แชร์

บทที่ 857

ผู้เขียน: หูเทียนเสี่ยว
ในความฝัน จั๋วซือหราน เห็นดวงตางามคู่นั้นของขา เอ่ยขึ้นว่า "ท่านมองข้าแบบนั้นทำไมกัน?"

ชายหนุ่มไม่ตอบ แค่ยื่นมือมาลูบใบหน้านางเบาๆ

จั๋วซือหรานก้มลงมองตนเองที่แผลเผาไหม้เต็มตัว จากนั้นก็มองไปทางเขา

จึงได้ยินเขาเอ่ยเสียงต่ำขึ้นว่า "หรานหราน ขอโทษ"

พอได้ยินคำนี้ นางก็เหมือนไม่ได้โกรธแล้ว เบ้ปาก "ช่างเถอะ ข้าเองก็ไม่อยากคิดเล็กคิดน้อยกับคนโง่"

สายตาชายหนุ่มมองนางอย่างเจ็บปวด และพูดซ้ำขึ้นมาอีกครั้ง "ขอโทษ"

จั๋วซือหรานมองเขา ถามขึ้นว่า "สภาผู้อาวุโสทำให้ท่านจำข้าไม่ได้หรือ?"

ชายหนุ่มพยักหน้า "พวกเขาคิดจะลบความทรงจำข้า"

"ความทรงจำนี่ลบได้ด้วยหรือ?" จั๋วซือหรานรู้สึกประหลาดใจ "พวกเขามีทักษะแบบนี้ด้วยหรือ?"

ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างจนใจ "แค่ชั่วคราวน่ะ แต่ว่าลบความรู้สึกไม่ได้ ข้าเดาว่าพวกเขาแค่อยากให้ข้าจำเจ้าไม่ได้ในช่วงนี้น่ะ แค่จัดการปัญหาเรื่องเจ้าได้ เรื่องก็ง่ายขึ้นเยอะแล้ว อย่างน้อยตระกูลเฟิงก็คิดแบบนี้..."

จั๋วซือหรานจุ๊ปาก "แล้วยังยกท่านให้กับหญิงสาวคนอื่นอีก หุงข้าวสารจนกลายเป็นข้าวสวย เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้อีกแล้ว..."

ชายหนุ่มร้อนรนขึ้นมา "ข้าไม่ยอมหรอก!"

จั๋วซือหรานหัวเราะเ
บทที่ถูกล็อก
อ่านต่อที่ GoodNovel
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทที่เกี่ยวข้อง

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 858

    น่าจะเป็นแบบนี้ไม่ว่าพลังของหงส์แดงจะทำร้ายนางอย่างไร แต่สำหรับสัตว์ประหลาดเหล่านี้ น่าจะมีประโยชน์ที่ไม่ธรรมดา"พวกเรายังดี แต่ท่านน่ะไม่ดีเลย" งูเพลิงเงินเอ่ยขึ้นข้างๆสัตว์อสูรปีกหมอบอยู่ข้างๆ งูเพลิงเงิน พยักหน้าเอ่ยขึ้นว่า "เส้นลมปราณของท่านแทบจะถูกเผาจนเกรียมหมดแล้ว"จั๋วซือหรานถอนหายใจเบา "ทำพลาดน่ะ คิดไม่ถึงว่าพลังหงส์แดงจะอหังการขนาดนี้"ก็แค่หลับนอนกันเอง ก่อนหน้านี้ไม่ได้จูบๆ กอดๆ กันมาตลอดหรือ ไม่เห็นจะดุขนาดนี้เลยดูท่าก้าวสุดท้ายนี้ จะมีพลานุภาพมากกว่าอย่างอื่นเลยแฮะจั๋วซือหรานเดิมทีเตรียมจะอยู่ในมิติน้ำพุวิเศษอีกหน่อยแต่ก็ได้ยินเสียงจากโลกภายนอก"แม่นางจิ่วเป็นอย่างไรบ้าง?""เหมือนเดิมเลย""นี่สลบไปสามวันแล้วนะ ทำอย่างไรดี...""บาดแผลบนตัวก็ไม่ฟื้นฟู""นายท่านทำไมจึงทำเช่นนี้?""ต่อให้นั่นจะเป็นนายท่าน ครั้งนี้ข้าไม่ยืนข้างเขาแล้วนะ แม่นางจิ่วถึงอย่างไรก็ช่วยชีวิตพวกเราไว้!"จั๋วซือหรานฟังออก ว่านี่คือเหล่าองครักษ์เงาพวกนั้นของเฟิงเหยียนความทรงจำในสมองนางค่อยๆ กลับมา นึกถึงตอนก่อนที่สติของนางจะดับไป กลับมาถึงบ้านดูท่าจะถูกเหล่าองครักษ์เงาพากลับมาจ

