แชร์

บทที่ 694

ผู้เขียน: หว่านชิงอิ๋น
คนที่ดูเหตุการณ์อยู่ภายนอกต่างวิตกกังวล

เสียงของสัตว์ร้ายดังขึ้นในหูของลั่วชิงยวน ความกลัวในหัวใจนางก็ยิ่งกินพื้นที่มากขึ้น

ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงทั่วร่างกายของนางทำให้ลั่วชิงยวนมิแข็งแกร่งเท่าที่ควร แต่นางก็เลือกที่จะกัดฟันทนต่อไป

นางจะมาตายที่นี่มิได้!

นางมิยอมตายในสถานที่อัปยศเช่นนี้!

เหยียนหน่ายซิน!

ดวงตาของลั่วชิงยวนเต็มไปด้วยความดุร้าย เมื่อนางต่อต้านการโจมตีของหมาป่า นางก็ยกขาขึ้น เตะหน้าท้องของมันอย่างแรง และเตะมันออกไป

หมาป่าไม่รู้สึกเจ็บปวดและเข้าตะครุบนางอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง

ลั่วชิงยวนตบฝ่ามือลงบนพื้น พลิกตัว กระโดดขึ้นไปในอากาศ และหลีกเลี่ยงการโจมตีของหมาป่า

ในเวลาเดียวกัน ก็เตะเข้าที่หัวหมาป่าอย่างแรง

นางเตะหมาป่าแรงจนร่างของมันกระแทกเข้ากับกรงเหล็ก

ภายใต้การโจมตีอย่างหนักหน่วง ลั่วชิงยวนมองเห็นช่องโหว่ที่บริเวณข้อต่อของกรงเหล็ก

“น่าตื่นเต้นมากทีเดียว!”

“ความแข็งแกร่งของคนพวกนี้มิธรรมดาเลย!”

แม้ว่าคนในวังจะไม่พอใจกับสิ่งนี้ แต่พวกเขาก็ยังคงหลงใหลไปกับมัน ทั้งประหม่าและน่าตื่นเต้นถึงขีดสุด

ทันทีที่ฟู่เฉินหวนนั่งลง เขาก็ขมวดคิ้วและรู้สึกสับสนเมื่อเห็นร่างในกร
บทที่ถูกล็อก
อ่านต่อที่ GoodNovel
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (6)
goodnovel comment avatar
Benja Thongpetch
นังเขียนโครตป่วยจิตค่ะ นางเอกโง่ พระเอกระยำ
goodnovel comment avatar
Benja Thongpetch
โถนักเขียนหน้าโง่ พระเอกไม่รู้ว่าเมียตัวเองคือใคร 555555
goodnovel comment avatar
นันทกา ฤทธิ์เดช
คนเขียนกำลังทำให้คนอ่านทรมานนะนี่ อยากอ่านต่อแล้ววว
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทที่เกี่ยวข้อง

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 695

    ลั่วชิงยวนเหลือบมองเหยียนหน่ายซินด้วยสายตาที่เย็นชา ขณะที่หมาป่าคำรามและกระโจนเข้าหา ลั่วชิงยวนก็คว้าชิ้นส่วนอันแหลมคมของหน้ากากไว้ แล้วเลื่อนถอยหลังออกไปเศษชิ้นส่วนตัดเข้าที่สวนท้องของหมาป่าหมาป่าซึ่งถูกกระตุ้นด้วยความเจ็บปวดอย่างรุนแรง กลับกลายเป็นดุร้ายมากขึ้นและรีบพุ่งเข้าหาลั่วชิงยวนอีกครั้งลั่วชิงยวนกระโดดขึ้นและกระแทกเข้าที่จุดบอดของกรงจนมันเปิดออกนางรีบทะยานตัวออกไปในขณะนั้น ผู้ชมทั้งหมดต่างตกตะลึง!มีเสียงโห่ร้องและอุทานดังขึ้น“ลั่วชิงยวน!” เหยียนหน่ายซินตกใจและตะโกนออกไปด้วยความโกรธลั่วชิงยวนบ้าหรือไร? หาเรื่องกระโจนออกจากกรงเนี่ยนะ!ทันทีที่สามคำนี้ถูกตะโกนออกมา ผู้ชมทั้งหมดก็กรีดร้องด้วยความประหลาดใจม่านตาของฟู่เฉินหวนหรี่ลง เขาจ้องมองไปยังใบหน้างดงามน่าทึ่งที่ปกคลุมไปด้วยเลือดและเจตนาสังหารอย่างตั้งใจนั่นคือ... ลั่วชิงยวนอย่างนั้นหรือ?ตลกไปใหญ่แล้ว!อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครทันได้ตอบสนอง ขณะที่ลั่วชิงยวนออกจากกรงมาได้ นางก็คว้าไหล่ของเหยียนหน่ายซินไว้ทันทีนางผลักอีกฝ่ายเข้ากับกรงด้านหลังอย่างแรง“อ๊าก!” เหยียนหน่ายซินพุ่งตรงไปที่ปากหมาป่าช่องท้องของ

