แชร์

บทที่ 782

ผู้เขียน: หูเทียนเสี่ยว
"ก็คงไม่บีบคั้นนาง! แล้วนางก็ไม่ต้องมาฆ่าคนด้วย!"

"มีคนไปผิดใจนางมาตั้งเยอะ ก็ยังไม่เคยเห็นนางคลั่งจนฆ่าคนแบบนี้เลย!"

"พวกท่านทำไมต้องทำแบบนี้? งานหมั้นหมายก่อนหน้านี้ก็เป็นพวกท่านที่กำหนด แล้วตอนนี้ทำไมถึงไปขับไล่พวกเขา"

"ทำไมคนที่ตายไม่ใช่พวกท่านกัน?"

เหล่าผู้อาวุโสถลึงตาโต มองหน้ากันไปมา เบิกตาอ้าปากค้าง

ตามหลักการที่พวกเขาพูดกับเหล่าอาวุโสแบบบี้ถือว่ากำเริบเสิบสาน แต่ชั่วขณะหนึ่ง เหล่าผู้อาวุโสกระทั่งลืมที่จะตะคอกออกไปด้วยซ้ำ

เพราะวพกเขาก็รู้อยู่รางๆ ว่าเรื่องราวมันค่อยๆ ควบคุมไม่อยู่แล้ว

มีเรื่องบางอย่างเหมือนกำลังพัฒนาไปในทิศทางที่พวกเขาควบคุมไม่ได้...

อีกด้านหนึ่ง จั๋วซือหรานนั่งดื่มชาอยู่ในโรงน้ำชา ดื่มไปคำหนึ่งก็ขมวดคิ้ว

ไม่อร่อยเลย

กินกับข้าวไปคำหนึ่ง ก็ขมวดคิ้วอีก

ห่วยแตก

เจี่ยงเทียนซิงรู้สึกจนใจ หัวเราะเอ่ยขึ้นว่า "พวกเรารีบมารับช่วงต่อ ก็ไม่ห่วยแตกแบบนี้แล้ว"

จากนั้น ที่ประตูก็มีเงาคนลับๆ ล่อๆ เดินเข้ามา

บนหัวสวมหมวกปิดหัว เดินไปมาอย่างรีบร้อน ปิดบังหน้าส่วนใหญ่ไว้ แต่ตราประทับจันทร์เสี้ยวบนหน้าผากนั่นก็ยังเผยออกมาอย่างชัดเจน

จั๋วซือหรานมองแล้วก็พูดไม่ออก เจ
บทที่ถูกล็อก
อ่านต่อที่ GoodNovel
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทที่เกี่ยวข้อง

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 783

    จั๋วซือหรานยิ้มตาโค้ง "มาก็มาแล้ว ทุกครั้งไม่เคยจะเข้ามาเสียที เอาแต่แอบฟังอยู่ข้างๆ มันใช่เรื่องไหม?"ฮั่วจือโจวเดินเข้ามา มองนางอย่างจำใจ "แม่นางจิ่วไม่รู้จริงหรือว่าตัวเองเป็นตัวยุ่งยากระดับไหน? ที่ข้าเข้ามา ก็ถือว่าเสี่ยงอันตรายมากแล้วนะ"จั๋วซือหรานฟังคำพูดเขา หัวเราะพยักหน้า "ข้ารู้อยู่แล้วว่าข้าเป็นตัวยุ่งยาก เป็นความเสี่ยง"ฮั่วจือโจวคิดจะพูดต่อ แต่จั๋วซือหรานก็ชิงพูดมาก่อน "แต่ว่านะ ถึงแม้ข้าจะเป็นความเสี่ยง แต่ว่ากำไรกับความเสี่ยงมันก็ของคู่กันไม่ใช่หรือ?""ดังนั้นข้าถึงคอยฟังอยู่นี่ไง อยากจะฟังว่าเจ้าจะให้ผลกำไรอะไรกับข้า" ฮั่วจือโจวเอ่ยขึ้น "ถึงอย่างไรจากสถานการณ์ของเจ้าในตอนนี้ ตระกูลเฟิงถ้าเจ้าคิดจะผิดใจให้ถึงที่สุด แล้วถ้าตะรกูลเฟิงไปจับมือกับตระกูลขุนนางอื่นล่ะก็..."ฮั่วจือโจวพูด ส่ายหัวเบาๆ "แม่นางจิ่ว ถึงตอนนั้นต่อให้ข้าอยากจะร่วมมือกับเจ้าแค่ไหน แต่ที่ตระกูลก็คงสร้างแรงกดดันกับข้าอย่างมาก ไม่ยอมให้ข้าทำเรื่องเช่นนี้แน่นอน ""ถึงแม้จะไม่อยากยอมรับ แต่มันก็เป็นอย่างที่เจ้าพูดนั่นล่ะ ตระกูลขุนนางก็เป็นกันเช่นนี้ เหนื่อสิ่งอื่นใดทั้งหมด สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือผลปร

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 784

    "เท่าไรนะ?!""เจ้าบอกว่าเท่าไรนะ?!"ทั้งสามคนแทบจะร้องออกมาพร้อมกันจั๋วซือหรานแหงนตามองพวกเขา "แปดเม็ด ทำไมหรือ?"ฮั่วจือโจวพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ ยื่นมือชี้ไปที่นาง สายตาตกตะลึง ครู่ต่อมา จึงพยักหน้าเอ่ยว่า "ขอตัวก่อน! จือโจวจะกลับไปหารือกับผู้อาวุโสทันที"จั๋วซือหรานขานรับอืมไปเสียงหนึ่ง นางคิดๆ เสิรมขึ้นมาว่า "มีแค่โอกาสเดียวเท่านั้นนะ""อะไรนะ?" ฮั่วจือโจวไม่ค่อยเข้าใจความหมายของจั๋วซือหรานจั๋วซือหรานเอ่ยต่อว่า "ถ้าหากเจ้าปฏิเสธครั้งนี้ จากนี้จะมาเสียใจแล้วอยากร่วมมือกับข้า ข้าก็จะไม่รับปากแล้วนะ"ฮั่วจือโจวมองรอยยิ้มบนหน้านาง และได้ยินเสียงใสของนางดังขึ้นว่า "ข้าเป็นคนนิสัยแบบนี้ล่ะ ทำอะไรก็จะขีดเส้นไว้ ต่อให้เป็นศัตรู ถ้าไม่เกินเลยมากนักข้าก็จะให้โอกาสอีกสักครั้ง"ฮั่วจือโจวตอบ "ข้าจะไปเดี๋ยวนี้แล้ว"หลังจากฮั่วจือโจวออกไป เจี่ยงเทียนซิงกับอินเจ๋ออันในที่สุดก็อดกลั้นไม่ไหว โดยเฉพาะอินเจ๋ออัน ท่าทางนั่น จั๋วซือหรานแทบอยากจะพุ่งไปบีบคอเขาจริงๆ"เจ้า! เจ้านี่จริงๆเลย""ทำไมจึงไปรับปากเงื่อนไขแบบนั้น? เจ้ารุ้ไหมว่าลูกกลอนขั้นสี่มมันมูลค่าสูงแค่ไหน?"หายากนะเนี่ย ที่เจี

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 785

    อินเจ๋ออันงึมงำขึ้นมา "เจ้านี่มันสุดยอดไปเลย!"จั๋วซือหรานยิ้มยิ้ม "แต่นี่ข้าก็แค่พูดกับพวกเจ้าเท่านั้นนะ เพราะข้ากับพวกเจ้ามีความสัมพันธ์ที่อยู่ในเรือลำเดียวกันแล้ว ส่วนฮั่วจือโจวทางนั้น..."สายตาจั๋วซือหรานลึกซึ้ง "เขาดูแล้วถึงจะเหมือนว่านิสัยไม่เลวก็เถอะ แต่ข้าก็ไม่เคยชื่อใจพวกตระกูลขุนนาง ดังนั้น เรื่องนี้ยังไม่ต้องบอกพวกเขาแล้วกัน"เจี่ยงเทียนซิงกับอินเจ๋ออันเดิมทียังไม่ได้สติกลับมา แต่เห็นได้ชัด ว่าไม่ใช่เรื่องว่าจะบอกหรือไม่บอกพวกตระกูลขุนนาง แต่ว่าเรื่องนี้เดิมทีก็เพียงพอจะทำให้พวกเขาตกตะลึงไปแล้ว"หก หกสิบเม็ด?" เจี่ยงเทียนซิงงึมงำจั๋วซือหรานพยักหน้า "หกสิบแปด หลังจากนี้ถ้าพัฒนาขึ้นก็น่าจะได้มากขึ้นไปอีก"อันที่จริงนี่คือการที่นักกลั่นยาของนางเลื่อนขั้นขึ้นมา ตอนนี้นางจะกลั่นยาลูกกลอนขั้นห้าออกมาก็ไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่ว่าเรื่องนี้ ไม่จำเป็นต้องไปบอกให้ใครรู้ส่วนที่ว่าทำไมปริมาณการผลิตถึงได้มาก นี่ก็เป็นวิธีการใหม่ที่จั๋วซือหรานค้นพบ ตนเองขอแค่กลั่นยาในมิติน้ำพุวิเศษ ถึงแม้มาตรฐานขั้นการกลั่นยาจะไม่ได้แตกต่างกับการกลั่นยาภายนอกมากนักแต่ปริมาณการผลิดกลับเปลี่ยนไปอย่าง

