เมื่อหลิวอวิ๋นซิ่วได้ยินแบบนี้ เขาก็ชื่นชม: “นายน้อยหลิว ควรแล้วที่เป็นลูกชายคนโตของครอบครัวที่ร่ำรวย ความมีน้ำใจและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของเขาไม่มีใครเทียบได้อย่างแท้จริงกับคนธรรมดาทั่วไป ไม่ต้องพูดถึงคนป่าเถื่อนและโง่เขลาจากภูเขา”“ก็นั่นน่ะสิ บางคนครเรียนไว้บ้างนะ อย่าวันๆ เอาแต่กินข้าวสุกอยู่ในบ้านไม่ทำอะไร แล้วยังเที่ยวใส่ร้ายคนอื่นไปวัน ๆ”เนื่องจากหลิวเจี๋ยช่วยตระกูลหลินมาก ท่านปู่จึงรู้สึกว่าหลิวเจี๋ยเป็นคนดี และพูดว่า: “คุณชายหลิว เป็นแบบอย่างสำหรับทุกคนจริง ๆ ตอนนี้คุณชายหลิวพูดแล้วถ้าอย่างนั้น หว่านหรู หลานจะพาเทียนหยู่ไปงานเลี้ยงเมื่อถึงเวลา”แม้ว่า หลินหว่านหรูจะไม่เต็มใจ แต่เธอก็ยังพยักหน้าเช้าวันรุ่งขึ้นเย่เทียนหยู่ได้รับรูปถ่ายจาก หยางต้าฝูบนโทรศัพท์มือถือของเขา เขาตกตะลึง นี่มันผู้หญิงที่เขาขอให้หยางต้าฝูตามหา“คุณชายเย่ คุณเคยเห็นรูปนั้นไหม?” หยางต้าฝูโทรมาทันที“เห็นแล้วครับ นี่คือคนที่ผมกำลังมองหา คุณพบเธอแล้วหรือยัง?” เย่เทียนหยู่รู้สึกประหลาดใจและมีความสุข เขาไม่คาดคิดว่าหยางต้าฝูจะพบบุคคลนั้นอย่างรวดเร็วโดยอาศัยข้อมูลเพียงเล็กน้อยจากตัวเขาเอง“ถ้าเป็นเธอ
เวลา 11.30 น. ในตอนเช้า หลินหว่านหรูได้ขับรถเย่เทียนหยู่ไปที่ร้านอาหารเถาหยวนและเห็นซูถิงที่กำลังรออยู่เมื่อซูถิงเห็นเย่เทียนหยู่เธอก็ถามคำถามของเธอทันที: “เย่เทียนหยู่ฉันได้ยินหว่านหรูพูดว่านายพักที่วิลล่าสกายพาเลซหมายเลขหนึ่งในเทียนไห่เมื่อคืนนี้”เย่เทียนหยู่ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงพยักหน้าและพูดว่า “ครับ”“แล้วคุณรู้จักประธานหยางไหม” ซูถิงถามหลินหว่านหรูตกตะลึง เย่เทียนหยู่รู้จักประธานหยางได้ยังไง ซูถิงเชื่อจริง ๆ ว่าเย่เทียนหยู่จะอาศัยอยู่ที่นั่น เธอสติไม่ดีไปหรือเปล่า?แต่เย่เทียนหยู่ตอบว่า: “ผมรู้จักเขา”“รู้จักกันจริง ๆ เหรอ?” ซูถิงตกตะลึง“อือ เขาเป็นลูกน้องของผมครับ”เย่เทียนหยู่พยักหน้าเมื่อได้ยินดังนั้นทั้งสองก็พูดไม่ออกพวกเธอเคยเห็นคนคุยโวมากก็มาก แต่ไม่เคยเจอใครเป็นหนักขนาดนี้มาก่อนเลยหลินหว่านหรูอยากจะทุบเขาสักทีจริง ๆซูถิงยังพูดว่า: “สงสัยฉันจะสมองเพี้ยน ดันไปคิดว่าตาหมอนี่จะพักอยู่ที่วิลล่าสกายพาเลซหมายเลขหนึ่งที่เทียนไห่จริง ๆ เนี่ย”ตอนนี้เธอมั่นใจมากว่าเดิม ว่าคืนวานซืนนั้นเธอคงตาพร่ามัวไปจริง ๆเย่เทียนหยู่ยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ ทำไมไม่มี
