Share

บทที่ 390

Author: ฉินอันอัน
เพียงแค่เห็นก็รู้ได้ทันทีว่าคนกลุ่มนี้ไม่ประสงค์ดีแน่นอน

ฉู่กั๋วกงตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในทันที สั่งการไปยังพ่อบ้านอย่างเฉียบขาด “ไปเอาไม้มา! ไล่พวกชาวบ้านชั้นต่ำที่มาก่อเรื่องพวกนี้ออกไป!”

ไม่ต้องสนว่าเป็นใคร ไม่ต้องสนว่าพวกมันจะพูดอะไร วิธีที่ดีที่สุดตอนนี้คือไล่คนพวกนี้ไปให้หมด!

ห้ามให้พวกมันเอ่ยปากแม้แต่คำเดียว

พ่อบ้านรีบรับคำสั่ง ไม่กล้าอืดอาดแม้แต่น้อย รีบไปเรียกรวมคนทันที

แต่สิงหมิ่นกลับมีสีหน้าลำบากใจ “ท่านกั๋วกง ท่านลองดูเถิด คนนี้เป็นหนึ่งในผู้เสียหาย...”

เขายังพูดไม่ทันจบ คนที่คุกเข่าอยู่บนพื้นก็ตะโกนออกมาเสียงดังลั่นทันที “สวรรค์! โปรดมองลงมาทีเถิด! มองดูนางแพศยาเย่จิ่นซิ่วผู้นี้! นางแพศยาคนนี้สมคบคิดคนอื่นสังหารคู่หมั้นของตนเอง ยั่วยวนบุรุษที่มีภรรยาอยู่แล้ว!”

เพียงเสียงตะโกนนี้ดังขึ้น ฮูหยินหลิ่วก็เห็นว่าร่างของฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่วสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ทั้งร่างโอนเอนคล้ายจะล้มลงได้ทุกเมื่อ

นางถึงกับตกตะลึง ยืนนิ่งมองแม่สามีของตนเอง ไม่รู้ว่าควรทำเช่นไร

ส่วนฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่วก็ถึงกับสมองว่างเปล่า

นางไม่เคยคาดคิดเลยว่าเรื่องเมื่อหลายสิบปีก่อนจะถูกคนขุดขึ้นมาอีกครั้ง

Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter
Comments (4)
goodnovel comment avatar
Jocky Tagool
กรรมกำลังทำงานแล้วววว จัดการไอ้พวกชั่วจวนฉู่กั๋วกง
goodnovel comment avatar
smakarar
ขออีกหลายตอนหน่อยค่ะ กำลังสนุก ขัดใจมาก
goodnovel comment avatar
Sukunya Nok
ปาดด กำลังดีเลย จบไวมากคะ ขอยาวๆๆ
VIEW ALL COMMENTS

Related chapters

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 391

    สวรรค์จะเห็นถึงความยุติธรรมหรือไม่นั้น ไป๋จื่อไม่รู้แต่ไป๋จื่อมั่นใจว่า คุณหนูของตนต้องตาแจ้งใจสว่างแน่นางเก็บก้อนหินก้อนหนึ่งขึ้นมาอย่างเงียบๆ และปาไปทางจวนกั๋วกงอย่างไม่ลังเล “ปาพวกผู้ชายชั่วอย่างพวกเจ้าให้ตายไปเลย! ถุย!”ชีหยวนหันกลับมามองนางแวบหนึ่งไป๋จื่อพูดอย่างกระดากใจ “คุณหนู ข้านี่สุดจะทนแล้วจริงๆ คนพวกนี้หน้าด้านเกินไปแล้ว!”ชีหยวนส่ายหน้าด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “ไม่เป็นไร ข้าพาเจ้ามาก็เพื่อให้เจ้าทำแบบนี้แหละ”คราวก่อนที่ปาก้อนหินใส่โจวผิงก็ปาได้ไม่เลวหินก้อนหนึ่งถูกขว้างออกไป ก่อให้เกิดความปั่นป่วนอย่างรุนแรงบรรดาชาวบ้านที่ยืนมุงดูเหตุการณ์ด้วยความสนใจอยู่ก่อนหน้านี้ อารมณ์ก็ถูกจุดติดขึ้นทันทีคนที่อยู่ตรงหน้าก้มลงโขกศีรษะร้องขอความเป็นธรรมไม่หยุด แม้ว่าจะถูกบ่าวของจวนกั๋วกงที่โหดร้ายดึงกระชากและทำร้ายร่างกาย เขาก็ยังคงแหงนหน้าร้องตะโกนขอความเป็นธรรมไม่หยุด แม้หน้าผากจะแตกเลือดไหลก็ยังไม่ยอมหยุดร้องไห้ร้องขอสวรรค์ให้ความเป็นธรรมช่างน่าสงสารนัก!ถ้าไม่ใช่ว่ามีเรื่องคับข้องใจอย่างมากมาย จะมีความกล้าแบบนี้หรือ?!ให้ตายเถอะ!ฆ่าภรรยาตัวเองแล้วแย่งภรรยาคนอื่นไป ใต

