ความเจ็บปวดของเขาในปีนั้น จะไม่ให้โกรธแค้นได้ยังไง“ดูเหมือน แกจะแค้นมากสินะ” ชายนิรนามช่างสังเกตมาก “ถ้าฉันพูดไม่ผิด แกน่าจะมีชื่ออื่นอีก เย่เสี่ยวเทียน แกว่าฉันพูดถูกไหม?”เมื่อคำพูดนี้ออกมา เฉินเข่อซินคือคนที่ตกใจที่สุดเธอตะลึงอยู่ครู่หนึ่งพี่เย่ จะใช่คนเดียวกันกับเสี่ยวเทียนที่ตนตามหาจริงๆ เหรอ?ไม่ อาจจะไม่ใช่พี่เย่อาจจะไม่รู้ว่าตนตามหาพี่เสี่ยวเทียนอยู่ งั้นถ้าเขาคือพี่เสี่ยวเทียนจริง เขาน่าจะยอมรับไปนานแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องปกปิดเลยสักนิดในครั้งนี้ เย่เทียนหยู่ไม่คิดที่จะปิดบัง เพราะเขาเองก็อยากรู้ความจริงเมื่อปีนั้น เขาพูดช้าๆ “ไม่ผิด ฉันคือเย่เสี่ยวเทียน เมื่อปีนั้นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ฉันโชคดีที่ยังชีวิต และรอดออกมาได้”ทันทีที่พูดออกไป เฉินเข่อซินก็ตกใจสุดขีด ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองพี่เย่ คือคนเดียวกันกับพี่เสี่ยวเทียนจริงๆเขาคือพี่เสี่ยวเทียนจริงๆ!ในขณะเดียวกัน แววตาของเธอก็เต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความตื้นตัน แม้ว่าจะไม่รู้จักพี่เย่มาก่อน แต่เธอก็ไม่ได้โทษใคร แค่หาพี่เสี่ยวเทียนเจอจริงๆ จะทำอย่างไรก็ยอมหมดแต่ว่า นี่คือเรื่องจริงเหรอ“เป็นแกจริงๆ ด้วย!
เฉินเข่อซินตะลึงไปหมด แต่ในเมื่อเย่เทียนหยู่เปลี่ยนไปแบบนี้ เธอก็รู้สึกสบายใจขึ้นกว่าเดิม และทำตามสิ่งที่เขาพูดโดยไม่ตั้งใจ“ฮ่าฮ่า......”“เคยเห็นคนปัญญาอ่อนมาเยอะ แต่ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน”“อืม เกรงว่าเขาจะยังไม่รู้ ว่าพวกเราเคยฝึกฝนศิลปะการต่อสู้มา แม้จะเป็นยอดฝีมือระดับพลังผลัดเปลี่ยนก็ตามที เมื่อพวกเราร่วมมือกัน ยังไงก็ตายอย่างแน่นอน”“ในเมื่อเขารนหาที่ตายขนาดนี้ พวกเราก็จะสงเคราะห์ให้เขาเอง”ขณะที่พูด หนึ่งในนั้นก็พุ่งตรงไปยังเย่เทียนหยู่ ใช้กริชที่อยู่ในมือฟาดฟันไปยังที่คอของเย่เทียนหยู่ แต่วินาทีต่อมา เขาแค่รู้สึกเจ็บลำคอนิดหน่อย ความหวาดกลัวเกิดขึ้นบนใบหน้าเมื่อมองไปที่เย่เทียนหยู่ พูดอะไรไม่ออกแล้วทรุดตัวลงไปกองอยู่กับพื้นจนเสียชีวิตเขาไม่เห็นเย่เทียนหยู่ลงมือเลยแม้แต่น้อย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมกริชของตัวเองถึงไปอยู่ที่มือของอีกฝ่ายได้อย่างไรชายนิรนามที่เป็นหัวหน้าถึงกับหน้าถอดสี ไม่น่าเชื่อ นี่คือนักสู้ยอดฝีมือ แล้วจึงพูดด้วยความโกรธ “ทุกคนระวังให้ดี!”แต่ก็สายเกินไปแล้ว เย่เทียนหยู่ปลดปล่อยพลังในร่าง คนทั้งคนเปรียบเหมือนเงาลวงตา พุ่งผ่านทุกคน และเชือดคอทุกคน
