แชร์

บทที่ 800

ผู้เขียน: หูเทียนเสี่ยว
น่าจะเพราะได้ยินชื่อเรียกตัวเองว่าพระสนมเอก เหล่าคนคุ้มกันพวกนี้ก็มีปฏิกิริยาถึงตัวตนของนางขึ้นมา

แต่ก็ดูจะไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก น่าจะเป็นพวกเดียวกับองค์ชายเจ็ดอ๋องเซี่ยนมาตั้งแต่แรก จบสิ้นไปแล้ว

ถึงอย่างไรขนาดองค์จักรพรรดิก็ยังถูกอ๋องอวี้ชินกักบริเวณไว้ที่นี่เลย องค์จักรพรรดิเองก็จบสิ้นไปแล้วเช่นกัน แล้วนี่ก็แค่พระสนมเอกคนเดียว

คนคุ้มกันกลุ่มนี้ คนที่เป็นหัวหน้าหัวเราะขึ้นมาทีหนึ่ง ฟังแล้วดูหยามหมิ่นอย่างที่สุด

"นี่มันเวลาไหนแล้ว ท่านยังคิดจะวางตัวเป็นพระสนมเอกอีกหรือ? รอให้ท่านต้องพลีชีพเพื่อฝ่าบาทก่อน พวกเราจะมาเคารพท่าน แต่ว่าตอนนี้ ท่านน่ะกลับไปที่เรือนตนเองอย่างว่าง่ายเสียเถอะ อย่ารอให้พวกเราต้องเข้าไปเชิญท่าน เช่นนั้นจะไม่ได้เกรงใจแบบนี้แล้วนะ"

ความหยามหมิ่นในเสียงของอีกฝ่าย ส่งออกมาแบบไม่มีปิดบัง

แต่สีหน้าพระสนมเอกก็ไม่ต่ำต้อยไม่หยิ่งยโส ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรกับคำพูดพวกเขาแม้แต่น้อย

"เชอะ!" คนคุ้มกันจุ๊ปากออกมาอย่างทนไม่ไหว "ให้ตายเถอะ วุ่นวายเสียจริง"

จากนั้นจึงยกเท้าเดินตรงมาทางพวกนาง

จั๋วซือหรานพอเห็นก็เลิกคิ้วขึ้น ในใจบอกว่าพอดีเลย ตนเองจะได้ไม่ต้องเดินไปเก็บพวกเขา

บทที่ถูกล็อก
อ่านต่อที่ GoodNovel
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทที่เกี่ยวข้อง

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 801

    จั๋วซือหรานรู้สึกประหลาดใจหน่อยๆ นี่น่าจะเป็นพลังแห่งรักกระมัง?ถึงแม้นางจะไม่เข้าใจ ว่าองค์จักรพรรดิที่เลี้ยงสาวๆ ไว้ในวังหลังตั้งมากมายแบบนั้นมีอะไรให้น่ารักซือคงเหมี่ยนรออยู่ในห้อง พอเทียบกับความคเร่งเครียดและร้อนรนของผู้ติดตามชิงหงแล้ว องค์จักรพรรดิก็ยังเป็นองค์จักรพรรดิ ถึงแม้จะไม่มีพลังเท่าชิงหง แต่นิสัยนั้นก็มั่นคงกว่ามากทั้งที่เป็นช่วงที่จะหนีออกไปแล้วแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับดูไม่ได้ร้อนรนอยู่ไม่สุขเลยชิงหงสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวที่ด้านนอก"ฝ่าบาท เหมือนจะมาแล้ว ข้าน้อยออกไปดูให้"ชิงหงพอพูดจบ ยังไม่ทันได้ลุกออกไป ก็ได้ยินเสียงร้องเรียกที่ร้อนรนดังใกล้เข้ามา"ฝ่าบาท! ฝ่าบาท..."ทั้งที่ทุกคำเรียกล้วนแผ่วเบา แต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะความร้อนรนของน้ำเสียงชัดเจนเกินไปหรือเปล่าทำให้แม้จะอยู่ในห้องก็ยังได้ยินอย่างชัดเจนองค์จักรพรรดิเฒ่าลุกขึ้นยืน "พระสนมเอกนี่นา จั๋วจิ่วเด็กคนนั้น ไปช่วยพระสนมเอกออกมาจริงๆ"ชิงหงเดินไปเปิดประตู พระสนมเอกก็รีบร้อนวิ่งเข้ามาถ้าไม่ได้เห็นกับตา ชิงหงคงยากจะเชื่อ ว่าพระสนมเอกที่สง่างามและงดงามมาตลอด จะมีสภาพซูบซีดและอ่อนแอถึงเพียงนี้ได้"ฝ่าบาท เห็

