Share

บทที่ 400

Author: ฉินอันอัน
เขาแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ร้องไห้พลางเรียกออกมา “คุณหนูใหญ่ตระกูลชี!”

เป็นชีหยวน!

ชีหยวนมาช่วยเขาแล้ว!

ภายใต้แสงราตรีที่สลัว ชีหยวนสะบัดแส้เกี่ยวดาบของนักฆ่า แล้วออกแรงกระชากเพียงครั้งเดียว นักฆ่าก็ถึงกับเสียการทรงตัว ตามมาด้วยแส้เส้นเดิมฟาดลงไปบนศีรษะของเขา ทำให้คนๆ นั้นร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา

แค่จะมาฆ่าผู้ลี้ภัยสักคนเท่านั้นเอง คนที่มาไม่ได้มีมากมายเท่าไหร่ แถมฝีมือก็ไม่ได้สูงส่งอะไรเลย

ชีหยวนสะบัดแส้ก็แทบจะทำให้คนๆ หนึ่งล้มลงไปกองกับพื้นได้แล้ว นางฟาดใส่คนทั้งหมดจนทรุดลงไปโดยไม่หยุดชะงักเลยแม้แต่น้อย จากนั้นก็นั่งลงบนหลังของคนสุดท้าย และยื่นมือไปหาเด็กชายตัวน้อยที่อยู่ในซากปรักหักพัง พลางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ลุกขึ้น”

จากนั้น นางก็หันไปมองหูอี้ชวน “อยากแก้แค้นให้ราบคาบกว่านี้ไหม?”

ดวงตาของหูอี้ชวนทอประกาย เขาพยักหน้าทันที

คืนนั้นเอง หูอี้ชวนพาชาวบ้านจากชุมชนแออัดจำนวนหนึ่ง ลากร่างพวกนักฆ่ามาที่หน้าจวนฉู่กั๋วกง!

ตอนแรกบ่าวรับใช้ของจวนก็เข้าไปขวาง ทว่าหยุดพวกเขาไม่ได้

เพราะก่อนมา หูอี้ชวนตะโกนร้องขอความเป็นธรรมมาตลอดทาง ร้องตะโกนว่าจวนฉู่กั๋วกงจะฆ่าคนปิดปาก คำพูดนี้เร
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter
Comments (2)
goodnovel comment avatar
Jocky Tagool
นี่ มันต้องอย่างนี้ เรื่องนี้บู๊สะใจสุดเท่าที่อ่านนิยายมาเลย
goodnovel comment avatar
Sukunya Nok
ตื่นเต้น สุดๆ นางเอกเก่งมาก
VIEW ALL COMMENTS

Related chapters

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 401

    สีหน้าของชีหยวนไม่สู้ดีนัก นางรู้ว่าฮูหยินฉู่กั๋วกงเพิ่งล้มศีรษะกระแทก น่าจะกำลังเลี่ยงการโมโหและอารมณ์รุนแรง แต่ก็คิดไม่ถึงว่าฮูหยินฉู่กั๋วกงจะเปราะบางได้ถึงเพียงนี้ นางยังไม่ได้ลงมือทำอะไร ฮูหยินฉู่กั๋วกงก็โกรธจนตนเองขาดใจตายไปเองแล้ว สตรีที่มีจิตใจลึกล้ำแยบยลเพียงนี้ กลับทนรับแรงโทสะไม่ไหว ดูเหมือนว่าจะใช้ชีวิตสุขสบายมานานมากเกินไปแล้วจริง ๆ นางมองฮูหยินฉู่กั๋วกงด้วยสีหน้าซับซ้อน ไม่มัวรีรอล่าช้า ก็พลิกตัวออกทางหน้าต่างหลัง แล้วอ้อมไปยังประตูใหญ่ของจวนฉู่กั๋วกง กระทั่งมาถึงจุดเลี้ยวตรงหัวมุม นางถูกใครบางคนกระชากแขนแล้วดึงไปด้านข้างอย่างแรง จึงตอบสนองด้วยสัญชาตญาณงอศอกและกระแทกกลับไป ขณะเดียวกันอีกมือก็ดึงปิ่นปักผมออกเตรียมจะแทงใส่ผู้เข้ามา แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะคาดการณ์ล่วงหน้าไว้ จึงกดมืออีกข้างของนางลง พร้อมทั้งกำปิ่นปักผมของนางไว้พลางเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา “ข้าเอง!” ได้ยินเสียงของเซียวอวิ๋นถิง ชีหยวนก็หยุดการเคลื่อนไหวในมือ สะบัดเซียวอวิ๋นถิงออก จากนั้นค่อยปักปิ่นกลับไปที่มวยผมอีกครั้ง พลางถามด้วยเสียงเคร่งขรึม: “ท่านอ๋องมาได้อย่างไร?” เซียวอวิ๋นถิงมองออกไปด้านนอก: “ก

