ทันทีที่เธอคิดถึงเรื่องนี้หลินหว่านหรูก็โทรหานายธนาคารหลิว ทันทีและพูดอย่างสุภาพ: “สวัสดีนายธนาคารหลิว!”หลังจากเหตุการณ์ครั้งล่าสุด นายธนาคารหลิวได้บันทึกหมายเลขโทรศัพท์ของหลินหว่านหรูไว้เป็นพิเศษ หลังจากดูหมายเลขและฟังเสียงแล้ว เขาก็พูดด้วยรอยยิ้มทันที: “สวัสดีคุณหลิน”“คุณมีคำแนะนำบ้างไหม?”เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับหลินซื่อกรุ๊ปมันใหญ่เกินไปจริงๆ นอกจากนี้ธนาคารฝูซางที่เขาเป็นผู้นำได้ให้เงินกู้ที่สูงเช่นนี้แก่หลินซื่อกรุ๊ปดังนั้นเขาจึงกังวลโดยธรรมชาติตอนแรกฉันกังวลมาก แต่ต่อมาฉันรู้สึกโล่งใจเมื่อเห็นว่าหลินซื่อกรุ๊ปกำลังเลี้ยวมุมไปทีละขั้นโดยเฉพาะเขาเห็นชายหนุ่มที่ทุบตีเขา ชายหนุ่มที่รับผิดชอบเรื่องทั้งหมดนี้สิ่งที่เขากลัวมาโดยตลอดคือพลังของตระกูลหยาง เพราะตระกูลหยางต้องการช่วยเหลือชายหนุ่มแต่หลังจากเมื่อวาน จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าชายหนุ่มคนนี้ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนวันนี้ เขาเห็นความคิดเห็นสาธารณะที่เกี่ยวข้องบนอินเทอร์เน็ตอีกครั้ง และรู้ว่าหลินซื่อกรุ๊ปกำลังจะนำไปสู่การพัฒนาครั้งใหญ่ ไม่ต้องพูดถึงว่าตระกูลหยางอยู่เบื้องหลังการสนับสนุนของบริษัทและหนุ่มหล่อที่ยืนอยู่บนเวที
เรื่องนี้สร้างความเจ็บปวดให้เขาขนาดไหนจำได้ว่าตอนนั้นเธอกับสมาชิกทุกคนในบ้างว่าเขาว่าขโมยผลงานคนอื่น อีกทั้งตอนนั้นซูถิงก็ยังเป็นพยานบอกว่าหลิวเจี๋ยเป็นคนที่ช่วยเธอไว้ทุกอย่างส่วนหลิวเจี๋ยก็แสร้งทำเป็นคนดี ยกความดีความชอบให้เย่เทียนหยู่ ทำให้คนอื่นๆ ต่างก็โมโหกันจนแทบกระอักเลือดคิดถึงตอนนั้นแล้ว เย่เทียนหยู่จะน้อยใจขนาดไหนกันนะแต่ว่า เขากลับไม่แค้นเคืองอะไรเลยตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่เพียงเท่านั้น แต่เขายังไม่แม้กระทั่งคิดจะเอ่ยปากบ่น ยังคงตั้งใจช่วยเธอต่อไปอย่างเงียบๆเธอจะไม่ชอบผู้ชายที่ดีกับเธอขนาดนี้ เธอรังเกียจเขาขนาดนนั้นได้ยังไงกันนะ?เธอคิดถึงกระทั่งว่าตอนนั้นตัวเธอตาบอดหรือพิการทางจิตใจกันแน่“ประธานหลินครับ?”นายธนาคารหลิวยิ้มอย่างขมขื่น ประธานหลินชอบจู่ๆ ก็ไม่พูดไม่จา การพูดคุยกับเธอช่างกินแรงจริงๆ แต่เขาก็ไม่กล้าวางสายเธออยู่ดี“คราวนี้ฉันต้องการใช้ชื่อส่วนตัวของฉันในการกู้ยืมเงินค่ะ ไม่รู้ว่าจะได้ไหมคะ?”“เท่าไรครับ?”“ห้าร้อยล้านค่ะ! ฉันสามารถใช้ทรัพย์สินบางส่วนของตระกูลหลินเป็นหลักประกันได้ แต่ฉันเกรงว่ามูลค่าจะไม่ถึงขนาดนั้น”“ไม่เป็นไร ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ
สีหน้าของซูเหวินฮุยเย็นยะเยือก ในเมื่อเรื่องนี้ถูกนางนั่นพลิกกลับสถานการณ์ เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลงมือเอง เขาเรียกคนทันที “ใครก็ได้!”“ไปจัดการเดี๋ยวนี้ ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม กูจะต้องทำลายเครื่องสำอางปัวเรต์ให้สิ้นซากและทำให้หลินหว่านหรูเป็นทาสของกูซะ”“สำหรับไอ้เย่เทียนหยู่นั่น มันกล้าดียังไงมาทำให้กูต้องอับอายในที่สาธารณะ กูจะให้มันต้องมาคุกเข่าขอร้องกู ดูกูเล่นรักกับภรรยาของมัน”“ไอ้หลานชั่ว นี่แกยังพูดภาษามนุษย์อยู่หรือเปล่า?”“แกคิดว่าแกเป็นใคร แกถึวได้หยิ่งยโสขนาดนี้ แกคิดว่าแกเป็นราชาสวรรค์หรือยังไง?”ในขณะนั้นเอง เสียงโกรธของชายชราคนหนึ่งดังแทรกเข้ามาซูเหวินฮุยตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป เขาหันกลับมาและรีบพูดทันทีว่า “คุณปู่ ไม่ได้กำลังพักฟื้นที่หลินหยวนเหรอครับ? จู่ๆ คุณปู่ถึงมาที่นี่”“แกว่าไงล่ะ ถ้าแกไม่ไปทำเรื่องชั่วเลอะเทอะพรรคนั้น แกคิดว่าปู่อยากมาหรือไง!”“ปู่รู้มานานแล้วว่า ถึงแกจะมีความสามารถโดดเด่น แต่แกก็ยังขี้อิจฉา ใจแคบ และทำตัวเลวทราม แต่ไม่คิดเลยว่าแกจะหน้าด้านได้ขนาดนี้”ซูชังโกรธปรอทแทบแตกเหตุผลที่เขาไม่พบซูเหวินฮ
หากไม่มีตำแหน่งทายาทเขาก็ไม่มีอะไรเลยในขณะนี้ ซูเหวินฮุยรู้สึกเหมือนท้องฟ้ากำลังจะถล่มเขาต้องการพูด แต่ซูชังก็เดินออกไปแล้วในความเป็นจริง เขาทนไม่ได้ แต่หลังจากการสอบสวน พฤติกรรมของหลานชายคนโตของเขาทำให้ใจเขาแตกสลายจริงๆสิ่งที่สำคัญที่สุดคือคำสั่งของเจ้าตำหนักซิวหลัวเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องปฏิบัติตาม ไม่อย่างนั้นเขาเองก็อยากให้โอกาสหลายชายได้กลับตัวประมาณสองชั่วโมงต่อมา สมาชิกของตระกูลซูมารวมตัวกันที่ตระกูลซู รวมทั้งซูเหวินฮวาด้วยเมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้วซูเหวินฮวา คร่ำครวญว่าดูเหมือนเขาจะต้องรอโอกาสต่อไป แต่แล้วจู่ๆ ก็มีสายเข้าไม่น่าแปลกใจที่ซูเหวินฮวารู้สึกว่าไม่มีโอกาส ก็เพราะเวลาผ่านไปยามชั่วคืนแล้วแต่ตระกูลซูก็ยังไร้วี่แววจนถึงเช้าทุกอย่างก็ยังคงเงียบสงบในความเห็นของเขา แม้แต่พี่เย่เองก็คงยังเป็นเรื่องยาก ดังนั้น เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมแพ้ชั่วคราวและรอโอกาสต่อไป แต่เขาไม่ได้ตำหนิเย่เทียนหยู่ เพราะถึงยังไงแล้ว เรื่องทั้งหมดนี่ก็ยากมากจริง ๆสิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือ สายที่เขาได้รับในเวลานี้มาจากคุณปู่เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ปู่ซูชังไม่เคยโทรหาเขาเลย