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 786

    จั๋วซือหรานฟังคำพูดนี้แล้ว มุมปากกระตุก "มองไม่ออกเลย ว่าข้าจะมีชื่อเสียงขนาดนี้"องครักษ์เงาเอ่ยต่อ "แล้วก็ตระกูลเฟิงเหมือนคิดจะร่วมมือกับพลังแห่งราชวงศ์..."จั๋วซือหรานฟังถึงตรงนี้ ดวงตาก็ลึกซึ้งขึ้นมา "พลังของราชวงศ์หรือ...ถ้าอย่างนั้นก็คงมีแค่ซือคงอวี้เจ้าขยะนั่น ถ้าไม่พูดถึงเรื่องนี้ข้าก็เกือบจะลืมเรื่องเขาไปแล้วนะ เขาน่ะไม่ได้น่ากลัวอะไร ถ้าเขาไปสมคบคิดกับตระกูลเฟิงจริง วันไหนน่ารำคาญฆ่าทิ้งไปก็จบ"จั๋วซือหรานหลังจากได้รับข่าวนี้ จึงปล่ยอให้พวกเขาไปกินกันอย่างเอร็ดอร่อยส่วนนางหมุนตัวไปที่เรือนข้างๆคืนนี้ การคุ้มกันของตระกูลเฟิงยิ่งเข้มงวดขึ้น!ถ้าบอกว่าเมื่อคืนนี้ยังลาดตระเวนกันอยู่ล่ะก็ คืนนี้ไม่ใช่แค่ลาดตระเวน แต่กำหนดจุดยามเลยทีเดียวบนกำแพงสูงทุกช่วงของตระกูลเฟิง ล้วนมีคนคอยเฝ้าทั้งสิ้นเช่นนี้ ไม่เชื่อเลยว่านางจะยังลอบเข้ามาในจวนตระกูลเฟิงได้!แต่สิ่งที่พวกเขาคิดไม่ถึงก็คือ...ในค่ำคืนนี้ ตระกูลเฟิงยังคงมีคนตายทุกคนล้วนรู้ว่าเหล่าผู้อาวุโสของตระกูลเฟิงไปผิดใจกับนังบ้าจั๋วไว้เต็มที่แล้ว นางคิดจะสังหารคนจริงๆ! ยิ่งไปกว่านั้นยังมองออกว่า นางสังหารคนแบบไม่มีทิศทางด

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 787

    องครักษ์เงาเอ่ยขึ้นว่า "คร่าวๆ ก็เป็นเช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้นข่าวนี้เพียงไม่นานก็ส่งออกมาจากจวนตระกูลเฟิง..."จั๋วซือหรานขมวดคิ้ว "โอ๋? จวนตระกูลเฟิงก่อนหน้านี้เป็นถึงถังเหล็กเลยนี่ ข่าวไม่ได้รั่วออกมาง่ายขนาดนี้"ตอนนี้ดูท่า เขื่อนพันลี้ก็ยังพังทลายด้วยรังมดจริงๆองครักษ์เงามองจั๋วซือหราน ถามขึ้นว่า "แม่นางจั๋วคิดจะสังหารอีกสักกี่คน จะทำให้พวกเขายิ่งผวาขึ้นไปอีกไหม?"จั๋วซือหรานหัวเราะ "ข้าไม่เคยสังหารคนธรรมดาในตระกูลเสียหน่อย ที่ข้าสังหารไปทั้งหมดล้วนเกี่ยวข้องกับพวกเขา หรือไม่ก็เป็นสุนัขของพวกเขา"องครักษ์เงาไม่คอ่ยเข้าใจความหมายของจั๋วซือหราน "สังหารสุนัขของพวกเขา...กับสังหารคนธรรมดาในตระกูลมีอะไรแตกต่างกันไหม?"องครักษ์เงาเห็นบนหน้าแม่นางจิ่วยังคงมีรอยยิ้มเฉยเมยแบบนั้นแล้วเอ่ยขึ้นว่า "ต้องแตกต่างกันอยู่แล้ว จุดเด่นของพวกสุนัขก็คือ...จะเป็นพวกที่เหมือนหญ้าบนกำแพง ลมพัดทางไหนก็เอนทางนั้น ดังนั้น ลงมือกับพวกเขาเสียก่อน หนึ่งคือข้าไม่ค่อยรู้สึกผิดมากนัก สองคือ พวกเขาน่าจะสามารถขึ้นไปเอาเรื่องกับพวกผุ้อาวุโสได้"องครักษ์เงาแปลกใจหน่อยๆ แต่พอฟังคำอธิบายนี้ของจั๋วซือหรานแล้ว ก็เข้

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 788

    แต่ที่คิดไม่ถึงก็คือ คืนวันนี้ จั๋วซือหรานหลังจากเอาของย่างหลายตัวให้กับพวกเขา ก็บอกว่าตนเองจะออกไปสักรอบหนึ่ง พรุ่งนี้ตอนมืดจึงจะกลับ ให้พวกเขาอยู่ในบ้านกันดีดีแน่นอนว่าพวกเขาไม่มีความเห็นอะไรจะมีจ้านหลูที่อยากรู้อยากเห็น ถามออกมาคำหนึ่ง "แม่นางจิ่วจะออกไปทำอะไรหรือ?"จั๋วซือหรานขานรับคำหนึ่ง "โอ้ ข้าจะออกไปรับใช้จักรพรรดิอย่างขันแข็งเสียหน่อย"ทุกคน "..."คืนนั้น ยังคงเหมือนเดิมในตระกูลเฟิงยังมีคนตาย และยังเป็นพวกสุนัขของผู้อาวุโสไม่ว่าพวกเขาจะคิดหาวิธีอย่างไร ก็เหมือนไม่มีทางที่จะหนีสายฟ้าพายุนี่ได้เลยตอนที่ทุกคนในตระกูลเฟิงยังขวัญผวาอยู่นั้นจั๋วซือหรานกลับถือโอกาสตรงไปยังค่ายทหารในค่ายลาดตระเวนป้องกัน ต่อให้จะเป็นกลางดึก แต่ยังคงจุดไฟสว่างไสวหากคิดจะลอบเข้าไปนั้นเป็นเรื่องยากมากแต่ว่า ในมุมหนึ่งของกระโจมค่ายซือคงเซี่ยน ไม่รู้เมื่อไร ที่ปรากฏร่างเงาดำร่างหนึ่งออกมาซือคงเซี่ยนพักผ่อนไปแล้ว แต่ตอนที่ตื่นขึ้นมางัวเงียกลางดึก หางตาก็เหลือบไปเห็นเงาดำร่างหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้จึงตื่นขึ้นมาทันที!คิดจะตะคอกขึ้นมาทันทีว่า...ใครกัน?!แต่ยังไม่ทันที่เขาจะอ้าปาก ก็ไ

