“เสียเมื่อไรกันคะ มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่หลังจากเวลานี้ ฉันรู้สึกดีกว่าตอนที่ฉันอยู่ในจุดสูงสุด เมื่อก่อนอีกนะคะ ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณพี่เย่มากจริง ๆ”“พูดคำทางการกับผมอีกแล้วนะ”“เป็นความจริงนี่คะ ถ้าไม่ใช่เพราะพี่เย่ ตอนนี้ฉันคงได้ไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักที่ ว่าง่าย ๆ ก็คือไม่ว่าพี่เย่ขอให้ฉันทำอะไรในอนาคต ฉันจะทำค่ะ ต่อให้คุณพาฉันไปขายฉันก็จะไปค่ะ”“เด็กโง่ ผมจะขายคุณทำไมเล่า”เย่เทียนหยู่ส่ายหน้าและพูดว่า “แต่เพราะคุณ คนที่อยู่เบื้องหลังพวกนั้นต่างก็เสียหายกันไปไม่น้อย ผมกังวลว่าจะมีคนคิดไม่ดีกับคุณ เพราะงั้นผมเลยหาบอดี้การ์ดมาให้คุณ”ขณะที่เขาพูด เขาก็ชี้ไปที่ชายสองคนที่อยู่ไกล ๆ ซึ่งทั้งสองคนมีทักษะค่อนข้างดี อาจไม่มากพอให้ต่อกรกับจอมยุทธ์มากฝีมือ แต่กับจอมยุทธ์ทั่วไปพวกเขายังต้านได้“โอ้!”“ฉันจะฟังพี่เย่ค่ะ”จริง ๆ แล้ว เฉินเฟยเฟยไม่เต็มใจนัก แต่หลังจากที่เย่เทียนหยู่พูดเรื่องนี้ เธอก็เชื่อฟังเขาและตอบว่า “แต่ว่าคืนนี้พี่เย่ต้องพาฉันกลับบ้านนะคะ”“ได้!”ถึงยังไงเย่เทียนหยู่ก็ไม่ได้มีอะไรต้องทำ ดังนั้น เขาจึงปฏิบัติตามความปรารถนาของเธอประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา เย่เทีย
“แค่นี้เองเหรอ?”“ใช่ แค่นั้นแหละ” นั่นคือทั้งหมดที่เย่เทียนหยู่พูดและรูปถ่ายก็ถูกถ่ายเอาไว้ได้ทั้งหมดแต่เมื่อหลินหว่านหรูได้ยินแบบนั้น เธอรู้สึกว่าเขาไม่เต็มใจที่จะอธิบาย เธอระเบิดอารมณ์ออกมาและพูดด้วยความโกรธ “แค่นั้นแหละ ไม่มีคำอธิบายเลยเหรอ เย่เทียนหยู่ นายยังเป็นผู้ชายอยู่หรือเปล่า? นายเห็นฉันเป็นอะไรกันแน่”เย่เทียนหยู่ตกใจเล็กน้อยและถอนหายใจ “แน่นอนว่าเป็นภรรยา ไม่อย่างนั้น ทำไมผมถึงต้องพยายามช่วยเหลือคุณเต็มที่มาตลอดด้วย”“ช่วยฉันเหรอ?”“ใช่ นายช่วยฉัน แต่นายก็ช่วยเหลือตัวเองด้วย”หลินหว่านหรูพูดด้วยความโกรธ “ไม่อย่างนั้น ต่อให้คุณจะฉลาดแค่ไหน คุณก็ไม่มีอำนาจไม่มีคนสนับสนุนคุณและมันไม่มีประโยชน์ อย่าคิดว่าฉันจะทำไม่ได้ถ้าไม่มีคุณนะ”“อ่อ คุณพูดก็ถูก”เย่เทียนหยู่กล่าวท่าทางที่ไม่แยแสโดยสิ้นเชิงของเย่เทียนหยู่ทำให้หลินหว่านหรูไม่สบายใจเลย และมันทำให้เธอแทบคลั่งแต่จริง ๆ แล้วเธอกำลังเสียใจกับสิ่งที่เธอเพิ่งพูดไปเพราะเธอรู้ว่านั่นเป็นคำที่เจ็บปวดเกินไปโดยเฉพาะตอนที่เทียนหยู่ช่วยเธอสุดใจ และหากไม่มีเขา เธอก็ทำไม่ได้จริง ๆแม้ว่าเขาจะไม่มีตำแหน่งที่ทรงพลัง แต่คำแนะ
