเจ้าอย่าทำเช่นนี้เลย ซูถิงหว่านวางตะเกียบลง พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงท่วมท้น “อาซาง ข้าอยากกลับไปเหมือนเมื่อก่อน กลับไปสู่วันที่เราสองคนอยู่ด้วยกันอย่างไร้ความกังวลใจ ทว่าบัดนี้ข้าค้นพบแล้วว่าข้าได้เปลี่ยนไปแล้ว ข้ากลับกลายเป็นคนที่มีแต่ความกลัดกลุ้ม เห็นท่านกับพระชายารักใคร่กลมเกลียวกันขึ้นทุกวันแล้ว หัวใจข้าเป็นทุกข์ยิ่งนัก ข้าคิดกับตนเองเสมอว่าท่านคงจะยังรักข้ากระมัง ใช่แล้ว อาซางต้องรักหวานหว่านสิ” นางสารภาพความรู้สึกออกไป หยาดน้ำตารื้นขอบตา “ข้ารักท่าน ภพชาตินี้ข้ามิอาจแยกจากท่าน ถึงอย่างไรข้าก็เกิดมาเพื่อเป็นคนของท่าน แม้สิ้นลมหายใจข้าก็ยังเป็นของท่าน อาซาง ท่านเคยบอกว่าท่านชมชอบข้าเสมอ” เซี่ยซางรู้ส

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 132  

    เขาปัดมือของนางและผลักนางออก ก่อนจะขยับตัวไปด้านข้าง “หวานหว่าน หมอหลวงเหมยบอกว่าอาการป่วยของข้าสามารถแพร่ไปสู่คนอื่นได้ คืนนี้เราสองต่างคนต่างนอนเถิด! เจ้าอยู่ให้ห่างข้าสักหน่อยดีกว่า ข้ากลัวว่าเจ้าจะติดโรคไม่สบายไปด้วย” ซูถิงหว่านรีบเอ่ยด้วยเสียงร้อนใจ “ข้าไม่กลัว ข้าดูแลปรนนิบัติท่านได้” นางขยับมือขยับเท้าอีกครั้ง แววตาของเซี่ยซางกลับฉายประกายโกรธกรุ่นแล้ว พร้อมเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเคร่งขรึม “หากเจ้ายังเป็นเช่นนี้อีก ข้าจะออกไปเดี๋ยวนี้” นางได้ยินเขาเอ่ยเช่นนี้ ก็ไม่กล้าขยับตัวอีก ได้แต่น้ำตาคลอเบ้า นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าพวกเขาสองคนจะมาถึงวันที่ร่วมเตียงกันแต่ความปรารถนากลับแตกต่างกัน นางหลับตาลงกลั้นน้ำตาเอาไว้ เซี่ยซางเห็นนางร้องไห้แบบนั้นก็หงุดหงิดขึ้นมาในใจ จึงเลื่อนมือไปกุมมือของนางเอาไว้ ทว่าร่างกายกลับบอกเขาว่า เขาไม่คิดจะทำอะไรมากไปกว่านี้ทั้งสิ้น เพียงแค่อยากนอนหลับให้ถึงเช้าเร็ว ๆ เท่านั้น รุ่งเช้าวันต่อมา หลินเฟิงรออยู่ด้านนอกเรือนถานเซียงโดยมิได้เข้าไปด้านใน อิ๋นซิ่งตะโกนเรียกเขา ทว่าเขาก็มิได้สนใจ เพียงทำหน้าที่องครักษ์ให้ดีที่สุดเท่านั้น เซี่ยซางออกจากเรือนถา