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 696

    ทุกคนกำลังตกตะลึงและไม่อาจเรียกเตือนสติได้เป็นเวลานาน“ใช่ นางน่าเกลียดมากจนไม่เคยถอดหน้ากาก เหตุใดวันนี้นางจึง...”ทุกคนไม่อยากจะเชื่อเลยว่านี่คือใบหน้าของลั่วชิงยวนผู้ซึ่งได้ฉายาว่าเป็นสตรีอัปลักษณ์ที่สุดในเมืองหลวง เป็นที่โจษจันกันว่านางคือคางคกที่อยากกินเนื้อหงส์มิใช่หรือ?เรื่องรูปร่างหน้าตาของลั่วชิงยวนนั้นนับว่าน่าตกใจยิ่งกว่าตอนที่เหยียนหน่ายซินเกือบจะถูกหมาป่ากัดจนตายเสียอีก“มิแปลกใจแล้วว่า ไฉนท่านอ๋องจึงมิยอมให้ลั่วชิงยวนถอดหน้ากาก ข้าเคยคิดว่าเป็นเพราะเขากลัวว่าใบหน้าของนางจะทำให้ท่านอ๋องอย่างเขาเสียชื่อเสียง ครั้นเมื่อเห็นอย่างวันนี้แล้ว ก็ชัดเจนแล้วว่าเขากลัวว่าผู้คนได้ยลโฉมความงามของชายาตัวเองมากกว่า!”“อ้อ! ต้องใช่แน่! ต้องเป็นเหตุผลนี้แน่นอน!”“ท่านอ๋องมิเห็นแก่หน้าพวกเราเลยจริง ๆ ถึงได้ซ่อนพระชายาผู้งดงามเอาไว้เช่นนี้”ทุกคนต่างพูดถึงเรื่องนี้กันไม่หยุดปากลั่วเยวี่ยอิงนั่งอยู่บนที่นั่งของนาง ไม่อาจเรียกสติกลับมาได้เป็นเวลานานเมื่อฟังคำพูดรอบตัว นางได้แต่รู้สึกตกใจและโกรธอย่างรุนแรงที่สุดไฉนลั่วชิงยวนถึงมีหน้าตางดงามเช่นนั้น?ไฉนนางจึงไม่มีรอยแผลเป็นบนใบห

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 697

    เขานึกอยากจะพาตัวลั่วชิงยวนออกไปเสียเดี๋ยวนี้ แต่เขามิรู้ว่าจะกล้าสู้กับสายตาเย็นชาของนางได้อย่างไรบรรดาหมอถูกส่งไปทีละคน พวกเขาถือล่วมยาและเวชภัณฑ์มากมายอยู่ในมือด้วยเมื่อมองแวบแรก ก็ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไปรักษาอาการบาดเจ็บของเหยียนหน่ายซินฟู่เฉินหวนหยุดหนึ่งในนั้น “หมอหลวงสวี่”หมอหลวงสวี่หยุดและพูดว่า “พ่ะย่ะค่ะ”“เจ้าอยู่นี่และคอยดูแลองค์ชายห้าและพระชายาอ๋องแล้วกัน ที่นี่ไม่มีหมอหลวงอยู่เลย”“พ่ะย่ะค่ะ”…… หลังจากที่ฟู่อวิ๋นโจวได้รับยา และอาการทางกายภาพของเขาเป็นปกติดีแล้ว ลั่วชิงยวนก็เบาใจได้เปลาะหนึ่ง ก่อนจะฟลุบหลับลงไปกับโต๊ะฟู่เฉินหวนเดินเข้าไปในห้องอย่างช้า ๆ หยิบเสื้อคลุมขึ้นมาแล้วสวมให้ลั่วชิงยวนอย่างระมัดระวังลั่วชิงยวนตื่นขึ้นมาในขณะนั้น แต่นางอ่อนล้าเหลือทนและไม่อยากจะขยับกายแม้แต่น้อยในเวลานี้องค์จักรพรรดิก็รีบมาอย่างใจจดใจจ่อ“พี่สาม พี่สาม! นางผู้นั้นคือลั่วชิงยวนจริงหรือ? ท่านนี่ใจร้ายจริง ๆ เก็บงำเรื่องนี้ไว้จากข้ามาตั้งนาน!” ฟู่จิ่งหานรีบเข้าไปในห้องฟู่เฉินหวนส่งเสียง ‘ชู่ว’ ออกไปทันทีองค์จักรพรรดิตกใจเล็กน้อย เขาลดเสียงลง และชี้ไปยังร่างที่นอนอ