แต่ตอนนี้เธออารมณ์ไม่ดี เมื่อคิดถึงสิ่งที่จางต้าซานทำ เธอจึงพูดอย่างเย็นชา “แพทย์เซียนจางคุณเป็นหมอมหัศจรรย์ที่มีชื่อเสียง ฉันจะขอให้คุณขอโทษได้ยังไงกันคะ? ฉันกลัวคุณจะคิดจัดการกับฉันซะอีก”“ไม่หรอกครับ ประธานหลิน คุณล้อเล่นแล้ว คุณมีผู้สนับสนุนที่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้นอยู่เบื้องหลัง ผมจะกล้าได้ยังไงกันครับ”“ไม่ต้องกังวลครับ ผมจะขอโทษต่อสาธารณะทางออนไลน์ในอีกสักครู่ และพยายามอย่างเต็มที่เพื่อโปรโมตผลิตภัณฑ์ของบริษัทของคุณ ครั้งนี้ยกโทษให้ฉันผมด้วยนะครับ”จางต้าซานกล่าวอย่างเร่งรีบทันทีที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกมาหลินหว่านหรูก็ตกตะลึง ผู้สนับสนุนที่ยิ่งใหญ่เบื้องหลังเธอ ฟังจากที่เขาพูดแล้ว เขาคงถูกตักเตือนมา เธอจึงรีบถามว่า “ใครคือคนสำคัญที่คุณกำลังพูดถึงเหรอคะ?”“เขาคือ อธิการบดีของมหาวิทยาลัยหลงหวาและประธานสมาคมการแพทย์แผนจีน คุณไม่รู้เหรอครับ?” จางต้าซานรู้สึกประหลาดใจมหาวิทยาลัยหลงหวา และมหาวิทยาลัยหรงตูหรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่ามหาวิทยาลัยเมืองจิงตู เป็นสองมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศ และเป็นสวรรค์ในฝันของนักศึกษานับไม่ถ้วนหลินหว่านหรูตกใจเล็กน้อย เธอไม่รู้จักอธิการบด
หลังจากได้ยินแบบนั้นหลินหว่านหรูก็เชื่อทันทีในใจของเธอนึกว่าอาจเป็นเย่เทียนหยู่มีวิธีการตามคนมาช่วยเหมือนเคย เธอจึงอยากสอบถามรายละเอียดจากเขาถ้าไม่ทะเลาะเธอคงจะถามไปแล้วทันทีแต่ ณ เวลานี้ มันหายไปหมดแล้ว“ครั้งนี้ ขอบคุณมากครับคุณกงซุน” หลินหว่านหรูกล่าว“ไม่เป็นไรครับ เราเป็นเพื่อนกัน ทำไมเราต้องเกรงใจกันขนาดนั้นล่ะครับ” กงซุนจื้อพูดด้วยรอยยิ้ม “อีกอย่าง ประธานหลินเหมือนกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมพบตอนที่ผมเป็นเด็ก ทำให้ฉันคิดอยู่เสมอว่า รู้สึกคุ้นเคย การช่วยคุณทำให้ผมมีความสุขมากเลยครับ”เมื่อหลินหว่านหรูได้ยินแบบนั้น เธอก็ตกใจเล็กน้อยและอดไม่ได้ที่จะถามว่า “นายน้อยกงซุนคอยคิดถึงผู้หญิงคนนั้นมาตลอดเลยเหรอคะ?”“แน่นอนครับ!”กงซุนจื้อทำน้ำเสียงราวกับคนที่มีความรู้สึกฝังใจ พร้อมกับถอนหายใจ “น่าเสียดายที่ผมไม่รู้ชื่อของเธอด้วยซ้ำ ผมเรียกเธอว่าเสี่ยวเถียนเถียน ส่วนเธอก็เรียกผมว่าขอทานตัวน้อย”“บางทีชีวิตนี้เราอาจจะไม่มีโอกาสได้พบกัน ไม่อย่างนั้นผมจะแต่งงานกับเธอแน่นอนครับ”ทันทีที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกมา หัวใจของหลินหว่านหรูก็สั่นสะท้าน เป็นเขาจริง ๆ ด้วย!แต่ทำไมเธอถึงรู้สึกแตกต่
