บทนำ
อีเวนท์ของซุป’ ตาร์
กว่าจะเบียดผู้คนเข้ามาภายในบริเวณงาน ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าใหญ่กลางเมือง บาลีถึงกับหายใจหอบเล็กน้อย เมื่อได้ยืนอยู่ในจุดที่สามารถมองไปยังบนเวทียกพื้นเตี้ย ซึ่งซุปเปอร์สตาร์หนุ่มอันดับต้นๆ ของเมืองไทยคนหนึ่งกำลังร้องเพลงเล่นกีตาร์ด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม บวกกับการเล่นกีตาร์ที่เข้าขั้นเทพ ก็ทำให้ได้รับเสียงกรี๊ดจนหูแทบจะดับ
“มึง พี่อัทธ์ แม่งโคตรหล่อ โคตรเท่เลย กรี๊ดดดด”
“โอ๊ย เสียงก็โคตรเพราะ”
“เพลงพี่เขาก็แต่งเองเลยนะ”
“คนบ้าอะไร ครบเครื่องสุดๆ ทั้งหล่อ เท่ เล่นละครเก่งแล้ว ยังร้องเพลงเพราะ แต่งเพลง เล่นดนตรีได้อีก มึง กูไม่ไหวแล้วอะ กรี๊ดดด”
ถึงจะหนวกหูเสียงกรี๊ด แต่บาลีก็แอบยิ้มปลื้มกับคำชื่นชมที่ได้ยินจากเด็กสาวกลุ่มใหญ่ที่ยืนเบียดเสียดในงาน เพราะเธอเป็นแฟนคลับอัทธ์มาตั้งแต่เขายังไม่ได้เป็นซุป’ ตาร์เหมือนในตอนนี้
เรียกว่าเป็นเอฟซีรุ่นบุกเบิก เพราะเธอติดตามชายหนุ่มมาตั้งแต่เขายังเป็นรุ่นพี่ในคณะ สมัยเรียนมหาวิทยาลัย
ซึ่งมันก็นานมาแล้ว
นานมากกว่าอายุของลูกชายวัยเจ็ดขวบของเธอเสียงด้วยซ้ำ
สายตาเธอทอดมองคนบนเวที อัทธ์นั่งอยู่บนเก้าอี้บาร์ อยู่ในชุดสูทแบรนด์ดังสีเทา ผมสีน้ำตาลเข้มเริ่มยาวระต้นคอ ใบหน้าเรียวคมกำลังครวญเพลงเล่นกีตาร์ พร้อมยิ้มบางๆ ทำให้ดวงตาสีเดียวกับสีผมนั้นเป็นประกายหวาน
แล้วไหนจะร่างกายสูงถึง 184 เซนฯ ที่แม้จะอยู่ในชุดสูท แต่ก็มองเห็นมัดกล้ามอย่างชัดเจน ตามแบบฉบับของผู้ชายที่ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี
เมื่อเสียงเพลงจบลง ทีมงานก็เข้ามารับกีตาร์ไปเก็บ พิธีกรของงานก็เดินเข้ามาบนเวที
“เพลงเพราะมากครับ สุดยอดมากเลยครับสำหรับซุป’ ตาร์ หนุ่มคนนี้ อัทธ์ อัครพิสุทธิ์”
พิธีหนุ่มคนดังของวงการอีเวนท์พูดจบ พร้อมกับผายมือไปยัง คนข้างตัว ที่ตอนนี้ลุกจากเก้าอี้ มายืนเคียงข้าง ขณะที่เสียงปรบมือก็ดังสนั่นพร้อมเสียงกรี๊ดก้องไปทั่วบริเวณลานจัดงาน
อีเวนท์เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์กาแฟชื่อดัง กับสโลแกน ‘หอมกรุ่น ละมุนไอรัก กาแฟที่คู่ควรกับคนเคียงข้าง’บทสัมภาษณ์เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับเรื่องงานในวงการ โพรเจกต์ต่อไปของชายหนุ่ม และได้รับเสียงกรี๊ดหนักมาก เมื่อพิธีกรถามเรื่องหัวใจของซุป’ ตาร์หนุ่ม
“ก็โสดตามปกติมานานแล้วครับ” เมื่อห้าปีก่อนอัทธ์คบหากับนางเอกคู่จิ้นอยู่สามปี ก่อนเลิกรากันไป และเขาก็โสดมาจนถึงตอนนี้
“ตามปกตินี่คือไม่มีคนคุยเลยเหรอครับ”
“ก่อนหน้านั้น พอมีคนคุยอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ไม่มีครับ”
“ทำไมปล่อยให้โสดมานานขนาดนี้ อายุอานามก็เหมาะจะมีคู่แล้วนะ”
“ผมงานยุ่งตลอด ถ้ามีแฟนก็คงดูแลเขาได้ไม่เต็มที่ ตอนนี้ขอโสดไปก่อนแล้วกัน เพราะยังมีงานเพลงที่ผมต้องใช้เวลากับมันค่อนข้างเยอะ”
“แสดงว่างานแสดงจะน้อยลง”
“ครับ อาจจะปีละเรื่อง หรือสองปีเรื่องหนึ่ง เพราะผมอยากทำเพลง ไม่ได้ออกซิงเกิลมาสองปีแล้ว ยังไงก็ฝากทุกคนช่วยเป็นกำลังใจด้วยนะครับ”
เสียงพูดคุยหยุดไปชั่วครู่ เพราะปล่อยให้บรรดาแฟนคลับได้กรีดร้องรับคำพูดของคนบนเวที