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 402  

    ฉู่กั๋วกงแทบอยากจะตรงเข้าไปเชือดคอเจ้าโง่ที่ดื้อด้านไม่รู้จักเจียมตัวตรงหน้าคนนี้เสียให้สิ้นเรื่อง! กว่าจะไล่เจ้าพวกหายนะกลุ่มนี้ออกไปจนหมดไม่ง่ายเลย และทันทีที่เขาหมุนตัวเตรียมจะกลับเข้าไปในจวน ก็เห็นว่าฮูหยินหลิ่วลูกสะใภ้ของตนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา พร้อมเอ่ยด้วยเสียงสะอื้น: “ท่านพ่อสามี! ท่านแม่สามีนาง ท่านแม่สามีนางสิ้นใจแล้วเจ้าค่ะ” เสียงอื้ออึงดังสนั่น ราวกับถูกอสนีบาตฟาดโครมลงมากลางใจ ฉู่กั๋วกงผลักพ่อบ้านที่เข้ามาพยุงออก ก่อนจะเซถลาและวิ่งเข้าไปในเรือนของฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่วทันที กระทั่งเขามาถึงเรือนหลัง ก็เห็นว่าประตูบานเฟี้ยมของเรือนแถวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือในเรือนส่วนหลังถูกไฟไหม้ไปกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว บัดนี้กลิ่นไหม้กำลังลอยคลุ้ง ทว่าเขาไม่มีกะจิตกะใจจะมาตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้ในตอนนี้ รีบร้อนรุดเข้าไปในห้องของฮูหยินฉู่กั๋วกงทันที จากนั้นก็เห็นฮูหยินฉู่กั๋วกงที่นอนแน่นิ่งบนพื้น ฮูหยินหลิ่วรีบตามเข้าไป เห็นเช่นนั้นก็เอ่ยทั้งเสียงสะอึกสะอื้น: “ท่านพ่อสามี ก่อนหน้านี้ได้ยินว่าเกิดเรื่องขึ้นที่ส่วนหน้า ท่านแม่สามียืนกรานจะให้ข้าไปดูให้ได้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นกันแน่

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 403  

    เจียงเหยียนเจินออกจากจวนฉู่กั๋วกงด้วยท่าทางร้อนอกร้อนใจ ท่าทางฮึดฮัดกระฟัดกระเฟียด เหมือนปลาปักเป้าโมโห ครั้นผ่านประตูเรือนสกุลเจียงเข้าไป ก็ด่ากราดตั้งแต่หน้าประตูมาจนถึงเรือนหลัง ฮูหยินเจียงอยู่ในห้องกำลังดูพวกบ่าวรับใช้จัดของ เห็นใต้เท้าเจียงเข้ามา ก็แค่นเสียงหัวเราะเยาะพลางเหน็บแนมเสียดสี: “แต่ละคน พวกที่ไม่รู้ไหนเลยจะรู้สึกว่าพวกเราเป็นแค่ครอบครัวสามัญชนคนธรรมดา มีแต่จะคิดว่าพวกเราสูงส่งเทียมฟ้าเทียมสวรรค์กันหมดแล้ว! อยากได้สิ่งนี้ก็มาหา อยากได้สิ่งนั้นก็มาหา!” เจียงเหยียนเจินอารมณ์ไม่ดีอยู่เป็นทุนเดิม ยิ่งเห็นท่าทีเช่นนี้ของนางก็ยิ่งโมโห จึงเตะหีบที่วางอยู่บนพื้นเต็มแรงไปหนึ่งที: “มันผู้ใดทำให้เจ้าขุ่นเคือง เจ้าก็ไปหาเรื่องมันผู้นั้น อย่ามาทำหน้าเป็นผีตายซากทั้งวันทั้งคืนให้ข้าเห็น!” ก่อนหน้านี้เจียงเหยียนเจินและฮูหยินเจียงเป็นคู่สามีภรรยาที่กลมเกลียวตลอด เจ้าดีมาข้าก็ดีด้วย แม้ว่าฮูหยินเจียงจะมีนิสัยขี้หงุดหงิดไปบ้าง และมักจะทำหน้าบูดบึ้งตลอดทั้งวันเมื่อมีบางสิ่งไม่ได้ดั่งใจ ทว่าใต้เท้าเจียงก็ยังอดทนกับนางได้เสมอ ไม่เพียงเท่านี้ แต่ยังยอมลดทิฐิลงมาเป็นฝ่ายปลอบโยนแล