“คุณสามารถจับสัมพัสการมีอยู่ของผมได้จริงสินะ ดูเหมือนว่าวรยุทธ์คุณจะดีจริงๆ แต่ไม่ว่าคุณจะเก่งแค่ไหนก็ตาม วันนี้ได้พบกับผมคุณก็ต้องตายอยู่ดี”เย่เทียนหยู่หัวเราะเบา ๆ แล้วพูดว่า “คุณอยากฆ่าผมเหรอ?”“ใช่!”“อย่าโทษผมที่ต้องโหดร้ายแบบนี้เลยนะ โทษที่ตัวคุณยั่วยุคนที่คุณไม่สมควรทำให้ขุ่นเคือง” ฮูเหยียนลี่ทำตามคำสั่งของกงซุนจื้อ และต้องการถามเย่เทียนหยู่ทุกอย่างที่เขารู้ก่อน ดังนั้นจึงไม่ได้ฆ่าเขาทันทีเย่เทียนหยู่ส่ายหน้าแล้วพูดว่า “คุณคนเดียวฆ่าผมไม่ได้หรอก!”“ฮ่า ๆ เย่เทียนหยู่ คุณมั่นใจในตัวเองเกินไปแล้ว คิดว่าตัวเองรู้จักวรยุทธ์แค่นั้นก็เรียกว่าวรยุทธ์แล้วเหรอ เมื่อคุณพบกับปรมาจารย์ที่ทรงพลังอย่างแท้จริงอย่างผม คุณไม่มีทางอื่นนอกจากต้องตายเท่านั้น”“แต่ว่าหากคุณยินดีแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือสิ่งของอันมีค่าเพียงพอ ผมอาจจะไว้ชีวิตคุณได้” ฮูเหยียนลี่ยิ้มเยาะพวกเขาได้ตรวจสอบเย่เทียนหยู่คนนี้แล้ว และดูเหมือนเขาจะเป็นแค่คนธรรมดา แต่ก็มีบางอย่างแปลก ๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะ เขามีความสัมพันธ์บางอย่างกับผู้มีอำนาจมากมายในเมืองเทียนไห่แม้ว่าตระกูลกงซุนจะไม่สนใจตระกูลเหล่านั้นเลย แม้แต่ตระกูลหยา
แม้ว่าฮูเหยียนลี่จะงุนงง แต่ลูกศรคลึงอยู่บนเชือกแล้วก็ต้องยิง เขายังคงเดินหน้าต่อไปโดยไม่ลังเล แต่การโจมตีของเขาก็โหดเหี้ยมกว่าเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเขากำลังจะแทงเย่เทียนหยู่ที่คอ เขาก็รู้สึกภูมิใจในใจ แต่ชายตรงหน้าก็ยังไม่ขยับเลย เมื่อกี้เขาตกใจไปเองแท้ ๆแต่วินาทีต่อมา สีหน้าของฮูเหยียนลี่เปลี่ยนไปอย่างมากเพราะในขณะนี้ ในที่สุดเย่เทียนหยู่ก็ลงมือ ยิ่งกว่านั้นทันทีที่เขาลงมือ เขาก็บีบคอของฮูเหยียนลี่ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่ออ้ากกก!ไม่สิ ทำไมเขาถึงเร็วขนาดนี้!หรือว่าเขาเป็นจะเป็นปรมาจารย์จริง ๆ?กึก!วินาทีต่อมา ดวงตาของฮูเหยียนลี่ก็เบิกกว้างขึ้น เขาลืมตาเบิกโพลงดวยความเหลือเชื่อ เขาพยายามคิดถึงสถานการณ์ให้ชัดเจน แต่เขาสูญเสียพลังมากขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนที่เขาจะทรุดตัวลงกับพื้นจนกระทั่งถึงช่วงเวลาแห่งความตาย เขาไม่มีไม่ทันได้ตอบสนองเลยเขาไม่อยากจะเชื่อเลย นี่เขาตายแบบนี้เหรอ?แต่ในวินาทีสุดท้าย ในที่สุดเขาก็เชื่อว่าเย่เทียนหยู่เป็นยอดแห่งผู้มากฝีมือจริงๆหลังจากจัดการกับฮูเหยียนลี่แล้ว เย่เทียนหยู่ก็ส่ายหน้าวันนี้เขายังคงรู้สึกไม่สบายใจ ไม่เช่นนั้นเขาคงจะไม่ฆ่าคนขนาดน
เพราะอย่างนั้น แน่นอนว่าเขาไม่เห็น“อ่อ ไม่เป็นไร ผมไม่รบกวนคุณเย่แล้วครับ”“โอเค!”เย่เทียนหยู่วางสายโทรศัพท์และไม่ได้สนใจเรื่องนี้อีกกงซุนจื้อเป็นแค่คนตัวเล็ก ๆ ที่ไม่ได้มีอะไรโดดเด่น ไม่ควรค่าแก่ความสนใจของเขาแต่กงซุนจื้อโกรธมาก เขารู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับเย่เทียนหยู่ เพียงแค่เขาไม่รู้ว่าเย่เทียนหยู่ทำได้ยังไงกันดูเหมือนว่าเขาจะประเมินเย่เทียนหยู่ต่ำไปจริง ๆเนื่องจากมีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นในบริษัทหลินหว่านหรูจึงมีงานยุ่งตลอดเวลา จนถึงเที่ยงวัน เธอก็ยังไม่เห็นเย่เทียนหยู่มาที่บริษัทตาบ้านั่นเขาหยุดงานเหรอ?