“ขอบคุณที่น้อยซูเข้าใจนะคะ ไม่ทราบว่าวันนี้นายน้อยซูมีธุระหรือเปล่าคะ?” หลินหว่านหรูรีบถามเธอรู้สึกว่าทายาทที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งของตระกูลซูคนนี้ ออกจะสุภาพกับเธอมากเกินไปเล็กน้อยในเวลานี้ เธอนึกถึงคำพูดของเย่เทียนหยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งครั้งแรกที่บอกว่านายน้อยคนรองของตระกูลซูแสร้งทำเป็นคนอ่อนแอไร้น้ำยา เพื่อหลอกลวงให้ศัตรูตายใจแต่จริง ๆ แล้วเขาเก่งกาจมากถึงขั้นว่ากันว่า ผู้สืบทอดซูซื่อกรุ๊ปอาจมีการถูกเปลี่ยนแปลงในตอนนั้นเธอไม่เชื่อเลยแม้แต่นิดเดียว และรู้สึกว่ามันไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน เพราะถึงยังไงก็มีข่าวลือว่า นายน้อยคนรองของตระกูลซูไร้ความสามารถ แล้วเขาจะแทนที่นายน้อยผู้เก่งกาจซูได้ยังไงแต้ไม่คิดเลยว่าทุกอย่างจะเกิดขึ้นอย่างเร็ว เพียงพริบตาเดียวก็เปลี่ยนแปลงไปเย่เทียนหยู่พูดถูกอีกครั้งแต่ไม่น่าแปลกใจเลยที่ตอนนี้เขามีน้ำเสียงแปลก ๆ ในโทรศัพท์และบอกว่าเขาไม่แน่ใจ เห็นได้ชัดว่าเขารู้ว่าผู้มาเยือนเป็นซูเหวินฮวาไม่ใช่ซูเหวินฮุยที่มาอิตานี่ชอบทำแบบนี้จริงๆ ไม่ยอมพูดอะไรสักอย่างเมื่อเห็นหลินหว่านหรูถาม ซูเหวินฮวาก็รีบพูดว่า: “จริงๆ แล้ว ไม่มีอะไรเลย มันแค
“ได้ครับ ผมจะรอเขาอยู่ที่นี่” ซูเหวินฮวารีบพูดขึ้นมาทันที ก่อนจะนั่งตัวตรงมากขึ้นราวกับว่าเย่เทียนหยู่มาถึงแล้วหลินหว่านหรูหยิบโทรศัพท์มือถือของเธอออกมาทันทีพร้อมกับกดหมายเลขของเย่เทียนหยู่ เธอโทรออกอย่างรวดเร็วและถามว่า “เย่เทียนหยู่อยู่ที่บริษัทหรือเปล่า”“อยู่สิ!”โดยบังเอิญ วันนี้เย่เทียนหยู่เองก็มาที่บริษัท“มาที่ห้องประชุมหน่อย!”“มีเรื่องอะไรเหรอครับ?” เย่เทียนหยู่ถาม“ไม่มีอะไรหรอก ไว้นายจะรู้เองตอนนายมาที่นี่”“ก็ได้ครับ!”เย่เทียนหยู่เดินไปอย่างช่วยไม่ได้ทันทีที่เขาเห็นเย่เทียนหยู่ ซูเหวินฮวาก็ยืดตัวตรง ลุกขึ้นยืนอย่างเร่งรีบ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงแสดงความเคารพอย่างมาก “คุณชายเย่!”หลินหว่านหรูมองไปที่ซูเหวินฮวาด้วยความประหลาดใจ เย่เทียนหยู่ทำอะไร ทำไมเขาถึงต้องสุภาพขนาดนี้?เย่เทียนหยู่ยิ้มและพูดว่า “นี่มันนายน้อยซูไม่ใช่เหรอครับ เรียกผมมามีเรื่องอะไรเหรอ?”หลินหว่านหรูไม่มีเวลาให้ทันได้คิดอย่างถี่ถ้วน เธอโพล่งความคิดของเธอออกไปอย่างรวดเร็วเมื่อเย่เทียนหยู่ได้ยินแบบนั้น เขาก็ส่ายหน้าทันทีและพูดว่า “ผมจะเอาหุ้นพวกนั้นไปทำอะไรครับ ไม่สู้ผมยกให้คุณยังดีกว่า ถ้าเป