สวีผิงรู้จักตระกูลซูเป็นอย่างดีหลังจากอยู่ในตระกูลซูมาหลายปีซูเหวินฮุยมีความสามารถที่โดดเด่นและเป็นที่ชื่นชอบของทุกคนตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก สถานะของเขาไม่สั่นคลอนอย่างแน่นอนหวังเยี่ยนหรูแม่ของซูเหวินฮุย มาจากครอบครัวที่มีชื่อเสียง และครอบครัวของเธอก็มีอำนาจเช่นกัน ตระกูลซูก็ยอมรับเธอ ทำให้ตำแหน่งของเยี่ยนหรูมั่นคงมากเพราะอย่างนั้น ตำแหน่งของพวกเขาได้ยึดที่มั่นหยั่งรากลึกแล้วและไม่มีใครสามารถสั่นคลอนได้ขอแค่พวกเขาไม่สั่นคลอน พวกเขาคู่แม่ลูกก็ถูกกำหนดให้มีชีวิตที่ย่ำแย่ต่อไป ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเซอร์ไพรส์ใด ๆ เลยซูชังเหลือบมองทุกคนที่มา และพูดเสียงเข้มว่า “วันนี้ปู่เรียกทุกคนมาที่นี่เป็นพิเศษเพราะปู่มีเรื่องสำคัญจะประกาศ”เขาอารมณ์ไม่ดีและขี้เกียจเกินกว่าจะพูดอ้อมค้อม ดังนั้นเขาจึงพูดต่อทันที “เนื่องจากความประพฤติที่ไม่ดีของซูเหวินฮุย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ไม่เพียงแต่เขาจะไม่ใช่ทายาทของตระกูลซูอีกต่อไป แต่เขาจะยัง ไม่สามารถแตะต้องทรัพย์สินใด ๆ ของตระกูลซูได้อีกต่อไป! ”ทันทีที่สิ้นคำพูด ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความโกลาหล ทุกคนต่างก็ตกตะลึงนี่มันหมายความว่ายังไงไม่เพียงแต่ตำแหน่งทา
“ดังคำพูดที่ว่าผู้คนไม่กลัวการทำผิดพลาด แต่กลัวการทำผิดพลาดไปตลอดชีวิต เหวินฮุยเพิ่งทำผิดไป นี่เป็นครั้งแรกที่เขาขอร้องพ่อแบบนี้ พ่อไม่ให้โอกาสเขาเลยเหรอครับ”ซูไข่ถามซูชังขมวดคิ้ว เขาอยากให้โอกาสหลานชายใจจะขาด แต่เจ้าตำหนักไม่ยอมให้โอกาสเขา แต่เขาไม่ควรบอกคนอื่นเกี่ยวกับตำหนักซิวหลัวเขาส่ายหน้าและพูดอย่างเย็นชา: “เอาล่ะ ไม่จำเป็นต้องพูดมากกว่านี้ พ่อตัดสินใจแล้ว! ”“ทายาทของเหวินหุยถูกยกเลิกแล้ว นับจากนี้ไป ตระกูลซูของเรามีทายาทเพียงคนเดียวเท่านั้น และนั่นคือซูเหวินฮวา! ”ทันทีที่สิ้นคำพูด ทั้งสถานที่ก็ตกอยู่ในความตะลึงงัน ทุกคนนิ่งอึ้งกันไปหมดไม่มีใครคาดคิดว่าซูเหวินฮุยจะถูกปลด และซูเหวินฮวาจะขึ้นมารับตำแหน่ง แม้ว่าพวกเขาจะตกใจที่ซูเหวินฮุยถูกปลด แต่ก็ไม่มีใครสามารถจินตนาการถึงเรื่องนี้ได้ซูเหวินฮวา ลูกชายที่เกิดจากเมียน้อยจะมีคุณธรรมและความสามารถแค่ไหนกัน?ยิ่งไปกว่านั้น เขาเก่งเรื่องกิน ดื่ม สำมะเลเทเมาและเล่นการพนัน แล้วเขาจะมีคุณสมบัติที่จะสืบทอดตำแหน่งหัวหน้าตระกูลซูในอนาคตได้ยังไงสวีผิงเองก็ตกใจและไม่อยากจะเชื่อหูของเธอ แต่เมื่อมองดูลูกชายของเธออีกครั้ง ทุกอย่างดู
ซูชังเองยังไงก็เป็นหัวหน้าตระกูลซู หากจำเป็น เขาสามารถส่งต่อตำแหน่งหัวหน้าตระกูลจากเขาไปยังซูเหวินฮวาได้ตลอดเวลายิ่งไปกว่านั้น ในสายตาของเขา ซูไข่ไร้ความสามารถโดยกำเนิด ดังนั้นเขายังต้องรับผิดชอบทรัพย์สินหลายอย่างของครอบครัวด้วยตัวของเขาเองเขาคิดไว้แล้วและวางแผนที่จะให้ซูเหวินฮุยเข้ามารับช่วงต่อเพียงแต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นซูเหวินฮวาก็เท่านั้นแต่เมื่อสิ้นคำพูดนี้ก็ทำให้ทุกคนในห้องตกใจหนักกว่าเดิมทุกคนเงียบจดได้ยินเสียงจั๊กจั่นร้อง!