คำพูดนี้ขององค์หญิงใหญ่มิใช่เจตนาพูดให้รู้สึกตื่นกลัวราชวงศ์ต้าโจวมีความเข้มงวดยิ่งในการควบคุมเรื่องลี้ลับหรือพวกมนต์ดำในหมู่ราษฎรหากใครผู้ใดในหมู่ราษฎรพรางเป็นเทพแสร้งเป็นผี แอบอ้างเที่ยวหลอกลวงต้มตุ๋น ทางศาลจะถือว่าผู้นั้นเป็นปีศาจ และเผาผู้นั้นให้ตายเพื่อเป็นการตักเตือนราษฎรคำพูดที่ชีหยวนพูดออกมาเหล่านี้ เพียงพอที่จะทำให้นางตายได้เป็นร้อยครั้งเมื่อลองคิดดู เซียวอวิ๋นถิงพบว่านางไม่ย่างเท้าออกจากเรือน แต่กลับรู้เรื่องของเมืองเจียงซีได้ รวมถึงครั้งนี้ ถึงกับสามารถลากตัวหานเยว่เอ๋อที่ซ่อนตัวอยู่ในตระกูลฉีออกมาได้อีก ก็ทำให้รู้สึกคล้อยตาม มองชีหยวนอย่างเฉยเมย: “แค่พึ่งสิ่งเหล่านี้หรือ?”ชีหยวนไม่ได้รีบร้อน มือทั้งสองกุมถ้วยไว้ เม้มริมฝีปาก: “หากองค์หญิงและท่านอ๋องยังต้องการให้หม่อมฉันพิสูจน์มากกว่านี้ เช่นนั้น หม่อมฉันทราบว่าเหตุใดอ๋องฉีจึงจงใจซื้อตัวหานเยว่เอ๋อ และให้นางแทรกซึมอยู่ในจวนหย่งผิงโหว ข้อนี้ จะใช้เป็นหลักฐานว่าหม่อมฉันแตกต่างจากคนทั่ว ๆ ไปได้หรือไม่เพคะ?”ความหวังในใจขององค์หญิงใหญ่ ที่ถูกจุดประกายด้วยซาลาเปาแป้งมันเทศในตอนแรกค่อยๆ หายไปเพราะนางเลอะเลือนเอง โลกนี
ชีหยวนรู้สึกสับสนในใจที่นางรู้เรื่องเหล่านี้ จะว่าไปแล้วเป็นเพราะนางเคยติดตามเซียวอวิ๋นถิงในชาติก่อน เซียวอวิ๋นถิงเป็นคนสั่งให้นางไปสืบหาความจริงเรื่องนี้ในตอนนั้น อ๋องฉีแต่งงานกับชีจิ่น ได้ทราบเบาะแสของพระชายาหลิ่วจากชีเจิ้น จากนั้นเขาก็ชิงตัดหน้าไปรับพระชายาหลิ่วสองแม่ลูกมาควบคุมไว้ ให้พระชายาหลิ่วให้การเป็นพยานว่าฮองเฮาเฝิงเป็นฮองเฮาชั่ว ใช้ทุกวิถีทาง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขึ้นเป็นฮองเฮา ถึงขนาดไม่ลังเลที่จะปองร้ายภรรยาคนแรกของอ๋องหมิ่นเรื่องราวลุกลามบานปลายเป็นอย่างยิ่ง ราษฎรยังคงติฉินนินทาเฉินซื่อเหม่ย ที่ทอดทิ้งภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากหลังจากที่เขาร่ำรวยแล้วไม่สามารถด่าฮ่องเต้ได้ แต่ก็สามารถด่าฮองเฮาชั่วได้ถูกหรือไม่?ฎีกาที่เรียกร้องให้ลงโทษฮองเฮาเฝิงถูกถวายไปที่บนโต๊ะของฮ่องเต้หย่งชางทีละฉบับฮ่องเต้หย่งชางทรงรู้สึกไม่พอพระทัยเป็นอย่างยิ่งอีกทั้งรัชทายาทยังถูกลอบสังหารด้วยเนื่องจากฮองเฮาเฝิงปวดร้าวพระทัยอย่างมาก พระนางจึงได้สวรรคตตามไปโดยไม่คาดคิดด้วยเช่นกันเชื้อสายของรัชทายาทกลายเป็นเป้าโจมตีของทุกคนไปในทันที รัชทายาทขึ้นสู่ตำแหน่งอย่างไม่ถูกต้อง นับประสาอะไรกับพระนั
