แชร์

บทที่ 64

ผู้เขียน: กานเฟย
หลิงซินไม่รู้ว่าฮูหยินใหญ่ที่พบอยู่วัดชิงเหลียนคือไทเฮาและไม่รู้ด้วยว่าไทเฮาจะส่งเทียบเชิญให้หลิงอวี๋

ครั้นได้ยินดังนั้นก็รีบกล่าวว่า “พระชายาผิงหยาง ท่านช่วยให้คุณหนูของเราได้รับเทียบเชิญได้จริงหรือเพคะ?”

“นั่นแน่นอน! ตัวข้าคือพระชายาผิงหยางเชียวนะ ลูกพี่ลูกน้องของข้าคือรองเจ้ากรมวังซึ่งสามารถพูดคุยกับไทเฮาต่อหน้าได้!”

“ไทเฮาไม่พบหน้าผู้อื่น แต่ถ้าเป็นเกียรติของตัวข้ากับลูกพี่ลูกน้องล่ะก็ต้องพบแน่นอน!”

ชายาผิงหยางกล่าวอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง “อีกอย่าง ตัวข้าจะส่งแม่นมไปลองถามลูกพี่ลูกน้องดูดีไหมเล่า? ลองดูว่าเขาจะช่วยชายาอ๋องอี้ให้รับเทียบเชิญได้หรือไม่!”

นางหันศีรษะไปใช้สายตาส่งสัญญาณต่อนางรับใช้อาวุโสที่ด้านหลัง

“แม่นม เจ้าไปจวนของท่านลุงเสีย ไปขอเทียบเชิญช่วยพระชายาสักใบ!”

แม่นมผู้นั้นเข้าใจตามสัญชาตญาณ ตอบรับเสียงกังวานพลันวิ่งแช่มช้าจากไป

“พระชายาผิงหยางกับไทเฮาทรงสนิทรักใคร่กันยิ่ง ลูกพี่ลูกน้องเองก็รับหน้าที่แจกเทียบเชิญด้วย บางทีอาจกู้เกียรติพระชายาได้!” เสิ่นจวนยิ้มกล่าวคำ

“แต่ชายาอ๋องอี้เจ้าอย่ากอดความหวังจนมากไป อย่างไรเสียชื่อเสียงเจ้าก็เละเทะ ครานี้อาคันตุกะที่เรีย
บทที่ถูกล็อก
อ่านต่อที่ GoodNovel
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทที่เกี่ยวข้อง

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 65

    แม่นมถูกสายตานางมองจนเหงื่อกาฬผุดพรายท่วมร่างสวรรค์รู้ว่าเมื่อกี้นางออกไปเพียงเดินวนเรื่อยเปื่อย เดิมทีไม่ได้ไปจวนท่านลุงด้วยซ้ำ!ไฉนเลยจะรู้ว่า พอวนกลับมาก็เห็นคนสวมเสื้อผ้าขันทีสองคนถือเทียบเชิญมาสองใบ!“พระชายา… เดิมทีขันทีสองท่านนั้นอยากมอบให้เองกับมือเพคะ บ่าวเกรงจะลำบากพวกเขาเกินควรเลยตัดสินใจรับมา..”“เทียบเชิญพวกนี้สำหรับมอบให้พระชายาอ๋องอี้เพคะ!”แม่นมยื่นส่งเทียบเชิญสองใบออกไป“โอ้โห พระชายาผิงหยางมีสัมพันธ์อันดีกับไทเฮาจริง ๆ ! เพิ่งไปขอก็ได้มาเลย...”บรรดาคุณหนูไม่รู้ความจริงจึงเกิดเสียงดังอื้ออึงทันใด ก่อนจะพากันมุงชายาผิงหยางกันอย่างพร้อมเพรียงชายาผิงหยางรับเทียบเชิญที่บรรจงเคลือบทองมาอย่างสนเท่ห์แล้วดูให้ละเอียด พบว่านั่นเป็นเทียบเชิญร่วมงานเฉลิมฉลองพระราชสมภพของไทเฮาโดยแท้!บนเทียบเชิญสองใบนั้นเดินทองสวยงาม คือการเชิญชวนหลิงอวี๋กับหลิงเยวี่ยคนละใบ!เทียบเชิญทั้งสองใบเขียนด้วยลายมือมังกรเหินหงส์ระบำ(1) เมฆาล่องลอย สายธารไหลริน(2)ฝูงชนต่างมองอึ้ง พอผ่านไปสักพัก สวี่เหยียนถึงกับมองค้อนไปทางชายาผิงหยางด้วยสีหน้าขุ่นเคือง ก่อนจะกล่าวด้วยแรงริษยา“พระชายากู้เกี