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 859

    "แม่นางจิ่ว!" หานกวงพุ่งตัวมาข้างเตียง "ท่านเป็นอย่างไรบ้าง? ไหวไหม?"จั๋วซือหรานปวดไปทั้งตัว ไม่ใช่ปวดจากการบาดเจ็บแบบนั้น แต่เป็นความปวดของข้อต่อกระดูกถูกตรึงไว้จากการไม่ขยับตัวนานเกินไป"ประคองข้าหน่อย" จั๋วซือหรานเอ่ยขึ้นหานกวงรีบยื่นมือมาประคองนางขึ้นมา น้ำตาคลอเบ้า เหมือนจะร้องไห้ "ขยับ...ขยับไม่ได้หมดเลยหรือ!"จั๋วซือหรานพอได้ยินนางพูดเช่นนี้ก็รู้ว่านางเข้าใจผิดแล้ว คงจะมองตนเองไปเป็นพวกอัมพาตทั้งตัวอะไรแบบนั้นไปแล้วจั๋วซือหรานเอ่ยขึ้นอย่างจำใจ "ไม่ได้หนักขนาดนั้น นอนนานไปหน่อยน่ะ ข้อต่อเลยปวดไป ขยับตัวเสียหน่อยเดี๋ยวก็ดีขึ้น ข้าหลับไปนานแค่ไหน? สามวันหรือ?"หานกวงพยักหน้า "เจ้าค่ะ หลับลึกไปถึงสามวันเลย ข้ากังวลจะแย่อยู่แล้ว"หานกวงบอก มองจั๋วซือหราน อยากจะพูดแต่ก็หยุดไว้จั๋วซือหรานเห็นสีหน้าหานกวงเหมือนอยากจะพูดแต่ก็หยุดไว้ จึงหัวเราะขึ้นมา "เจ้ามาทายาให้ข้าสินะ?""เจ้าค่ะ" หานกวงพยักหน้า"เห็นแล้วหรือ?" จั๋วซือหรานรู้ว่าร่างกายตนเองมีร่องรอยอยู่ไม่น้อย ถ้าหากหานกวงมาทายาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นางล่ะก็ จะต้องมองเห็นแล้วแน่นอนหานกวงพยักหน้าอย่างอึดอัด สีหน้าดูแล้วเสียใ

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 860

    เรื่องนี้ทำให้จั๋วซือหรานคิดไม่ถึงเลย"จริงหรือ? มีข่าวนี่ออกมาหรือ?" จั๋วซือหรานเลิกคิ้วขึ้น นางยังคิดว่าเรื่องสวมเขาแบบนี้ จักรพรรดิเฒ่าจะมองเป็นเรื่องฉาวโฉ่แล้วไม่ให้ใครรู้เสียอีกคิดไม่ถึงว่าจักรพรรดิเฒ่าจะเด็ดขาดขนาดนี้ ไม่ห่วงเรื่องหน้าตาแล้วเรื่องนี้ในเมื่อถูกเปิดเผยออกมาแล้ว เรื่องอื่นเองเลยอธิบายได้ง่ายขึ้นแล้วเพราะอ๋องอวี้ชินไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของจักรพรรดิเฒ่า ดังนั้นจึงเริ่มหวั่นๆ กังวลว่าหากช้าไปจะเกิดเรื่องไม่คาดคิด จึงวางแผนคิดจะก่อกบฏยึดอำนาจจับจักรพรรดิเฒ่าเอาไว้ในวังสวนราชวงศ์ คิดจะขังเขาไว้ในวังสวนให้ตายแต่ชินอ๋องอวี้กลับรออยู่ในเมืองหลวง รั้งเครือพระญาติกลุ่มหนึ่งไว้ในวังสวนสวนชิวอี เพื่อตอนที่จักรพรรดิเฒ่าสวรรคต เขาก็สามารถได้รับแรงสนับสนุนจากคนเหล่านี้ แล้วขึ้นบัลลังก์จักรพรรดิได้อย่างราบรื่นยิ่งไปกว่านั้นชินอ๋องอวี้ยังคิดจร่วมมือกับตระกูลเฟิงของห้าตระกูลใหญ่ เพื่อให้เส้นทางก่อกบฏของตนเองราบรื่นยิ่งขึ้นหน่อยถ้าหากไม่ใช่แม่นางจั๋วจิ่วแฝงตัวเข้าไปในวังสวนราชวงศ์เพียงลำพัง ช่วยเหลือจักรพรรดิเฒ่าออกมาล่ะก็ ผลที่ตามมาจะเลวร้ายมาก"ข่าวที่ลือออกมาน่าจะ