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 392

    บ่าวรับใช้ต่างตกใจ กำหมัดแล้วทุบลงไปสุดแรงแต่ยิ่งเป็นเช่นนั้น ชาวบ้านที่ยืนมุงดูอยู่ก็ยิ่งโกรธจัดย่ำยีคนก็ไม่ควรย่ำยีกันถึงเพียงนี้!ผู้คนพากันกรูกันเข้าไป จนเกิดการปะทะกับบ่าวรับใช้ของจวนกั๋วกงฉู่กั๋วกงถึงกับตกตะลึงกับเหตุการณ์ตรงหน้าพวกชาวบ้านชั้นต่ำพวกนี้ ปกติแต่ละคนขี้ขลาดตาขาวไม่ใช่หรือ กลัวว่าจะไปล่วงเกินพวกชนชั้นสูง?แต่ทำไมวันนี้แต่ละคนถึงคลั่งเหมือนหมาบ้าได้?ขณะนั้นเอง หูอี้ชวนได้สะบัดตัวหลุดจากบ่าวรับใช้แล้ว เมื่อเห็นว่าชาวบ้านยอมลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อเขา เขาก็หัวเราะลั่นพลางชี้ไปที่ฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่วและสาปแช่งเสียงดัง “เย่จิ่นซิ่ว! เจ้าช่างโหดเหี้ยมไร้หัวใจ! ทรยศคนที่เคยช่วยเหลือเจ้า! เจ้าต้องตายอย่างทุกข์ทรมาน! เจ้าต้องไม่ตายดี!”ฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่วชี้ไปที่เขา ในใจเต็มไปด้วยถ้อยคำที่จะโต้แย้งแต่เมื่อเห็นสายตาชาวบ้านที่ดูเหมือนอยากจะฆ่านางเสียให้ได้ หัวใจของนางก็ค่อยๆ ดิ่งลงเรื่อยๆเส้นเลือดในศีรษะเต้นตุบๆ ยิ่งเต้นยิ่งตึงขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดจู่ๆ ก็มีเสียง 'หวืด' แล้วมันก็ขาดไปแล้วร่างของนางหงายล้มลงไปด้านหลังอย่างตรงๆ ท้ายทอยกระแทกพื้นอย่างแรงฮูหยินหลิ่ว

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 393

    ประตูใหญ่ของจวนกั๋วกงค่อยๆ ปิดลงอย่างช้าๆ บ่าวรับใช้ที่ได้รับคำสั่ง ต่างก็ถีบหูอี้ชวนออกไปเหมือนเตะสุนัข ยังถุยน้ำลายใส่เขาหลายครั้ง ก่อนจะวิ่งหนีไปอย่างดุดันสิงหมิ่นมองดูพวกบ่าวรับใช้ของจวนกั๋วกงที่หยิ่งผยองไม่เห็นหัวใคร สายตาของเขาหดเกร็งเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองชีหยวนในฝูงชนโดยไม่รู้ตัวชีหยวนพยักหน้าให้เขาเบาๆสิงหมิ่นเข้าใจทันที เขาก้าวไปข้างหน้าแล้วถอนหายใจให้กับหูอี้ชวน “จวนกั๋วกงเป็นขุนนางใหญ่ทรงอำนาจ ท่านเจ้าเมืองของพวกเราเต็มใจออกคำสั่งเรียกฮูหยินฉู่กั๋วกงมาสอบสวน นั่นถือว่าปรานีอย่างถึงที่สุดแล้ว แต่เจ้าก็เห็นแล้วว่าท่าทีของจวนกั๋วกงในตอนนี้เป็นเช่นไร”ชาวบ้านทั้งหมดต่างจ้องมองไปที่สิงหมิ่นหูอี้ชวนเชิดหน้าขึ้น “ใต้เท้าสิง! เย่จิ่นซิ่วเป็นฆาตกร!”สิงหมิ่นถอนหายใจหนักกว่าเดิม “เมื่อครู่ฮูหยินฉู่กั๋วกงก็พูดแล้วว่านางไม่ได้ตั้งใจทำร้ายพี่ชายของเจ้า เขาเป็นฝ่ายรับความกดดันไม่ไหวจึงตรอมใจตายไปเอง”ความจริงสิ่งนี้ก็ยากที่จะตัดสินโทษแต่แรกอยู่แล้วแต่สถานการณ์ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้วราษฎรเกลียดชังคนประเภทใดที่สุด?แน่นอนว่าคือพวกหญิงแพศยาผู้ไร้ศีลธรรมเฉกเช่นพานจินเหลียน ที่วาง

