Share

บทที่ 382

Author: ฉินอันอัน
ฮูหยินใหญ่ลู่ยังจะกลัวอะไรอีก?

นางไม่มีอะไรต้องหวาดหวั่นอีกแล้ว

นางแค่นเสียงเย็นชาในลำคอแล้วเอ่ยวาจาเสียดแทงอย่างไม่ไว้หน้า “ตราบใดที่วันนี้พวกมันยังไม่ตาย พรุ่งนี้คนในวังจะต้องมารับตัวกลับไป! ถึงตอนนั้น ท่านคิดหรือว่าคนอื่นจะไม่รู้เรื่อง?!”

เพราะโกรธจัด ฮูหยินใหญ่ลู่ถึงกับหน้าดำหน้าแดง “ไปให้จวนฉู่กั๋วกงหาทางออกสิ! ไม่ใช่เรื่องของพวกเราตระกูลเดียวเสียหน่อย พวกเขาคงไม่คิดว่าพวกเราเดือดร้อนแล้ว ส่วนพวกเขาจะอยู่อย่างสุขสบายได้หรอกกระมัง?!”

ลู่หมิงฮุยไม่สนใจฮูหยินใหญ่ลู่

เขารู้ดีว่าจวนฉู่กั๋วกงจะไม่ยื่นมือเข้ามา

เพราะเมื่อครั้งนั้น คนลงมือมีเพียงตระกูลลู่จริง ๆ

หากตระกูลลู่กล้าลากจวนฉู่กั๋วกงมาเกี่ยวข้องด้วย จวนฉู่กั๋วกงคงทำให้ตระกูลลู่พบจุดจบที่เลวร้ายกว่าเดิม

เปลวเทียนในห้องสั่นไหว ไส้เทียนแตกดังเปรี๊ยะ

ลู่หมิงฮุยสีหน้าไร้อารมณ์ เขาหยิบกระบี่ของตนขึ้นมา “ข้าจะไปเอง!”

เขาพูดเช่นนี้ ฮูหยินใหญ่ลู่ก็เริ่มรู้สึกหวั่นวิตกขึ้นมาจริง ๆ “ท่านจะไปทำอะไร?”

เมื่อก่อนนางเคยเห็นฝีมือของลู่หมิงอันกับตาตัวเองมาแล้ว ตอนนี้เขายังเต็มไปด้วยความแค้นฝังลึก ลู่หมิงฮุยยังจะไปคนเดียวอีก?

นางกังวลจน
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter
Comments (2)
goodnovel comment avatar
Waranya Chaiwan
สนุกมากเรื่องนี้
goodnovel comment avatar
Gob Samorthong
โอยยย อัพเดทมาเยอะหน่อยได้แมะ กำลังสนุกเลยขาดตอนมาก
VIEW ALL COMMENTS

Related chapters

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 383

    ชีหยวนเป็นคนที่มีลักษณะพิเศษบางอย่างแตกต่างจากผู้อื่น คนอื่นมักให้ความสำคัญกับกฎเกณฑ์เป็นอย่างมากการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ มนุษย์ก็ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบต่าง ๆ เป็นธรรมดาผู้คนราวกับใช้ชีวิตอยู่ในกรอบที่ถูกกำหนดไว้ และดูเหมือนทุกคนจะเคยชินกับมันแต่ชีหยวนไม่เหมือนคนเหล่านั้น นางกระทำการต่าง ๆ โดยไม่ถูกพันธนาการด้วยกฎเกณฑ์ใด ๆหากมีผู้ใดทำร้ายนาง นางย่อมต้องเอาคืนอย่างสาสมเหมือนอย่างที่นางกล่าวไว้ หากต้องรอให้ผู้อื่นมอบความยุติธรรมให้ แล้วต้องรอไปถึงเมื่อใดเล่า?ก่อนหน้านี้ ลู่หมิงอันไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องราวต่าง ๆ สามารถจัดการเช่นนี้ได้ สิ่งที่เขาคิดว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุด ก็คือรอให้ฮ่องเต้สอบสวนคดีจนเสร็จสิ้น แล้วคืนความบริสุทธิ์ให้พวกเขาแต่บัดนี้ ชีหยวนได้เปิดเส้นทางใหม่ที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนสีหน้าของเขาค่อย ๆ แน่วแน่ขึ้น มือที่กำบังเหียนม้าบีบแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนจากนั้น เขาก็หันไปมองชีหยวนด้วยใบหน้าเรียบเฉย “ข้าจะไปฆ่ามัน!”ใช่แล้ว ที่ชีหยวนพูดนั้นมีเหตุผล ต่อให้เรื่องนี้ไปถึงฮ่องเต้หย่งชางแล้วอย่างไร? สุดท้ายก็ต้องเข้าสู่กระบวนการพิพากษาของสามเจ้ากรม และศาลเหล่านั้น