เมื่อเสียงซาลง พิธีกรก็วกเข้าสู่เรื่องงานอีเวนท์ของวันนี้ นอกจากนั้นก็มีเล่นเกมกับบรรดาท็อปสเปนเดอร์ของงาน ร่วมถ่ายรูปกับแฟนคลับที่มียอดซื้อสูงตามลำดับที่แบรนด์ตั้งเงื่อนไขไว้
เมื่ออีเวนท์จบอัทธ์ก็ยังให้สัมภาษณ์ต่ออีกครู่ใหญ่ ก่อนที่เขาจะออกจากบริเวณจัดงาน เพื่อไปขึ้นรถที่จอดรออยู่ด้านหน้าห้างสรรพสินค้า โดยมีบรรดาแฟนคลับตามไปโบกมืออำลาอย่างหนาแน่น
ไม่เว้นแม้แต่บาลีที่เบียดเสียดผู้คนตามติดไปส่งถึงรถ
ชายหนุ่มที่โผล่หน้าโบกมือให้แฟนคลับอย่างทั่วถึง บาลีได้แต่มองแล้วยิ้ม ก่อนรถเคลื่อนออกจากบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า หญิงสาวถึงกับตะลึง เพราะจู่ๆ สายตาคมพราวคู่นั้นก็สานสบกับดวงตาเธอเต็มๆ แม้แค่ชั่ววินาที แต่บาลีก็หัวใจเต้นแรง ไม่ต่างจากวันแรกพบ ที่เธอเป็นเฟรชชี่ในรั้วมหาวิทยาลัยเดียวกันกับอีกฝ่าย
บาลียืนตะลึงอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะโดนเบียดจนเซเล็กน้อย ถึงรู้สึกตัว แล้วเดินกลับเข้าไปในห้างสรรพสินค้า เพราะเธอมีนัดกินข้าวเย็นกับเพื่อนสนิท
อัณญา หรือเอย สาวเก๋ ปราดเปรียว เออีคนเก่งแห่งวงการโฆษณา เป็นเพื่อนสมัยเด็ก พอจบมัธยมปลายอัณญาก็ไปเรียนต่อเมืองนอก กระทั่งจบปริญญาโท หาประสบการณ์ทำงานเมืองนอกอยู่หลายปีก็กลับมาทำงานที่เมืองไทย จึงทำให้ได้พบกันอีกครั้งเมื่อไม่กี่ปีมานี่เอง
.....................
นอกจากครอบครัวที่มีเพียงลุงกับป้า อัณญาก็เป็นอีกคนที่รับรู้เรื่องราวการเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของเธอมาตั้งแต่ต้น คอยเป็นกำลังใจให้ตลอดมา แม้ถึงตอนนี้เพื่อนรักจะไม่รู้ว่าใครคือพ่อของลูกเธอก็ตามเวลานัดหมายยังเหลืออีกหนึ่งชั่วโมง บาลีจึงเดินเข้าไปในแผนกเสื้อผ้าและของเล่นเด็ก ซื้อของไปฝากลูกชาย จากนั้นก็เดินเข้าออกร้านเสื้อผ้าสำหรับคนสูงวัย เลือกเสื้อผ้าสำหรับลุงปราบและป้ามอญ สำหรับไปทำบุญหรือไปงานสำคัญของผู้คนละแวกบ้านซึ่งบ้านเกิดของบาลีอยู่ที่เขาช่อง เติบโตมาในไร่องุ่นของครอบครัวบิดา กระทั่งเรียนประถม บิดามารดาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถขณะไปทำธุระในตัวเมือง บาลีจึงเหลือเพียงลุงปราบ พี่ชายแท้ๆ ของบิดา กับป้ามอญ ป้าสะใภ้ ทั้งสองไม่มีลูก จึงรักและเลี้ยงดูเธอเหมือนลูกสาวแท้ๆ มาตั้งแต่เกิดเมื่อบิดามารดาจากโลกนี้ไป บาลีก็มีอ้อมกอดและความอบอุ่นของลุงป้าที่คอยปลอบประโลม ไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยวในชีวิต แถมมีธรินท์ หลานชายป้ามอญที่เป็นทั้งเพื่อนเล่นและพี่ชายที่คอยดูแลอีกสิบห้านาทีก็ถึงเวลานัด บาลีจึงหอบข้าวของที่ซื้อมาตรงไปยังร้านอาหารที่เป็นจุดนัดหมายบาลีสั่งอาหารจานโปรดของตนเองและเพื่อนสนิท
คืนรัญจวน อาจเพราะเป็นเย็นวันศุกร์ ถนนมิตรภาพขาออก จึงมีรถหนาแน่น กลับมาถึงไร่ก็เป็นเวลาเกือบสี่ทุ่ม ลูกชายของเธอก็หลับปุ๋ยไปแล้ว กอดตุ๊กตาแรบบิทตัวโปรดบาลีเดินหยิบของฝากลุงปราบกับป้ามอญมายังห้องนั่งเล่น ที่ป้ามอญกำลังดูละครหลังข่าวที่จบลงพอดี“ชุดไว้ใส่ไปทำบุญค่ะ” บาลีบอก“ขอบใจมากนะ แต่อย่าซื้อบ่อยสิ เสียดายเงิน” ป้ามอญบอกหลานสาวสามี ที่เธอเลี้ยงดูมาตั้งแต่เกิดประดุจลูกของตัวเอง เพราะลูกแท้ๆ เสียชีวิตตั้งแต่แรกคลอด