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 802

    จักรพรรดิเฒ่ากับพระสนมเอกล้วนไม่เข้าใจความหมายของจั๋วซือหราน และสัมผัสได้ว่าแมลงนั่นแปะลงมาบนคอของพวกเขา ความรู้สึกนั้น...ทำเอาขนขนลุกเลยทีเดียว เพราะเหมือนพวกมันกำลังรวมเข้ามาในร่างกายตนเองอย่างไรอย่างนั้น!พวกเขาควบคุมตัวเองไม่ได้ขึ้นมา แต่ว่า ในขั้นตอนนี้ ร่างกายของพวกเขาเหมือนจะคล่องแคล่วขึ้น ถูกหนวดสัมผัสไร้รูปร่างชักดึงไว้เคลื่อนไหวคล่องแคล่วเหมือนสัตว์ที่ปีนป่ายขึ้นมาท่ามกลางราตรี ถึงแม้ความเร็วจะไม่เร็ซนัก แต่ทุกการเคลื่อนไหวก็มั่นคง ปีนขึ้นมาถึงบนกำแพงล้อมจั๋วซือหรานเอียงตามองชิงหง ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับสายตาตกตะลึงและชื่นชมในดวงตาของเขาจั๋วซือหรานเอ่ยขึ้นมาเรียบๆ คำหนึ่ง "ไปเถอะ"จากนั้นร่างของนางก็กระโจนขึ้นอย่างคล่องแคล่ว ปลายเท้าแตะบนกำแพงเบาๆ เพียงพริบตาก็ขึ้นไปถึงบนกำแพงล้อมและได้เห็นสถานการณ์ที่ฝั่งนั้นของกำแพงอย่างชัดเจน อดพูดไม่ได้เลย ว่าเป็นอย่างที่ชิงหงพูดจริงๆ คนคุ้มกันหนาแน่นมากพวกเขาตอนนี้อยู่บนกำแพงล้อม มีกิ่งไม้บดบังอยู่บ้าง จึงยังไม่ถูกพบชั่วคราว แต่ถ้ายังถ่วงเวลาอยู่ คงถูกพบอย่างรวดเร็วแน่นอนองค์จักรพรรดิเฒ่าเอ่ยถามเสียงขรึม "แม่นางจั๋วจิ่ว

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 803

    จักรพรรดิเฒ่าไม่กล้าพูดแล้ว กลืนน้ำลายลงคอเงียบๆพอคิดจะยื่นมือออกไปนับอะไรให้ร่างกายมั่นคงขึ้นหน่ยอ แต่ก็ไม่กล้ากำขนบนหลังแมงมุมยักษ์ที่อยู่ใต้ก้นของตัวเองทำได้แค่ยื่นมือไปกุ้มมือของพระสนมเอกที่อยู่ข้างๆ ไว้แน่นเทียบกับความตื่นเต้นของจักรพรรดิเฒ่าแล้ว พระสนมเอกดูจะมั่นคงกว่าหน่อย บางทีอาจจะเพราะเคยผ่านร้อนหนาว ตอนนี้ที่รอดชีวิตจากหายนะมาได้ เรื่องอื่นก็เหมือนกลายเป็นเรื่องเล็กไปแล้วแต่นางมองออกถึงความเครียดของฝ่าบาท จึงคิดๆ แล้วเอ่ยกับจักรพรรดิเฒ่าว่า "ฝ่าบาท ท่านหิวไหม?""อะ อะไรนะ?" จักรพรรดิเฒ่าถูกนางเบนความสนใจมาเล็กน้อย จึงไม่ถึงกับถูกการเริ่มเคลื่อนไหวของราชาแมงมุมหน้าผีทำให้อกสั่นขวัญแขวน"ท่านหิวไหม?" พระสนมเอกถามมาอีกครั้ง จากนั้นจึงล้วงเอาห่อผ้าเช็ดหน้าหนึ่งออกมาคลายออก ด้านในมีไก่ย่างตัวขนาดฝ่ามืออยู่ตัวหนึ่งนี่เป็นอาหารตอนที่แม่นางจั๋วจิ่วเข้าไปช่วยหม่อมฉัน แล้วมอบให้หม่อมฉัน หม่อมฉันเหลือไว้ให้ฝ่าบาท" พระสนมเอกยิ้มอย่างอ่อนโยน นำผ้าเช็ดหน้าที่หอไก่ย่าง ยัดเข้าไปในมือของจักรพรรดิเฒ่าตอนนี้เอง จักรพรรดิเฒ่าก็เหมือนจะไม่ค่อยใส่ใจกับการเคลื่อนไหวของเจ้ายักษ์ด้าน