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 384

    เมื่อเห็นว่าราชบุตรเขยลู่ขมวดคิ้วด้วยความกังวล ชีหยวนก็เอ่ยถามขึ้นทันที “ว่าแต่ ฮูหยินฉู่กั๋วกง นางเป็นคนในเมืองหลวงใช่หรือไม่?”เซียวอวิ๋นถิงหันมามองนาง “เจ้ารู้ได้อย่างไร?”ชีหยวนยักไหล่ “ได้ยินมา พ่อข้าบอกว่าระหว่างเดินทางกลับเมืองหลวง พระชายาหลิ่วเคยพูดถึง บอกว่าฮูหยินฉู่กั๋วกงเป็นสหายวัยเยาว์กับฉู่กั๋วกง สหายวัยเยาว์ย่อมต้องรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก เช่นนั้นก็น่าจะเป็นคนเมืองหลวงเหมือนกันไม่ใช่หรือ?”พูดจบนางก็หันไปมองราชบุตรเขยลู่ “ท่านราชบุตรเขยทราบภูมิหลังของนางหรือไม่เจ้าคะ?”ราชบุตรเขยลู่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า “ข้ารู้มาบ้างจริง ๆ”ชีหยวนยิ้มบาง “เช่นนั้นก็ดีเลย เช่นนี้เราก็มีเรื่องให้จัดการแล้ว”ค่ำคืนล่วงเลยไป แต่จวนฉู่กั๋วกงยังคงสว่างไสวไปด้วยแสงตะเกียงอาหารบนโต๊ะเย็นชืดลงไปหมดแล้ว แต่ละจานค่อย ๆ สูญเสียไอร้อนจนหมดสิ้น สาวใช้เดินเข้ามาด้วยท่าทางระมัดระวัง “ฮูหยินผู้เฒ่า ไม่ว่าอย่างไรท่านก็ควรรับประทานอาหารสักหน่อยนะเจ้าคะ...”แต่ฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่วที่กำลังหงุดหงิดอยู่แล้ว เมื่อได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วไม่หยุดปากของสาวใช้ จอกชาในมือก็ปาใส่ศีรษะของสาวใช้ทันที “เจ้าย

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 385

    นางโกรธจัด เวลาพูดถึงพระชายาหลิ่วก็แทบจะกัดฟันกรอดสีหน้าของนางเปลี่ยนไปทันที “นางแพศยานั่นนิสัยเสียมาแต่ไหนแต่ไร ตอนอยู่ต่อหน้าข้าแต่ละที เหยียดหยามข้าราวกับข้าไม่ใช่มนุษย์ นางกลับมาแล้ว แล้วหว่านชิวของเราทำอย่างไร?!”พอพูดถึงเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟย ฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่วก็กังวลใจนางอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมา “หว่านชิวของเรา จะไปสู้นางได้อย่างไร? ฮ่องเต้เป็นคนใจอ่อนและเห็นแก่ความหลังมากที่สุด ทุกปีคืนส่งท้ายปีเก่าจะต้องไปเซ่นไหว้นางก่อน ถึงจะยอมจัดงานเลี้ยงฉลองส่งท้ายปีเก่า”ตอนนี้พระชายาหลิ่วกลับมาแล้ว เสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยคงถูกกดข่มแน่สำหรับเรื่องนี้ ฉู่กั๋วกงเองก็เป็นกังวลไม่น้อยเป็นเช่นนั้นจริง วันนี้พระชายาหลิ่วยังไม่เห็นแก่หน้าของเขาเลย พอเจอกันก็ฉีกหน้าแตกหักทันทีนางเด็กบ้านี่จะไปมีท่าทีที่ดีต่อเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยได้อย่างไร?อีกทั้งฮ่องเต้ยังรู้สึกผิดต่อนาง เกรงว่าหว่านชิวคงจะต้องลำบากอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้พอคิดได้ดังนั้น เขาก็ลูบมือของฮูหยินผู้เฒ่าเบา ๆ “พอเถิด ๆ ในวังยังมีองค์หญิงเป่าหรงอยู่ นางฉลาดที่สุด ไม่มีทางปล่อยให้กุ้ยเฟยถูกเอาเปรียบแน่”ใคร ๆ ก็รู้ว่าองค์หญิงเป่าหร