แม้ว่าคำพูดบางคำของเขาจะรุนแรงเกินไปหน่อย แต่นั่นก็เพราะเขาชอบทำผิดเรื่องนี้อยู่เรื่อยหรอกเหรอ?ดูเหมือนเธอจำเป็นต้องพูดตรง ๆ กับเย่เทียนหยู่เพื่อดูว่าเขาคิดยังไงกันแน่ถ้าไม่เหมาะจริง ๆ การแยกทางกันจะดีต่อทั้งสองฝ่ายเย่เทียนหยู่ในตอนนี้ ด้วยผลงานที่โดดเด่นของเขา แม้ว่าในอนาคตอาจจะไม่ได้ร่ำรวยมหาศาล แต่การมีชีวิตรอดจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ในขณะนี้หลินหว่านหรูสังเกตเห็นข่าวใหม่บนอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องของหน้าม้าที่ถูกจ้างมาปฏิบัติการครั้งนี้ที่ต่างออกมา
หลินหว่านหรูกลับมาที่ห้องก่อนจะหยิบกล่องเก็บของออกจากตู้เซฟ เธอเปิดมันแล้วหยิบจี้หยกที่ซ่อนอยู่ข้างในขึ้นมา ความทรงจำวัยเด็กไหลทะลักเข้ามาในความทรงจำของเธอแม้ว่าเวลาที่พวกเขาอยู่ด้วยกันจะสั้นมาก แต่ความประทับใจนั้นกลับลึกซึ้งเกินบรรยายและเธอก็เก็บมันไว้ลึก ๆ ในใจเพื่อรอการปรากฏตัวของเขาแม้จะรอคอยมานานหลายปีแต่ตัวเธอก็ไม่เคยลืมมันเลยแต่ว่าเพราะอะไรกันนะ เธอไม่รู้สึกประหลาดใจหรือดีใจเลย เมื่อรู้ว่ากงซุนจื้อเป็นขอทานตัวน้อยในตอนนั้น ถึงกับรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยด้วยซ้ำอาจเป็นเพราะเย่เทียนหยู่หลังจากใช้เวลาร่วมกันมาพักใหญ่ หลินหว่านหรูก็ค้นพบว่าเย่เทียนหยู่ได้เข้ามาอยู่ในหัวใจของเธอ และสถานะของเขาก็ไม่ได้ต่ำกว่าขอทานตัวน้อยในตอนนั้นเลยหากว่าตอนแรกเธอไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไร เหตุการณ์ในระยะนี้ทำให้เธอตระหนักได้มากขึ้นว่าเธอมีเย่เทียนหยู่อยู่ในใจแล้วแต่ว่าเธอรู้สึกอยู่เสมอว่าเธอผิดสัญญากับขอทานตัวน้อยแต่หลังจากพบว่า กงซุนจื้อเป็นขอทานตัวน้อยในตอนนั้น หลินหว่านหรูก็ตระหนักว่าเธอไม่อยากอยู่กับ กงซุนจื้อเลย และสิ่งเดียวที่อยู่ในสมองของเธอตอนนี้ก็คือเย่เทียนหยู่เพียงแค่ว่า เย่เ
“หากเป็นเช่นนั้น งั้นเรื่องก็ง่ายมากเลยล่ะครับ มีวิธีอีกมากมายนับไม่ถ้วน” เหอรุ่ยรีบพูดขึ้นมา หากเขายังบอกว่าทำไม่ได้อีก แล้วตนจะยังมีประโยชน์อะไร นั่นเท่ากับตนจะพลาดโอกาสในการเลื่อนตำแหน่งไม่ใช่รึไงเมื่อได้ยินแบบนี้ สีหน้าของแม่ตระกูลหลินก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที ตอนนี้บริษัทมีทางรอดแล้วคนอย่างหลิวเหวินไม่รู้เรื่องอะไรเอาเสียเลย แถมยังบอกว่าหมดหนทางอีกแต่เมื่อตนเป็นคนออกโรงเอง ก็สามารถหาคนเก่งมาได้ในทันที ทั้งยังสามารถแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดายอีกด้วย!