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 133  

    พ่อบ้านเฉิงเอ่ย “ถึงอย่างไรพระชายาก็เป็นนายหญิงของจวนอ๋อง สมควรได้ฝึกเรียนรู้การดูแลจัดการจวนอ๋องแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เซี่ยซางถามขึ้นกะทันหัน “นับแต่พระชายาแต่งเข้าจวนอ๋องมา นางเคยซื้ออะไรบ้างหรือไม่ อาภรณ์ แพรพรรณ เครื่องประดับอะไรจำพวกนี้” “เคยซื้อพ่ะย่ะค่ะ ทว่าทั้งหมดล้วนเป็นเงินของพระชายาเองทั้งสิ้น นางไม่เคยแตะต้องเงินจากบัญชีกลางแม้แต่อีแปะเดียวพ่ะย่ะค่ะ” พ่อบ้านเฉิงตอบอย่างสัตย์จริง เซี่ยซางใช้มือบีบหว่างคิ้ว สภาพจิตใจอ่อนล้าเต็มที เมื่อคืนนอนหลับไม่สนิท เพราะรู้สึกราวว่าที่แผ่นหลังเหมือนมีเข็มทิ่มแทง จะทำอย่างไรก็นอนไม่หลับ เขาอดทนนอนกึ่งหลับกึ่งตื่นจนกระทั่งถึงรุ่งสาง ครั้นออกจากเรือนถานเซียงแล้วค่อยรู้สึกว่าร่างกายผ่อนคลายสักหน่อย จากนั้นก็ฟังพ่อบ้านเฉิงกล่าวต่ออย่างใจเย็น “ส่วนสำรับอาหารที่ห้องเครื่องนำไปส่งให้ คนที่หอหล่านเยว่ก็ไม่เคยบ่นจุกจิกพ่ะย่ะค่ะ แม้แต่สวีหมัวมัวให้คนของห้องเครื่องไปซื้อหาวัตถุดิบมาทำขนมที่พระชายาโปรดปราน นางก็ยังใช้เงินส่วนตัวจ่ายไป” “ทางสกุลเจียงเองก็มักจะส่งอาภรณ์ แพรพรรณ และเครื่องประดับศีรษะมาให้ตลอด โดยเฉพาะพี่หญิงรองของพระชายา หากมีของดีเมื

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 134  

    หลินเฟิงเป็นคนรู้สถานการณ์ เขาย่อมไม่พูดว่าเขารู้สึกว่าสาวใช้ที่หอหล่างเยว่ดี เขายกถ้วยยามาให้จากนั้นก็เดินออกจากห้องหนังสือไป เซี่ยซางเห็นเขาโกรธเช่นนั้น ก็รู้สึกเพียงว่างุนงงไม่เข้าใจ สภาพจิตใจของเขาอ่อนล้าเต็มที อาหารป่วยก็ยังไม่หายดี ไม่มีกะจิตกะใจทำงาน เดิมคิดจะเอนหลังพักผ่อนบนตั่งนุ่มสักหน่อย ทว่าจะทำอย่างไรก็นอนไม่หลับ สิ่งที่คิดวนเวียนอยู่ในหัวก็คือ เจียงเฟิ่งหัวน่าจะตื่นแล้วกระมัง? นางดื่มยาแล้วหรือยัง? ยังเจ็บคออยู่หรือเปล่า หลินเฟิงพูดมากเสียขนาดนั้นกลับไม่เลือกพูดเรื่องสำคัญออกมา อย่างน้อยแค่บอกสักคำว่านางกำลังทำอะไรอยู่ก็ดีเท่าใดแล้ว เซี่ยซางมิอาจข่มตานอนหลับได้แล้วจริง ๆ จึงลุกจากตั่งนุ่มจากนั้นก็ไปที่หอหล่านเยว่ทันที วันนี้เขามิได้เข้าทางประตูหลักทว่าเลือกปีนกำแพงเข้ามา ลัดเลาะผ่านทางลัดทะลุเข้าไปในเรือนแทน เหลียนเย่เห็นไกล ๆ ตอนแรกก็คิดว่าโจรชั่วใจกล้าคนไหนบังอาจบุกเข้ามาในจวนเหิงอ๋อง กระทั่งมองเห็นชัดแล้วว่าบุคคลผู้นั้นคือเหิงอ๋อง นางก็แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นอะไรก่อนจะรีบเดินไปกระซิบกระซาบข้างหูเจียงเฟิ่งหัว เจียงเฟิ่งหัวกำลังแต่งหน้าอยู่หน้าโต๊ะคันฉ่อง สวมกร

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 135  

    เซี่ยซางเดินตามหลังเจียงเฟิ่งหัวมาตลอดทาง เห็นนางเดินแวะร้านค้าหลายแห่ง และนางก็ซื้อของบางอย่างไปแล้วด้วย สุดท้ายนางก็เข้าไปในจวนจางกั๋วกง เห็นจางอวี่มั่วเปิดประตูจวนต้อนรับนางด้วยตนเองแล้ว เขาจึงเลิกเดินตาม ทว่าหมุนตัวไปที่ทำการเขตเมืองหลวงแทน ครั้นกลับมาถึงที่ทำการ เขาก็ตรงไปตรวจสอบม้วนสำนวนคดีลูกสะใภ้สังหารแม่สามีทันที จากนั้นก็สั่งให้คนไปนำตัวจำเลยมาขึ้นศาล พร้อมทั้งเรียกครอบครัวของฝ่ายลูกสะใภ้มาที่ศาล และไปเรียกสามีของนางมาด้วย การรื้อคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่ นับว่าสร้างความฮือฮาไม่น้อย ใต้เท้าผู้ดูแลที่ลางานไปสามวัน ทว่าวันที่สองก็กลับมาทำงานต่อแล้ว เพียงพริบตาเดียวทั้งที่ทำการเขตเมืองหลวงก็วุ่นวายอลหม่าน แม้กระทั่งหน้าที่ทำการยังคลาคล่ำไปด้วยชาวบ้านจำนวนมากที่มามุงดู เห็นเซี่ยซางในชุดขุนนางขับให้เขายิ่งดูเคร่งขรึมและสง่างามน่าเกรงขามมากขึ้นไปอีก เขานั่งอยู่หลังโต๊ะพิจารณาคดี ขนาบข้างด้วยนักการในศาลาว่าการแปดนายที่ถือแส้และกระบองไว้ในมือ ท่าทางดูน่าเกรงขามยิ่งนัก นอกจากนี้ยังมีที่ปรึกษากฎหมายและอาลักษณ์คอยช่วยเหลืออยู่ด้านข้าง บรรยากาศภายในโถงพิจารณาคดีเต็มไปด้วยความเข้มงวดและค