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 804

    "พวกนี้เป็นคนของน้องห้า! เจ้าลูกกบฏ!" จักรพรรดิเฒ่ายิ่งมองก็ยิ่งโมโห "นี่เพราะเขาบอกว่าจะไปออกรบ จะไปหาประสบการณ์ที่ค่ายทหาร ข้ากังวลความปลอดภัยของเขา เลยจัดคนไปให้เขา! ไอ้เจ้าลูกกบฏ ตอนนี้กลับใช้มารับมือกับข้า!"เด็กเลวทำกรรมชั่วหันมาทำร้ายพ่อแม่จักรพรรดิเท่าที่โกรธขนาดนี้ จั๋วซือหรานเองก็ไม่ใช่จะไม่เข้าใจมีแมงมุมน้อยเปิดทางให้ บวกกับการโจมตีระยะไกลของนาง จั๋วซือหรานจัดการควบคุมระยะห่างของอันตรายไว้ได้เป็นอย่างดีแทบจะไม่มีความยากลำบากเลย แล้วก็มาถึงจุดที่นัดเจอกับอ๋องเซี่ยนมองไกลๆ พระสนมเอกมองเห็นลูกชายแล้วส่วนอ๋องเซี่ยนเองก็เห็นแมงมุมยักษ์นั่นตรงมาทางนี้นานแล้วสถานการณ์น่ากลัวมาก ถ้าเป็นคนปกติก็น่าจะหลีกหนีออกมาจึงจะถูกแต่อ๋องเซี่ยนกลับไม่รู้สึกว่าน่ากลัวเลย เพราะเขารู้ ว่านั่นจะต้องเป็นวิธีการของจั๋วซือหรานและเป็นไปตามคาด หลังจากที่แมงมุมยักษ์เข้ามาใกล้ ก็มองเห็นคนหลายคนที่อยู่บนหลังมันตอนเห็นหญิงสาวที่หน้าตาซูบผอม แต่ยังคงมีแววตาที่อ่อนโยนอ๋องเซี่ยนก็ดีดตัวขึ้นทันที!"เสด็จพ่อ! เสด็จแม่!" ซือคงเซี่ยนร้องเรียกขึ้นมาจากนั้น ร่างชุดแดงที่ยืนอยู่หน้าสุดบนหลังแมง

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 805

    ซือคงเซี่ยนเองก็ไม่เสียเวลา รีบขึ้นไปบนหลังของแมงมุมกับจั๋วซือหรานราชาแมงมุมหน้าผีจึงพาพวกเขา ตรงห่างออกไปไกลลิบ"พวกเรากำลัง...จะกลับเมืองหลวงหรือ?" จักรพรรดิเฒ่าถามขึ้นคำหนึ่งตอนนี้เขาพูดกับจั๋วซือหรานอ่อนโยนลงเรื่อยๆ แล้ว น้ำเสียงเองก็ไม่มีบารมีอย่างที่องค์จักรพรรดิควรมีจั๋วซือหรานตอบว่า "ไม่ อ๋องอวี้ชินตอนนี้ยังอยู่ในเมืองหลวงน่ะ"พอพูดถึงซือคงอวี้ หน้าของจักรพรรดิเฒ่าก็ขรึมลงมาแล้ว "เจ้าลูกกบฏนั่น!""เพราะยังไม่รู้ว่าเขาวางอะไรเอาไว้บ้างแล้วในวังจักรพรรดิ ถ้าบุ่มบ่ามพาฝ่าบาทกลับไป ข้รารู้สึกว่าคงไม่เหมาะเท่าไร" จั๋วซือหรานเอ่ยขึ้นนางพูดออกมาอย่างไม่มีปิดบัง พูดอย่างตรงไปตรงมา "ซือคงอวี้เจ้าขยะนั่น ด้วยสมองของเขาข้าก็ไม่กังวลว่าจะวางวิธีการอะไรได้มากนักหรอก""แต่ว่าซือคงเจาหมิ่นคนนั้นร้ายกาจอยู่ แม้จะบอกว่านางตอนนี้ไปที่ดินแดนทางใต้แล้วก็ตาม แต่ใครก็ยืนยันไม่ได้ ว่าก่อนที่นางจะไปได้ทิ้งลูกไม้หรือวิธีการอะไรให้ซือคงอวี้มารับมือกับพวกท่านหรือเปล่า"จั๋วซือหรานมองไปทางจักรพรรดิเฒ่า "ถึงอย่างไรก่อนที่นางจะไปก็ขู่อาฆาตข้าไว้ ให้ตระกูลเฟิงพุ่งเป้ามาทางข้า"จักรพรรดิเฒ่าพอได

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 806

    ในค่ายทหารมีกองกำลังที่จะออกจากค่ายไปฝึกซ้อมในตอนเช้า และมาเจอเข้ากับกลุ่มของจั๋วซือหรานพอดีตอนแรกก็จัดขบวนเตรียมพร้อม แต่หลังจากเห็นร่างในชุดแดงของจั๋วซือหรานชัดแล้ว ก็ผ่อนคลายลงมาอย่างรวดเร็วกองทหารม้ากลุ่มหนึ่งทะยานเข้ามาจนฝุ่นตลบ!"แม่นางจิ่ว!""แม่นางจิ่ว...!""แม่นางจิ่วมาแต่เช้าเลย!"องค์จักรพรรดิตกตะลึงหน่อยๆ เขาเป็นถึงองค์จักรพรรดิ แต่เหมือนในสายตาทหารเหล่านี้ ตัวตนฐานะยังต่ำกว่าหญิงสาวคนนี้เสียอีกแต่ว่ายังดีหลังจากที่พวกเขาเข้าใกล้ ก็มองออกถึงคนในชุดเหลืองสว่างแม้จะบอกว่าพวกเขาเป็นทหารราบที่ยังไม่เคยเข้าเฝ้า แต่ชุดคลุมเหลืองสว่งที่ปักลายมังกรทั้งตัว ก็เพียงพอจะสำแดงตัวตนฐานะแล้วทหารทั้งหมดรีบลงจากหลังม้าแล้วคุกเข่าลงทันที กู่ก้องหมื่นปีหมื่นหมื่นปีหลังจากจักรพรรดิเฒ่าบอกไม่ต้องมากพิธี จั๋วซือหรานจึงเอ่ยขึ้นว่า "พวกเจ้าเปิดทางหน่อย ฝ่าบาทต้องไปพบกับแม่ทัพฉีฮ่าว""ขอรับ!" เหล่าทหารรีบพลิกตัวขึ้นหลังม้าตรงไปเปิดทางนำจั๋วซือหรานไปที่ค่ายทหารถึงแม้ท่าทางของแมงมุมใหญ่ตัวนี้ ทำให้เหล่าทหารราบในค่ายทหารพรั่นพรึงขึ้นมา แต่หลังจากที่เขาจำจั๋วซือหรานได้ ก็ทยอยกันกระ