และเท่าที่ฟังมา เหมือนว่าคนที่ตนเลือกจะมีวิธีแก้ปัญหามากมายนับไม่ถ้วนอีกต่างหากเมื่อเห็นแบบนี้แล้ว แม่ตระกูลหลินก็รีบพูดขึ้นทันทีว่า “ดีมาก หากเฉินเว่ยกล้ามาจริง ๆ ฉันก็จะไล่มันออกทันที แล้วให้เธอมารับตำแหน่งแทนหล่อนซะ”“ครับ ขอบคุณประธานหลิวมากครับ ผมจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อรับใช้คุณ!” เหอรุ่ยรีบพูดประจบประแจงขึ้นมาทันที“ดีมาก ไม่เลวเลย เธอยังหนุ่มยังแน่น ต่อไปจะต้องมีอนาคตที่สดใสอย่างแน่นอน!”เมื่อแม่ตระกูลหลินได้ยินว่าอีกฝ่ายยินดีรับใช้ตน สีหน้าก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ในใจก็รู้สึกพอใจอย่างมาก“ประธานหลิวชมเกินไปแล้วคร
“แต่ว่า ประธานเย่เองก็ไม่ใช่คนนอกนี่คะ”“ประธานเย่อะไร ใครคือประธานเย่กัน บริษัทนี้มีตำแหน่งเขาด้วยรึไง? หลิวเหวิน เธอเป็นอะไรไป หรือว่าเธอไม่อยากที่จะอยู่ในบริษัทนี้ต่ออย่างงั้นเหรอ?”แม่ตระกูลหลินด่าทอด้วยความโกรธวันนี้เย่เทียนหยู่ไม่แม้แต่จะเอ่ยปากทักทายตนเลยด้วยซ้ำ คิดว่าตัวเองสูงส่งมาจากไหนกันต่อให้เขาจะเก่งกาจมากแค่ไหน สุดท้ายก็ยังเดินตามหลังลูกสาวตนอยู่ดี ยังเป็นลูกเขยที่เชื่อฟังของเธออยู่กล้าดียังไงที่เมินเฉยกันแบบนี้!ไม่มีมารยาทเลยแม้แต่น้อย น่าโมโหเสียจริง!เมื่อถูกด่าทอแรง ๆ แบบนี้ สีหน้าของหลิวเหวินดูเศร้าหมองมากขึ้นเรื่อย ๆ เธอก็รู้สึกโกรธจนแทบทนไม่ไหว เธอไม่สามารถอดทนต่อไปได้แล้วจริง ๆ แต่เวลานี้แม่ตระกูลหลินก็ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาออกมาว่า “เอาล่ะ หลิวเหวิน ฉันจะไม่พูดไร้สาระกับเธออีก วัตถุดิบที่เธอต้องการมันไม่มีอีกแล้วล่ะ”“ตอนนี้ สิ่งที่เธอต้องทำก็คือ รีบหาวัตถุดิบตัวใหม่เพื่อมาทดแทนโดยเร็วที่สุด”“ฉันทำไม่ได้หรอกค่ะ!” หลิวเหวินตอบ“ทำไม่ได้ก็คิดหาวิธีสิ หากยังไม่ได้อีก เธอก็หาอย่างอื่นที่ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงมาไม่ได้รึไง ขอแค่ผลลัพธ์ออกมาคล้ายกัน แค
ประจวบเหมาะกับที่หลินหว่านหรูเองก็เกือบจะจัดการธุระเสร็จแล้ว เย่เทียนหยู่มองดูนาฬิกาครู่หนึ่ง เวลาเพิ่งจะสิบโมงกว่า ๆ ดังนั้นจึงมีเวลาอีกเหลือเฟือให้เขารีบกลับไป“แม่ของคุณกับคนอื่น ๆ ล่ะ หรือพวกเขากลับไปกันแล้ว?” เย่เทียนหยู่รู้สึกประหลาดใจนิดหน่อย นานแล้วที่ไม่ได้เจอพวกเขา แถมยังเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ขึ้นอีก ไม่คิดจะอยู่พูดคุยกันหน่อยรึไง“กลับไปกันแล้ว!”สีหน้าของหลินหว่านหรูเริ่มมืดมนลงเล็กน้อย “ไม่ใช่ว่าคุณต้องรีบกลับไปจัดการธุระเหรอคะ พวกเราเองก็กลับกันเถอะ”“ได้!”เย่เทียนหยู่พยักหน้า เขาสตาร์ทรถและขับออกไปทันที ระหว่างทาง เขาหันไปมองหลินหว่านหรูที่ดูเหมือนว่าเธอมีอะไรอยากจะพูดแต่ก็ไม่กล่าเอ่ยปาก เขาจึงถามออกไปว่า “หว่านหรู คุณเป็นอะไรรึเปล่า หรือมีเรื่องอะไรที่ทำให้คุณลำบากใจรึเปล่า?”