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 861

    จั๋วซือหรานพูดต่อ "ก็จริง อิงเซ่าน่าจะไม่เคลื่อนไหวสุ่มสี่สุ่มห้า..."ฉุนจวินพยักหน้าจั๋วซือหรานเอ่ยต่อ "ถ้าหากนอกเมืองสถานการณ์เป็นเช่นนี้ สถานการณ์ในเมืองหลวงก็ไม่น่าจะดีไปกว่ากันหรอกกระมัง""ชินอ๋องอวี้พาคนไปที่ค่ายป้องกันลาดตระเวนในเมือง ให้แม่ทัพอิงเซ่าส่งตัวอ๋องเซี่ยนออกมา ชินอ๋องอวี้ประกาศว่าเป็นเพราะอ๋องเซี่ยนจะช่วงชิงตำแหน่งจักรพรรดิ จึงได้ทำลายชื่อเสียงของเขา" ฉุนจวินเอ่ยขึ้นจั๋วซือหรานพอได้ยินก็ยิ้ม "สาดน้ำสกปรกเก่งใช้ได้ แต่ค่ายป้องกันลาดตระเวนก็ไม่น่าให้เขามาก่อความวุ่นวายนี่..." พูดถึงจุดนี้ จั๋วซือหรานก็ชะงักไป "เขาพาใครไป?""ถึงแม้ดูแล้วจะล้วนเป็นคนของชินอ๋องอวี้เอง แต่ตามหลักการแล้ว อันที่จริงก็มีคนของตระกูลเฟิงและตระกูลเหยียนอยู่ในนั้นด้วย" ฉุนจวินเอ่ยขึ้นจั๋วซือหรานหัวเราะเย็นชา "ดังนั้นไอ้คำพูดที่ว่าตระกูลใหญ่ไม่เข้าร่วมการช่วงชิงบัลลังก์อะไรนั่นก็ลมปากทั้งเพสิ"ไม่เข้าร่วมบ้าบออะไรล่ะ ก็แค่ข้อตกลงที่ไม่ได้ผูกมัดเท่านั้นบางทีเรียกว่าข้อตกลงที่ไม่ได้ผูกมัดก็ยังไม่ได้ ตอนที่ยังไม่เข้าร่วมก่อนหน้านี้ ก็แค่เพราะไม่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ตนเองเท่านั้น แต่ถ้าเ

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 862

    จากคำพูดของหานกวงกับฉุนจวิน อันที่จริงก็ไม่ใช่แค่ตระกูลฮั่วกับตระกูลจั๋ว เจี่ยงเทียนซิงกับอินเจ๋ออันอันเองมีปฏิกิริยารวดเร็ว ส่งคนเข้ามาเร็วมากแต่เจี่ยงเทียนซิงกับอินเจ๋ออันลงเรือลำเดียวกับนางแล้ว นางก็ไม่รู้สึกแปลกอะไรเพียงแต่ว่าตระกูลฮั่วกับตระกูลจั๋วมีการเคลื่อนไหว ก็ทำให้นางรู้สึกคิดไม่ถึงเช่นกัน"ใช่แล้ว คุณชายสามฮั่วหลังจากรู้เรื่อง ก็รีบส่งคนเข้ามาแล้ว ตระกูลจั๋วเองก็ส่งคนเข้ามาอย่างรวดเร็วเช่นกัน ตอนนี้จึงคุ้มกันอยู่ที่ด้านนอกเรือน บวกกับยังมีอาวุธที่ใต้เท้ากรมสืบสวนพิเศษส่งเข้ามา ตอนนี้เรือนของพวกเราจึงถือว่าสงบอยู่" หานกวงเอ่ยขึ้นฉุนจวินบอก "แต่ว่า เพราะเงื่อนไขการร่วมมือนี้ของแม่นางกับตระกูลฮั่ว พวกเขาจะส่งคนมาก็ดูปกติดี แล้วยังมีตระกูลจั๋วอีก ก่อนหน้านี้ก็แสดงท่าทีขอสงบศึกออกมาแล้ว...""เจ้าพูดมาถูกต้อง" จั๋วซือหรานยิ้มๆ "น่าจะเพราะข้าไม่เชื่อใจตระกูลเหล่านี้จริงๆ กระมัง"ขณะที่คุยกันก็มาถึงห้องของฉางเฟิงเดิมทีคิดว่าจะเจ็บไม่หนัก แต่พอดูแล้วจึงพบว่า อาการบาดเจ็บไม่ใช่เบาเลยจั๋วซือหรานรู้สึกประหลาดใจหน่อยๆ หันไปมองหานกวงกับฉุนจวิน "บาดเจ็บเสียขนาดนี้ทำไมพวกเจ้าไ

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 863

    ถึงแม้องครักษ์เหล่านี้ที่ซือคงอวี้ส่งมา ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามหน้าประตูเรือนของจั๋วซือหราน แต่พอพูดคำเหล่านี้ ก็ทำให้คนหงุดหงิดขึ้นมาจริงๆ!โดยเฉพาะเรื่องที่คนคุ้มกันหน้าประตูเรือนจั๋วซือหรานเหล่านี้ ล้วนเป็นคนจากจากหลายฝักฝ่ายทางซ็ายคือองครักษ์ในตระกูลฮั่ว ส่วนทางขวาเป็นผู้เชี่ยวชาญยุทธ์ของตระกูลจั๋ว แล้วยังมีอีกกลุ่มที่ยังมองไม่ออกว่าเป็นใคร แต่ท่าทางที่ไม่น่าเข้าไปยุ่ง แค่มองก็รู้ว่าน่าจะเป็นพวกที่มาจากตลาดมืด...คนเหล่านี้ไม่ควรเข้าไปแหยมด้วยทั้งหมดล้วนตรงมาเพราะได้รับคำสั่ง ให้คุ้มกันเรือนของแม่นางจั๋วจิ่ว ตามหลักการแล้วนี่ทำเพื่อคุ้มครองแม่นางจั๋วจิ่วแต่ว่าในใจพวกเขาเองก็ไม่สงบด้วย ถึงอย่างไร แม่นางจั๋วจิ่วต้องการให้พวกเขามาคุ้มกันเสียที่ไหน?!แต่ตอนนี้แม่นางจั๋วจิ่วไม่โผล่หน้ามาสามวันแล้วพวกเขาเองก็ไม่คิดจะเข้าไปหาข่าวด้วย แต่ว่าองครักษ์เงาพวกนั้นในเรือนทั้งหมดเป็นคนที่แม่นางจั๋วจิ่วบุกเดี่ยวเข้าไปในตระกูลเฟิงแล้วช่วยออกมาพูดแบบนี้ดีกว่า แต่ละคนล้วนเป็นนักรบเดนตายของแม่นางจั๋วจิ่วทั้งนั้นไม่ต้องสนว่าพวกเขาเป็นใคร ไม่ว่าจะอยู่ฝั่งแม่นางจิ่ว หรือว่าอยู่ฝั่งใครก็ตาม