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 386

    นางอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบา ๆแต่แล้วก็รีบกลั้นเสียงหัวเราะ พลางถอนหายใจ “เฮ้อ วิธีนี้โหดร้ายเกินไป”ทว่าจะให้โหดร้ายต่อตัวเอง หรือโหดร้ายต่อผู้อื่น ทางเลือกนี้ง่ายเสียจนแทบไม่ต้องลังเลนางเม้มริมฝีปาก ดวงตาวาววับไปด้วยความอาฆาตแต่เดิมไม่ได้อยากใช้วิธีสกปรกเช่นนี้ ทว่าใครใช้ให้พระชายาหลิ่วกลับมากันเล่า?ไม่กลับมาจะดีกว่าไม่ใช่หรือ?หลบ ๆ ซ่อน ๆ ไปทั้งชีวิต จนตายก็อย่ากลับมา อย่างน้อยก็ยังมีชีวิตอยู่ได้อย่างสงบสุขแต่นางกลับมาแล้ว นี่ก็เป็นราคาที่นางต้องจ่าย!วังหลวงในขณะนี้ ฮ่องเต้หย่งชางทรงจัดให้นำตัวพระชายาหลิ่วไปพักที่ตำหนักกวงเฟิงจี้เยว่เป็นการชั่วคราว และพระองค์ยังเสด็จไปอยู่กับนาง คอยปลอบประโลมอารมณ์ของนางส่วนองค์หญิงใหญ่ถูกจัดให้ไปพักในตำหนักเดิมที่นางเคยพำนักเมื่อยังประทับในวังเมื่อทุกอย่างสงบลงแล้ว ฮ่องเต้หย่งชางจึงเอ่ยปลอบพระชายาหลิ่ว “เจ้าอย่าได้กังวลไปเลย เราจะสืบให้ชัดเจน ไม่ว่าใครที่อยู่เบื้องหลังการไล่สังหารพวกเจ้าครั้งนี้ เมื่อเราสืบจนกระจ่างแล้ว จะทำให้พวกมันต้องชดใช้แน่นอน!”พระชายาหลิ่วได้แต่หัวเราะเยาะในใจกาลเวลาช่างเป็นสิ่งที่น่ากลัวจริง ๆมัน

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 387

    เมื่อครั้งอดีต ตอนที่นางรู้ชาติกำเนิดที่แท้จริงของหลิ่วจิงหงและหลิ่วหว่านชิว นางรู้สึกไม่เป็นธรรมแทนมารดาของตน ถึงขนาดไปตามหามารดาของเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยเพื่อเอาเรื่องแต่ผลลัพธ์คือพวกนางกลับแสร้งล้มหมดสติไปทีละคนเป็นเช่นนี้ทุกครั้งไป!ทั้ง ๆ ที่พวกนางเป็นผู้กระทำเรื่องเลวร้าย แต่กลับแสดงท่าทีเหมือนพวกนางเป็นฝ่ายถูกกลั่นแกล้งสารพัดเสียเองนี่มันเรื่องอะไรกัน?!เดิมทีฮ่องเต้หย่งชางพยายามอดทน เกรงว่าจะยั่วโทสะพระชายาหลิ่วแต่เมื่อเห็นเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยหมดสติไปต่อหน้าต่อตา ในที่สุดพระองค์ก็ฝืนทนต่อไปไม่ไหว รีบตรงเข้าไปประคองเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยขึ้นมา ก่อนจะตวาดสั่งขันทีเซี่ยที่ตามเข้ามา “ยังไม่รีบไปเรียกหมอหลวงอีก!”ยุ่งยากวุ่นวายจริง ๆขันทีเซี่ยแอบเหลือบมองเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยที่นอนอยู่กับพื้น ก่อนจะเหลือบมองพระชายาหลิ่วที่มีสีหน้าเย็นชาอยู่ข้าง ๆ จากนั้นจึงรีบถอยออกไปพระชายาหลิ่วแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา นางทนมามากพอแล้วฮ่องเต้หย่งชางทั้งร้อนใจและเกรงว่าพระชายาหลิ่วจะคิดมากไป จนรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าไปหมดพระองค์ลดเสียงลงแล้วอธิบาย “หว่านหยิน แม้นางจะไม่ใช่น้องสาวแท้ ๆ ของเจ้า แ

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 388

    ชั่วขณะนั้นฮ่องเต้หย่งชางไม่รู้ว่าควรตอบเช่นไรในที่สุดองค์หญิงเป่าหรงก็สะอึกสะอื้นร้องไห้ออกมา “เสด็จพ่อ ต่อไปเสด็จพ่อจะไม่รักพวกเราใช่ไหมเพคะ? ท่านป้าจะขับไล่พวกเราออกจากวังหรือไม่? แต่ขาของเสด็จพี่ยังไม่หายดีเลยนะเพคะ!”ความตื่นตระหนกและหวาดกลัวของพระธิดาทำให้ฮ่องเต้หย่งชางรู้สึกปั่นป่วนไปหมดพระองค์อดไม่ได้ที่จะเอ่ยดุ “อย่าพูดเหลวไหล! พวกเจ้าเป็นโอรสธิดาของเจิ้น เป็นองค์หญิงแห่งแผ่นดินนี้ ใครจะไล่พวกเจ้าไปได้? ไม่มีใครสามารถขับไล่พวกเจ้าไปได้ทั้งนั้น!”เรื่องในวังถูกส่งมาถึงจวนฉู่กั๋วกงตั้งแต่เช้าวันรุ่งขึ้นฉู่กั๋วกงได้ฟังแล้วถึงกับยิ้มออกมา หันไปพูดกับฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่ว “เห็นหรือไม่ ข้าบอกเจ้าแล้วว่าอย่างไร? เป่าหรงฉลาดนัก และพระสนมก็ยิ่งรู้จักใช้กลอุบาย พวกนางไม่มีทางเสียเปรียบแน่”น้ำตาของสตรี คืออาวุธที่ดีที่สุดและในด้านนี้ องค์หญิงเป่าหรงกับเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยก็ถือเป็นแบบอย่างที่สมบูรณ์แบบที่สุดฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่วถอนหายใจอย่างโล่งอก ในที่สุดก็สงบใจลงได้ พร้อมกับความรู้สึกลำพองใจที่ซ่อนเร้นนางเจียงเป็นคนแข็งกระด้าง ไม่เคยรู้จักทำตัวให้อ่อนโยนลูกสาวที่นางให้กำเนิดก็