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 66

    ลูกพี่ลูกน้องของชายาผิงหยางเป็นรองเจ้ากรมวังที่แจกเทียบเชิญ ครั้นได้ยินเข้าก็คิดว่าชายาผิงหยางยังไม่ยอมแพ้ในเรื่องเมื่อเช้าแล้วจึงกล่าวอย่างหงุดหงิดว่า“อย่าขอให้ข้าจัดหาเทียบเชิญช่วยเจ้าอีก! ข้าพูดไปแล้วมิใช่หรือ? ข้าทำไม่ได้!”“ข้าบอกเจ้าไปตอนเช้าแล้วว่ามีคนยอมจ่ายหนึ่งแสนตำลึงเงินเพื่อเทียบเชิญเพียงใบเดียว!”“เอาล่ะ เจ้าลองถามขันทีหลาย ๆ คนดู พวกเขาติดตามข้า เมื่อสักครู่เผอิญเจอใต้เท้าหลี่… ใต้เท้าหลี่เสนอสองแสนตำลึงเงินให้ข้า...สองแสนเชียวนะ!”ผู้คนล้วนตะลึงเบิกตากว้าง สองแสนกับเทียบเชิญใบเดียวนี่มันจะราคาสูงเกินไปแล้ว!“สองแสนเยอะมากงั้นหรือ? แต่ในสายตาคนรวยหาเป็นอะไรแบบนั้นไม่!”รองเจ้ากรมวังมองท่าทางตกตะลึงของฝูงชนจึงกล่าวอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องไปหลายส่วน“งานเฉลิมฉลองพระราชสมภพของไทเฮาในปีนี้ ผู้ที่เชิญมีจำกัด เพื่อเทียบเชิญใบเดียวเสนาบดีผู้มีคุณธรรมบารมีสูงส่งหลายท่านล้วนมาหาและขอร้องข้า!”“แต่ข้าก็จนปัญญาแล้วเช่นกัน! ถ้าสามารถหาวิถีทางเอาเทียบเชิญได้จริง ๆ ข้าจะมิเอาไว้พึ่งความร่ำรวยทางนี้ได้อย่างไรเล่า?”เขามองค้อนพระชายาผิงหยางและเอ่ยดุ “ฉะนั้นอย่าหยิบเรื่องเล็กน้อยน

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 67

    เสิ่นจวนพลันส่งเสียขึ้นมาทันใด “เจ้าคือเจ้า ผู้พี่ของข้าคือผู้พี่ของข้า… บาปที่เจ้าก่อเองมีสิทธิ์อะไรมาพัวพันถึงผู้พี่ของข้า!”“ช่างโหดร้ายจริงเชียว! เดิมทีควรโทษท่านอ๋องอี้ที่ปฏิบัติต่อนางอย่างเย็นชาถึงได้ปลอมแปลงเทียบเชิญ นั้นก็เพื่อแก้แค้นท่านอ๋องอี้!”“ผู้พี่ สตรีโฉดผู้นี้ไม่คู่ควรเป็นพระชายาของท่าน! ท่านหย่ากับนางเดี๋ยวนี้!”“นางอยากรนหาที่ตายก็ปล่อยนางไปตายคนเดียว!”เสิ่นจวนรีบรุดไปข้างกายเซียวหลินเทียนและตะโกนเสียงดังพัลวัน“จะหย่ากับข้าหรือไม่ พูดกับผู้พี่ของเจ้าไปก็ไร้ประโยชน์!”หลิงอวี๋ยิ้มหยันกล่าวว่า “องค์จักรพรรดิพระราชทานงานอภิเษกสมรสให้แก่ข้าผู้เป็นพระชายา หากต้องการหย่าก็ให้ผู้พี่เจ้าไปขอรับสั่งจากองค์จักรพรรดิสิ!”“นางหญิงคนนี้โหดร้ายเกินไปแล้ว!”“ใช่แล้ว… นี่อยากลากท่านอ๋องอี้ไปตายด้วยกันหรือไร!”“ท่านอ๋องอี้ ท่านไม่ต้องกลัวนะเพคะ พวกเราล้วนยินดีพิสูจน์ความจริงช่วยท่าน เป็นสตรีนางนี้ปลอมแปลงเทียบเชิญเองไม่เกี่ยวกับท่านเพคะ!”ชายาผิงหยางกล่าวเสริมว่า “ตัวข้าผู้เป็นพระชายาก็จะช่วยท่านยืนยันความจริงเช่นกันว่า เรื่องนี้เป็นหลิงอวี๋ทำเพียงผู้เดียวไม่เกี่ยวกับท่าน