“จางลี่ คุณเป็นหนี้ตระกูลหลินห้าสิบล้านและยังไม่ได้จ่ายคืน เรื่องเมื่อวันก่อนฉันยังไม่ได้คิดบัญชีเลย คุณกล้าดียังไงมาปรากฏตัวอีก?” หลินว่านหยูถามด้วยความโกรธ“ผมมีเงินห้าสิบล้านนั่นอยู่แล้ว แต่คุณไม่ไปที่บ้านของผมเพื่อรับมันเอง!”“เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อน พูดไปมันก็ทำให้ผมหงุดหงิดเป็นบ้า!”จางลี่หัวเราะเยาะ: “ทำไมผมวางยาคุณแล้วคุณดันไปหาคนอื่นซะล่ะ?”“แกกำลังพูดถึงเรื่องไร้สาระอะไร!” หลินหว่านหรูรู้สึกละอายใจและโกรธ“ผมพูดไร้สาระไปเหรอ? เธอไม่ได้หนีไปแล้วหาผู้ชายมาแก้ปัญหาด้วยตัวเองหรอกเหรอ? ช่างน่าทึ่งมาก แต่อย่ากังวล เพราะวันนี้ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอลำบากแน่”“แกกล้าเหรอ!”หลินหว่านหรูตกใจและโกรธ“ลองดูสิว่าฉันกล้าไหม!” จางลี่หัวเราะเสียงดังเขารู้จักผู้หญิงที่เหนือกว่าเหล่านี้ดีที่สุด และจะถ่ายวิดีโอและรูปถ่ายมากมายหลังจากเสร็จแล้ว ดังนั้นเธอจะไม่กล้าเผยแพร่ต่อไม่งั้นทำไมไม่กล้าแจ้งตำรวจถึงเรื่องที่แล้ว?ติงฮุยมองดูและรู้สึกว่าบางทีเขาอาจมีโอกาสที่จะสร้างความแตกต่าง แต่เขาต้องถามให้ชัดเจนก่อน: “คุณหนูหลินพวกเขาเป็นใคร”“เจ้าของบาร์มีคนหลายสิบคนที่อยู่ภายใต้คำสั่งของเข
หลายคนตกตะลึงไปชั่วขณะ พวกเขาไม่คาดคิดว่าเย่เทียนหยู่ผู้รักตัวกลัวความตายจะลุกขึ้นยืนในช่วงเวลาวิกฤติจริง ๆ“เฮ้ ยังมีคนที่ไม่กลัวความตายอยู่นะ”“คุณมันไอ้สารเลว คุณยังเป็นสามีของท่านปู่หลิน และคุณก็ไม่โกรธที่จะมองดูตัวเองเลย”จางลี่เยาะเย้ยและเยาะเย้ย“เจ้าปากไม่ดี ตบปากซะ!” เย่เทียนหยู่พูดเบา ๆ“ฮ่าฮ่า แค่แกเนี่ย...อ้ากกก...”ขณะที่จางลี่กำลังจะหัวเราะต่อไป เขาก็รู้สึกเจ็บแปลบที่แก้ม เขาหมุนตัวไปรอบ ๆ สองสามครั้ง บินไปทางกำแพง ชนกำแพง และล้มลงกับพื้นภายในพริบตา!ทุกคนถึงกับอึ้ง!เกือบจะเหมือนเดิมทุกประการแต่เร็วขึ้นอีกด้วยเพียงแต่ว่า ผู้ที่โจมตีผู้อื่นเมื่อกี้กลายเป็นผู้ถูกโจมตีเหล่าสหายต่างพากันพุ่งตรงเข้าไปโจมตีพร้อมความเหลือเชื่อที่ยังไม่จางหายปัง ปัง...โดยปราศจากความกังวลใดๆ ทั้งสี่คนก็บินกลับหัวและนอนอยู่บนพื้นชั่วขณะหนึ่งโดยไม่สามารถฟื้นตัวได้หลินหว่านหรูและซูถิงเกือบจะคิดว่าพวกเขาตาพร่าและไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองจางลี่นอนอยู่บนพื้น ใบหน้าครึ่งหนึ่งของเขาบวม เมื่อรู้สึกถึงความเร็วและพลังที่น่าอัศจรรย์ในตอนนี้ เขาจึงมองเย่เทียนหยู่ด้วยความตกใจ: “คุณ คุณเป
“ก็นั่นแหละย่ะ!”ซูถิงขมวดคิ้วขณะที่เธอฟังการสนทนาระหว่างทั้งสอง หลังจากเหตุการณ์นี้ ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองดูเหมือนจะคลี่คลายลงมาก แต่แบบดีไม่ดีแน่นายน้อยหลิวต่างหากที่เป็นจุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบที่สุดของหว่านหรูดังนั้นเธอจึงพูดทันที: “เย่เทียนหยู่การที่นายเป็นกังฟูมันก็ดีหรอกนะ แต่ในสังคมกฎหมายในปัจจุบัน กังฟูทำได้เพียงทำให้คนธรรมดาหวาดกลัวเท่านั้น”“เมื่อเทียบกับอำนาจอันยิ่งใหญ่แล้ว กังฟูก็ไร้ค่า!”“ใช่!”