เพราะสุขภาพที่ไม่ดีของนางเองตอนฝังร่างลูก อธิษฐานด้วยน้ำตาให้มาเกิดใหม่เป็นแม่ลูกกันอีกครั้ง และหนึ่งปีต่อมาน้องสาวสามีก็คลอดเด็กผู้หญิง หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู จึงช่วยเลี้ยงเด็กหญิงบาลีมาตั้งแต่วันลืมตาขึ้นมาดูโลก พร้อมกับความเชื่อส่วนตัวว่าอีกฝ่ายเป็นลูกสาวที่เสียชีวิตไปมาเกิดใหม่ในครอบครัวเดียวกัน ถึงได้รักและผูกพันธ์กันมาถึงทุกวันนี้“ลุงปราบนอนแล้วเหรอคะ” บาลีถามถึงผู้เป็นลุง ปกติจะนั่งเป็นเพื่อนป้ามอญดูละครหลังข่าว“ไปนั่งตั้งวงปลอบใจไอ้ดิน” ป้ามอญเอ่ยถึงธรินท์ ผู้เป็นหลานชาย ที่นางช่วยส่งเสียเลี้ยงดูตั้งแต่ยังเด็ก เพราะฐานะทางบ้านไม่ดี กระทั่งอีกฝ่ายเรียนจบก็เข้าม
บาลีเอนตัวลงข้างๆ ลูกชายตัวป้อม ที่แม้จะขึ้นชั้นประถมหนึ่ง แต่ร่างกลมๆ ที่มีมาตั้งแต่ยังอายุไม่กี่เดือน ตอนนี้ก็ยังเป็นเด็กตุ้ยนุ้ย เพราะกินเก่ง เธอเองก็ไม่อยากจำกัดเรื่องอาหารลูก เพราะวัยกำลังกินกำลังนอน แค่ขนมหวานเท่านั้นที่ต้องปริมาณไว้บ้าง เพื่อสุขภาพที่ดีก็พาเจ้าตัวป้อมออกกำลังกายประจำ ซึ่งลูกชายของเธอชื่นชอบการเตะฟุตบอลเป็นอย่างมาก เห็นตุ้ยนุ้ยแบบนี้ วิ่งเร็วมากบาลีกับธรินท์ เลยต้องเป็นคู่ซ้อมของเจ้าตัวป้อมมองเจ้าแก้มยุ้ยแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ อายุเจ็ดขวบ ทำไมต้องหล่อขนาดนี้ถึงใบหน้าจะกลม แก้มป่อง แต่ดวงตาที่หลับพริ้มไปแล้วนั้น เรียวกว้าง แพขนตายาวงอน จมูกโด่งพ้นแก้มยุ้ยอย่างเห็นได้ชัด ปากหยักสวย ผิวขาวอมชมพูอีกต่างหากจะว่าหลงรูปโฉมลูกตัวเอง บาลีก็ยอมรับ ก็แหงสิ พ่อของเจ้าตัวป้อม หล่อระดับประเทศเลยนะลูกชายจะน้อยหน้าได้อย่างไรล่ะ คิดแล้วก็หอมแก้มยุ้ยฟอดใหญ่ ก่อนปิดโคมไฟหัวเตียง แล้วเดินกลับห้องนอนตัวเองที่อยู่ติดกับห้องลูกชาย ที่เพิ่งแยกห้องนอนเมื่อเรียนชั้นประถมหนึ่ง ตามที่ตกลงกันไว้ตามประสาแม่ลูกแต่เพราะวันนี้ได้เจอคนที่ทำให้หัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่ได้เห็นหน้า คืนนี้บาลีข่มตา
ตอนนี้น้ำส้มก็ถือว่าเป็นเพื่อนร่วมกลุ่ม แม้อีกฝ่ายจะดูเป็นลูกคุณหนู แต่ก็ไม่หยิ่ง จึงทำให้คบหากันได้อย่างสบายใจ“ตกลงเป็นแฟนกับพี่อัทธ์เหรอ” ปิยดาถามน้ำส้ม ในตอนที่กินมื้อเที่ยงด้วยกันในร้านอาหารข้างมหาวิทยาลัย“ไม่ได้เป็นขนาดนั้น” น้ำส้มตอบแล้วยิ้มมุมปาก“แล้วขนาดไหน” เพราะเธอกับปิยดาเห็นน้ำส้มคุยกับหนุ่มหล่อในมหา’ ลัยอยู่หลายคน ทั้งรุ่นน้อง รุ่นพี่และรุ่นเดียวกัน เน้นคนหน้าตารูปร่างดีทั้งนั้น“ก็กิ๊กๆ กันธรรมดา”“ไม่ได้ชอบกันมากขนาดจะเป็นแฟนเหรอ”“ก็ชอบนะ แต่ฉันยังไม่อยากมีแฟนเป็นตัวเป็นตน”“ชอบมีกิ๊กหลายคนว่างั้นเถอะ”“ก็สวยเลือกได้ปะล่ะ”“จ้า แม่คนสวยเลื่องลือระบือไกล” ปิยดาประชด แต่น้ำส้มหัวเราะร่วนถูกใจในคำพูดของปิยดา“แกนี่พูดจาได้โบราณดี”“ก็ฉันอยู่กับคนแก่บ้าอ่านนิยายพีเรียดไง”“แต่เธอ ไม่หัวโบราณใช่มั้ย”“ไม่จ้า ฉันสาวรุ่นใหม่ หัวทันสมัย”“งั้นคืนนี้ไปเที่ยวผับกันดีกว่า”“ไปสิ” ปิยดารับคำทันที“ลีไปเปล่า” น้ำส้มหันมาชวนบาลีส่ายหน้า พอเห็นน้ำส้มทำหน้าเบื่อๆ ใส่ บาลีก็ยิ้มแห้ง บอกเสียงอ่อยๆ“ก็เราไม่ชอบเสียงดัง ไม่ชอบกลิ่นเหล้า กลิ่นบุหรี่”“จ้า แม่นางเอกคนดี แสนเรียบร้อย”ตั