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 68

    ห้องสุขาอยู่หลังเรือน เสี่ยวเอ้อร์พาหลิงอวี๋ส่งอยู่ประตูเข้าหลังเรือนกล่าวว่า “พระชายาอ๋องอี้ สุขาอยู่นั้น ข้าจะรอท่านอยู่ตรงนี้ขอรับ!”หลิงอวี๋ยิ้มสักพักและกล่าวตรง ๆ ว่า “ข้ามิได้อยากใช้สุขาจริง ๆ ข้าต้องการพบท่านเกิ่งเอ้อร์ของพวกเจ้าหรือคนดูแลที่นี่!”แม้เสี่ยวเอ้อร์ของในร้านแห่งนี้จะมีมารยาทดี แต่บนหน้าก็ยังปรากฏความดูถูกไปชั่วแวบหนึ่งเขากล่าวอย่างนิ่งสงบ “พระชายาอ๋องอี้ ท่านเกิ่งเอ้อร์ของเรากำลังดูแลแขกคนสำคัญอยู่ขอรับ สั่งไว้ว่าห้ามรบกวนเขาถ้าไม่มีเรื่องสำคัญอะไร”“พระชายาอ๋องอี้หากจ่ายค่าอาหารไม่ไหว ท่านอ๋องอี้ก็อยู่ที่นี่มิใช่หรือขอรับ? ท่านไปขอเขาก็ได้!”แต่ที่เมืองหลวงนี้ มีผู้ที่ไม่รู้ถึงความสัมพันธ์ของสองสามีภรรยาอ๋องอี้ด้วยหรือ?ทันทีที่หลิงอวี๋ยืมเงินกู้ดอกเบี้ยสูง เซียวหลินเทียนก็เอ่ยออกมาว่าเขาจะไม่ชดใช้ให้หลิงอวี๋สักเฟินเดียว(1)ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อครู่ชายาอ๋องอี้ถูกเหล่าสตรีรุมทำให้อับอายขายขี้หน้า ท่านอ๋องอี้ก็อยู่ในเหตุการณ์ แต่ไม่ก็แสดงท่าทีอะไรทั้งสิ้น!หลิงอวี๋กล่าวอย่างอดทนว่า “เจ้าช่วยไปแจ้งให้ข้าสักหน่อย บอกว่าข้าอยากคุยเรื่องคืนเงินกู้ดอกเบี้ยสูงกับเข

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 69

    บุตรีสกุลเลื่องชื่อ ยกตนข่มท่านขณะไปข้างนอก ผู้ที่รู้จักกล่าวว่า เจ้าไร้เดียงสาร่าเริง แต่ผู้ที่ไม่รู้จักกลับคิดว่าเจ้าไร้การศึกษาใช่หรือไม่? “อายุเจ้าก็ไม่น้อยแล้ว เจ้าเคยคิดหรือไม่ว่า อากัปกิริยาภายนอกที่มิเหมาะสมจะส่งผลต่อบุพเพสันนิวาสของเจ้า?”“แขกผู้มั่งมีสูงส่งที่มาภัตตาคารจี๋เสียงแห่งนี้ แล้วเจ้ากล้ารับรองหรือไม่ว่าในหมู่พวกเขาจะมีพ่อแม่สามี รวมถึงสามีในอนาคตของเจ้า?”“เจ้ามักให้คนโขกหัวคำนับอยู่บ่อย ๆ อุปนิสัยใช้อำนาจบาตรใหญ่ระยําตําบอนเช่นนี้ของเจ้า ผู้ใดจะกล้ามาตบแต่งกับเจ้า?”แม้คำพูดเหล่านี้ของหลิงอวี๋จะมุ่งไปที่เสิ่นจวน แต่ก็ได้เหมารวมเหล่าบรรดาคุณหนูพวกนี้เข้าไปด้วย เมื่อได้ฟังก็พากันหน้าแดงหน้าดำสิ้นคำเอ่ยตอบเสิ่นจวนรู้สึกทั้งอายเละเคืองอยากด่าหลิงอวี๋ ทว่ามีดก็ยังแตะอยู่บนหน้านาง แม้ว่านางจะมีความหาญกล้าอยู่ประปราย แต่ก็ไม่กล้าด่าอยู่ดี!กระทั่งความแค้นในหัวใจก็ไม่กล้าเผยออกมา“รู้ความผิดหรือยัง?”หลิงอวี๋ได้ยินเสียงฝีเท้าชุลมุนแพร่มาจากที่ไกล ๆ และเอ่ยถามตรงไปตรงมาจริงจังว่า“ท่านพี่สะใภ้ ข้ารู้ความผิดแล้ว!” เสิ่นจวนขานตอบและแสร้ง

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 70

    คำพูดที่กล่าวไปพักหนึ่งของหลิงอวี๋ทำให้เซียวหลินเทียนนิ่งอึ้งไป เขากำลังจ้องหลิงอวี๋อย่างมึนงงมิใช่ว่าเขากลัวเสียเปรียบเลยไม่ลงมือ ทว่า… คำพูดของหลิงอวี๋คล้ายมีความจริงหลายส่วน!แต่ความนิ่งเงียบไม่กล่าวคำของเขาทำให้ลู่หนานเข้าใจผิด ลู่หนานเคยเห็นเซียวหลินเทียนถูกหลิงอวี๋ห้อยไว้บนต้นไม้ด้วยตาตัวเอง เลยหวั่นเซียวหลินเทียนจะออกมือต่อหลิงอวี๋ภายใต้อารมณ์ชั่ววูบ!แต่นี่อยู่ข้างนอก พวกเขาจะขายหน้าเพราะคนผู้นี้มิได้!“ท่านอ๋อง อาจจะมีความเข้าใจผิดบางอย่างในหมู่พวกนางจริง ๆ หาไม่แล้ว เราลองฟังที่พระชายาพูดดูเป็นอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?”ลู่หนานกล่าวโน้มน้าวเมื่อเสิ่นจวนได้ยินเช่นนั้นก็รีบกล่าว “ผู้พี่ หรือว่าท่านมิเชื่อใจหม่อมฉันเพคะ? หม่อมฉันเป็นคนเช่นไรท่านยังไม่รู้แจ้งหรือ?”“ท่านดูสิ นางตบหน้าหม่อมฉัน ร่องรอยล้วนยังอยู่! อีกอย่างหม่อมฉันยังมีพยานบุคคล...”เสิ่นจวนดันเจิงจื่ออวี้ออกไป แล้วเจิงจื่ออวี้ก็กล่าวอย่างปราดเปรื่องว่า“กราบบังคมทูลท่านอ๋อง เป็นพระชายาอ๋องอี้ตบเสิ่นจวนจริงเพคะ แถมยังกล่าวว่าต้องการทำลายดวงหน้าของนาง! เราทุกคนเป็นพยานให้เสิ่นจวนได้เพคะ!”“หม่อมฉันก็เป็นพยานได้เพ