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 136

    “พอเจ้าไม่พอใจก็ทุบตีเจียวเหนียง อยู่ในเรือนสกุลเกาของเจ้า นางเคยได้ใช้ชีวิตสุขสบายสักวันหรือ?” เกาเสี่ยวหู่ชี้ไปที่มารดาหูก็ด่ากราดออกมา “ยายแก่ใกล้ตาย ก็บุตรสาวของเจ้ามันชั่วช้าต่ำตม สามวันไม่โดนตีผิวหนังนางก็คันยิบ ๆ แล้ว นางไม่เคารพแม่สามี สตรีแบบนี้ไม่เอามาตีจะให้เอาไปทำอะไร นางสังหารมารดาข้าก็สมควรตายไปได้ตั้งนานแล้ว บัดนี้ข้าจะให้บุตรสาวของเจ้าชดใช้มารดาข้าด้วยชีวิต” เซี่ยซางกระแทกไม้ปลุกสติไปหนึ่งครั้ง ทำให้ทั้งศาลเงียบสงบลงมาอย่างรวดเร็ว เขาไม่ถามถึงเรื่องที่ฝ่ายหญิงสังหารคน ทว่าเขากลับถามขึ้นว่า “เกาเสี่ยวหู่ เจ้ากล่าวเช่นนี้ก็หมายความว่าเจ้าได้ยอมรับว่าเจ้าทำร้ายร่างกายหูเจียวเหนียงผู้เป็นภรรยาโดยชอบธรรมของเจ้าใช่หรือไม่” เกาเสี่ยวหู่ยังไม่สร่างเมา “ตีแล้วจะเป็นอย่างไรหรือ สตรีไม่ถูกตี นางก็ไม่รู้จักเรียบร้อยสำรวม” เซี่ยซางถามต่ออีก “ในคืนที่มารดาของเจ้าเสียชีวิต เจ้าได้ทำร้ายร่างกายนางหรือไม่?” “ก็ตีสิ พวกหญิงล้างผลาญ นางทำถ้วยชามแตก จนน้ำแกงเกือบจะลวกโดนข้า นางคิดจะสังหารสามีตนเอง ข้าน้อยก็แค่สั่งสอนนางเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น นางทั้งร้องไห้ทั้งโวยวาย มิหนำซ้ำยังบั

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 137  

    ฝูงชนเพิ่งได้สติ ราวกับมีน้ำทิพย์รดบนศีรษะให้แจ่มแจ้งขึ้นมา เพราะเกาเสี่ยวหู่ทำร้ายหูเจียวเหนียง มิหนำซ้ำแม่สามีของนางยังทุบตีนางด่าทอสาปแช่งนาง นางจึงต้องหนี ต้องต่อต้าน ดังนั้นนางถึงได้พลั้งมือฆ่าแม่สามีของนางไป ท่ามกลางฝูงชน มีใครบางคนตะโกนขึ้นมา “หากเป็นข้า คงฟันเจ้าบุรุษเฮงซวยคนนี้ไปนานแล้ว เรื่องอะไรจะปล่อยให้เขาข่มเหงรังแกอยู่ได้ตั้งสิบกว่าปี” “นางก็เป็นสตรีที่น่าสงสารคนหนึ่ง” “นางถูกสามีของตนเองขังไว้ในห้องเก็บฟืนแท้ ๆ แม่สามีของนางยังจะเข้าไปในห้องเก็บฟืนแล้วด่าทอทุบตีนางซ้ำอีก หญิงแก่ชั่วร้ายสมควรตายแล้ว ใครจะยอมทนให้สามีทุบตีด่าทอเป็นสิบ ๆ ปีบ้าง คนพรรค์นี้ควรจะหย่าขาดไปตั้งนานแล้ว” คนที่รู้เหตุการณ์บางคนก็ทอดถอนใจออกมา “เจียวเหนียงจะกล้าเอ่ยปากขอหย่าร้างเสียที่ไหน แค่คิดจะหย่าก็ถูกซ้อมปางตายแล้ว ช่างน่าสงสารเหลือเกิน” “นางยังให้กำเนิดบุตรตั้งสามคนเพื่อสกุลเกา นางคงอาลัยอาวรณ์ทิ้งพวกลูก ๆ ไม่ลง แล้วอีกอย่างสตรีที่หย่าร้างแล้วมีคนใดบ้างที่ได้ดี นางเองก็จนตรอกแล้วจริงๆ” “เงียบ” เสี้ยวพริบตา ภายในโถงพิจารณาคดีก็กลับมาสงบเงียบอีกครั้ง ทุกคนเองก็ไม่กล้าส่งเสียงวิพาก