สวีถงโจวเดินออกมาจากห้องอักษรของอ๋องฉี หน้าผากของเขาโขกคำนับจนถลอกเล็กน้อย มองจากระยะไกล ยังคิดว่าหน้าผากของเขาถูกทาด้วยชาดเป็นปื้นเสียอีกทว่าหานเยว่เอ๋อไม่คิดเช่นนั้นจริง ๆ นางมองสวีถงโจวเดินออกจากห้องอักษรด้วยสีหน้าเร่งรีบ ซ้ำยังเดินจากไปด้วยความรีบร้อน นางก็อดไม่ได้ที่จะเผยสีหน้าสับสนเหลียนเอ๋อร์จับมือนาง และกดเสียงลงต่ำ: “คุณหนู ตอนนี้เราควรทำอย่างไรดี?”ใช่แล้ว ตอนที่นางอยู่ในตระกูลฉี นางถือเป็นลูกบุญธรรมของตระกูลฉี และเป็นบุตรสาวที่ไม่ได้แต่งงาน ได้รับการเลี้ยงดูมาเป็นสุภาพสตรีของตระกูลผู้มั่งคั่งตอนนี้นางถูกชีเจิ้นทิ้งไว้ในจวนอ๋องฉี ไร้นามไร้สถานะใด ๆ เทียบมิได้แม้แต่สาวใช้ปรนนิบัติเรื่องบนเตียงที่ระดับต่ำสุดคนหนึ่งด้วยซ้ำเพลานี้ข้างนอกยังโกลาหลอยู่ อ๋องฉียังคงไม่ลงโทษนาง นางยังมีชีวิตรอดต่อไปได้อีกสักพักทว่าภายภาคหน้าล่ะ?เมื่อข่าวซุบซิบในตรอกซอยค่อย ๆ จางลง ไม่มีใครสนใจนางอีกต่อไป นางก็จะหายไปจากโลกนี้อย่างเงียบ ๆเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หานเยว่เอ๋อก็รู้สึกหนาวไปทั้งตัว นางจับมือเหลียนเอ๋อร์แน่นและตัวสั่น: “ไป เรากลับกันเถอะ! กลับไปกันเถอะ!”เหลียนเอ๋อร์ไม่เข้าใจ แต
ดังนั้นแม้ว่าในใจจะเกิดคลื่นอันโหมกระหน่ำ แต่สีหน้าของนางกลับยังคงนิ่งสงบไร้อารมณ์: “คำพูดนี้ขององค์หญิง หม่อมฉันจดจำไว้แล้ว”องค์หญิงใหญ่ถอนหายใจด้วยความโล่งใจคนเราก็เป็นเยี่ยงนี้แหละ เรื่องดีๆ ตกลงมาจากฟ้า มักคิดว่าจะมีกับดักใหญ่รออยู่เสมอแต่ถ้าหากแลกเปลี่ยนอย่างเท่าเทียมกัน ก็จะรู้สึกสบายใจขึ้นมาเล็กน้อยนางจับมือเซียวอวิ๋นถิง: “อวิ๋นถิง ข้าไม่มีคนสนิท เรื่องนี้ คงต้องไหว้วานเจ้าไปทำแล้ว”แน่นอนว่าเซียวอวิ๋นถิงรู้ดีว่าเด็กคนนี้มีความหมายต่อองค์หญิงใหญ่อย่างไรการสูญเสียสามีไม่ได้เจ็บปวดเท่ากับการสูญเสียลูกองค์หญิงใหญ่ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในวังวนแห่งความทุกข์มาหลายสิบปี ไม่เคยมีวันที่มีความสุขเลยแม้แต่วันเดียวเขาพยักหน้าหนักแน่นให้สัญญาว่า “ท่านย่าวางใจได้ ข้าจะช่วยท่านหาคนให้เจออย่างแน่นอน”องค์หญิงใหญ่ตอบรับ และกล่าวกับชีหยวนว่า: “ข้อตกลงระหว่างเจ้ากับอวิ๋นถิงมีผลบังคับใช้แล้ว จากนี้ไป หากเจ้ามีอะไร ก็บอกอวิ๋นถิงได้ ข้าจะออกจากเมืองกลับขึ้นเขาก่อน หากได้ข่าวอะไร จะมาขอบคุณเจ้าอีกครั้งเป็นแน่”ชีหยวนตอบรับอย่างเคารพหลังจากองค์หญิงใหญ่จากไปแล้ว รถม้าก็ค่อยๆ หันหัวกลับ
ใคร?ใครคือผู้ที่จะทำให้อ๋องฉีเดือดร้อน?แต่ชีหยวนไม่ได้พูดอะไรอีก นางลงจากรถม้าและเดินเข้าประตูตรงมุมบ้านของตระกูลชีโดยตรงลมพัดแขนเสื้อของนางขึ้น และเซียวอวิ๋นถิงเพิ่งพบว่า นางผอมจนน่าสงสารไปหน่อยจริง ๆหลายปีมานี้ นางดิ้นรนในชนบทอย่างยากลำบาก หลังจากกลับมา ยังต้องวางแผนสารพัด ทุ่มเทแรงกายแรงใจเช่นนี้ คงจะแปลกถ้าสามารถขุนให้อ้วนขึ้นได้เซียวอวิ๋นถิงลดตาลง และปาเป่าก็รีบถามเขา: “ท่านอ๋อง ท่าน…...”