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 71

    ครั้นผู้อาสุโวกล่าวจบ ประหนึ่งนึกอะไรขึ้นได้บ่ายศีรษะไปมองทางเซียวหลินเทียน ยิ้มตาหยีกล่าวคำ“ท่านอ๋องอี้ นี่คือกฎของภัตตาคารจี๋เสียงที่จะลงโทษแขกที่ทานอาหารไม่จ่ายเงิน ท่านพอพระทัยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?” เซียวหลินเทียนไม่ชอบรอยยิ้มเหน็บแนมนี้ของท่านผังอย่างยิ่ง แต่ก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใด เพียงมองไปยังหลิงอวี๋ด้วยความเย็นชาเมื่อหลิงอวี๋เห็นสายตาเขาพลันเข้าใจทันที เจ้าใช้แววตานี้สื่อเป็นนัยว่าเพียงขอโทษนาง เขาก็จะช่วยจ่ายเงินให้ทว่าหัวใจของหลิงอวี๋ล้วนถูกเขาทำให้เยือกเย็นไปแล้ว ไฉนเลยจะรู้สึกซาบซึ้งได้!หลิงอวี๋มิใช่เป็นคนที่โค้งคำนับเพื่อข้าวสารหาถัง!เซียวหลินเทียนต้องการให้นางละทิ้งหลักการของตนเพื่อเงินสองสามร้อยตำลึง แล้วนี่มีสิ่งใดแตกต่างจากท่านผังที่ทำให้นางต้องอัปยศกัน!ในเมื่อเซียวหลินเทียนต้องการแบ่งแยกชัดเจนถึงเพียงนี้ ได้ หากเขาไม่กลัวขายหน้าตำหนักอ๋องอี้ นางหลิงอวี๋ผู้นี้ก็จะไม่หวั่นเกรง!“ข้าจะใช้หนี้เอง ข้าจะคืนเอง!”“พวกเจ้าให้ข้าพบกับท่านเกิ่งเอ้อร์สักหน่อย บอกไปว่าข้ามีธุรกิจจะคุยกับเขา!”“ท่านเกิ่งเอ้อร์ของพวกเรากำลังยุ่งอยู่ มิใช่ว่าผู้ใดอยากคุยธุรกิจกับเขาก็

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 72

    นางสลัดการเกาะกุมตนของเสี่ยวเอ้อร์ ก่อนจะยกชายกระโปรงขึ้นวิ่งรุดตามไปชั้นบนเพียงตนช่วยชีวิตท่านเกิ่งเอ้อร์ได้ ความอัปยศในวันนี้ก็จะล้างมลทินออกไปได้…หลิงอวี๋เพิ่งวิ่งถึงชั้นสองก็พลันเห็นแม่นมลี่ดึงหลิงอวี๋เอาไว้ หลิงซินยืนอยู่ทางออกใกล้บันไดอย่างพะว้าพะวังครั้นเห็นเช่นนั้นก็รีบดึงแม่นมลี่มากล่าวปลอบขวัญ “พวกเจ้าไปนั่งรอข้าเถอะ หากอยากกินสิ่งใดสั่งได้เลย!”“พวกเจ้าเชื่อข้า วันนี้พวกเราจะไม่ต้องจ่ายอาหารมื้อนี้สักเฟินเดียว!”เมื่อนางเอ่ยจบก็รีบไล่ตามขึ้นไปแม่นมลี่น้ำตาแทบไหล นางเพิ่งกลับมาก็เห็นหลิงอวี๋จะถูกลากไปประจาน!หากรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้แต่แรก เมื่อกี้ก็ไม่น่าขอเทียบเชิญกับแม่นมเว่ย ควรจะขอเงินสองสามร้อยตำลึงแค่นี้ก็แก้ไขเรื่องจวนตัวเพื่อคุณหนูได้แล้วเฮ้อ จะมาเสียใจภายหลังก็ไม่ทันแล้ว!“ดูสิ หลิงอวี๋กำลังคุยโวอย่างไม่กระดากอายอีกแล้ว!”ครั้นได้ยินคำพูดนี้เสิ่นจวนที่ยืนอยู่ด้านล่างบันไดก็ลั่นวาจาเย้ยหยันทันใดนางรั้งสายตาไปยังเซียวหลินเทียนแล้วกล่าวคำ “ผู้พี่ เราขึ้นไปดูสักหน่อยเถอะ! หม่อมฉันยังไม่เคยเห็นคนที่ถูกก้างปลาติดคอตายเลยเพคะ!”“อีกทั้งเปี่ยวจิ้วก็ไปแล้วด้วย