ความดีความชอบส่วนใหญ่ตระกูลซูที่เป็นอยู่ในปัจจุบันเป็นเพราะมีซูชังเป็นผู้ผลักดันตระกูลซู จนได้มาอยู่ในสถานะปัจจุบันดังนั้น ในตระกูลซูในปัจจุบัน ไม่มีใครสามารถสั่นคลอนสถานะของซูชังได้แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าซูชังจะตั้งใจแน่วแน่ที่จะละทิ้งหลานชายคนโปรดที่เขารักมากมาโดยตลอดแล้วยังผลักซูเหวินฮวาขึ้นไปตำแหน่งที่สูงกว่าใบหน้าของซูเหวินฮุยซีดไปแล้ว ดวงตาของเขาว่างเปล่า เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมปู่ของเขาถึงเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ อาจเป็นเพราะสิ่งที่เขาทำลงไปเป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาดแม้แต่ซูเหวินฮวาก็ยังตกตะลึง แต่ก็เห็นได้ว่าพี่เย่กดดันปู่ของเขามาก
จริง ๆ แล้วหลายคนในครอบครัวรู้ข้อเท็จจริงนี้ เพียงแต่พวกเขาไม่เคยสนใจแต่การถูกชี้ชัดแบบนี้ก็ยังทำให้ดูน่ารังเกียจและน่าอับอายอย่างเห็นได้ชัดแต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น การตอบสนองของซูเหวินฮวาก็สมบูรณ์แบบ อย่างน้อยซูชังก็พอใจต่อท่าทีของเขาเป็นพิเศษสิ่งที่เขากลัวที่สุดคือซูเหวินฮวาหมกมุ่นอยู่กับการแก้แค้น หากเป็นเช่นนี้ พวกเขาจะเดือดร้อนในอนาคต เพราะถึงยังไงเขาได้รับการสนับสนุนจากเจ้าตำหนักโชคดีที่หลานชายของเขาคำนึงถึงส่วนรวมมากกว่า ดังนั้นเขาจึงพอใจมากสวีผิงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเช่นกัน คนอื่น ๆ ไม่รู้ แต่เธอรู้ดีถึงความอัปยศอดสูและความเจ็บปวดที่ลูกชายของเธอต้องทนทุกข์ทรมาน เธอรู้ว่าลูกชายของเธอกำลังคิดที่จะเข้ามาแทนที่ซูเหวินฮุยและเหยียบย่ำซูเหวินฮุยเธอกังวลว่าลูกชายของเธอจะอารมณ์เสีย โกรธซูชัง และเสียโอกาสอันยิ่งใหญ่ไปแต่แล้วซูเหวินฮวาก็พูดต่อ: “แต่คุณปู่ ถ้ายังมีคนรังแกผมหรือข่มเหงผมหลังจากวันนี้ ผมควรทำยังไงดีครับ?”ทันทีที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกมา ใจของทุกคนก็ตกตะลึงอีกครั้งซูเหวินฮวาฉลาดขนาดนนี้ เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบัน ครอบครัวซูเหวินฮุยไม่เต็มใจที่จะสูญเสียต
“หากเป็นเช่นนั้น งั้นเรื่องก็ง่ายมากเลยล่ะครับ มีวิธีอีกมากมายนับไม่ถ้วน” เหอรุ่ยรีบพูดขึ้นมา หากเขายังบอกว่าทำไม่ได้อีก แล้วตนจะยังมีประโยชน์อะไร นั่นเท่ากับตนจะพลาดโอกาสในการเลื่อนตำแหน่งไม่ใช่รึไงเมื่อได้ยินแบบนี้ สีหน้าของแม่ตระกูลหลินก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที ตอนนี้บริษัทมีทางรอดแล้วคนอย่างหลิวเหวินไม่รู้เรื่องอะไรเอาเสียเลย แถมยังบอกว่าหมดหนทางอีกแต่เมื่อตนเป็นคนออกโรงเอง ก็สามารถหาคนเก่งมาได้ในทันที ทั้งยังสามารถแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดายอีกด้วย!