เมื่อรถมาถึงเมืองแล้ว ทั้งสองต่างได้พากันเดินลงมา เฉินเข่อซินก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป กล่าวถาม “พี่เย่ เมื่อกี้ พี่พูดจริงหรือเปล่า?”เรื่องวันนี้ โดยปกติเย่เทียนหยู่ไม่มีเจตนาที่จะปกปิดอะไร “อืม เข่อซิน ขอโทษนะ ที่ก่อนหน้านี้เก็บไว้เป็นความลับกับเธอ”“จริงเหรอ พี่คือพี่เสี่ยวเทียนจริงๆ เหรอ พี่ไม่ได้หลอกฉันใช่ไหม?”“เด็กโง่ ฉันจะหลอกเธอทำไมกัน ฉันยังจำได้ ฉันติดหนี้ตุ๊กตาบาร์บี้เธอตัวหนึ่งนี่”“มาสิ ฉันให้!”เย่เทียนหยู่เหมือนกับนักมายากล อยู่ๆ ตุ๊กตาบาร์บี้ตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาบนมือของเขาจริงๆได้ยินเรื่องตุ๊กตาบาร์บี้ เฉินเข่อซินก็หายสงสัย มือหนึ่งรับบาร์บี้ไว้ ชักจะตื่นเต้นซะแล้วสิ “ใช่ พี่คือพี่เสี่ยวเทียน ใช่จริงๆ ด้วย”“ดีจังเลย ดีจริงๆ!”ตอนนี้ เธอตื่นเต้นมากจนเกินไป จนทนไม่ไหวที่จะกอดเย่เทียนหยู่ให้แน่นๆกอดแน่นยิ่งกว่าตอนที่อยู่ในอาคารร้างเสียอีก ราวกับกลัวว่าเย่เทียนหยู่จะหายไปอย่างนั้นเลยเย่เทียนหยู่ก็ทุกข์ใจเล็กน้อย มือกอดไปที่เฉินเข่อซินโดยไม่ได้ตั้งใจ ตลอดหลายปี เฉินเข่อซินเพื่อที่จะตามหาพี่เสี่ยวเทียนของเธอ ต้องทุ่มเทความคิดอย่างมากบางที เขาควรบอกเธอเกี่ยวกับตัวเ
“ถอดเสื้อออกก่อนสิ” เฉินหมิ่นกล่าวเย่เทียนหยู่ประมาทนิดหน่อย แต่เขาก็ยังถอดเสื้อออกอย่างช้าๆ ตามที่บอกเฉินหมิ่นก้าว ไปที่ด้านหลังของเขา สังเกตเห็นปานแดงเล็กๆ ที่กลางหลังอย่างรวดเร็ว มันไม่ได้ชัดเป็นพิเศษ ถ้ามองให้ดีถึงจะเห็นชัดขึ้นไม่ผิดแน่ คือไอ้เจ้านี่แหละรอยแผลอื่นสามารถปลอมขึ้นมาได้ แต่อันนี้ปลอมขึ้นมาไม่ได้ต่อมา เขาก็ยังคงถามคำถามต่อไปอีกหลายชั่วโมง เย่เทียนหยู่ตอบกลับได้ทั้งหมดณ เวลานี้ เฉินหมิ่นก็ยืนยันตัวตนของเย่เทียนหยู่แล้ว กล่าว“เสี่ยวเทียน ในตอนนั้นแม่พาคุณมาที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า และยังได้ทิ้งจี้หยกเอาไว้ให้”“แม่ของเธอบอกว่ามันสูงส่งมาก อย่าทำหายง่ายๆ ให้ฉันห้อยเก็บไว้ที่คอ”“เดิมทีอยากรอให้คุณโตกว่านี้อีกหน่อยถึงจะมอบให้คุณ ใครจะรู้ได้ว่าเหตุเพลิงไหม้ในปีนั้น พวกเราก็แยกกระจายกันหมด ตอนนี้ ถึงเวลาที่ต้องคืนให้กับเจ้าของเดิมแล้ว”ขณะที่พูด เฉินหมิ่นก็ถอดจี้หยกที่คอออก จากนั้นก็มอบให้เย่เทียนอยู่ช้าๆ อย่างระมัดระวังเย่เทียนหยู่รับจี้หยกไว้ กำไว้ในมือรู้สึกว่าวัสดุธรรมดามาก สีเองก็ไม่ได้สะดุดตาเป็นพิเศษ แม้กระทั่งจี้หยกธรรมดาก็ยังดีกว่านิดหน่อยด้วย“เส