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 807

    จั๋วซือหรานไม่ได้แสดงท่าทีปฏิเสธอะไรกับเรื่องนี้ มีอะไรน่าปฏิเสธกันสกุลจั๋วอย่างนาง ทุบอกพูดมาได้อย่างเต็มปากว่าได้รับมาอย่างคู่ควรแล้ว...ในเมื่อเจรจากันเสร็จแล้ว จั๋วซือหรานจึงออกจากกระโจมค่าย เตรียมตัวออกจากค่ายทหารจักรพรรดิเฒ่าเองหน้ามองน้องเจ็ดของครอบครัวตน เอ่ยขึ้นอย่างผิดหวัง "แล้วเจ้าจะอยู่ที่นี่เฝ้าข้ากับแม่ของเจ้าทำไมกัน?""อะไรหรือ?" ซือคงเซี่ยนได้ยินคำพูดนี้ของเสด็จพ่อ ก็ไม่ค่อยเข้าใจนักจักรพรรดิเฒ่าแน่นอนว่าไม่อธิบายอะไรมาก แต่เป็นพระสนมเอกข้างๆ ที่เอ่ยขึ้นอย่างอบอุ่นว่า"เซี่ยนเอ๋อร์ พ่อของเจ้ากับแม่อยู่ในค่ายกองทหารองครักษ์ มีแม่ทัพฉีฮ่าวคอยคุ้มกันอยู่ ไม่น่ามีอันตรายอะไรแล้ว ดังนั้น เจ้าสู้เข้าเมืองหลวงไปช่วยแม่นางจั๋วจิ่วดีกว่า นางเป็นหญิงสาวคนเีดยว ต่อให้จะเก่งกาจแค่ไหน ถ้ามีคนอยู่ช่วยด้วยก็ยังดีกว่า"องค์จักรพรรดิเฒ่าที่อยู่ข้างๆ จึงเอ่ยขึ้นว่า "คนที่ดีก็มีสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ แต่ตอนนี้ตระกูลเฟิงไม่ใช่ไม่ยอมรับการหมั้นหมายของนางแล้วหรือ ถึงได้รังแกนางอยู่แบบนี้..."พอได้ยินคำพูดของเสด็จพ่อและเสด็จแม่ ซือคงเซี่ยนก็เข้าใจขึ้นทันที เขาตาเป็นประกาย รีบประสา

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 808

    ฉีฮ่าวยืนอยู่ข้างๆ มองจั๋วซือหราน ถามขึ้นว่า "แม่นางจิ่ว เช่นนั้นข้าทางนี้ก็รอข่าวจากท่านแล้วค่อยเดินทางหรือ?""อืม เจ้าปกป้องฝ่าบาทกับพระสนมเอกไว้แล้วกัน รอข่าวจากข้า" จั๋วซือหรานพูดจบ ก็หนีบท้องม้า พุ่งตรงไปทางเมืองหลวงซือคงเซี่ยนตามไปอย่างรวดเร็วเพราะขากลับไม่ได้เร่งเดินทางนัก จึงไม่ได้ห้อทะยานนักระหว่างนี้พอช้าลงมา ซือคงเซี่ยนก็ควบม้าไปอยู่ข้างๆ จั๋วซือหราน ถามขึ้นอย่างกังวลว่า "ซือหราน ครั้งนี้เจ้าคิดจะทำอย่างไรหรือ?"จั๋วซือหรานคิดๆ "ถึงแม้ข้าจะดูถูกซือคงอวี้ แต่ขั้วอำนาจของเขาก็น่าจะใช้ได้อยู่ ดังนั้นข่าวที่ข้าบุกเข้าไปวังสวนราชวงศ์กลางดึกช่วยคนออกมา ไม่ช้าก็น่าจะไปถึงหูของเขาแล้ว เขาน่าจะมีปฏิกิริยาออกมาอย่างรวดเร็ว"พอได้ยินคำนี้ คิ้วของซือคงเซี่ยนก็ขมวดขึ้นมาเบาๆจั๋วซือหรานเอ่ยต่อว่า "ถึงแม้ข้าจะรู้สึกว่าด้วยสมองกับนิสัยนั่นของเขา หลังจากรู้ข่าวแล้ว ก็น่าจะเดือดดาลแล้วมาหาเรื่องข้า แต่ถึงอย่างไรตอนนั้นเขาก็มีซือคงเจาหมิ่นมาวางแผนให้ ดังนั้น...""เจ้าคิดว่าเขามีวิธีการอื่นหรือ?" ซือคงเซี่ยนถามขึ้นจั๋วซือหรานพยักหน้าเบาๆ "เป็นไปได้อยู่ บวกกับตอนนี้ตระกูลเฟิงเดิมที

