แชร์

บทที่ 861

ผู้เขียน: หูเทียนเสี่ยว
จั๋วซือหรานพูดต่อ "ก็จริง อิงเซ่าน่าจะไม่เคลื่อนไหวสุ่มสี่สุ่มห้า..."

ฉุนจวินพยักหน้า

จั๋วซือหรานเอ่ยต่อ "ถ้าหากนอกเมืองสถานการณ์เป็นเช่นนี้ สถานการณ์ในเมืองหลวงก็ไม่น่าจะดีไปกว่ากันหรอกกระมัง"

"ชินอ๋องอวี้พาคนไปที่ค่ายป้องกันลาดตระเวนในเมือง ให้แม่ทัพอิงเซ่าส่งตัวอ๋องเซี่ยนออกมา ชินอ๋องอวี้ประกาศว่าเป็นเพราะอ๋องเซี่ยนจะช่วงชิงตำแหน่งจักรพรรดิ จึงได้ทำลายชื่อเสียงของเขา" ฉุนจวินเอ่ยขึ้น

จั๋วซือหรานพอได้ยินก็ยิ้ม "สาดน้ำสกปรกเก่งใช้ได้ แต่ค่ายป้องกันลาดตระเวนก็ไม่น่าให้เขามาก่อความวุ่นวายนี่..." พูดถึงจุดนี้ จั๋วซือหรานก็ชะงักไป "เขาพาใครไป?"

"ถึงแม้ดูแล้วจะล้วนเป็นคนของชินอ๋องอวี้เอง แต่ตามหลักการแล้ว อันที่จริงก็มีคนของตระกูลเฟิงและตระกูลเหยียนอยู่ในนั้นด้วย" ฉุนจวินเอ่ยขึ้น

จั๋วซือหรานหัวเราะเย็นชา "ดังนั้นไอ้คำพูดที่ว่าตระกูลใหญ่ไม่เข้าร่วมการช่วงชิงบัลลังก์อะไรนั่นก็ลมปากทั้งเพสิ"

ไม่เข้าร่วมบ้าบออะไรล่ะ ก็แค่ข้อตกลงที่ไม่ได้ผูกมัดเท่านั้น

บางทีเรียกว่าข้อตกลงที่ไม่ได้ผูกมัดก็ยังไม่ได้ ตอนที่ยังไม่เข้าร่วมก่อนหน้านี้ ก็แค่เพราะไม่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ตนเองเท่านั้น แต่ถ้าเ
บทที่ถูกล็อก
อ่านต่อที่ GoodNovel
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทที่เกี่ยวข้อง

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 862

    จากคำพูดของหานกวงกับฉุนจวิน อันที่จริงก็ไม่ใช่แค่ตระกูลฮั่วกับตระกูลจั๋ว เจี่ยงเทียนซิงกับอินเจ๋ออันอันเองมีปฏิกิริยารวดเร็ว ส่งคนเข้ามาเร็วมากแต่เจี่ยงเทียนซิงกับอินเจ๋ออันลงเรือลำเดียวกับนางแล้ว นางก็ไม่รู้สึกแปลกอะไรเพียงแต่ว่าตระกูลฮั่วกับตระกูลจั๋วมีการเคลื่อนไหว ก็ทำให้นางรู้สึกคิดไม่ถึงเช่นกัน"ใช่แล้ว คุณชายสามฮั่วหลังจากรู้เรื่อง ก็รีบส่งคนเข้ามาแล้ว ตระกูลจั๋วเองก็ส่งคนเข้ามาอย่างรวดเร็วเช่นกัน ตอนนี้จึงคุ้มกันอยู่ที่ด้านนอกเรือน บวกกับยังมีอาวุธที่ใต้เท้ากรมสืบสวนพิเศษส่งเข้ามา ตอนนี้เรือนของพวกเราจึงถือว่าสงบอยู่" หานกวงเอ่ยขึ้นฉุนจวินบอก "แต่ว่า เพราะเงื่อนไขการร่วมมือนี้ของแม่นางกับตระกูลฮั่ว พวกเขาจะส่งคนมาก็ดูปกติดี แล้วยังมีตระกูลจั๋วอีก ก่อนหน้านี้ก็แสดงท่าทีขอสงบศึกออกมาแล้ว...""เจ้าพูดมาถูกต้อง" จั๋วซือหรานยิ้มๆ "น่าจะเพราะข้าไม่เชื่อใจตระกูลเหล่านี้จริงๆ กระมัง"ขณะที่คุยกันก็มาถึงห้องของฉางเฟิงเดิมทีคิดว่าจะเจ็บไม่หนัก แต่พอดูแล้วจึงพบว่า อาการบาดเจ็บไม่ใช่เบาเลยจั๋วซือหรานรู้สึกประหลาดใจหน่อยๆ หันไปมองหานกวงกับฉุนจวิน "บาดเจ็บเสียขนาดนี้ทำไมพวกเจ้าไ