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 789

    ซือคงเซี่ยนพยักหน้า "ก็ได้ยินมาบ้าง แต่เจ้าไม่ต้องกังวล พวกเขาก็แค่คิดจะร่วมมือกับซือคงอวี้เท่านั้น เพราะพูดขึ้นมา เจ้าเองก็เหมือนจะมีความแค้นกับซือคงอวี้อยู่นี่"เรื่องครั้งที่แล้วของซือคงอวี้ พังไม่เป็นท่าเพราะการปรากฏตัวของนาง"แต่ว่าตอนนี้ซือคงอวี้เดิมทีก็มีปัญหาอยู่มากมาย ยุ่งตัวเป็นเกลียว เอาจริงๆ ยังไม่มีเวลามาสนใจเรื่องของข้าทางนี้หรอกกระมัง ข้ารู้" จั๋วซือหรานพยักหน้าเบาๆ"ถูกต้อง ดังนั้นเจ้าจึงไม่ต้องกังวลมากนัก" ซือคงเซี่ยนเอ่ยขึ้นจั๋วซือหรานกลับเอ่ยขึ้นว่า "แต่ว่า จะอย่างไรก็ยังเป็นภัยเงียบอยู่ น่ารำคาญเหมือนกัน แก้ไขไปก่อนจะดีกว่า"ซือคงเซี่ยนมองนาง " แต่เจ้าไม่ใช่ว่าจะไม่สังหารเขาหรอกหรือ?"จั๋วซือหรานพอได้ยินก็เลิกคิ้วงามซือคงเซี่ยนหัวเราะ "ถ้าเจ้าคิดจะสังหารเขา เขาคงตายไปนานแล้ว ข้าคิดว่า เจ้าน่าจะไม่อยากมีความแค้นหยั่งลึกกับราชวงศ์กระมัง?"จั๋วซือหรานยิ้มปากโค้ง ซือคงเซี่ยนพูดไว้ถูกต้องจั๋วซือหรานเอ่ยขึ้น "ดังนั้น ท่านอ๋องรีบลุกเถอะ ไปกับข้า ข้าต้องการท่าน"ถึงแม้จะบอกว่าจั๋วซือหรานไม่มีความหมายนั้น แต่พอได้ยินประโยคนี้ในคำพูดของนางที่ว่าต้องการเขาในใจซื

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 790

    จั๋วซือหรานตอบกลับ "ไปช่วยกอบกู้บ้านเมือง ช่วยเหลือจักรพรรดิ""อะไรนะ?!" ซือคงเซี่ยนบางทีน่าจะเพราะตกตะลึงเกินไป เสียงในสายลมจึงค่อนข้างแตก!"หยุดก่อน ซือหราน รีบหยุดที!" ซือคงเซี่ยนร้อนรนหน่อยๆ รีบเอ่ยขึ้นมาจั๋วซือหรานตบให้ราชาหมาป่าน้ำแข็งนั่งลงมันยังวิ่งต่อไปอีกพักถึงหยุดลงตามความเคยชินจั๋วซือหรานเองหน้ามองซือคงเซี่ยนด้านหลัง "ทำไมหรือ?""ตอนนี้ที่วังสวนของเสด็จพ่อมีทหารเฝ้าอยู่หนาแน่น! ไม่ยอมให้คนเข้าออก นี่เป็นฝีมือของซือคงอวี้ ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ก็ไม่มีใครรู้สถานการณ์ของเสด็จพ่อด้วย ว่ายังมีชีวิตอยู่ไหม สุขภาพเป็นอย่างไรบ้าง...""ดังนั้นข้ากับแม่ทัพอิงเซ่าและแม่ทัพฉีฮ่าว จึงยังหารือวิธีการกันอยู่ ว่าทำอย่างไรจึงจะช่วยเหลือเสด็จพ่อออกมาได้อย่างราบรื่น แล้วเจ้าเข้าไปแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง มันจะบุ่มบ่ามไปหน่อย"จั๋วซือหรานเอ่ยตอบ "วิธีการก็มีอยู่ ข้าจะเข้าไป""อะไรนะ?" ซือคงเซี่ยนไม่เข้าใจความหมายของนาง"ข้าจะเข้าไปรอบหนึ่ง ก็รู้แล้วว่าสถานการณ์ของฝ่าบาทเป็นอย่างไร ถ้าหากถูกขังไว้ ข้าจะช่วยเขาออกมา ถ้าหากป่วย ข้าก็ยังรักษษเขาได้ ถ้าหากถูกหลอกล่อจนไม่รู้สถานการณ์ภายนอกเป็