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 389

    นางรู้สึกว่ามันช่างไร้สาระสิ้นดีตลอดหลายปีที่ผ่านมา นางเป็นถึงฮูหยินกั๋วกง และยังเป็นแม่ยายของฮ่องเต้ ใคร ๆ ต่างก็ให้ความเคารพนบนอบ แทบอยากจะโค้งคำนับประจบเอาใจอย่าว่าแต่จะมีใครกล้ามาฟ้องร้องนางเลย แม้แต่ขุนนางทั่วไปจะพบหน้านางสักครั้งยังเป็นเรื่องยากแต่ตอนนี้กลับมีเจ้าหน้าที่มาเรียกตัวนางไปไต่สวนที่ศาล?นางหันขวับไปมองฉู่กั๋วกงทันทีสีหน้าของฉู่กั๋วกงเต็มไปด้วยความโกรธแค้น เขาเห็นว่าสะใภ้พูดจาวกไปวนมา เอ่ยไม่ได้ความอันใด จึงไม่สนใจนางอีก ก้าวเท้าออกไปด้านนอกอย่างรวดเร็วขุนนางของศาลที่ใดกันไม่รู้กฎระเบียบถึงเพียงนี้?ถึงแม้จะมีคนต้องการฟ้องร้องจวนกั๋วกงของพวกเขาจริง ๆ แต่กฎของเหล่าขุนนางในแผ่นดินนี้มีอยู่ ขุนนางพวกนั้นจะไม่เข้าใจหรือ?วิธีปกติคือหากมีใครยื่นฟ้อง เหล่าขุนนางพวกนั้นเองก็มักรีบกดเรื่องลงเพื่อเอาใจพวกเขาอยู่แล้ว จากนั้นค่อยส่งข่าวมาให้จวนฉู่กั๋วกงของพวกเขารับรู้สักคำแต่ตอนนี้เขาอยากจะรู้เหลือเกินว่าขุนนางคนไหนที่เบื่อชีวิตแล้วจนกล้าทำเรื่องโง่เง่าเช่นนี้!ฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่วก็รู้สึกเหลือเชื่อไม่แพ้กัน ถึงกับมีคนกล้าฟ้องร้องนางเชียวหรือนางสะบัดมือออกจากการพย

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 390

    เพียงแค่เห็นก็รู้ได้ทันทีว่าคนกลุ่มนี้ไม่ประสงค์ดีแน่นอนฉู่กั๋วกงตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในทันที สั่งการไปยังพ่อบ้านอย่างเฉียบขาด “ไปเอาไม้มา! ไล่พวกชาวบ้านชั้นต่ำที่มาก่อเรื่องพวกนี้ออกไป!”ไม่ต้องสนว่าเป็นใคร ไม่ต้องสนว่าพวกมันจะพูดอะไร วิธีที่ดีที่สุดตอนนี้คือไล่คนพวกนี้ไปให้หมด!ห้ามให้พวกมันเอ่ยปากแม้แต่คำเดียวพ่อบ้านรีบรับคำสั่ง ไม่กล้าอืดอาดแม้แต่น้อย รีบไปเรียกรวมคนทันทีแต่สิงหมิ่นกลับมีสีหน้าลำบากใจ “ท่านกั๋วกง ท่านลองดูเถิด คนนี้เป็นหนึ่งในผู้เสียหาย...”เขายังพูดไม่ทันจบ คนที่คุกเข่าอยู่บนพื้นก็ตะโกนออกมาเสียงดังลั่นทันที “สวรรค์! โปรดมองลงมาทีเถิด! มองดูนางแพศยาเย่จิ่นซิ่วผู้นี้! นางแพศยาคนนี้สมคบคิดคนอื่นสังหารคู่หมั้นของตนเอง ยั่วยวนบุรุษที่มีภรรยาอยู่แล้ว!”เพียงเสียงตะโกนนี้ดังขึ้น ฮูหยินหลิ่วก็เห็นว่าร่างของฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่วสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ทั้งร่างโอนเอนคล้ายจะล้มลงได้ทุกเมื่อนางถึงกับตกตะลึง ยืนนิ่งมองแม่สามีของตนเอง ไม่รู้ว่าควรทำเช่นไรส่วนฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่วก็ถึงกับสมองว่างเปล่านางไม่เคยคาดคิดเลยว่าเรื่องเมื่อหลายสิบปีก่อนจะถูกคนขุดขึ้นมาอีกครั้ง