บทล่าสุด

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 1962

    “หลีกไป! อย่าบีบให้ข้าต้องลงมือ!”ใบหน้าของเย่หรงมืดมนลง จากนั้นเขาก็ขยับนิ้วแล้วกระบี่ก็โผล่ออกมาจากฝักครึ่งหนึ่งเผยอวี้กับฉินซานเห็นท่ามิดี จึงล้อมเข้ามาด้วยกันเซียวหลินเทียนไม่มีทางทำเรื่องเช่นนี้โดยไม่มีเหตุผลแน่ หรือว่าเขาจะพบสิ่งผิดปกติอะไร?“อู่เถา บอกให้พี่ชายของเจ้าหลีกทางไปเสีย อย่าบังคับให้ข้าลงมือ!”หลิงอวี๋ก็เอ่ยออกมาอย่างเย็นชา “พวกเจ้าก็เคยเห็นวิชาพิษของข้าไปแล้ว หากมิอยากตายอยู่ในป่าลึกแห่งนี้ ก็อย่ามายั่วยุข้า!”“พี่ใหญ่…”เถาจื่อมิรู้จะทำอย่างไรกับสถานการณ์ที่เผชิญอยู่เช่นนี้ นางจึงมองไปทางเซียวหลินเทียนอย่างสงสัย“อาอวี๋!”เซียวหลินเทียนกำลังคิดจะเรียกชื่อของหลิงอวี๋ และเปิดเผยตัวตนของตนออกมาแต่ทันใดนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าวุ่นวายดังมา ทั้งยังมีคนส่งเสียงร้องออกมาอีก “รีบหนีเร็วเข้า เสือโกรธแล้ว...”“โฮก… โฮก…”และแทบจะในเวลาเดียวกันนั้น ก็ได้ยินเสียงคำรามของเสือดังมาหลายครั้ง ตามมาด้วยเสียงวุ่นวายที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ“เสือมาแล้ว!”“โฮก...”พวกคนที่กำลังเผชิญหน้ากันอยู่นั้น ได้ยินเสียงฝีเท้าจำนวนมากวิ่งเข้ามาทางนี้ พร้อมทั้งเสียงกรีดร้อง“ช่

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 1961

    ไม่! มิได้!จะทำให้เรื่องยุ่งเองมิได้!หลิงอวี๋สงบลงในทันที นางมั่นใจในการแปลงโฉมของตนหากคนผู้นี้มั่นใจว่าตนคือคนที่พวกเขาตามหา จะไม่มีทางพูดคำเหล่านี้มาหยั่งเชิงตนเป็นอันขาด!ที่นี่ไม่มีคนนอกอยู่ หากพวกเขาคิดจะลงมือก็คงจะทำไปนานแล้วเห็นได้ชัดว่า ตอนนี้พวกเขาแค่รู้สึกสงสัยเท่านั้น ก็คล้ายกับการหยั่งเชิงของตระกูลเฉียวที่งานเลี้ยงชมบุปผาของหลงอิงขอเพียงนางมิทำให้เรื่องยุ่งขึ้นมาเสียเอง พวกเขาก็จะไม่มีทางลงมือใด ๆ ในตอนนี้!“นายท่านอู่มีสายตาที่เฉียบแหลมยิ่งนัก ข้าแต่งงานแล้วจริง ๆ แล้วก็เคยตั้งครรภ์ด้วย!”“แต่ตอนที่เกิดเรื่องขึ้นกับสามีของข้า ข้าเสียใจมาก จนลูกมิได้อยู่กับข้าแล้ว...”หลิงอวี๋มองตรงเข้าไปในดวงตาของเซียวหลินเทียน แล้วเอ่ยด้วยท่าทีที่มิได้ถ่อมตนหรือยโสจนเกินไปรูปร่างของสตรีที่เคยตั้งครรภ์มาแล้วนั้นแตกต่างจากสตรีที่ยังมิได้แต่งงานอย่างสิ้นเชิง หลิงอวี๋รู้ดีว่าการปฏิเสธนั้นรังแต่จะเป็นการพิสูจน์ว่าตนกังวลใจ สู้พูดออกมาอย่างเปิดเผยดีกว่าเซียวหลินเทียนจ้องมองหลิงอวี๋อยู่ตลอด เมื่อนางเห็นว่าตนพูดถึงลูกขึ้นมา มือของนางก็สั่นไปเล็กน้อยแต่นี่ก็มิสามารถพิสูจน์ได้ว่