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 864

    พอเสียงนี้ดังออกมาสำหรับฝ่ายต่างๆ ที่คุ้มกันอยู่หน้าประตูเรือนแล้ว เหมือนเป็นยาที่ทำให้ใจสงบเลยทีเดียวพริบตาที่พวกเขาได้ยินเสียงนี้ ก็รู้สึกประหลาดมากจริงๆ รู้สึกโล่งขึ้นมาน่าจะเพราะวีรกรรมของแม่นางจั๋วจิ่วนั้นมีมากเกินไป ใช้คนมากสู้คนน้อยใช้คนน้อยสู้คนมาก ต่อสู้กับตระกูลใหญ่ต่างๆ ด้วยตัวคนเดียวแต่ก็ไม่เสียเปรียบเลยอะไรพวกนั้นดังนั้นพอแค่นางปรากฏตัว...คนที่เป็นศัตรูใจก็สั่นกึกขึ้นมาจริงๆ แต่ในฐานะสหายร่วมรบแล้ว...ไม่แตกต่างอะไรกับการได้กินยาทำให้ใจสงบและจังหวะที่เสียงของนางปรากฏขึ้น เหล่าองครักษ์ของชินอ๋องอวี้พวกนั้น ก็หน้าเปลี่ยนสีไปทันที!พวกเขามองตามเสียงไปหญิงสาวร่างงามคนหนึ่ง นั่งอยู่บนยอดกำแพงประตูเรือนนางอยู่ในชุดสีแดง นั่งอยู่บนยอดกำแพง ขาไขว่ห้าง นางเอนตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย ข้อศอกชันเข่ามือเท้าคาง จ้องมองพวกเขาด้วยความสนใจแต่บนหน้าไม่มีรอยยิ้ม ในดวงตามีเพียงความเย็นชาเท่านั้นก่อนหน้านี้ไม่มีใครสังเกตเห็นนาง ราวกับไม่มีตัวตนอย่างไรอย่างนั้นแต่ตอนนี้หลังจากที่สังเกตเห็นนาง ความมีตัวตนที่แข็งแกร่งนั่น ก็กางแผ่ออกมาราวกับจะปกคลุมท้องฟ้าอย่างไรอย่างนั้นสีหน

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 865

    "ใช่เลย จำแล้วไปฟ้องกับยมบาลเลย"ตอนที่ทุกคนได้ยินคำพูดจั๋วซือหราน เสียงใสของนางยังดูเกียจคร้านหน่อยๆ ด้วยแต่ว่าพอนางลงมือกลับไม่มีลังเลเลยเห็นเพียงเงาตกค้างสีแดงพุ่งแฉลบไปจากด้านบนกำแพง หลังจากที่พุ่งไปยังองครักษ์ชินอ๋องอวี้คนหนึ่งแล้วกลับมาเหล่าองครักษ์ชินอ๋องอวี้ก็เงียบเสียงลง เงียบสนิท ยืนนิ่งอยู่กับที่ส่วนนางก็มายืนนิ่งอยู่ด้านหน้าคนของฝ่ายต่างๆ ที่มาคุ้มกันเรือนของนางนางหันหลังให้กับเหล่าองครักษ์ชินอ๋องอวี้ มองไปทางพวกเขา เผยรอยยิ้มออกมาพูดกับพวกเขาว่า "ทุกท่านเหนื่อยหน่อยนะ หลายวันนี้ต้องขอบคุณพวกเจ้ามาก พวกเจ้ากลับไปรายงานนายท่านของพวกเจ้าเถอะ น้ำใจนี้จั๋วจิ่วจดจำไว้แล้ว"พวกเขาตะลึงงันกันหมดเพราะเห็นแม่นางจั๋วจิ่วขณะที่พูดกับพวกเขา ก็พลางสะบัดดาบยาวในมือแสงเลือดเส้นบางบนปลายดาบถูกสะบัดจนกลายเป็นหยดเลือดร่วสงลงพื้นและพริบตาต่อมา เหล่าองครักษ์ชินอ๋องอวี้ที่ยืนนิ่งอยู่กับที่เหล่านั้น ร่างกายก็ล้มตึงลงไปเลือดสดทะลักออกมาจากปากแผลบนตัวพวกเขา เบ่งบานเป็นดอกไม้สดใสขนาดใหญ่บนพื้นคนคุ้มกันจากฝ่ายต่างๆ ที่เห็นฉากนี้ ก็ล้วนตกตะลึงกันไปหมดเอาจริงๆ ผู้เชี่ยวชาญยุท