“เธอนี่ตั้งแต่เช้าตรู่เลยนะ บังคับฉันมาที่บริษัท หรือว่านี่มีมารยาทแล้ว?”“เข้าตรู่อะไร คุณทำอะไรทุกคืนล่ะ เก้าโมงฉันโทรหาแต่คุณก็ยังหลับอยู่ คงไม่ใช่ว่าออกไปเที่ยวเสเพลทุกคืนหรอกเหรอ?”หลินหว่านหรูกำลังสงสัยว่าเจ้าคนกะล่อนนี่ซี้ซั้วออกไปเที่ยวในตอนกลางคืน เธออยากจะพาเย่เทียนหยู่กลับไปอยู่ที่บ้านตระกูลหลินจริงๆ แต่ว่า คนในบ้านต้องไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน “ไม่ได้ทำจริงๆ นะ!”เย่เทียนหยู่พูดอย่างช่วยไม่ได้ “ฉันพูดก่อนหน้านี้แล้ว ฉันไม่สนใจธุรกิจของบริษัทจริงๆ ยังไงเสีย ฉันหาคนมาจัดการเรื่องต่างๆ แทนก็ได้แล้ว”“ได้อะไรล่ะ คุณไม่เข้าใจหรือไงว่าทำไมฉันถึงเลื่อนตำแหน่งให้คุณเป็นผู้บริหาร?” หลินหว่านหรูโกรธ“เอ่อ เพราะอะไรเหรอ?”“คุณ!”หลินหว่านหรูโกรธมาก พูดด้วยความโกรธ “ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทุกวันคุณคิดอะไรอยู่ หรือว่าคุณไม่คิดอยากยกระดับตัวเองให้ดีขึ้นบ้างเหรอ?”“ฉันก็ดีขึ้นแล้วนะ” เย่เทียนหยู่พูดอย่างช่วยไม่ได้“คุณเนี่ยนะดี?”“เอาล่ะ บางทีคุณอาจจะมีทักษะบางอย่างก็จริง แต่คุณยังไม่มีอำนาจและอิทธิพล จะยังเทียบกับลูกแหง่พวกนั้นได้ยังไง?”“ทำไมฉันต้องไปเปรียบเทียบกับพวกเขาด้วยล
เย่เทียนหยู่ไม่เข้าใจเรื่องทั้งหมด หลังจากกลับมาที่บริษัท ก็เบื่อนิดหน่อย แต่ไม่สามารถระบายออกมาที่นี่ได้ จึงทำได้เพียงแค่หยิบมือถือขึ้นมาหาเกมเล่นเท่านั้นในตอนนี้มีคนมาเคาะที่ประตู ต่อมาหลิวซือซือก็ได้เดินเข้ามา“พี่เย่!”“อืม มีธุระอะไร?”เย่เทียนหยู่ไม่เงยหน้า เอาแต่ก้มหน้าเล่นมือถือตัวเองหลิวซือซือรู้สึกหดหู่เล็กน้อย แต่เมื่อนึกถึงคำพูดของจางเหยียน ก็คิดว่าตอนนี้เป็นโอกาสที่ดีจึงพูดว่า “พี่เย่ คืนนี้พี่ว่างหรือเปล่า?”“ว่าง ไม่สิ ไม่ว่าง”“พี่เย่เกลียดฉันเหรอ?” หลิวซือซือเสียใจ น้ำตาไหลพลาก แค่ได้ยินน้ำเสียงก็ทำให้รู้สึกสงสารแล้ว“ไม่ใช่ คุณก็เป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่ง ใครมองแล้วจะไม่ชอบ ฉันจะเกลียดคุณได้ไง”ที่เย่เทียนหยู่พูดเป็นความจริงหลิวซือซือหน้าตาดี ตากลมโต ผิวขาวราวกับหิมะ เอวบางร่างเล็ก ขาก็เซ็กซี่เป็นพิเศษแม้หน้าอกของเธอจะไม่ได้ใหญ่อะไรมาก โดยรวมแล้วยังน่ามองมาก หากชายคนไหนได้พบเธอ เกรงว่าคงไม่มีใครที่จะไม่ชอบ“งั้นเพราะอะไรเวลาที่พูดถึงไม่มองหน้าฉันแม้แต่นิดเดียวเลยล่ะ”“นั้นเพราะ ฉันกำลังเล่นเกมอยู่ มันหยุดไม่ได้”“อ่อ งั้นฉันรอคุณเล่นเสร็จแล้วกัน”
ถ้าเป็นอย่างที่พูด ลูกสาวก็จะได้อยู่กับคุณชายกงซุน แต่งงานกับตระกูลที่ร่ำรวยรู้ไว้ด้วย เช้าวันนี้ คุณชายกงซุนมาที่บ้านด้วยตัวเอง บอกว่าขอแค่เย่เทียนหยูและหลินหว่านหรูหย่ากัน เขาก็สามารถมอบของกำนัล แต่งงานกับหลินหว่านหรูได้แต่ว่า คุณชายกงซุนไม่ต้องการให้เย่เทียนหยู่เกาะแกะกับลูกสาว ต้องให้พวกเขาหย่ากันภายในสามวันให้ได้เมื่อเห็นท่าทีแบบนั้นแล้ว ชายแก่ก็ออกหน้าด้วยตัวเองหลังจากนั่งลงแล้ว ใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่ง ผู้อาวุโสหลินก็พูด “เทียนหยู่ ตั้งแต่ที่นายมายังตระกูลหลิน ฉันปฏิบัติต่อนายดีแล้วใช่ไหม?”