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 404  

    เจียงเหยียนเจินถามอย่างไม่อยากเชื่อ: “ข้ายังมีเงินที่ไหนอีก? เงินของข้ามิใช่ว่าให้เจ้าดูแลจัดการหมดแล้วหรือ?” “ท่านอย่ามาเล่นลิ้นกับข้า เมื่อปีนั้นจวนฉู่กั๋วกงคืนสินเดิมทั้งหมดของน้องหญิงท่านให้ท่านแล้วมิใช่หรือ สินเดิมของน้องหญิงท่านมีอยู่เท่าใด คนอื่นไม่รู้แต่ข้ารู้ เรือนหลังของท่านทั้งแถวมีกองสมบัติอัดแน่นเต็มไปหมด! เป็นอะไรไป หรือว่าท่านนึกเสียดายจนไม่อยากเอาออกมาแล้ว?” จวนฉู่กั๋วกงอีกแล้ว! เป็นนางเจียงอีกแล้ว! เจียงเหยียนเจินพลันคลุ้มคลั่งขึ้นมาทันที หัวใจของเขาจมดิ่งลงไปอย่างสุดชีวิต ทว่าโทสะกลับทะยานขึ้นอย่างเอาเป็นเอาตาย ได้ยินฮูหยินเจียงยังเอาแต่พูดไม่หยุดปากว่าจะไปเปิดประตูเรือนหลังหยิบเงินออกมา เขาพลันสมองเดือดพล่านโผเข้าไปบีบคอฮูหยินเจียงทันที แม่นางไซซีร้านเต้าหู้แล้วอย่างไร? บุรุษก็เป็นเช่นนี้ แม้จะได้เทพธิดาจากสวรรค์มาเป็นภรรยา ผ่านพ้นคืนวันอันสดใหม่ไปแล้วก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น ยิ่งไปกว่านั้นฮูหยินเจียงก็มิใช่เทพธิดาอะไร เป็นแค่หญิงยากจนหยาบคายก้าวร้าวคนหนึ่งเท่านั้น ตอนแรกเจียงเหยียนเจินรู้สึกว่านางมีอะไรในใจก็พูดออกไปแบบนั้น อุปนิสัยตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อมก

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 405  

    เจียงเหยียนเจินเม้มปากอย่างอดไม่ได้ ภัยใหญ่บังเกิดต่างคนต่างก็หนีกระเจิง เขายังไม่ทันทำอะไร ฉู่กั๋วกงก็ชิงตัดสัมพันธ์ขาดไมตรีก่อนแล้ว เขากดเสียงลงและเอ่ยว่า: “เรื่องไม่เกี่ยวกับข้า ข้ากับหูอี้ชวนไม่รู้จักกันด้วยซ้ำไป!” สิงหมิ่นผุดยิ้มบาง ๆ : “ใต้เท้าเจียง จะรู้จักไม่รู้จัก พวกข้ามิอาจยืนยันแน่ชัด เพียงแต่มือสังหารเหล่านั้น ล้วนเป็นคนของพวกท่านสกุลเจียงจริง ไม่ว่าอย่างไร ท่านก็ควรจะเข้าไปดูสักครั้งมิใช่หรือ?” เจียงเหยียนเจินแทบหายใจไม่ทัน จวนฉู่กั๋วกงคิดจะไม่ยุ่งเกี่ยวแล้วจริง ๆ มิเช่นนั้น แค่ไม่กี่คนที่ต้องเข้าศาลซุ่นเทียน มีหรือที่คนอย่างเขาหรือจะกู้สถานการณ์ไม่ได้? จะว่าไปแล้ว ฉู่กั๋วกงน่าจะจงใจให้เขาส่งคนไปสังหารปิดปากมากกว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา ความผิดทั้งหมดก็จะถูกปัดมาตกที่ตัวเขาแล้ว ฉู่กั๋วกงก็สามารถลอยตัวเหนือความเกี่ยวข้องทั้งหมดได้แล้ว ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี! เรื่องปีนั้นก็ให้แล้วกันไป ในเมื่อทุกคนต่างก็มีมลทิน มันจึงทำให้ต่างคนต่างยอมอดทนอดกลั้นต่อกันได้ แต่เรื่องของฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่วพวกมันเป็นคนก่อเวรก่อกรรมขึ้นเองทั้งนั้น! แล้วเ

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 406  

    เจียงเหยียนเจินแข้งขาอ่อนยวบ ราชบุตรเขยลู่จำได้แล้วอย่างนั้นหรือ?! นั่นมิได้หมายความว่า ราชบุตรเขยลู่รู้แล้วว่ามือสังหารที่ตามฆ่าพระชายาหลิ่วเมื่อปีนั้นก็คือลู่หมิงฮุย และฉู่กั๋วกงก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรอกหรือ? แต่เขาก็คอยออกหน้าพูดและช่วยทำเรื่องต่าง ๆ แทนฉู่กั๋วกงมาตลอด .... พระชายาหลิ่วต้องแค้นเขาแน่ เกรงว่าคงเคียดแค้นจนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างแน่นอน หากว่าพิสูจน์ความจริงแล้ว พระชายาหลิ่วจะต้องสับเขาจนแหลกเละแน่! และถ้าหากว่ารอกระทั่งราชบุตรเขยลู่กลับมา ถึงตอนนั้นทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว บัดนี้ กลุ่มคนเหล่านั้นที่ถูกคุมตัวเข้าศาลซุ่นเทียน ล้วนเป็นคนในบัญชาของเขาทั้งสิ้น หากว่าราชบุตรเขยลู่กลับมาและดึงเขาเข้ามาเกี่ยวข้องอีก เช่นนั้น เช่นนั้นแล้วคนอย่างฉู่กั๋วกง จะไม่ผลักความผิดทั้งหมดมาไว้ที่ตัวเขาหมดหรือ? ให้เขาแบกความเรื่องทั้งหมดแทนฉู่กั๋วกงแบบนั้นมันเสียสติไปแล้วชัด ๆ! คิดได้ถึงจุดนี้ เจียงเหยียนเจินพลันรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว รีบเอ่ยอย่างร้อนรน: “ไม่ ๆ ไม่ใช่ข้า! ไม่ใช่ข้าจริง ๆ วันนี้คนพวกนี้แม้เป็นคนของข้าจริง แต่ข้ามิได้สั่งให้พวกเขาไปทำ! เป็นฉู่กั๋วกง เป็นฉู

