ในเวลานี้เอง หลิวเจี๋ยที่ได้รับคำชมจากทุกคนเข้าก็ยิ่งรู้สึกได้ใจมากกว่าเดิม เขาส่งเสียง เหอะ อย่างเย็นชา แล้วพูดออกไป “ทางที่ดีพวกแกควรคุกเข่าลงและขอโทษซะ แล้วก็ออกไปจากที่นี่ ไม่เช่นนั้น ฉันจะทำให้พวกแกต้องเดินออกไปทั้งน้ำตาแทน”“ดี ดีนี่ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เด็กหนุ่มอย่างแกเป็นคนแรกที่กล้าพูดแบบนี้กับฉัน”ชายหนุ่มโกรธมาก เขาก้าวไปข้างหน้าและใช้หมัดชกออกไปอย่างแรงในทันทีแค่เห็นความเร็วและความแรงที่หมัดถูกส่งออกไป หัวใจของหลิวเจี๋ยก็สั่นสะท้าน นี่คือยอดฝีมือที่แท้จริง แต่ก่อนที่เขาจะทันได้โต้ตอบอะไร เขาก็ได้เกิดความรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาที่หน้าอกเขาถูกโจมตีโดยตรง จนทำให้กระเด็นออกไปหน้าอกของหลิวเจี๋ยบาดเจ็บสาหัสชายหนุ่มไม่สนใจเลยด้วยซ้ำ เขาก้าวไปข้างหน้าอีกครั้ง และใช้เท้าเหยียบลงไปอย่างแรงอ๊าก!หลิวเจี๋ยส่งเสียงกรีดร้องออกมาทุกคนต่างก็เงียบกันหมด ต่างคนต่างก็ตกใจ และไม่มีใครกล้าที่จะเอ่ยปากพูดออกมาทุกคนคิดว่าหลิวเจี๋ยเป็นคนที่เก่งกาจมาก แต่พวกเขาก็คิดไม่ถึงว่าหลิวเจี๋ยจะถูกอีกฝ่ายที่เป็นแค่ชายหนุ่มธรรมดา ที่ใช้แค่หมัดเดียว ลูกเตะเดียวก็สามารถทำให้เขาบาดเจ็บได้ หลิวเจี
ซาจื่อหาวกลับมาสงบสติอารมณ์อีกครั้ง และพูดอย่างภาคภูมิใจ “ฉันเป็นคนที่ค่อนข้างจะยุติธรรม นายได้ทำร้ายคนของฉันไปแล้ว ข้อเสนอที่นายให้มามันใช้ชดเชยไม่ได้หรอก”“แต่ก็ไม่ได้ต้องการมากนักหรอก ร้อยล้าน ไม่มากไปหรอกใช่ไหม? ”“ไม่เลยครับ ไม่ได้มากมายอะไรเลยครับ”เมื่อหลิวเจี๋ยได้ยินดังนั้น เขาก็แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขากลัวจริง ๆ ว่าอีกฝ่ายจะเปิดปากเรียกร้องอะไรมากกว่านี้ แต่ถ้าหากร้อยล้านสามารถแก้ปัญหาวันนี้ได้ ความจริงมันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี“ได้ งั้นข้อที่สอง! ”“ยังมีอีกข้อเหรอครับ? ”“ทำไม เรื่องที่เพื่อนนายมาวอแวผู้หญิงของพวกพ้องฉันไม่นับงั้นเหรอ? ” การแสดงออกของซาจื่อหาวเปลี่ยนเป็นเย็นชาและอาฆาตขึ้นในทันที“ไม่ ไม่ใช่ครับ! ” หลิวเจี๋ยพูดอย่างสั่นเทา“งั้นก็ดี เอางี้ ในเมื่อเพื่อนของนายมาวอแวกับผู้หญิงของพวกพ้องของฉัน งั้นก็ทำเหมือนกัน ให้เธอคนนั้นมาอยู่เป็นเพื่อนฉัน เรื่องพวกนี้ก็ถือว่าแล้วกันไป”ซาจื่อหาวชี้ไปทางหลินหว่านหรูแล้วพูดทันทีที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกมา สีหน้าของหลินหว่านหรูก็ดูไม่น่ามองขึ้นมาทันทีการแสดงออกของหลิวเจี๋ยเองก็ไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ เขาจึงรีบพูด