บทล่าสุด

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1098

    นางหมายถึง...กองหนุนที่ย้ายมาจากสำนักเมฆาวารีของผู้เฒ่าเหอสินะ!?แต่ใครก็ตามที่มีความคิดเช่นนี้ เขาคงจะรู้สึกว่าอีกฝ่ายหยิ่งผยองโอหังถึงที่สุดหญิงสาวตรงหน้าคนนี้ ตอนที่เผยความหมายนี้ออกมากลับไม่ทำให้เขารู้สึกถึงความหยิ่งผยองโอหังแม้แต่น้อยเพราะ เรื่องราวเหมือนจะเป็นเช่นนี้จั๋วซือหรานเหมือนจะงึมงำกับตนเองขึ้นว่า "พอเข้าใจวิชาหุ่นเชิดกับหุ่นเชิดมนุษย์แล้ว มันน่าสนใจจริงๆ ทางที่ดีขอให้พวกเขาเอาเจ้าพวกนี้มาเล่นด้วย จะได้ไม่เสียเวลาที่ให้ข้ารอนานขนาดนี้...เจิ้นเจียงเหลือบมองทุกคนที่มีบาดแผลพอคิดๆ ก็ถามจั๋วซือหรานขึ้น "แม่นาง แล้วจะเรียกพวกเขาว่าอย่างไรกัน? เหมือนว่าจะบาดเจ็บกันหนักมาก ข้าพาพวกเขาไปพักผ่อนดีไหม?"หัวหน้าคนคุ้มกันมองออก ว่าคนรับใช้คนนี้ของนายท่าน เหมือนจะไม่ได้กังวลอะไรเลยกับสถานการณ์ที่นายท่านกำลังจะเผชิญแม้ไม่รู้ว่าผ่านเรื่องอะไรมา ถึงทำให้บ่าวมีความเชื่อมั่นที่เด็ดขาดขนาดนี้แต่ไม่ว่าจะผ่านอะไรมาอันที่จริงคนคุ้มกันอย่างพวกเขา ก็เพิ่งจะผ่านการถูกตระกูลเหอปฏิบัติอย่างโหดร้ายมานี่เองและยังเห็นเจิ้นเจียงมีความเชื่อมั่นที่เด็ดขาดขนาดนี้ต่อนายท่านแม้พวกเขา

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1097

    จั๋วซือหรานหลังจากพูดจบ ผู้เฒ่าเหอในที่สุดก็ทนกับความโกรธไม่ไหวตาเหลือกสลบเหมือดไปอีกครั้งจั๋วซือหรานจึงพาคนออกมาจากจวน ตอนที่ไปยังโรงเตี๊ยม หัวหน้าคนคุ้มกันยังมีความระแวดระวังอยู่"แม่นาง นี่คือโรงเตี๊ยมของตระกูลเหอ"จั๋วซือหรานเหลือบมองเขา พยักหน้าตอบ "ข้ารู้""ท่านไม่กังวล..." ขณะที่หัวหน้าคนคุ้มกันเอ่ยขึ้น ก็ตระหนักขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว ว่าเจ้านายใหม่ของตนเอง เหมือนเดิมทีจะเป็นคนที่ไม่ค่อยกังวลกับอะไรนัก""ถ้าหากกังวลล่ะก็ เกรงว่าตอนที่พวกเขาอยู่ในป่าทวนแสงก่อนหน้านี้ คงไม่ถูกนางเล่นงานเสียจนเป็นแบบนั้นหัวหน้าคนคุ้มกันบอกพูดพลางยิ้มจางๆ บอกกับตนเองว่า "ก็ถูก..."จั๋วซือหรานเพิ่งเดินเข้าประตูโรงเตี๊ยม เจิ้นเจียงก็เข้ามาต้อนรับแล้ว "คุณหนู! ท่านกลับมาแล้ว!"จั๋วซือหรานขานรับอืม เหลือบมองเขา "มีเรื่องอะไรยุ่งยากหรือเปล่า?"เจิ้นเจียงส่ายหัวตอบกลับ "ไม่มีเลยขอรับ ก็แค่ตอนที่เริ่มมีคนคิดจะมาหาเรื่อง แต่ยังไม่ทันได้แตะข้า ก็ถูกฟาดจนล้มไป หลังจากนั้น...ไม่มีหลังจากนั้นแล้วขอรับ"เจิ้นเจียงรู้ว่านายท่านคงทำอะไรไว้บนตัวตนเอง แต่ว่าจนถึงตอนที่เห็นคนที่คิดจะเข้ามาหาเรื่อง กระทั่งย