Latest chapter

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 444

    ฮ่องเต้หย่งชางเข้าใจทุกอย่างกระจ่างแล้ว ทรงโบกพระหัตถ์ให้ไล่เฉิงหลงออกไปจากนั้นจึงสูดลมหายใจเข้าลึกเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยไม่ได้ข่มตาหลับตลอดทั้งคืนบาดแผลบนหน้าผากของนางถูกพันด้วยผ้าพันแผลอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าครั้งนี้กระแทกอย่างแรงจริง ๆเมื่อเห็นองค์หญิงเป่าหรงถูกนางกำนัลประคองเข้ามา นางก็ราวกับเห็นที่พึ่งและทางรอด รีบปรี่เข้าไปกุมมือลูกสาวแน่น “เป่าหรง! เจ้าว่า เจ้าว่าควรทำอย่างไรดี?”เสียงของนางสั่นเครือจนแทบร้องไห้เพียงแค่คิดถึงบิดาที่ตายอย่างน่าเวทนา และมารดาที่โกรธแค้นจนสิ้นลมครอบครัวที่เคยสมบูรณ์พลันพังพินาศ สามีภรรยาพรากจาก บ้านแตกสาแหรกขาด ใจของนางเจ็บราวกับถูกมีดกรีดยิ่งไปกว่านั้น ขาของบุตรชายก็พิการนางกำมือองค์หญิงเป่าหรง บุตรสาวคนนี้เป็นหวังเดียวที่เหลืออยู่ของนางเมื่อนางเพิ่งเข้าวังยังมิได้เป็นที่โปรดปรานถึงเพียงนี้ ทุกอย่างล้วนเป็นเพราะการกำเนิดของเป่าหรง เป่าหรงนำพาความโปรดปรานอันยาวนานหลายสิบปีมาให้แก่นางองค์หญิงเป่าหรงค่อย ๆ กอบกุมมือของมารดากลับ ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ และกล่าวด้วยความมั่นใจ “วางใจเถิดเพคะ มีลูกอยู

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 443

    ฮ่องเต้หย่งชางยืนอยู่ที่เดิมโดยไม่ได้ขยับ พระพักตร์เย็นชาองค์รัชทายาทคลำไปคลำมาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ รีบกระชากผ้าปิดตาออก แล้วสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็คือพระพักตร์ที่โกรธจัดของฮ่องเต้หย่งชางเขาตกใจจนวิญญาณแทบหลุดลอยออกไป ร่างอ้วนใหญ่ทรุดลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นเสียงดังโครมจนราวว่าพื้นรอบ ๆ สั่นสะเทือนขันทีเซี่ยรีบเบือนหน้าหนีทันทีคนอื่น ๆ ก็ไม่กล้ามองเช่นกันคนทั้งสองนี้ คนหนึ่งคือฮ่องเต้ อีกคนคือองค์รัชทายาทฮ่องเต้ทรงตำหนิรัชทายาทเป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้วแต่ในอนาคต หากรัชทายาทนึกถึงเหตุการณ์นี้ เขาย่อมไม่กล้าไปเอาเรื่องฮ่องเต้ ก็คงต้องมาผูกใจเจ็บกับพวกเขาที่ได้เห็นความอับอายของเขาในวันนี้ อยู่ห่างออกไปหน่อยจะดีกว่ารัชทายาทได้สติ รีบคลานเข้าไปข้างหน้าฮ่องเต้หย่งชาง คุกเข่าลงแล้วปล่อยโฮออกมาร้องไห้พลางกล่าวยอมรับผิด“เสด็จพ่อ เป็นความผิดของลูกเอง ลูกจะไม่กล้าทำเช่นนี้อีกแล้ว”“ลูกจะไล่พวกตัวกาลกิณีพวกนี้ออกไปให้หมด ไล่ไปให้หมดเลยพ่ะย่ะค่ะ!”ความรู้สึกของฮ่องเต้หย่งชางพลันซับซ้อนขึ้นมาชั่วขณะก่อนเสด็จมา เขาเชื่อจริง ๆ ว่ารัชทายาทอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แ