ติงฮุยเองก็ยืนขึ้น เนื่องจากหลินหว่านหรูหยุดเขาไว้ทันเวลา ทำให้อาการบาดเจ็บของเขาไม่ร้ายแรง เขาพูดสนับสนุนเธอ: “เมื่อเผชิญกับอำนาจ ไม่ว่าทักษะของแกจะเป็นยังไงมันก็แค่เรื่องไร้สาระเท่านั้น”เย่เทียนหยู่หัวเราะเบา ๆ และพูดว่า: “งั้นเหรอครับ งั้นดูเหมือนคุณจะเป็นพวกสวะไร้อำนาจสินะ ไม่อย่างนั้นเมื่อกี้จะถูกหมาบ้านั่นไล่ต้อนขนาดนั้นเหรอครับ?”“น…นั่นมันลอบโจมตี ไม่อย่างนั้นผม”ติงฮุ่ยโกรธมากจนพูดไม่เก่งด้วยซ้ำ“เหอะ ๆ…”เย่เทียนหยู่ไม่ได้ปฏิเสธแค่หัวเราะ แต่เห็นได้ชัดว่าเป็นการเสียดสี“พอได้แล้ว ติงฮุย ขอบคุณที่ยืนหยัดเพื่อฉันเมื่อกี้นะ คุณได้รับบาดเจ็บยังไงบ้าง? ต้
เมื่อเห็นแบบนั้นใบหน้าของซูถิงหม่นหมองลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ต้องพูดถึงว่าพวกเธอต้องการของก่อน และเมื่อกี้เธอก็ไม่ได้ทะเลาะกับอีกฝ่ายด้วยซ้ำ นี่มันมากเกินไปแล้วใบหน้าของติงฮุยก็ดูไม่ดีเช่นกัน เขาลังเลและกระซิบว่า “ซูถิง ลำบากคุณหน่อยได้ไหม”“คุณกำลังพูดอะไร อยากให้ฉันคุกเข่าลงจริง ๆ เหรอ?”แม้ว่าตอนนี้ซูถิงจะผิดหวังเล็กน้อยกับติงฮุย แต่เธอก็คิดว่าเขายังมีความผู้ชาย แต่เธอไม่คิดว่าเขาจะมาขี้ป๊อดในช่วงเวลาวิกฤติเช่นนี้“เราทำอะไรได้ เราสู้เขาไม่ได้นะ”ซูถิงดูสีหน้าย่ำแย่ คนอย่างคุณยังบอกว่าเย่เทียนหยู่น่าอายอีกเหรอ?ตั้งแต่ครั้งเมื่อกี้จนถึงตอนไหน ครั้งไหนบ้างที่ไม่ใช่นายขายหน้า?หลินหว่านหรูทนไม่ไหว และเพราะเธอต้องการซื้อเสื้อผ้า เธอจึงชักชวนเธอว่า “คนสวย ฉันว่าเราเข้าใจกันผิดเรื่องนี้นะคะ”“เราจะจ่ายค่าเสื้อผ้าเพื่อเป็นการขอโทษ!”แต่ผู้หญิงคนนั้นก็หัวเราะเยาะและพูดว่า: “หุบปาก เงินแค่นี้ฉันขาดเหรอ? เรื่องวันนี้ต้องคุกเข่าลงและขอโทษฉันซะ”ติงฮุยยังโน้มน้าวต่อ “ซูถิงครั้งนี้คุณผิดจริง ๆ แค่คุกเข่าและยอมรับความผิดพลาด ไม่อย่างนั้น ผมเกรงว่าผลที่ตามมาจะไม่ใช่สิ่งที่คุณจะทนได้หรอก”
ทุกคนที่ได้ยินก็ตกใจงงงวยงุนงงกันหมด!หลินหว่านหรูถูกเย่เทียนหยู่ที่ยืนหยัดเพื่อเธออีกครั้งทำเอาประทับใจ แต่ยังรู้สึกรำคาญกับความไม่รู้และความไม่แยแสโลกของเขาอยู่ดีนี่มันรนหาที่ตายชัด ๆ เลยแน่นอนว่าจู่ ๆ ซ่งหยางก็โกรธจัด“มึงมันแกว่งเท้าหาเสี้ยน!”ทันทีที่เขาพูดจบซ่งหยางก็ก้าวไปข้างหน้า ยกมือขวาขึ้น และตบเขาอย่างแรงโดยไม่ลังเลดูเหมือนการเคลื่อนไหวจะเร็วมากและความเร็วก็พุ่งเต็มปรอทหลินหว่านหรูตกใจมาก นายน้อยซ่งคนนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นปรมาจารย์วิทยายุทธ์จริง ๆเธอเพิ่งรู้ว่าเย่เทียนหยู่รู้จักกังฟู และเธอไม่รู้ว่าจะสามารถหลีกเลี่ยงมันได้หรือไม่เย่เทียนหยู่ดูสงบและไม่ได้หลบเลย เขาไม่ได้ตบคู่ต่อสู้กลับจนกว่าเขาจะเข้ามาใกล้ตึง!เสียงดังฟังชัด!ซ่งหยางคร่ำครวญอย่างน่าอนาถ รู้สึกว่าใบหน้าของเขาร้อนจัดด้วยความเจ็บปวดขณะที่เขาถูกผลักกลับทุกคนตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งพวกเขาไม่ทันได้มีปฏิกิริยาตอบสนองด้วยซ้ำไป!เพราะในความเห็นของพวกเขา เย่เทียนหยู่น่าจะเป็นคนที่โดนทำร้ายซ่งหยางโกรธมาก เขารู้สึกว่าเขาเพิ่งประมาทเขาจึงลุกขึ้นมมาอีกครั้งและกระโจนขึ้นไปในอากาศเหมือนนกอินทรีก