บทล่าสุด

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1102

    รอยยิ้มบนใบหน้าจั๋วซือหรานไม่เปลี่ยน "เช่นนั้นก็ขอบคุณมาก""ไม่เป็นไร" 'เยี่ยนหราน' เอ่ยขึ้นเสียงเรียบจั๋วซือหรานยังคงยิ้มบาง "บัวเจ็ดดอกเจ็ดใบแกนกลางเทียนนี้เป็นสิ่งมีพิษกระมัง?""อืม" เขาไม่ได้ตระหนักถึงว่าอะไรผิดปกติ พยักหน้าตอบกลับ "เป็นสิ่งมีพิษที่มีอยู่ไม่มากนัก สามารถสร้างหมอกพิษขึ้นในป่าได้ ต้นของมันเดิมทีก็มีพิษร้ายแรงอยู่"อาหารรสชาติไม่เลวเลย น้ำแกงทำเอาตัวคนผ่อนคลายลงมาเลยทีเดียวเขาค่อนข้างผ่อนคลาย...หรือบางที สิ่งที่ทำให้เขาผ่อนคลายไม่ใช่น้ำแกงร้อน แต่เป็นเสียงอ่อนโยนของนาง...เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันดังนั้น ตอนนี้เขาจึงไม่ได้สังเกตถึงอะไรที่ผิดปกติพอได้ยินคำถามที่จั๋วซือหรานเพิ่งถาม ก็ตอบกลับนางมาตรงๆหลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงหญิงสาวใสเย็น เพียงแต่ว่า ไม่ได้อ่อนโยนแบบก่อนหน้านี้แล้วเพียงแค่เอ่ยขึ้นเรียบๆ ว่า "เป็นของดีจริงๆ เพียงแต่ว่า..." นางเปลี่ยนหัวข้อสนทนา "ไม่รู้ว่าคุณชายเยี่ยนรู้ได้อย่างไร...หรือทำไมจึงรู้สึกว่า ข้าสามารถทนทานต่อธาตุพิษได้โดยไม่ต้องเกรงกลัวอะไร?"มือที่จับตะเกียบของชายหนุ่ม หยุดนิ่งไปในชั่วพริบตาเขาแหงนตา มองไปยังสีหน้าของหญิงสาว อั

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1101

    คำพูดนี้ของจั๋วซือหรานไม่ได้มีเจตนาอะไรเป็นพิเศษแต่นางหน้าตาดี แล้วยังฉลาดเฉลียว ปกติเวลาปฏิบัติต่อใครก็จะมีท่าทีเย็นชา ดังนั้นต่อให้จะสวย แต่ก็ยังรู้สึกเหินห่างด้วยเช่นกันแต่ตอนนี้ท่าทีของนาง กลับไม่ได้เย็นชาเหมือนปกตินางยิ้มตาโค้ง ยิ้มสวยหยาดเยิ้มราวกับดวงดาวพร่างพราวอยู่เต็มฟ้า เหมือนมีมนต์สะกดที่ไม่รู้จัก สามารถทำให้คนจมดิ่งเข้าไปได้ในพริบตา'เยี่ยนหราน' มองตานางนิ่ง ไม่ย้ายสายตาไปไหนเลยพักหนึ่ง"ทำไมหรือ?" จั๋วซือหรานถามขึ้นเบาๆ'เยี่ยนหราน' ตอนนี้จึงส่งเสียงฮึจากจมูกออกมาเป็นเชิงถาม คล้ายกับเพิ่งจะรู้สึกตัวจั๋วซือหรานหัวเราะ ถามขึ้นว่า "คุณชายเยี่ยนเหม่อไปแล้วหรือ? ชื่อดวงดาวที่เจ้าบอกล่ะ?"ตอนนี้เขาจึงเอ่ยขึ้น "เหลียนเจิน เทียนเยว่ เทียนจี เทียนเซี่ยง เทียนถง เทียนเหลียง..."หลังจากจั๋วซือหรานได้ยิน ก็เลิกคิ้วขึ้น "ไม่เลวจริงๆ ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามที่คุณชายว่าแล้วกัน ขอบคุณมาก"ปฏิกิริยาเหล่านี้ของ 'เยี่ยนหราน' จั๋วซือหรานรู้สึกว่าน่าสนใจอย่างเห็นได้ชัดและรู้สึกว่าใกล้เคียงแล้ว จึงลุกขึ้นยืน "คุณชายเยี่ยนค่อยๆ กินเถิด ข้าจะไปดูพวกคนรับใช้ที่บาดเจ็บพอดี แล้วจะบอก