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 863

    ถึงแม้องครักษ์เหล่านี้ที่ซือคงอวี้ส่งมา ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามหน้าประตูเรือนของจั๋วซือหราน แต่พอพูดคำเหล่านี้ ก็ทำให้คนหงุดหงิดขึ้นมาจริงๆ!โดยเฉพาะเรื่องที่คนคุ้มกันหน้าประตูเรือนจั๋วซือหรานเหล่านี้ ล้วนเป็นคนจากจากหลายฝักฝ่ายทางซ็ายคือองครักษ์ในตระกูลฮั่ว ส่วนทางขวาเป็นผู้เชี่ยวชาญยุทธ์ของตระกูลจั๋ว แล้วยังมีอีกกลุ่มที่ยังมองไม่ออกว่าเป็นใคร แต่ท่าทางที่ไม่น่าเข้าไปยุ่ง แค่มองก็รู้ว่าน่าจะเป็นพวกที่มาจากตลาดมืด...คนเหล่านี้ไม่ควรเข้าไปแหยมด้วยทั้งหมดล้วนตรงมาเพราะได้รับคำสั่ง ให้คุ้มกันเรือนของแม่นางจั๋วจิ่ว ตามหลักการแล้วนี่ทำเพื่อคุ้มครองแม่นางจั๋วจิ่วแต่ว่าในใจพวกเขาเองก็ไม่สงบด้วย ถึงอย่างไร แม่นางจั๋วจิ่วต้องการให้พวกเขามาคุ้มกันเสียที่ไหน?!แต่ตอนนี้แม่นางจั๋วจิ่วไม่โผล่หน้ามาสามวันแล้วพวกเขาเองก็ไม่คิดจะเข้าไปหาข่าวด้วย แต่ว่าองครักษ์เงาพวกนั้นในเรือนทั้งหมดเป็นคนที่แม่นางจั๋วจิ่วบุกเดี่ยวเข้าไปในตระกูลเฟิงแล้วช่วยออกมาพูดแบบนี้ดีกว่า แต่ละคนล้วนเป็นนักรบเดนตายของแม่นางจั๋วจิ่วทั้งนั้นไม่ต้องสนว่าพวกเขาเป็นใคร ไม่ว่าจะอยู่ฝั่งแม่นางจิ่ว หรือว่าอยู่ฝั่งใครก็ตาม

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 864

    พอเสียงนี้ดังออกมาสำหรับฝ่ายต่างๆ ที่คุ้มกันอยู่หน้าประตูเรือนแล้ว เหมือนเป็นยาที่ทำให้ใจสงบเลยทีเดียวพริบตาที่พวกเขาได้ยินเสียงนี้ ก็รู้สึกประหลาดมากจริงๆ รู้สึกโล่งขึ้นมาน่าจะเพราะวีรกรรมของแม่นางจั๋วจิ่วนั้นมีมากเกินไป ใช้คนมากสู้คนน้อยใช้คนน้อยสู้คนมาก ต่อสู้กับตระกูลใหญ่ต่างๆ ด้วยตัวคนเดียวแต่ก็ไม่เสียเปรียบเลยอะไรพวกนั้นดังนั้นพอแค่นางปรากฏตัว...คนที่เป็นศัตรูใจก็สั่นกึกขึ้นมาจริงๆ แต่ในฐานะสหายร่วมรบแล้ว...ไม่แตกต่างอะไรกับการได้กินยาทำให้ใจสงบและจังหวะที่เสียงของนางปรากฏขึ้น เหล่าองครักษ์ของชินอ๋องอวี้พวกนั้น ก็หน้าเปลี่ยนสีไปทันที!พวกเขามองตามเสียงไปหญิงสาวร่างงามคนหนึ่ง นั่งอยู่บนยอดกำแพงประตูเรือนนางอยู่ในชุดสีแดง นั่งอยู่บนยอดกำแพง ขาไขว่ห้าง นางเอนตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย ข้อศอกชันเข่ามือเท้าคาง จ้องมองพวกเขาด้วยความสนใจแต่บนหน้าไม่มีรอยยิ้ม ในดวงตามีเพียงความเย็นชาเท่านั้นก่อนหน้านี้ไม่มีใครสังเกตเห็นนาง ราวกับไม่มีตัวตนอย่างไรอย่างนั้นแต่ตอนนี้หลังจากที่สังเกตเห็นนาง ความมีตัวตนที่แข็งแกร่งนั่น ก็กางแผ่ออกมาราวกับจะปกคลุมท้องฟ้าอย่างไรอย่างนั้นสีหน