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 407  

    มือของลู่หมิงอันยังคงสั่นสะท้าน อันที่จริงเขายังตั้งสติกลับมาได้ไม่ทั้งหมด ตอนนั้นที่เห็นลู่หมิงฮุยคุกเข่าลง มิใช่ว่าเขาจะไม่ใจอ่อนเลย โง่เขลาเกินไปหน่อย คนที่โง่เขลามาตั้งแต่เด็กจนโตแล้วก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนัก ทั้งที่เคยพลาดพลั้งมาหลายต่อหลายครั้งขนาดนั้นแล้วแท้ ๆ แต่เมื่อย้อนคิดถึงสมัยเยาว์วัยเขามักจะตามอยู่ด้านหลังพี่ชายตลอด เป็นเหมือนเงาตามตัวของพี่ชาย ทำให้เขาเผลอลังเลไปชั่วขณะ จนกระทั่งเขามองเห็นมือขวาของลู่หมิงฮุยแอบล้วงเข้าไปในรองเท้าหุ้มแข้ง เขาคุ้นเคยกับกลอุบายนี้ของลู่หมิงฮุยดีเกินไป ด้านหนึ่งทำท่ายอมแพ้ แต่อีกด้านกลับจ้องฉกฉวยโอกาสทำร้ายโดยที่อีกฝ่ายไม่ระวังตัว ภาพอันเลวร้ายเมื่อหลายปีก่อนตอนที่ถูกไล่ล่าถาโถมเข้ามาในความคิด ตอนนั้นบุตรชายวัยเพียงไม่กี่ขวบปี ต้องทนหวาดวิตกและต้องทนทุกข์ทรมานอย่างสุดชีวิตไปพร้อมกับเขา แม้กระทั่งตกลงไปในหุบเหว ดวงตามืดบอดมองไม่เห็นไปช่วงหนึ่ง ทั้งหมดนี้เป็นเพราะฝีมือใครกัน? ใครกันที่ทำให้พวกเขาต้องอยู่ในสภาพจนตรอกแบบนี้? ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะลู่หมิงฮุย! บัดนี้น้ำตาที่จระเข้หลังออกมาก็เพื่อจะอ้าปากเขมือบคนต่อก

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 408  

    บัดนี้ ในที่สุดเขาก็สามารถล้างแค้นให้ตนเองเมื่อปีนั้นรวมถึงเหล่าองครักษ์ที่ปกป้องพวกเขาเมื่อปีนั้นได้ด้วยตนเองแล้ว ชีหยวนพูดถูก รอให้ฮ่องเต้มอบความเป็นธรรมไม่ต้องรอจนถึงปีลิงเดือนม้าเลยหรือ? มิหนำซ้ำยังมีความเป็นไปได้ว่าคนพวกนั้นอาจจะไม่ต้องตาย เส้นสายของพวกมันโยงใยไปทั่วทั้งราชสำนักและประชาชน แม้ว่ามีคนประกาศกร้าวว่าจะเล่นงานสังหารพวกมันจริง แต่ก็ยังมีคนอีกมากพร้อมออกมาร้องขอความเห็นใจให้พวกมันเพราะเห็นแก่ผลประโยชน์และความสัมพันธ์ส่วนตัว เมื่อถึงเวลานั้นพวกมันอาจจะแค่ถูกพิพากษาให้เนรเทศหรือก็แค่ปลดบรรดาศักดิ์เท่านั้น? ไหนเลยจะสาแก่ใจเท่าสังหารพวกมันด้วยมือตนเอง?! เขายืนยิ่ง มองเห็นอ๋องโจวกำลังกุมมือตนเองไว้ จึงค่อย ๆ หันไปมองอ๋องโจว ทั้งที่เขามีแต่เลือดเปรอะทั่วตัว ทว่าอ๋องโจวในยามนี้กลับมองไม่เห็น ในมือของเขายังถือมีดไว้ อ๋องโจวก็เลือกที่จะทำเป็นไม่เห็น สิ่งที่อ๋องโจวกังวลใจที่สุดยังคงเป็นเพียงสิ่งเดียว: “หมิงอัน เซียวโม่ปลอดภัยดีใช่หรือไม่?” สวรรค์ ฟ้าดิน ต้องปกป้องคุ้มครองเซียวโม่ให้ปลอดภัย! มิเช่นนั้น จุดจบของเขาคงไม่ได้ดีไปกว่าลู่หมิงฮุยที่นอนแน่นิ่งอยู่บน