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 442

    ท่านโหวผู้เฒ่าชีตบมือหัวเราะลั่นดี!ดี! ดี!เขาชมอยู่สามคำติดต่อกันส่วนพระชายาหลิ่ว ราชบุตรเขยลู่ และองค์หญิงใหญ่ ทั้งสามคนมองไปที่ชีหยวน ต่างพากันตะลึงโดยเฉพาะราชบุตรเขยลู่ เขาเคยเห็นฝีมือการฆ่าคนของชีหยวนมาก่อน หากสามารถสังหารได้ในดาบเดียว นางจะไม่มีวันฟันซ้ำเป็นครั้งที่สองความแข็งแกร่งและความศรัทธาของเด็กสาวผู้นี้ เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิตเขาตามความคิดและการกระทำของคนหนุ่มสาวรุ่นนี้ไม่ทันเสียแล้วเซียวอวิ๋นถิงยืนกอดอกยิ้มมองชีหยวนแม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่ทันสังเกต ว่ารอยยิ้มนั้นเจิดจ้าราวดวงดารา สาดส่องไปทั่วทุกหนแห่งเขาไม่เคยพบสตรีเช่นนี้มาก่อนทะนงในศักดิ์ศรี เคารพตนเอง แข็งแกร่งและพึ่งพาตัวเองนางไม่ต้องรอให้ใครมาช่วยเหลือ เพราะตัวนางคือผู้ช่วยเหลือตนเองกลีบเหมยที่ร่วงโรยปลิวขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะโปรยปรายลงบนศีรษะและอาภรณ์ของทุกคน ชั่วขณะนั้น เซียวอวิ๋นถิงรู้สึกปวดศีรษะขึ้นมาเล็กน้อย คล้ายกับว่าเคยเห็นภาพเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนในความฝันยามสนธยาแต่ความคิดนี้ก็เพียงแค่แวบเข้ามาแล้วก็จางหายไปชีเจิ้นถอนหายใจอย่างจนปัญญาแล้วเอ่ยว่า “แล้วเรื่องตรงหน้านี้จะ

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 441

    ชีเจิ้นรู้สึกว่าช่วงนี้ดวงของตนคงตกต่ำอย่างถึงที่สุดไม่สิ แต่เดิมดวงของเขาก็คงไม่ดีอยู่แล้วมิฉะนั้น เหตุใดในช่วงเวลาอันสั้นนี้ เขาถึงได้พบกับสตรีที่น่าสะพรึงกลัวถึงสองคน และแต่ละคนก็น่ากลัวไม่แพ้กัน!ชีหยวนก็ไม่ต้องพูดถึง เขาเห็นกับตาตัวเองว่านางบิดคอคนเหมือนบิดผ้า วิธีฆ่าของนางก็แปลกประหลาด วิธีที่ใช้บ่อยที่สุดคือปาดคอหรือแทงเข้าหัวใจ คนที่ถูกฆ่าล้วนไม่มีโอกาสได้เอ่ยคำพูดสุดท้ายส่วนองค์หญิงเป่าหรง ฟังดูก็ไม่ใช่คนที่จะยุ่งด้วยได้ง่าย ๆตั้งแต่ยังเด็ก นางก็อ้างว่าตัวเองถูกสาป ทำให้พระภิกษุ นักพรต และชาวบ้านล้มตายไปไม่รู้เท่าไรสองคนนี้คิดจะแข่งกันว่าใครฆ่าคนได้มากกว่ากันหรือ?ถ้าหากต้องแข่งกันจริง ๆ แม้ว่าชีหยวนจะเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของเขา และตัวเขาเองก็อยู่ข้างชีหยวน แต่เขาต้องบอกไว้ก่อน หากต้องเดิมพันแพ้ชนะ เขาก็ยังต้องลงเดิมพันให้กับองค์หญิงเป่าหรงอยู่ดีชีวิตคนเราไม่เคยยุติธรรม สิ่งที่เจ้าต้องใช้ความพยายามมหาศาลเพื่อให้ได้มา บางคนกลับสามารถยกนิ้วกวักมือเรียกแล้วแย่งไปได้ง่าย ๆ เพียงเพราะเกิดมาต่างชนชั้น นี่แหละคือชะตากรรมที่ถูกกำหนดมาแล้วสีหน้าของเขาดูแปลกประหลาดไปชั่วขณะ ไ