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1096

    ราวกับว่าความรู้สึกที่คลุมเครือในใจนั้น ในที่สุดก็โผล่ขึ้นมาอีกครั้งนางไม่มีประสบการณ์ผ่านเรื่องนี้จริงๆ แต่ในเส้นโชคชะตาของเจ้าของร่างเดิม เสน่ห์หนอนพิษกู่ในร่างเจ้าของเดิมถูกควบคุมโดยฉินตวนหยาง ทำให้ร่างกายไม่เป็นตัวของตัวเอง แล้วมองเห็นตนเองถูกควบคุมอยู่ตลอดเวลาทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้นแตกต่างอะไรกับหุ่นเชิดความมืดกัน วิญญาณถูกขังให้รับการควบคุมอยู่ในเปลือกร่าง ไม่อาจสงบสุขได้อีก ไม่อาจหลุดพ้นได้...เกลียดชังขนาดที่แม้จะเกิดใหม่อีกครั้ง ก็ยังไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกแล้วผู้เฒ่าเหอพอได้ยินคำนี้ ก็ไม่ได้ส่งเสียงอะไร ยังคงเช็ดแผลเลือดซิบบนหน้าตนเอง เช็ดจนบวมขึ้นมาแล้วจั๋วซือหรานไม่หันไปมองผู้เฒ่าเหออีก นำทางคนที่รับเข้ามาใหม่เตรียมจะออกไปพวกเขาแม้จะยังไม่ได้ฟื้นฟูกลับมาอย่างสมบูรณ์ แต่อย่างน้อยก็เดินกันได้แล้วยิ่งไปกว่านั้นในใจพวกเขาก็เข้าใจดี ต่อให้ตนเองเดินไม่ได้ จะต้องคลาน! ก็ต้องตามแม่นางออกไปพอเห็นจั๋วซือหรานออกไป ในใจผู้เฒ่าเหอก็เกิดความรู้สึกโล่งใจออกมาแต่ความรู้สึกที่มากว่า ยังคงเป็ฯความโกรธเคือง ชิงชังจนเข้ากระดูกดำแม้จะไม่กล้าพูดอะไรที่รุนแรงออกมา แต่กลับยังใช้สาย

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1095

    จั๋วซือหรานฟังถึงจุดนี้ อันที่จริงก็ไม่มีอะไรให้ฟังต่อเท่าไรแล้ว อย่างอื่นก็เหมือนจะเดาออกมาได้อยู่สาเหตุที่ใช้คนเป็นมาหลอมสกัด โดยเฉพาะต้องไปลอบโจมตีคนที่ทักษะยุทธ์ยอดเยี่ยมมาหลอมเป็นหุ่นเชิดความมืดแน่นอนว่าเป็นเพราะทักษะยุทธ์กับความคิดด้านต่อสู้ของอีกฝ่าย และสิ่งเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในร่างกายของอีกฝ่าย แต่อยู่ในจิตใต้สำนึกของอีกฝ่าย...พูดให้ง่ายหน่อย คืออยู่ในจิตวิญญาณของอีกฝ่ายนั่นเองพอร่างตายวิญญาณก็ดับสลายแล้วตะปูวิญญาณนี่...จั๋วซือหรานมองตะปูยาวในมือเล่มนี้ ฟังจากชื่อก็เดาประโยชน์ของมันได้ไม่ยากโหดร้ายมาก ตอกดวงวิญญาณของอีกฝ่ายไว้ในร่างกาย ประสิทธิภาพของอักขระคำสาปเปล่านี้ ก็ควรจะเป็นเช่นนี้กระมังผู้เฒ่าเหอพอเห็นจั๋วซือหรานไม่ถามต่อ ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก ถอนใจยาวออกมาและตอนนี้เอง หลังจากได้รับการรักษาของจั๋วซือหราน หัวหน้าคนคุ้มกันที่ฟื้นฟูพลังปราณมาแล้วบางส่วนก็พูดกับจั๋วซือหรานอย่างนอบน้อม "แม่นาง ปรมาจารย์วิชาเหยี่ยนที่หลอมสกัดหุ่นเชิดความมืดเป็นคนแรก ก็คือบรรพจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักเมฆาวารี แต่เจ้าสำนักเมฆาวารีในตอนนี้ เป็นรุ่นหลังของบรรพจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักคนนั้น"