Latest chapter

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 444

    ฮ่องเต้หย่งชางเข้าใจทุกอย่างกระจ่างแล้ว ทรงโบกพระหัตถ์ให้ไล่เฉิงหลงออกไปจากนั้นจึงสูดลมหายใจเข้าลึกเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยไม่ได้ข่มตาหลับตลอดทั้งคืนบาดแผลบนหน้าผากของนางถูกพันด้วยผ้าพันแผลอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าครั้งนี้กระแทกอย่างแรงจริง ๆเมื่อเห็นองค์หญิงเป่าหรงถูกนางกำนัลประคองเข้ามา นางก็ราวกับเห็นที่พึ่งและทางรอด รีบปรี่เข้าไปกุมมือลูกสาวแน่น “เป่าหรง! เจ้าว่า เจ้าว่าควรทำอย่างไรดี?”เสียงของนางสั่นเครือจนแทบร้องไห้เพียงแค่คิดถึงบิดาที่ตายอย่างน่าเวทนา และมารดาที่โกรธแค้นจนสิ้นลมครอบครัวที่เคยสมบูรณ์พลันพังพินาศ สามีภรรยาพรากจาก บ้านแตกสาแหรกขาด ใจของนางเจ็บราวกับถูกมีดกรีดยิ่งไปกว่านั้น ขาของบุตรชายก็พิการนางกำมือองค์หญิงเป่าหรง บุตรสาวคนนี้เป็นหวังเดียวที่เหลืออยู่ของนางเมื่อนางเพิ่งเข้าวังยังมิได้เป็นที่โปรดปรานถึงเพียงนี้ ทุกอย่างล้วนเป็นเพราะการกำเนิดของเป่าหรง เป่าหรงนำพาความโปรดปรานอันยาวนานหลายสิบปีมาให้แก่นางองค์หญิงเป่าหรงค่อย ๆ กอบกุมมือของมารดากลับ ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ และกล่าวด้วยความมั่นใจ “วางใจเถิดเพคะ มีลูกอยู

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 443

    ฮ่องเต้หย่งชางยืนอยู่ที่เดิมโดยไม่ได้ขยับ พระพักตร์เย็นชาองค์รัชทายาทคลำไปคลำมาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ รีบกระชากผ้าปิดตาออก แล้วสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็คือพระพักตร์ที่โกรธจัดของฮ่องเต้หย่งชางเขาตกใจจนวิญญาณแทบหลุดลอยออกไป ร่างอ้วนใหญ่ทรุดลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นเสียงดังโครมจนราวว่าพื้นรอบ ๆ สั่นสะเทือนขันทีเซี่ยรีบเบือนหน้าหนีทันทีคนอื่น ๆ ก็ไม่กล้ามองเช่นกันคนทั้งสองนี้ คนหนึ่งคือฮ่องเต้ อีกคนคือองค์รัชทายาทฮ่องเต้ทรงตำหนิรัชทายาทเป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้วแต่ในอนาคต หากรัชทายาทนึกถึงเหตุการณ์นี้ เขาย่อมไม่กล้าไปเอาเรื่องฮ่องเต้ ก็คงต้องมาผูกใจเจ็บกับพวกเขาที่ได้เห็นความอับอายของเขาในวันนี้ อยู่ห่างออกไปหน่อยจะดีกว่ารัชทายาทได้สติ รีบคลานเข้าไปข้างหน้าฮ่องเต้หย่งชาง คุกเข่าลงแล้วปล่อยโฮออกมาร้องไห้พลางกล่าวยอมรับผิด“เสด็จพ่อ เป็นความผิดของลูกเอง ลูกจะไม่กล้าทำเช่นนี้อีกแล้ว”“ลูกจะไล่พวกตัวกาลกิณีพวกนี้ออกไปให้หมด ไล่ไปให้หมดเลยพ่ะย่ะค่ะ!”ความรู้สึกของฮ่องเต้หย่งชางพลันซับซ้อนขึ้นมาชั่วขณะก่อนเสด็จมา เขาเชื่อจริง ๆ ว่ารัชทายาทอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แ