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 698

    ฟู่เฉินหวนหายใจไม่ออกเขากำมือแน่นจนเลือดแทบไหลฉากที่เขาเห็นเบื้องหน้ายิ่งทำให้จิตใจของเขาระส่ำระส่ายลั่วชิงยวนอยู่ข้างเตียง จับมือของฟู่อวิ๋นโจวไว้แน่น และพูดคุยกับเขาด้วยความกังวลฟู่เฉินหวนไม่ต้องการได้ยินอะไรสักคำ ไม่อยากแม้แต่จะเหลือบมองซ้ำ เขาเลือกที่จะหันหลังกลับและจากไปแทน “เซียวชู พาคนสองสามคนมาเฝ้านางอย่างลับ ๆ และปกป้องนางด้วย” ฟู่เฉินหวนเดินออกจากลานและสั่งเซียวชูเซียวชูตกใจเล็กน้อย “แต่... คดีขององค์ชายห้าจะไม่ตรวจสอบแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ?”“ไม่ต้องตรวจสอบแล้ว ฟู่อวิ๋นโจวฟื้นแล้ว เพียงมีคำให้การของเขา ทุกอย่างน่าจะเรียบร้อยดี” นี่อาจเป็นข้อดีอย่างเดียวของการที่ฟู่อวิ๋นโจวฟื้นขึ้นมา“แต่ต้องแน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาด เตรียมแพะรับบาปไว้ล่วงหน้าและแกล้งทำเป็นบุคคลที่สามในคืนนั้นด้วย”เซียวชูตอบด้วยความเคารพ “พ่ะย่ะค่ะ!”จากนั้นฟู่เฉินหวนก็เดินจากไปด้วยหัวใจที่หนักอึ้งภายในห้องลั่วชิงยวนคว้ามือของฟู่อวิ๋นโจวอย่างประหม่า “ท่านตื่นแล้วหรือ? ไฉนมือของท่านจึงเย็นนัก?”ลั่วชิงยวนพยายามอย่างหนักที่จะทำให้เขาอบอุ่นขึ้น แต่พบว่าอุณหภูมิร่างกายของฟู่อวิ๋นโจวค่อย ๆ ลดลงนา

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 699

    “พระชายา!” จู่ ๆ เซียวชูก็ปรากฏตัวขึ้นและก้าวไปประคองนางไว้ “พระชายา ท่านเป็นอย่างไรบ้าง ท่านได้รับบาดเจ็บ เช่นนั้นก็ควรกลับไปพักฟื้นเสียก่อน!”เมื่อเห็นเซียวชู ลั่วชิงยวนก็สะดุ้งและคว้าแขนของเขาไว้ “ร่างของหมอกู้อยู่ที่ใด?”เมื่อได้ยินสิ่งนี้ เซียวชูก็ประหลาดใจ ดวงตาของเขาว่างเปล่าและสับสน “ศพ? หมอกู้?”ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว "ใช่ มีร่างของหมอกู้อยู่ในห้องนั้น!”เซียวชูขมวดคิ้ว ทันใดนั้นก็ตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติ“ไม่มีร่างของหมอกู้เลยขอรับ”“หลังจากเหตุการณ์ระหว่างท่านกับองค์ชายห้าในคืนนั้น เราก็ไปที่นั่นเพื่อตรวจสอบทันที ดูจากร่องรอยในที่เกิดเหตุ ไม่มีบุคคลที่สามอยู่ด้วย!”“ข้าก็มิเห็นศพของหมอกู้เหมือนกันขอรับ”ทันทีที่เขาได้ยินคำพูดออกมาเช่นนี้ ลั่วชิงยวนก็รู้สึกขนหัวลุกไม่มีศพหรือ?เหตุใดจึงไม่มีศพ?นางฆ่าหมอกู้ด้วยมือของนางเอง!หรือว่าหมอกู้จะยังมิตาย? เขาหนีไปได้งั้นหรือ?เป็นไปมิได้!ในเวลานั้นกริชจันทร์เสี้ยวเกือบจะตัดศีรษะของหมอเทวดากู้ออกไป เขาจะตายอย่างแน่นอน! นางมิอยากจะเชื่อ จึงกลับไปที่ห้องที่เกิดอุบัติเหตุเพื่อตรวจสอบดังที่เซียวชูกล่าว ตำแหน่งของศพในห้

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 700

    ลั่วชิงยวนเดินจากไปอย่างผิดหวังเซียวชูตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง คิ้วของเขาขมวดมุ่น และคิดว่าเขาพูดอะไรผิดหรือไม่?เมื่อลั่วชิงยวนกลับมาที่ห้อง ฟู่อวิ๋นโจวเอ่ยถามด้วยความกังวล “พบแล้วหรือยัง”ลั่วชิงยวนส่ายหน้า นางนั่งลงเพื่อตรวจดูชีพจรของฟู่อวิ๋นโจวแล้วถามว่า “เมื่อพิษเริ่มทำงาน ท่านจะมีอาการเช่นไร?”ฟู่อวิ๋นโจวตกใจเล็กน้อยและดูเศร้าซึม เขารู้ว่าอีกฝ่ายไม่พบยาแก้พิษ“ร่างกายของข้าจะรู้สึกหนาวราวกับถูกแช่แข็งอยู่ในห้องเก็บน้ำแข็งใต้ดิน…”ฟู่อวิ๋นโจวพูดอย่างระมัดระวังโดยไม่เก็บงานรายละเอียดใด ๆลั่วชิงยวนวิเคราะห์จากสิ่งที่เขาพูด จากนั้นจึงเขียนใบเทียบยา แล้วไปเตรียมยาด้วยตนเองแม้ว่าพิษที่ฟู่อวิ๋นโจวได้รับจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ก็เป็นการดีกว่าที่จะระงับมันไว้ชั่วคราวและทำให้เขารอดชีวิตไปได้ในช่วงเวลานี้ก่อนตราบใดที่เขาให้เวลานางอีกสักหน่อย นางจะค่อย ๆ ค้นคว้ายาแก้พิษออกมาได้แน่!ฟู่อวิ๋นโจวกินยาแล้วและทุกอย่างก็ปกติดี อาการของเขามิได้ทรุดลงแต่อย่างใด ทว่าลั่วชิงยวนก็มิหายกังวลและคอยเฝ้าอยู่ในห้องตลอดเวลาเนื่องจากผลของยา ในไม่ช้าฟู่อวิ๋นโจวจึงเข้าสู่ภาวะหลับลึกท่ามกลา