เขาตกอยู่ในอาการตื่นตระหนก“.....”หลินหว่านหรูพูดไม่ออก แต่ในขณะที่เธอกำลังจะเซ็นปากกา เธอก็พูดว่า “ฉันไม่เซ็นแล้ว ยุ่งยากเกินจริง ๆ เลย เย่เทียนหยู่นายจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย ฉันยังมีธุระ”หลังจากพูดจบ หลินหว่านหรูก็เดินออกไปตามลำพังซูเหวินฮวาอยู่นิ่งตะลึงค้างอยู่กับที่เย่เทียนหยู่ยิ้มอย่างขมขื่น เห็นได้ชัดว่าเธอจะให้เขาเป็นคนรับมันเอาไว้ เพราะอย่างนั้น เขาเองจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำสัญญาลงนามในชื่อของเขา จากนั้นทำตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องโดยได้รับความช่วยเหลือจากทนายความจากนั้น ซูเหวินฮวาก็ขอให้พวกเขาออกไปก่อน จากนั้นเขาก็คุกเข่าลงแล้วพูดว่า “พี่เย่ เหวินฮวาคนนี้ไม่มีอะไรมากพอจะตอบแทนน้ำใจของคุณได้”“แต่ขอแค่เหวินฮวาคนนี้ยังมีชีวิตอยู่ ผมจะไม่มีวันลืมความเมตตาอันยิ่งใหญ่ของคุณ อนาคตไม่ว่าจะเป็นคำสั่งไหน ได้โปรดสั่งผมได้เต็มที่เลยนะครับ”“คุณเนี่ยนะ เรื่องพวกนี้เคยบอกผมผ่านโทรศัพท์ไปแล้วนี่?”“ใช่ครับ แต่ผมรู้สึกแย่ที่ไม่ได้พูดต่อหน้า ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ ชีวิตนี้ของผมคงไม่มีหวังได้เชิดหน้าชูตาอีกแล้ว”“เอาล่ะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว คุณรีบลุกขึ้นเร็ว ๆ ถ้าใครมาเห็นผู
หลินหว่านหรูทิ้งเย่เทียนหยู่ไว้ในห้องประชุม แน่นอนว่าเธอหาทางหนีทีไร่ให้ตัวเองก่อนจะหนีไป และในที่สุดก็ปล่อยให้เย่เทียนหยู่เข้าถือหุ้นเป็นไปตามที่คาดไว้ เย่เทียนหยู่ลงนามในสัญญาอย่างเชื่อฟังและรับส่วนแบ่งหุ้น 20%ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมามีสิ่งดี ๆ เกิดขึ้นทีเรื่อง ทำให้เธอมีความสุขมากจริง ๆโดยเฉพาะการที่เธอสามารถแบ่งหุ้นของตัวเองให้กับเย่เทียนหยู่ได้นั้นถือเป็นสิ่งที่มีความสุขที่สุดสำหรับเธอในช่วงหลายวันมานี้แล้วหลินหว่านหรูกำลังนั่งอยู่พร้อมอารมณ์อันสุดจะปริ่มเปรม ขณะนั้นเองหลิวเหวินก็บุกเข้ามาในออฟฟิศด้วยความตื่นเต้น“หลิวเหวินเกิดอะไรขึ้น? ทำไมคุณดูอมทุกข์แบบนั้นล่ะ?”แน่นอนว่าหลินหว่านหรูสังเกตเห็นสภาพของหลิวเหวินเมื่อหลิวเหวินได้ยินแบบนั้น เธอก็พูดด้วยความตื่นเต้น “เป็นเรื่องดีมากเลยล่ะค่ะ ประธานหลิน เครื่องสำอางของเราเป็นที่นิยมมาก ขายกันไม่หวาดไม่หวั่น แถมร้านค้าตัวแทนจำหน่ายยังมาขอซื้อกันเพียบเลยนะคะ”หลินหว่านหรูตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและพูดด้วยความสับสน “เรายังมีเครื่องสำอางอะไรอีก? มีแค่เครื่องสำอางปัวเรต์ไม่ใช่เหรอ?”“ก็เครื่องสำอางปัวเรต์นี่ล่ะค่ะ”“เธอบอกว่าปัว