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 865

    "ใช่เลย จำแล้วไปฟ้องกับยมบาลเลย"ตอนที่ทุกคนได้ยินคำพูดจั๋วซือหราน เสียงใสของนางยังดูเกียจคร้านหน่อยๆ ด้วยแต่ว่าพอนางลงมือกลับไม่มีลังเลเลยเห็นเพียงเงาตกค้างสีแดงพุ่งแฉลบไปจากด้านบนกำแพง หลังจากที่พุ่งไปยังองครักษ์ชินอ๋องอวี้คนหนึ่งแล้วกลับมาเหล่าองครักษ์ชินอ๋องอวี้ก็เงียบเสียงลง เงียบสนิท ยืนนิ่งอยู่กับที่ส่วนนางก็มายืนนิ่งอยู่ด้านหน้าคนของฝ่ายต่างๆ ที่มาคุ้มกันเรือนของนางนางหันหลังให้กับเหล่าองครักษ์ชินอ๋องอวี้ มองไปทางพวกเขา เผยรอยยิ้มออกมาพูดกับพวกเขาว่า "ทุกท่านเหนื่อยหน่อยนะ หลายวันนี้ต้องขอบคุณพวกเจ้ามาก พวกเจ้ากลับไปรายงานนายท่านของพวกเจ้าเถอะ น้ำใจนี้จั๋วจิ่วจดจำไว้แล้ว"พวกเขาตะลึงงันกันหมดเพราะเห็นแม่นางจั๋วจิ่วขณะที่พูดกับพวกเขา ก็พลางสะบัดดาบยาวในมือแสงเลือดเส้นบางบนปลายดาบถูกสะบัดจนกลายเป็นหยดเลือดร่วสงลงพื้นและพริบตาต่อมา เหล่าองครักษ์ชินอ๋องอวี้ที่ยืนนิ่งอยู่กับที่เหล่านั้น ร่างกายก็ล้มตึงลงไปเลือดสดทะลักออกมาจากปากแผลบนตัวพวกเขา เบ่งบานเป็นดอกไม้สดใสขนาดใหญ่บนพื้นคนคุ้มกันจากฝ่ายต่างๆ ที่เห็นฉากนี้ ก็ล้วนตกตะลึงกันไปหมดเอาจริงๆ ผู้เชี่ยวชาญยุท

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 866

    จั๋วซือหรานตอบกลับด้วยรอยยิ้ม "พวกเจ้ากินลงไปก่อนเถอะ กลับไปจะได้ไม่ถูกยึด อ่า กลับไปก็บอกว่า จั๋วจิ่วให้ยาลูกกลอนกับพวกเจ้า แล้วบีบให้พวกเจ้ากินกันลงไป...เช่นนี้เจ้านายก็น่าจะไม่หาเรื่องพวกเจ้าแล้วกระมัง"ตอนที่จั๋วซือหรานพูดคำนี้ ก็ยิ้มตาโค้งพวกเขาแค่รู้สึกว่าในรอยยิ้มของนาง ดูมีความเจ้าเล่ห์ชอบกล แต่กลับไม่ทำให้คนรู้สึกรังเกียจเลยหลังจากได้ยินคำนี้ ทุกคนก็ทยอยกันยัดยาลูกกลอนใส่ปากเข้าไปจั๋วซือหรานจึงเอ่ยขึ้นว่า "เอาล่ะ ข้ายังมีเรื่องต้องทำอีก ขอตัวก่อนล่ะ พวกเจ้าก็กลับไปเถอะ""แม่ แม่นางจิ่ว..." ผู้เชี่ยวชาญยุทธ์คนหนึ่งของตระกูลจั๋วเอ่ยเรียกนาง "พวกเรายินดีจะไปกับท่าน อย่างน้อยก็ยังเป็นลูกมือให้ท่านได้""จริงด้วย อ๋องอวี้คนนั้น คนเยอะเลยทรงอำนาจ..."น่าจะเพราะยาลูกกลอนของจั๋วซือหราน ทำให้ทุกคนล้วนเลือดร้อนกันขึ้นมา หลังจากนี้จะเป็นอย่างไรไม่ต้องสน แต่ตอนนี้พวกเขายินดีจะสละชีวิตให้กับนางจั๋วซือหรานพอได้ยินก็ยิ้มๆ เดิมทีนางไม่คิดจะพาใครไป นางเป็นเช่นนี้มาตลอด ลุยเดี่ยวเสมอ ถ้าตนเองจัดการได้ก็จะจัดการ ตนเองจัดการไม่ได้ ก็จะรอตอนที่ตนเองจัดการได้ค่อยมาจัดการพาคนมากขนาดนี้ไ

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 867

    เขื่อนยาวพันลี้ ก็ยังพังทลายเพราะรังมดและด้วยหลักการนี้ ยังดีที่จั๋วซือหรานฟื้นขึ้นมาไวหน่อย ถ้านางยังสลบต่อไปอีกสองวันสถานการณ์น่าจะกู้กลับมาลำบากแล้ว"ตอนนี้ค่ายป้องกันลาดตระเวนน่าจะเริ่มมีเสียงที่จะส่งอ๋องเซี่ยนออกมาแล้ว""แต่แม่ทัพอิงเซ่าซื่อสัตย์ภักดี ตระกูลอิงเองก็เป็นทหารมาหลายรุ่น จงรักภักดีทั้งตระกูล..."แม้จะบอกว่าอิงเซ่าเป็นแม่ทัพสายบุ๋นที่มีชื่อ แต่แม่ทัพสายบุ๋นก็ยังถือเป็นแม่ทัพ มีเลือดร้อนอยู่ทั้งตัว ภักดีต่อจักรพรรดิประเทศชาติถ้าจะให้เขาต้องส่งตัวอ๋องเซี่ยนออกไปจริงๆ ก็คงต้องข้ามศพของอิงเซ่าไปก่อน"จุ๊" จั๋วซือหรานขมวดคิ้ว จุ๊เสียงขึ้นเบาๆคนรอบๆ พอได้ยินเสียงจั๋วซือหราน ก็ตึงเครียดขึ้นมา "แม่ แม่นางจิ่ว..พวกเราพูดมากเกินไปหรือ?"พวกเขาถึงแม้จะเคยได้ยินชื่อเสียงของคนผู้นี้มา แต่ถึงอย่างไรก็ไม่เคยอยู่ด้วยกันจริงๆ ยังไม่เข้าใจกับนิสัยของนางนัก และไม่รู้ว่านางชอบที่พวกเขาพูดมากไหมจั๋วซือหรานเอ่ยขึ้น "ไม่มีอะไร รีบเข้าเถอะ สถานการณ์ของค่ายป้องกันลาดตระเวนถ้าไม่ดีจริงๆ ตอนนี้คงย่ำแย่มากทั้งภายในและนอก แม่ทัพอิงเซ่าถ้าดูแลเพียงลำพังคงลำบาก ยิ่งไปกว่านั้นก่อนหน้าน