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 138  

    เซี่ยซางเห็นเจียงเฟิ่งหัวตั้งแต่แรกแล้ว ทว่าเขาก็สอบสวนคดีความโดยไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ กระทั่งเสร็จสิ้นแล้วจึงค่อยสั่งให้หลินเฟิงไปตามนาง เจียงเฟิ่งหัวไม่รู้จะตอบอะไร หากบอกว่านางตั้งใจมาดูเซี่ยซางพิจารณาคดี นางไม่ยอมรับอย่างเด็ดขาด ทว่าหากบอกว่าไม่ใช่ก็ดูจะเสแสร้งเกินไป จางอวี่มั่วจึงช่วยหาข้ออ้างให้ “พวกข้าเบื่อที่จะอยู่ในจวน จึงออกมาเดินเล่นชมเมือง ได้ยินว่าที่ทำการเขตเมืองหลวงกำลังสอบสวนคดีความ พวกข้าจึงแวะเข้ามาชมความครึกครื้นสักหน่อย” ที่จางอวี่มั่วชวนเจียงเฟิ่งหัวออกจากจวนในครั้งนี้ยังมีอีกเหตุผลหนึ่ง นั่นก็คืออยากรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นในพระราชวังเมื่อวันก่อน นางชมชอบเจียงจิ่นเหยียนมานานหลายปี วันนั้นเจียงจิ่นเหยียนกลับฝากถ้อยคำมาบอกนางอย่างกะทันหัน จนนางแทบสติหลุดลอย หลังจากตั้งสติหลับมาได้ กอปรกับได้เห็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวังหลวงแล้ว นางถึงได้รู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องไม่ง่ายแน่ เพราะเจียงเฟิ่งหัวไม่ปิดบังนาง เหตุนี้นางถึงได้รู้ว่าซูถิงหว่านเป็นคนในดวงใจของเหิงอ๋อง และรู้ด้วยว่าซูกุ้ยเฟยและซูถิงหว่านคิดจะทำร้ายเจียงเฟิ่งหัว แน่นอนว่านางย่อมมีอคติในใจก่อนแล้ว ไม่ว่าความร

Latest chapter

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 314  

    กลับมาถึงตำหนักครั้นนางผลักประตูห้องออกก็รับรู้ได้ถึงกระแสอากาศเย็นเยียบระลอกหนึ่งพัดเข้ามาจนนางหนาวสั่นไปทั้งร่างกาย หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่ต้องรอให้เซี่ยซางกลับมา นางคงถูกฮองเฮาทรมานจนตายไปก่อนแล้ว ฮองเฮาและเจียงเฟิ่งหัวเกลียดนางเข้ากระดูกดำ คนอย่างพวกนางไม่มีทางปล่อยนางไปแน่ ไม่รู้ว่าสงครามนี้จะยืดเยื้อไปอีกนานเท่าใด แต่นางต้องหาหนทางหลบหลีกเอาตัวรอดจากการทรมานของพวกนางให้ได้ บัดนี้ท่านป้าสูญเสียความโปรดปรานจากฝ่าบาทไปแล้ว มิหนำซ้ำยังคลุ้มคลั่งจนสติวิปลาสไปแล้ว หวังให้นางช่วยเหลือก็คงเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว ซูถิงหว่านเพิ่งออกมาจากห้องเครื่องเล็ก นางกินอิ่มแล้ว บัดนี้ความง่วงงุนเริ่มครอบงำ จึงตัดสินใจว่าจะงีบบนเตียงสักตื่นหนึ่งก่อนแล้วเรื่องอื่นค่อยว่ากัน ต่อให้จะหนีออกจากวังหลวงกลับไปที่ด่านชายแดน ก็ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ไม่นานนัก ซูถิงหว่านก็ค่อย ๆ เข้าสู่ห้วงนิทรา ในความฝันนางเห็นเจียงเฟิ่งหัวสวมอาภรณ์เนื้อหยาบสีเรียบกำลังเย็บปะเสื้อผ้า มือของนางเต็มไปด้วยบาดแผลและรอยช้ำจากความหนาวเย็น ข้างกายของนางมีเด็กชายหนึ่งคนและเด็กหญิงอีกหนึ่งคน เสื้อผ้าที่สวมอยู่บนตัวดูเก่าคร่ำคร่า แม้