“สบายใจเหรอ?”“แบบนั้นไม่ได้นะ!”หลินหว่านหรูหัวเราะเบา ๆ และพูดว่า “เพราะเดี๋ยวคุณคงต้องเตรียมตัวสักหน่อย พรุ่งนี้เช้าฉันจะประกาศแต่งตั้งพวกคุณ”“อือ ฉันจะเตรียมตัวค่ะ”หลิวเหวินไม่รีรอและพยักหน้าเห็นด้วยทันทีขณะที่หลิวเหวินเดินจากไป หลินหว่านหรูก็เริ่มยุ่งกับงานของตัวเองแต่เธอกลับไม่รู้เลยว่าหลี่ว์ซิงเหอในเวลานี้ยังไม่สมัครใจยอมแพ้ เขาตั้งใจหาตัวผู้ถือหุ้นอีกสองคนที่สูญเสียหุ้นของตนมาเพื่อช่วยกันสร้างปัญหาที่แท้แล้ว หลังจากเหตุการณ์ครั้งสุดท้ายในบริษัทถูกเปิดเผย หลี่ว์ซิงเหอกลับไม่ได้อารมณ์เสีย หรือกระทั่งออกจะอารมณ์ดีเสียด้วยซ้ำ เพราะเขาหลุดพ้นจากปัญหาใหญ่มาได้ในขณะเดียวกัน เขารอให้ทุกคนเปิดเผยว่าเย่เทียนหยู่หลอกลวงผู้อื่นยังไง บริษัทได้มีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ว่านั่น และเป็นไปไม่ได้ที่จะลบจุดด่างดำบนใบหน้าของทุกคนแต่คิดไม่ถึงเลยว่าหลินหว่านหรูกับเย่เทียนหยู่ได้เชิญแพทย์แผนจีนชั้นนำด้านการดูแลผิวจากที่ไหนก็ไม่รู้มารักษาทุกคนโดยใช้ยาจีนส่วนสาเหตุที่รู้ว่าเป็นยาจีนนั้น ก็เพราะพวกเขาตามหาตัวผู้เสียหาย จากนั้นก็ทำความเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดเรื่องนี้ทำให้ผู้เสียหายเชื่อกันสนิท
“ความเห็นอะไร?” เย่เทียนหยู่ถาม“บอกกันว่าปัญหาเกี่ยวกับเครื่องสำอางปัวเรต์ก่อนหน้านี้หลินซื่อกรุ๊ปสร้างขึ้นโดยเจตนาโดย เพื่อจุดประสงค์ในการประชาสัมพันธ์ การขายและการโปรโมตเครื่องสำอางของพวกเขาครับ”“ยิ่งกว่านั้นหลินซื่อกรุ๊ปไม่มีสิ่งที่ทุกคนเรียกกันว่าเครื่องสำอางวิเศษนั่น และทุกคนก็ตกอยู่ภายใต้การควบคุม”“ตอนนี้เรื่องนี้ถูกส่งต่อกันไปมากมาย ดึงดูดการต่อต้านจากผู้คนจำนวนมากในทันที”“สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออีกฝ่ายดูเหมือนจะคุ้นเคยกับแผนและความคืบหน้าของเครื่องสำอางปัวเรต์เป็นอย่างดี เพราะพวกเขาเปิดเผยว่าไม่มีโครงการผลิตภัณฑ์ใหม่อะไรอย่างที่แจ้ง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผลิตภัณฑ์ครับ”“มีกระท่งภาพหน้าจอของเอกสารภายในบริษัทด้วย ถ้าให้เดาไม่ผิด เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคนวงในของหลินซื่อกรุ๊ปอย่างแน่นอน”“และหากเราหากคำนึงถึงสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์ทำเรื่องแบบนี้ได้มากที่สุด และปัจจุบันเขาก็เป็นคนเดียวที่มีความสามารถที่จะผลักดันการกระทำแบบนี้ได้ครับ”“หลี่ว์ซิงเหอ!” เย่เทียนหยู่รับคำด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ใช่ เป็นเขาครับ ผมได้จัดให้คนของผมจับตาดูเขาอย่างใกล้ชิดแล้ว หา
คุณแม่ตระกูลหลินดึงเธอเข้ามาแล้วถามว่า “หว่านหรู กิจการของบริษัทคลี่คลายแล้วหรือยัง?”“ไม่มีปัญหาแล้วค่ะ ครั้งนี้ต้องขอบเย่เทียนหยู่จริง ๆ” หลินหว่านหรูอยากให้พ่อแม่ของเธอประทับใจต่อตัวเย่เทียนหยู่มากขึ้น เธอก็เลยบอกพวกเขาเป็นพิเศษแต่คุณแม่ตระกูลหลินดูถูกเหยียดหยามและพูดว่า “ขอบคุณเขา เขาแค่เชื่อฟังคำสั่งของคุณ”“ไม่อย่างนั้น ด้วยความสามารถอันน้อยนิดของมันก็คงไร้ประโยชน์โง่เง่า”“แม่ แม่เข้าใจผิดแล้วนะ!”