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 394

    ฮูหยินหลิ่วจึงได้สติกลับมา นางมองบุตรสาวด้วยสีหน้าซับซ้อน ก่อนจะส่ายหัวเบาๆ ให้พ่อบ้านไปตอบกลับอย่างเหมาะสม และขอบคุณน้ำใจของจวนเฉิงกั๋วกงหลิ่วหมิงจูรู้สึกไม่เข้าใจอย่างยิ่ง “ท่านแม่! พวกชาวบ้านที่สร้างเรื่องพวกนั้นทำให้ท่านย่าโกรธจนล้มศีรษะแตกแล้ว ตอนนี้จวนเฉิงกั๋วกงส่งคนมาช่วย แล้วเหตุใดท่านแม่ถึงปฏิเสธพวกเขาไปเล่า?”“เจ้ารู้อะไร?” ฮูหยินหลิ่วนวดขมับของตัวเองด้วยความปวดหัว "เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้างนอกมีคนมากแค่ไหน? กฎหมายย่อมไม่สามารถลงโทษคนหมู่มากได้ ทำไม เจ้าจะจับพวกเขาทั้งหมดมาเฆี่ยนตีหรืออย่างไร?"ชาวบ้านที่มารวมตัวกันมีจำนวนมากเยี่ยงนั้น ตอนนี้พวกเขาต่างเดือดดาลเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หากคิดจับกุมใครในตอนนี้ ก็อาจนำไปสู่ความวุ่นวายเมื่อถึงตอนนั้น เรื่องราวย่อมบานปลายไปกันใหญ่เรื่องในจวนตอนนี้ยังมีปัญหาไม่มากพอ ชื่อเสียงแย่ไม่พออีกหรือ?เมื่อนึกถึงฮูหยินฉู่กั๋วกง ฮูหยินหลิ่วก็ถอนหายใจที่หนักอึ้งไม่คิดว่าในอดีตแม่สามีจะเป็นคนเช่นนี้ได้ ดูไม่ออกเลยจริงๆไม่ใช่แค่นางคนเดียวที่รู้สึกเช่นนี้ วันนี้เหล่าขุนนางและชนชั้นสูงใครก็ตามที่อาศัยอยู่ใกล้เขตพระราชวัง ล้วนได้รับรู้เรื่องราวท

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 395

    ตั้งแต่ที่เสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยฟื้นขึ้นมา นางก็รู้สึกหม่นหมองใจตลอดเวลาถึงแม้ครั้งนี้จะเห็นได้ชัดว่าฮ่องเต้หย่งชางไม่ได้เข้าข้างพระชายาหลิ่ว แต่ถ้าปล่อยให้เรื่องนี้ลุกลามไป มันก็คงจะไม่จบง่ายๆองค์หญิงเป่าหรงถือโจ๊กรังนกถ้วยหนึ่งส่งให้เสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟย เสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยกลับไม่ยื่นมือไปรับ เพียงถามด้วยความกังวลว่า "เป่าหรง เรื่องนี้จะทำยังไงดี? พวกเราจะต้องอดทนไปแบบนี้หรือ?"อดทนเยี่ยงนี้ก็ดูจะไม่ใช่ทางออกที่ดียิ่งไปกว่านั้น มีข่าวว่าราชบุตรเขยลู่ฟื้นความทรงจำกลับมาแล้ว วันนี้องค์หญิงใหญ่ก็เร่งให้ฮ่องเต้ส่งคนไปรับตัวเขากลับเมืองหลวงฮ่องเต้หย่งชางได้มอบหมายเรื่องนี้ให้อ๋องโจวเป็นผู้จัดการแล้วอ๋องโจวเป็นขุนนางฝ่ายใน มีหน้าที่จัดการทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเชื้อพระวงศ์ และยังเป็นผู้ที่มีความน่าเคารพในเชื้อพระวงศ์หากก่อนที่อ๋องโจวจะเดินทางไป ลู่หมิงฮุยยังไม่ได้กำจัดราชบุตรเขยลู่ งั้นพอราชบุตรเขยลู่กลับมา…...ต่อให้เขาจะจำได้เพียงแค่ลู่หมิงฮุย แต่แค่เรื่องที่ลู่หมิงฮุยจะอ้างอิงโยงใยไปถึง ก็ทำให้ปวดหัวแล้ว!ช่างเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเสียจริงองค์หญิงเป่าหรงกลับสงบนิ่ง จับมือมารดาไว้ แ