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 442

    ท่านโหวผู้เฒ่าชีตบมือหัวเราะลั่นดี!ดี! ดี!เขาชมอยู่สามคำติดต่อกันส่วนพระชายาหลิ่ว ราชบุตรเขยลู่ และองค์หญิงใหญ่ ทั้งสามคนมองไปที่ชีหยวน ต่างพากันตะลึงโดยเฉพาะราชบุตรเขยลู่ เขาเคยเห็นฝีมือการฆ่าคนของชีหยวนมาก่อน หากสามารถสังหารได้ในดาบเดียว นางจะไม่มีวันฟันซ้ำเป็นครั้งที่สองความแข็งแกร่งและความศรัทธาของเด็กสาวผู้นี้ เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิตเขาตามความคิดและการกระทำของคนหนุ่มสาวรุ่นนี้ไม่ทันเสียแล้วเซียวอวิ๋นถิงยืนกอดอกยิ้มมองชีหยวนแม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่ทันสังเกต ว่ารอยยิ้มนั้นเจิดจ้าราวดวงดารา สาดส่องไปทั่วทุกหนแห่งเขาไม่เคยพบสตรีเช่นนี้มาก่อนทะนงในศักดิ์ศรี เคารพตนเอง แข็งแกร่งและพึ่งพาตัวเองนางไม่ต้องรอให้ใครมาช่วยเหลือ เพราะตัวนางคือผู้ช่วยเหลือตนเองกลีบเหมยที่ร่วงโรยปลิวขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะโปรยปรายลงบนศีรษะและอาภรณ์ของทุกคน ชั่วขณะนั้น เซียวอวิ๋นถิงรู้สึกปวดศีรษะขึ้นมาเล็กน้อย คล้ายกับว่าเคยเห็นภาพเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนในความฝันยามสนธยาแต่ความคิดนี้ก็เพียงแค่แวบเข้ามาแล้วก็จางหายไปชีเจิ้นถอนหายใจอย่างจนปัญญาแล้วเอ่ยว่า “แล้วเรื่องตรงหน้านี้จะ

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 441

    ชีเจิ้นรู้สึกว่าช่วงนี้ดวงของตนคงตกต่ำอย่างถึงที่สุดไม่สิ แต่เดิมดวงของเขาก็คงไม่ดีอยู่แล้วมิฉะนั้น เหตุใดในช่วงเวลาอันสั้นนี้ เขาถึงได้พบกับสตรีที่น่าสะพรึงกลัวถึงสองคน และแต่ละคนก็น่ากลัวไม่แพ้กัน!ชีหยวนก็ไม่ต้องพูดถึง เขาเห็นกับตาตัวเองว่านางบิดคอคนเหมือนบิดผ้า วิธีฆ่าของนางก็แปลกประหลาด วิธีที่ใช้บ่อยที่สุดคือปาดคอหรือแทงเข้าหัวใจ คนที่ถูกฆ่าล้วนไม่มีโอกาสได้เอ่ยคำพูดสุดท้ายส่วนองค์หญิงเป่าหรง ฟังดูก็ไม่ใช่คนที่จะยุ่งด้วยได้ง่าย ๆตั้งแต่ยังเด็ก นางก็อ้างว่าตัวเองถูกสาป ทำให้พระภิกษุ นักพรต และชาวบ้านล้มตายไปไม่รู้เท่าไรสองคนนี้คิดจะแข่งกันว่าใครฆ่าคนได้มากกว่ากันหรือ?ถ้าหากต้องแข่งกันจริง ๆ แม้ว่าชีหยวนจะเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของเขา และตัวเขาเองก็อยู่ข้างชีหยวน แต่เขาต้องบอกไว้ก่อน หากต้องเดิมพันแพ้ชนะ เขาก็ยังต้องลงเดิมพันให้กับองค์หญิงเป่าหรงอยู่ดีชีวิตคนเราไม่เคยยุติธรรม สิ่งที่เจ้าต้องใช้ความพยายามมหาศาลเพื่อให้ได้มา บางคนกลับสามารถยกนิ้วกวักมือเรียกแล้วแย่งไปได้ง่าย ๆ เพียงเพราะเกิดมาต่างชนชั้น นี่แหละคือชะตากรรมที่ถูกกำหนดมาแล้วสีหน้าของเขาดูแปลกประหลาดไปชั่วขณะ ไ