และเท่าที่ฟังมา เหมือนว่าคนที่ตนเลือกจะมีวิธีแก้ปัญหามากมายนับไม่ถ้วนอีกต่างหากเมื่อเห็นแบบนี้แล้ว แม่ตระกูลหลินก็รีบพูดขึ้นทันทีว่า “ดีมาก หากเฉินเว่ยกล้ามาจริง ๆ ฉันก็จะไล่มันออกทันที แล้วให้เธอมารับตำแหน่งแทนหล่อนซะ”“ครับ ขอบคุณประธานหลิวมากครับ ผมจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อรับใช้คุณ!” เหอรุ่ยรีบพูดประจบประแจงขึ้นมาทันที“ดีมาก ไม่เลวเลย เธอยังหนุ่มยังแน่น ต่อไปจะต้องมีอนาคตที่สดใสอย่างแน่นอน!”เมื่อแม่ตระกูลหลินได้ยินว่าอีกฝ่ายยินดีรับใช้ตน สีหน้าก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ในใจก็รู้สึกพอใจอย่างมาก“ประธานหลิวชมเกินไปแล้วคร
“แต่ว่า ประธานเย่เองก็ไม่ใช่คนนอกนี่คะ”“ประธานเย่อะไร ใครคือประธานเย่กัน บริษัทนี้มีตำแหน่งเขาด้วยรึไง? หลิวเหวิน เธอเป็นอะไรไป หรือว่าเธอไม่อยากที่จะอยู่ในบริษัทนี้ต่ออย่างงั้นเหรอ?”แม่ตระกูลหลินด่าทอด้วยความโกรธวันนี้เย่เทียนหยู่ไม่แม้แต่จะเอ่ยปากทักทายตนเลยด้วยซ้ำ คิดว่าตัวเองสูงส่งมาจากไหนกันต่อให้เขาจะเก่งกาจมากแค่ไหน สุดท้ายก็ยังเดินตามหลังลูกสาวตนอยู่ดี ยังเป็นลูกเขยที่เชื่อฟังของเธออยู่กล้าดียังไงที่เมินเฉยกันแบบนี้!ไม่มีมารยาทเลยแม้แต่น้อย น่าโมโหเสียจริง!เมื่อถูกด่าทอแรง ๆ แบบนี้ สีหน้าของหลิวเหวินดูเศร้าหมองมากขึ้นเรื่อย ๆ เธอก็รู้สึกโกรธจนแทบทนไม่ไหว เธอไม่สามารถอดทนต่อไปได้แล้วจริง ๆ แต่เวลานี้แม่ตระกูลหลินก็ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาออกมาว่า “เอาล่ะ หลิวเหวิน ฉันจะไม่พูดไร้สาระกับเธออีก วัตถุดิบที่เธอต้องการมันไม่มีอีกแล้วล่ะ”“ตอนนี้ สิ่งที่เธอต้องทำก็คือ รีบหาวัตถุดิบตัวใหม่เพื่อมาทดแทนโดยเร็วที่สุด”“ฉันทำไม่ได้หรอกค่ะ!” หลิวเหวินตอบ“ทำไม่ได้ก็คิดหาวิธีสิ หากยังไม่ได้อีก เธอก็หาอย่างอื่นที่ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงมาไม่ได้รึไง ขอแค่ผลลัพธ์ออกมาคล้ายกัน แค
ประจวบเหมาะกับที่หลินหว่านหรูเองก็เกือบจะจัดการธุระเสร็จแล้ว เย่เทียนหยู่มองดูนาฬิกาครู่หนึ่ง เวลาเพิ่งจะสิบโมงกว่า ๆ ดังนั้นจึงมีเวลาอีกเหลือเฟือให้เขารีบกลับไป“แม่ของคุณกับคนอื่น ๆ ล่ะ หรือพวกเขากลับไปกันแล้ว?” เย่เทียนหยู่รู้สึกประหลาดใจนิดหน่อย นานแล้วที่ไม่ได้เจอพวกเขา แถมยังเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ขึ้นอีก ไม่คิดจะอยู่พูดคุยกันหน่อยรึไง“กลับไปกันแล้ว!”สีหน้าของหลินหว่านหรูเริ่มมืดมนลงเล็กน้อย “ไม่ใช่ว่าคุณต้องรีบกลับไปจัดการธุระเหรอคะ พวกเราเองก็กลับกันเถอะ”“ได้!”เย่เทียนหยู่พยักหน้า เขาสตาร์ทรถและขับออกไปทันที ระหว่างทาง เขาหันไปมองหลินหว่านหรูที่ดูเหมือนว่าเธอมีอะไรอยากจะพูดแต่ก็ไม่กล่าเอ่ยปาก เขาจึงถามออกไปว่า “หว่านหรู คุณเป็นอะไรรึเปล่า หรือมีเรื่องอะไรที่ทำให้คุณลำบากใจรึเปล่า?”