บทล่าสุด

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1098

    นางหมายถึง...กองหนุนที่ย้ายมาจากสำนักเมฆาวารีของผู้เฒ่าเหอสินะ!?แต่ใครก็ตามที่มีความคิดเช่นนี้ เขาคงจะรู้สึกว่าอีกฝ่ายหยิ่งผยองโอหังถึงที่สุดหญิงสาวตรงหน้าคนนี้ ตอนที่เผยความหมายนี้ออกมากลับไม่ทำให้เขารู้สึกถึงความหยิ่งผยองโอหังแม้แต่น้อยเพราะ เรื่องราวเหมือนจะเป็นเช่นนี้จั๋วซือหรานเหมือนจะงึมงำกับตนเองขึ้นว่า "พอเข้าใจวิชาหุ่นเชิดกับหุ่นเชิดมนุษย์แล้ว มันน่าสนใจจริงๆ ทางที่ดีขอให้พวกเขาเอาเจ้าพวกนี้มาเล่นด้วย จะได้ไม่เสียเวลาที่ให้ข้ารอนานขนาดนี้...เจิ้นเจียงเหลือบมองทุกคนที่มีบาดแผลพอคิดๆ ก็ถามจั๋วซือหรานขึ้น "แม่นาง แล้วจะเรียกพวกเขาว่าอย่างไรกัน? เหมือนว่าจะบาดเจ็บกันหนักมาก ข้าพาพวกเขาไปพักผ่อนดีไหม?"หัวหน้าคนคุ้มกันมองออก ว่าคนรับใช้คนนี้ของนายท่าน เหมือนจะไม่ได้กังวลอะไรเลยกับสถานการณ์ที่นายท่านกำลังจะเผชิญแม้ไม่รู้ว่าผ่านเรื่องอะไรมา ถึงทำให้บ่าวมีความเชื่อมั่นที่เด็ดขาดขนาดนี้แต่ไม่ว่าจะผ่านอะไรมาอันที่จริงคนคุ้มกันอย่างพวกเขา ก็เพิ่งจะผ่านการถูกตระกูลเหอปฏิบัติอย่างโหดร้ายมานี่เองและยังเห็นเจิ้นเจียงมีความเชื่อมั่นที่เด็ดขาดขนาดนี้ต่อนายท่านแม้พวกเขา

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1097

    จั๋วซือหรานหลังจากพูดจบ ผู้เฒ่าเหอในที่สุดก็ทนกับความโกรธไม่ไหวตาเหลือกสลบเหมือดไปอีกครั้งจั๋วซือหรานจึงพาคนออกมาจากจวน ตอนที่ไปยังโรงเตี๊ยม หัวหน้าคนคุ้มกันยังมีความระแวดระวังอยู่"แม่นาง นี่คือโรงเตี๊ยมของตระกูลเหอ"จั๋วซือหรานเหลือบมองเขา พยักหน้าตอบ "ข้ารู้""ท่านไม่กังวล..." ขณะที่หัวหน้าคนคุ้มกันเอ่ยขึ้น ก็ตระหนักขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว ว่าเจ้านายใหม่ของตนเอง เหมือนเดิมทีจะเป็นคนที่ไม่ค่อยกังวลกับอะไรนัก""ถ้าหากกังวลล่ะก็ เกรงว่าตอนที่พวกเขาอยู่ในป่าทวนแสงก่อนหน้านี้ คงไม่ถูกนางเล่นงานเสียจนเป็นแบบนั้นหัวหน้าคนคุ้มกันบอกพูดพลางยิ้มจางๆ บอกกับตนเองว่า "ก็ถูก..."จั๋วซือหรานเพิ่งเดินเข้าประตูโรงเตี๊ยม เจิ้นเจียงก็เข้ามาต้อนรับแล้ว "คุณหนู! ท่านกลับมาแล้ว!"จั๋วซือหรานขานรับอืม เหลือบมองเขา "มีเรื่องอะไรยุ่งยากหรือเปล่า?"เจิ้นเจียงส่ายหัวตอบกลับ "ไม่มีเลยขอรับ ก็แค่ตอนที่เริ่มมีคนคิดจะมาหาเรื่อง แต่ยังไม่ทันได้แตะข้า ก็ถูกฟาดจนล้มไป หลังจากนั้น...ไม่มีหลังจากนั้นแล้วขอรับ"เจิ้นเจียงรู้ว่านายท่านคงทำอะไรไว้บนตัวตนเอง แต่ว่าจนถึงตอนที่เห็นคนที่คิดจะเข้ามาหาเรื่อง กระทั่งย