“ทำไม อยากขอร้องแทนเขางั้นเหรอ?”“ได้สิ เธอแค่มาอยู่เป็นเพื่อนฉัน แล้วฉันจะปล่อยเธอไป! ”ซาจื่อหาวยิ่งแสดงออกถึงความภาคภูมิใจและความชั่วร้ายมากขึ้นเรื่อย ๆ ใช้มือขวาบีบใบหน้าของหลินหว่านหรู“ไปให้พ้นนะ! ”หลินหว่านหรูปัดมืออีกฝ่ายออก เดินถอยหลังทีละก้าวไปทางด้านข้าง เธอทั้งกังวลและทำอะไรไม่ถูกหลิวเจี๋ยรู้สึกเสียใจมากจริง ๆ เห็นได้ชัดว่าทุกคนต่างยกย่องเทิดทูลเขาขนาดนั้น แต่ตอนนี้เขากลับเหมือนคนที่ไร้ประโยชน์ เขากัดฟันแล้วพูดว่า “พี่หาว ได้โปรดพี่อย่าทำแบบนี้...... ”ซาจื่อหาวตบเขาในทันที พร้อมทั้งสาดคำด่า “หุบปากซะ แกไสหัวไปอยู่ด้านข้างนู่นไป ขืนยังพูดพล่ามอยู่อีก ฉันจะฆ่าแกทิ้งซะ! ”หลิวเจี๋ยเอามือกุมแก้มที่เจ็บปวดของเขา และไม่กล้าที่จะเอ่ยปากพูดอะไรอีก“เหอะ คิดว่าแกจะแน่กว่านี้ซะอีก สุดท้ายก็เป็นแค่ขยะ ขี้ขลาด”ซาจื่อหาวกล่าวสีหน้าดูถูกสีหน้าของหลิวเจี๋ยแทบจะดูไม่ได้ พอมองไปทางผู้คนที่กำลังมองเขาด้วยสายตาแปลก ๆ เขารู้สึกทรมานราวกับว่าเขากำลังกินขี้สุนัขสีหน้าของหลินหว่านหรูเต็มไปด้วยความกังวลใจและความสิ้นหวัง ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ในเวลานี้เธอกลับนึกถึงเย่เทียนหยู่ขึ้นมาไ
บ้าเอ๊ย!แม้แต่คำพูดอวดดีแบบนี้ยังกล้าพูดออกมาได้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนอื่น หลินหว่านหรูเองก็แทบจะหลั่งน้ำตาอยู่แล้วเป็นอย่างที่คิดไว้ตริง ๆ คำพูดเหล่านี้ทำให้ซาจื่อหาวที่กำลังเล่นตลกกับคนดูอยู่โกรธเคืองเป็นอย่างมาก เขาพูดด้วยท่าทางที่น่ากลัว “เจ้าหนู นี่แกกำลังรนหาที่ตายอยู่นะ”“พอไปถึงยมโลกแล้ว ก็อย่ามาโทษว่าฉันโหดร้ายก็แล้วกัน”ทันทีที่เขาพูดจบ เขาก็ก้าวไปข้างหน้าอีกครั้งคราวนี้ ความเร็วเพิ่มขึ้นกว่าเดิม ลงมือหนักกว่าเดิม อีกทั้งยังเป็นการมุ่งหวังทำร้ายโดยตรง จนอาจจะสามารถเอาชีวิตของอีกฝ่ายได้จริง ๆแต่ว่า ในไม่ช้าเขาก็ค้นพบว่า อีกฝ่ายมีการเคลื่อนไหวที่เร็วกว่าเมื่อหลิวเจี๋ยและคนอื่น ๆ เห็นฉากนี้ พวกเขาต่างก็แอบส่ายหัวเด็กคนนี้จบเห่แล้ว ช่างเป็นคนที่ไม่รู้ภาษีภาษาจริง ๆ หากเขาจะโดน ก็สมควรแล้วล่ะแต่ในดวงตาของหลินหว่านหรูก็ยังคงมีความหวังอยู่ เธอก็จ้องมองไปยังสถาณการณ์ตรงหน้าอย่างไม่ละสายตาเพราะเธอรู้ว่าเย่เทียนหยู่เก่งศิลปะการต่อสู้มาก แต่เมื่อเทียบกับคนตรงหน้าแล้ว เธอเองก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง ผั๊วะ!ซาจื่อหาวพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว แต่ถูกกระแทกกลับด้วยแรงที่เร็วกว่
“เดิมฉันก็ไม่ได้ขอให้มาช่วยอยู่แล้วหนิ” เย่เทียนหยู่พูดอย่างเย็นชา“นาย นายนี่มันเนรคุณจริง ๆ! ”ซูถิงกล่าวด้วยความโมโห“ไปให้พ้น! ”เย่เทียนหยู่รู้สึกรำคาญนิดหน่อย“เย่เทียนหยู่ นายกำลังทำอะไรอยู่น่ะ พูดแบบนั้นออกมาได้ยังไง! ”ในขณะเดียวกันนี้เอง ในที่สุดหลินหว่านหรูก็อดไม่ได้ที่จะพูดบางอย่างออกมาเธอรู้สึกประทับใจมากที่เย่เทียนหยู่สามารถออกหน้าช่วยเธอไว้ แต่เธอก็ไม่สามารถเพิกเฉยต่อความพยายามของหลิวเจี๋ยเช่นกัน ยิ่งไม่ควรตำหนิซูถิง ทั้งที่ซูถิงพยายามอุทิศตนเพื่อช่วยเธอด้วย“สิ่งที่ฉันพูดคือความจริงทั้งนั้น! ” เย่เทียนหยู่กล่าว“ได้ ต่อให้สิ่งที่นายพูดจะเป็นเรื่องจริง แต่ซูถิงก็ไม่ผิด ถ้านายยังจะลงมือกับเขาให้ได้ พวกเราทุกคนก็จะพลอยติดร่างแหไปกับนายด้วย”หลินหว่านหรูไม่เห็นด้วยกับคำพูดของเย่เทียนหยู่ แต่เธอไม่ต้องการที่จะโต้แย้งกับเขาที่นี่“ใช่แล้ว เย่เทียนหยู่ นายรู้ไหมว่าตัวตนของพี่ห่าวมีการดำรงอยู่แบบไหน เขาคือจุดสูงสุดสำหรับคนรุ่นใหม่ นายจะลงมือกับเขาไม่ได้” หลิวเจี๋ยเองก็ลุกมายืนข้างหน้าซาจื่อหาวเพื่อขวางทางเอาไว้ ราวกับว่ากำลังปกป้องอีกฝ่ายอยู่“นั่นสิ เย่เทียนยู่ นา
หลิวเจี๋ยรู้สึกหวาดกลัวมาก เขารีบก้าวไปข้างหน้าเพื่อตรวจสอบอย่างระมัดระวัง และเรียกเบา ๆ “พี่หาวครับ พี่หาว......”ในไม่ช้า เขาก็พบว่าซาจื่อหาวยังไม่ตาย แต่อาจจะได้รับบาดเจ็บภายใน และพูดขึ้นทันที “เรียกรถพยาบาลเร็วเข้า”เมื่อบอดี้การ์ดได้ยินดังนั้น ก็รีบจัดการทันทีจากนั้นหลิวเจี๋ยก็มองไปที่เย่เทียนหยู่ และแอบเยาะเย้ยอยู่ในใจเจ้าเด็กนี่ ครั้งนี้ได้จบเห่แล้วจริง ๆ แน่นอนแค่หวังว่า จะไม่ทำให้พวกเขาต้องเดือดร้อนไปด้วยก็พอ ยังไงซะ เรื่องนี้ก็ถือว่าตัวเองก็เป็นต้นเหตุแต่ตอนนี้พี่หาวก็ไม่น่าจะเป็นอะไรมากแล้ว บวกกับตอนหลังเขาเองก็ได้ช่วยพี่หาวเอาไว้ น่าจะไม่ทำให้ตัวเองต้องเดือนร้อนอะไรมากนักจบเห่แล้ว!จบสิ้นแล้วจริง ๆ!ในเวลานี้เอง สีหน้าของหลินหว่านหรูซีดลง เธอทรุดตัวลงบนเก้าอี้ทันทีเมื่อก่อนทุกครั้งที่ต้องเจอกับปัญหามากมายครั้งแล้วครั้งเล่า กระทั่งบางครั้งอาจก็เคยเจอสถานการณ์ที่คล้ายกันกับครั้งนี้เลยด้วยซ้ำแต่ครั้งนี้แตกต่างกันออกไป ผลที่ตามมากลับร้ายแรงเกินกว่าที่คิดเอาไว้มีเพียงเย่เทียนหยู่เท่านั้นที่ดูสงบนิ่ง ราวกับว่าเขาไม่ได้ทำอะไรเลย รู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมาก กระทั
“จะว่าไปแล้ว ยอดฝีมือของพวกเขายังไม่ทันได้มีใครลงมือเลยด้วยซ้ำ ทักษะกังฟูแค่นี้ของนาย เมื่อเทียบกับยอดฝีมืออาวุโสพวกนั้นแล้ว ก็ไม่มีค่าให้เอ่ยถึงหรอก”นี่คือความคิดที่แท้จริงของหลินหว่านหรู เธอเคยโชคดีที่ได้เห็นยอดฝีมือของสมาคมมังกรดำลงมือ พวกเขาสามารถผ่าก้อนหินได้ด้วยมือเปล่าจริง ๆมันน่ากลัวมาก เทียบกับความเก่งกาจของเย่เทียนหยู่ในตอนนี้ มีมากกว่าสิบเท่าเสียอีกทุกคนต่างก็พยักหน้า เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเห็นด้วยกับคำพูดของหลินหว่านหรูแต่หลิวเจี๋ยกลับไม่เต็มใจ และพูดด้วยน้ำเสียงที่ใจเย็น “เย่เทียนหยู่ แกสู้ไม่ไหวหรอก รีบหนีไปเถอะ แต่ถ้าแกหนีไป หว่านหรูก็จะเดือดร้อนแทน ตระกูลหลินก็จะเดือดร้อนยิ่งกว่าอีก