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 868

    "หัวหน้าตายแล้ว...ตอนนี้ศพยังอยู่ข้างนอก...ถูกพวกเขาแขวนเอาไว้…!"พอได้ยินเสียงตะโกนจากด้านนอก และยังมีการเคลื่อนไหวในค่ายทหารพวกนี้อีกในกระโจมค่าย ซือคงเซี่ยนสีหน้าจนใจ เขามองไปทางอิงเซ่าที่หน้าเขียวคล้ำ เอ่ยขึ้นว่า "แม่ทัพอิง เป็นข้าที่ทำให้ท่านลำบากใจ ถ้าไม่ไหวจริงๆ ท่านก็ไม่จำเป็นต้องลำบากใจหรอก ส่งตัวข้าออกไปก็พอ"อิงเซ่าพอได้ยิน สีหน้าก็ไม่เปลี่ยน ยังคงเขียวคล้ำ เขาเอ่ยขึ้นเสียงขรึมว่า "ตระกูลอิงของข้าเป็นทหารมาทุกรุ่น จงรักภักดีทั้งตระกูล ถ้าหากมาปอดแหกในรุ่นของข้า ถ้าข้าตายไป คงถูกเหล่าบรรพบุรุษติเตียนแน่"ซือคงเซี่ยนถอนใจเบาๆ หัวเราะเอ่ยขึ้นว่า "ไม่เป็นไร ชีวิตของข้าไม่มีอะไรสำคัญ ขอแค่เสด็จพ่อปลอดภัยอยู่ในค่ายคุ้มกันนอกเมือง ซือคงอวี้ก็ยังไม่ชนะ และท่านที่อยู่ในเมืองหลวงอย่างน้อยก็ยังพอตั้งหลักได้แล้ว ถึงตอนนั้นก็จะไปร่วมมือกันรับทั้งในและนอกกับเสด็จพ่อและแม่ทัพฉีฮ่าวได้... ""ข้ายังไม่เชื่อ" อิงเซ่าเอ่ยขึ้นมา "ข้าจะรอดู ว่าพวกเขาจะกล้าสังหารทหารในค่ายอีกไหม!"อิงเซ่าถึงแม้จะเป็นแม่ทัพสายบุ๋น แต่ก็ร่างกายแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า ต่อให้ตายก็ยังคงยืนอยู่ได้อิงเซ่าจ้องเขม

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 869

    ท่ามกลางความวุ่นวาย ในที่สุดก็มีคนได้ยินเสียงพรึบที่ผิดปกติดังขึ้นแล้วเดิมทียังไม่มีปฏิกิริยาว่านี่คือเสียงอะไร แต่หางตาก็มองเห็นร่างเงาหนึ่งแฉลบผ่านกลางอากาศท่ามกลางฝุ่นดินคลุ้งนี้ในที่สุดก็เข้าใจถึงที่มาการโจมตีแล้ว...มาจากบนฟ้า!เสียงพรึบๆ ที่ไม่เหมือนปกตินั่น เป็นเสียงของสัตว์ประหลาดบางอย่างกระพือปีก!ทุกคนในที่สุดก็ค่อยๆ ปรับสายตาในฝุ่นดินคลุ้งนี่ได้ จึงมองเห็นร่างเงาบนอากาศนั้นแล้วเป็นสัตว์อสูรปีกตัวหนึ่ง!สัตว์อสูรปีกสามารถบินได้ แต่ปกติจะรับน้ำหนักไม่ไหว แบกคนไม่ได้ ต่อให้แบกได้ ก็คงแค่เพียงชั่วคราวเท่านั้นแต่สัตว์อสูรปีกตรงหน้านี้ดูแล้วไม่ธรรมดา แค่รูปร่างกับการสยายปีกของมันก็ไม่ธรรมดาแล้วน่าจะเป็นระดับราชาสัตว์อสูรและตอนที่ทุกคนมองเห็นสัตว์อสูรปีกตัวนี้ได้ชัดเจน แน่นอนว่าต้องเห็นร่างสีแดงเพลิงบนหลังสัตว์อสูรปีกด้วยรู้สึกเหมือนกับมีเลือดสดวาดผ่านดวงตาไปอย่างไรอย่างนั้น พริบตาเดียวกระทั่งดวงตาก็ปวดขึ้นมา ฉับพลันจึงตระหนักได้ว่านั่นคือตัวตนอันตรายแบบไหนมีคนตะโกนแผดเสียงขึ้น "จั๋ว จั๋วจิ่ว! จั๋วจิ่วมาแล้ว!""อะไรนะ?! นางไม่ใช่ตายไปแล้วหรือ!""ขึ้นธนู! ขึ้นธน