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 1960

    มีผู้บำเพ็ญตนที่ขึ้นไปหาสมบัติที่ภูเขาหมางหลิ่งอยู่มากมาย ในตอนแรกเริ่มนั้นเส้นทางที่ขึ้นภูเขายังคงเห็นผู้คนอยู่ แต่เมื่อเดินไปเรื่อย ๆ ผู้บำเพ็ญตนเหล่านั้นต่างก็หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนเยอะ และเข้าไปในป่าทึบเพื่อหาเส้นทางใหม่ที่ตนจะไปตามหาสมบัติ“พวกเราเองก็ไปที่ที่คนน้อยกันเถิด หากอยากเจอสมบัติดี ๆ ยิ่งอยู่สถานที่ห่างไกลก็ยิ่งมีโอกาสเจอสมบัติมาก!”เย่หรงเอ่ยให้กำลังใจทุกคนเซียวหลินเทียนจึงมองไปทางหลิงอวี๋แล้วยิ้มจาง ๆ จากนั้นก็เอ่ยออกมา “คนที่รู้เรื่องเครื่องยาสมุนไพรมากที่สุดในหมู่พวกเราก็คือคุณหนูสิง คุณหนูสิง เจ้าคิดว่าพวกเราควรจะไปอย่างไรดี?”หลิงอวี๋นึกถึงเครื่องยาสมุนไพรในประกาศรางวัล แล้วก็เอ่ยขึ้นมา “จากการเจริญเติบโตของพวกเครื่องยาสมุนไพรราคาสูงที่ข้าตามหาอยู่นั้น มันชอบอากาศเย็นและชื้น พวกเราเดินลึกเข้าไปในป่ากันเถิด!”“ไปตามที่เจ้าว่าเลย!”เซียวหลินเทียนมีข้อสงสัยอยู่ในใจ ยิ่งเขามองสิงอวี๋ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่านางคล้ายกับหลิงอวี๋น้ำเสียงของเขาจึงมีความตามใจขึ้นมาโดยมิรู้ตัวแต่หลิงอวี๋มิได้รู้สึกถึงสิ่งนั้น นางรู้สึกเพียงว่าสายตาของพี่ชายศิษย์น้องหญิงที่มองตนนั้นดูใ

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 1959

    เมื่อหลิงอวี๋เห็นว่าเย่หรงเห็นด้วย จึงมิได้คัดค้านเช่นกันผู้รอบรู้ได้สืบเรื่องภูเขาหมางหลิ่งมาแล้ว มันอันตรายมากจริง ๆ พวกเขามาสำรวจที่นี่เป็นครั้งแรก ดังนั้นหากมีผู้ช่วยเพิ่มก็คงจะปลอดภัยกว่า“ศิษย์พี่หญิง ข้าได้ยินมาว่า เหมียวหยางมีตุ่มน้ำขึ้นตามตัวหนักมาก ส่วนอาจารย์ของเขาก็หมดหนทางจัดการกับพิษนั้นแล้วเช่นกัน ข้าว่ามิต้องถึงสิบวันเขาจะต้องมาขอร้องเจ้าอย่างแน่นอน!”เถาจื่อกับหลิงอวี๋เป็นสตรีเพียงสองคนในกลุ่ม ดังนั้นจึงเดินตามแล้วเดินไปพูดคุยกันไปเซียวหลินเทียนก็กำลังคุยกับเย่หรงอยู่เช่นกันเมื่อคืนนี้เซียวหลินเทียนได้รับข้อมูลของสิงอวี๋มาแล้วจากที่คนของสือหรงไปสืบมาจากหลาย ๆ ทาง ก็พบข้อมูลเกี่ยวกับสิงอวี๋มามิน้อยตัวอย่างเช่นสิงอวี๋กับสิงจั๋วมิใช่พี่น้องกัน!สิงจั๋วเป็นศิษย์ของตำหนักปีกเงินที่ถูกไล่ออกจากตำหนักไป เมื่อสือหรงมั่นใจเรื่องตัวตนของเขาแล้ว จึงมาบอกกับเซียวหลินเทียน“ก่อนหน้านี้เจ้าตำหนักคนก่อนมีศิษย์ที่เป็นเด็กกำพร้าอยู่หลายคนขอรับ เจ้าตำหนักรับเลี้ยงสิงจั๋วผู้นี้มาตั้งแต่เขาอายุได้หกเจ็ดขวบ จวบจนกระทั่งตอนที่เขาจากไปก็มิเคยมีครอบครัวมาตามหาเขาเลย!”“ข้าได้ไป