หลินหว่านหรูอธิบายต่อ “จริง ๆ แล้ว ทุกอย่างในวันนั้นเขาทำเอง หนูไม่ได้เป็นคนแนะนำอะไรเขาเลยนะคะ ที่เขาพูดแบบนั้นก็เพื่อให้ทุกคนในบริษัทเกรงกลัวและเคารพหนู”“ไร้สาระ!”“ไร้สาระทั้งเพ!”“หลินหว่านหรู นี่ลูกกำลังพยายามหลอกให้แม่เป็นเหมือนคนโง่เพื่อที่จะแต่งงานกับไอ้เด็กเหลือขอนั่นอย่างงั้นเหรอ?”“ลูกคิดว่ามันเป็นผู้วิเศษหรือไงกัน? ก็แค่ขอทานคนเดียว ถ้ามีความสามารถมากขนาดนั้นทำไมยังต้องผลักไปให้คนอื่นด้วย!”คุณแม่ตระกูลหลินโต้กลับเสียงดัง เธอไม่เชื่อคำพูดของหลินหว่านหรูเลยสักคำ“สิ่งที่หนูพูดเป็นความจริงนะ!” หลินหว่านหรูตะโกนด้วยความโกรธ“แม่ว่านะยังไงลูกก็ต้องโกหกแม่อยู่แน่”
หลังจากที่เย่เทียนหยู่วางสาย เขาก็ขับรถไปที่โรงแรมเทียนเหอทันที เขาต้องพบกับเฉินเฟยเฟยก่อนจึงจะวางแผนก้าวต่อไปสำหรับผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ เขาจะให้อีกฝ่ายได้รู้แน่ว่าความสิ้นหวังที่แท้จริงมันเป็นยังไงในขณะเดียวกัน เฉินเฟยเฟยกับจางผิงต่างก็กำลังตั้งตารอเย่เทียนหยู่อย่างกระวนกระวายใจเช่นกัน“ผิงผิง คุณคิดว่าเขาทำได้จริงรึเปล่า” เฉินเฟยเฟยอดไม่ได้ที่จะถาม เพราะเธอผิดหวังมาหลายครั้งแล้ว“คุณดูสิว่าเขาแข็งแกร่งแค่ไหน ฉันคิดว่าเขาไม่น่าจะโกหกนะ ฉันคิดว่าเขาทำได้จริง ๆ ค่ะ”อันที่จริงจางผิงเองก็ไม่แน่ใจเช่นกันแต่เพื่อให้กำลังใจเฉินเฟยเฟย เธอจึงจงใจบอกว่ามันต้องได้ผลแน่“ก็ดี ฉันหวังว่ามันจะไม่ทำให้เราต้องผิดหวังอีกครั้งนะ”เฉินเฟยเฟยพึมพำในขณะที่พูด ก็มีคนเคาะประตู ดวงตาของเฉินเฟยเฟยเป็นประกายและเธอก็พูดว่า “เขาน่าจะมาแล้วล่ะ”“อือ ฉันจะเปิดประตู!”จางผิงลุกขึ้นยืนทันที แต่ทันทีที่เธอเปิดประตู เธอก็เห็นผู้ชายหลายคนที่มีท่าทางดุร้ายและมีผู้หญิงอีกคนอยู่ข้าง ๆผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น หากแต่เป็นพี่จงหรือก็คือจงเหล่ย คนที่มีปัญหาไม่ลงรอยกับพวกเธอจงเหล่ยมองดูจางผิงด้
“หากเป็นเช่นนั้น งั้นเรื่องก็ง่ายมากเลยล่ะครับ มีวิธีอีกมากมายนับไม่ถ้วน” เหอรุ่ยรีบพูดขึ้นมา หากเขายังบอกว่าทำไม่ได้อีก แล้วตนจะยังมีประโยชน์อะไร นั่นเท่ากับตนจะพลาดโอกาสในการเลื่อนตำแหน่งไม่ใช่รึไงเมื่อได้ยินแบบนี้ สีหน้าของแม่ตระกูลหลินก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที ตอนนี้บริษัทมีทางรอดแล้วคนอย่างหลิวเหวินไม่รู้เรื่องอะไรเอาเสียเลย แถมยังบอกว่าหมดหนทางอีกแต่เมื่อตนเป็นคนออกโรงเอง ก็สามารถหาคนเก่งมาได้ในทันที ทั้งยังสามารถแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดายอีกด้วย!