บทล่าสุด

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1102

    รอยยิ้มบนใบหน้าจั๋วซือหรานไม่เปลี่ยน "เช่นนั้นก็ขอบคุณมาก""ไม่เป็นไร" 'เยี่ยนหราน' เอ่ยขึ้นเสียงเรียบจั๋วซือหรานยังคงยิ้มบาง "บัวเจ็ดดอกเจ็ดใบแกนกลางเทียนนี้เป็นสิ่งมีพิษกระมัง?""อืม" เขาไม่ได้ตระหนักถึงว่าอะไรผิดปกติ พยักหน้าตอบกลับ "เป็นสิ่งมีพิษที่มีอยู่ไม่มากนัก สามารถสร้างหมอกพิษขึ้นในป่าได้ ต้นของมันเดิมทีก็มีพิษร้ายแรงอยู่"อาหารรสชาติไม่เลวเลย น้ำแกงทำเอาตัวคนผ่อนคลายลงมาเลยทีเดียวเขาค่อนข้างผ่อนคลาย...หรือบางที สิ่งที่ทำให้เขาผ่อนคลายไม่ใช่น้ำแกงร้อน แต่เป็นเสียงอ่อนโยนของนาง...เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันดังนั้น ตอนนี้เขาจึงไม่ได้สังเกตถึงอะไรที่ผิดปกติพอได้ยินคำถามที่จั๋วซือหรานเพิ่งถาม ก็ตอบกลับนางมาตรงๆหลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงหญิงสาวใสเย็น เพียงแต่ว่า ไม่ได้อ่อนโยนแบบก่อนหน้านี้แล้วเพียงแค่เอ่ยขึ้นเรียบๆ ว่า "เป็นของดีจริงๆ เพียงแต่ว่า..." นางเปลี่ยนหัวข้อสนทนา "ไม่รู้ว่าคุณชายเยี่ยนรู้ได้อย่างไร...หรือทำไมจึงรู้สึกว่า ข้าสามารถทนทานต่อธาตุพิษได้โดยไม่ต้องเกรงกลัวอะไร?"มือที่จับตะเกียบของชายหนุ่ม หยุดนิ่งไปในชั่วพริบตาเขาแหงนตา มองไปยังสีหน้าของหญิงสาว อั

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1101

    คำพูดนี้ของจั๋วซือหรานไม่ได้มีเจตนาอะไรเป็นพิเศษแต่นางหน้าตาดี แล้วยังฉลาดเฉลียว ปกติเวลาปฏิบัติต่อใครก็จะมีท่าทีเย็นชา ดังนั้นต่อให้จะสวย แต่ก็ยังรู้สึกเหินห่างด้วยเช่นกันแต่ตอนนี้ท่าทีของนาง กลับไม่ได้เย็นชาเหมือนปกตินางยิ้มตาโค้ง ยิ้มสวยหยาดเยิ้มราวกับดวงดาวพร่างพราวอยู่เต็มฟ้า เหมือนมีมนต์สะกดที่ไม่รู้จัก สามารถทำให้คนจมดิ่งเข้าไปได้ในพริบตา'เยี่ยนหราน' มองตานางนิ่ง ไม่ย้ายสายตาไปไหนเลยพักหนึ่ง"ทำไมหรือ?" จั๋วซือหรานถามขึ้นเบาๆ'เยี่ยนหราน' ตอนนี้จึงส่งเสียงฮึจากจมูกออกมาเป็นเชิงถาม คล้ายกับเพิ่งจะรู้สึกตัวจั๋วซือหรานหัวเราะ ถามขึ้นว่า "คุณชายเยี่ยนเหม่อไปแล้วหรือ? ชื่อดวงดาวที่เจ้าบอกล่ะ?"ตอนนี้เขาจึงเอ่ยขึ้น "เหลียนเจิน เทียนเยว่ เทียนจี เทียนเซี่ยง เทียนถง เทียนเหลียง..."หลังจากจั๋วซือหรานได้ยิน ก็เลิกคิ้วขึ้น "ไม่เลวจริงๆ ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามที่คุณชายว่าแล้วกัน ขอบคุณมาก"ปฏิกิริยาเหล่านี้ของ 'เยี่ยนหราน' จั๋วซือหรานรู้สึกว่าน่าสนใจอย่างเห็นได้ชัดและรู้สึกว่าใกล้เคียงแล้ว จึงลุกขึ้นยืน "คุณชายเยี่ยนค่อยๆ กินเถิด ข้าจะไปดูพวกคนรับใช้ที่บาดเจ็บพอดี แล้วจะบอก