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1096

    ราวกับว่าความรู้สึกที่คลุมเครือในใจนั้น ในที่สุดก็โผล่ขึ้นมาอีกครั้งนางไม่มีประสบการณ์ผ่านเรื่องนี้จริงๆ แต่ในเส้นโชคชะตาของเจ้าของร่างเดิม เสน่ห์หนอนพิษกู่ในร่างเจ้าของเดิมถูกควบคุมโดยฉินตวนหยาง ทำให้ร่างกายไม่เป็นตัวของตัวเอง แล้วมองเห็นตนเองถูกควบคุมอยู่ตลอดเวลาทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้นแตกต่างอะไรกับหุ่นเชิดความมืดกัน วิญญาณถูกขังให้รับการควบคุมอยู่ในเปลือกร่าง ไม่อาจสงบสุขได้อีก ไม่อาจหลุดพ้นได้...เกลียดชังขนาดที่แม้จะเกิดใหม่อีกครั้ง ก็ยังไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกแล้วผู้เฒ่าเหอพอได้ยินคำนี้ ก็ไม่ได้ส่งเสียงอะไร ยังคงเช็ดแผลเลือดซิบบนหน้าตนเอง เช็ดจนบวมขึ้นมาแล้วจั๋วซือหรานไม่หันไปมองผู้เฒ่าเหออีก นำทางคนที่รับเข้ามาใหม่เตรียมจะออกไปพวกเขาแม้จะยังไม่ได้ฟื้นฟูกลับมาอย่างสมบูรณ์ แต่อย่างน้อยก็เดินกันได้แล้วยิ่งไปกว่านั้นในใจพวกเขาก็เข้าใจดี ต่อให้ตนเองเดินไม่ได้ จะต้องคลาน! ก็ต้องตามแม่นางออกไปพอเห็นจั๋วซือหรานออกไป ในใจผู้เฒ่าเหอก็เกิดความรู้สึกโล่งใจออกมาแต่ความรู้สึกที่มากว่า ยังคงเป็ฯความโกรธเคือง ชิงชังจนเข้ากระดูกดำแม้จะไม่กล้าพูดอะไรที่รุนแรงออกมา แต่กลับยังใช้สาย

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1095

    จั๋วซือหรานฟังถึงจุดนี้ อันที่จริงก็ไม่มีอะไรให้ฟังต่อเท่าไรแล้ว อย่างอื่นก็เหมือนจะเดาออกมาได้อยู่สาเหตุที่ใช้คนเป็นมาหลอมสกัด โดยเฉพาะต้องไปลอบโจมตีคนที่ทักษะยุทธ์ยอดเยี่ยมมาหลอมเป็นหุ่นเชิดความมืดแน่นอนว่าเป็นเพราะทักษะยุทธ์กับความคิดด้านต่อสู้ของอีกฝ่าย และสิ่งเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในร่างกายของอีกฝ่าย แต่อยู่ในจิตใต้สำนึกของอีกฝ่าย...พูดให้ง่ายหน่อย คืออยู่ในจิตวิญญาณของอีกฝ่ายนั่นเองพอร่างตายวิญญาณก็ดับสลายแล้วตะปูวิญญาณนี่...จั๋วซือหรานมองตะปูยาวในมือเล่มนี้ ฟังจากชื่อก็เดาประโยชน์ของมันได้ไม่ยากโหดร้ายมาก ตอกดวงวิญญาณของอีกฝ่ายไว้ในร่างกาย ประสิทธิภาพของอักขระคำสาปเปล่านี้ ก็ควรจะเป็นเช่นนี้กระมังผู้เฒ่าเหอพอเห็นจั๋วซือหรานไม่ถามต่อ ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก ถอนใจยาวออกมาและตอนนี้เอง หลังจากได้รับการรักษาของจั๋วซือหราน หัวหน้าคนคุ้มกันที่ฟื้นฟูพลังปราณมาแล้วบางส่วนก็พูดกับจั๋วซือหรานอย่างนอบน้อม "แม่นาง ปรมาจารย์วิชาเหยี่ยนที่หลอมสกัดหุ่นเชิดความมืดเป็นคนแรก ก็คือบรรพจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักเมฆาวารี แต่เจ้าสำนักเมฆาวารีในตอนนี้ เป็นรุ่นหลังของบรรพจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักคนนั้น"