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 1958

    หลิงอวี๋หลบไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว จากนั้นนางก็เอ่ยกับบุรุษผู้นั้นอย่างเย็นชา “เห็นแก่ที่เจ้ามิได้ทำอะไรมิดีกับข้า แค่ทำไปตามคำสั่งเท่านั้น ดังนั้นข้าก็จะเมตตาผู้ใต้บังคับบัญชาเช่นเจ้า!”“หากอยากจะรักษาดวงตาของเจ้า ก็รีบไปหาน้ำมาล้างสักสองสามครั้ง มิฉะนั้นหากตาบอดไปก็มิเกี่ยวกับข้านะ!”บุรุษที่อยู่ตรงข้ามผู้นั้นกำลังวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วแล้วแต่หลิงอวี๋กลับเอ่ยอย่างใจเย็น “กลับไปบอกเหมียวหยางว่า อย่าได้หาใครมาตามข้าอีก หากเขามิขอโทษข้าต่อหน้าธารกำนัล และยอมรับว่าเขาเป็นคนทำลายเรือนของข้า ข้าก็จะมิให้ยาแก้พิษกับเขาเป็นอันขาด!”“เขาจะส่งคนมาจับข้าต่อก็ได้ แต่ครั้งหน้าข้าไม่มีทางเมตตาอีกแล้ว!”หลังจากพูดจบ หลิงอวี๋ก็เดินไปดวงตาของบุรุษผู้นั้นเจ็บปวดจนบวมขึ้นมาในทันที เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของสหายตน เขาก็ตะโกนออกไป “รีบพาข้าไปหาน้ำเร็วเข้า ข้ามิอยากตาบอด...”บุรุษที่มาทีหลังเห็นจุดจบของสหายตนแล้วก็มิกล้าไปจับหลิงอวี๋อีก จึงช่วยประคองสหายของตนไปหาน้ำล้างหลิงอวี๋มิได้สังเกตเลยสักนิดว่า บนที่สูงมีบุรุษรูปร่างสูงผอมคนหนึ่งกำลังเฝ้ามองภาพนี้อยู่ทั้งหมด เขาคือสายลับจากตำหนักปีกเงิน ท

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 1957

    เย่หรงดูประกาศรางวัลเครื่องยาสมุนไพรที่หลิงอวี๋ชี้ แล้วเอ่ยปากถามออกไป “เสี่ยวชี เจ้ามีความรู้เรื่องเครื่องยาสมุนไพรมิใช่หรือ?”“หากเจ้าสามารถรักษาโรคที่ท้องโตเท่ากลองได้ เช่นนั้นจะมิหาเงินได้ง่ายกว่าหรอกหรือ?”หลิงอวี๋สังเกตจากหางตาว่า คำพูดของเย่หรงไปทำให้สายลับพวกนั้นมองมาทันที นางจึงจ้องมองเย่หรงด้วยความโกรธแล้วเอ่ยออกมา“หากข้าสามารถรักษาได้ ยังจะต้องให้ท่านบอกข้าอีกรึ? ผู้ใดจะต้านทานเงินได้เล่า!”“คนเรามีค่าตรงที่มีสติรู้จักประมาณตน หากเป็นสิ่งที่มิควรจะเป็นความร่ำรวยของข้า ก็อย่าไปถ่วงเวลาในการรักษาของคนอื่น! ท่านรีบมาดูรางวัลเหล่านี้เข้าเถิด ท่านทำสิ่งใดได้บ้าง? ดูเสร็จแล้วเราไปซื้ออุปกรณ์เตรียมตัวขึ้นภูเขากันวันพรุ่งดีกว่า!”ก่อนหน้านี้เย่หรงมิเคยกังวลเรื่องเงิน เมื่อมองหมายจับค่าหัวที่มีอยู่หลากหลายเหล่านั้นก็รู้สึกเพียงแค่ตาลายไปหมด แต่เมื่อมองสุ่ม ๆ ไปครู่หนึ่งเขาก็เอ่ยขึ้นมา“ไปซื้ออุปกรณ์กันก่อนเถิด ถึงอย่างไรก็ต้องขึ้นไปบนภูเขาอยู่แล้ว ถึงเวลานั้นเมื่อเห็นเครื่องยาสมุนไพรก็เก็บมา กลับมาก็ขายได้ทั้งนั้น!”หลังจากหลิงอวี๋พอจะเข้าใจแล้ว นางจึงเรียกผู้รอบรู้และเย่หรงใ

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 1956

    เซียวหลินเทียนกำลังอยู่ในภาวะมืดแปดด้านในการตามหาหลิงอวี๋ จึงรู้สึกมิสบายใจนัก เดิมทีเขามิได้สนใจเรื่องการสำรวจเหล่านี้ แต่คำพูดของเผยอวี้ก็ทำให้เขาเปลี่ยนความคิดไป“นายท่านอู่ ตำหนักปีกเงินได้ระดมทุกคนไปติดตามเบาะแสของท่านหญิงแล้ว แต่ก็ยังมิพบนางขอรับ!”“บางทีพวกเราอาจจะต้องเปลี่ยนแนวคิดดู ท่านหญิงมิได้นำเงินติดตัวมาเลย และนางที่พวกเรารู้จักก็มิใช่คนประเภทที่เจออุปสรรคแล้วจะถอยหนีด้วย!”“หากนางรู้ว่าตนถูกปิดผนึกไว้ นางจะต้องคิดหาวิธีปลดผนึกให้ตนเองเป็นแน่! และที่ภูเขาหมางหลิ่งก็มีเครื่องยาสมุนไพรอยู่เป็นมากหลายนัก หากท่านหญิงขาดแคลนเงิน จะต้องมิปล่อยโอกาสที่จะไปภูเขาหมางหลิ่ง เพื่อหาลู่ทางทางทำเงินอย่างแน่นอน!”ฉินซานจึงครุ่นคิดแล้วเอ่ยขึ้นมา “ข้าน้อยรู้สึกว่าที่เผยอวี้พูดนั้นมีเหตุผลขอรับ เครื่องยาสมุนไพรที่ใช้ในการพัฒนาพลังในเมืองหลวงแดนเทพนั้นมีราคาแพงจนมิน่าเชื่อ ผู้บำเพ็ญตนมากมายล้วนไปที่ภูเขาหมางหลิ่งเพื่อหาโอกาสร่ำรวยมาซื้อโอสถกัน!”“ท่านหญิงทรงเชี่ยวชาญเรื่องเครื่องยาสมุนไพร หากนางขาดแคลนเงินซื้อโอสถ นี่ก็คือทางที่รวดเร็วที่สุดขอรับ!”เซียวหลินเทียนคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 1955