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1100

    "เอาที่อร่อยดีกว่า" ขนมชามเองก็ใสซื่อ เอ่ยขึ้นว่า "นายท่านเองก็หิวแล้วนี่"จั๋วซือหรานยื่นนิ้วออกมานิ้วหนึ่ง จับไปที่ขนมชามเบาๆยิ้มตาโค้ง "เด็กดี"จากนั้นนางก็เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ "เอาล่ะ ถือว่าเขาโชคดีแล้วกัน"โชคดีที่มาเจอเข้ากับขนมชามที่นิสัยอ่อนโยนที่ด้านนอก ถ้าหากขนมถั่วแดงอยู่ด้านนอกล่ะก็ คงได้เสนออีกข้อหนึ่งมาแน่จั๋วซือหรานหยิบวัตถุดิบออกมาจากในมิติ คิดจะทำอาหารสักมื้อหลักๆ คือ อันที่จริงเดิมทีนางก็อยากจะทำให้ใจเขาปั่นป่วนอยู่แต่พอคิดๆ แล้วก็รู้สึกว่า ถ้าหากจะปั่นป่วนจิตใจเขาจริง ก็เหมือนจะไม่ใช่วิธีการที่ปฏิบัติต่อเขาอย่างเย็นชาตาของจั๋วซือหรานหรี่ลง พริบตานี้...ก็เหมือนมีแผนการใหม่ขึ้นมาแล้วประมาณราวสามเค่อกับข้าวสี่อย่างน้ำแกงหนึ่งอย่างอันหอมหวนชวนกิน ก็เสร็จสิ้นลงจากเตา"นี่คือปลาเปรี้ยวหวาน ขานกย่าง เนื้อกระดูกหอมเกรียม คะน้าไฟแดง แล้วก็มีน้ำแกงเต้าหู้กระดูกปลาอีกที่ด้วย"จั๋วซือหรานนำอาหารหอมหวนชวนกิน ยกมาวางกองลงตรงหน้า 'เยี่ยนหราน'จากนั้นจึงเลิกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นข้อมือขาว หยิบตะเกียบแล้วเอ่ยขึ้นว่า "คุณชายเยี่ยน ลองชิมฝีมือของข้าหน่อย"ตอนที่พูดค

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1099

    เหล่าคนค้มกันทยอยกันมองไปทางหัวหน้าคนคุ้มกัน ในสายตาเต็มไปด้วยความต้องการความช่วยเหลืออย่างจริงใจหัวหน้าคนคุ้มกันกัดฟันถามขึ้น "แม่ แม่นาง...คงจะไม่คิดจะตั้งชื่อ..."เขาชะงักไป เปลี่ยนทิศทางคำพูด เอ่ยต่อว่า "...อะไรทำนองนี้หรอกใช่ไหม?"ไม่หรอกกระมัง?จั๋วซือหรานเองก็ไม่ได้โง่ ฟังไม่ออกถึงความกังวลพวกเขาเสียที่ไหนนางเหลือบมองพวกเขาผาดหนึ่ง จงใจแหย่พวกเขา เอ่ยขึ้นว่า "ทำไมล่ะ ไม่ดีหรือ? ลาย่างไฟ ขนมไส้หมู หมูชุบกรอบ เป็ดหมักน้ำจิ้ม หมูผัดเปรี้ยวหวาน"นางพูดไปด้วยพลางชี้นิ้วไปทางพวกเขาจากนั้นจึงเห็นว่าสีหน้าของเหล่าคนคุ้มกันแทบจะร้องไห้กันออกมาแล้วตอนนี้เอง เสียงหัวเราะแผ่วเบาเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นที่ประตูจั๋วซือหรานมองไปตามเสียง ก็เห็นร่างเงาหนึ่งที่คุ้นเคย"เจ้าทำไมมาอยู่ที่นี่?" จั๋วซือหรานเลิกคิ้ว มองคนที่มาใหม่ด้วยสายตาลึกซึ้ง จากนั้นก็พ่นชื่อออกมา "เยี่ยนหราน? ข้าจำชื่อไม่ผิดใช่ไหม"ชายหนุ่มร่างตรงแน่วเดินเข้ามาจากประตู พยักหน้าเบาๆ "ถูกต้อง"จั๋วซือหรานแหงนตามองเขา ไม่พูดอะไรชายหนุ่มก้มหน้ามองนาง สบตากันครู่หนึ่ง อันที่จริงในใจเขาก็ไม่ค่อยสงบนัก แค่คิดว่านางมองอะไรอ