หลังจากที่พนักงานร้านตกใจแล้วก็รีบหยิบการ์ดเข้าไปรูด มันเป็นเรื่องจริงหลังจากจัดการเรียบร้อยแล้ว เขาก็ส่งคืนให้เย่เทียนหยู่ทันที และพูดด้วยความเคารพ: “ท่านคะ เสื้อผ้าและบัตรของคุณค่ะ”เย่เทียนหยู่รับมันไว้และเก็บการ์ดไว้ไป ก่อนจะถือเสื้อผ้าเอาไว้เมื่อเห็นว่าแบล็กการ์ดมังกรดำเป็นของจริง ซ่งหยางก็รู้สึกหวาดกลัวมากยิ่งขึ้น เขารีบลุกขึ้นและเดินจากไป เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโทรหาลุงของเขา เขาต้องยืนยันก่อนหากเราไปขุ่นเคืองกับคนใหญ่โตแบบนี้ เราก็ต้องแก้ไขโดยเร็ว มิฉะนั้นเขาจะตายอย่างน่าสังเวชและอาจนำความเสียหายมาสู่ตระกูลซ่งด้วยหลินหว่านหรูมึนงง และเธอก็พูดอย่างขมขื่นด้วยใบหน้าที่น่าเกลียด: “เย่เทียนหยู่คราวนี้ นายประสบปัญหาใหญ่จริง ๆ แน่”“ไม่เป็นไร ผมจัดการได้หรอกน่า!” เย่เทียนหยู่ดูราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น“นายจัดการกับมันได้ ลงมาจากเขาแบบไหนจะจัดการยังไงย่ะ”“นายคิดว่าการรู้กังฟูหมายความว่านายจะอยู่ยงคงกระพันเหรอ นี่ไม่ใช่สมัยโบราณนะ”“ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น” เย่เทียนหยู่ต้องการอธิบาย“ไม่ว่าจะหมายถึงอะไร มันไม่ใช่สิ่งที่คุณจัดการได้นะ คราวนี้มันไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยแ
คุณนายไป๋ที่ได้ยินคำพูดของหัวหน้าใหญ่ เธอก็ตระหนักได้ว่าตนน่าจะพูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไป เธอจึงรีบอธิบายออกไปทันทีว่า “นายท่านทั้งสอง ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่เมื่อกี้ฉันพูดอะไรออกไปโดยไม่คิด อย่าสนใจสิ่งที่ฉันพูดเลยนะคะ”หัวหน้าใหญ่ไป๋คิดว่า แค่ภรรยาของเขาปิดปากเงียบอย่างเชื่อฟัง ไม่พูดอะไรอีกก็เพียงพอแล้วแต่คิดไม่ถึงเลยว่า เธอยังจะพูดประโยคพวกนี้ออกมาอีกนี่มันเท่ากับกำลังปกปิดความผิดตัวเองแบบหน้าด้าน ๆ เลยไม่ใช่รึไง?เจวี๋ยซินพูดอะไรไม่ออก นี่พวกมันสองผัวเมียคิดว่าพวกตนโง่มากรึไง พวกตนดูไม่มีสมองมากขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ?ผู้อาวุโสหูเองก็หมดคำจะพูด เขาได้แต่จ้องตาเขม็งไปยังหัวหน้าใหญ่ไป๋ ก่อนจะพูดด้วยความโกรธออกไปว่า “ไป๋เฉิน แกบังอาจมากนะ ทั้ง ๆ ที่รู้ตัวตนของอีกฝ่าย แต่แกกลับกล้าปิดบังพวกเรา”“ผมถูกใส่ร้ายครับ!”หัวหน้าใหญ่ไป๋รีบคิดข้อแก้ตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพูดออกไปว่า “กระผมถูกใส่ร้ายจริง ๆ นะครับ ตอนแรกที่ผมรายงานไป ผมแทบไม่รู้เรื่องอะไรเลย มาวันนี้ผมเองก็เพิ่งจะได้รู้ที่มาของอีกฝ่าย ว่าที่แท้ก็เป็นถึงราชามังกรแห่งพรรมังกร”ผู้อาวุโสหูที่ได้ยินดังนั้น เขาก็รู้สึกว่าม