‘อยู่ที่ไหนนะ’บาลีลืมตาขึ้นมาทั้งที่ยังงัวเงีย ขณะมองไปรอบห้องอย่างงงๆ ก่อนจำได้ว่าเป็นห้องนั่งเล่นในคอนโดฯ ของน้ำส้มนั่นเองแต่เพื่อนๆ ไปไหน ทำไมเธออยู่คนเดียว หันไปมองนาฬิกาแขวนติดผนัง“นี่มันตีสามแล้วเหรอ” บาลีพึมพำเพื่อนๆ คงกลับหมดแล้ว คงเห็นว่าเธอเผลอหลับไป ทุกคนก็เลยปล่อยให้หลับต่อในห้องนั่งเล่น เพราะนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่บาลีหลับในห้องนั่งเล่นคอนโดฯ ของน้ำส้ม ตอนทำรายงานกลุ่ม หรือวันว่างเธอกับปิยดาก็มาจอยกับน้ำส้มออกบ่อยกำลังจะเอนตัวลงนอนต่อ ก็ได้ยินเสียงครางฮือๆ จากในห้องนอน เสียงเหมือนคนฝันร้าย หรือพร่ำบ่น และแปลกว่านั้น เสียงห้าวทุ้ม ไม่ใช่เสียงหวานใสของน้ำส้มแน่นอนกลัวก็กลัว เพราะไม่รู้ว่าใคร หรือน้ำส้มพาใครมาค้างด้วย ก็อย่างที่รู้น้ำส้มเป็นสาวแซ่บ ยังไม่ได้คบหาใครอย่างจริงจัง แต่มีคนคุยอยู่หลายคน และหนึ่งในนั้นคืออัทธ์ถึงจะกลัว แต่ความอยากรู้ก็เอาชนะ บาลีค่อยๆ ย่องไปยังห้องนอนที่ปิดประตูไม่สนิท ค่อยๆ มองลอดช่องประตูเข้าไป แสงจากโคมไฟหัวเตียงทำให้เห็นร่างใหญ่ของใครบางคนนอนอยู่ใต้ผ้านวมผืนใหญ่ นอนกระสับกระส่าย ปากก็พึมพำไม่หยุด“หนาว”แค่เห็นใบหน้าคนบนเตียงชัดเจน พร้อมอ
อีกทั้งเธอกลับครางเสียงหวานแผ่ว เมื่อมือใหญ่สอดเข้ามาในชายเสื้อลูบไล้เนื้อตัว ตั้งแต่รอบเอว สีข้าง ไล่ขึ้นไปกระทั่งถึงแผ่นหลัง และถูกโอกาสปลดตะขอบราเซียร์เธออย่างเชี่ยวชาญ และมือนั้นกำลังลูบไล้มายังเบื้องหน้า“อย่า อ๊ะ” เหมือนจะช้าไป เพราะมืออุ่นนั้นแตะลงกับฐานทรวง ไล้เบาๆ ด้วยปลายนิ้ว แต่เธอกลับสะท้านตามประสาหญิงสาวที่เพิ่งแรกเริ่มสัมผัสจากเพศตรงข้ามปากที่พยายามห้ามก็ถูกครอบครองด้วยปากอุ่นผ่าวอย่างจัดเจน รับรู้ถึงความหอมหวานจากรสจุมพิตของคนที่ฝันถึงในทุกค่ำคืน ตอนนี้นอกจากไม่มีความคิดที่จะต่อต้าน บาลียังยินยอมเปิดริมฝีปากเพื่อต้อนรับเรียวลิ้นที่สอดเข้ามาซอกซอนดูดดึงลิ้นเธอให้เกิดความซาบซ่านจนร่างสะท้าน แล้วไหนจะมือใหญ่ที่ตอนนี้เคล้าคลึงอบอิ่มที่ไม่เคยถูกมือใครสัมผัสบาลีจึงสะท้านด้วยความวาบหวาม ไม่ว่าเขาจะแตะต้องตรงไหน เธอได้แต่บิดเร้าร่างอย่างรัญจวนจูบที่ดูดดื่มกำลังจะทำให้เธอหัวใจวาย แต่มือที่ร้ายกาจทำให้หัวใจเธอเต้นระทึกและซาบซ่าน“อ๊ะ” เธอครางอย่างห้ามใจไม่ไหว เมื่อปากอุ่นนั้นจูบไล้มายังมุมปาก ขณะปลายนิ้วสะกิดบนยอดอกที่เป็นตุ่มไต“หวานมาก” เสียงแหบพร่ากระซิบริมหู เมื่อเขาถอนริม
อยากเป็นเมียของเขาในค่ำคืนนี้ แม้จะเป็นเมียชั่วคืนก็ยอม กับผู้ชายที่หลงรักมานานหลายปี บาลียอมทั้งนั้น“แน่ใจนะว่าอยากโดน”“ค่ะ อยาก”“อาจจะเจ็บนะ เพราะตอนนี้พี่เริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว”“ไม่เป็นไรค่ะ ลี... คือน้อง เอ่อ ทนได้” เมื่อรู้ตัวว่าเผลอเรียกชื่อตัวเอง บาลีก็จะพยายามแทนตัวเองว่า ‘น้อง’ ที่หมายถึงคนอายุน้อยกว่า“ทนได้แน่...นะ”“ค่ะ ทนได้ เพื่อพี่อัทธ์”“งั้น พี่จะพยายามถนอมเราให้มากที่สุด” จบประโยคนั้นเขาก็ก้มลงจูบปากของเธออย่างอ่อนหวาน ขณะมือก็ลูบไล้บีบเค้นทรวงอวบของเธอไปด้วยบาลีครวญครางอยู่ไม่นาน ก็รับรู้ถึงแท่งร้อนใหญ่โตมาจ่อที่ปากทางร่องสวาทของเธอ ขณะที่บดเบียดเข้าไปในร่องฉ่ำน้ำนั้น บาลีเสียวแค่ไม่กี่นาที ก่อนร้องขึ้นด้วยความจุกและเจ็บ เมื่อแท่งร้อนนั้นแทงพรวดเข้าไปในโพรงนุ่มของเธอ ที่ตอดรัดเขาจนอีกฝ่ายกายสะท้านเช่นกันแม้จะเจ็บจุก แต่บาลีก็ไม่ร้องบ่น เขาหยุดนิ่งไปเพื่อให้เธอปรับตัว“เจ็บละสิ”“ไม่หรอกค่ะ”ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ แล้วก้มลงที่ริมขมับเธอ แล้วลากมายังลำคอ มือก็ลูบเคล้นทรวงอก ระรัวนิ้วใส่ยอดถันที่แข็งเป็นไต กายของบาลีร้อนผ่าว และร่างกายการเติมเต็มมากกว่านี้ เธอจ