เกรงว่ายังไงซะตอนนี้พวกเราก็ถูกแกดึงเข้ามาเอี่ยวกันหมดแล้ว”“ใช่ ใช่ เย่เทียนหยู่จะไปไม่ได้ เขาไปแล้วพวกเราจะทำยังไง” ซูถิงพูดขึ้นทันทีหลินหว่านหรูขมวดคิ้วเล็กน้อย และพูดว่า “เหิงซากรุ๊ปเก่งกาจมาก แต่ก็คงจะพอมีเหตุผลอยู่บ้าง พอพูดถึงผลสรุปสุดท้ายแล้ว ทุกคนก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรมากมาย คงไม่ทำให้ทุกคนเดือดร้อนหรอก”“ถ้าพวกเขาต้องการจะหาเรื่องจริง ๆ ฉันจะแบกมันไว้คนเดียว! ”แม้ว
เมื่อกี้ตอนที่ซูถิงได้ยินสิ่งที่เย่เทียนหยู่พูด เธอคิดว่ามันเป็นเพียงคำพูดลม ๆ แล้ง ๆ เท่านั้น แล้วก็ไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนั้นอีกแต่พอเป็นตอนนี้ ความรู้สึกที่ไม่อาจจินตนาการได้กลับพุ่งเข้ามาครอบงำเธอในทันที“หว่านหรู ฉันจะลงไปข้างล่างหน่อยนะ”ซูถิงพูดอะไรบางอย่างกับหลินหว่านหรู แล้วรีบวิ่งลงไปอย่างรวดเร็ว เธอต้องการไปถามนายกเทศมนตรีหวงโดยตรง ว่าเขารู้จักเย่เทียนหยู่หรือเปล่าหลินหว่านหรูตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เธอนึกว่าซูถิงต้องการที่จะไปหาเย่เทียนหยู่แต่ไม่ทันที่จะรังเธอเอาไว้ได้ ซูถิงก็ได้วิ่งไปแล้ว งั้นก็คงต้องขึ้นอยู่กับเธอแล้วล่ะ ยังไงซะ ตอนนี้ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นไปไม่ได้ที่ซูถิงจะหยุดเย่เทียนหยู่เอาไว้ได้ซูถิงวิ่งเร็วมาก ไม่นานก็มาถึงประตูทางเข้าเธอกวาดสายตาไปรอบ ๆ เพื่อมองหานายกเทศมนตรีหวงทันใดนั้น หัวใจของเธอก็รู้สึกสั่นสะท้าน สายตาของเธอก็ได้จับจ้องไปยังทิศทางทิศทางหนึ่ง ซึ่งมันทำให้ตัวเธอแข็งทื่อข้างหน้าของเธอ คือท่านผู้นำหยาง นายกเทศมนตรีหวงและเย่เทียนหยู่กำลังยืนอยู่ด้วยกันสิ่งที่ทำให้เธอตกใจมากที่สุดก็คือ ทั้งสองคนดูเกรงใจเย่เทียนหยู่มาก ท่านผู้นำหยางยังเป็นคนเ
คุณนายไป๋ที่ได้ยินคำพูดของหัวหน้าใหญ่ เธอก็ตระหนักได้ว่าตนน่าจะพูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไป เธอจึงรีบอธิบายออกไปทันทีว่า “นายท่านทั้งสอง ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่เมื่อกี้ฉันพูดอะไรออกไปโดยไม่คิด อย่าสนใจสิ่งที่ฉันพูดเลยนะคะ”หัวหน้าใหญ่ไป๋คิดว่า แค่ภรรยาของเขาปิดปากเงียบอย่างเชื่อฟัง ไม่พูดอะไรอีกก็เพียงพอแล้วแต่คิดไม่ถึงเลยว่า เธอยังจะพูดประโยคพวกนี้ออกมาอีกนี่มันเท่ากับกำลังปกปิดความผิดตัวเองแบบหน้าด้าน ๆ เลยไม่ใช่รึไง?เจวี๋ยซินพูดอะไรไม่ออก นี่พวกมันสองผัวเมียคิดว่าพวกตนโง่มากรึไง พวกตนดูไม่มีสมองมากขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ?ผู้อาวุโสหูเองก็หมดคำจะพูด เขาได้แต่จ้องตาเขม็งไปยังหัวหน้าใหญ่ไป๋ ก่อนจะพูดด้วยความโกรธออกไปว่า “ไป๋เฉิน แกบังอาจมากนะ ทั้ง ๆ ที่รู้ตัวตนของอีกฝ่าย แต่แกกลับกล้าปิดบังพวกเรา”“ผมถูกใส่ร้ายครับ!”หัวหน้าใหญ่ไป๋รีบคิดข้อแก้ตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพูดออกไปว่า “กระผมถูกใส่ร้ายจริง ๆ นะครับ ตอนแรกที่ผมรายงานไป ผมแทบไม่รู้เรื่องอะไรเลย มาวันนี้ผมเองก็เพิ่งจะได้รู้ที่มาของอีกฝ่าย ว่าที่แท้ก็เป็นถึงราชามังกรแห่งพรรมังกร”ผู้อาวุโสหูที่ได้ยินดังนั้น เขาก็รู้สึกว่าม