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 440  

    ทว่าในขณะเดียวกันก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ สวรรค์ยุติธรรมเสมอ ในโลกปัจจุบันนางคือคุณหนูใหญ่ที่ใครต่างก็จับตามอง ทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ ก็ยังเป็นองค์หญิงที่ได้รับความโปรดปรานที่สุดในต้าโจว เห็นไหมล่ะคนชั้นสูงอยู่ที่ไหนก็เป็นคนชั้นสูงอยู่วันยังค่ำ บิดาของนางเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ส่วนมารดาของนางก็เป็นอาจารย์ชั้นพิเศษ นางเคยชินกับการมีแค่พี่เลี้ยงและเงินทองอยู่เป็นเพื่อนมาตั้งแต่ยังเล็กแล้ว จึงเรียนรู้ที่จะพูดแบบคนเมื่ออยู่ต่อหน้าคน และพูดแบบผีเมื่ออยู่ต่อหน้าผีมาตั้งแต่ยังเด็ก ไม่มีใครจะปิดบังความรู้สึกของตนเองได้เก่งไปมากกว่านางแล้ว ในโลกยุคปัจจุบันนางยังสามารถกลั่นแกล้งพวกปรสิตชั้นต่ำที่ไร้ประโยชน์พวกนั้นให้ตายไปทีละคนได้เลย แล้วนับประสาอะไรกับโลกยุคโบราณ? นางเป็นถึงองค์หญิงเชียวนะ นางฆ่าคนก็ไม่อะไรต่างจากฆ่ามดปลวกให้ตาย และตอนนี้ก็ถึงคราวของชีหยวนเจ้ามดปลวกตัวนี้แล้ว นางเดาะลิ้น ในดวงตาเต็มไปด้วยความรังเกียจ ดูสิ ทั้งที่ได้กลับชาติมาเกิดใหม่เหมือนกัน อ๋องฉีกลับไม่เอาไหนถึงเพียงนี้ ทว่ากลับกันคนอย่างชีหยวนยังสามารถก่อเมฆลมปลุกปั่นสถานการณ์ได้เลย แต่ว่า ถึงจะเป็นเช

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 439  

    ฮ่องเต้หย่งชางแทบจะหมดหนทางกับธิดาพระองค์นี้ของตนจริง ๆ หลังจากส่ายศีรษะอย่างจนปัญญาก็ตระหนักถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ว่า: “เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับที่เจ้ากล่าวถึงชีหยวนคนนั้นขึ้นมาหรือ?” สองคนที่แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน คนหนึ่งคือจันทรากระจ่างบนฟากฟ้ามิอาจแตะต้อง ส่วนอีกคนเป็นแค่ดอกหญ้าทั่วไปบนพื้นดินที่จะเอื้อมมือไปเด็ดเมื่อใดก็ได้ ชีหยวนมีความพิเศษอะไรกันแน่ ถึงได้ทำให้คนอย่างเป่าหรงจดจำได้ องค์หญิงเป่าหรงเม้มปาก ดูคล้ายว่ากำลังงุนงงสับสน และก็คล้ายว่ามีความสงสัยใคร่รู้อยู่ในที นางลืมตากว้างด้วยดวงตาที่ไร้เดียงสา เม้มริมฝีปากพลางมองฮ่องเต้หย่งชางและกล่าวว่า: “เสด็จพ่อ ลูกจำนางได้ มิใช่เพราะตัวนาง แต่เป็นเพราะเสด็จป้าองค์หญิงใหญ่และอวิ๋นถิง” เอ่ยถึงเรื่องนี้ สีพระพักตร์ของฮ่องเต้หย่งชางมืดครึ้มลง ก่อนจะเปล่งเสียงโอ้ออกมาเพียงหนึ่งคำ และถามอย่างคลุมเครือ: “พวกเขามีความเกี่ยวข้องอันใดกันหรือ?” “เสด็จพ่อไม่ทราบหรือเพคะ? ตอนที่คุณหนูใหญ่สกุลชีท่านนี้เพิ่งกลับมาจากบ้านในชนบท คนในตระกูลของพวกเขาต่างไม่โปรดปรานนางเลยสักคน จนสุดท้ายในตอนที่จัดงานเลี้ยงรับญาติ ก็มีพระปิตุจฉาองค์หญิง

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 438  

    สถานการณ์ในตอนนี้ พระชายาหลิ่วโกรธเกลียดเคียดแค้นทุกคนในสกุลหลิ่ว หากว่าองค์หญิงเป่าหรงและเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยเข้าไปยุ่งด้วย จะไม่เป็นการหาเรื่องใส่ตัวหรอกหรือ? องค์หญิงเป่าหรงผุดยิ้มอย่างลำพองตนในใจ จะว่าไป ความรักของบุรุษอยู่ที่ใด ความลำเอียงย่อมอยู่ที่นั่นด้วย บางทีเขาเองก็อาจจะไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ ว่าเขามีใจเอนเอียงไปทางเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยรวมถึงบรรดาพระโอรสพระธิดาที่นางให้กำเนิดโดยสมบูรณ์แล้ว ยิ่งเป็นเช่นนี้ องค์หญิงเป่าหรงก็ยิ่งอาศัยจังหวะที่ได้เปรียบโจมตีต่อเนื่อง: “เสด็จพ่อ! ในเมื่อพระองค์ตรัสเองว่า นางเป็นฮองเฮาองค์แรกของท่าน ช้าเร็วอย่างไรนางก็ต้องเสด็จกลับเข้าวัง พวกหม่อมฉันจะหลบหนีไปได้ชั่วชีวิตหรือเพคะ?” ฮ่องเต้หย่งชางเงียบไป องค์หญิงเป่าหรงน้ำตาร่วงเผาะพลางเอ่ยด้วยเสียงเบา: “เสด็จพ่อ ให้พวกหม่อมฉันไปเถิดเพคะ ให้พวกหม่อมฉันไปทูลขอพระราชทานอภัยจากนางเถิดเพคะ หากทุกฝ่ายเปลี่ยนอาวุธเป็นผ้าไหมและเครื่องหยก ไม่ดีหรือเพคะ?” ฮ่องเต้หย่งชางครุ่นคิดซ้ำแล้วซ้ำแล้ว ท้ายที่สุดก็ยอมโอนอ่อนผ่อนตาม แต่กระนั้นก็ยังไม่ลืมที่จะถามถึงอาการบาดเจ็บของนาง: “อดทนไหวหรือ?” องค์หญิงเป