    ท่านผู้เฒ่าเย่ได้ฟังคำพูดเด็ดขาดของหลิงอวี๋ก็ตกตะลึงเขามิคาดคิดเลยจริง ๆ ว่า สตรีที่ดูหน้าตาธรรมดาผู้นี้จะมีนิสัยที่เข้มแข็งเช่นนี้เย่ซื่อฝานเองก็เผยยิ้มออกมา เขามองศิษย์ผู้นี้มิผิดจริง ๆ“ท่านพ่อ เสี่ยวชีพูดถูก การหลบซ่อนมิใช่ทางออกขอรับ! หากท่านกังวลว่านางจะทำให้ตระกูลเย่เดือดร้อนไปด้วย เรามาหาทางประนีประนอมกันดีหรือไม่? ในสายตาของคนภายนอกข้าจะขับไล่นางออกจากสำนัก แต่ในความเป็นจริงแล้วนางจะยังเป็นศิษย์ของข้าอยู่”ท่านผู้เฒ่าเย่จ้องมองเย่ซื่อฝาน แล้วดุด่าออกมา “เจ้าพูดเรื่องไร้สาระกระไรกัน ข้าเป็นคนประเภทที่กลัวปัญหาหรือไร?”“หากทำเช่นนี้แล้วเรื่องเผยแพร่ออกไป แล้วตระกูลเย่ของเราจะนับว่าเป็นอะไรเล่า?”“เสี่ยวชีเป็นสตรียังมิกลัวความตาย แล้วตระกูลเย่ของข้ามีบุรุษอยู่มากเช่นนี้จะขี้ขลาดกลัวปัญหาเช่นนั้นหรือ?”“เอาเถิด เสี่ยวชี เจ้าเรียนกับอาจารย์ของเจ้าให้สบายใจ ส่วนเรื่องภายนอกข้าจะดูแลให้เจ้าเอง แค่ช่วงนี้จะเข้าจะออกก็ระวังตัวหน่อยเป็นพอ!”ท่านผู้เฒ่าเย่กำลังจะก้าวเท้าเดินไป แต่เมื่อครุ่นคิดดูก็หันกลับมาแล้วเอ่ย “เสี่ยวชี ช่วงนี้หากมีเวลาก็ศึกษาวิชาพิษเพิ่มขึ้นสักหน่อย หากไป่

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 1954

    เมื่อหลิงอวี๋เห็นท่านผู้เฒ่าตระกูลเย่ นางก็รู้สึกผิดขึ้นมาทันทีตอนนี้ตนเป็นศิษย์ของเย่ซื่อฝาน เมื่อวานที่ไปยั่วยุวังเทียนซูกับหยางหงหนิงไว้ ก็หมายความว่าได้สร้างปัญหาให้กับเย่ซื่อฝานไปด้วยแล้วนี่ท่านผู้เฒ่าเย่มาบีบให้เย่ซื่อฝานขับไล่ตนออกจากสำนักหรือ?“ท่านผู้อาวุโส!”หลิงอวี๋โค้งคำนับด้วยความเคารพนบน้อมท่านผู้เฒ่าเย่ก็ยังคงมีท่าทียิ้มแย้ม ดังเช่นตอนที่เห็นนางครั้งแรก “เสี่ยวชี มาให้อาจารย์ของเจ้าสอนพิเศษให้อีกหรือ!”“เจ้าค่ะ ท่านผู้อาวุโส!”เมื่อหลิงอวี๋เห็นว่าเขามีท่าทีเป็นมิตร นางก็มีความกล้าขึ้นมาก หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งนางก็เป็นฝ่ายเอ่ยออกไป “ท่านผู้อาวุโส ท่านผู้อาวุโส เมื่อวานข้าไปก่อเรื่องไว้เจ้าค่ะ!”“ข้า… ข้าเป็นคนทำข้าจะรับผิดชอบเอง หากข้าทำให้ให้ท่านผู้อาวุโสและท่านอาจารย์เดือดร้อน เช่นนั้นข้าจะเป็นคนออกไปจากสำนักเองเจ้าค่ะ!”เย่ซื่อฝานมองไปทางท่านผู้เฒ่าเย่ท่านผู้เฒ่าเย่หัวเราะเหอะ ๆ ออกมา “ก่อเรื่องอะไรกัน? หากการชนะการประลองเรียกว่าก่อเรื่อง เช่นนั้นวัน ๆ เมืองหลวงแดนเทพก็คงจะมีคนก่อเรื่องอยู่ทั่วทุกที่แล้ว!”“เสี่ยวชี ข้าได้ยินเรื่องเมื่อวานมาแล้ว!

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status