และเท่าที่ฟังมา เหมือนว่าคนที่ตนเลือกจะมีวิธีแก้ปัญหามากมายนับไม่ถ้วนอีกต่างหากเมื่อเห็นแบบนี้แล้ว แม่ตระกูลหลินก็รีบพูดขึ้นทันทีว่า “ดีมาก หากเฉินเว่ยกล้ามาจริง ๆ ฉันก็จะไล่มันออกทันที แล้วให้เธอมารับตำแหน่งแทนหล่อนซะ”“ครับ ขอบคุณประธานหลิวมากครับ ผมจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อรับใช้คุณ!” เหอรุ่ยรีบพูดประจบประแจงขึ้นมาทันที“ดีมาก ไม่เลวเลย เธอยังหนุ่มยังแน่น ต่อไปจะต้องมีอนาคตที่สดใสอย่างแน่นอน!”เมื่อแม่ตระกูลหลินได้ยินว่าอีกฝ่ายยินดีรับใช้ตน สีหน้าก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ในใจก็รู้สึกพอใจอย่างมาก“ประธานหลิวชมเกินไปแล้วคร
“แต่ว่า ประธานเย่เองก็ไม่ใช่คนนอกนี่คะ”“ประธานเย่อะไร ใครคือประธานเย่กัน บริษัทนี้มีตำแหน่งเขาด้วยรึไง? หลิวเหวิน เธอเป็นอะไรไป หรือว่าเธอไม่อยากที่จะอยู่ในบริษัทนี้ต่ออย่างงั้นเหรอ?”แม่ตระกูลหลินด่าทอด้วยความโกรธวันนี้เย่เทียนหยู่ไม่แม้แต่จะเอ่ยปากทักทายตนเลยด้วยซ้ำ คิดว่าตัวเองสูงส่งมาจากไหนกันต่อให้เขาจะเก่งกาจมากแค่ไหน สุดท้ายก็ยังเดินตามหลังลูกสาวตนอยู่ดี ยังเป็นลูกเขยที่เชื่อฟังของเธออยู่กล้าดียังไงที่เมินเฉยกันแบบนี้!ไม่มีมารยาทเลยแม้แต่น้อย น่าโมโหเสียจริง!เมื่อถูกด่าทอแรง ๆ แบบนี้ สีหน้าของหลิวเหวินดูเศร้าหมองมากขึ้นเรื่อย ๆ เธอก็รู้สึกโกรธจนแทบทนไม่ไหว เธอไม่สามารถอดทนต่อไปได้แล้วจริง ๆ แต่เวลานี้แม่ตระกูลหลินก็ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาออกมาว่า “เอาล่ะ หลิวเหวิน ฉันจะไม่พูดไร้สาระกับเธออีก วัตถุดิบที่เธอต้องการมันไม่มีอีกแล้วล่ะ”“ตอนนี้ สิ่งที่เธอต้องทำก็คือ รีบหาวัตถุดิบตัวใหม่เพื่อมาทดแทนโดยเร็วที่สุด”“ฉันทำไม่ได้หรอกค่ะ!” หลิวเหวินตอบ“ทำไม่ได้ก็คิดหาวิธีสิ หากยังไม่ได้อีก เธอก็หาอย่างอื่นที่ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงมาไม่ได้รึไง ขอแค่ผลลัพธ์ออกมาคล้ายกัน แค
ประจวบเหมาะกับที่หลินหว่านหรูเองก็เกือบจะจัดการธุระเสร็จแล้ว เย่เทียนหยู่มองดูนาฬิกาครู่หนึ่ง เวลาเพิ่งจะสิบโมงกว่า ๆ ดังนั้นจึงมีเวลาอีกเหลือเฟือให้เขารีบกลับไป“แม่ของคุณกับคนอื่น ๆ ล่ะ หรือพวกเขากลับไปกันแล้ว?” เย่เทียนหยู่รู้สึกประหลาดใจนิดหน่อย นานแล้วที่ไม่ได้เจอพวกเขา แถมยังเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ขึ้นอีก ไม่คิดจะอยู่พูดคุยกันหน่อยรึไง“กลับไปกันแล้ว!”สีหน้าของหลินหว่านหรูเริ่มมืดมนลงเล็กน้อย “ไม่ใช่ว่าคุณต้องรีบกลับไปจัดการธุระเหรอคะ พวกเราเองก็กลับกันเถอะ”“ได้!”เย่เทียนหยู่พยักหน้า เขาสตาร์ทรถและขับออกไปทันที ระหว่างทาง เขาหันไปมองหลินหว่านหรูที่ดูเหมือนว่าเธอมีอะไรอยากจะพูดแต่ก็ไม่กล่าเอ่ยปาก เขาจึงถามออกไปว่า “หว่านหรู คุณเป็นอะไรรึเปล่า หรือมีเรื่องอะไรที่ทำให้คุณลำบากใจรึเปล่า?”