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 313  

    กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วดุจอาชาขาววิ่งผ่านช่องแคบ เพียงพริบตาเดียว กองทัพใหญ่ก็ออกจากเมืองเซิ่งจิงมานานกว่าครึ่งเดือนแล้ว เจียงเฟิ่งหัวและซูถิงหว่านเองก็อยู่ในวังหลวงมาได้ครึ่งเดือนแล้ว ซูถิงหว่านตื่นนอนตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างก็ไปที่ห้องเครื่องเล็กแล้ว ครั้นต้มโจ๊กขาวถ้วยหนึ่งเรียบร้อย ซูถิงหว่านก็อาศัยช่วงที่นางข้าหลวงไม่อยู่ ถ่มน้ำลายลงไปในถ้วยหลายครั้ง ถึงกินแล้วไม่ตายแต่เจ้าได้ขยะแขยงไปจนตายแน่ อาหารโอชารสตั้งมากมายเพียงนั้นไม่รู้จักกิน กลับอยากกินโจ๊กข้าวขาวไร้เกลือไร้รสชาติ ยิ่งไปกว่านั้นโจ๊กข้าวขาวนี้ก็ต้มยากเป็นที่สุด แค่ครึ่งเดือนนางไม่รู้เลยว่าทำหม้อพังไปกี่ใบแล้วถึงจะเคี่ยวจนได้โจ๊กที่ขาวและเหนียวข้นเช่นนี้ออกมา ในตอนนี้เองสี่หมัวมัวก็เดินอุ้ยอ้ายเข้ามา พร้อมกล่าวอย่างวางมาด “พระชายารองซูลำบากแล้วเพคะ” “พระกระยาหารเช้าของฮองเฮาเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วนะเพคะ!” สี่หมัวมัวกล่าวต่อ “เตรียมเรียบร้อยแล้ว” ซูถิงหว่านเกลียดสี่หมัวมัวเข้าไส้ สักวันนางจะต้องเอาคืนความอัปยศทั้งหมดที่นางเคยได้รับจากยายปีศาจเฒ่าคนนี้ให้ได้แน่ แต่กระนั้นนางก็ไม่กล้าล่วงเกินสี่หมัวมัว มิเช่นนั้นสิ่ง

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 312  

    เขาเป็นฝ่ายอธิบายกับเฉิงหมิงและเฉิงยางก่อนเอง “น้องหญิงสามของข้าน้อยสมรสกับเหิงอ๋อง เคราะห์ดีที่เมื่อตอนนั้นได้ท่านทั้งสองช่วยข้าเตรียมของขวัญแต่งงานให้น้องหญิงสาม นางปลาบปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง” “พี่จิ่นเหยียนน้องหญิงสามคนที่ท่านคอยพูดถึงไม่ขาดปาก น้องหญิงสามคนที่มีสติปัญญาฉลาดปราดเปรื่องเป็นที่สุดได้อภิเษกสมรสกับท่านเหิงอ๋องเองหรอกหรือ ช่างมีวาสนาต่อกันจริงๆ!” นัยน์ตาของทั้งสองคนล้วนฉายประกายเสียดายออกมา พวกเขายังนึกอยากประลองหมากกระดานกับคุณหนูสามสกุลเจียงอยู่เลย  เซี่ยซางได้ยินถนัด เห็นอยู่ชัดเต็มตา ก็รู้สึกว่าเจียงจิ่นเหยียนในยามที่เอ่ยถึงน้องหญิงคนนี้ต่อหน้าคนอื่นจะต้องรู้สึกภาคภูมิใจมากเป็นแน่แท้ บัดนี้เจียงเฟิ่งหัวเป็นภรรยาของเขาแล้ว ได้สมรสภรรยาเป็นสตรีมีความรู้มากความสามารถคนหนึ่ง เขาเองก็พลอยรู้สึกภาคภูมิใจไปด้วยเช่นกัน  ตอนที่ออกจากวังนางยังโกรธกรุ่น เขาคิดเอาไว้ว่ารอให้เวลาผ่านไปก่อนนางจะต้องเข้าใจเขาแน่ เซี่ยซางรู้ว่าคนสกุลเฉิงมีเด็กหนุ่มหลายท่านกำลังเตรียมตัวสอบเคอจวี่เพื่อสร้างผลงานและชื่อเสียง กอบกู้สกุลเฉิงกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง ท่ามกลางคนเหล่านั้นก็มีเฉิงหมิง