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 701

    ฝ่ามือที่เย็นเล็กน้อยของเขาสัมผัสลงบนผิวหนังของลั่วชิงยวน ทำให้หูของลั่วชิงยวนเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที ก่อนที่นางจะตะโกนขึ้นด้วยความโกรธว่า “ไปให้พ้น!”“อย่าขยับ!” ฟู่เฉินหวนรู้สึกราวกับว่าหัวใจของเขามีเลือดออกรอยแส้ทั่วร่างเช่นนี้เกิดขึ้นเมื่อไร?ผิวหนังแตก เนื้อฉีก มีกลิ่นเค็มชัดเจน นี่คงเป็นน้ำเกลือ!ฟู่เฉินหวนหนักมือขึ้นโดยไม่รู้ตัว ทำให้ลั่วชิงยวนรู้สึกเจ็บปวดมากยิ่งขึ้น“ฟู่เฉินหวน นี่ท่านคิดจะทำอะไร!” ลั่วชิงยวนคว้าอาภรณ์ขึ้นมาปกปิดร่างกายของตน นางจ้องมองบุรุษตรงหน้าด้วยดวงตาแดงก่ำฟู่เฉินหวนตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็สังเกตเห็นความลำบากใจและการต่อต้านของนางเมื่อดูการกระทำของนาง ฟู่เฉินหวนก็เกิดกังวล"ข้าขอโทษ"การที่จู่ ๆ เขาก็เอ่ยปากขอโทษ นั่นทำให้ลั่วชิงยวนตกใจครู่ต่อมา มือใหญ่โตก็วางลงบนลำคอของนางมีเสียงดัง ‘แคว่ก’ เกิดขึ้นเสื้อผ้าของนางขาดวิ่นความเยือกเย็นที่พัดเข้ามาทำให้ลั่วชิงยวนรู้สึกละอายใจเล็กน้อยนางขัดขืนอยู่ครู่หนึ่ง แต่ฝ่ามือของฟู่เฉินหวนกลับกดไหล่ของนางไว้ได้อย่างแน่นหนาเขายังขู่ซ้ำ “หากเจ้าขยับอีกครั้ง ข้าจะฆ่าฟู่อวิ๋นโจวเสีย!”ลั่วชิงย

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 702

    ฟู่เฉินหวนตกตะลึง หัวใจเกิดเสียงดังก้องขึ้น“ข้ามิอยากถูกท่านใช้เป็นเครื่องมือซ้ำแล้วซ้ำอีก”“ตอนนี้เหยียนหน่ายซินคงไม่มีสิทธิ์ได้เป็นฮองเฮาอย่างแน่นอน ครั้งนี้ท่านบรรลุเป้าหมายอีกครั้งแล้ว เช่นนั้นก็ปล่อยข้าไปเถอะ”ฟู่เฉินหวนตกใจ นางได้ยินอย่างนั้นหรือ?ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้วอยู่นาน ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้นว่า “ไว้คุยกันทีหลัง”เขามิเห็นด้วยและไม่ปฏิเสธ ลั่วชิงยวนจึงมิรู้ว่าเขาหมายความเช่นไรพวกเขาเดินมาถึงจัตุรัสหน้าพระตำหนักขององค์จักรพรรดิในขณะนี้ หมอหลวงทั้งหมดมารวมตัวกันที่นี่พวกเขากำลังคุยกันเรื่องยาและเรื่องอื่น ๆ อยู่ภายในและยุ่งจนหัวหมุน อย่างไรก็ตามเหยียนหน่ายซินกลับยังคงมีสติอยู่นางยังมิหลับและกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดองค์จักรพรรดิกำลังนั่งดื่มชาอยู่ในห้องโถงเมื่อเห็นคนทั้งคู่เข้ามาเขาก็สั่งการทันที “พระชายาอ๋องได้รับบาดเจ็บ โปรดดูอาการให้นางด้วย”ขันทีนำเก้าอี้มา ส่วนฟู่เฉินหวนและลั่วชิงยวนก็นั่งลงด้วยกัน“ลั่วชิงยวน เจ้าคือลั่วชิงยวนใช่หรือไม่?” องค์จักรพรรดิถามด้วยความสนใจ“เพคะ” ลั่วชิงยวนดูซีดเซียวและตอบด้วยเสียงต่ำองค์จักรพรรดิค่อย ๆ วางถ้วยชาลงแล้วถามอีกครั้