“ไป ตรวจสอบคนทางนั้นดู! คนผู้นั้นก็น่าจะทรมานพอประมาณแล้ว? ไปตรวจดูหน่อย!” เซียวอวิ๋นถิงกดหว่างคิ้วของเขาฟังจากคำพูดนี้ของเขา มันชัดเจนว่าเขาเชื่อชีหยวนอย่างเต็มที่ปาเป่าตอบรับด้วยเสียงต่ำ แล้วขับรถม้าออกไปที่ตระกูลชี พอทราบว่าชีหยวนกลับมาแล้ว นางหวังก็รีบเรียกนางเข้าไป ถามด้วยความไม่พอใจเท่าไรนัก “ไฉนถึงไปนานเช่นนี้!”“องค์หญิงใหญ่มีคำพูดที่ต้องกำชับข้า ดังนั้นจึงใช้เวลานานไปเสียหน่อย” ชีหยวนถามอย่างเรียบเฉย “ฮูหยินมีเรื่องอันใดหรือ?”นางหวังกลั้นอารมณ์ที่ยากต่อการจัดการ ถ้านางไม่ได้มีเรื่องอะไรหรือไม่มีธุระ ก็ไม่คู่ควรที่จะคุยกับลูกสาวคนนี้แล้วหรือไง?คนไม่ที่รู้ จะแยกออกได้
ตอนนี้จากกำไลวงเดียว ชีหยวนสามารถเห็นถึงความผิดปกติ ก็แสดงให้เห็นว่าข้อนี้มีความสำคัญแค่ไหนแม้แต่นางหวังก็ไม่ได้สังเกตเห็นความแตกต่างนี้แต่ความแตกต่างที่ประจวบเหมาะนี้เอง ที่บางครั้งอาจส่งผลให้ทั้งครอบครัวต้องสูญเสียอนาคตหรือกระทั่งชีวิตได้ทุกคนต่างถอนหายใจด้วยความโล่งใจท่านโหวผู้เฒ่าถามชีหยวน: “อาศัยเพียงสิ่งนี้หรือ?”ชีหยวนเลิกคิ้วขึ้น: “ก็ไม่ใช่ หลังจากที่ข้ารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ข้าก็เคยจับตาดูนาง พบว่าสาวใช้และแม่นมข้างกายนางออกจากจวนบ่อยกว่าบ่าวรับใช้ทั่วไป และขยันขันแข็งนัก มักจะออกไปเมื่อวานรอบหนึ่ง พอวันรุ่งขึ้นก็ออกไปอีกรอบ”หญิงสาวที่อาศัยต่างถิ่น ไฉนเลยจะมีธุระให้ออกไปได้บ่อยครั้งนัก?ท่านโหวผู้เฒ่าจ้องมองชีเจิ้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตำหนิหากเจ้าบ้านระมัดระวังมากกว่านี้ คงจะรู้เรื่องนี้แน่นอนชีเจิ้นก็รู้สึกอับอายเช่นกันท่านโหวผู้เฒ่าถอนหายใจ “อาหยวน เจ้านี่เก่งจริงๆ”แน่นอนว่าเก่งอยู่แล้ว กฏมารยาทความรู้ไม่มีขาด ทั้งยังสามารถชนะใจองค์หญิงใหญ่ สามารถเชิญองค์หญิงใหญ่ให้ลงจากเขาได้อีกด้วยแต่ชีหยวนส่ายหน้า: “ท่านปู่ ท่านพ่อ ยังเร็วเกินไปที่จะชมเชย ป
สีหน้าของชีเจิ้นซีดลงเรื่อย ๆ พอเขารู้สึกตัว เขาก็รู้สึกถึงเหงื่อเย็นบนแผ่นหลัง ขนลุกไปทั้งตัวอ๋องฉีเป็นหมาป่าที่ทะเยอทะยานและหิวโหยอย่างแท้จริง!และไม่รู้ว่าเขารู้ภารกิจของตนได้อย่างไร ถึงกับติดสินบนหานเยว่เอ๋ออย่างลับๆ ให้หานเยว่เอ๋อทำหน้าที่เป็นเบี้ยลับในการล้วงหาข้อมูลอาจเป็นเพราะการสืบไม่เกิดผล เมื่อเร็ว ๆ นี้อ๋องฉีจึงได้เปิดเผยความตั้งใจที่จะเกี่ยวดองหากแต่งงานกันแล้ว ก็จะกลายเป็นครอบครัวเดียวกันไม่ใช่หรือ?ชีเจิ้นถามกับตัวเอง ถ้าเขาได้เกี่ยวดองกับอ๋องฉี เช่นนั้น จะยังสามารถรักษาจุดยืนของเขาไว้ไม่เอนเอียงไปทางอ๋องฉีได้หรือไม่?