แม้ว่าจะเป็นรองเจ้าสำนัก แต่ที่ทุกคนต้องเรียกแบบนั้น ก็เพราะนั่นคือความต้องการของเจวี๋ยเทียนพอเห็นท่าทีของหัวหน้าใหญ่ไป๋ ในที่สุดคุณนายไป๋ก็ได้สติ เมื่อนึกถึงคำพูดที่หัวหน้าใหญ่ไป๋เคยพูดเอาไว้ก่อนหน้านี้ขึ้นมา เธอก็เพิ่งจะตระหนักได้ ว่าสองคนที่อยู่ตรงหน้าคืนผู้แข็งแกร่งที่พวกตนรอคอยอยู่ แถมเธอก็เพิ่งจะด่าทออีกฝ่ายไป กระทั่งยังเผลอไปพูดจาอวดดีใส่จนถูกตบอีกด้วยใช่ว่าเธอจะไม่รู้ถึงความน่ากลัวและความแข็งแกร่งของสำนักเจวี๋ยฉิง ยังไงซะเธอก็ได้ยินหัวหน้าใหญ่ไป๋พูดถึงอยู่บ่อยครั้งแม้ว่าตระกูลไป๋จะดูแข็งแกร่งในสายตาของคนทั่วไป แต่ในสายตาของสำนักเจวี๋ยฉิง แทบไม่มีค่าให้เอ่ยถึงเลยแม้แต่น้อย พริบตาเดียวอีกฝ่ายก็สามารถทำให้พวกเขาหายไปจากโลกนี้ได้แล้วที่เธอพูดไม่คิดออกมาแบบนั้นก็เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่มา เธอแค่ต้องการระบายอารมณ์นิดหน่อยก็เท่านั้นเธอจะรู้ได้อย่างไร ว่าจู่ ๆ อีกฝ่ายจะปรากฏตัวกะทันหันแบบนี้ คนใหญ่คนโตโดยทั่วไปแล้ว ควรจะเดินเข้ามาทางประตู จากนั้นก็มีการต้อนรับอย่างเป็นทางการไม่ใช่รึไงมีที่ไหนกันที่จู่ ๆ ก็โผล่มาแบบนี้ เธอแทบไม่มีเวลาให้ป้องกันตัวเลยด้วยซ้ำ!เมื่อคุณนายไ
บางทีอาจจะเป็นเพราะรอนานจนเกินไป คุณนายไป๋จึงเริ่มรู้สึกหมดความอดทนขึ้นมา เธอจึงพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจออกไปว่า “พี่เฉินคะ คนของสำนักเจวี๋ยฉิงนี่มันยังไงกันแน่”“เป็นถึงรองเจ้าสำนักแท้ ๆ แต่กลับไม่รู้จักมาให้ตรงเวลา แถมยังทำให้คนอื่นต้องรอนานขนาดนี้อีก”“หุบปาก หยุดพูดจาไร้สาระได้แล้ว!”หัวหน้าใหญ่ไป๋ที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกตกใจ คนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่เขานั้นกลับรู้ดี สำนักเจวี๋ยฉิงเป็นสำนักที่ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมมากที่สุด ศิษย์ในสำนักแต่ละคนร้ายกาจกันทั้งนั้น กล้าพูดออกมาแบบนี้ได้ยังไงยิ่งไปกว่านั้น คนที่เธอด่าก็เป็นถึงรองเจ้าสำนักเจวี๋ยฉิง เป็นผู้แข็งแกร่งที่ไม่มีใครเทียบได้เชียวนะ เกิดเขามาได้ยินเข้า เกรงว่าคงไม่ได้ตายดีแน่พี่เฉินแทบจะไม่เคยด่าเธอเลยสักครั้ง แต่ครั้งนี้เขากลับด่าเธอเพียงเพราะเธอพูดประโยคนี้ออกมานี่จึงทำให้คุณนายไป๋รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก ก่อนจะบ่นออกไปว่า “ฉันพูดไร้สาระที่ไหน เห็น ๆ อยู่ว่ารองเจ้าสำนักคนนี้ทำตัวไม่มีเหตุผล เขาคิดว่าเขาเป็นใครกัน!”หัวหน้าใหญ่ไป๋ทั้งโกรธทั้งรน เขาอย่ากที่จะด่าเธอกลับแต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง เสียงที่ค่อนข้างเย็นชาก็ดังขึ้นมาพร้อ