บทล่าสุด

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1304

    ลั่วชิงยวนมิแปลกใจ นี่คือวิถีของเฉินชีต่อให้เวินซินถงมิให้นางไป เฉินชีก็จะบังคับพานางไปให้ได้ในเมื่อประสบปัญหาที่ต้องเชิญนักบวชระดับสูงมาแก้ไข หากทำเรื่องนี้สำเร็จก็จะเป็นการสร้างชื่อเสียงให้แก่ลั่วชิงยวน ซึ่งเอื้อประโยชน์ต่อการทวงคืนตำแหน่งนักบวชระดับสูงในภายภาคหน้านี่เป็นสิ่งที่เฉินชีกำลังคิดอยู่......เช้าวันรุ่งขึ้นเวินซินถงมาถึงหน้าเรือนของลั่วชิงยวนนางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ตามข้าไปตระกูลมู่”“นำสิ่งที่จำเป็นต้องใช้ไปด้วย”กล่าวจบ เวินซินถงก็หันหลังเดินจากไปลั่วชิงยวนยังมิทันได้ถามว่านางควรนำสิ่งใดไป?เพราะสถานการณ์ของตระกูลมู่เป็นเช่นไรนางก็ยังมิรู้อีกทั้งเมื่อก่อนตอนที่นางเป็นนักบวชระดับสูงก็ไม่มีธรรมเนียมเช่นนี้ด้วย จึงมิรู้ว่าควรนำสิ่งใดไปเซี่ยหลิงที่ติดตามอยู่ข้าง ๆ เตือนลั่วชิงยวน “เจ้ามิเคยออกไปกับนักบวชระดับสูง ต้องเตรียมสิ่งใดก็ไปถามจั๋วฉ่างตงเถิด”ลั่วชิงยวนตกตะลึงไปครู่หนึ่งนางหรี่ตาลง นี่จงใจให้นางไปหาจั๋วฉ่างตงให้จั๋วฉ่างตงกลั่นแกล้งนางเพื่อระบายความแค้นให้จั๋วฉ่างตงหรือำร?ลั่วชิงยวนครุ่นคิด แล้วก็ไปหาจั๋วฉ่างตงที่เรือนเมื่อไปถึง จั๋ว

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1303

    ฝ่ามือที่ตบลงบนใบหน้าทำให้หลานจีล้มลงกับพื้น โลหิตไหลออกจากมุมปาก“ท่านแม่ทัพ!” หลานจีเงยหน้ามองเขาด้วยความตกใจมิรู้เลยว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้เฉินชีจิกผมของนางอย่างรุนแรง กระชากนางให้ลุกขึ้นจากพื้น แล้วบีบใบหน้าของนางด้วยพละกำลังมหาศาลพลางเค้นถามด้วยเสียงดุดัน “เจ้าทำกระไรลงไป?!”“ผู้ใดใช้ให้เจ้าให้ยาแก่นางแล้วปล่อยนางไป?!”หลานจีสับสน หยาดน้ำตาไหลรินด้วยความรู้สึกเสียใจมาก “ท่านแม่ทัพ ข้ามิรู้ว่าท่านกำลังพูดถึงเรื่องใด”“มิใช่ข้าจงใจปล่อยนางไป นางไปเองต่างหากเจ้าค่ะ”“ข้ามิได้ทำอะไรเลย”เฉินชียังคงเต็มไปด้วยโทสะ “เจ้าคิดว่าข้ามิรู้ความคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเจ้ารึ!”“ข้าขอเตือนเจ้า หากเจ้ากล้าทำอะไรลับหลังอีกก็ไสหัวไป!”กล่าวจบ เฉินชีก็ปล่อยนางเขาไว้ชีวิตนางอีกครั้งเดิมทีเขาตั้งใจจะมาสังหารหลานจี แต่เมื่อเห็นน้ำตาของนางแล้วกลับรู้สึกราวกับได้เห็นลั่วเหลา จึงยอมไว้ชีวิตนางหลานจีทรุดลงนั่งกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง มองแผ่นหลังของเฉินชีที่จากไปด้วยความโกรธพลางร่ำไห้สะอึกสะอื้นนางมิรู้ว่าตนทำสิ่งใดผิดและมิรู้ว่าเหตุใดท่านแม่ทัพจึงมีท่าทีต่อนางเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ทั้งท