“หรือจะเป็นเรื่องสูตรนั่น?”เมื่อเห็นว่าเย่เทียนหยู่เป็นฝ่ายเริ่มพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน หลินหว่านหรูก็พยักหน้าทันที ก่อนจะพูดซ้ำสิ่งที่แม่ของเธอเพิ่งจะพูดไปออกมาเย่เทียนหยู่ส่ายหัว พร้อมพูดอย่างช่วยไม่ได้ออกไปว่า “ไม่เป็นไรหรอก ก็แค่สูตรส่วนผสมสูตรเดียวเอง ผมเขียนให้ตอนนี้เลยก็ได้ และจะ
“ได้สิ”ทันทีที่แม่ตระกูลหลินพูดจบ เธอก็รีบเดินจากไป พร้อมกับสาปแช่งอยู่ในใจใครขอให้แกมากัน ไม่รู้จะมาทำไม มาแย่งบริษัทไปจากฉันรึไงฝันไปเถอะ!หลินซื่อกรุ๊ป ไม่ใช่สิ่งที่แกคิดจะเอาก็เอาไปได้ง่าย ๆ หรอกนะ!ถ้าเธอรู้แต่แรก ว่าอีกไม่นานหลินหว่านหรูจะได้นั่งตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของเทียนเฟิงกรุ๊ป และได้กลายเป็นผู้จัดการระดับสูงของกลุ่มบริษัทที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านแบบนี้ เธอไม่มีทางคิดเช่นนี้แน่พ่อตระกูลหลินรู้สึกทำอะไรไม่ถูก อันที่จริง เขาไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีการของแม่ตระกูลหลินสักเท่าไหร่ แต่ถึงยังไงเมื่อก่อนทุกการตัดสินใจก็มักจะขึ้นอยู่กับแม่ตระกูลหลิน แถมตอนนี้ท่าทีของเธอก็ยิ่งเหมือนบูเช็คเทียนเข้าไปทุกวัน ไม่ว่าเธอพูดจะอะไร ตนก็ได้แต่ต้องทำตามเท่านั้น ในขณะเดียวกันนั้นเอง เย่เทียนหยู่ก็เดินตามหาหลงเจี๋ยจนเจอ จากนั้นหลงเจี๋ยก็ถามออกไปด้วยความโกรธทันที “เย่เทียนหยู่ นี่คุณหมายความว่ายังไง ก่อนหน้านี้ทำไมคุณถึงต้องหลอกฉันด้วย?”“ผมหลอกคุณงั้นเหรอ?” เย่เทียนหยูรู้สึกสับสน“ยังไม่ยอมรับอีกงั้นเหรอ เห็น ๆ อยู่ว่าคุณคือราชามังกรแห่งพรรคมังกร ไม่บอกฉันก็ช่างเถอะ แต่นี่ยังจะแสร้งบ
เย่เทียนหยู่ที่เห็นฉากนี้ ก็อดส่ายหัวไม่ได้ จึงพูดขึ้นว่า “หว่านหรู ในเมื่อทางนี้ไม่มีเรื่องอะไรแล้ว พอดีเมื่อกี้คุณตำรวจหลงมีเรื่องที่ต้องคุยกับผมน่ะ ผมขอไปหาเธอหน่อยนะ”“อือ คุณไปเถอะ”เมื่อกี้ตอนที่หลงเจี๋ยเชิญเขา หลินหว่านหรูที่อยู่ข้าง ๆ เองก็รู้เรื่องนี้ดีหลังจากนั้นเย่เทียนหยู่จึงเดินจากไปเมื่อเย่เทียนหยู่เดินจากไปแล้ว คนที่เหลือก็เดินไปหาเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบคดี หลังจากที่สื่อสารกันไปมาสักพัก หลินหว่านหรูก็ได้เซ็นลงไปส่วนเรื่องเงินชดเชย แน่นอนว่าเธอไม่ต้องการเลยสักบาทเมื่อเห็นว่าในที่สุดปัญหาก็ได้คลี่คลายลงแล้ว แม่ตระกูลหลินก็รู้สึกโล่งใจอย่างมาก เธอจึงกอดหลินหว่านหรูเอาไว้แน่น พร้อมกับพูดด้วยความซาบซึ้งออกไปว่า “หว่านหรู ขอบคุณมากนะ!”“ก่อนหน้านี้แม่ทำผิดพลาดไปมากมาย แต่ลูกก็ยังปกป้องแม่ตลอด ลูกเป็นลูกสาวที่ดีที่สุดในโลกเลย แม่รักลูกนะ!”คำพูดที่หวานซึ้งเช่นนี้ หลินหว่านหรูถึงกับทนรับเอาไว้ไม่ไหว แต่การที่แม่สามารถแสดงมันออกมาได้ มันก็ทำให้เธอรู้สึกมีความสุขมากแล้ว“หว่านหรู ลูกวางใจได้ ตอนนี้แม่รู้แล้วว่าตัวเองผิด ต่อไปจะไม่ทำอะไรแบบนั้นอีก แม่จะดูแลบริษัทใ