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1094

    ถ้าหากใช้ศพของคนล่ะ?แต่ถึงอย่างไรมันก็เป็นสิ่งต้องห้าม ดังนั้นตอนที่หุ่นเชิดร่างแรกถูกหลอมออกมา ปรมาจารย์วิชาเหยี่ยนคนนั้นกระทั่ง ปรมาจารย์วิชาเหยี่ยนคนนั้นก็พบกับการลงโทษที่รุนแรงยิ่งไปกว่านั้นหุ่นเชิดมนุษย์ก็ถูกตราว่าเป็นสิ่งต้องห้าม แต่ว่า ทักษะนี้ก็ปรากฏออกมาแล้วทักษะอะไรก็ตามพอปรากฏออกมาแล้ว ต่อให้จะถูกตีตราเป็นสิ่งต้องห้ามก็ตาม แต่ก็ยังมีคนที่แอบนำมาใช้งานกันอยู่ส่วนหุ่นเชิดความมืดตัวแรกนั้น...จั๋วซือหรานฟังถึงตรงนี้ก็เลิกคิ้วขึ้น "ดังนั้นเอาคนเป็นมาใช้ถึงจะกลายเป็นหุ่นเชิดความมืดสินะ"นางมองผู้เฒ่าเหอ "ข้าเป็นหมอ วิชาแพทย์เองก็ไม่เลวนัก บาดแผลที่เกิดขึ้นก่อนตายกับบาดแผลที่เกิดขึ้นหลายตายไปแล้ว ข้าเข้าใจเป็นอย่างดี"เจตนาที่จั๋วซือหรานพูดคำนี้ออกมานั้นง่ายมาก ก็คือจะพูดกับผู้เฒ่าเหอให้ชัดเจนถึงความหมายหนึ่ง...อย่าโกหกข้าผู้เฒ่าเหอเหลือบมองนางผาดหนึ่ง ตอนนี้จึงเอ่ยขึ้นเสียงเล็ก "ใช่แล้ว แค่นำคนเป็นมาทำ ก็จะเรียกว่าหุ่นเชิดความมืด แม้หุ่นเชิดความมืดจะถูกสั่งห้ามมาตลอด แต่ระหว่างปรมาจารย์วิชาเหยี่ยนด้วยกันก็มีการหารือกันมาตลอด หุ่นเชิดมนุษย์ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องควา

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1093

    พอได้ยินคำพูดของจั๋วซือหราน ดวงตาผู้เฒ่าเหอถลึงตาโตกว่าเดิมไม่มีอะไรที่ที่จะยอดเยี่ยมไปกว่าคนที่เก่งรอบด้าน คำพูดส่งๆ ที่ว่า 'อันที่จริงข้าก็แค่เล่นๆ เท่านั้น ไม่เคยเรียนรู้จริงจังมาก่อนเลย' ยิ่งทำให้คนรู้สึกว่าถูกดูถูกมากขึ้นไปอีกแต่ผู้เฒ่าเหอถึงจะโกรธก็ไม่กล้าพูด ดูเหมือนกลั้นหายใจค้างอยู่ที่อก เข้าก็ไม่ได้ออกก็ไม่ได้ผ่านไปพักหนึ่งถึงหายใจได้คล่องหน่อยเหมือนเพิ่งจะได้ความสามารถในการพูดกลับมา"สิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดของวิชาหุ่นเชิดก็คือหุ่นเชิดความมืด และสิ่งที่สำคัญที่สุดของหุ่นเชิดความมืดก็คือตะปูวิญญาณ" ผู้เฒ่าเหอเอ่ยขึ้นหลังจากที่จั๋วซือหรานได้ยิน ก็เลิกคิ้วขึ้น ทำท่าเหมือนจะสนใจขึ้นมา "เล่าให้ละเเอียดหน่อย"ผู้เฒ่าเหอได้ยินคำนี้ของจั๋วซือหราน ในใจก็เกิดความคิดขึ้นเพียงแต่ความคิดเหล่านี้พอโผล่ขึ้นมาในใจ ก็ถูกจั๋วซือหรานทำลายลงทันที"ถึงอย่างไรเจ้าก็คิดจะดึงข้าไว้ที่นี่อยู่แล้ว เจ้าจะได้ให้กองหนุนจากสำนักเมฆาวารีเข้ามาสั่งสอนข้า ช่วยระบายให้กับเจ้าไม่ใช่หรือ" จั๋วซือหรานเอ่ยขึ้น"ข้าเองก็ให้ความร่วมมือกับเจ้าได้ รอกองหนุนของเจ้าที่นี่เสียเลย" จั๋วซือหรานยกมุมปากเป็นร

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1092

    ตอนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม รู้สึกถึงแต่ความกดดันบีบคั้น ทว่ายืนอยู่ฝั่งตนเองก็ไม่เหมือนเดิม รู้สึกปลอดภัยอย่างสิ้นเชิงโดยเฉพาะ...ทำไมถึงเริ่มนับขึ้นมาล่ะ?ยิ่งไปกว่านั้น ในมือจั๋วซือหรานตอนนี้ ยังปรากฏตะปูยาวสีดำที่เต็มไปด้วยอักขระคำสาปแปลกประหลาดที่ดูแล้วลึกลับอย่างมากเล่มหนึ่ง!จากนั้นจึงเริ่มนับ "หนึ่ง""สอง"แล้วความเร็วการนับก็ไม่ได้ช้าเลย รู้สึกเหมือนไม่คิดจะให้คนได้ลังเลด้วยซ้ำจะยอมแพ้ หรือจะตาย ไม่มีตัวเลือกที่สามจะเจรจาหรือไม่เจรจา ไม่มีให้เห็นทั้งสิ้นผู้เฒ่าเหอ ตอนที่สายตาจับภาพตะปูยาวในมือจั๋วซือหรานได้ก็เปลี่ยนไปแล้ว ความหวาดกลัวตกตะลึงมหาศาลระเบิดขึ้นมาในดวงตากระทั่งตอนที่จั๋วซือหรานนับถึงสอง เขาก็รีบเอ่ยขึ้นว่า "ให้เจ้า! ให้เจ้าก็พอสินะ!"เสียงของผู้เฒ่าเหอแม้จะไม่ได้ต่ำขรึม แต่ก็ยังหนักแน่นแต่ตอนที่รีบตะโกนคำนี้ออกมา เสียงก็สั่นเครือราวกับกรีดร้องแหลมเหมือนกลัวว่าถ้าช้าไปสักนิดเดียว นางจะเอาตะปูประหลาดเล่มนั้นมาเล่นงานเขาดูแล้วพอเทียบกับการกลัวจั๋วซือหราน สู้บอกว่าเขากลัวตะปูในมือนางนั่นมากกว่าจั๋วซือหรานเลิกคิ้ว ตะปูยาวที่อยู่ระหว่างนิ้ว หมุนควงเหมื