แม้ว่าจะเป็นรองเจ้าสำนัก แต่ที่ทุกคนต้องเรียกแบบนั้น ก็เพราะนั่นคือความต้องการของเจวี๋ยเทียนพอเห็นท่าทีของหัวหน้าใหญ่ไป๋ ในที่สุดคุณนายไป๋ก็ได้สติ เมื่อนึกถึงคำพูดที่หัวหน้าใหญ่ไป๋เคยพูดเอาไว้ก่อนหน้านี้ขึ้นมา เธอก็เพิ่งจะตระหนักได้ ว่าสองคนที่อยู่ตรงหน้าคืนผู้แข็งแกร่งที่พวกตนรอคอยอยู่ แถมเธอก็เพิ่งจะด่าทออีกฝ่ายไป กระทั่งยังเผลอไปพูดจาอวดดีใส่จนถูกตบอีกด้วยใช่ว่าเธอจะไม่รู้ถึงความน่ากลัวและความแข็งแกร่งของสำนักเจวี๋ยฉิง ยังไงซะเธอก็ได้ยินหัวหน้าใหญ่ไป๋พูดถึงอยู่บ่อยครั้งแม้ว่าตระกูลไป๋จะดูแข็งแกร่งในสายตาของคนทั่วไป แต่ในสายตาของสำนักเจวี๋ยฉิง แทบไม่มีค่าให้เอ่ยถึงเลยแม้แต่น้อย พริบตาเดียวอีกฝ่ายก็สามารถทำให้พวกเขาหายไปจากโลกนี้ได้แล้วที่เธอพูดไม่คิดออกมาแบบนั้นก็เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่มา เธอแค่ต้องการระบายอารมณ์นิดหน่อยก็เท่านั้นเธอจะรู้ได้อย่างไร ว่าจู่ ๆ อีกฝ่ายจะปรากฏตัวกะทันหันแบบนี้ คนใหญ่คนโตโดยทั่วไปแล้ว ควรจะเดินเข้ามาทางประตู จากนั้นก็มีการต้อนรับอย่างเป็นทางการไม่ใช่รึไงมีที่ไหนกันที่จู่ ๆ ก็โผล่มาแบบนี้ เธอแทบไม่มีเวลาให้ป้องกันตัวเลยด้วยซ้ำ!เมื่อคุณนายไ
บางทีอาจจะเป็นเพราะรอนานจนเกินไป คุณนายไป๋จึงเริ่มรู้สึกหมดความอดทนขึ้นมา เธอจึงพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจออกไปว่า “พี่เฉินคะ คนของสำนักเจวี๋ยฉิงนี่มันยังไงกันแน่”“เป็นถึงรองเจ้าสำนักแท้ ๆ แต่กลับไม่รู้จักมาให้ตรงเวลา แถมยังทำให้คนอื่นต้องรอนานขนาดนี้อีก”“หุบปาก หยุดพูดจาไร้สาระได้แล้ว!”หัวหน้าใหญ่ไป๋ที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกตกใจ คนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่เขานั้นกลับรู้ดี สำนักเจวี๋ยฉิงเป็นสำนักที่ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมมากที่สุด ศิษย์ในสำนักแต่ละคนร้ายกาจกันทั้งนั้น กล้าพูดออกมาแบบนี้ได้ยังไงยิ่งไปกว่านั้น คนที่เธอด่าก็เป็นถึงรองเจ้าสำนักเจวี๋ยฉิง เป็นผู้แข็งแกร่งที่ไม่มีใครเทียบได้เชียวนะ เกิดเขามาได้ยินเข้า เกรงว่าคงไม่ได้ตายดีแน่พี่เฉินแทบจะไม่เคยด่าเธอเลยสักครั้ง แต่ครั้งนี้เขากลับด่าเธอเพียงเพราะเธอพูดประโยคนี้ออกมานี่จึงทำให้คุณนายไป๋รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก ก่อนจะบ่นออกไปว่า “ฉันพูดไร้สาระที่ไหน เห็น ๆ อยู่ว่ารองเจ้าสำนักคนนี้ทำตัวไม่มีเหตุผล เขาคิดว่าเขาเป็นใครกัน!”หัวหน้าใหญ่ไป๋ทั้งโกรธทั้งรน เขาอย่ากที่จะด่าเธอกลับแต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง เสียงที่ค่อนข้างเย็นชาก็ดังขึ้นมาพร้อ