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1098

    นางหมายถึง...กองหนุนที่ย้ายมาจากสำนักเมฆาวารีของผู้เฒ่าเหอสินะ!?แต่ใครก็ตามที่มีความคิดเช่นนี้ เขาคงจะรู้สึกว่าอีกฝ่ายหยิ่งผยองโอหังถึงที่สุดหญิงสาวตรงหน้าคนนี้ ตอนที่เผยความหมายนี้ออกมากลับไม่ทำให้เขารู้สึกถึงความหยิ่งผยองโอหังแม้แต่น้อยเพราะ เรื่องราวเหมือนจะเป็นเช่นนี้จั๋วซือหรานเหมือนจะงึมงำกับตนเองขึ้นว่า "พอเข้าใจวิชาหุ่นเชิดกับหุ่นเชิดมนุษย์แล้ว มันน่าสนใจจริงๆ ทางที่ดีขอให้พวกเขาเอาเจ้าพวกนี้มาเล่นด้วย จะได้ไม่เสียเวลาที่ให้ข้ารอนานขนาดนี้...เจิ้นเจียงเหลือบมองทุกคนที่มีบาดแผลพอคิดๆ ก็ถามจั๋วซือหรานขึ้น "แม่นาง แล้วจะเรียกพวกเขาว่าอย่างไรกัน? เหมือนว่าจะบาดเจ็บกันหนักมาก ข้าพาพวกเขาไปพักผ่อนดีไหม?"หัวหน้าคนคุ้มกันมองออก ว่าคนรับใช้คนนี้ของนายท่าน เหมือนจะไม่ได้กังวลอะไรเลยกับสถานการณ์ที่นายท่านกำลังจะเผชิญแม้ไม่รู้ว่าผ่านเรื่องอะไรมา ถึงทำให้บ่าวมีความเชื่อมั่นที่เด็ดขาดขนาดนี้แต่ไม่ว่าจะผ่านอะไรมาอันที่จริงคนคุ้มกันอย่างพวกเขา ก็เพิ่งจะผ่านการถูกตระกูลเหอปฏิบัติอย่างโหดร้ายมานี่เองและยังเห็นเจิ้นเจียงมีความเชื่อมั่นที่เด็ดขาดขนาดนี้ต่อนายท่านแม้พวกเขา

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1097

    จั๋วซือหรานหลังจากพูดจบ ผู้เฒ่าเหอในที่สุดก็ทนกับความโกรธไม่ไหวตาเหลือกสลบเหมือดไปอีกครั้งจั๋วซือหรานจึงพาคนออกมาจากจวน ตอนที่ไปยังโรงเตี๊ยม หัวหน้าคนคุ้มกันยังมีความระแวดระวังอยู่"แม่นาง นี่คือโรงเตี๊ยมของตระกูลเหอ"จั๋วซือหรานเหลือบมองเขา พยักหน้าตอบ "ข้ารู้""ท่านไม่กังวล..." ขณะที่หัวหน้าคนคุ้มกันเอ่ยขึ้น ก็ตระหนักขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว ว่าเจ้านายใหม่ของตนเอง เหมือนเดิมทีจะเป็นคนที่ไม่ค่อยกังวลกับอะไรนัก""ถ้าหากกังวลล่ะก็ เกรงว่าตอนที่พวกเขาอยู่ในป่าทวนแสงก่อนหน้านี้ คงไม่ถูกนางเล่นงานเสียจนเป็นแบบนั้นหัวหน้าคนคุ้มกันบอกพูดพลางยิ้มจางๆ บอกกับตนเองว่า "ก็ถูก..."จั๋วซือหรานเพิ่งเดินเข้าประตูโรงเตี๊ยม เจิ้นเจียงก็เข้ามาต้อนรับแล้ว "คุณหนู! ท่านกลับมาแล้ว!"จั๋วซือหรานขานรับอืม เหลือบมองเขา "มีเรื่องอะไรยุ่งยากหรือเปล่า?"เจิ้นเจียงส่ายหัวตอบกลับ "ไม่มีเลยขอรับ ก็แค่ตอนที่เริ่มมีคนคิดจะมาหาเรื่อง แต่ยังไม่ทันได้แตะข้า ก็ถูกฟาดจนล้มไป หลังจากนั้น...ไม่มีหลังจากนั้นแล้วขอรับ"เจิ้นเจียงรู้ว่านายท่านคงทำอะไรไว้บนตัวตนเอง แต่ว่าจนถึงตอนที่เห็นคนที่คิดจะเข้ามาหาเรื่อง กระทั่งย

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1096

    ราวกับว่าความรู้สึกที่คลุมเครือในใจนั้น ในที่สุดก็โผล่ขึ้นมาอีกครั้งนางไม่มีประสบการณ์ผ่านเรื่องนี้จริงๆ แต่ในเส้นโชคชะตาของเจ้าของร่างเดิม เสน่ห์หนอนพิษกู่ในร่างเจ้าของเดิมถูกควบคุมโดยฉินตวนหยาง ทำให้ร่างกายไม่เป็นตัวของตัวเอง แล้วมองเห็นตนเองถูกควบคุมอยู่ตลอดเวลาทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้นแตกต่างอะไรกับหุ่นเชิดความมืดกัน วิญญาณถูกขังให้รับการควบคุมอยู่ในเปลือกร่าง ไม่อาจสงบสุขได้อีก ไม่อาจหลุดพ้นได้...เกลียดชังขนาดที่แม้จะเกิดใหม่อีกครั้ง ก็ยังไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกแล้วผู้เฒ่าเหอพอได้ยินคำนี้ ก็ไม่ได้ส่งเสียงอะไร ยังคงเช็ดแผลเลือดซิบบนหน้าตนเอง เช็ดจนบวมขึ้นมาแล้วจั๋วซือหรานไม่หันไปมองผู้เฒ่าเหออีก นำทางคนที่รับเข้ามาใหม่เตรียมจะออกไปพวกเขาแม้จะยังไม่ได้ฟื้นฟูกลับมาอย่างสมบูรณ์ แต่อย่างน้อยก็เดินกันได้แล้วยิ่งไปกว่านั้นในใจพวกเขาก็เข้าใจดี ต่อให้ตนเองเดินไม่ได้ จะต้องคลาน! ก็ต้องตามแม่นางออกไปพอเห็นจั๋วซือหรานออกไป ในใจผู้เฒ่าเหอก็เกิดความรู้สึกโล่งใจออกมาแต่ความรู้สึกที่มากว่า ยังคงเป็ฯความโกรธเคือง ชิงชังจนเข้ากระดูกดำแม้จะไม่กล้าพูดอะไรที่รุนแรงออกมา แต่กลับยังใช้สาย