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1091

    ผู้เฒ่าเหอก่อนหน้านี้เดิมทีถูกทำให้ตกใจจนสลบไปเท่านั้น ร่างกายไม่ได้บุบสลายแต่อย่างใดดังนั้นจึงได้สติกลับมาอย่างรวดเร็ว เพียงแต่ว่า หลังจากได้สติแล้วในใจยังไม่มีแผนรับมือ จึงทำได้แค่แกล้งนอนสลบไปบนพื้นต่อครุ่นคิดว่าควรจะรับมืออย่างไร แต่หญิงสาวคนนี้จะหลอกล่อก็หลอกไม่ได้ ทิฐิสูงไม่มีอ่อนข้อให้เลยจริงๆชั่วขณะหนึ่งก็ยากจะหาแผนการรับมือออกมาได้จึงทำได้แค่แกล้งสลบดึงเวลาออกไปก่อนดังนั้นผู้เฒ่าเหอจึงแกล้งนอนสลบอยู่บนพื้น ไม่ยอมลุกขึ้นมาเขายังคิดว่าจะไม่ถูกพบเสียอีก ฟังคำพูดเหล่านั้นของจั๋วซือหราน ฟังฟู่จาวหนิงชักชวนยุยงเหล่าคนคุ้มกันของเขาผู้เฒ่าเหอรู้สึกชิงชังในใจ!ตอนนี้เขาเองก็มีปฏิกิริยาขึ้นมาแล้ว ว่าคนคุ้มกันเหล่านี้ไม่ได้ทรยศหักหลังเขาแต่หญิงสาวคนนี้จงใจไว้ชีวิตพวกเขา ปล่อยพวกเขากลับมา...ใครจะรู้ว่านางคำนวณไว้แล้วหรือเปล่าว่าเขาจะไม่มีท่าทีที่ดีกับคนคุ้มกันเหล่านี้ ใครจะรู้ว่านางรอให้สถานการณ์แบบนี้ปรากฏขึ้นหรือเปล่า?!ผู้เฒ่าเหอในใจชิงชังนางอย่างมากแล้วยังแอบคิดในใจ ถึงอย่างไรหนังสือสารกรมธรรม์เจ้าพวกนี้ก็ยังอยู่ในมือเขาขอแค่หนังสือสารกรมธรรม์ยังอยู่ในมือเขา จั

  • ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง   บทที่ 1090

    จั๋วซือหรานไม่ตอบ แค่เลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่ยอมรับหรือปฏิเสธหัวหน้าคนคุ้มกันออกแรงเม้มปาก ในดวงตาแดงก่ำขึ้นจั๋วซือหรานเอ่ยเสียงเรียบ "เดิมทีข้าคิดว่าเจ้าน่าจะเห็นแล้วว่าเจ้านายเจ้าเป็นพวกที่ไม่เห็นความสำคัญของชีวิตคน จะมองออกถึงดวงชะตาแล้ว ทั้งที่ผ่านความเป็นความตายมาแล้วก็น่าจะหวงแหนชีวิตขึ้นมาบ้างจึงจะถูก นี่เจ้ากลับเข้ามารนหาที่ตาย"หัวหน้าคนคุ้มกันริมฝีปากสั่นระริก "แม่นาง..."จั๋วซือหรานเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ "เอาล่ะ เลือกมา"พอได้ยินคำพูดของจั๋วซือหราน หัวหน้าคนคุ้มกันก็ตกตะลึง "อะ อะไรหรือ?""อยากจะรอดหรืออยากจะตาย" จั๋วซือหรานพลิกข้อมือ อาวุธเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือ "ถ้าจะส่งเจ้าไปสบายมันง่ายดายมาก ไม่ใช่เรื่องลำบากเลย อย่าว่าแต่เจ้า พวกลูกน้องเหล่านี้ของเจ้า ข้าสังหารทั้งหมดได้แค่ในไม่กี่อึดใจ"พอได้ยินคำนี้ของจั๋วซือหราน หัวหน้าคนคุ้มกันที่ในดวงตาสงบนิ่งไปแล้วแท้ๆ แต่กลับเหมือนมีประกายของดวงดาวเปล่งปลั่งขึ้นมา"ยังมี...ชีวิตต่อได้หรือ?" ในน้ำเสียงของหัวหน้าคนคุ้มกันมีความหวังขึ้นมาแล้วจั๋วซือหรานเหลือบมองเขาผาดหนึ่ง "ได้ แต่มีสิ่งที่ต้องจ่าย""จ่ายด้วย...อะไรหรือ?"

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status