นอกจากนี้ ผลตอบแทนที่พวกเขาเสนอมาก็สูงมากเช่นกัน ไม่เพียงแต่จะได้รับค่าเซ็นสัญญาจำนวนสิบล้านบาทเท่านั้น ในอนาคตเธอยังจะได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าตอนที่เธอทำงานให้กับหลินซื่อกรุ๊ปอีกด้วยสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นก็มาจากค่านิยมอันล้นหลามของเครื่องสำอางแบรนด์ปัวเรต์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ บวกกับผลงานอันยอดเยี่ยมที่ผ่านมาของหลิวเหวิน นั่นจึงทำให้เธอกลายเป็นที่จับตามองของหลาย ๆ บริษัทแต่เธอกลับไม่มีอารมณ์ที่จะทำมัน ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะปฏิเสธมันไปทั้งหมด!“บริษัทจัดหางาน ติดต่อหาคุณเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?” เย่เทียนหยู่ถามด้วยรอยยิ้ม“ฉันเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันค่ะ แต่ไม่ว่ายังไงก็ต้องยกความดีความชอบให้กับประธานเย่นะคะ ไม่มีคุณ ฉันก็คงไม่มีชื่อเสียงแบบทุกวันนี้” หลิวเหวินตอบกลับ“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ทุกอย่างมันมาจากความสามารถของคุณเองทั้งนั้น เป็นไงบ้าง ตัดสินใจรึยังว่าจะไปทำงานที่ไหน?”“ยังเลยค่ะ!”“อันที่จริง ในใจของฉันยังรู้สึกเสียใจ แล้วก็ยังรู้สึกปล่อยวางไม่ได้อยู่น่ะค่ะ” หลิวเหวินพยักหน้า หลังจากที่เธอเรียนจบ เธอก็เข้ามาทำงานที่หลินซื่อกรุ๊ปทันที ทำงานอยู่ที่นี่มานานหลายปี
หลังจากที่เธอได้รับเงินสี่หมื่นหน้าพันล้านที่หัวหน้าใหญ่ไป๋รวบรวมมาอย่างยากลำบากแล้ว เธอกลับไม่อยากมอบมันออกไปเลยแม้แต่น้อยอันที่จริงเรื่องนี้ไม่ควรที่จะปล่อยให้มันยืดเยื้อ แต่นี่ระยะเวลาหนึ่งวันก็ได้ผ่านไปแล้ว แถมตอนนี้ หัวหน้าใหญ่ไป๋ก็ได้ทำการติดต่อกับสำนักเจวี๋ยฉิง ทั้งยังรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังแล้วด้วยด้วยเหตุนี้เธอจึงอยากที่จะลองเสี่ยงดวงดูสักครั้ง ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะไม่มอบเงินก้อนนี้ออกไป!แต่ต่อให้เธอจะไม่โอนให้อีกฝ่าย ก็ไม่ควรจะเก็บเงินเอาไว้กับตัว จะต้องโอนเงินก้อนนี้ออกจากบัญชีของตัวเอง ไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้หัวหน้าใหญ่ไป๋รู้เรื่องนี้เข้าก็ได้เพราะเหตุนี้ ความคิดที่ยอดเยี่ยมจึงผุดขึ้นมาในหัวของเธอเธอจะต้องเอาเงินก้อนนี้ไปฝากไว้ที่วังเถี่ย น้องชายของเธอที่อยู่บ้านเกิดเสียก่อนวังเถี่ยที่เห็นตัวเลขมหาศาลขนาดนี้ก็รู้สึกตกใจ เขารับประกันว่าจะดูแลเงินก้อนนี้ให้ดีคุณนายไป๋ไม่มีความรู้สึกกังวลเลยแม้แต่น้อยว่าน้องชายจะคืนเงินก้อนนี้ให้เธอหรือไม่ ถึงอย่างไรเขาก็เป็นน้องชายของเธอ แล้วอีกอย่าง นี่ก็เป็นเงินของตระกูลไป๋ วังเถี่ยไม่กล้าสร้างเรื่องวุ่นวายแน่นอนเป