นอกจากนี้ ผลตอบแทนที่พวกเขาเสนอมาก็สูงมากเช่นกัน ไม่เพียงแต่จะได้รับค่าเซ็นสัญญาจำนวนสิบล้านบาทเท่านั้น ในอนาคตเธอยังจะได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าตอนที่เธอทำงานให้กับหลินซื่อกรุ๊ปอีกด้วยสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นก็มาจากค่านิยมอันล้นหลามของเครื่องสำอางแบรนด์ปัวเรต์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ บวกกับผลงานอันยอดเยี่ยมที่ผ่านมาของหลิวเหวิน นั่นจึงทำให้เธอกลายเป็นที่จับตามองของหลาย ๆ บริษัทแต่เธอกลับไม่มีอารมณ์ที่จะทำมัน ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะปฏิเสธมันไปทั้งหมด!“บริษัทจัดหางาน ติดต่อหาคุณเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?” เย่เทียนหยู่ถามด้วยรอยยิ้ม“ฉันเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันค่ะ แต่ไม่ว่ายังไงก็ต้องยกความดีความชอบให้กับประธานเย่นะคะ ไม่มีคุณ ฉันก็คงไม่มีชื่อเสียงแบบทุกวันนี้” หลิวเหวินตอบกลับ“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ทุกอย่างมันมาจากความสามารถของคุณเองทั้งนั้น เป็นไงบ้าง ตัดสินใจรึยังว่าจะไปทำงานที่ไหน?”“ยังเลยค่ะ!”“อันที่จริง ในใจของฉันยังรู้สึกเสียใจ แล้วก็ยังรู้สึกปล่อยวางไม่ได้อยู่น่ะค่ะ” หลิวเหวินพยักหน้า หลังจากที่เธอเรียนจบ เธอก็เข้ามาทำงานที่หลินซื่อกรุ๊ปทันที ทำงานอยู่ที่นี่มานานหลายปี
หลังจากที่เธอได้รับเงินสี่หมื่นหน้าพันล้านที่หัวหน้าใหญ่ไป๋รวบรวมมาอย่างยากลำบากแล้ว เธอกลับไม่อยากมอบมันออกไปเลยแม้แต่น้อยอันที่จริงเรื่องนี้ไม่ควรที่จะปล่อยให้มันยืดเยื้อ แต่นี่ระยะเวลาหนึ่งวันก็ได้ผ่านไปแล้ว แถมตอนนี้ หัวหน้าใหญ่ไป๋ก็ได้ทำการติดต่อกับสำนักเจวี๋ยฉิง ทั้งยังรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังแล้วด้วยด้วยเหตุนี้เธอจึงอยากที่จะลองเสี่ยงดวงดูสักครั้ง ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะไม่มอบเงินก้อนนี้ออกไป!แต่ต่อให้เธอจะไม่โอนให้อีกฝ่าย ก็ไม่ควรจะเก็บเงินเอาไว้กับตัว จะต้องโอนเงินก้อนนี้ออกจากบัญชีของตัวเอง ไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้หัวหน้าใหญ่ไป๋รู้เรื่องนี้เข้าก็ได้เพราะเหตุนี้ ความคิดที่ยอดเยี่ยมจึงผุดขึ้นมาในหัวของเธอเธอจะต้องเอาเงินก้อนนี้ไปฝากไว้ที่วังเถี่ย น้องชายของเธอที่อยู่บ้านเกิดเสียก่อนวังเถี่ยที่เห็นตัวเลขมหาศาลขนาดนี้ก็รู้สึกตกใจ เขารับประกันว่าจะดูแลเงินก้อนนี้ให้ดีคุณนายไป๋ไม่มีความรู้สึกกังวลเลยแม้แต่น้อยว่าน้องชายจะคืนเงินก้อนนี้ให้เธอหรือไม่ ถึงอย่างไรเขาก็เป็นน้องชายของเธอ แล้วอีกอย่าง นี่ก็เป็นเงินของตระกูลไป๋ วังเถี่ยไม่กล้าสร้างเรื่องวุ่นวายแน่นอนเป