“หรือจะเป็นเรื่องสูตรนั่น?”เมื่อเห็นว่าเย่เทียนหยู่เป็นฝ่ายเริ่มพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน หลินหว่านหรูก็พยักหน้าทันที ก่อนจะพูดซ้ำสิ่งที่แม่ของเธอเพิ่งจะพูดไปออกมาเย่เทียนหยู่ส่ายหัว พร้อมพูดอย่างช่วยไม่ได้ออกไปว่า “ไม่เป็นไรหรอก ก็แค่สูตรส่วนผสมสูตรเดียวเอง ผมเขียนให้ตอนนี้เลยก็ได้ และจะ
“ได้สิ”ทันทีที่แม่ตระกูลหลินพูดจบ เธอก็รีบเดินจากไป พร้อมกับสาปแช่งอยู่ในใจใครขอให้แกมากัน ไม่รู้จะมาทำไม มาแย่งบริษัทไปจากฉันรึไงฝันไปเถอะ!หลินซื่อกรุ๊ป ไม่ใช่สิ่งที่แกคิดจะเอาก็เอาไปได้ง่าย ๆ หรอกนะ!ถ้าเธอรู้แต่แรก ว่าอีกไม่นานหลินหว่านหรูจะได้นั่งตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของเทียนเฟิงกรุ๊ป และได้กลายเป็นผู้จัดการระดับสูงของกลุ่มบริษัทที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านแบบนี้ เธอไม่มีทางคิดเช่นนี้แน่พ่อตระกูลหลินรู้สึกทำอะไรไม่ถูก อันที่จริง เขาไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีการของแม่ตระกูลหลินสักเท่าไหร่ แต่ถึงยังไงเมื่อก่อนทุกการตัดสินใจก็มักจะขึ้นอยู่กับแม่ตระกูลหลิน แถมตอนนี้ท่าทีของเธอก็ยิ่งเหมือนบูเช็คเทียนเข้าไปทุกวัน ไม่ว่าเธอพูดจะอะไร ตนก็ได้แต่ต้องทำตามเท่านั้น ในขณะเดียวกันนั้นเอง เย่เทียนหยู่ก็เดินตามหาหลงเจี๋ยจนเจอ จากนั้นหลงเจี๋ยก็ถามออกไปด้วยความโกรธทันที “เย่เทียนหยู่ นี่คุณหมายความว่ายังไง ก่อนหน้านี้ทำไมคุณถึงต้องหลอกฉันด้วย?”“ผมหลอกคุณงั้นเหรอ?” เย่เทียนหยูรู้สึกสับสน“ยังไม่ยอมรับอีกงั้นเหรอ เห็น ๆ อยู่ว่าคุณคือราชามังกรแห่งพรรคมังกร ไม่บอกฉันก็ช่างเถอะ แต่นี่ยังจะแสร้งบ
เย่เทียนหยู่ที่เห็นฉากนี้ ก็อดส่ายหัวไม่ได้ จึงพูดขึ้นว่า “หว่านหรู ในเมื่อทางนี้ไม่มีเรื่องอะไรแล้ว พอดีเมื่อกี้คุณตำรวจหลงมีเรื่องที่ต้องคุยกับผมน่ะ ผมขอไปหาเธอหน่อยนะ”“อือ คุณไปเถอะ”เมื่อกี้ตอนที่หลงเจี๋ยเชิญเขา หลินหว่านหรูที่อยู่ข้าง ๆ เองก็รู้เรื่องนี้ดีหลังจากนั้นเย่เทียนหยู่จึงเดินจากไปเมื่อเย่เทียนหยู่เดินจากไปแล้ว คนที่เหลือก็เดินไปหาเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบคดี หลังจากที่สื่อสารกันไปมาสักพัก หลินหว่านหรูก็ได้เซ็นลงไปส่วนเรื่องเงินชดเชย แน่นอนว่าเธอไม่ต้องการเลยสักบาทเมื่อเห็นว่าในที่สุดปัญหาก็ได้คลี่คลายลงแล้ว แม่ตระกูลหลินก็รู้สึกโล่งใจอย่างมาก เธอจึงกอดหลินหว่านหรูเอาไว้แน่น พร้อมกับพูดด้วยความซาบซึ้งออกไปว่า “หว่านหรู ขอบคุณมากนะ!”“ก่อนหน้านี้แม่ทำผิดพลาดไปมากมาย แต่ลูกก็ยังปกป้องแม่ตลอด ลูกเป็นลูกสาวที่ดีที่สุดในโลกเลย แม่รักลูกนะ!”คำพูดที่หวานซึ้งเช่นนี้ หลินหว่านหรูถึงกับทนรับเอาไว้ไม่ไหว แต่การที่แม่สามารถแสดงมันออกมาได้ มันก็ทำให้เธอรู้สึกมีความสุขมากแล้ว“หว่านหรู ลูกวางใจได้ ตอนนี้แม่รู้แล้วว่าตัวเองผิด ต่อไปจะไม่ทำอะไรแบบนั้นอีก แม่จะดูแลบริษัทใ