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 440  

    ทว่าในขณะเดียวกันก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ สวรรค์ยุติธรรมเสมอ ในโลกปัจจุบันนางคือคุณหนูใหญ่ที่ใครต่างก็จับตามอง ทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ ก็ยังเป็นองค์หญิงที่ได้รับความโปรดปรานที่สุดในต้าโจว เห็นไหมล่ะคนชั้นสูงอยู่ที่ไหนก็เป็นคนชั้นสูงอยู่วันยังค่ำ บิดาของนางเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ส่วนมารดาของนางก็เป็นอาจารย์ชั้นพิเศษ นางเคยชินกับการมีแค่พี่เลี้ยงและเงินทองอยู่เป็นเพื่อนมาตั้งแต่ยังเล็กแล้ว จึงเรียนรู้ที่จะพูดแบบคนเมื่ออยู่ต่อหน้าคน และพูดแบบผีเมื่ออยู่ต่อหน้าผีมาตั้งแต่ยังเด็ก ไม่มีใครจะปิดบังความรู้สึกของตนเองได้เก่งไปมากกว่านางแล้ว ในโลกยุคปัจจุบันนางยังสามารถกลั่นแกล้งพวกปรสิตชั้นต่ำที่ไร้ประโยชน์พวกนั้นให้ตายไปทีละคนได้เลย แล้วนับประสาอะไรกับโลกยุคโบราณ? นางเป็นถึงองค์หญิงเชียวนะ นางฆ่าคนก็ไม่อะไรต่างจากฆ่ามดปลวกให้ตาย และตอนนี้ก็ถึงคราวของชีหยวนเจ้ามดปลวกตัวนี้แล้ว นางเดาะลิ้น ในดวงตาเต็มไปด้วยความรังเกียจ ดูสิ ทั้งที่ได้กลับชาติมาเกิดใหม่เหมือนกัน อ๋องฉีกลับไม่เอาไหนถึงเพียงนี้ ทว่ากลับกันคนอย่างชีหยวนยังสามารถก่อเมฆลมปลุกปั่นสถานการณ์ได้เลย แต่ว่า ถึงจะเป็นเช

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 439  

    ฮ่องเต้หย่งชางแทบจะหมดหนทางกับธิดาพระองค์นี้ของตนจริง ๆ หลังจากส่ายศีรษะอย่างจนปัญญาก็ตระหนักถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ว่า: “เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับที่เจ้ากล่าวถึงชีหยวนคนนั้นขึ้นมาหรือ?” สองคนที่แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน คนหนึ่งคือจันทรากระจ่างบนฟากฟ้ามิอาจแตะต้อง ส่วนอีกคนเป็นแค่ดอกหญ้าทั่วไปบนพื้นดินที่จะเอื้อมมือไปเด็ดเมื่อใดก็ได้ ชีหยวนมีความพิเศษอะไรกันแน่ ถึงได้ทำให้คนอย่างเป่าหรงจดจำได้ องค์หญิงเป่าหรงเม้มปาก ดูคล้ายว่ากำลังงุนงงสับสน และก็คล้ายว่ามีความสงสัยใคร่รู้อยู่ในที นางลืมตากว้างด้วยดวงตาที่ไร้เดียงสา เม้มริมฝีปากพลางมองฮ่องเต้หย่งชางและกล่าวว่า: “เสด็จพ่อ ลูกจำนางได้ มิใช่เพราะตัวนาง แต่เป็นเพราะเสด็จป้าองค์หญิงใหญ่และอวิ๋นถิง” เอ่ยถึงเรื่องนี้ สีพระพักตร์ของฮ่องเต้หย่งชางมืดครึ้มลง ก่อนจะเปล่งเสียงโอ้ออกมาเพียงหนึ่งคำ และถามอย่างคลุมเครือ: “พวกเขามีความเกี่ยวข้องอันใดกันหรือ?” “เสด็จพ่อไม่ทราบหรือเพคะ? ตอนที่คุณหนูใหญ่สกุลชีท่านนี้เพิ่งกลับมาจากบ้านในชนบท คนในตระกูลของพวกเขาต่างไม่โปรดปรานนางเลยสักคน จนสุดท้ายในตอนที่จัดงานเลี้ยงรับญาติ ก็มีพระปิตุจฉาองค์หญิง

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 438  

    สถานการณ์ในตอนนี้ พระชายาหลิ่วโกรธเกลียดเคียดแค้นทุกคนในสกุลหลิ่ว หากว่าองค์หญิงเป่าหรงและเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยเข้าไปยุ่งด้วย จะไม่เป็นการหาเรื่องใส่ตัวหรอกหรือ? องค์หญิงเป่าหรงผุดยิ้มอย่างลำพองตนในใจ จะว่าไป ความรักของบุรุษอยู่ที่ใด ความลำเอียงย่อมอยู่ที่นั่นด้วย บางทีเขาเองก็อาจจะไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ ว่าเขามีใจเอนเอียงไปทางเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยรวมถึงบรรดาพระโอรสพระธิดาที่นางให้กำเนิดโดยสมบูรณ์แล้ว ยิ่งเป็นเช่นนี้ องค์หญิงเป่าหรงก็ยิ่งอาศัยจังหวะที่ได้เปรียบโจมตีต่อเนื่อง: “เสด็จพ่อ! ในเมื่อพระองค์ตรัสเองว่า นางเป็นฮองเฮาองค์แรกของท่าน ช้าเร็วอย่างไรนางก็ต้องเสด็จกลับเข้าวัง พวกหม่อมฉันจะหลบหนีไปได้ชั่วชีวิตหรือเพคะ?” ฮ่องเต้หย่งชางเงียบไป องค์หญิงเป่าหรงน้ำตาร่วงเผาะพลางเอ่ยด้วยเสียงเบา: “เสด็จพ่อ ให้พวกหม่อมฉันไปเถิดเพคะ ให้พวกหม่อมฉันไปทูลขอพระราชทานอภัยจากนางเถิดเพคะ หากทุกฝ่ายเปลี่ยนอาวุธเป็นผ้าไหมและเครื่องหยก ไม่ดีหรือเพคะ?” ฮ่องเต้หย่งชางครุ่นคิดซ้ำแล้วซ้ำแล้ว ท้ายที่สุดก็ยอมโอนอ่อนผ่อนตาม แต่กระนั้นก็ยังไม่ลืมที่จะถามถึงอาการบาดเจ็บของนาง: “อดทนไหวหรือ?” องค์หญิงเป