“ใช่แล้ว ดีมาตลอด” เย่เทียนหยู่พูดความจริงตรงๆ ตั้งแต่ครั้งแรก ชายแก่ก็คอยคุ้มครองเพื่อตัวเองมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ยังคอยปกป้องตนเองเสมอ“คุณเข้าใจก็ดีแล้ว ตอนนี้ปู่ขอถามอะไรคุณสักอย่าง หวังว่าคุณจะเห็นด้วยนะ”ได้ยินสิ่งนี้ เย่เทียนหยู่ก็พอจะเดาได้แล้วว่าคืออะไร แต่ยังมีความหวังอันริบหรี่อยู่และถาม “เรื่องอะไรเหรอ?”“หย่ากับหลินหว่านหรูเสีย”ชายแก่พูดตรงๆ ไม่อ้อมค้อมเย่เทียนหยู่ยิ้มอย่างขมขื่น เป็นอย่างที่คาดไว้เลย เขาส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ “ผู้อาวุโสหลิน ถ้าเป็นเรื่องอ
“เย่เทียนหยู่ ได้ยินหรือยัง แกควรเข้าใจในสิ่งที่พ่อพูดนะ”“คนที่ไม่มีอะไรเลยอย่างแก ควรออกจากตระกูลหลินไปตั้งนานแล้ว ทำไมถึงยังอวดดีหน้าด้านหน้าทนมาอยู่ข้างลูกสาวฉัน?”แม่หลินพูดด้วยท่าทีเยาะเย้ย“ถูกต้อง ที่วันนี้แกสามารถมายืนพูดอวดดีอยู่ที่นี่ได้ ก็เพราะความใจดีของพ่อหรอกนะ ”“ไม่อย่างนั้น ถ้าเป็นวิธีของพวกเรา กลัวว่าแกคงจะไม่มีแม้แต่โอกาสมาเหยียบธรณีประตูบ้านตระกูลหลินของพวกเรา และฉันยังมีวิธีการที่จะทำให้แกตายอย่างน่าสังเวชได้อีกมากมายเลยล่ะ” ผู้อาวุโสหลินข่มขู่ทันที“ถูกต้อง เทียนหยู่ แกอย่ามาทำไม่รู้ผิดชอบชั่วดี อำนาจตระกูลหลินของพวกเรา แกเองก็น่าจะรู้ดี ถ้าเราต้องการจะกำจัดแกขึ้นมาจริงๆ ละก็วันนี้แกไม่มีทางรอดออกไปได้หรอกนะ”พ่อหลินแม่หลินทั้งสองพูดพร้อมกัน ทุกคำพูดล้วนเต็มไปด้วยการข่มขู่ถ้าหากเขาไม่ยอมฟังที่พูด ชะตาก็จะขาดในทันทีสุดท้ายคุณชานกงซุนก็แสดงเจตนาที่จะแต่งงาน ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาชักช้ากันอยู่ ลูกสาวทำงานตามที่ใจนึกไม่ได้ ทำได้เพียงบังคับให้เย่เทียนหยู่จัดการเท่านั้นในครั้งนี้ ผู้อาวุโสเย่ยังคงเงียบเฉย เห็นได้ชัดว่าแอบสนับสนุนอย่างเงียบๆเพราะเขาก็คิ
เย่เทียนหยู่รู้สึกตกใจนิดหน่อย เขาไม่รู้จักอีกฝ่ายด้วยซ้ำ จึงได้แต่ยักไหล่ ก่อนจะพูดอย่างช่วยไม่ได้ออกไปว่า “ไม่เคยสู้ด้วยสักหน่อย ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”“แต่ฉันรู้ค่ะ!”“ราชามังกรแห่งพรรคมังกร ผู้นำแห่งสำนักเงา หรือจะให้ฉันเรียกว่าคุณชายเย่ดีคะ?” เยว่เหลียนเวยพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูราบเรียบเมื่อเย่เทียนหยู่ได้ยินแบบนี้ เขาก็รู้ได้ในทันทีว่าการคาดเดาของเขานั้นถูกต้อง อีกฝ่ายน่าจะมาจากสำนักดอกไม้ เพราะไม่อย่างนั้นคงไม่รู้สถานะพวกนี้ของเขาแน่นอน เขาจึงพูดขึ้นอย่างเร่งรีบออกไปว่า “คุณน่าจะเป็นผู้อาวุโสของสำนักดอกไม้สินะ?”