“หรือจะเป็นเรื่องสูตรนั่น?”เมื่อเห็นว่าเย่เทียนหยู่เป็นฝ่ายเริ่มพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน หลินหว่านหรูก็พยักหน้าทันที ก่อนจะพูดซ้ำสิ่งที่แม่ของเธอเพิ่งจะพูดไปออกมาเย่เทียนหยู่ส่ายหัว พร้อมพูดอย่างช่วยไม่ได้ออกไปว่า “ไม่เป็นไรหรอก ก็แค่สูตรส่วนผสมสูตรเดียวเอง ผมเขียนให้ตอนนี้เลยก็ได้ และจะ
“ได้สิ”ทันทีที่แม่ตระกูลหลินพูดจบ เธอก็รีบเดินจากไป พร้อมกับสาปแช่งอยู่ในใจใครขอให้แกมากัน ไม่รู้จะมาทำไม มาแย่งบริษัทไปจากฉันรึไงฝันไปเถอะ!หลินซื่อกรุ๊ป ไม่ใช่สิ่งที่แกคิดจะเอาก็เอาไปได้ง่าย ๆ หรอกนะ!ถ้าเธอรู้แต่แรก ว่าอีกไม่นานหลินหว่านหรูจะได้นั่งตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของเทียนเฟิงกรุ๊ป และได้กลายเป็นผู้จัดการระดับสูงของกลุ่มบริษัทที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านแบบนี้ เธอไม่มีทางคิดเช่นนี้แน่พ่อตระกูลหลินรู้สึกทำอะไรไม่ถูก อันที่จริง เขาไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีการของแม่ตระกูลหลินสักเท่าไหร่ แต่ถึงยังไงเมื่อก่อนทุกการตัดสินใจก็มักจะขึ้นอยู่กับแม่ตระกูลหลิน แถมตอนนี้ท่าทีของเธอก็ยิ่งเหมือนบูเช็คเทียนเข้าไปทุกวัน ไม่ว่าเธอพูดจะอะไร ตนก็ได้แต่ต้องทำตามเท่านั้น ในขณะเดียวกันนั้นเอง เย่เทียนหยู่ก็เดินตามหาหลงเจี๋ยจนเจอ จากนั้นหลงเจี๋ยก็ถามออกไปด้วยความโกรธทันที “เย่เทียนหยู่ นี่คุณหมายความว่ายังไง ก่อนหน้านี้ทำไมคุณถึงต้องหลอกฉันด้วย?”“ผมหลอกคุณงั้นเหรอ?” เย่เทียนหยูรู้สึกสับสน“ยังไม่ยอมรับอีกงั้นเหรอ เห็น ๆ อยู่ว่าคุณคือราชามังกรแห่งพรรคมังกร ไม่บอกฉันก็ช่างเถอะ แต่นี่ยังจะแสร้งบ
เย่เทียนหยู่ที่เห็นฉากนี้ ก็อดส่ายหัวไม่ได้ จึงพูดขึ้นว่า “หว่านหรู ในเมื่อทางนี้ไม่มีเรื่องอะไรแล้ว พอดีเมื่อกี้คุณตำรวจหลงมีเรื่องที่ต้องคุยกับผมน่ะ ผมขอไปหาเธอหน่อยนะ”“อือ คุณไปเถอะ”เมื่อกี้ตอนที่หลงเจี๋ยเชิญเขา หลินหว่านหรูที่อยู่ข้าง ๆ เองก็รู้เรื่องนี้ดีหลังจากนั้นเย่เทียนหยู่จึงเดินจากไปเมื่อเย่เทียนหยู่เดินจากไปแล้ว คนที่เหลือก็เดินไปหาเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบคดี หลังจากที่สื่อสารกันไปมาสักพัก หลินหว่านหรูก็ได้เซ็นลงไปส่วนเรื่องเงินชดเชย แน่นอนว่าเธอไม่ต้องการเลยสักบาทเมื่อเห็นว่าในที่สุดปัญหาก็ได้คลี่คลายลงแล้ว แม่ตระกูลหลินก็รู้สึกโล่งใจอย่างมาก เธอจึงกอดหลินหว่านหรูเอาไว้แน่น พร้อมกับพูดด้วยความซาบซึ้งออกไปว่า “หว่านหรู ขอบคุณมากนะ!”“ก่อนหน้านี้แม่ทำผิดพลาดไปมากมาย แต่ลูกก็ยังปกป้องแม่ตลอด ลูกเป็นลูกสาวที่ดีที่สุดในโลกเลย แม่รักลูกนะ!”คำพูดที่หวานซึ้งเช่นนี้ หลินหว่านหรูถึงกับทนรับเอาไว้ไม่ไหว แต่การที่แม่สามารถแสดงมันออกมาได้ มันก็ทำให้เธอรู้สึกมีความสุขมากแล้ว“หว่านหรู ลูกวางใจได้ ตอนนี้แม่รู้แล้วว่าตัวเองผิด ต่อไปจะไม่ทำอะไรแบบนั้นอีก แม่จะดูแลบริษัทใ