ในตอนที่เพิ่งจะเดินเข้าไป ก็เห็นว่าพ่อตระกูลหลินกำลังเดินออกมา พร้อมกับพูดด้วยท่าทีที่ตื่นเต้นออกไปว่า “หว่านหรู ในที่สุดแกก็มาแล้ว ขืนแกยังไม่มา แม่แกคงอยู่ต่อไม่ไหวแล้ว”หลินหว่านหรูขมวดคิ้ว เธอแทบไม่เชื่อสิ่งเหล่านี้เลยแม้แต่น้อยสีหน้าเย่เทียนหยู่ดูเย็นชาอย่างมากเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความเย็นชาของทั้งสอง สีหน้าพ่อตระกูลหลินก็ดูหมดหวัง และคิดว่าหลายสิ่งที่พวกเขาทำมันเกินไปแล้วจริง ๆ เขาจึงไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไปดีเป็นเพราะเขาเดินตามทั้งสองเข้าไป พ่อตระกูลหลินถึงเข้าไปด้วยได้ เดิมที เขาแค่จะมาดูแม่ตระกูลหลินเท่านั้นภายใต้การนำทางของตำรวจ หลินหว่านหรูและเย่เทียนหยู่ก็ได้มาถึงห้องขังที่แม่ตระกูลหลินอยู่แม่ตระกูลหลินเองก็รู้ว่าหลินหว่านหรูมาถึงแล้ว ทันทีที่เห็นทั้งสอง เธอก็รีบลุกขึ้น และเดินมาหาทันที ดวงตาของเธอแดงก่ำ ก่อนจะตะโกนออกไปว่า “หว่านหรู ลูกรักของแม่ ลูกมาแล้วเหรอ!”มองดูดวงตาที่แดงก่ำของแม่ตระกูลหลิน บวกกับท่าทีตื่นเต้นโดยเฉพาะสีหน้าที่ดูอ่อนเพลียและซีดเซียวของเธอ แม้แต่ผมเผ้าเองก็ยังดูยุ่งเหยิงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งทำให้เธอดูน่าสงสารอย่างมากบวกกับที่เธอพูดคำว
คุณนายไป๋ถูกหัวหน้าใหญ่ไป๋จ้องตาเขม็ง สีหน้าเปลี่ยนไปนิดหน่อย ก่อนจะรีบพูดออกมาเบา ๆ ว่า “พี่เฉินคะ พะ พี่เป็นอะไรไป?”“เธอคิดว่ายังไงล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ พวกเราจะมาถึงจุดนี้ได้ยังไง!”สีหน้าไป๋เฉินดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่“ละ แล้วนี่มันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะคะ ถึงต่อให้ฉันเป็นคนที่สร้างเรื่องขึ้นมา พี่ก็เป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอ ว่าสำนักเจวี๋ยฉิงจะสามารถจัดการเขาได้?”“เดิมทีมันก็อาจจะได้ แต่เมื่อกี้พยัคฆ์ทมิฬเพิ่งรายงานว่า เขาอาจจะเป็นราชามังกรแห่งพรรคมังกรก็ได้ และจากสถานการณ์ในปัจจุบัน ก็ดูเหมือนจะมีโอกาสมากถึงแปดเก้าส่วนที่จะเป็นเรื่องจริง”“หากว่าเขาเป็นราชามังกรจริง ๆ ล่ะก็ เกรงว่าแม้แต่สำนักเจวี๋ยฉิงก็ทำอะไรเขาไม่ได้”ไป๋เฉินพูดด้วยความโกรธ“หา ไม่จริงน่า เป็นไปได้ไหมที่พยัคฆ์ทมิฬกำลังหลอกพี่อยู่”“เขาไม่มีทางหลอกฉันแน่”ไป๋เฉินถอนหายใจ ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว เขาถูกภรรยาชักจูงแบบผิด ๆ มาตั้งแต่แรก ต่อให้ตอนนี้ตนได้รู้เรื่องราวทั้งหมด แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรสิ่งที่เขากังวลมากที่สุดในตอนนี้ ไม่ใช่ปัญหาในการจัดการกับเย่เทียนหยู่ แต่เป็นจุดตันเถียนของเขา มันจะยังสามารถฟื้นฟูกลับมาไ