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 311  

    ครั้นออกจากวัง เซี่ยซางก็พาเจียงจิ่นเหยียนไปที่เรือนสกุลเฉิงอย่างลับ ๆ จากหน้าประตูใหญ่ของจวนสกุลเฉิงก็สามารถมองเห็นความเงียบเหงาเสื่อมโทรมของตระกูลเฉิงได้อย่างชัดเจน เจียงจิ่นเหยียนเอ่ย “กระหม่อมเคยได้ยินถึงวีรกรรมอันเฟื่องฟูของแม่ทัพใหญ่เฉิงในปีก่อนนั้น ทั้งที่เขาเองก็เป็นแม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกรสร้างผลงานไว้มากมายคนหนึ่ง ไม่รู้ว่าเหตุใด แม่ทัพใหญ่เฉิงถึงได้เงียบหายไปอย่างกะทันหัน สกุลเฉิงถึงขั้นตกต่ำจนแทบไม่ต่างจากตระกูลสามัญชนคนทั่วไป” ที่แห่งนี้ยิ่งดูไม่เหมือนสกุลมารดาของฮองเฮาผู้ยิ่งใหญ่เลยด้วยซ้ำไป! ต่อให้ฮองเฮาจะมิได้รับความโปรดปราน แต่ถึงอย่างไรพระนางก็เป็นฮองเฮา และไม่สมควรมีใครกล้าหยามเกียรติดูแคลนสกุลเฉิง แต่ว่า… เซี่ยซางย่อมรู้เหตุผลดี จวนสกุลเฉิงเปลี่ยนไปเช่นนี้ล้วนมีความเกี่ยวข้องอย่างใหญ่หลวงกับเสด็จแม่ของเขา มองดูความเงียบเหงาของสกุลเฉิงแล้ว ภายในใจของเซี่ยซางพลันเกิดความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อนขึ้น หากว่าไม่มีเหตุการณ์เมื่อปีก่อนนั้น หากว่าสกุลเฉิงไม่ช่วยเสด็จแม่ พวกเขาก็คงไม่ต้องถูกเสด็จพ่อพลอยรังเกียจเดียดฉันท์ไปด้วยกัน เพราะความเข้าใจผิดเพียงครั้งเดียว ทำใ

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 310

    เขาคิดว่า ระหว่างราชวงศ์กับขุนนางมักมีความเกี่ยวข้องที่ซับซ้อนร้อยแปดพันเก้า สุดท้ายก็เป็นเพราะเขายังไม่แข็งแกร่งพอ จึงได้ถูกผู้อื่นควบคุมเหตุใดเสด็จพ่อจึงมอบความโปรดปรานให้กับซูกุ้ยเฟย ก็มิใช่เพราะสกุลซูเช่นกันหรือ? เสด็จพ่อถึงกับรู้ว่าสกุลซูยักยอกสวัสดิการกองทัพ แต่ก็ไม่อาจลงโทษได้ นั่นก็เป็นเพราะสกุลซูตรากตรำทำงานหนัก ปกปักชายแดน สร้างผลงานยิ่งใหญ่เมื่อเขาขบคิดเข้าใจก็ตรงไปที่ห้องทรงอักษรทันทีรอจนเซี่ยซางจากไป เจียงเฟิ่งหัวก็เช็ดน้ำตาที่หางตา แล้วกล่าวกับเหลียนเย่ว่า “ในช่วงนี้จนกระทั่งท่านอ๋องรบชนะกลับมา ข้าจะอาศัยอยู่ในวังตลอด เจ้าไปเตรียมการสักหน่อยเถิด” นางต้องแจ้งต่ออู๋ซินเช่นกัน ให้เขาช่วยคอยประสาน สกุลเจียงจะได้รับความสำคัญจากฮ่องเต้หรือไม่ อำนาจการตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังคงเป็นของฮ่องเต้เมื่อเซี่ยซางไปถึงห้องทรงอักษร ก็คุกเข่าลงเบื้องหน้าฮ่องเต้ทันที แล้วกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “ลูกขอให้เสด็จพ่อทรงมีราชโองการโดยเร็ว ลูกตรวจสอบพบแล้วว่า ผู้ที่เป็นแกนนำในการโจมตีต้าโจวของเราครั้งนี้ คือผู้บัญชาการของเผ่าหู ฮูเหยียนซิวหลัว ลูกเดาว่าที่เขายกทัพมาในครั้งนี้ ก็เพื่อแก้แค้นเมื