ในตอนที่เพิ่งจะเดินเข้าไป ก็เห็นว่าพ่อตระกูลหลินกำลังเดินออกมา พร้อมกับพูดด้วยท่าทีที่ตื่นเต้นออกไปว่า “หว่านหรู ในที่สุดแกก็มาแล้ว ขืนแกยังไม่มา แม่แกคงอยู่ต่อไม่ไหวแล้ว”หลินหว่านหรูขมวดคิ้ว เธอแทบไม่เชื่อสิ่งเหล่านี้เลยแม้แต่น้อยสีหน้าเย่เทียนหยู่ดูเย็นชาอย่างมากเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความเย็นชาของทั้งสอง สีหน้าพ่อตระกูลหลินก็ดูหมดหวัง และคิดว่าหลายสิ่งที่พวกเขาทำมันเกินไปแล้วจริง ๆ เขาจึงไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไปดีเป็นเพราะเขาเดินตามทั้งสองเข้าไป พ่อตระกูลหลินถึงเข้าไปด้วยได้ เดิมที เขาแค่จะมาดูแม่ตระกูลหลินเท่านั้นภายใต้การนำทางของตำรวจ หลินหว่านหรูและเย่เทียนหยู่ก็ได้มาถึงห้องขังที่แม่ตระกูลหลินอยู่แม่ตระกูลหลินเองก็รู้ว่าหลินหว่านหรูมาถึงแล้ว ทันทีที่เห็นทั้งสอง เธอก็รีบลุกขึ้น และเดินมาหาทันที ดวงตาของเธอแดงก่ำ ก่อนจะตะโกนออกไปว่า “หว่านหรู ลูกรักของแม่ ลูกมาแล้วเหรอ!”มองดูดวงตาที่แดงก่ำของแม่ตระกูลหลิน บวกกับท่าทีตื่นเต้นโดยเฉพาะสีหน้าที่ดูอ่อนเพลียและซีดเซียวของเธอ แม้แต่ผมเผ้าเองก็ยังดูยุ่งเหยิงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งทำให้เธอดูน่าสงสารอย่างมากบวกกับที่เธอพูดคำว
คุณนายไป๋ถูกหัวหน้าใหญ่ไป๋จ้องตาเขม็ง สีหน้าเปลี่ยนไปนิดหน่อย ก่อนจะรีบพูดออกมาเบา ๆ ว่า “พี่เฉินคะ พะ พี่เป็นอะไรไป?”“เธอคิดว่ายังไงล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ พวกเราจะมาถึงจุดนี้ได้ยังไง!”สีหน้าไป๋เฉินดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่“ละ แล้วนี่มันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะคะ ถึงต่อให้ฉันเป็นคนที่สร้างเรื่องขึ้นมา พี่ก็เป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอ ว่าสำนักเจวี๋ยฉิงจะสามารถจัดการเขาได้?”“เดิมทีมันก็อาจจะได้ แต่เมื่อกี้พยัคฆ์ทมิฬเพิ่งรายงานว่า เขาอาจจะเป็นราชามังกรแห่งพรรคมังกรก็ได้ และจากสถานการณ์ในปัจจุบัน ก็ดูเหมือนจะมีโอกาสมากถึงแปดเก้าส่วนที่จะเป็นเรื่องจริง”“หากว่าเขาเป็นราชามังกรจริง ๆ ล่ะก็ เกรงว่าแม้แต่สำนักเจวี๋ยฉิงก็ทำอะไรเขาไม่ได้”ไป๋เฉินพูดด้วยความโกรธ“หา ไม่จริงน่า เป็นไปได้ไหมที่พยัคฆ์ทมิฬกำลังหลอกพี่อยู่”“เขาไม่มีทางหลอกฉันแน่”ไป๋เฉินถอนหายใจ ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว เขาถูกภรรยาชักจูงแบบผิด ๆ มาตั้งแต่แรก ต่อให้ตอนนี้ตนได้รู้เรื่องราวทั้งหมด แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรสิ่งที่เขากังวลมากที่สุดในตอนนี้ ไม่ใช่ปัญหาในการจัดการกับเย่เทียนหยู่ แต่เป็นจุดตันเถียนของเขา มันจะยังสามารถฟื้นฟูกลับมาไ