“เธอน่ะ ระวังตัวเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน!”หลี่ซินเยว่รู้สึกสั่นเล็กน้อย เกี่ยวกับเรื่องนี้ แม้ว่าเธอเพิ่งจะมาที่นี่ได้ไม่กี่วัน แต่ก็เคยได้ยินคนอื่น ๆ พูดถึงอยู่บ้าง ว่ากันว่าเบื้องหลังของไป๋เฉิงกรุ๊ปนั้นน่ากลัวมากตระกูลไป๋ไม่เพียงแต่เป็นถึงหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของเมืองตะวันออกในปัจจุบันเท่านั้น เบื้องหลังของพวกเขาก็น่ากลัวไม่แพ้กัน พวกเขาเคยถูกขนานนามว่าเป็นจักรพรรดิใต้ดินอีกด้วยเธอรีบเดินออกไปจากตรงนี้ทันที หลังจากกลับไปแล้ว หลี่ซินเยว่ก็รีบเรียกหลิวซือซือให้มาหา แล้วบอกเรื่องนี้ให้เธอฟัง หลิวซือซือที่ได้ฟังก็รู้สึกโกรธขึ้นมาทันที พร้อมทั้งแสดงท่าทีไม่ยินยอมออกมาอันที่จริงหลี่ซินเยว่ก็พอจะเดาได้แต่แรกแล้วว่าผลจะออกมาเป็นแบบนี้ เพียงแต่ก่อนหน้านี้เธอไม่ได้บอกหลิวซือซือก็เท่านั้นในเมื่อหลิวซือซือกับเธอมีความคิดที่เหมือนกัน ดังนั้นพวกเธอจึงเลือกที่จะออกจากบริษัทแห่งนี้ อย่างไรก็ตาม พวกเธอก็ไม่คิดที่จะบอกอีกฝ่ายให้รู้ตัวก่อน เพราะพวกเธอเตรียมตัวที่จะจากไปในทันที ถึงอย่างไรก็ไม่มีใครรู้เลยว่า คนพวกนี้จะแอบซ่อนแผนการชั่วร้ายอะไรเอาไว้รึเปล่าพวกเธอเองก็เคยคิดอยู่เหมือนกัน ว่าควรจะขอใ
“เธอไม่ชอบผู้ชายงั้นเหรอ?”ตงซู่ชะงักไปครู่หนึ่ง วันวันเห็นเธออยู่แต่กับหลิวซือซือ คงไม่ใช่คู่ขากันหรอกนะ เป็นไปไม่ได้ ตัวเองจะต้องคิดมากไปแน่ ๆ เขาจึงพูดด้วยเสียงฮึดฮัดออกไปว่า “เธอเห็นฉันเป็นคนโง่อยู่รึไง?”“ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ!” หลี่ซินเยว่ปฏิเสธตงซู่ส่งเสียง เฮอะ ออกมา พร้อมพูดขึ้นว่า “งั้นฉันก็ขอพูดกับเธอตามตรงเลยนะ ตำแหน่งของฉันอีกเดี๋ยวก็จะได้รับการเลื่อนขั้นแล้ว ขอแค่เธอยินยอมที่จะติดตามฉัน ตำแหน่งผู้จัดการก็จะเป็นของเธอทันที พอถึงตอนนั้น เธอจะมีทั้งเงินทอง และฐานะอย่างแน่นอน”“แต่ว่าฉันไม่ชอบผู้ชายจริง ๆ นะคะ!”“เธอแน่ใจนะ อย่าลืมเสียล่ะ ว่าเธอคือคนที่ฉันรับเข้ามา เพราะงั้นฉันก็มีวิธีที่จะให้เธอถูกไล่ออกได้ทุกเมื่อเช่นกัน” ตงซู่พูดข่มขู่ด้วยความโกรธสีหน้าหลี่ซินเยว่เปลี่ยนไปเล็กน้อย เพราะที่บ้านยังต้องพึ่งพาเธออยู่ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่รีบหางานทำแบบนี้ เธอต่างจากหลิวซือซือ เธอต้องการที่จะทำงานจริง ๆแต่เรื่องแบบนี้ ไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่อาจยอมรับได้ เธอจึงส่ายหัว และพูดออกไปว่า “ต้องขออภัยด้วยค่ะ ฉันมั่นใจแล้วค่ะ!”ตงซู่โกรธจัด แต่จู่ ๆ ก็นึกถึงเรื่องสำคัญอีกเรื่องขึ้นมาได