คำตอบคือไม่ได้ขุนนางผู้ได้รับใช้เคียงบ่าเคียงไหล่กษัตริย์ เรื่องดีที่จะถูกจารึกไว้ในหน้าหนึ่งของลำดับวงศ์ตระกูลเช่นนี้ ไม่มีชายใดจะปฏิเสธได้ แน่นอนว่าเพื่อประโยชน์ของตัวเองและตระกูลชี เขาจะเข้าข้างลูกเขย ยอมต่อสู้เพื่ออนาคตของลูกเขยและตระกูลของเขาทว่า มันเป็นเรื่องปกติที่เขาจะรู้หลักการเหล่านี้แต่เหตุไฉนชีหยวนถึงรู้ได้?ชีเจิ้นมองพิจารณาชีหยวนอย่างจริงจังเยี่ยงนี้เป็นครั้งแรก ถามด้วยเสียงทุ้มลึกอย่างฉับพลัน: “เจ้าเป็นใครกันแน่?”นี่คือบุต
โชคดีที่เขาไม่ได้ดื่มชา มิเช่นนั้นลองดูบุตรชายเขาสิ น่าเขินอายแค่ไหน!ท่านโหวผู้เฒ่าปรับสีหน้าให้สุขุม ส่งเสียงไอสองครั้ง ดุด้วยเสียงต่ำว่า “อย่าพูดเหลวไหล!”เขาเพียงแต่ต้องการจะแก้ไขปัญหานี้ แม้ว่าเมื่อถึงเวลานั้นเขาจะต้องคุกเข่าคำนับต่ออ๋องฉีก็ตาม ตราบใดที่สามารถจัดการปัญหานี้ได้ก็จะชนะแล้วทำอะไรพอประมาณ เพื่อง่ายต่อการพบกันวันหน้าเป็นจริงที่ว่ามดสามารถต่อสู้กับมดได้ แต่หากมดต่อสู้กับนกขมิ้น นั่นมันเสียสติอย่างยิ่ง?ตอนนี้ล่วงเกินอ๋องฉี เป็นเพียงเรื่องสุดวิสัย มีผู้คนจำนวนมากคอยจับตาดูพวกเขาอยู่ ตระกูลชีแบกรับชื่อเสียงว่าสมคบคิดกับท่านอ๋องไม่ไหวทว่า ใครจะไร้เดียงสาถึงขั้นคิดจะสังหารท่านอ๋องกันล่ะ?ชีหยวนกลับแสดงสีหน้าจริงจัง ยืดตัวตรง นางยิ้มอย่างเย็นชา: “มิได้พูดเหลวไหลเจ้าค่ะ ตระกูลชีตอนนี้เป็นหนามยอกอกของอ๋องฉี จำต้องกำจัดให้เร็วที่สุด”ชีเจิ้นไม่เชื่อ เรื่องนี้เดิมทีอ๋องฉีเป็นคนผิดก่อน พวกเขาก็แค่สู้กลับอ๋องฉีไม่ใช่คนบ้าเสียหน่อย ที่จะรีบร้อนกำจัดจวนโหวขนาดนั้น?เห็นถึงทัศนคติของพวกเขา ชีหยวนก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแค่ยิ้มเล็กน้อย “ท่านปู่ ท่านพ่อ ข้าเหนื่อยเล็กน้อย
ท่านโหวผู้เฒ่าชีบีบแขนของชีเจิ้นแน่น หัวใจของเขาเหมือนจะหยุดเต้นชีหยวนถวายบังคมด้วยความคล่องแคล่ว เอ่ยอย่างไม่ถ่อมตนและไม่อวดดี “หม่อมฉัน ชีหยวนแห่งจวนหย่งผิงโหว”......ชีเจิ้นรีบกอดต้นไม้ข้าง ๆ ไว้ ไม่เช่นนั้นเขาคงเป็นลมไปแล้วองค์หญิงเป่าหรงแค่นหัวเราะเย็นชาในใจนางกำลังคิดอยู่เลยว่าจะให้นางแพศยาชีหยวนตายอย่างไรดี ไม่คิดเลยว่าโอกาสจะถูกส่งมาให้ถึงที่ดี ดีมากนางจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าหมอเทวดาเซวียถูกจวนตระกูลหลิ่วกักตัวไว้ตั้งแต่เริ่มมีชื่อเสียง?ชีหยวนคงเรียนวิชาแพทย์จากหมอเทวดาเซวียในความฝันกระมังนางสะอื้นเบา ๆ พลางลูบเส้นผมของเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยแล้วฉวยโอกาสนี้กระซิบอย่างรวดเร็ว “เสด็จแม่ อย่าฟื้นขึ้นมาเด็ดขาด ต้องไม่ฟื้น ต่อให้ฟื้นก็ต้องร้องว่าปวดหัว ต้องบอกว่าปวดมาก เข้าใจไหมเพคะ?”เสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยบีบข้อมือขององค์หญิงเป่าหรงเบา ๆเซียวอวิ๋นถิงรู้สึกว่าหัวใจของเขาแทบจะกระเด็นออกจากอกเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีเหตุการณ์ใดที่ทำให้เขาหวาดกลัวได้ถึงเพียงนี้เขามองชีหยวนค่อย ๆ ก้าวไปข้างหน้า ก่อนจะหลับตาลงชีหยวนนั่งยอง ๆ ลง เห็นว่าองค์หญิงเป่าหรงคุกเข่าอยู่ข้าง ๆ จึ