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1100

    "เอาที่อร่อยดีกว่า" ขนมชามเองก็ใสซื่อ เอ่ยขึ้นว่า "นายท่านเองก็หิวแล้วนี่"จั๋วซือหรานยื่นนิ้วออกมานิ้วหนึ่ง จับไปที่ขนมชามเบาๆยิ้มตาโค้ง "เด็กดี"จากนั้นนางก็เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ "เอาล่ะ ถือว่าเขาโชคดีแล้วกัน"โชคดีที่มาเจอเข้ากับขนมชามที่นิสัยอ่อนโยนที่ด้านนอก ถ้าหากขนมถั่วแดงอยู่ด้านนอกล่ะก็ คงได้เสนออีกข้อหนึ่งมาแน่จั๋วซือหรานหยิบวัตถุดิบออกมาจากในมิติ คิดจะทำอาหารสักมื้อหลักๆ คือ อันที่จริงเดิมทีนางก็อยากจะทำให้ใจเขาปั่นป่วนอยู่แต่พอคิดๆ แล้วก็รู้สึกว่า ถ้าหากจะปั่นป่วนจิตใจเขาจริง ก็เหมือนจะไม่ใช่วิธีการที่ปฏิบัติต่อเขาอย่างเย็นชาตาของจั๋วซือหรานหรี่ลง พริบตานี้...ก็เหมือนมีแผนการใหม่ขึ้นมาแล้วประมาณราวสามเค่อกับข้าวสี่อย่างน้ำแกงหนึ่งอย่างอันหอมหวนชวนกิน ก็เสร็จสิ้นลงจากเตา"นี่คือปลาเปรี้ยวหวาน ขานกย่าง เนื้อกระดูกหอมเกรียม คะน้าไฟแดง แล้วก็มีน้ำแกงเต้าหู้กระดูกปลาอีกที่ด้วย"จั๋วซือหรานนำอาหารหอมหวนชวนกิน ยกมาวางกองลงตรงหน้า 'เยี่ยนหราน'จากนั้นจึงเลิกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นข้อมือขาว หยิบตะเกียบแล้วเอ่ยขึ้นว่า "คุณชายเยี่ยน ลองชิมฝีมือของข้าหน่อย"ตอนที่พูดค

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1099

    เหล่าคนค้มกันทยอยกันมองไปทางหัวหน้าคนคุ้มกัน ในสายตาเต็มไปด้วยความต้องการความช่วยเหลืออย่างจริงใจหัวหน้าคนคุ้มกันกัดฟันถามขึ้น "แม่ แม่นาง...คงจะไม่คิดจะตั้งชื่อ..."เขาชะงักไป เปลี่ยนทิศทางคำพูด เอ่ยต่อว่า "...อะไรทำนองนี้หรอกใช่ไหม?"ไม่หรอกกระมัง?จั๋วซือหรานเองก็ไม่ได้โง่ ฟังไม่ออกถึงความกังวลพวกเขาเสียที่ไหนนางเหลือบมองพวกเขาผาดหนึ่ง จงใจแหย่พวกเขา เอ่ยขึ้นว่า "ทำไมล่ะ ไม่ดีหรือ? ลาย่างไฟ ขนมไส้หมู หมูชุบกรอบ เป็ดหมักน้ำจิ้ม หมูผัดเปรี้ยวหวาน"นางพูดไปด้วยพลางชี้นิ้วไปทางพวกเขาจากนั้นจึงเห็นว่าสีหน้าของเหล่าคนคุ้มกันแทบจะร้องไห้กันออกมาแล้วตอนนี้เอง เสียงหัวเราะแผ่วเบาเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นที่ประตูจั๋วซือหรานมองไปตามเสียง ก็เห็นร่างเงาหนึ่งที่คุ้นเคย"เจ้าทำไมมาอยู่ที่นี่?" จั๋วซือหรานเลิกคิ้ว มองคนที่มาใหม่ด้วยสายตาลึกซึ้ง จากนั้นก็พ่นชื่อออกมา "เยี่ยนหราน? ข้าจำชื่อไม่ผิดใช่ไหม"ชายหนุ่มร่างตรงแน่วเดินเข้ามาจากประตู พยักหน้าเบาๆ "ถูกต้อง"จั๋วซือหรานแหงนตามองเขา ไม่พูดอะไรชายหนุ่มก้มหน้ามองนาง สบตากันครู่หนึ่ง อันที่จริงในใจเขาก็ไม่ค่อยสงบนัก แค่คิดว่านางมองอะไรอ