“ผู้อาวุโสอะไรกันคะ ฉันไม่ได้แก่ขนาดนั้นสักหน่อย ฉันชื่อว่าเยว่เหลียนเวยค่ะ คุณเรียกฉันว่าพี่เยว่ก็ได้!” เยว่เหลียนเวยยิ้มเล็กน้อย หลังจากที่เธอเผยรอยยิ้มออกมา เสน่ห์ในตัวเธอก็เพิ่มขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเยว่หลิงตกตะลึงไปชั่วขณะ อาจารย์รองเป็นอะไรไป เรียกว่าพี่เยว่งั้นเหรอ ไอ้เด็กนั่นมันเป็นใครกันแน่“เอ่อ สวัสดีครับ พี่เยว่!” ในเมื่ออีกฝ่ายไม่อยากถูกเรียกแบบนั้น เย่เทียนหยู่จึงทำได้แค่เริ่มทักทายใหม่อีกครั้ง“ค่ะ คุณชายเย่ไม่เลวเลยนะคะ ฉันชอบค่ะ”เยว่เหลียนเวยเ
เยว่หลิงแทบไม่สามารถต่อต้านได้เลย และพบว่าตัวเองกำลังถูกชายคนหนึ่งกดทับด้วยมือเอาไว้อยู่ เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอันแรงกล้าของผู้ชายจากอีกฝ่าย สีหน้าเธอก็แดงก่ำทันทีแม้ว่าเธอมักจะใช้วิชาเสน่ห์อาคมอยู่บ่อย ๆ แต่เธอก็ไม่เคยให้ผู้ชายเข้าใกล้มากขนาดนี้มาก่อน นั่นจึงทำให้เธอหน้าแดงขึ้นมาแบบนี้เย่เทียนหยู่ที่เห็นฉากตรงหน้า เขาก็พูดพลางหัวเราะออกมาว่า “ฟังจากน้ำเสียงของคุณแล้ว ผมยังคิดอยู่เลยว่าคุณคงจะเป็นคนที่เปิดกว้างมาก คิดไม่ถึงว่าจะเขินได้ง่ายขนาดนี้”“นาย นายรีบปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!” เยว่หลิงวิตกกังวลอย่างมาก เธอคิดไม่ถึงเลยว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้มีวิชากังฟู่ที่น่ากลัวอย่างเดียวเท่านั้น แต่เขายังเป็นคนที่ชั่วร้ายมากอีกต่างหากถ้ารู้แต่แรก ก็คงไม่มาคนเดียวแบบนี้หรอก พวกเธอได้ทำการนัดพบกับคนในสำนักที่นี่ และตอนนี้ก็ใกล้จะถึงเวลานัดแล้วด้วยเมื่อเห็นท่าทางน่าสงสารและวิตกกังวลของเธอ เย่เทียนหยู่ก็อดไม่ได้ที่จะแกล้งหยอกล้อเธอ พร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ผมจะปล่อยคุณไปก็ได้ แต่คุณต้องขอร้องผมก่อน”“เพราะไม่อย่างนั้น ผมคงไม่อาจทำใจแยกจากความงามอันน่าหลงใหลเช่นนี้ได้แน่”ในขณะที่พูด เย่
ช่วงเวลาประมาณเที่ยงครึ่ง เย่เทียนหยู่และหลินหว่านหรูก็กลับมาถึงเมืองตะวันออกกันแล้ว เวลาที่เหลือก็ค่อนข้างเยอะ ทั้งสองจึงทานข้าวด้วยกันก่อน แล้วค่อยส่งหลินหว่านหรูกลับบริษัทจากนั้นเย่เทียนหยู่จึงค่อยออกเดินทาง แต่ขณะที่เขากำลังจะขึ้นรถ เขาก็ได้ยินเสียงอันอ่อนหวานดังเข้ามาในหู “คุณเย่คะ ท่าทางรีบร้อนแบบนั้น คุณจะรีบไปไหนเหรอคะ?”เย่เทียนหยู่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปมอง ตรงหน้าเขาปรากฏร่างที่มีเสน่ห์และสง่างามของหญิงสาวคนหนึ่ง มองผิวเผินรู้สึกว่าเธอยังเด็กอยู่มาก ราวกับว่าเธอเพิ่งจะสี่สิบต้น ๆ เท่านั้นเองรูปร่างหน้าตาของเธอดูอ่อนเยาว์กว่าจูเก่อหลิวหลีนิดหน่อย แต่ความเซ็กซี่และเสน่ห์ที่เธอแสดงออกมานั้น โดยเฉพาะความขาวที่ถูกเผยให้เห็นเพียงเล็กน้อย