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 437  

    นางเล่นมีดในมือไปมา ครั้นได้ยินเสียงเคลื่อนไหวที่แว่วมาจากด้านนอก ก็เก็บมีดกลับเข้าไปในแขนเสื้ออีกครั้งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพลิกกายลุกขึ้นนั่ง นัยน์ตาคู่นั้นพลันส่องประกายสว่างเจิดจ้าขึ้นมาทันที ยามที่เห็นฮ่องเต้หย่งชางเดินเข้ามา นางสะอื้นออกมาเบา ๆ : “เสด็จพ่อ!” ช่างเป็นเด็กดีเสียจริง ฮ่องเต้หย่งชางใจอ่อนยวบลงโดยพลัน เขาทั้งรักและเอ็นดูธิดาพระองค์นี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นในตอนนี้ธิดาพระองค์นี้ยังได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วย เขาถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ก่อนจะถามว่า: “เจ็บหรือไม่?” เงียบไปเนิ่นนาน องค์หญิงเป่าหรงน้ำตารื้นพลางเม้มปากแน่นและส่ายศีรษะน้อย ๆ : “ไม่เจ็บเพคะ เสด็จพ่อ ลูกไม่เจ็บแม้แต่นิดเดียว” แม้ปากบอกว่าไม่เจ็บ ทว่ามือของนางกลับเอื้อมไปกดแผ่นหลังตนเอง เพียงเสี้ยวพริบตาโลหิตสีสดก็ไหลออกมากอีกครั้ง โลหิตหยดลงบนหลังมือของฮ่องเต้หย่งชาง สีหน้าของฮ่องเต้หย่งชางเปลี่ยนไปทันที ก่อนจะเอ่ยปากดุอย่างอดไม่ได้: “ไม่เจ็บอะไร เจ้าดูสิบาดแผลของเจ้ากลายเป็นอะไรไปแล้ว! เซียวโม่เขาสติไม่สมประกอบตั้งแต่ยังเล็ก เจ้าไม่สามารถปฏิบัติต่อเขาเหมือนเป็นคนปกติได้ เหตุใดตอนนั้นเจ้าไม

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 436  

    ชีหยวนแอบเดาะลิ้นในใจ นางย่อมรู้ดีอยู่แล้ว คนที่สามารถเอาตัวรอดจากการถูกตามล่าอย่างหนักหน่วงได้และยังสามารถปกป้องบุตรจนรอดชีวิตมาได้ ต้องไม่ใช่คนที่อ่อนแออย่างเด็ดขาด จริงดังคาด อีกฝ่ายเข้าใจกระจ่างชัดอย่างดี องค์หญิงใหญ่กัดริมฝีปากอย่างอดไม่ไหว: “เช่นนั้น พระเชษฐภคินีทรงพระกันแสงกับเสด็จพี่…” ใครเล่าจะไม่รู้จักร้องไห้! มีแต่พวกเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยเท่านั้นหรือที่รู้จักร่ำไห้! ทว่าทันใดนั้นพระชายาหลิ่วกลับส่งเสียงหัวเราะออกมา นางปรายสายตามององค์หญิงใหญ่อย่างราบเรียบ ใบหน้าแม้ประดับด้วยรอยยิ้ม ทว่ารอยยิ้มนั้นส่งไปไม่ถึงแววตาแม้แต่น้อย: “คนอื่นยามร่ำไห้คงเหมือนหญิงงามประคองใจ ยามนี้ข้าไปร่ำไห้บ้างคงเป็นได้แค่คนโง่เขลาที่หลับหูหลับตาเลียนแบบอย่างน่ารังเกียจ ไม่สู้ต่างฝ่ายต่างเก็บศักดิ์ศรีไว้ดีกว่า” องค์หญิงใหญ่คิดจะโต้แย้ง แต่ก็หมดหนทางโต้แย้ง ถ้อยคำที่พระชายาหลิ่วเอ่ยออกมาโหดร้ายมากก็จริง ทว่าความโหดร้ายก็คือความจริงของโลกใบนี้ ใช่แล้ว อีกฝ่ายร่ำไห้ดังบุปผาหลี่ต้องสายพิรุณ แต่กับพระชายาหลิ่วที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนจะไปเปรียบเทียบกับนางได้อย่างไร? นางวางตะเกียบลงเสียงดัง

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status