“เธอน่ะ ระวังตัวเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน!”หลี่ซินเยว่รู้สึกสั่นเล็กน้อย เกี่ยวกับเรื่องนี้ แม้ว่าเธอเพิ่งจะมาที่นี่ได้ไม่กี่วัน แต่ก็เคยได้ยินคนอื่น ๆ พูดถึงอยู่บ้าง ว่ากันว่าเบื้องหลังของไป๋เฉิงกรุ๊ปนั้นน่ากลัวมากตระกูลไป๋ไม่เพียงแต่เป็นถึงหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของเมืองตะวันออกในปัจจุบันเท่านั้น เบื้องหลังของพวกเขาก็น่ากลัวไม่แพ้กัน พวกเขาเคยถูกขนานนามว่าเป็นจักรพรรดิใต้ดินอีกด้วยเธอรีบเดินออกไปจากตรงนี้ทันที หลังจากกลับไปแล้ว หลี่ซินเยว่ก็รีบเรียกหลิวซือซือให้มาหา แล้วบอกเรื่องนี้ให้เธอฟัง หลิวซือซือที่ได้ฟังก็รู้สึกโกรธขึ้นมาทันที พร้อมทั้งแสดงท่าทีไม่ยินยอมออกมาอันที่จริงหลี่ซินเยว่ก็พอจะเดาได้แต่แรกแล้วว่าผลจะออกมาเป็นแบบนี้ เพียงแต่ก่อนหน้านี้เธอไม่ได้บอกหลิวซือซือก็เท่านั้นในเมื่อหลิวซือซือกับเธอมีความคิดที่เหมือนกัน ดังนั้นพวกเธอจึงเลือกที่จะออกจากบริษัทแห่งนี้ อย่างไรก็ตาม พวกเธอก็ไม่คิดที่จะบอกอีกฝ่ายให้รู้ตัวก่อน เพราะพวกเธอเตรียมตัวที่จะจากไปในทันที ถึงอย่างไรก็ไม่มีใครรู้เลยว่า คนพวกนี้จะแอบซ่อนแผนการชั่วร้ายอะไรเอาไว้รึเปล่าพวกเธอเองก็เคยคิดอยู่เหมือนกัน ว่าควรจะขอใ
“เธอไม่ชอบผู้ชายงั้นเหรอ?”ตงซู่ชะงักไปครู่หนึ่ง วันวันเห็นเธออยู่แต่กับหลิวซือซือ คงไม่ใช่คู่ขากันหรอกนะ เป็นไปไม่ได้ ตัวเองจะต้องคิดมากไปแน่ ๆ เขาจึงพูดด้วยเสียงฮึดฮัดออกไปว่า “เธอเห็นฉันเป็นคนโง่อยู่รึไง?”“ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ!” หลี่ซินเยว่ปฏิเสธตงซู่ส่งเสียง เฮอะ ออกมา พร้อมพูดขึ้นว่า “งั้นฉันก็ขอพูดกับเธอตามตรงเลยนะ ตำแหน่งของฉันอีกเดี๋ยวก็จะได้รับการเลื่อนขั้นแล้ว ขอแค่เธอยินยอมที่จะติดตามฉัน ตำแหน่งผู้จัดการก็จะเป็นของเธอทันที พอถึงตอนนั้น เธอจะมีทั้งเงินทอง และฐานะอย่างแน่นอน”“แต่ว่าฉันไม่ชอบผู้ชายจริง ๆ นะคะ!”“เธอแน่ใจนะ อย่าลืมเสียล่ะ ว่าเธอคือคนที่ฉันรับเข้ามา เพราะงั้นฉันก็มีวิธีที่จะให้เธอถูกไล่ออกได้ทุกเมื่อเช่นกัน” ตงซู่พูดข่มขู่ด้วยความโกรธสีหน้าหลี่ซินเยว่เปลี่ยนไปเล็กน้อย เพราะที่บ้านยังต้องพึ่งพาเธออยู่ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่รีบหางานทำแบบนี้ เธอต่างจากหลิวซือซือ เธอต้องการที่จะทำงานจริง ๆแต่เรื่องแบบนี้ ไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่อาจยอมรับได้ เธอจึงส่ายหัว และพูดออกไปว่า “ต้องขออภัยด้วยค่ะ ฉันมั่นใจแล้วค่ะ!”ตงซู่โกรธจัด แต่จู่ ๆ ก็นึกถึงเรื่องสำคัญอีกเรื่องขึ้นมาได