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 396

    นางเป็นคนวางแผนฆ่าคู่หมั้นของตัวเองจริงๆ จึงได้มาเป็นอนุของบิดาอย่างนั้นหรือ?ถ้าเป็นเช่นนั้น......องค์หญิงเป่าหรงแสยะยิ้มเย็นชา “เสด็จแม่ ท่านเห็นหรือไม่? แม้ว่าอยากจะช่วย แต่ท่านช่วยพวกเขาได้จริงๆ หรือ? พวกเขาเป็นเหมือนตะกรรน้ำรั่วที่เต็มไปด้วยความผิดไปทั่ว!”จะช่วยได้อย่างไร?เสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยกำปกคอเสื้อของตนแน่น “ไม่ ไม่ได้! ข้าจะไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท! ข้าจะไปพบฝ่าบาท!”แต่องค์หญิงเป่าหรงก็คว้าข้อมือของนางไว้ทันทีเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยหันกลับมา น้ำตาคลอ “นั่นคือพ่อแม่แท้ๆ ของข้า!”จะให้นางนิ่งดูดาย ปล่อยให้พวกเขาตายไปต่อหน้าหรือ?!องค์หญิงเป่าหรงมองนางอย่างไร้ความรู้สึก “เสด็จแม่ ท่านอยากให้ผู้ตรวจการเถี่ยร้องด่าว่าท่านเป็นพระสนมปีศาจอีกหรือ? ครั้งที่แล้วแม้จะถูกกดเรื่องไว้ได้แล้ว แต่ครั้งนี้เรื่องมันอื้อฉาวขนาดนี้ ท่านคิดว่าปากของพวกขุนนางเหล่านั้นจะยังปรานีท่านอีกหรือเพคะ?!”เสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยแทบจะพังทลาย นางไม่เข้าใจเลยว่าทำไมทุกอย่างถึงกลายเป็นเช่นนี้ใช่ เพราะทำไมกัน?องค์หญิงเป่าหรงขมวดคิ้วหัวเราะเยาะออกมา “เป็นแผนที่ดีจริงๆ นะ พระชายาหลิ่ว”“พระชายาหลิ่ว?”เสี่ยวหลิ

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 397

    ฉู่กั๋วกงนับว่าเป็นคนสนิทของฮ่องเต้หย่งชาง เป็นขุนนางที่ช่วยเหลือการขึ้นครองราชย์ตั้งแต่สมัยยังอยู่ที่แคว้นหมิ่น และติดตามพระองค์มาจนถึงเมืองหลวงยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็นญาติฝ่ายมารดาของอ๋องฉีและองค์หญิงเป่าหรง แม้เพียงเพื่อรักษาหน้าตาของเหล่าพระโอรสธิดา พระองค์ก็ไม่อยากให้ฉู่กั๋วกงและฮูหยินฉู่กั๋วกงพัวพันกับเรื่องอื้อฉาวเช่นนี้พระองค์จึงเอ่ยถามเสียงเย็นชา “ผู้ที่เดือดร้อนได้ไปร้องทุกข์ที่ศาลซุ่นเทียน ศาลซุ่นเทียนเองก็ได้ส่งคนไปสอบถามที่จวนของพวกท่านแล้ว เรื่องนี้มีมูลแน่ชัด ราษฎรมากมายเห็นกับตา หากเจ้าถูกใส่ร้ายจริง เหตุใดจึงไม่ให้ฮูหยินฉู่กั๋วกงไปขึ้นศาลเพื่อชี้แจงความจริง?!”ฉู่กั๋วกงคุกเข่ากับพื้น น้ำตาไหลอาบแก้ม ราวกับแก่ลงไปอีกสิบปีในพริบตา “ฝ่าบาท! เรื่องวันนี้กระหม่อมก็ตั้งตัวไม่ติดเช่นกัน! คนของศาลซุ่นเทียนมาถึง ก็จะให้ภรรยากระหม่อมไปขึ้นศาลโดยทันที กระหม่อมเพียงคิดว่า นางเป็นถึงฮูหยินตราตั้ง หากต้องไปขึ้นศาล เกรงว่าผู้คนภายนอกที่ไม่เข้าใจความจริงจะเอาไปพูดกันผิดๆ เอาได้พ่ะย่ะค่ะ”เขาประสานมือเคารพไปทางฮ่องเต้หย่งชาง น้ำเสียงแฝงความจริงใจ “ฝ่าบาท หากจะนำภรรยากระหม่อมขึ

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 398

    เรื่องทั้งหมดเป็นอย่างไรนั้น ต้องรอให้ลู่หมิงอันกลับมาก่อนก่อนอื่น ต้องสืบหาคนที่ลอบสังหารพระชายาหลิ่วให้ได้!เรื่องนี้ให้พระชายาหลิ่วได้รับความเป็นธรรมก่อน แล้วค่อยสืบคดีของนางเจียงเมื่อครั้งอดีตขันทีเซี่ยเห็นว่าพระองค์ทรงหงุดหงิด จึงส่ายหัวอย่างระมัดระวัง “ฝ่าบาท ท่านอ๋องยังไม่กลับมาเลยพ่ะย่ะค่ะ”ฮ่องเต้หย่งชางทอดพระปัสสาสะยาวหลังฉูกั๋วกงออกจากวัง ก็รีบตรงกลับจวนของตนทันที ไปดูอาการของภรรยาก่อนเหล่าหมอหลวงรู้ดีว่าฮูหยินฉู่กั๋วกงคือมารดาของเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟย ใครบ้างจะกล้าทำงานลวกๆ?แม้ฮูหยินฉู่กั๋วกงจะกระแทกใส่ศีรษะด้านหลังอย่างแรง แต่กลับฟื้นขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจเมื่อนางเห็นฉูกั๋วกงกลับมา ก็กำมือฉู่กั๋วกงไว้แน่น “ท่านกั๋วกง จะทำอย่างไรดี? บ้านเราไม่มีทางปล่อยให้ตกต่ำเช่นนี้ได้ ไม่อาจปล่อยให้พวกเขาจูงจมูกได้!”หากเรื่องเมื่อปีก่อนถูกขุดคุ้ยขึ้นมาจริงๆไม่ต้องพูดถึงว่าพระชายาหลิ่วจะต้องใช้เรื่องนี้มาเล่นงานไม่เลิกเพียงแค่ข้อหาที่ว่านางทำให้ชายแซ่หูต้องตรอมใจตาย ก็เป็นเรื่องที่โลกภายนอกไม่มีวันให้อภัย!ชื่อเสียงของเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยและองค์หญิงเป่าหรงก็ต้องพลอยได้รับผ