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 437  

    นางเล่นมีดในมือไปมา ครั้นได้ยินเสียงเคลื่อนไหวที่แว่วมาจากด้านนอก ก็เก็บมีดกลับเข้าไปในแขนเสื้ออีกครั้งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพลิกกายลุกขึ้นนั่ง นัยน์ตาคู่นั้นพลันส่องประกายสว่างเจิดจ้าขึ้นมาทันที ยามที่เห็นฮ่องเต้หย่งชางเดินเข้ามา นางสะอื้นออกมาเบา ๆ : “เสด็จพ่อ!” ช่างเป็นเด็กดีเสียจริง ฮ่องเต้หย่งชางใจอ่อนยวบลงโดยพลัน เขาทั้งรักและเอ็นดูธิดาพระองค์นี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นในตอนนี้ธิดาพระองค์นี้ยังได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วย เขาถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ก่อนจะถามว่า: “เจ็บหรือไม่?” เงียบไปเนิ่นนาน องค์หญิงเป่าหรงน้ำตารื้นพลางเม้มปากแน่นและส่ายศีรษะน้อย ๆ : “ไม่เจ็บเพคะ เสด็จพ่อ ลูกไม่เจ็บแม้แต่นิดเดียว” แม้ปากบอกว่าไม่เจ็บ ทว่ามือของนางกลับเอื้อมไปกดแผ่นหลังตนเอง เพียงเสี้ยวพริบตาโลหิตสีสดก็ไหลออกมากอีกครั้ง โลหิตหยดลงบนหลังมือของฮ่องเต้หย่งชาง สีหน้าของฮ่องเต้หย่งชางเปลี่ยนไปทันที ก่อนจะเอ่ยปากดุอย่างอดไม่ได้: “ไม่เจ็บอะไร เจ้าดูสิบาดแผลของเจ้ากลายเป็นอะไรไปแล้ว! เซียวโม่เขาสติไม่สมประกอบตั้งแต่ยังเล็ก เจ้าไม่สามารถปฏิบัติต่อเขาเหมือนเป็นคนปกติได้ เหตุใดตอนนั้นเจ้าไม

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 436  

    ชีหยวนแอบเดาะลิ้นในใจ นางย่อมรู้ดีอยู่แล้ว คนที่สามารถเอาตัวรอดจากการถูกตามล่าอย่างหนักหน่วงได้และยังสามารถปกป้องบุตรจนรอดชีวิตมาได้ ต้องไม่ใช่คนที่อ่อนแออย่างเด็ดขาด จริงดังคาด อีกฝ่ายเข้าใจกระจ่างชัดอย่างดี องค์หญิงใหญ่กัดริมฝีปากอย่างอดไม่ไหว: “เช่นนั้น พระเชษฐภคินีทรงพระกันแสงกับเสด็จพี่…” ใครเล่าจะไม่รู้จักร้องไห้! มีแต่พวกเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยเท่านั้นหรือที่รู้จักร่ำไห้! ทว่าทันใดนั้นพระชายาหลิ่วกลับส่งเสียงหัวเราะออกมา นางปรายสายตามององค์หญิงใหญ่อย่างราบเรียบ ใบหน้าแม้ประดับด้วยรอยยิ้ม ทว่ารอยยิ้มนั้นส่งไปไม่ถึงแววตาแม้แต่น้อย: “คนอื่นยามร่ำไห้คงเหมือนหญิงงามประคองใจ ยามนี้ข้าไปร่ำไห้บ้างคงเป็นได้แค่คนโง่เขลาที่หลับหูหลับตาเลียนแบบอย่างน่ารังเกียจ ไม่สู้ต่างฝ่ายต่างเก็บศักดิ์ศรีไว้ดีกว่า” องค์หญิงใหญ่คิดจะโต้แย้ง แต่ก็หมดหนทางโต้แย้ง ถ้อยคำที่พระชายาหลิ่วเอ่ยออกมาโหดร้ายมากก็จริง ทว่าความโหดร้ายก็คือความจริงของโลกใบนี้ ใช่แล้ว อีกฝ่ายร่ำไห้ดังบุปผาหลี่ต้องสายพิรุณ แต่กับพระชายาหลิ่วที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนจะไปเปรียบเทียบกับนางได้อย่างไร? นางวางตะเกียบลงเสียงดัง

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status