ในตอนที่เพิ่งจะเดินเข้าไป ก็เห็นว่าพ่อตระกูลหลินกำลังเดินออกมา พร้อมกับพูดด้วยท่าทีที่ตื่นเต้นออกไปว่า “หว่านหรู ในที่สุดแกก็มาแล้ว ขืนแกยังไม่มา แม่แกคงอยู่ต่อไม่ไหวแล้ว”หลินหว่านหรูขมวดคิ้ว เธอแทบไม่เชื่อสิ่งเหล่านี้เลยแม้แต่น้อยสีหน้าเย่เทียนหยู่ดูเย็นชาอย่างมากเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความเย็นชาของทั้งสอง สีหน้าพ่อตระกูลหลินก็ดูหมดหวัง และคิดว่าหลายสิ่งที่พวกเขาทำมันเกินไปแล้วจริง ๆ เขาจึงไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไปดีเป็นเพราะเขาเดินตามทั้งสองเข้าไป พ่อตระกูลหลินถึงเข้าไปด้วยได้ เดิมที เขาแค่จะมาดูแม่ตระกูลหลินเท่านั้นภายใต้การนำทางของตำรวจ หลินหว่านหรูและเย่เทียนหยู่ก็ได้มาถึงห้องขังที่แม่ตระกูลหลินอยู่แม่ตระกูลหลินเองก็รู้ว่าหลินหว่านหรูมาถึงแล้ว ทันทีที่เห็นทั้งสอง เธอก็รีบลุกขึ้น และเดินมาหาทันที ดวงตาของเธอแดงก่ำ ก่อนจะตะโกนออกไปว่า “หว่านหรู ลูกรักของแม่ ลูกมาแล้วเหรอ!”มองดูดวงตาที่แดงก่ำของแม่ตระกูลหลิน บวกกับท่าทีตื่นเต้นโดยเฉพาะสีหน้าที่ดูอ่อนเพลียและซีดเซียวของเธอ แม้แต่ผมเผ้าเองก็ยังดูยุ่งเหยิงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งทำให้เธอดูน่าสงสารอย่างมากบวกกับที่เธอพูดคำว
คุณนายไป๋ถูกหัวหน้าใหญ่ไป๋จ้องตาเขม็ง สีหน้าเปลี่ยนไปนิดหน่อย ก่อนจะรีบพูดออกมาเบา ๆ ว่า “พี่เฉินคะ พะ พี่เป็นอะไรไป?”“เธอคิดว่ายังไงล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ พวกเราจะมาถึงจุดนี้ได้ยังไง!”สีหน้าไป๋เฉินดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่“ละ แล้วนี่มันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะคะ ถึงต่อให้ฉันเป็นคนที่สร้างเรื่องขึ้นมา พี่ก็เป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอ ว่าสำนักเจวี๋ยฉิงจะสามารถจัดการเขาได้?”“เดิมทีมันก็อาจจะได้ แต่เมื่อกี้พยัคฆ์ทมิฬเพิ่งรายงานว่า เขาอาจจะเป็นราชามังกรแห่งพรรคมังกรก็ได้ และจากสถานการณ์ในปัจจุบัน ก็ดูเหมือนจะมีโอกาสมากถึงแปดเก้าส่วนที่จะเป็นเรื่องจริง”“หากว่าเขาเป็นราชามังกรจริง ๆ ล่ะก็ เกรงว่าแม้แต่สำนักเจวี๋ยฉิงก็ทำอะไรเขาไม่ได้”ไป๋เฉินพูดด้วยความโกรธ“หา ไม่จริงน่า เป็นไปได้ไหมที่พยัคฆ์ทมิฬกำลังหลอกพี่อยู่”“เขาไม่มีทางหลอกฉันแน่”ไป๋เฉินถอนหายใจ ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว เขาถูกภรรยาชักจูงแบบผิด ๆ มาตั้งแต่แรก ต่อให้ตอนนี้ตนได้รู้เรื่องราวทั้งหมด แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรสิ่งที่เขากังวลมากที่สุดในตอนนี้ ไม่ใช่ปัญหาในการจัดการกับเย่เทียนหยู่ แต่เป็นจุดตันเถียนของเขา มันจะยังสามารถฟื้นฟูกลับมาไ