Latest chapter

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 444

    ฮ่องเต้หย่งชางเข้าใจทุกอย่างกระจ่างแล้ว ทรงโบกพระหัตถ์ให้ไล่เฉิงหลงออกไปจากนั้นจึงสูดลมหายใจเข้าลึกเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยไม่ได้ข่มตาหลับตลอดทั้งคืนบาดแผลบนหน้าผากของนางถูกพันด้วยผ้าพันแผลอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าครั้งนี้กระแทกอย่างแรงจริง ๆเมื่อเห็นองค์หญิงเป่าหรงถูกนางกำนัลประคองเข้ามา นางก็ราวกับเห็นที่พึ่งและทางรอด รีบปรี่เข้าไปกุมมือลูกสาวแน่น “เป่าหรง! เจ้าว่า เจ้าว่าควรทำอย่างไรดี?”เสียงของนางสั่นเครือจนแทบร้องไห้เพียงแค่คิดถึงบิดาที่ตายอย่างน่าเวทนา และมารดาที่โกรธแค้นจนสิ้นลมครอบครัวที่เคยสมบูรณ์พลันพังพินาศ สามีภรรยาพรากจาก บ้านแตกสาแหรกขาด ใจของนางเจ็บราวกับถูกมีดกรีดยิ่งไปกว่านั้น ขาของบุตรชายก็พิการนางกำมือองค์หญิงเป่าหรง บุตรสาวคนนี้เป็นหวังเดียวที่เหลืออยู่ของนางเมื่อนางเพิ่งเข้าวังยังมิได้เป็นที่โปรดปรานถึงเพียงนี้ ทุกอย่างล้วนเป็นเพราะการกำเนิดของเป่าหรง เป่าหรงนำพาความโปรดปรานอันยาวนานหลายสิบปีมาให้แก่นางองค์หญิงเป่าหรงค่อย ๆ กอบกุมมือของมารดากลับ ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ และกล่าวด้วยความมั่นใจ “วางใจเถิดเพคะ มีลูกอยู

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 443

    ฮ่องเต้หย่งชางยืนอยู่ที่เดิมโดยไม่ได้ขยับ พระพักตร์เย็นชาองค์รัชทายาทคลำไปคลำมาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ รีบกระชากผ้าปิดตาออก แล้วสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็คือพระพักตร์ที่โกรธจัดของฮ่องเต้หย่งชางเขาตกใจจนวิญญาณแทบหลุดลอยออกไป ร่างอ้วนใหญ่ทรุดลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นเสียงดังโครมจนราวว่าพื้นรอบ ๆ สั่นสะเทือนขันทีเซี่ยรีบเบือนหน้าหนีทันทีคนอื่น ๆ ก็ไม่กล้ามองเช่นกันคนทั้งสองนี้ คนหนึ่งคือฮ่องเต้ อีกคนคือองค์รัชทายาทฮ่องเต้ทรงตำหนิรัชทายาทเป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้วแต่ในอนาคต หากรัชทายาทนึกถึงเหตุการณ์นี้ เขาย่อมไม่กล้าไปเอาเรื่องฮ่องเต้ ก็คงต้องมาผูกใจเจ็บกับพวกเขาที่ได้เห็นความอับอายของเขาในวันนี้ อยู่ห่างออกไปหน่อยจะดีกว่ารัชทายาทได้สติ รีบคลานเข้าไปข้างหน้าฮ่องเต้หย่งชาง คุกเข่าลงแล้วปล่อยโฮออกมาร้องไห้พลางกล่าวยอมรับผิด“เสด็จพ่อ เป็นความผิดของลูกเอง ลูกจะไม่กล้าทำเช่นนี้อีกแล้ว”“ลูกจะไล่พวกตัวกาลกิณีพวกนี้ออกไปให้หมด ไล่ไปให้หมดเลยพ่ะย่ะค่ะ!”ความรู้สึกของฮ่องเต้หย่งชางพลันซับซ้อนขึ้นมาชั่วขณะก่อนเสด็จมา เขาเชื่อจริง ๆ ว่ารัชทายาทอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แ