ลูกชายหล่อได้พ่อ วันนี้มีงานปิดภาคเรียนของชั้นอนุบาลและประถมฯ เป็นงานสานสัมพันธ์ระหว่างนักเรียน ผู้ปกครอง และคุณครู ซึ่งในงานก็มีการแสดงของเด็กนักเรียนทุกชั้นงานเริ่มตั้งแต่แปดโมงครึ่ง ตรงกับเวลาเข้าชั้นเรียนของเด็กๆภายในงานมีออกร้านของกินกันค่อนข้างมาก โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ปกครองและบรรดาครูในโรงเรียนที่มาตั้งร้านขายอาหารและของกินเล่นหลังครูใหญ่ขึ้นเวทีทักทายผู้ปกครองในงาน การแสดงต่างๆ ของนักเรียนก็เริ่มขึ้น เริ่มตั้งแต่อนุบาลจนครบทุกห้อง บาลีก็รอชมเด็กประถมหนึ่งออกมาแสดงโชว์เต้นโคฟเวอร์บรรดาผู้ปกครองของเด็กประถม รีบไปรอถ่ายรูปหน้าเวที บาลีก็ไม่พลาดเช่นกัน แต่เพราะคนมันเยอะก็มีเบียดๆ กันบ้าง กระทั่งโดนบางคนจงใจกระแทกศอกเข้าหาจนเจ็บสีข้าง พอหันขวับไปมอง ก็ไม่แปลกใจกับสายตาหาเรื่องของรตีเพื่อนบ้าน ที่จากเพื่อนรักสมัยเด็ก กลายเป็นเพื่อนร้ายทันที เมื่อผู้ชายที่ตนเองหมายปองมาแจกขนมจีบบาลีและบาลีก็โต้ตอบด้วยการร้ายกลับ เพราะมันไม่ใช่ความผิดของเธอที่ไอ้เจ้าวัน มันมาตกหลุมรัก ใช่ว่าโปรยเสน่ห์หรือให้ความหวังก็ว่าไปอย่างเพราะฉะนั้นยัยรตี ไม่มีสิทธิ์มาจงเกลียดจงชังเธอขนาดแต่งงานมีลูกด้วยก
“ค่ะ พี่อัทธ์”“ลี มาเจอกันที่ล็อบบี้ดีกว่า ที่ร้านคนเยอะไป และเดี๋ยวจะถูกถ่ายรูปอีก”“ได้ค่ะ” เขาคงอยากคุยกับเธอเงียบๆ หรือไม่ก็ไม่อยากเป็นข่าว ซึ่งบาลีเองเข้าใจและเธอก็ไม่อยากเป็นข่าวกับเขาเช่นกัน มันจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ซุป’ ตาร์ที่กระแสคู่จิ้นอัทธ์กับเมทิตากำลังกลับมาอีกครั้งเมื่อเดินเข้ามาในล็อบบี้ กำลังมองหาคู่นัด เห็นเขานั่งอยู่มุมหนึ่ง ห่างไกลจากผู้คน กำลังจะเดินไปหา แต่ก็ถูกทักจากทางเบื้องหลังเสียก่อน“อ้าวพี่ลี มาได้ยังไงเนี่ย” บาลีหันไปมองเจ้าของเสียงห้าวทุ้ม เห็นเด็กหนุ่มตัวสูงโปร่ง กำลังส่งยิ้มกว้างให้ ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน อธิป น้องชายต่างแม่ของอัณญานั่นเอง “พี่มาหาเพื่อนน่ะ” “แต่พี่เอยยังไม่กลับมานะครับ” อธิปเอ่ยขึ้นอย่างงงๆ “ก็เพื่อนคนอื่นน่ะ” บาลีตอบ กำลังจะเอ่ยขอตัว ทว่า...“งั้นเย็นนี้กินข้าวกับผมไหม” “ไว้วันหลังแล้วกัน วันนี้พี่ไม่สะดวกจริงๆ”“ได้ครับ เชิญพี่ลีตามสบายนะครับ” “อือ ไว้เจอกัน” แล้วบาลีก็รอให้อธิปเดินไปก่อน เธอถึงมองซ้ายขวาอย่างระแวดระวัง ก่อนจะเดินตรงไปยังมุมลับสายตาที่อัทธ์นั่งอยู่ และเหมือนเขาจะมองเธออยู่ก่อนแล้ว“เจอคนรู้จักเหรอ” อัทธ์ทักขึ้นทัน