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1095

    จั๋วซือหรานฟังถึงจุดนี้ อันที่จริงก็ไม่มีอะไรให้ฟังต่อเท่าไรแล้ว อย่างอื่นก็เหมือนจะเดาออกมาได้อยู่สาเหตุที่ใช้คนเป็นมาหลอมสกัด โดยเฉพาะต้องไปลอบโจมตีคนที่ทักษะยุทธ์ยอดเยี่ยมมาหลอมเป็นหุ่นเชิดความมืดแน่นอนว่าเป็นเพราะทักษะยุทธ์กับความคิดด้านต่อสู้ของอีกฝ่าย และสิ่งเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในร่างกายของอีกฝ่าย แต่อยู่ในจิตใต้สำนึกของอีกฝ่าย...พูดให้ง่ายหน่อย คืออยู่ในจิตวิญญาณของอีกฝ่ายนั่นเองพอร่างตายวิญญาณก็ดับสลายแล้วตะปูวิญญาณนี่...จั๋วซือหรานมองตะปูยาวในมือเล่มนี้ ฟังจากชื่อก็เดาประโยชน์ของมันได้ไม่ยากโหดร้ายมาก ตอกดวงวิญญาณของอีกฝ่ายไว้ในร่างกาย ประสิทธิภาพของอักขระคำสาปเปล่านี้ ก็ควรจะเป็นเช่นนี้กระมังผู้เฒ่าเหอพอเห็นจั๋วซือหรานไม่ถามต่อ ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก ถอนใจยาวออกมาและตอนนี้เอง หลังจากได้รับการรักษาของจั๋วซือหราน หัวหน้าคนคุ้มกันที่ฟื้นฟูพลังปราณมาแล้วบางส่วนก็พูดกับจั๋วซือหรานอย่างนอบน้อม "แม่นาง ปรมาจารย์วิชาเหยี่ยนที่หลอมสกัดหุ่นเชิดความมืดเป็นคนแรก ก็คือบรรพจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักเมฆาวารี แต่เจ้าสำนักเมฆาวารีในตอนนี้ เป็นรุ่นหลังของบรรพจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักคนนั้น"

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1094

    ถ้าหากใช้ศพของคนล่ะ?แต่ถึงอย่างไรมันก็เป็นสิ่งต้องห้าม ดังนั้นตอนที่หุ่นเชิดร่างแรกถูกหลอมออกมา ปรมาจารย์วิชาเหยี่ยนคนนั้นกระทั่ง ปรมาจารย์วิชาเหยี่ยนคนนั้นก็พบกับการลงโทษที่รุนแรงยิ่งไปกว่านั้นหุ่นเชิดมนุษย์ก็ถูกตราว่าเป็นสิ่งต้องห้าม แต่ว่า ทักษะนี้ก็ปรากฏออกมาแล้วทักษะอะไรก็ตามพอปรากฏออกมาแล้ว ต่อให้จะถูกตีตราเป็นสิ่งต้องห้ามก็ตาม แต่ก็ยังมีคนที่แอบนำมาใช้งานกันอยู่ส่วนหุ่นเชิดความมืดตัวแรกนั้น...จั๋วซือหรานฟังถึงตรงนี้ก็เลิกคิ้วขึ้น "ดังนั้นเอาคนเป็นมาใช้ถึงจะกลายเป็นหุ่นเชิดความมืดสินะ"นางมองผู้เฒ่าเหอ "ข้าเป็นหมอ วิชาแพทย์เองก็ไม่เลวนัก บาดแผลที่เกิดขึ้นก่อนตายกับบาดแผลที่เกิดขึ้นหลายตายไปแล้ว ข้าเข้าใจเป็นอย่างดี"เจตนาที่จั๋วซือหรานพูดคำนี้ออกมานั้นง่ายมาก ก็คือจะพูดกับผู้เฒ่าเหอให้ชัดเจนถึงความหมายหนึ่ง...อย่าโกหกข้าผู้เฒ่าเหอเหลือบมองนางผาดหนึ่ง ตอนนี้จึงเอ่ยขึ้นเสียงเล็ก "ใช่แล้ว แค่นำคนเป็นมาทำ ก็จะเรียกว่าหุ่นเชิดความมืด แม้หุ่นเชิดความมืดจะถูกสั่งห้ามมาตลอด แต่ระหว่างปรมาจารย์วิชาเหยี่ยนด้วยกันก็มีการหารือกันมาตลอด หุ่นเชิดมนุษย์ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องควา

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status