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 442

    ท่านโหวผู้เฒ่าชีตบมือหัวเราะลั่นดี!ดี! ดี!เขาชมอยู่สามคำติดต่อกันส่วนพระชายาหลิ่ว ราชบุตรเขยลู่ และองค์หญิงใหญ่ ทั้งสามคนมองไปที่ชีหยวน ต่างพากันตะลึงโดยเฉพาะราชบุตรเขยลู่ เขาเคยเห็นฝีมือการฆ่าคนของชีหยวนมาก่อน หากสามารถสังหารได้ในดาบเดียว นางจะไม่มีวันฟันซ้ำเป็นครั้งที่สองความแข็งแกร่งและความศรัทธาของเด็กสาวผู้นี้ เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิตเขาตามความคิดและการกระทำของคนหนุ่มสาวรุ่นนี้ไม่ทันเสียแล้วเซียวอวิ๋นถิงยืนกอดอกยิ้มมองชีหยวนแม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่ทันสังเกต ว่ารอยยิ้มนั้นเจิดจ้าราวดวงดารา สาดส่องไปทั่วทุกหนแห่งเขาไม่เคยพบสตรีเช่นนี้มาก่อนทะนงในศักดิ์ศรี เคารพตนเอง แข็งแกร่งและพึ่งพาตัวเองนางไม่ต้องรอให้ใครมาช่วยเหลือ เพราะตัวนางคือผู้ช่วยเหลือตนเองกลีบเหมยที่ร่วงโรยปลิวขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะโปรยปรายลงบนศีรษะและอาภรณ์ของทุกคน ชั่วขณะนั้น เซียวอวิ๋นถิงรู้สึกปวดศีรษะขึ้นมาเล็กน้อย คล้ายกับว่าเคยเห็นภาพเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนในความฝันยามสนธยาแต่ความคิดนี้ก็เพียงแค่แวบเข้ามาแล้วก็จางหายไปชีเจิ้นถอนหายใจอย่างจนปัญญาแล้วเอ่ยว่า “แล้วเรื่องตรงหน้านี้จะ

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 441

    ชีเจิ้นรู้สึกว่าช่วงนี้ดวงของตนคงตกต่ำอย่างถึงที่สุดไม่สิ แต่เดิมดวงของเขาก็คงไม่ดีอยู่แล้วมิฉะนั้น เหตุใดในช่วงเวลาอันสั้นนี้ เขาถึงได้พบกับสตรีที่น่าสะพรึงกลัวถึงสองคน และแต่ละคนก็น่ากลัวไม่แพ้กัน!ชีหยวนก็ไม่ต้องพูดถึง เขาเห็นกับตาตัวเองว่านางบิดคอคนเหมือนบิดผ้า วิธีฆ่าของนางก็แปลกประหลาด วิธีที่ใช้บ่อยที่สุดคือปาดคอหรือแทงเข้าหัวใจ คนที่ถูกฆ่าล้วนไม่มีโอกาสได้เอ่ยคำพูดสุดท้ายส่วนองค์หญิงเป่าหรง ฟังดูก็ไม่ใช่คนที่จะยุ่งด้วยได้ง่าย ๆตั้งแต่ยังเด็ก นางก็อ้างว่าตัวเองถูกสาป ทำให้พระภิกษุ นักพรต และชาวบ้านล้มตายไปไม่รู้เท่าไรสองคนนี้คิดจะแข่งกันว่าใครฆ่าคนได้มากกว่ากันหรือ?ถ้าหากต้องแข่งกันจริง ๆ แม้ว่าชีหยวนจะเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของเขา และตัวเขาเองก็อยู่ข้างชีหยวน แต่เขาต้องบอกไว้ก่อน หากต้องเดิมพันแพ้ชนะ เขาก็ยังต้องลงเดิมพันให้กับองค์หญิงเป่าหรงอยู่ดีชีวิตคนเราไม่เคยยุติธรรม สิ่งที่เจ้าต้องใช้ความพยายามมหาศาลเพื่อให้ได้มา บางคนกลับสามารถยกนิ้วกวักมือเรียกแล้วแย่งไปได้ง่าย ๆ เพียงเพราะเกิดมาต่างชนชั้น นี่แหละคือชะตากรรมที่ถูกกำหนดมาแล้วสีหน้าของเขาดูแปลกประหลาดไปชั่วขณะ ไ