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1098

    นางหมายถึง...กองหนุนที่ย้ายมาจากสำนักเมฆาวารีของผู้เฒ่าเหอสินะ!?แต่ใครก็ตามที่มีความคิดเช่นนี้ เขาคงจะรู้สึกว่าอีกฝ่ายหยิ่งผยองโอหังถึงที่สุดหญิงสาวตรงหน้าคนนี้ ตอนที่เผยความหมายนี้ออกมากลับไม่ทำให้เขารู้สึกถึงความหยิ่งผยองโอหังแม้แต่น้อยเพราะ เรื่องราวเหมือนจะเป็นเช่นนี้จั๋วซือหรานเหมือนจะงึมงำกับตนเองขึ้นว่า "พอเข้าใจวิชาหุ่นเชิดกับหุ่นเชิดมนุษย์แล้ว มันน่าสนใจจริงๆ ทางที่ดีขอให้พวกเขาเอาเจ้าพวกนี้มาเล่นด้วย จะได้ไม่เสียเวลาที่ให้ข้ารอนานขนาดนี้...เจิ้นเจียงเหลือบมองทุกคนที่มีบาดแผลพอคิดๆ ก็ถามจั๋วซือหรานขึ้น "แม่นาง แล้วจะเรียกพวกเขาว่าอย่างไรกัน? เหมือนว่าจะบาดเจ็บกันหนักมาก ข้าพาพวกเขาไปพักผ่อนดีไหม?"หัวหน้าคนคุ้มกันมองออก ว่าคนรับใช้คนนี้ของนายท่าน เหมือนจะไม่ได้กังวลอะไรเลยกับสถานการณ์ที่นายท่านกำลังจะเผชิญแม้ไม่รู้ว่าผ่านเรื่องอะไรมา ถึงทำให้บ่าวมีความเชื่อมั่นที่เด็ดขาดขนาดนี้แต่ไม่ว่าจะผ่านอะไรมาอันที่จริงคนคุ้มกันอย่างพวกเขา ก็เพิ่งจะผ่านการถูกตระกูลเหอปฏิบัติอย่างโหดร้ายมานี่เองและยังเห็นเจิ้นเจียงมีความเชื่อมั่นที่เด็ดขาดขนาดนี้ต่อนายท่านแม้พวกเขา

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1097

    จั๋วซือหรานหลังจากพูดจบ ผู้เฒ่าเหอในที่สุดก็ทนกับความโกรธไม่ไหวตาเหลือกสลบเหมือดไปอีกครั้งจั๋วซือหรานจึงพาคนออกมาจากจวน ตอนที่ไปยังโรงเตี๊ยม หัวหน้าคนคุ้มกันยังมีความระแวดระวังอยู่"แม่นาง นี่คือโรงเตี๊ยมของตระกูลเหอ"จั๋วซือหรานเหลือบมองเขา พยักหน้าตอบ "ข้ารู้""ท่านไม่กังวล..." ขณะที่หัวหน้าคนคุ้มกันเอ่ยขึ้น ก็ตระหนักขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว ว่าเจ้านายใหม่ของตนเอง เหมือนเดิมทีจะเป็นคนที่ไม่ค่อยกังวลกับอะไรนัก""ถ้าหากกังวลล่ะก็ เกรงว่าตอนที่พวกเขาอยู่ในป่าทวนแสงก่อนหน้านี้ คงไม่ถูกนางเล่นงานเสียจนเป็นแบบนั้นหัวหน้าคนคุ้มกันบอกพูดพลางยิ้มจางๆ บอกกับตนเองว่า "ก็ถูก..."จั๋วซือหรานเพิ่งเดินเข้าประตูโรงเตี๊ยม เจิ้นเจียงก็เข้ามาต้อนรับแล้ว "คุณหนู! ท่านกลับมาแล้ว!"จั๋วซือหรานขานรับอืม เหลือบมองเขา "มีเรื่องอะไรยุ่งยากหรือเปล่า?"เจิ้นเจียงส่ายหัวตอบกลับ "ไม่มีเลยขอรับ ก็แค่ตอนที่เริ่มมีคนคิดจะมาหาเรื่อง แต่ยังไม่ทันได้แตะข้า ก็ถูกฟาดจนล้มไป หลังจากนั้น...ไม่มีหลังจากนั้นแล้วขอรับ"เจิ้นเจียงรู้ว่านายท่านคงทำอะไรไว้บนตัวตนเอง แต่ว่าจนถึงตอนที่เห็นคนที่คิดจะเข้ามาหาเรื่อง กระทั่งย

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1096

    ราวกับว่าความรู้สึกที่คลุมเครือในใจนั้น ในที่สุดก็โผล่ขึ้นมาอีกครั้งนางไม่มีประสบการณ์ผ่านเรื่องนี้จริงๆ แต่ในเส้นโชคชะตาของเจ้าของร่างเดิม เสน่ห์หนอนพิษกู่ในร่างเจ้าของเดิมถูกควบคุมโดยฉินตวนหยาง ทำให้ร่างกายไม่เป็นตัวของตัวเอง แล้วมองเห็นตนเองถูกควบคุมอยู่ตลอดเวลาทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้นแตกต่างอะไรกับหุ่นเชิดความมืดกัน วิญญาณถูกขังให้รับการควบคุมอยู่ในเปลือกร่าง ไม่อาจสงบสุขได้อีก ไม่อาจหลุดพ้นได้...เกลียดชังขนาดที่แม้จะเกิดใหม่อีกครั้ง ก็ยังไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกแล้วผู้เฒ่าเหอพอได้ยินคำนี้ ก็ไม่ได้ส่งเสียงอะไร ยังคงเช็ดแผลเลือดซิบบนหน้าตนเอง เช็ดจนบวมขึ้นมาแล้วจั๋วซือหรานไม่หันไปมองผู้เฒ่าเหออีก นำทางคนที่รับเข้ามาใหม่เตรียมจะออกไปพวกเขาแม้จะยังไม่ได้ฟื้นฟูกลับมาอย่างสมบูรณ์ แต่อย่างน้อยก็เดินกันได้แล้วยิ่งไปกว่านั้นในใจพวกเขาก็เข้าใจดี ต่อให้ตนเองเดินไม่ได้ จะต้องคลาน! ก็ต้องตามแม่นางออกไปพอเห็นจั๋วซือหรานออกไป ในใจผู้เฒ่าเหอก็เกิดความรู้สึกโล่งใจออกมาแต่ความรู้สึกที่มากว่า ยังคงเป็ฯความโกรธเคือง ชิงชังจนเข้ากระดูกดำแม้จะไม่กล้าพูดอะไรที่รุนแรงออกมา แต่กลับยังใช้สาย