แฟนคลับกับเรื่องลับในหัวใจ เพราะนอนดึก บาลีเลยตื่นสายกว่าทุกวัน ออกมาจากห้องนอนก็เห็นลูกชายกำลังกินข้าวต้มทะเลอยู่กับป้ามอญ“นอนดึกเหรอ” ป้ามอญถาม เพราะนานๆ ทีที่บาลีจะตื่นสายกว่าลูกชาย“ไอ้ดินอีกคน ถ้าจะนอนดึก ป่านนี้ยังไม่โผล่หัวมากินข้าวเช้า”“มาแล้วครับ” คนที่ถึงพาดพิงเดินเข้ามาในบ้านพอดี สีหน้ายังเหมือนคนอดนอน เพราะใต้ตาคล้ำ เขาเดินเข้าไปในครัวตักข้าวต้มใส่จานให้ตัวเอง แล้ววางบนโต๊ะ นั่งข้างๆ บาลี “มัวแต่คุยกับสาวจนนอนดึกดื่น” ป้ามอญบ่น มองค้อนหลานชาย “เปล่าคุย”“แล้วนอนดึกทำไม” “ดูซีรีส์ แล้วลุงปราบล่ะ”“ยังไม่ตื่น” “เมื่อคืนท่าจะนอนดึกนะ” “นอนเช้าต่างหาก” ป้ามอญตอบทำหน้าเบื่อหน่าย “โห ลุงปราบล้ำหน้าผมแล้วนะเนี่ย เมื่อคืนท่าจะหนัก”“หนักไม่หนักก็ไอ้แก้วเป็นคนแบกกลับบ้าน” คืนวันเสาร์ของสามี มักจะไปหาเพื่อนๆ ละแวกเดียวกัน คุยดื่มไปตามเรื่อง ถ้าไม่กลับดึกก็กลับเช้าเป็นเรื่องปกติ “พี่ดิน รู้หรือยัง เดือนหน้าเอยจะกลับมาอยู่บ้านแล้วนะ” บาลีหันไปชวนธรินท์คุย“ไม่รู้” ธรินท์บอกสีหน้าเรียบเฉย“เอยยังโสดนะพี่”“แล้วไง” ธรินท์ย้อนถาม สีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิม“พี่น่าจะกลับไปคุยกับเ
[ขอโทษด้วยนะ รู้สึกภาพของพวกเราวันนั้นจะถูกปล่อยไปทั่วทวิตเตอร์แล้ว โดยเฉพาะเพื่อนของลี ที่เป็นข่าวกับพี่น่ะ] เขาบอกเสียงกังวล ก่อนจะพูดกลั้วเสียงหัวเราะ [พี่เหมือนจะจีบเพื่อนเราหรือไง]“แล้วพี่คิดจะจีบใครล่ะ” ถามออกไปแล้วใจก็เต้นระรัว เห็นเขานิ่งไป บาลีก็อยากตบปากตัวเอง[ยังคิดๆ อยู่ ว่าควรจีบดีไหม] “ควรไม่ควร คือ...” ถามขนาดนี้แล้ว ก็อยากรู้ต่อไป เพราะจู่ๆ เขาเดินมาขอเบอร์ บอกเลยบาลีรู้สึกเหมือนถูกเติมด้วยความหวัง หลังจากที่เติมความฝันให้ตัวเองมาตลอดหลายปี[ไม่รู้คนที่อยากจีบคบใครอยู่หรือเปล่า แต่งงานหรือยัง]“ถ้าเป็นพิม แต่งแล้ว มีลูกแล้วค่ะ” บาลีบอกกลั้วเสียงหัวเราะ[แกล้งพี่เหรอ ฮือ ก็รู้นี่ว่าพี่หมายถึงใคร]พอได้ยินแบบนั้นแล้ว หัวใจบาลีพองโต ยิ้มกับโทรศัพท์ และเกือบจะกรี๊ดออกมาด้วยซ้ำ [ว่ายังไง...มีใครอยู่หรือเปล่า] เขาถามย้ำอีกครั้งด้วยเสียงทุ้มนุ่ม“ลีไม่มีใครค่ะ ไม่มีแฟน ไม่มีสามี แต่มี...” เธอนิ่งไป กำลังคิดว่าควรบอกเขาไหม ว่าสถานะเธอนั้นคือเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว[แต่มีลูกใช่ไหม]“พี่อัทธ์รู้ได้ไงคะ!” หรือว่ารู้แล้วว่าน้องอิฐเป็นลูกของเธอ งั้นเขาก็...[ไอ้นนท์บอกว่าเคยเห็นตอ
คำพูดนั้นของเพื่อนทำให้หัวใจบาลียิ่งเต้นแรง อยากหันไปดูว่าจริงหรือเปล่า แต่ก็ไม่กล้า“เฮ้ยๆ เขาเดินมาที่โต๊ะเรา!” พิมพาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“จริงเหรอ!” บาลีหันขวับไปมอง เห็นอัทธ์เดินมาจริงๆ มายืนตรงหน้าเธอเสียด้วย“เหมือนเราจะรู้จักกันหรือเปล่า” คำทักทายเรียบง่ายนั้นมาพร้อมกับรอยยิ้ม นอกจากทำให้พิมพาอ้าปากค้าง คนอื่นๆ ที่อยู่ในร้านก็หันมามองอย่างสนใจ แถมมีคนถ่ายรูปรัวๆ อีก “เออ...คือ...” บาลีถึงกับติดอ่างขึ้นมาทันที“ท่าทางจะไม่สะดวกคุยสินะ” เขารู้จากนนท์มานานแล้วว่าบ้านเกิดของบาลีอยู่ในจังหวัดนี้ แต่ไม่คิดว่าโลกจะกลมขนาดนี้ “งั้นเอาเบอร์มา” เขายื่นโทรศัพท์มาตรงหน้า แต่บาลียังมึนงง นั่งนิ่ง พิมพาเลยถือโอกาสหยิบมือถือจากมืออัทธ์ แล้วกดเบอร์โทร. บาลี พร้อมกับยิงไปที่เครื่องบาลีสรรพเสร็จ แล้วยื่นโทรศัพท์คืนอัทธ์“ขอบคุณครับ” อัทธ์ยิ้มให้พิมพา แล้วหันไปยังหน้าช็อกๆ ของบาลี ทั้งดูน่าขันและน่ารักในสายตาของเขา“แล้วจะโทร. ไปนะ” แล้วอัทธ์ก็เดินออกจากคาเฟ่ไปทันที“เฮ้ย ยัยลี นี่หมายความว่ายังไง ทำไมพี่เขา...”“อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้ กลับกันก่อนเถอะ ป่านนี้เด็กๆ เลิกเตะบอลแล้ว”“เออ