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 309

    เจียงเฟิ่งหัวคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เซี่ยซางมายืนตรงหน้านางด้วยแววตาของเขาที่ดำทะมึนอย่างน่าสะพรึงกลัว ไม่รอให้นางกล่าวสิ่งใดแม้แต่ประโยคเดียว เขาก็ก้าวเข้าข้างหน้าแล้วมาใช้กำลังบังคับอุ้มนางออกไปทันที แม้เรื่องราวจะผ่านไปแล้วแต่ภายในใจของนางยังคงหวาดกลัวอยู่บ้าง ดูท่าคงจะทำให้เซี่ยซางโมโหเข้าแล้วจริงๆเมื่อออกจากตำหนักคุนหนิง เจียงเฟิ่งหัวแสร้งทำเป็นยังโมโหอยู่ “ท่านอ๋องจะอุ้มหม่อมฉันไปที่ใดเพคะ จู่ๆ ทรงทำเช่นนี้คิดจะทำสิ่งใดกันแน่เพคะ? พระองค์ไม่กลัวชายารองซูจะโกรธหรือเพคะ”เซี่ยซางหยุดฝีเท้าลง วางนางลงบนทางเดิน ดวงตาที่เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธจ้องดวงหน้าของเจียงเฟิ่งหัวเขม็ง “เมื่อครู่เจ้าพูดว่าเจ้ากับข้าเป็น ‘สามีภรรยาที่อยู่ร่วมกันอย่างปรองดอง ให้เกียรติกันและกันดุจอาคันตุกะ’ หมายความว่าอย่างไร?”เจียงเฟิ่งหัวกล่าวไม่ยอมถอยว่า “ก็หมายความตามอักษรเพคะ”เซี่ยซางแทบจะถูกทำให้โมโหจนหัวเราะออกมาแล้ว “เจ้ากำลังบอกว่าข้าปฏิบัติต่อเจ้าเหมือนแขกผู้มีเกียรติอย่างนั้นหรือ”เจียงเฟิ่งหัวตกตะลึงไป พูดสิ่งใดไม่ออกแม้แต่คำเดียว จากนั้นก็ได้ยินเซี่ยซางกล่าวต่อด้วยความโมโหว่า “ช่วงที่ผ่านม

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 308

    เมื่อเซี่ยซางได้ยินสิ่งนี้ เขาก็แอบคิดในใจว่า ซูถิงหว่านบอกว่าเสด็จแม่แกล้งป่วย? อาการป่วยของเสด็จแม่นั้นเขาได้เห็นด้วยตาตนเอง ซูถิงหว่านช่างกล้าพูดได้ทุกอย่างจริงๆ!นางคิดว่าหากเขาคิดจะตีชาวหูให้ถอยร่นกลับไป ก็ได้แต่พึ่งสกุลซูของนางหรือไร จนถึงตอนนี้นางก็ยังไม่เห็นเสด็จแม่อยู่ในสายตาเลยเจียงเฟิ่งหัวเห็นเขาไม่กล่าววาจาจึงจากไปทันที ไม่มีผู้ใดเห็นว่าในเสี้ยววินาทีที่นางหมุนตัวไป มุมปากของนางก็โค้งเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมา ยิ่งซูถิงหว่านทำเช่นนี้ก็จะยิ่งผลักเซี่ยซางให้ไกลออกไปนางคิดว่าในแผ่นดินนี้มีเพียงสกุลซูที่ออกรบเป็นหรือไง สกุลซูตรากตรำสร้างผลงานยิ่งใหญ่ ทุกคนล้วนต้องให้ความยำเกรงพวกเขา ทว่าทุกเรื่องราวล้วนควรหยุดในจุดที่เหมาะสม ไม่ว่าสิ่งใดหากมากเกินไปจะเป็นโทษได้ มิเช่นนั้นก็จะกลายเป็นผลงานยิ่งใหญ่จนคุกคามผู้เป็นนายเหนือหัว ทำให้ผู้คนชิงชังเอาได้ที่ฮ่องเต้ไม่อนุญาตให้เซี่ยซางแต่งซูถิงหว่านเป็นภรรยาเอก จะไม่มีการพิจารณาในข้อนี้เชียวหรือ?เจียงเฟิ่งหัวย่อมไม่เชื่ออยู่แล้ว ฮ่องเต้ที่ขี้ระแวงขี้สงสัย แม้แต่ลูกชายของตัวเองก็ยังระวังป้องกัน แล้วนับประสาอะไรกับแม่ทัพที่เฝ้ารักษา