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 440  

    ทว่าในขณะเดียวกันก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ สวรรค์ยุติธรรมเสมอ ในโลกปัจจุบันนางคือคุณหนูใหญ่ที่ใครต่างก็จับตามอง ทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ ก็ยังเป็นองค์หญิงที่ได้รับความโปรดปรานที่สุดในต้าโจว เห็นไหมล่ะคนชั้นสูงอยู่ที่ไหนก็เป็นคนชั้นสูงอยู่วันยังค่ำ บิดาของนางเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ส่วนมารดาของนางก็เป็นอาจารย์ชั้นพิเศษ นางเคยชินกับการมีแค่พี่เลี้ยงและเงินทองอยู่เป็นเพื่อนมาตั้งแต่ยังเล็กแล้ว จึงเรียนรู้ที่จะพูดแบบคนเมื่ออยู่ต่อหน้าคน และพูดแบบผีเมื่ออยู่ต่อหน้าผีมาตั้งแต่ยังเด็ก ไม่มีใครจะปิดบังความรู้สึกของตนเองได้เก่งไปมากกว่านางแล้ว ในโลกยุคปัจจุบันนางยังสามารถกลั่นแกล้งพวกปรสิตชั้นต่ำที่ไร้ประโยชน์พวกนั้นให้ตายไปทีละคนได้เลย แล้วนับประสาอะไรกับโลกยุคโบราณ? นางเป็นถึงองค์หญิงเชียวนะ นางฆ่าคนก็ไม่อะไรต่างจากฆ่ามดปลวกให้ตาย และตอนนี้ก็ถึงคราวของชีหยวนเจ้ามดปลวกตัวนี้แล้ว นางเดาะลิ้น ในดวงตาเต็มไปด้วยความรังเกียจ ดูสิ ทั้งที่ได้กลับชาติมาเกิดใหม่เหมือนกัน อ๋องฉีกลับไม่เอาไหนถึงเพียงนี้ ทว่ากลับกันคนอย่างชีหยวนยังสามารถก่อเมฆลมปลุกปั่นสถานการณ์ได้เลย แต่ว่า ถึงจะเป็นเช

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 439  

    ฮ่องเต้หย่งชางแทบจะหมดหนทางกับธิดาพระองค์นี้ของตนจริง ๆ หลังจากส่ายศีรษะอย่างจนปัญญาก็ตระหนักถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ว่า: “เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับที่เจ้ากล่าวถึงชีหยวนคนนั้นขึ้นมาหรือ?” สองคนที่แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน คนหนึ่งคือจันทรากระจ่างบนฟากฟ้ามิอาจแตะต้อง ส่วนอีกคนเป็นแค่ดอกหญ้าทั่วไปบนพื้นดินที่จะเอื้อมมือไปเด็ดเมื่อใดก็ได้ ชีหยวนมีความพิเศษอะไรกันแน่ ถึงได้ทำให้คนอย่างเป่าหรงจดจำได้ องค์หญิงเป่าหรงเม้มปาก ดูคล้ายว่ากำลังงุนงงสับสน และก็คล้ายว่ามีความสงสัยใคร่รู้อยู่ในที นางลืมตากว้างด้วยดวงตาที่ไร้เดียงสา เม้มริมฝีปากพลางมองฮ่องเต้หย่งชางและกล่าวว่า: “เสด็จพ่อ ลูกจำนางได้ มิใช่เพราะตัวนาง แต่เป็นเพราะเสด็จป้าองค์หญิงใหญ่และอวิ๋นถิง” เอ่ยถึงเรื่องนี้ สีพระพักตร์ของฮ่องเต้หย่งชางมืดครึ้มลง ก่อนจะเปล่งเสียงโอ้ออกมาเพียงหนึ่งคำ และถามอย่างคลุมเครือ: “พวกเขามีความเกี่ยวข้องอันใดกันหรือ?” “เสด็จพ่อไม่ทราบหรือเพคะ? ตอนที่คุณหนูใหญ่สกุลชีท่านนี้เพิ่งกลับมาจากบ้านในชนบท คนในตระกูลของพวกเขาต่างไม่โปรดปรานนางเลยสักคน จนสุดท้ายในตอนที่จัดงานเลี้ยงรับญาติ ก็มีพระปิตุจฉาองค์หญิง

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 438  

    สถานการณ์ในตอนนี้ พระชายาหลิ่วโกรธเกลียดเคียดแค้นทุกคนในสกุลหลิ่ว หากว่าองค์หญิงเป่าหรงและเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยเข้าไปยุ่งด้วย จะไม่เป็นการหาเรื่องใส่ตัวหรอกหรือ? องค์หญิงเป่าหรงผุดยิ้มอย่างลำพองตนในใจ จะว่าไป ความรักของบุรุษอยู่ที่ใด ความลำเอียงย่อมอยู่ที่นั่นด้วย บางทีเขาเองก็อาจจะไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ ว่าเขามีใจเอนเอียงไปทางเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยรวมถึงบรรดาพระโอรสพระธิดาที่นางให้กำเนิดโดยสมบูรณ์แล้ว ยิ่งเป็นเช่นนี้ องค์หญิงเป่าหรงก็ยิ่งอาศัยจังหวะที่ได้เปรียบโจมตีต่อเนื่อง: “เสด็จพ่อ! ในเมื่อพระองค์ตรัสเองว่า นางเป็นฮองเฮาองค์แรกของท่าน ช้าเร็วอย่างไรนางก็ต้องเสด็จกลับเข้าวัง พวกหม่อมฉันจะหลบหนีไปได้ชั่วชีวิตหรือเพคะ?” ฮ่องเต้หย่งชางเงียบไป องค์หญิงเป่าหรงน้ำตาร่วงเผาะพลางเอ่ยด้วยเสียงเบา: “เสด็จพ่อ ให้พวกหม่อมฉันไปเถิดเพคะ ให้พวกหม่อมฉันไปทูลขอพระราชทานอภัยจากนางเถิดเพคะ หากทุกฝ่ายเปลี่ยนอาวุธเป็นผ้าไหมและเครื่องหยก ไม่ดีหรือเพคะ?” ฮ่องเต้หย่งชางครุ่นคิดซ้ำแล้วซ้ำแล้ว ท้ายที่สุดก็ยอมโอนอ่อนผ่อนตาม แต่กระนั้นก็ยังไม่ลืมที่จะถามถึงอาการบาดเจ็บของนาง: “อดทนไหวหรือ?” องค์หญิงเป