เพียงเท่านั้นก็ทำให้ผู้คนต่างพากันใจเต้นแล้วขาเรียวยาวสองข้างที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ ผิวพรรณผุดผ่องเป็นยองใย นี่ถือเป็นค่านิยมของผู้หญิงที่นับว่าเป็นอันตรายต่อผู้ชายอย่างไม่ต้องสงสัยแน่นอน เย่เที่ยนหยู่เองก็เคยเห็นผู้หญิงมามากมายนับไม่ถ้วนจนเคยชินหมดแล้ว โดยเฉพาะเทพธิดาสองสามคนที่สวยกว่าหลินหว่านหรู่ก็เคยเจอมาหมดแล้ว ดังนั้นเขาจึงไ
แต่เธอกลับคิดไม่ถึงว่าแม่ตระกูลหลินจะทำให้เธอต้องอับอายมากขนาดนี้เห็นได้ชัดว่าเฉินเว่ยไม่อาจทนต่อสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้ เธอจึงแสดงเจตจำนงที่ต้องการจะลาออกทันทีเมื่อแม่ตระกูลหลินเห็นแบบนั้น เธอก็รีบอนุมัติให้ทันทีโดยที่ไม่คิดลังเลเลยแม้แต่น้อย กระทั่งคนอีกสองสามคนที่ต้องการจะลาออกตามเฉินเว่ยเองก็ถูกอนุมัติด้วยเช่นกันถึงยังไง เธอก็ยังมีคนที่มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาอย่างเหอรุ่ยอยู่ แค่นี้มันก็เพียงพอแล้วเห็นได้ชัดว่าเฉินเว่ยไม่คาดคิดมาก่อนว่าแม่ตระกูลหลินจะมุ่งมั่นมากขนาดนี้ ทำให้เธอตกตะลึงไปชั่วขณะได้จริง ๆ แต่เมื่อลองย้อนนึกดู แม้แต่คนอย่างเหอรุ่ยก็สามารถปีนข้ามหัวเธอได้ การที่เธอจากไปตอนนี้ก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรเมื่อถึงตอนนั้น ตอนที่เครื่องสำอางแบรนด์ปัวเรต์เกิดปัญหาขึ้นมาจริง ๆ ไม่แน่อาจจะมีปัญหามากมายตามมาเพิ่มก็ได้ตามที่หลิวเหวินเคยพูดถึงความคิดของแม่ตระกูลหลิน บวกกับเรื่องที่จู่ ๆ เหอรุ่ยก็ได้รับตำแหน่งผู้จัดการ เรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นกับเครื่องสำอางแบรนด์ปัวเรต์ก็คงขึ้นอยู่กับเวลาแล้วล่ะ เพราะงั้นจากไปเร็วหน่อยก็ดีเหมือนกันเมื่อเห็นสีหน้าประหลาดใจของเฉินเ
“หากเป็นเช่นนั้น งั้นเรื่องก็ง่ายมากเลยล่ะครับ มีวิธีอีกมากมายนับไม่ถ้วน” เหอรุ่ยรีบพูดขึ้นมา หากเขายังบอกว่าทำไม่ได้อีก แล้วตนจะยังมีประโยชน์อะไร นั่นเท่ากับตนจะพลาดโอกาสในการเลื่อนตำแหน่งไม่ใช่รึไงเมื่อได้ยินแบบนี้ สีหน้าของแม่ตระกูลหลินก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที ตอนนี้บริษัทมีทางรอดแล้วคนอย่างหลิวเหวินไม่รู้เรื่องอะไรเอาเสียเลย แถมยังบอกว่าหมดหนทางอีกแต่เมื่อตนเป็นคนออกโรงเอง ก็สามารถหาคนเก่งมาได้ในทันที ทั้งยังสามารถแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดายอีกด้วย!และเท่าที่ฟังมา เหมือนว่าคนที่ตนเลือกจะมีวิธีแก้ปัญหามากมายนับไม่ถ้วนอีกต่างหากเมื่อเห็นแบบนี้แล้ว แม่ตระกูลหลินก็รีบพูดขึ้นทันทีว่า “ดีมาก หากเฉินเว่ยกล้ามาจริง ๆ ฉันก็จะไล่มันออกทันที แล้วให้เธอมารับตำแหน่งแทนหล่อนซะ”“ครับ ขอบคุณประธานหลิวมากครับ ผมจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อรับใช้คุณ!” เหอรุ่ยรีบพูดประจบประแจงขึ้นมาทันที“ดีมาก ไม่เลวเลย เธอยังหนุ่มยังแน่น ต่อไปจะต้องมีอนาคตที่สดใสอย่างแน่นอน!”เมื่อแม่ตระกูลหลินได้ยินว่าอีกฝ่ายยินดีรับใช้ตน สีหน้าก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ในใจก็รู้สึกพอใจอย่างมาก“ประธานหลิวชมเกินไปแล้วคร