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1095

    จั๋วซือหรานฟังถึงจุดนี้ อันที่จริงก็ไม่มีอะไรให้ฟังต่อเท่าไรแล้ว อย่างอื่นก็เหมือนจะเดาออกมาได้อยู่สาเหตุที่ใช้คนเป็นมาหลอมสกัด โดยเฉพาะต้องไปลอบโจมตีคนที่ทักษะยุทธ์ยอดเยี่ยมมาหลอมเป็นหุ่นเชิดความมืดแน่นอนว่าเป็นเพราะทักษะยุทธ์กับความคิดด้านต่อสู้ของอีกฝ่าย และสิ่งเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในร่างกายของอีกฝ่าย แต่อยู่ในจิตใต้สำนึกของอีกฝ่าย...พูดให้ง่ายหน่อย คืออยู่ในจิตวิญญาณของอีกฝ่ายนั่นเองพอร่างตายวิญญาณก็ดับสลายแล้วตะปูวิญญาณนี่...จั๋วซือหรานมองตะปูยาวในมือเล่มนี้ ฟังจากชื่อก็เดาประโยชน์ของมันได้ไม่ยากโหดร้ายมาก ตอกดวงวิญญาณของอีกฝ่ายไว้ในร่างกาย ประสิทธิภาพของอักขระคำสาปเปล่านี้ ก็ควรจะเป็นเช่นนี้กระมังผู้เฒ่าเหอพอเห็นจั๋วซือหรานไม่ถามต่อ ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก ถอนใจยาวออกมาและตอนนี้เอง หลังจากได้รับการรักษาของจั๋วซือหราน หัวหน้าคนคุ้มกันที่ฟื้นฟูพลังปราณมาแล้วบางส่วนก็พูดกับจั๋วซือหรานอย่างนอบน้อม "แม่นาง ปรมาจารย์วิชาเหยี่ยนที่หลอมสกัดหุ่นเชิดความมืดเป็นคนแรก ก็คือบรรพจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักเมฆาวารี แต่เจ้าสำนักเมฆาวารีในตอนนี้ เป็นรุ่นหลังของบรรพจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักคนนั้น"

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1094

    ถ้าหากใช้ศพของคนล่ะ?แต่ถึงอย่างไรมันก็เป็นสิ่งต้องห้าม ดังนั้นตอนที่หุ่นเชิดร่างแรกถูกหลอมออกมา ปรมาจารย์วิชาเหยี่ยนคนนั้นกระทั่ง ปรมาจารย์วิชาเหยี่ยนคนนั้นก็พบกับการลงโทษที่รุนแรงยิ่งไปกว่านั้นหุ่นเชิดมนุษย์ก็ถูกตราว่าเป็นสิ่งต้องห้าม แต่ว่า ทักษะนี้ก็ปรากฏออกมาแล้วทักษะอะไรก็ตามพอปรากฏออกมาแล้ว ต่อให้จะถูกตีตราเป็นสิ่งต้องห้ามก็ตาม แต่ก็ยังมีคนที่แอบนำมาใช้งานกันอยู่ส่วนหุ่นเชิดความมืดตัวแรกนั้น...จั๋วซือหรานฟังถึงตรงนี้ก็เลิกคิ้วขึ้น "ดังนั้นเอาคนเป็นมาใช้ถึงจะกลายเป็นหุ่นเชิดความมืดสินะ"นางมองผู้เฒ่าเหอ "ข้าเป็นหมอ วิชาแพทย์เองก็ไม่เลวนัก บาดแผลที่เกิดขึ้นก่อนตายกับบาดแผลที่เกิดขึ้นหลายตายไปแล้ว ข้าเข้าใจเป็นอย่างดี"เจตนาที่จั๋วซือหรานพูดคำนี้ออกมานั้นง่ายมาก ก็คือจะพูดกับผู้เฒ่าเหอให้ชัดเจนถึงความหมายหนึ่ง...อย่าโกหกข้าผู้เฒ่าเหอเหลือบมองนางผาดหนึ่ง ตอนนี้จึงเอ่ยขึ้นเสียงเล็ก "ใช่แล้ว แค่นำคนเป็นมาทำ ก็จะเรียกว่าหุ่นเชิดความมืด แม้หุ่นเชิดความมืดจะถูกสั่งห้ามมาตลอด แต่ระหว่างปรมาจารย์วิชาเหยี่ยนด้วยกันก็มีการหารือกันมาตลอด หุ่นเชิดมนุษย์ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องควา

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status