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 437  

    นางเล่นมีดในมือไปมา ครั้นได้ยินเสียงเคลื่อนไหวที่แว่วมาจากด้านนอก ก็เก็บมีดกลับเข้าไปในแขนเสื้ออีกครั้งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพลิกกายลุกขึ้นนั่ง นัยน์ตาคู่นั้นพลันส่องประกายสว่างเจิดจ้าขึ้นมาทันที ยามที่เห็นฮ่องเต้หย่งชางเดินเข้ามา นางสะอื้นออกมาเบา ๆ : “เสด็จพ่อ!” ช่างเป็นเด็กดีเสียจริง ฮ่องเต้หย่งชางใจอ่อนยวบลงโดยพลัน เขาทั้งรักและเอ็นดูธิดาพระองค์นี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นในตอนนี้ธิดาพระองค์นี้ยังได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วย เขาถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ก่อนจะถามว่า: “เจ็บหรือไม่?” เงียบไปเนิ่นนาน องค์หญิงเป่าหรงน้ำตารื้นพลางเม้มปากแน่นและส่ายศีรษะน้อย ๆ : “ไม่เจ็บเพคะ เสด็จพ่อ ลูกไม่เจ็บแม้แต่นิดเดียว” แม้ปากบอกว่าไม่เจ็บ ทว่ามือของนางกลับเอื้อมไปกดแผ่นหลังตนเอง เพียงเสี้ยวพริบตาโลหิตสีสดก็ไหลออกมากอีกครั้ง โลหิตหยดลงบนหลังมือของฮ่องเต้หย่งชาง สีหน้าของฮ่องเต้หย่งชางเปลี่ยนไปทันที ก่อนจะเอ่ยปากดุอย่างอดไม่ได้: “ไม่เจ็บอะไร เจ้าดูสิบาดแผลของเจ้ากลายเป็นอะไรไปแล้ว! เซียวโม่เขาสติไม่สมประกอบตั้งแต่ยังเล็ก เจ้าไม่สามารถปฏิบัติต่อเขาเหมือนเป็นคนปกติได้ เหตุใดตอนนั้นเจ้าไม

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 436  

    ชีหยวนแอบเดาะลิ้นในใจ นางย่อมรู้ดีอยู่แล้ว คนที่สามารถเอาตัวรอดจากการถูกตามล่าอย่างหนักหน่วงได้และยังสามารถปกป้องบุตรจนรอดชีวิตมาได้ ต้องไม่ใช่คนที่อ่อนแออย่างเด็ดขาด จริงดังคาด อีกฝ่ายเข้าใจกระจ่างชัดอย่างดี องค์หญิงใหญ่กัดริมฝีปากอย่างอดไม่ไหว: “เช่นนั้น พระเชษฐภคินีทรงพระกันแสงกับเสด็จพี่…” ใครเล่าจะไม่รู้จักร้องไห้! มีแต่พวกเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยเท่านั้นหรือที่รู้จักร่ำไห้! ทว่าทันใดนั้นพระชายาหลิ่วกลับส่งเสียงหัวเราะออกมา นางปรายสายตามององค์หญิงใหญ่อย่างราบเรียบ ใบหน้าแม้ประดับด้วยรอยยิ้ม ทว่ารอยยิ้มนั้นส่งไปไม่ถึงแววตาแม้แต่น้อย: “คนอื่นยามร่ำไห้คงเหมือนหญิงงามประคองใจ ยามนี้ข้าไปร่ำไห้บ้างคงเป็นได้แค่คนโง่เขลาที่หลับหูหลับตาเลียนแบบอย่างน่ารังเกียจ ไม่สู้ต่างฝ่ายต่างเก็บศักดิ์ศรีไว้ดีกว่า” องค์หญิงใหญ่คิดจะโต้แย้ง แต่ก็หมดหนทางโต้แย้ง ถ้อยคำที่พระชายาหลิ่วเอ่ยออกมาโหดร้ายมากก็จริง ทว่าความโหดร้ายก็คือความจริงของโลกใบนี้ ใช่แล้ว อีกฝ่ายร่ำไห้ดังบุปผาหลี่ต้องสายพิรุณ แต่กับพระชายาหลิ่วที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนจะไปเปรียบเทียบกับนางได้อย่างไร? นางวางตะเกียบลงเสียงดัง

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status