จากนั้น ไป๋เฉินก็หยิบกล่องเล็ก ๆ ที่ดูประณีตออกมาจากตัว เขานำมันติดตัวมาด้วย จากนั้นจึงยื่นให้เย่เทียนหยู่ด้วยท่าทีที่ไม่เต็มใจสักเท่าไหร่นี่คือสมบัติที่แม้แต่เขาก็ยังรู้สึกตื่นเต้น ว่ากันว่า หากกลั่นมันออกมาเป็นยา ก็จะสามารถช่วยให้ทะลวงเข้าสู่ระดับปรามาจารย์ได้ทันทีหากไม่ใช่เพราะแรงกดดันที่น่ากลัวจากสำนักเจวี๋ยฉิง เขาก็คงคิดที่จะเก็บมันเอาไว้ใช้เองเขาเคยเห็นด้วยตาตัวเองแล้ว ตอนที่ยอดฝีมือจากสำนักเจวี๋ยฉิงต่อสู้กับปรมาจารย์ที่น่ากลัวคนหนึ่ง กระบวนท่าเดียว ใช้เพียงกระบวนท่าเดียวเท่านั้น ก็สามารถฆ่ายอดฝีมือระดับปรมาจารย์คนนั้นได้ในทันทีดังนั้น การที่ไอ้เด็กนี่มันกล้าท้าทายอำนาจสำนักเจวี๋ยฉิงแบบนี้ มันจะต้องตายอย่างแน่นอนเย่เทียนหยู่รับกล่องมา ก่อนจะเปิดดูด้านใน และพบว่านั่นคือดอกบัวสีเจ็ดสีจริง ๆ สิ่งนี้มีประโยชน์อย่างมากเมื่อมาอยู่ในมือของเขา เขาจึงรับเก็บมันไว้ทันที แล้วพูดด้วยท่าทีเรียบเฉยออกไปว่า “เห็นแก่ของเล่นชิ้นนี้ ผมจะปล่อยคุณไปสักครั้งก็แล้วกัน”“จำไว้นะว่า อีกสี่หมื่นห้าพันล้าน จะต้องถูกโอนเข้าบัญชีภายในหนึ่งวัน เพราะไม่อย่างนั้น ก็รอรับผลที่จะตามมาได้เลย!”ทันที
เมื่อคุณนายไป๋ได้ยินดังนั้น เธอก็รีบโต้กลับทันที “หากเป็นสมบัติธรรมดาพวกเขาต้องไม่สนใจอยู่แล้ว แต่นี่เป็นถึงดอกบัว......”“เลิกพูดมากได้แล้ว!”เมื่อกี้หยุดเอาไว้ไม่ทัน ตอนนี้ไป๋เฉินจึงรีบพูดห้ามขึ้นทันที “พูดจาไร้สาระให้มันน้อย ๆ หน่อย ทางที่ดีแกก็รีบปล่อยพวกเราไปซะ เพราะไม่อย่างนั้น ผลที่จะตามมาอาจเกินกว่าที่แกจะรับไหวก็ได้”เย่เทียนหยู่หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพูดออกไปว่า “คุณนับว่าฉลาดกว่าภรรยาคุณอยู่นะ หากเป็นเธอล่ะก็ ป่านนี้เธอคงสั่งให้ผมรีบขอโทษและยอมรับผิดไปแล้ว” “แต่ว่านะ ถึงยังไงก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี! อย่าว่าแต่สำนักเจวี๋ยฉิงอะไรนั่นเลย ต่อให้เป็นสำนักที่แข็งแกร่งมากแค่ไหน วันนี้ หากคุณยังไม่คืนเงินล่ะก็ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ช่วยพวกคุณไม่ได้ทั้งนั้น”สีหน้าของไป๋เฉินเปลี่ยนไปทันที เขาทั้งโกรธและตกใจ “นี่แกไม่กลัวสำนักเจวี๋ยฉิงจริง ๆ หรือว่าแกไม่รู้ว่าสำนักเจวี๋ยฉิงมีการดำรงอยู่ที่น่ากลัวมากแค่ไหนกันแน่?”“รู้หรือไม่มันก็ไม่สำคัญหรอก ผมจะให้โอกาสคุณเป็นครั้งสุดท้าย สี่หมื่นห้าพันล้าน จะให้หรือไม่ให้? !”สีหน้าเย่เทียนหยู่ดูเย็นชา เขาเสียเวลามามากพอสมควรแล้ว เขาไม่อยากพูด