เจอกันอย่างไม่คาดคิด ก่อนกลับมาที่ไร่บาลีกับอัณญาพาน้องอิฐไปเที่ยวทะเลที่กระบี่สามวัน แล้วกลับมาเพื่อเตรียมตัวจะถ่ายละครที่กำลังจะเปิดกล้องสัปดาห์หน้า ในวันที่จะกลับมานั้นอัณญาดันตัดสินใจบอกว่าจะลาออกจากงาน เพื่อกลับมาช่วยครอบครัวดูแลธุรกิจโรงแรม เพราะบิดาเจ้าตัวอยากเกษียณ ส่วนน้องชายต่างแม่นั้นก็ยังเรียนไม่จบมหาวิทยาลัย บาลีดีใจที่เพื่อนรักจะได้กลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิด ในเมื่ออีกฝ่ายเชียร์ให้เธอหาทางพิชิตใจซุป’ ตาร์ บาลีก็จะเชียร์ให้อัณญากลับมารักกับธรินท์อีกครั้ง ซึ่งหลังจากอกหักมาจนถึงตอนนี้ ธรินท์ก็ยังไม่ได้จีบใครจริงจังวันนี้ตอนบ่ายแดดร่มลมตก บาลีนั่งดูลูกชายเตะบอลกับธรินท์และเด็กชายเตเต้ที่สนามข้างบ้าน กระทั่งพิมพาเดินมาหา“ไปหาขนมกินกันดีกว่า”“ที่ไหนล่ะ ที่บ้านก็มีขนมสอดไส้ ป้ามอญทำไว้เมื่อเช้า”“อยากกินขนมคาเฟ่น่ะ ไปเถอะ ใกล้ๆ นี่แหละ” “ไปก็ไป” จากนั้นบาลีก็ตะโกนบอกคนที่เตะบอลอยู่ว่าไปคาเฟ่ แล้วก็เดินเคียงข้างพิมพาไปขึ้นรถคาเฟ่ที่รตีพามานั่นอยู่ในโรงแรมครอบครัวของอัณญานั่นเอง ชื่อโรงแรมว่าขุนเขา ทิวทัศน์สวย โอบล้อมด้วยขุนเขา ซึ่งไม่ต่างจากพื้นที่อื่นๆ ในหมู่บ้าน แต่โรง
“น้องอิฐครับ นี่พี่อัทธ์ คนที่จะเล่นเป็นพ่อของเราในเรื่อง อัทธ์นี่น้องอิฐ” วีราวรรณแนะนำทั้งสองให้รู้จักกัน “สวัสดีครับ”เด็กชายอิฐยกมือไหว้พร้อมกับส่งยิ้มตาสระอิให้พระเอกหนุ่ม ซึ่งเขาก็ยกมือรับไหว้ แล้วสิ่งยิ้มกลับ พร้อมกับเดินไปหา “ยินดีที่ได้รู้จักนะ” “ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ” เด็กชายพูด แน่นอนเขาถูกแม่กับน้าเอยสอนมาอย่างดีว่าต้องพูดอย่างไรกับผู้ใหญ่ที่จะต้องร่วมงานด้วย “ได้สิ อือ อาก็ต้องฝากเนื้อฝากตัวด้วยเช่นกัน” อัทธ์เรียกตัวเองว่าอา เพราะด้วยวัยสามสิบสาม ก็ดูจะเหมาะแล้วทั้งสองก็จับมือกัน วีราวรรณเลยให้ทั้งสองนั่งใกล้ๆ กัน จากนั้นวีราวรรณก็ให้นักแสดงก็แนะนำตัวเองว่ารับบทอะไรในเรื่อง ต่อด้วยการอ่านบท ที่เป็นฉากเปิดของตัวละครนั้นๆ กระทั่งถึงคิวของเด็กชายอิฐ เด็กชายที่ถูกแม่กับน้าเอยเทรนด์มาอย่างดี ก็ท่องบทได้อย่างคล่องแคล่ว แถมทำสีหน้าท่าทางประกอบ จนเรียกเสียงปรบมือจากทีมงานและนักแสดงคนอื่นๆ“สมกับที่น้าเอยคุยไว้เลย ว่าน้องอิฐนี่ได้รับรางวัลนักแสดงงานโรงเรียนดีเด่นมาตั้งแต่ชั้นอนุบาลเลยนะ” วีราวรรณเอ่ยชมจากใจ อัทธ์ได้ยินชื่อ ‘น้าเอย’ ก็นึกสงสาร ว่าใช่แม่ของอิฐไหม แต่ทำไมเร
“ตัดสินใจแล้วนะว่าจะไม่ไป” อัณญาหันไปถามอีกครั้ง ขณะที่เด็กชายอิฐนั้นขึ้นไปนั่งบนรถเรียบร้อย โบกมือให้แม่ตัวเองด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม บาลีโบกมือให้ลูกพร้อมส่งยิ้มกว้าง แล้วหันไปบอกอัณญา ครั้งที่ร้อยว่า“เออ ไม่ไป เซ้าซี้อยู่ได้” แล้วเธอก็ดันหลังเพื่อนรักให้เข้าไปในรถ รอกระทั่งอีกฝ่ายเคลื่อนรถออกจากลานจอดรถของคอนโดเรียบร้อย บาลีจึงเดินกลับไปยังห้องพัก จะว่าไม่ทำหน้าที่แม่ให้เต็มที่ หรือขี้ขลาดที่จะเผชิญหน้ากับพ่อของลูก บาลีก็ยอมรับว่ายังไม่พร้อมที่จะเจอหน้าอัทธ์ในตอนนี้จริงๆ ขอเตรียมใจก่อน เพราะไม่คิดว่าชีวิตจะเกิดเหตุการณ์ฉุกละหุกที่จะได้มาเจอหน้ากันจังๆ แบบไม่ใช่เจอแบบติ่งอย่างที่ผ่านมา ที่มองเขาจากที่ไกลๆ จู่ๆ น้องอิฐจะได้ร่วมงานกับเขา แถมยังรับบทเป็นลูกของอีกฝ่ายอีก โอ๊ย มันเหลือเชื่อเกินฝันไปมาก แต่มันก็เป็นความจริงที่บาลีรู้สึกทั้งตื่นเต้นและตื่นตระหนกปะปนกันไปหมด เพราะฉะนั้นในวันที่น้องอิฐต้องไปเจอทีมงานและนักแสดงคนอื่นๆ ในวันนี้ บาลีจึงมอบหมายหน้าที่นั้นให้กับอัณญาไปจัดการ เพราะไหนๆ ก็เป็นตัวตั้งตัวตีในเรื่องนี้แล้ว ก็รับมือไปก่อนส่วนเธอขอนั่งและนอนทำใจอยู่ที่ห้อง ไว้วันที่เ
ความหล่อที่กินกันไม่ลง “เฮ้ยอัทธ์ มันบังเอิญหรือโชคชะตาก็ไม่รู้”“อะไรอีกล่ะ” วันนี้อัทธ์เข้ามาในออฟฟิศของบริษัทผลิตละครของวีราวรรณ หลังจากวันนี้เขาไปถ่ายแบบให้นิตยสารเล่มหนึ่ง ซึ่งเป็นเหตุให้เขาไม่ได้เข้ามาดูการแคสต์บทลูกชายในละครเรื่องไร่แสนเสน่หา “ก็คุณแม่ของน้องอิฐน่ะสิ เป็นแฟนคลับของอัทธ์ บอกว่าตอนท้อง เอารูปของอัทธ์ติดผนังห้องนอน มองดูรูปอัทธ์และภาวนาว่าขอให้ลูกชายในท้องหล่อเหมือนอัทธ์ไง แล้วดูสิ หน้าเหมือนอัทธ์เดะเลย” วีราวรรณส่งคลิปการแคสต์งานให้เขาดู ยอมรับว่าเด็กมีแววกับงานแสดง แถมยังจำบทเก่งด้วย สีหน้าอารมณ์อาจจะยังทำไม่ได้เต็มร้อย แต่ดูแล้วว่าสามารถฝึกและพัฒนาต่อไปได้ วีราวรรณคงมองออกว่าเด็กคนนี้มีอนาคตแน่นอน จึงให้ผ่านการแคสติ้งอย่างไม่ลังเล“น้องอายุเท่าไรนะ” เรื่องทำนองมนุษย์แม่ที่เริ่มตั้งครรภ์ เพื่อจะให้ลูกหน้าเหมือนศิลปินชื่นชอบ แล้วนั่งมองภาพศิลปินแล้วอธิษฐานนั้น ใช่ว่าจะไม่เคยได้ยิน แต่ไม่คิดว่าเด็กชายอิฐจะมาเหมือนเขาขนาดนี้ “เจ็ดขวบเอง กำลังจะขึ้นปอสอง ตอนแรกนึกว่าแปดเก้าขวบนะ เพราะน้องตัวใหญ่กว่าอายุจริง เออรู้ไหม มีเรื่องให้เหลือเชื่ออีกเรื่อง”“เรื่องไรอี
“ใช่ ไม่เคยติดต่อ และจริงๆ ฉันกับพี่เขาก็ไม่เคยมีการพูดคุยหรือติดต่ออะไรกันอยู่แล้ว” อัทธ์ก็เหมือนอยู่อีกโลกสำหรับเธอ ตอนเธอเข้าปีหนึ่ง เขาเรียนปีสุดท้าย ก่อนไปเรียนต่อเมืองนอก“แล้วแกกับน้ำส้มล่ะ ยังคุยกันอยู่ไหม”“หลังจากวันนั้น ฉันไม่ได้ติดต่อน้ำส้ม หรือเพื่อนสมัยเรียนมหา’ ลัยเลย ไม่ได้เล่นโซเชียลฯ ด้วย แกก็รู้” “ทีนี้ฉันรู้แล้วว่าแกไม่เล่นโซเชียลฯ เพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่ามีลูกแล้ว”“ไม่ขนาดนั้น แต่ก็ไม่อยากให้คนที่เคยเรียนมหา’ ลัยด้วยกัน เห็นหน้าน้องอิฐเท่านั้น” “กลัวเขารู้ว่าน้องอิฐหน้าเหมือนพี่อัทธ์”“ก็มีบ้าง” โดยเฉพาะน้ำส้ม ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายพอจะระแคะระคายคืนนั้นไหม เพราะสภาพเตียงนอนก็ไม่ต่างจากสมรภูมิย่อยๆ ถึงเธอจะไม่ได้เล่นโซเชียลฯ แต่ยอมรับว่าแอบส่องน้ำส้มด้วยแอคหลุมทางอินสตาแกรม เห็นอีกฝ่ายใช้ชีวิตเมืองนอกอย่างสุขสบาย มีคู่หมั้นเป็นนักธุรกิจชาวอเมริกันที่แสนร่ำรวย น้ำส้มอวดชีวิตอยู่ดีกินดีจนเพื่อนๆ หลายคนมาคอมเมนต์ชื่นชมปนอิจฉา ส่วนเธอก็ได้แต่รู้สึกผิดต่ออีกฝ่ายในคืนนั้น ไม่กล้าเสนอหน้าไปทักทายหรือติดต่อน้ำส้มอีก แม้น้ำส้มกับอัทธ์จะไม่ได้คบหาเป็นแฟนกัน แต่ในตอนนั้นอัทธ์ก