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1302

    เมื่อคำพูดนั้นหลุดออกมา สีหน้าของฟู่เฉินหวนก็เปลี่ยนไปในทันที“กระหม่อมเป็นองครักษ์ข้างกายองค์ชายใหญ่ โปรดอภัยให้กระหม่อมที่มิสามารถทำตามพระบัญชาได้ด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”องค์หญิงผู้นี้ชอบเฉินชี หากเขาติดตามองค์หญิงไปก็คงจะได้พบกับเฉินชีเป็นแน่ มิหนำซ้ำ เกาเหมียวเหมี่ยวก็ช่วยเขาฆ่าเฉินชีมิได้เมื่อถูกเขาปฏิเสธอีกครั้ง สีหน้าของเกาเหมียวเหมี่ยวจึงดูมิดีนักฉินอี้จึงต้องก้าวออกมา “เหมียวเหมี่ยว คนที่คอยคุ้มครองเจ้ายังมิพออีกหรือ?”“ข้างกายพี่ใหญ่มีองครักษ์คนนี้อยู่เพียงคนเดียว เจ้าอย่าแย่งเขาไปเลย”สีหน้าของฉินอี้ดูเหมือนคนจนใจน้ำเสียงของเขาฟังดูน่าสงสารเมื่อเห็นเขาเป็นแบบนี้ เกาเหมียวเหมี่ยวก็มิกล้าที่จะบังคับอีก นางตอบอย่างมิพอใจว่า “ก็ได้”“รอจนกว่าท่านจะมิต้องการเขาแล้ว ค่อยให้หม่อมฉันก็แล้วกัน”“หม่อมฉันค่อนข้างชอบเขา”เกาเหมียวเหมี่ยวพูดพลางมองฟู่เฉินหวน บนใบหน้าของนางมีรอยยิ้มยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าเขาคล้ายกับเฉินชีมิใช่หน้าตาที่เหมือน แต่เป็นอารมณ์เย็นชาหยิ่งผยองและความกล้าหาญที่จะปฏิเสธนางโดยมิแม้แต่จะเสียงสั่นในเมื่อยังมิสามารถทำให้เฉินชีสยบต่อนางได้ในเร็ววัน การ

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1301

    “ไปเถอะ ข้าจะพาเจ้าไปทำความเข้าใจสถานการณ์”กล่าวจบ เขาก็พาฟู่เฉินหวนเดินไปทว่าระหว่างทางกลับพบเกาเหมียวเหมี่ยวเดินสวนมาพอดีฉินอี้เข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง แล้วเอ่ยถาม “เหมียวเหมี่ยว อาการบาดเจ็บของเจ้าหายดีแล้วหรือ?”เกาเหมียวเหมี่ยวตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “บาดแผลเพียงเท่านี้คร่าชีวิตหม่อมฉันมิได้หรอก อีกอย่าง เสด็จพ่อกับเสด็จแม่ประทานยาให้หม่อมฉันมากมาย มิเจ็บปวดแผลแล้ว”ฉินอี้พยักหน้า “บาดแผลของเจ้าหายเร็วได้เช่นนี้ก็เพราะกินน้ำแกงโสมมังกรมาตลอด เจ้าต้องกินทุกวันตามเวลา ร่างกายจะได้แข็งแรงขึ้น!”“เข้าใจแล้ว”เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฟู่เฉินหวนก็ดวงตาเป็นประกายน้ำแกงโสมมังกรหรือ?เป็นโสมมังกรชนิดเดียวกับที่หมอหลวงมู่ให้เขากินหรือไม่?สิ่งนี้แม้แต่หมอหลวงมู่ก็มีเพียงชิ้นเดียว มิเคยพบเห็นชิ้นที่สองแต่องค์หญิงแห่งแคว้นหลีกลับได้กินทุกวันเลยหรือ?เขาอดสงสัยมิได้ว่าสองสิ่งนี้เป็นสิ่งเดียวกันจริงหรือไม่หากเป็นเช่นนั้น เขาก็มีโอกาสที่จะมีชีวิตอยู่ต่ออีกหลายเดือน หรือกระทั่งหลายปีเลยมิใช่หรือ?เปลวไฟแห่งความหวังลุกโชนขึ้นในใจของฟู่เฉินหวนฉินอี้เดินจากไปแล้ว แต่ฟู่เฉินหวนยังคงยื

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1300

    ลั่วชิงยวนยกยิ้มอย่างใจเย็น “องค์ชายใหญ่ใส่ใจเรื่องนี้ถึงเพียงนี้เชียวหรือเพคะ?”ฉินอี้ขมวดคิ้วมุ่น มองนางด้วยสีหน้าจริงจัง “แน่นอน! แท้จริงแล้วเจ้ารู้อะไรกันแน่!”วันนั้นในคุกใต้ดิน เกือบจะได้ฟังคำพูดต่อจากนั้นของลั่วชิงยวนแล้วแต่กลับถูกเฉินชีขัดจังหวะเสียก่อนหลังจากกลับไป เขาก็ครุ่นคิดถึงเรื่องนี้มาโดยตลอดเขาอาจมิใส่ใจเรื่องราวในอดีตได้ แต่นี่เกี่ยวข้องกับอนาคตของเขา! เขาจะมิใส่ใจคงมิได้!ลั่วชิงยวนกลับยกยิ้ม “องค์ชายใหญ่เชื่อจริงจังเลยหรือ?”“วันนั้นหม่อมฉันเพียงต้องการเอาชีวิตรอด จึงพูดจาเหลวไหลไปเท่านั้น”เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ฉินอี้ก็ตกตะลึงไปทั้งร่างมองนางด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว “เจ้าว่ากระไรนะ?!”ลั่วชิงยวนเลิกคิ้วขึ้น “หม่อมฉันมิอยากพูดซ้ำสอง”ฉินอี้โกรธจนอยากจะลงมือ แต่ก็อดกลั้นไว้ เขาไม่มีทางต่อกรกับลั่วชิงยวนได้สุดท้ายก็ได้แต่จากไปด้วยความขุ่นเคืองเมื่อเห็นฉินอี้จากไป เงาร่างที่แอบฟังอยู่ก็รีบจากไปเช่นกันอาการของฉินอี้นั้นมีสาเหตุจริง แต่เรื่องนี้ยังมิอาจบอกให้ฉินอี้รู้ได้เพราะมันเป็นเรื่องใหญ่หากพูดออกไป ปัญหาที่นางจะต้องเผชิญจะมิใช่เพียงเรื่องรา