จากนั้น ไป๋เฉินก็หยิบกล่องเล็ก ๆ ที่ดูประณีตออกมาจากตัว เขานำมันติดตัวมาด้วย จากนั้นจึงยื่นให้เย่เทียนหยู่ด้วยท่าทีที่ไม่เต็มใจสักเท่าไหร่นี่คือสมบัติที่แม้แต่เขาก็ยังรู้สึกตื่นเต้น ว่ากันว่า หากกลั่นมันออกมาเป็นยา ก็จะสามารถช่วยให้ทะลวงเข้าสู่ระดับปรามาจารย์ได้ทันทีหากไม่ใช่เพราะแรงกดดันที่น่ากลัวจากสำนักเจวี๋ยฉิง เขาก็คงคิดที่จะเก็บมันเอาไว้ใช้เองเขาเคยเห็นด้วยตาตัวเองแล้ว ตอนที่ยอดฝีมือจากสำนักเจวี๋ยฉิงต่อสู้กับปรมาจารย์ที่น่ากลัวคนหนึ่ง กระบวนท่าเดียว ใช้เพียงกระบวนท่าเดียวเท่านั้น ก็สามารถฆ่ายอดฝีมือระดับปรมาจารย์คนนั้นได้ในทันทีดังนั้น การที่ไอ้เด็กนี่มันกล้าท้าทายอำนาจสำนักเจวี๋ยฉิงแบบนี้ มันจะต้องตายอย่างแน่นอนเย่เทียนหยู่รับกล่องมา ก่อนจะเปิดดูด้านใน และพบว่านั่นคือดอกบัวสีเจ็ดสีจริง ๆ สิ่งนี้มีประโยชน์อย่างมากเมื่อมาอยู่ในมือของเขา เขาจึงรับเก็บมันไว้ทันที แล้วพูดด้วยท่าทีเรียบเฉยออกไปว่า “เห็นแก่ของเล่นชิ้นนี้ ผมจะปล่อยคุณไปสักครั้งก็แล้วกัน”“จำไว้นะว่า อีกสี่หมื่นห้าพันล้าน จะต้องถูกโอนเข้าบัญชีภายในหนึ่งวัน เพราะไม่อย่างนั้น ก็รอรับผลที่จะตามมาได้เลย!”ทันที
เมื่อคุณนายไป๋ได้ยินดังนั้น เธอก็รีบโต้กลับทันที “หากเป็นสมบัติธรรมดาพวกเขาต้องไม่สนใจอยู่แล้ว แต่นี่เป็นถึงดอกบัว......”“เลิกพูดมากได้แล้ว!”เมื่อกี้หยุดเอาไว้ไม่ทัน ตอนนี้ไป๋เฉินจึงรีบพูดห้ามขึ้นทันที “พูดจาไร้สาระให้มันน้อย ๆ หน่อย ทางที่ดีแกก็รีบปล่อยพวกเราไปซะ เพราะไม่อย่างนั้น ผลที่จะตามมาอาจเกินกว่าที่แกจะรับไหวก็ได้”เย่เทียนหยู่หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพูดออกไปว่า “คุณนับว่าฉลาดกว่าภรรยาคุณอยู่นะ หากเป็นเธอล่ะก็ ป่านนี้เธอคงสั่งให้ผมรีบขอโทษและยอมรับผิดไปแล้ว” “แต่ว่านะ ถึงยังไงก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี! อย่าว่าแต่สำนักเจวี๋ยฉิงอะไรนั่นเลย ต่อให้เป็นสำนักที่แข็งแกร่งมากแค่ไหน วันนี้ หากคุณยังไม่คืนเงินล่ะก็ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ช่วยพวกคุณไม่ได้ทั้งนั้น”สีหน้าของไป๋เฉินเปลี่ยนไปทันที เขาทั้งโกรธและตกใจ “นี่แกไม่กลัวสำนักเจวี๋ยฉิงจริง ๆ หรือว่าแกไม่รู้ว่าสำนักเจวี๋ยฉิงมีการดำรงอยู่ที่น่ากลัวมากแค่ไหนกันแน่?”“รู้หรือไม่มันก็ไม่สำคัญหรอก ผมจะให้โอกาสคุณเป็นครั้งสุดท้าย สี่หมื่นห้าพันล้าน จะให้หรือไม่ให้? !”สีหน้าเย่เทียนหยู่ดูเย็นชา เขาเสียเวลามามากพอสมควรแล้ว เขาไม่อยากพูด