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 307

    ในเวลานั้นเอง เซี่ยซางย้อนกลับมาที่เบื้องหน้าของคนทั้งสอง เขาเห็นบรรยากาศออกจะเคร่งเครียดอยู่บ้าง จึงถามว่า “มีสิ่งใดหรือ? เหตุใดจึงมาอยู่ข้างนอกกันหมด?”ซูถิงหว่านจ้องมองเซี่ยซางอย่างอ่อนแอและน่าสงสาร ต่อหน้าเจียงเฟิ่งหัว นางดึงเซี่ยซางไปยังมุมที่อยู่อีกด้าน “ท่านอ๋อง มิได้ทรงรับปากว่าจะพาหม่อมฉันกลับชายแดนหรือเพคะ? ท่านย่ากับพี่ใหญ่ยังรอพวกเรานะเพคะ”เซี่ยซางกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “แผนการมีการเปลี่ยนแปลง ยามนี้เสด็จแม่ทรงประชวรหนัก ข้างกายนางไม่อาจไม่จัดคนไว้คอยปรนนิบัติ เจ้าเป็นชายารองของจวนเหิงอ๋อง และก็เป็นสะใภ้ของเสด็จแม่ ตามหลักจึงควรรั้งอยู่ดูแลเสด็จแม่”เขาลดเสียงเบากล่าวต่อว่า “หวานหว่าน เมื่อก่อนความสัมพันธ์ของเจ้ากับเสด็จแม่ไม่ดีนัก จะได้ถือโอกาสนี้มาฟื้นฟูความสัมพันธ์ของเจ้ากับเสด็จแม่พอดี” เพราะเขากังวลว่าซูถิงหว่านจะเสียมรรยาทต่อฮองเฮาด้วยเหตุนี้ จึงได้มาอธิบายต่อนางให้ชัดเจนด้วยตนเองท่านอ๋องก็ทรงรู้ดีว่าฮองเฮาไม่โปรดหม่อมฉัน ไม่ว่าหม่อมฉันจะทำสิ่งใดก็ทรงรังเกียจหม่อมฉันทั้งนั้น เดิมหม่อมฉันก็ปรนนิบัติคนไม่เป็นอยู่แล้ว เกรงว่าจะทำได้ไม่ดีจนทำให้ฮองเฮายิ่งทรงพิโรธ กล

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 306

    นึกถึงชาติก่อนที่นางถูกเซี่ยอวี้หย่า มีจุดจบที่ไร้ทั้งทรัพย์สินและอำนาจ สุดท้ายยังต้องแบกรับชื่อเสียงเสียหายว่าไม่อาจตั้งครรภ์ ในช่วงสุดท้ายของชีวิตนางก็มิได้ตายในตำแหน่งพระชายาอวี้อ๋องดังที่ปรารถนาคนอย่างหลัวจื่อฉยงไม่มีทางฆ่าตัวตาย ผู้มีตำแหน่งเป็นถึงพระชายาหากกระทำอัตวินิบาตกรรมขึ้นมาถือเป็นความผิดมหันต์ หลังตายไม่เพียงไม่อาจสงบสุข ยังจะทำให้วงศ์ตระกูลต้องพลอยเดือดร้อนไปอีก จุดนี้หลัวจื่อฉยงได้ไตร่ตรองเป็นอย่างดีนางน่าจะมาถึงจุดที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะถอยก็ถอยไม่ได้ จะก้าวต่อไปก็ไร้หนทางแล้วแต่นางมิใช่พระโพธิสัตว์ ไม่คิดจะไปยุ่งเรื่องชาวบ้านของจวนอวี้อ๋อง นอกจากนี้นางก็ไม่มีสิทธิ์จะเข้าไปยุ่งและเซี่ยซางก็ไม่อยากให้นางยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้นางคิดว่า ชาติก่อนแม้หลัวจื่อฉยงถูกหย่าอย่างน้อยก็ยังเหลือชีวิต ในชาตินี้หวังว่าชะตาชีวิตของนางอย่าได้แย่กว่าชาติที่แล้วเลยนางเพิ่งเข้าไปในตำหนักคุนหนิง ก็เห็นซูถิงหว่านเดินมาที่เบื้องหน้าของนางพร้อมกับดวงตาที่จ้องเขม็งมาที่นางอย่างดุเดือด ทว่าในไม่ช้า นางก็เก็บงำความโกรธในก้นบึ้งดวงตาแล้วเดินเข้ามาใกล้เจียงเฟิ่งหัวเมื

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status