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1094

    ถ้าหากใช้ศพของคนล่ะ?แต่ถึงอย่างไรมันก็เป็นสิ่งต้องห้าม ดังนั้นตอนที่หุ่นเชิดร่างแรกถูกหลอมออกมา ปรมาจารย์วิชาเหยี่ยนคนนั้นกระทั่ง ปรมาจารย์วิชาเหยี่ยนคนนั้นก็พบกับการลงโทษที่รุนแรงยิ่งไปกว่านั้นหุ่นเชิดมนุษย์ก็ถูกตราว่าเป็นสิ่งต้องห้าม แต่ว่า ทักษะนี้ก็ปรากฏออกมาแล้วทักษะอะไรก็ตามพอปรากฏออกมาแล้ว ต่อให้จะถูกตีตราเป็นสิ่งต้องห้ามก็ตาม แต่ก็ยังมีคนที่แอบนำมาใช้งานกันอยู่ส่วนหุ่นเชิดความมืดตัวแรกนั้น...จั๋วซือหรานฟังถึงตรงนี้ก็เลิกคิ้วขึ้น "ดังนั้นเอาคนเป็นมาใช้ถึงจะกลายเป็นหุ่นเชิดความมืดสินะ"นางมองผู้เฒ่าเหอ "ข้าเป็นหมอ วิชาแพทย์เองก็ไม่เลวนัก บาดแผลที่เกิดขึ้นก่อนตายกับบาดแผลที่เกิดขึ้นหลายตายไปแล้ว ข้าเข้าใจเป็นอย่างดี"เจตนาที่จั๋วซือหรานพูดคำนี้ออกมานั้นง่ายมาก ก็คือจะพูดกับผู้เฒ่าเหอให้ชัดเจนถึงความหมายหนึ่ง...อย่าโกหกข้าผู้เฒ่าเหอเหลือบมองนางผาดหนึ่ง ตอนนี้จึงเอ่ยขึ้นเสียงเล็ก "ใช่แล้ว แค่นำคนเป็นมาทำ ก็จะเรียกว่าหุ่นเชิดความมืด แม้หุ่นเชิดความมืดจะถูกสั่งห้ามมาตลอด แต่ระหว่างปรมาจารย์วิชาเหยี่ยนด้วยกันก็มีการหารือกันมาตลอด หุ่นเชิดมนุษย์ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องควา

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1093

    พอได้ยินคำพูดของจั๋วซือหราน ดวงตาผู้เฒ่าเหอถลึงตาโตกว่าเดิมไม่มีอะไรที่ที่จะยอดเยี่ยมไปกว่าคนที่เก่งรอบด้าน คำพูดส่งๆ ที่ว่า 'อันที่จริงข้าก็แค่เล่นๆ เท่านั้น ไม่เคยเรียนรู้จริงจังมาก่อนเลย' ยิ่งทำให้คนรู้สึกว่าถูกดูถูกมากขึ้นไปอีกแต่ผู้เฒ่าเหอถึงจะโกรธก็ไม่กล้าพูด ดูเหมือนกลั้นหายใจค้างอยู่ที่อก เข้าก็ไม่ได้ออกก็ไม่ได้ผ่านไปพักหนึ่งถึงหายใจได้คล่องหน่อยเหมือนเพิ่งจะได้ความสามารถในการพูดกลับมา"สิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดของวิชาหุ่นเชิดก็คือหุ่นเชิดความมืด และสิ่งที่สำคัญที่สุดของหุ่นเชิดความมืดก็คือตะปูวิญญาณ" ผู้เฒ่าเหอเอ่ยขึ้นหลังจากที่จั๋วซือหรานได้ยิน ก็เลิกคิ้วขึ้น ทำท่าเหมือนจะสนใจขึ้นมา "เล่าให้ละเเอียดหน่อย"ผู้เฒ่าเหอได้ยินคำนี้ของจั๋วซือหราน ในใจก็เกิดความคิดขึ้นเพียงแต่ความคิดเหล่านี้พอโผล่ขึ้นมาในใจ ก็ถูกจั๋วซือหรานทำลายลงทันที"ถึงอย่างไรเจ้าก็คิดจะดึงข้าไว้ที่นี่อยู่แล้ว เจ้าจะได้ให้กองหนุนจากสำนักเมฆาวารีเข้ามาสั่งสอนข้า ช่วยระบายให้กับเจ้าไม่ใช่หรือ" จั๋วซือหรานเอ่ยขึ้น"ข้าเองก็ให้ความร่วมมือกับเจ้าได้ รอกองหนุนของเจ้าที่นี่เสียเลย" จั๋วซือหรานยกมุมปากเป็นร

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1092

    ตอนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม รู้สึกถึงแต่ความกดดันบีบคั้น ทว่ายืนอยู่ฝั่งตนเองก็ไม่เหมือนเดิม รู้สึกปลอดภัยอย่างสิ้นเชิงโดยเฉพาะ...ทำไมถึงเริ่มนับขึ้นมาล่ะ?ยิ่งไปกว่านั้น ในมือจั๋วซือหรานตอนนี้ ยังปรากฏตะปูยาวสีดำที่เต็มไปด้วยอักขระคำสาปแปลกประหลาดที่ดูแล้วลึกลับอย่างมากเล่มหนึ่ง!จากนั้นจึงเริ่มนับ "หนึ่ง""สอง"แล้วความเร็วการนับก็ไม่ได้ช้าเลย รู้สึกเหมือนไม่คิดจะให้คนได้ลังเลด้วยซ้ำจะยอมแพ้ หรือจะตาย ไม่มีตัวเลือกที่สามจะเจรจาหรือไม่เจรจา ไม่มีให้เห็นทั้งสิ้นผู้เฒ่าเหอ ตอนที่สายตาจับภาพตะปูยาวในมือจั๋วซือหรานได้ก็เปลี่ยนไปแล้ว ความหวาดกลัวตกตะลึงมหาศาลระเบิดขึ้นมาในดวงตากระทั่งตอนที่จั๋วซือหรานนับถึงสอง เขาก็รีบเอ่ยขึ้นว่า "ให้เจ้า! ให้เจ้าก็พอสินะ!"เสียงของผู้เฒ่าเหอแม้จะไม่ได้ต่ำขรึม แต่ก็ยังหนักแน่นแต่ตอนที่รีบตะโกนคำนี้ออกมา เสียงก็สั่นเครือราวกับกรีดร้องแหลมเหมือนกลัวว่าถ้าช้าไปสักนิดเดียว นางจะเอาตะปูประหลาดเล่มนั้นมาเล่นงานเขาดูแล้วพอเทียบกับการกลัวจั๋วซือหราน สู้บอกว่าเขากลัวตะปูในมือนางนั่นมากกว่าจั๋วซือหรานเลิกคิ้ว ตะปูยาวที่อยู่ระหว่างนิ้ว หมุนควงเหมื