หลี่ซินเยว่รู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ เธอเหลือบมองดูเวลา ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ซือซือ ใกล้เวลาเข้างานแล้ว พวกเราต้องรีบไปกันแล้วนะ ไม่งั้นพวกเราจะสายเอาได้”“อ๋อ โอเค”หลิวซือซือรู้สึกตัว อันที่จริงเธอไม่อยากไปเลยสักนิด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เธอจึงพูดขึ้นว่า “พี่เย่คะ งั้นพวกเราขอตัวก่อนนะคะ ครั้งหน้า พวกเราขอมาหาพี่อีกได้ไหมคะ?”“ได้แน่นอน!”“ถ้าเจอปัญหาอะไร ก็โทรมาหาฉันได้ตลอดเลยนะ!”พอเย่เทียนหยู่นึกขึ้นได้ว่าไป๋เฉินกรุ๊ปเป็นบริษัทของหัวหน้าใหญ่ไป ก็เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้จะต้องไม่ธรรมดา ถึงยังไงก็เคยประมือกันมาแล้ว หากพวกเธอเกิดปัญหาขึ้นมาจริง ๆ อย่างน้อยพวกเธอก็ยังโทรมาขอความช่วยเหลือจากเขาได้“ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะพี่เย่!”“งั้น ฉันเองก็ต้องขอบพี่เย่เหมือนกันนะคะ? !” หลี่ซินเยว่ยิ้ม เธอพูดออกไปด้วยความกล้า ตอนนี้เธอก็ไม่ได้อยู่ในบริษัทนั้นอีกต่อไปแล้ว พอเห็นหลิวซือซือเรียก เธอก็รู้สึกอิจฉา เธอเองก็อยากเรียกว่าพี่เย่เหมือนกันเย่เทียนหยู่ชะงักไปชั่วขณะ แต่มันก็แค่ชื่อเรียกเท่านั้น เขาจึงไม่ใส่ใจมากนัก ก่อนจะพยักหน้าให้ทั้งสองเดินจากไป ดูจากท่าทางยิ้มแย้มที่ปรากฏบนใบหน้าของพวกเธ
“ก็ใช่น่ะสิคะ เห็นได้ชัดเลยว่าจัดการกันแบบมั่ว ๆ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป บริษัทมีหวังล่มจมแน่ ๆ” หลี่ซินเยว่บ่นเสียงดัง“นั่นสิ พี่เย่คะ ไม่งั้นพี่ก็พูดกับประธานหลินให้หน่อยเถอะนะคะ บอกเธอช่วยพูดเกลี้ยกล่อมให้พวกเราที ไม่เช่นนั้น หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป บริษัทได้จบเห่จริง ๆ แน่” หลิวซือซือเองก็รีบพูดขึ้นมาด้วยเช่นกัน“เกลี้ยกล่อมอะไรกัน ให้ล้มละลายไปนั่นแหละดีแล้ว เพราะไม่อย่างนั้น นางแม่มดนั่นก็คงไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดไปมากแค่ไหน”“แต่ว่า ถึงยังไงบริษัทนี้ก็เป็นความตั้งใจของประธานหลินเลยนะคะ” หลิวซือซือกล่าวเมื่อได้ยินแบบนั้น หลี่ซินเยว่ก็ไม่ได้พูดอะไร หากเธอรู้แต่แรกก็คงไม่พูดออกไป ด้วยความสามารถของประธานเย่ เขาสามารถช่วยบริษัทได้อย่างเต็มที่เดิมที เธอเองก็หวังว่าอยากให้บริษัทรีบล้มละลายเร็ว ๆ เหมือนกัน เธออยากจะเห็นจริง ๆ ว่านางแม่มดนั่นจะเสียใจมากแค่ไหนแต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง เย่เทียนหยู่ก็พูดพร้อมรอยยิ้มออกมาว่า “หว่านหรูได้ออกมาจากบริษัทนั้นแล้ว อีกอย่าง หุ้นสักเปอร์เซ็นต์เดียวก็ไม่มี เธอแทบไม่มีอำนาจในการควบคุมบริษัทเลยด้วยซ้ำ”“หา......”สองสาวนิ่งไปชั่วขณะ แม้ว่าข่าวลือ