จากนั้น ไป๋เฉินก็หยิบกล่องเล็ก ๆ ที่ดูประณีตออกมาจากตัว เขานำมันติดตัวมาด้วย จากนั้นจึงยื่นให้เย่เทียนหยู่ด้วยท่าทีที่ไม่เต็มใจสักเท่าไหร่นี่คือสมบัติที่แม้แต่เขาก็ยังรู้สึกตื่นเต้น ว่ากันว่า หากกลั่นมันออกมาเป็นยา ก็จะสามารถช่วยให้ทะลวงเข้าสู่ระดับปรามาจารย์ได้ทันทีหากไม่ใช่เพราะแรงกดดันที่น่ากลัวจากสำนักเจวี๋ยฉิง เขาก็คงคิดที่จะเก็บมันเอาไว้ใช้เองเขาเคยเห็นด้วยตาตัวเองแล้ว ตอนที่ยอดฝีมือจากสำนักเจวี๋ยฉิงต่อสู้กับปรมาจารย์ที่น่ากลัวคนหนึ่ง กระบวนท่าเดียว ใช้เพียงกระบวนท่าเดียวเท่านั้น ก็สามารถฆ่ายอดฝีมือระดับปรมาจารย์คนนั้นได้ในทันทีดังนั้น การที่ไอ้เด็กนี่มันกล้าท้าทายอำนาจสำนักเจวี๋ยฉิงแบบนี้ มันจะต้องตายอย่างแน่นอนเย่เทียนหยู่รับกล่องมา ก่อนจะเปิดดูด้านใน และพบว่านั่นคือดอกบัวสีเจ็ดสีจริง ๆ สิ่งนี้มีประโยชน์อย่างมากเมื่อมาอยู่ในมือของเขา เขาจึงรับเก็บมันไว้ทันที แล้วพูดด้วยท่าทีเรียบเฉยออกไปว่า “เห็นแก่ของเล่นชิ้นนี้ ผมจะปล่อยคุณไปสักครั้งก็แล้วกัน”“จำไว้นะว่า อีกสี่หมื่นห้าพันล้าน จะต้องถูกโอนเข้าบัญชีภายในหนึ่งวัน เพราะไม่อย่างนั้น ก็รอรับผลที่จะตามมาได้เลย!”ทันที
เมื่อคุณนายไป๋ได้ยินดังนั้น เธอก็รีบโต้กลับทันที “หากเป็นสมบัติธรรมดาพวกเขาต้องไม่สนใจอยู่แล้ว แต่นี่เป็นถึงดอกบัว......”“เลิกพูดมากได้แล้ว!”เมื่อกี้หยุดเอาไว้ไม่ทัน ตอนนี้ไป๋เฉินจึงรีบพูดห้ามขึ้นทันที “พูดจาไร้สาระให้มันน้อย ๆ หน่อย ทางที่ดีแกก็รีบปล่อยพวกเราไปซะ เพราะไม่อย่างนั้น ผลที่จะตามมาอาจเกินกว่าที่แกจะรับไหวก็ได้”เย่เทียนหยู่หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพูดออกไปว่า “คุณนับว่าฉลาดกว่าภรรยาคุณอยู่นะ หากเป็นเธอล่ะก็ ป่านนี้เธอคงสั่งให้ผมรีบขอโทษและยอมรับผิดไปแล้ว” “แต่ว่านะ ถึงยังไงก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี! อย่าว่าแต่สำนักเจวี๋ยฉิงอะไรนั่นเลย ต่อให้เป็นสำนักที่แข็งแกร่งมากแค่ไหน วันนี้ หากคุณยังไม่คืนเงินล่ะก็ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ช่วยพวกคุณไม่ได้ทั้งนั้น”สีหน้าของไป๋เฉินเปลี่ยนไปทันที เขาทั้งโกรธและตกใจ “นี่แกไม่กลัวสำนักเจวี๋ยฉิงจริง ๆ หรือว่าแกไม่รู้ว่าสำนักเจวี๋ยฉิงมีการดำรงอยู่ที่น่ากลัวมากแค่ไหนกันแน่?”“รู้หรือไม่มันก็ไม่สำคัญหรอก ผมจะให้โอกาสคุณเป็นครั้งสุดท้าย สี่หมื่นห้าพันล้าน จะให้หรือไม่ให้? !”สีหน้าเย่เทียนหยู่ดูเย็นชา เขาเสียเวลามามากพอสมควรแล้ว เขาไม่อยากพูด