“แต่ว่า ประธานเย่เองก็ไม่ใช่คนนอกนี่คะ”“ประธานเย่อะไร ใครคือประธานเย่กัน บริษัทนี้มีตำแหน่งเขาด้วยรึไง? หลิวเหวิน เธอเป็นอะไรไป หรือว่าเธอไม่อยากที่จะอยู่ในบริษัทนี้ต่ออย่างงั้นเหรอ?”แม่ตระกูลหลินด่าทอด้วยความโกรธวันนี้เย่เทียนหยู่ไม่แม้แต่จะเอ่ยปากทักทายตนเลยด้วยซ้ำ คิดว่าตัวเองสูงส่งมาจากไหนกันต่อให้เขาจะเก่งกาจมากแค่ไหน สุดท้ายก็ยังเดินตามหลังลูกสาวตนอยู่ดี ยังเป็นลูกเขยที่เชื่อฟังของเธออยู่กล้าดียังไงที่เมินเฉยกันแบบนี้!ไม่มีมารยาทเลยแม้แต่น้อย น่าโมโหเสียจริง!เมื่อถูกด่าทอแรง ๆ แบบนี้ สีหน้าของหลิวเหวินดูเศร้าหมองมากขึ้นเรื่อย ๆ เธอก็รู้สึกโกรธจนแทบทนไม่ไหว เธอไม่สามารถอดทนต่อไปได้แล้วจริง ๆ แต่เวลานี้แม่ตระกูลหลินก็ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาออกมาว่า “เอาล่ะ หลิวเหวิน ฉันจะไม่พูดไร้สาระกับเธออีก วัตถุดิบที่เธอต้องการมันไม่มีอีกแล้วล่ะ”“ตอนนี้ สิ่งที่เธอต้องทำก็คือ รีบหาวัตถุดิบตัวใหม่เพื่อมาทดแทนโดยเร็วที่สุด”“ฉันทำไม่ได้หรอกค่ะ!” หลิวเหวินตอบ“ทำไม่ได้ก็คิดหาวิธีสิ หากยังไม่ได้อีก เธอก็หาอย่างอื่นที่ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงมาไม่ได้รึไง ขอแค่ผลลัพธ์ออกมาคล้ายกัน แค
ประจวบเหมาะกับที่หลินหว่านหรูเองก็เกือบจะจัดการธุระเสร็จแล้ว เย่เทียนหยู่มองดูนาฬิกาครู่หนึ่ง เวลาเพิ่งจะสิบโมงกว่า ๆ ดังนั้นจึงมีเวลาอีกเหลือเฟือให้เขารีบกลับไป“แม่ของคุณกับคนอื่น ๆ ล่ะ หรือพวกเขากลับไปกันแล้ว?” เย่เทียนหยู่รู้สึกประหลาดใจนิดหน่อย นานแล้วที่ไม่ได้เจอพวกเขา แถมยังเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ขึ้นอีก ไม่คิดจะอยู่พูดคุยกันหน่อยรึไง“กลับไปกันแล้ว!”สีหน้าของหลินหว่านหรูเริ่มมืดมนลงเล็กน้อย “ไม่ใช่ว่าคุณต้องรีบกลับไปจัดการธุระเหรอคะ พวกเราเองก็กลับกันเถอะ”“ได้!”เย่เทียนหยู่พยักหน้า เขาสตาร์ทรถและขับออกไปทันที ระหว่างทาง เขาหันไปมองหลินหว่านหรูที่ดูเหมือนว่าเธอมีอะไรอยากจะพูดแต่ก็ไม่กล่าเอ่ยปาก เขาจึงถามออกไปว่า “หว่านหรู คุณเป็นอะไรรึเปล่า หรือมีเรื่องอะไรที่ทำให้คุณลำบากใจรึเปล่า?”“หรือจะเป็นเรื่องสูตรนั่น?”เมื่อเห็นว่าเย่เทียนหยู่เป็นฝ่ายเริ่มพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน หลินหว่านหรูก็พยักหน้าทันที ก่อนจะพูดซ้ำสิ่งที่แม่ของเธอเพิ่งจะพูดไปออกมาเย่เทียนหยู่ส่ายหัว พร้อมพูดอย่างช่วยไม่ได้ออกไปว่า “ไม่เป็นไรหรอก ก็แค่สูตรส่วนผสมสูตรเดียวเอง ผมเขียนให้ตอนนี้เลยก็ได้ และจะ