ราชบุตรเขยลู่เองก็อดไม่ได้ที่จะดึงแขนเสื้อองค์หญิงใหญ่ “คราวนี้จะจัดการอย่างไร?”หากพระชายาหลิ่วเล่นงานแค่เสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยก็คงไม่เป็นปัญหา แต่ปัญหาคือนางด่าฮ่องเต้หย่งชางไปด้วย!ดูจากท่าทางแล้วก่อนหน้านี้ที่อยู่ในวัง พระชายาหลิ่วยังคงมีความหวังกับฮ่องเต้หย่งชางอยู่บ้างจึงยังให้เกียรติพระองค์ไม่เช่นนั้น เหตุการณ์เช่นนี้คงเกิดขึ้นในวัง ไม่จำเป็นต้องรอให้ไล่ตามกันออกมาแล้วค่อยตบหน้ากันที่นี่องค์หญิงใหญ่ก็เริ่มตื่นตระหนกขึ้นมาเช่นกันฮ่องเต้ก็คือฮ่องเต้ ต่อให้ใต้หล้ากว้างเพียงใด ฮ่องเต้ก็ยิ่งใหญ่ที่สุด หากพระองค์กริ้วขึ้นมาจริง ๆ อย่าว่าแต่น้องสาวแท้ ๆ เช่นนางเลย ต่อให้ไทเฮาเสด็จมาก็คงช่วยอะไรไม่ได้นางรีบวิ่งเข้าไปหาฮ่องเต้หย่งชาง ลืมไปเลยว่าก่อนหน้านี้ทำสงครามเย็นกับฮ่องเต้หย่งชางอยู่ นางกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะอธิบาย “เสด็จพี่ ท่าน ท่านโปรดเห็นแก่พระชายาที่ต้องทุกข์ทรมานมาตลอดหลายปี...”องค์หญิงเป่าหรงพลันร้องไห้ขึ้นมา “เสด็จแม่! เสด็จแม่!”ในใจของนางเต็มไปด้วยโทสะพระชายาหลิ่วนางแพศยานี่ ถึงกับกล้าด่านางไปด้วย กล้าเรียกนางว่าลูกนางแพศยา!ตั้งแต่เด็กจนโต ด้วยพรสวรรค์อันโดดเด่น
ชีหยวนยืนมองอยู่ข้าง ๆ อย่างไร้ความรู้สึกท่านโหวผู้เฒ่าชีกับชีเจิ้นแอบอยู่หลังต้นไทร สั่นเทิ้มไปทั้งร่างขอให้สวรรค์คุ้มครอง ขอให้สวรรค์คุ้มครอง ฮ่องเต้กับพระชายาทะเลาะกัน พระชายากับเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยถึงกับลงไม้ลงมือกัน พวกเขาไม่ได้ตั้งใจมาดูเรื่องสนุกเลยสักนิด!พวกเขาไม่อยากเห็นเลยจริง ๆ!!ขณะนั้น เซียวอวิ๋นถิงสะกิดเรียกชีหยวน แล้วลดเสียงเอ่ยถามนาง “รู้สึกอย่างไร?”รู้สึกอย่างไร?ชีหยวนถึงกับครุ่นคิดอย่างจริงจังจากนั้นนางจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “การเสียสละตนเองและอุทิศทุกสิ่งเพื่อความรักเป็นเรื่องโง่เสมอ คำสัญญาของบุรุษจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อยังมีรักเท่านั้น”พอหมดรักแล้ว ก็ไม่มีค่าอะไรอีกต่อไปเซียวอวิ๋นถิงถึงกับตะลึงงันเขาไม่เข้าใจ เหตุใดหญิงสาวที่อายุเพียงสิบกว่าปีที่แทบจะไม่มีประสบการณ์ได้ใกล้ชิดกับบุรุษมาก่อน เมื่อต้องเผชิญกับความเป็นความตาย การพลัดพราก และความแค้นที่ซับซ้อนเช่นนี้ กลับสามารถมองทะลุปรุโปร่ง และกล่าวคำพูดเช่นนี้ออกมาได้เขาอดไม่ได้ที่จะแย้งขึ้นมา “แต่ แต่ว่าคนที่รักกัน ยอมทุ่มเททุกอย่างเพื่อกันและกัน มันไม่ใช่เรื่องที่ควรทำหรอกหรือ?”ชีหยวนหันไปมองเ