หลี่ซินเยว่รู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ เธอเหลือบมองดูเวลา ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ซือซือ ใกล้เวลาเข้างานแล้ว พวกเราต้องรีบไปกันแล้วนะ ไม่งั้นพวกเราจะสายเอาได้”“อ๋อ โอเค”หลิวซือซือรู้สึกตัว อันที่จริงเธอไม่อยากไปเลยสักนิด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เธอจึงพูดขึ้นว่า “พี่เย่คะ งั้นพวกเราขอตัวก่อนนะคะ ครั้งหน้า พวกเราขอมาหาพี่อีกได้ไหมคะ?”“ได้แน่นอน!”“ถ้าเจอปัญหาอะไร ก็โทรมาหาฉันได้ตลอดเลยนะ!”พอเย่เทียนหยู่นึกขึ้นได้ว่าไป๋เฉินกรุ๊ปเป็นบริษัทของหัวหน้าใหญ่ไป ก็เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้จะต้องไม่ธรรมดา ถึงยังไงก็เคยประมือกันมาแล้ว หากพวกเธอเกิดปัญหาขึ้นมาจริง ๆ อย่างน้อยพวกเธอก็ยังโทรมาขอความช่วยเหลือจากเขาได้“ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะพี่เย่!”“งั้น ฉันเองก็ต้องขอบพี่เย่เหมือนกันนะคะ? !” หลี่ซินเยว่ยิ้ม เธอพูดออกไปด้วยความกล้า ตอนนี้เธอก็ไม่ได้อยู่ในบริษัทนั้นอีกต่อไปแล้ว พอเห็นหลิวซือซือเรียก เธอก็รู้สึกอิจฉา เธอเองก็อยากเรียกว่าพี่เย่เหมือนกันเย่เทียนหยู่ชะงักไปชั่วขณะ แต่มันก็แค่ชื่อเรียกเท่านั้น เขาจึงไม่ใส่ใจมากนัก ก่อนจะพยักหน้าให้ทั้งสองเดินจากไป ดูจากท่าทางยิ้มแย้มที่ปรากฏบนใบหน้าของพวกเธ
“ก็ใช่น่ะสิคะ เห็นได้ชัดเลยว่าจัดการกันแบบมั่ว ๆ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป บริษัทมีหวังล่มจมแน่ ๆ” หลี่ซินเยว่บ่นเสียงดัง“นั่นสิ พี่เย่คะ ไม่งั้นพี่ก็พูดกับประธานหลินให้หน่อยเถอะนะคะ บอกเธอช่วยพูดเกลี้ยกล่อมให้พวกเราที ไม่เช่นนั้น หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป บริษัทได้จบเห่จริง ๆ แน่” หลิวซือซือเองก็รีบพูดขึ้นมาด้วยเช่นกัน“เกลี้ยกล่อมอะไรกัน ให้ล้มละลายไปนั่นแหละดีแล้ว เพราะไม่อย่างนั้น นางแม่มดนั่นก็คงไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดไปมากแค่ไหน”“แต่ว่า ถึงยังไงบริษัทนี้ก็เป็นความตั้งใจของประธานหลินเลยนะคะ” หลิวซือซือกล่าวเมื่อได้ยินแบบนั้น หลี่ซินเยว่ก็ไม่ได้พูดอะไร หากเธอรู้แต่แรกก็คงไม่พูดออกไป ด้วยความสามารถของประธานเย่ เขาสามารถช่วยบริษัทได้อย่างเต็มที่เดิมที เธอเองก็หวังว่าอยากให้บริษัทรีบล้มละลายเร็ว ๆ เหมือนกัน เธออยากจะเห็นจริง ๆ ว่านางแม่มดนั่นจะเสียใจมากแค่ไหนแต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง เย่เทียนหยู่ก็พูดพร้อมรอยยิ้มออกมาว่า “หว่านหรูได้ออกมาจากบริษัทนั้นแล้ว อีกอย่าง หุ้นสักเปอร์เซ็นต์เดียวก็ไม่มี เธอแทบไม่มีอำนาจในการควบคุมบริษัทเลยด้วยซ้ำ”“หา......”สองสาวนิ่งไปชั่วขณะ แม้ว่าข่าวลือ