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1091

    ผู้เฒ่าเหอก่อนหน้านี้เดิมทีถูกทำให้ตกใจจนสลบไปเท่านั้น ร่างกายไม่ได้บุบสลายแต่อย่างใดดังนั้นจึงได้สติกลับมาอย่างรวดเร็ว เพียงแต่ว่า หลังจากได้สติแล้วในใจยังไม่มีแผนรับมือ จึงทำได้แค่แกล้งนอนสลบไปบนพื้นต่อครุ่นคิดว่าควรจะรับมืออย่างไร แต่หญิงสาวคนนี้จะหลอกล่อก็หลอกไม่ได้ ทิฐิสูงไม่มีอ่อนข้อให้เลยจริงๆชั่วขณะหนึ่งก็ยากจะหาแผนการรับมือออกมาได้จึงทำได้แค่แกล้งสลบดึงเวลาออกไปก่อนดังนั้นผู้เฒ่าเหอจึงแกล้งนอนสลบอยู่บนพื้น ไม่ยอมลุกขึ้นมาเขายังคิดว่าจะไม่ถูกพบเสียอีก ฟังคำพูดเหล่านั้นของจั๋วซือหราน ฟังฟู่จาวหนิงชักชวนยุยงเหล่าคนคุ้มกันของเขาผู้เฒ่าเหอรู้สึกชิงชังในใจ!ตอนนี้เขาเองก็มีปฏิกิริยาขึ้นมาแล้ว ว่าคนคุ้มกันเหล่านี้ไม่ได้ทรยศหักหลังเขาแต่หญิงสาวคนนี้จงใจไว้ชีวิตพวกเขา ปล่อยพวกเขากลับมา...ใครจะรู้ว่านางคำนวณไว้แล้วหรือเปล่าว่าเขาจะไม่มีท่าทีที่ดีกับคนคุ้มกันเหล่านี้ ใครจะรู้ว่านางรอให้สถานการณ์แบบนี้ปรากฏขึ้นหรือเปล่า?!ผู้เฒ่าเหอในใจชิงชังนางอย่างมากแล้วยังแอบคิดในใจ ถึงอย่างไรหนังสือสารกรมธรรม์เจ้าพวกนี้ก็ยังอยู่ในมือเขาขอแค่หนังสือสารกรมธรรม์ยังอยู่ในมือเขา จั

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1090

    จั๋วซือหรานไม่ตอบ แค่เลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่ยอมรับหรือปฏิเสธหัวหน้าคนคุ้มกันออกแรงเม้มปาก ในดวงตาแดงก่ำขึ้นจั๋วซือหรานเอ่ยเสียงเรียบ "เดิมทีข้าคิดว่าเจ้าน่าจะเห็นแล้วว่าเจ้านายเจ้าเป็นพวกที่ไม่เห็นความสำคัญของชีวิตคน จะมองออกถึงดวงชะตาแล้ว ทั้งที่ผ่านความเป็นความตายมาแล้วก็น่าจะหวงแหนชีวิตขึ้นมาบ้างจึงจะถูก นี่เจ้ากลับเข้ามารนหาที่ตาย"หัวหน้าคนคุ้มกันริมฝีปากสั่นระริก "แม่นาง..."จั๋วซือหรานเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ "เอาล่ะ เลือกมา"พอได้ยินคำพูดของจั๋วซือหราน หัวหน้าคนคุ้มกันก็ตกตะลึง "อะ อะไรหรือ?""อยากจะรอดหรืออยากจะตาย" จั๋วซือหรานพลิกข้อมือ อาวุธเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือ "ถ้าจะส่งเจ้าไปสบายมันง่ายดายมาก ไม่ใช่เรื่องลำบากเลย อย่าว่าแต่เจ้า พวกลูกน้องเหล่านี้ของเจ้า ข้าสังหารทั้งหมดได้แค่ในไม่กี่อึดใจ"พอได้ยินคำนี้ของจั๋วซือหราน หัวหน้าคนคุ้มกันที่ในดวงตาสงบนิ่งไปแล้วแท้ๆ แต่กลับเหมือนมีประกายของดวงดาวเปล่งปลั่งขึ้นมา"ยังมี...ชีวิตต่อได้หรือ?" ในน้ำเสียงของหัวหน้าคนคุ้มกันมีความหวังขึ้นมาแล้วจั๋วซือหรานเหลือบมองเขาผาดหนึ่ง "ได้ แต่มีสิ่งที่ต้องจ่าย""จ่ายด้วย...อะไรหรือ?"

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status