ฮ่องเต้หย่งชางรู้สึกหนักอึ้งในใจ ก่อนหน้านี้ที่ตำหนิเซียวอวิ๋นถิงไปสองสามประโยค ก็เพียงเพื่อหาข้ออ้างให้สามารถพูดกับพระชายาหลิ่วได้เขาพูดเบา ๆ ว่า “หว่านหยิน วันนี้เป็นวันส่งท้ายปีเก่า เรามารับเจ้ากลับไปอยู่พร้อมหน้ากับครอบครัว”พระชายาหลิ่วเหลือบมองเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยที่ดูบอบบางอ่อนแออย่างเย้ยหยัน แต่ครั้งนี้ไม่ได้แสดงความเกรงใจอีกต่อไปมีบางเรื่องที่ไม่อาจปล่อยผ่านได้ และไม่อาจใช้คำพูดคลุมเครือเพื่อให้จบไปนางเอ่ยถามอย่างเสียดสี “ครอบครัวพร้อมหน้าหรือ ให้ข้ากลับวังไปอยู่พร้อมหน้ากับสนมรักของท่านที่เป็นศัตรูฆ่ามารดาข้าอย่างนั้นหรือ?”คำพูดนี้กล่าวหนักเกินไปเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยถูกองค์หญิงเป่าหรงบีบมือเบา ๆ นางก็เข้าใจทันทีว่าลูกสาวต้องการให้ทำอะไร จึงรีบก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าพระชายาหลิ่วพื้นดินบนภูเขาแข็งกระด้างและขรุขระนางคุกเข่าลงเช่นนี้ คนรอบข้างถึงกับเผลอสูดลมหายใจเข้าด้วยความเจ็บแทนแต่เสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยไม่ได้แสดงอาการลังเลเลยแม้แต่น้อย นางเงยหน้ามองพระชายาหลิ่ว น้ำเสียงขมขื่นและเต็มไปด้วยความคับข้องใจ “พี่หญิง! ข้ารู้ว่าท่านเกลียดข้า ท่านเกลียดข้า
ฮ่องเต้หย่งชางเข้าใจทุกอย่างกระจ่างแล้ว ทรงโบกพระหัตถ์ให้ไล่เฉิงหลงออกไปจากนั้นจึงสูดลมหายใจเข้าลึกเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยไม่ได้ข่มตาหลับตลอดทั้งคืนบาดแผลบนหน้าผากของนางถูกพันด้วยผ้าพันแผลอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าครั้งนี้กระแทกอย่างแรงจริง ๆเมื่อเห็นองค์หญิงเป่าหรงถูกนางกำนัลประคองเข้ามา นางก็ราวกับเห็นที่พึ่งและทางรอด รีบปรี่เข้าไปกุมมือลูกสาวแน่น “เป่าหรง! เจ้าว่า เจ้าว่าควรทำอย่างไรดี?”เสียงของนางสั่นเครือจนแทบร้องไห้เพียงแค่คิดถึงบิดาที่ตายอย่างน่าเวทนา และมารดาที่โกรธแค้นจนสิ้นลมครอบครัวที่เคยสมบูรณ์พลันพังพินาศ สามีภรรยาพรากจาก บ้านแตกสาแหรกขาด ใจของนางเจ็บราวกับถูกมีดกรีดยิ่งไปกว่านั้น ขาของบุตรชายก็พิการนางกำมือองค์หญิงเป่าหรง บุตรสาวคนนี้เป็นหวังเดียวที่เหลืออยู่ของนางเมื่อนางเพิ่งเข้าวังยังมิได้เป็นที่โปรดปรานถึงเพียงนี้ ทุกอย่างล้วนเป็นเพราะการกำเนิดของเป่าหรง เป่าหรงนำพาความโปรดปรานอันยาวนานหลายสิบปีมาให้แก่นางองค์หญิงเป่าหรงค่อย ๆ กอบกุมมือของมารดากลับ ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ และกล่าวด้วยความมั่นใจ “วางใจเถิดเพคะ มีลูกอยู