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1299

    อวี๋โหรวพยักหน้า รีบเช็ดน้ำตา “ขอบคุณ”ลั่วชิงยวนตบไหล่นางเบา ๆ เพื่อปลอบโยนเมื่อสนทนามาถึงตรงนี้ ลั่วชิงยวนจึงถือโอกาสถามอวี๋โหรว “อันที่จริงข้าสงสัยเรื่องนักบวชระดับสูงคนก่อน เจ้าพอจะรู้หรือไม่ว่านางตายอย่างไร?”อวี๋โหรวตกใจเล็กน้อยคาดเดาในใจว่าลั่วชิงยวนคงสอบถามเรื่องนี้เพราะเฉินชีเพราะว่าเฉินชีก็มีใจให้ลั่วเหลาเช่นเดียวกันนางอธิบาย “ไม่มีผู้ใดรู้ว่านางตายอย่างไร”“วันนั้นนางบำเพ็ญเพียรอยู่ที่หอเทียนฉี วันรุ่งขึ้นเมื่อมีคนมาพบก็เหลือเพียงโลหิตกองเต็มพื้น”“บนพื้นยังมีร่องรอยการลากศพด้วย”“แต่ส่งคนออกไปตามหาศพตั้งมากมายก็หามิพบ”“เฉินชีแทบจะพลิกทั่วทั้งวัง แทบจะคลุ้มคลั่งสังหารคนในสำนักนักบวชไปเสียสิ้น”“ยังดีที่จักรพรรดิทรงนำราชองครักษ์เกราะเหล็กมาด้วยพระองค์เอง จึงสามารถควบคุมตัวเฉินชีไว้ได้”“เรื่องการตายของนักบวชระดับสูงนั้นมีการสืบสวนอยู่นาน แต่ก็ไม่มีเบาะแสใด ๆ เบาะแสทั้งหมดหยุดอยู่ที่หอเทียนฉี”“นอกหอเทียนฉีไม่มีร่องรอยใดหลงเหลือ”“นานวันเข้า เรื่องนี้ก็เงียบหายไป”ตามคำบอกเล่าของอวี๋โหรว ลั่วชิงยวนก็หวนนึกถึงคืนนั้นหอเทียนฉีเป็นสถานที่ที่นักบวชระดับสูงจะท

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1298

    อวี๋โหรวก็ประหลาดใจ นางมิคาดคิดว่าลั่วชิงยวนจะล่วงรู้ความคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของนาง อีกทั้งยังไปเอาเรื่องจั๋วฉ่างตงเพื่อนางและทำร้ายจั๋วฉ่างตงจนอยู่ในสภาพเช่นนั้นการกระทำของนางคล้ายคลึงกับลั่วเหลาในสมัยก่อนยิ่งนักนางชอบใจมาก“กินยาเสีย” ลั่วชิงยวนรินยาให้อวี๋โหรวเดินเข้าไปดมแล้วก็รู้สึกประหลาดใจ “ในนี้มีบัวถวายผสมด้วยหรือ?”“เจ้ากินไปเถิด”“อาการบาดเจ็บของเจ้าน่าจะทุเลาลงเพราะยานี้”ลั่วชิงยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “อาการบาดเจ็บภายในของเจ้าก็มิได้ดีไปกว่าข้าหรอก รีบกินเสีย”อวี๋โหรวจำต้องยอมดื่มยานั้นลั่วชิงยวนนั่งลงข้าง ๆ รินน้ำชาหนึ่งถ้วย แล้วกล่าวว่า “ต่อไปจั๋วฉ่างตงจะต้องหาเรื่องเจ้าอีกเป็นแน่ เจ้าจะปิดบังตนเองอีกมิได้”“ในเมื่อฝีมือของเจ้าทำให้จั๋วฉ่างตงริษยาได้ เช่นนั้นก็อย่าได้เกรงใจนาง!”“ส่วนทางด้านนักบวชระดับสูง ข้าคิดว่านางคงจะให้ความสำคัญกับผู้ที่มีความสามารถ มิใช่ผู้ที่ประจบสอพลอ”นี่คือความเข้าใจที่ลั่วชิงยวนมีต่อเวินซินถงจั๋วฉ่างตงสามารถเป็นคนสนิทข้างกายของนางได้ ย่อมเป็นเพราะจั๋วฉ่างตงมีฝีมือที่แข็งแกร่งในสำนักนักบวช มิใช่เพราะจั๋วฉ่างตงประจบสอพลอเก่