“ได้สิ”ทันทีที่แม่ตระกูลหลินพูดจบ เธอก็รีบเดินจากไป พร้อมกับสาปแช่งอยู่ในใจใครขอให้แกมากัน ไม่รู้จะมาทำไม มาแย่งบริษัทไปจากฉันรึไงฝันไปเถอะ!หลินซื่อกรุ๊ป ไม่ใช่สิ่งที่แกคิดจะเอาก็เอาไปได้ง่าย ๆ หรอกนะ!ถ้าเธอรู้แต่แรก ว่าอีกไม่นานหลินหว่านหรูจะได้นั่งตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของเทียนเฟิงกรุ๊ป และได้กลายเป็นผู้จัดการระดับสูงของกลุ่มบริษัทที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านแบบนี้ เธอไม่มีทางคิดเช่นนี้แน่พ่อตระกูลหลินรู้สึกทำอะไรไม่ถูก อันที่จริง เขาไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีการของแม่ตระกูลหลินสักเท่าไหร่ แต่ถึงยังไงเมื่อก่อนทุกการตัดสินใจก็มักจะขึ้นอยู่กับแม่ตระกูลหลิน แถมตอนนี้ท่าทีของเธอก็ยิ่งเหมือนบูเช็คเทียนเข้าไปทุกวัน ไม่ว่าเธอพูดจะอะไร ตนก็ได้แต่ต้องทำตามเท่านั้น ในขณะเดียวกันนั้นเอง เย่เทียนหยู่ก็เดินตามหาหลงเจี๋ยจนเจอ จากนั้นหลงเจี๋ยก็ถามออกไปด้วยความโกรธทันที “เย่เทียนหยู่ นี่คุณหมายความว่ายังไง ก่อนหน้านี้ทำไมคุณถึงต้องหลอกฉันด้วย?”“ผมหลอกคุณงั้นเหรอ?” เย่เทียนหยูรู้สึกสับสน“ยังไม่ยอมรับอีกงั้นเหรอ เห็น ๆ อยู่ว่าคุณคือราชามังกรแห่งพรรคมังกร ไม่บอกฉันก็ช่างเถอะ แต่นี่ยังจะแสร้งบ
เย่เทียนหยู่ที่เห็นฉากนี้ ก็อดส่ายหัวไม่ได้ จึงพูดขึ้นว่า “หว่านหรู ในเมื่อทางนี้ไม่มีเรื่องอะไรแล้ว พอดีเมื่อกี้คุณตำรวจหลงมีเรื่องที่ต้องคุยกับผมน่ะ ผมขอไปหาเธอหน่อยนะ”“อือ คุณไปเถอะ”เมื่อกี้ตอนที่หลงเจี๋ยเชิญเขา หลินหว่านหรูที่อยู่ข้าง ๆ เองก็รู้เรื่องนี้ดีหลังจากนั้นเย่เทียนหยู่จึงเดินจากไปเมื่อเย่เทียนหยู่เดินจากไปแล้ว คนที่เหลือก็เดินไปหาเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบคดี หลังจากที่สื่อสารกันไปมาสักพัก หลินหว่านหรูก็ได้เซ็นลงไปส่วนเรื่องเงินชดเชย แน่นอนว่าเธอไม่ต้องการเลยสักบาทเมื่อเห็นว่าในที่สุดปัญหาก็ได้คลี่คลายลงแล้ว แม่ตระกูลหลินก็รู้สึกโล่งใจอย่างมาก เธอจึงกอดหลินหว่านหรูเอาไว้แน่น พร้อมกับพูดด้วยความซาบซึ้งออกไปว่า “หว่านหรู ขอบคุณมากนะ!”“ก่อนหน้านี้แม่ทำผิดพลาดไปมากมาย แต่ลูกก็ยังปกป้องแม่ตลอด ลูกเป็นลูกสาวที่ดีที่สุดในโลกเลย แม่รักลูกนะ!”คำพูดที่หวานซึ้งเช่นนี้ หลินหว่านหรูถึงกับทนรับเอาไว้ไม่ไหว แต่การที่แม่สามารถแสดงมันออกมาได้ มันก็ทำให้เธอรู้สึกมีความสุขมากแล้ว“หว่านหรู ลูกวางใจได้ ตอนนี้แม่รู้แล้วว่าตัวเองผิด ต่อไปจะไม่ทำอะไรแบบนั้นอีก แม่จะดูแลบริษัทใ