ฮ่องเต้หย่งชางยืนอยู่ที่เดิมโดยไม่ได้ขยับ พระพักตร์เย็นชาองค์รัชทายาทคลำไปคลำมาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ รีบกระชากผ้าปิดตาออก แล้วสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็คือพระพักตร์ที่โกรธจัดของฮ่องเต้หย่งชางเขาตกใจจนวิญญาณแทบหลุดลอยออกไป ร่างอ้วนใหญ่ทรุดลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นเสียงดังโครมจนราวว่าพื้นรอบ ๆ สั่นสะเทือนขันทีเซี่ยรีบเบือนหน้าหนีทันทีคนอื่น ๆ ก็ไม่กล้ามองเช่นกันคนทั้งสองนี้ คนหนึ่งคือฮ่องเต้ อีกคนคือองค์รัชทายาทฮ่องเต้ทรงตำหนิรัชทายาทเป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้วแต่ในอนาคต หากรัชทายาทนึกถึงเหตุการณ์นี้ เขาย่อมไม่กล้าไปเอาเรื่องฮ่องเต้ ก็คงต้องมาผูกใจเจ็บกับพวกเขาที่ได้เห็นความอับอายของเขาในวันนี้ อยู่ห่างออกไปหน่อยจะดีกว่ารัชทายาทได้สติ รีบคลานเข้าไปข้างหน้าฮ่องเต้หย่งชาง คุกเข่าลงแล้วปล่อยโฮออกมาร้องไห้พลางกล่าวยอมรับผิด“เสด็จพ่อ เป็นความผิดของลูกเอง ลูกจะไม่กล้าทำเช่นนี้อีกแล้ว”“ลูกจะไล่พวกตัวกาลกิณีพวกนี้ออกไปให้หมด ไล่ไปให้หมดเลยพ่ะย่ะค่ะ!”ความรู้สึกของฮ่องเต้หย่งชางพลันซับซ้อนขึ้นมาชั่วขณะก่อนเสด็จมา เขาเชื่อจริง ๆ ว่ารัชทายาทอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แ
ท่านโหวผู้เฒ่าชีตบมือหัวเราะลั่นดี!ดี! ดี!เขาชมอยู่สามคำติดต่อกันส่วนพระชายาหลิ่ว ราชบุตรเขยลู่ และองค์หญิงใหญ่ ทั้งสามคนมองไปที่ชีหยวน ต่างพากันตะลึงโดยเฉพาะราชบุตรเขยลู่ เขาเคยเห็นฝีมือการฆ่าคนของชีหยวนมาก่อน หากสามารถสังหารได้ในดาบเดียว นางจะไม่มีวันฟันซ้ำเป็นครั้งที่สองความแข็งแกร่งและความศรัทธาของเด็กสาวผู้นี้ เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิตเขาตามความคิดและการกระทำของคนหนุ่มสาวรุ่นนี้ไม่ทันเสียแล้วเซียวอวิ๋นถิงยืนกอดอกยิ้มมองชีหยวนแม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่ทันสังเกต ว่ารอยยิ้มนั้นเจิดจ้าราวดวงดารา สาดส่องไปทั่วทุกหนแห่งเขาไม่เคยพบสตรีเช่นนี้มาก่อนทะนงในศักดิ์ศรี เคารพตนเอง แข็งแกร่งและพึ่งพาตัวเองนางไม่ต้องรอให้ใครมาช่วยเหลือ เพราะตัวนางคือผู้ช่วยเหลือตนเองกลีบเหมยที่ร่วงโรยปลิวขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะโปรยปรายลงบนศีรษะและอาภรณ์ของทุกคน ชั่วขณะนั้น เซียวอวิ๋นถิงรู้สึกปวดศีรษะขึ้นมาเล็กน้อย คล้ายกับว่าเคยเห็นภาพเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนในความฝันยามสนธยาแต่ความคิดนี้ก็เพียงแค่แวบเข้ามาแล้วก็จางหายไปชีเจิ้นถอนหายใจอย่างจนปัญญาแล้วเอ่ยว่า “แล้วเรื่องตรงหน้านี้จะ