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1297

    ลั่วชิงยวนคว้าตัวจั๋วฉ่างตง “คุกเข่าลง! ขอโทษ! รับปากด้วยว่าจะมิรังแกนางอีก!”เมื่อเสียงอันดุดันดังขึ้น ทุกคนต่างตกตะลึงจั๋วฉ่างตงมีหรือจะยินยอม ดวงตาแดงก่ำของนางจ้องมองลั่วชิงยวนอย่างเดือดดาล “สารเลว!”เพียะ!ลั่วชิงยวนตบหน้านางอย่างมิปรานี“ข้ามิรังเกียจที่จะตบเจ้าจนกว่าจะยอม”“ยามนี้ตบหน้ายังทนได้ หากบีบให้ข้าใช้ท่วงท่าอื่น ระวังวรยุทธ์ของเจ้าจะไร้ค่า!”ลั่วชิงยวนข่มขู่ด้วยน้ำเสียงเย็นชาจั๋วฉ่างตงกัดริมฝีปากล่างด้วยความโกรธแค้นและอัปยศอดสูเดิมทีนางเป็นหญิงสาวที่หน้าตางดงาม ทว่ายามนี้กลับถูกลั่วชิงยวนทำร้ายจนยับเยิน แทบจะจำเค้าเดิมมิได้“ข้ามิได้มีความอดทนมากนัก เร็วเข้า!”ยามนี้มีผู้คนมากมายได้ยินเสียงอึกทึกจึงมามุงดูเหตุการณ์น่าตื่นเต้นรวมตัวกันอยู่หน้าประตูเรือนพลางกระซิบกระซาบกัน“ลั่วชิงยวนผู้นี้ช่างกล้าหาญนัก”“จั๋วฉ่างตงไปยั่วโมโหนางอีกแล้วหรือ?”เมื่อได้ยินเสียงจากภายนอก จั๋วฉ่างตงก็แทบจะหลั่งน้ำตา มีผู้คนมากมายมองดูอยู่ นางกลับต้องคุกเข่าขอโทษอวี๋โหรว!ขณะที่ลั่วชิงยวนหมดความอดทนและกำลังจะลงมือจั๋วฉ่างตงก็กลั้นน้ำตาไว้พลางคุกเข่าลง ตรงหน้าอวี๋โหรวอว

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1296

    จั๋วฉ่างตงเดินออกมาจากห้องนัยน์ตาของลั่วชิงยวนฉายแววมุ่งสังหาร “ที่แท้เจ้าก็มิใช่เต่าหดหัวในกระดองนี่”จั๋วฉ่างตงจ้องมองนางด้วยสีหน้าดุดัน แล้วเดินลงมาอย่างช้า ๆ “ลั่วชิงยวน ข้าขอเตือนให้เจ้าสำรวมตนเสียบ้าง!”กล่าวพลางกวาดสายตามองไปยังคนที่นอนกองอยู่บนพื้น แล้วตวาดเสียงดัง “ปล่อยพวกเขา!”ลั่วชิงยวนบุกเข้ามาทำร้ายคนถึงเรือนของนาง นี่มิใช่การตบหน้านางต่อหน้าธารกำนัลหรอกหรือ!แม้จะพ่ายแพ้ให้แก่ลั่วชิงยวนที่หอรักษ์ดารา แต่ก็มิได้หมายความว่านางจะต้องหวาดกลัวลั่วชิงยวน!ลั่วชิงยวนเตะไปที่คนเหล่านั้น แล้วยอมปล่อยพวกเขาให้เป็นอิสระคนเหล่านั้นกลิ้งตัวลงบนพื้นทีละคนก่อนจะรีบลุกขึ้นยืนอย่างลนลาน หมายจะหลบไปอยู่ด้านหลังจั๋วฉ่างตงทว่าในเวลานี้เอง ริมฝีปากของลั่วชิงยวนก็ยกยิ้มเย็นเยียบ กระโจนเข้าหาจั๋วฉ่างตงอย่างรวดเร็วแล้วใช้มือคว้าจับที่คอเสื้อของนางจั๋วฉ่างตงขัดขืนโดยสัญชาตญาณ แต่นางได้รับบาดเจ็บ จะเป็นสู้ลั่วชิงยวนได้อย่างไรทันใดนั้นก็ถูกลั่วชิงยวนเหวี่ยงลงกับพื้น แล้วตบหน้าอย่างแรงจนผมเผ้าของจั๋วฉ่างตงยุ่งเหยิงขณะที่ตั้งตัวมิทันเสียงฝ่ามือกระทบใบหน้านั้นหนักแน่น เสียงดังสนั

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status