ชีเจิ้นรู้สึกว่าช่วงนี้ดวงของตนคงตกต่ำอย่างถึงที่สุดไม่สิ แต่เดิมดวงของเขาก็คงไม่ดีอยู่แล้วมิฉะนั้น เหตุใดในช่วงเวลาอันสั้นนี้ เขาถึงได้พบกับสตรีที่น่าสะพรึงกลัวถึงสองคน และแต่ละคนก็น่ากลัวไม่แพ้กัน!ชีหยวนก็ไม่ต้องพูดถึง เขาเห็นกับตาตัวเองว่านางบิดคอคนเหมือนบิดผ้า วิธีฆ่าของนางก็แปลกประหลาด วิธีที่ใช้บ่อยที่สุดคือปาดคอหรือแทงเข้าหัวใจ คนที่ถูกฆ่าล้วนไม่มีโอกาสได้เอ่ยคำพูดสุดท้ายส่วนองค์หญิงเป่าหรง ฟังดูก็ไม่ใช่คนที่จะยุ่งด้วยได้ง่าย ๆตั้งแต่ยังเด็ก นางก็อ้างว่าตัวเองถูกสาป ทำให้พระภิกษุ นักพรต และชาวบ้านล้มตายไปไม่รู้เท่าไรสองคนนี้คิดจะแข่งกันว่าใครฆ่าคนได้มากกว่ากันหรือ?ถ้าหากต้องแข่งกันจริง ๆ แม้ว่าชีหยวนจะเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของเขา และตัวเขาเองก็อยู่ข้างชีหยวน แต่เขาต้องบอกไว้ก่อน หากต้องเดิมพันแพ้ชนะ เขาก็ยังต้องลงเดิมพันให้กับองค์หญิงเป่าหรงอยู่ดีชีวิตคนเราไม่เคยยุติธรรม สิ่งที่เจ้าต้องใช้ความพยายามมหาศาลเพื่อให้ได้มา บางคนกลับสามารถยกนิ้วกวักมือเรียกแล้วแย่งไปได้ง่าย ๆ เพียงเพราะเกิดมาต่างชนชั้น นี่แหละคือชะตากรรมที่ถูกกำหนดมาแล้วสีหน้าของเขาดูแปลกประหลาดไปชั่วขณะ ไ
ทว่าในขณะเดียวกันก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ สวรรค์ยุติธรรมเสมอ ในโลกปัจจุบันนางคือคุณหนูใหญ่ที่ใครต่างก็จับตามอง ทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ ก็ยังเป็นองค์หญิงที่ได้รับความโปรดปรานที่สุดในต้าโจว เห็นไหมล่ะคนชั้นสูงอยู่ที่ไหนก็เป็นคนชั้นสูงอยู่วันยังค่ำ บิดาของนางเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ส่วนมารดาของนางก็เป็นอาจารย์ชั้นพิเศษ นางเคยชินกับการมีแค่พี่เลี้ยงและเงินทองอยู่เป็นเพื่อนมาตั้งแต่ยังเล็กแล้ว จึงเรียนรู้ที่จะพูดแบบคนเมื่ออยู่ต่อหน้าคน และพูดแบบผีเมื่ออยู่ต่อหน้าผีมาตั้งแต่ยังเด็ก ไม่มีใครจะปิดบังความรู้สึกของตนเองได้เก่งไปมากกว่านางแล้ว ในโลกยุคปัจจุบันนางยังสามารถกลั่นแกล้งพวกปรสิตชั้นต่ำที่ไร้ประโยชน์พวกนั้นให้ตายไปทีละคนได้เลย แล้วนับประสาอะไรกับโลกยุคโบราณ? นางเป็นถึงองค์หญิงเชียวนะ นางฆ่าคนก็ไม่อะไรต่างจากฆ่ามดปลวกให้ตาย และตอนนี้ก็ถึงคราวของชีหยวนเจ้ามดปลวกตัวนี้แล้ว นางเดาะลิ้น ในดวงตาเต็มไปด้วยความรังเกียจ ดูสิ ทั้งที่ได้กลับชาติมาเกิดใหม่เหมือนกัน อ๋องฉีกลับไม่เอาไหนถึงเพียงนี้ ทว่ากลับกันคนอย่างชีหยวนยังสามารถก่อเมฆลมปลุกปั่นสถานการณ์ได้เลย แต่ว่า ถึงจะเป็นเช