หลังจากนั่งคุยเล่นกับเพื่อนไปสักพักทุกคนก็แยกย้ายกันกลับ พลอยเจนเองก็ขับรถกลับบ้านมาด้วยความเหนื่อยเพลีย
“ สงสัยจะได้หยุดปิดร้านสัก 2-3 วันไหมเนี่ย ทำไมช่วงนี้เหนื่อยง่ายจัง “ ขายาวก้าวลงจากรถเพื่อไปเปิดประตู เนื่องจากเธอกลับบ้านดึกแบบนี้ทุกวัน เลยไม่ได้ให้แม่บ้านรอเปิดประตูให้ “ โอ้ย อ้วก “ เมื่อเดินมาจนจะถึงประตู หญิงสาวก็รู้สึกพะอืดพะอม รีบก้มลงไปอ้วกที่มุมรั้ว แต่เมื่อเธออ้วกเสร็จเงยหน้าขึ้นกับหน้ามืดเซถอยหลัง วินาทีนั้นพลอยเจนตกใจมากเพราะกลัวจะทำตัวเองล้มหัวฟาด แต่เธอก็ยังโชคดีที่มีร่างใหญ่ของบางคนซึ่งยืนซ้อนอยู่ด้านหลังของเธอนานแล้ว หญิงสาวจึงได้ล้มลงไปใส่อกของเขา “ อาเจต! “ เจระวีตาเหลือกโผนเมื่อเงยหน้ามองแล้วเห็นว่าเป็นใคร เธอรีบดีดตัวออกจากเขา แต่กลายเป็นว่าหน้ามืดรีบรอบ ทำให้จิรกิตติ์ต้องรีบกอดเอวเธอเอาไว้ “ อยู่เฉยๆ สิ เดี๋ยวก็ล้มหัวฟาดหรอก นี่ดื่มเมามาเหรอ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ตัวก็ไม่ได้มีกลิ่นเหล้านี่ “ คนพูดสูดดมไปตามซอกคอและต้นแขนของคนตรงหน้า “ คนทะลึ่ง อย่ามาทำแบบนี้นะ “ เธอเอียงหน้าไปดุเขา “ ทำไม ทำเยอะกว่านี้ก็เคยมาแล้วนี่ “ ใบหน้าโกรธปรากฏขึ้นมาบนหน้าสวยทันตา “ เจนบอกแล้วไง ว่าให้คุณลืมๆ มันไปซะ จะเอามาพูดอีกทำไมห้ะ “ เธอต่อว่าคนแก่ที่กอดเธออยู่ด้วยเสียงดุ แต่เขาก็หาได้แคร์ไม่ “ แต่อาไม่อยากลืม จะมาบังคับกันทำไม แล้วนี่ เราไม่เป็นอะไรแล้วใช่มั้ย ยังจะล้มอยู่อีกหรือเปล่า ไม่สบายเหรอ “ เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาข้างหูหญิงสาว จนคนฟังเริ่มหัวเสีย เพราะตลอดเวลาหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา เขาคอยมาตอแยเธอ และถามแต่คำถามแบบนี้ตลอด เมื่อรับรู้ได้ว่าตัวเธอสามารถยืนเองได้แล้ว มือเล็กก็แกะแขนใหญ่ที่รัดรอบเอวของเธอออก พร้อมหันไปจ้องหน้าคนข้างหลัง “ เจนไม่มีทางเป็นอะไรไปหรอก ถ้าการที่คุณคิดว่า ที่เจนมีอะไรกับคุณแค่คืนเดียว แล้วมันจะมีอะไรเกิดขึ้น “ หญิงสาวยิ้มมุมปาก “ ฝันไปเถอะ! ไอ้แก่อย่างคุณคงจะไม่ได้มีน้ำยาขนาดนั้นหรอกนะ “ “ อ้าว “ จิรกิตติ์ได้แต่ยืนอ้าปากค้างที่โดนหลานสาวกล่าวหาเช่นนั้น เขาเพิ่งจะ 45 นะไม่ใช่ 75 สักหน่อย “ เพราะฉะนั้นแก่ก็อยู่ส่วนแก่นะคะ อย่ามายุ่ง ! “ ที่พลอยเจนพูดออกมาแบบนั้นเพราะหวังอยากให้เขาเลิกยุ่งวุ่นวายกับเธอ จิรกิตติ์ก็ทำได้เพียงถอนหายใจแรงแล้วจ้องมองหญิงสาวขับรถเข้าบ้านไป “ เจน..” ตอนเธอเดินกลับมาปิดประตูรั้วเขาก็พยายามจะเรียกชื่อเธอ แต่หญิงสาวก็ทำเป็นไม่สนใจไม่แม้แต่จะมองหน้า “ แก่แล้วยังไง แก่แล้วแต่หน้าตายังดีอยู่ สาวก็ยังติดตรึม หุ่นก็ออกจะมาดแมน ชิ! “ คนแก่จึงทำได้เพียงบ่นมองหลังไวๆ ของหญิงสาวเดินเข้าไปในบ้าน เช้าวันต่อมาบนโต๊ะกินข้าวของบ้านรุณรวี ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะกินข้าว มองทอดขึ้นไปบนชั้นสองเมื่อไม่เห็นใครอีกคนลงมาเสียที “ แล้วลูกล่ะ “ พอเห็นเมียเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะ เขาก็จึงรีบถามหาลูกสาวคนเดียวของเขา “ สงสัยจะยังไม่ตื่นมั้ง เมื่อคืนน่าจะกลับดึกนะคะ “ เมื่อได้ยินเช่นนั้น แสงรวีก็ไม่ชอบใจเขารีบหันไปหาแม่บ้านสาว “ การ์ตูนไปตามเจนลงมาสิ จะนอนอยู่หรือว่าเพิ่งจะตื่นก็ลากลงมาให้ได้นะ “ จ๊ะจ๋าได้ยินแบบนั้นเธอก็ถอนหายใจแรง “ คุณคะ ลูกกลับมาดึกจะตื่นสายก็ปล่อยไปเถอะนะคะ ลูกจะได้พักผ่อนเต็มอิ่ม “ คนเป็นแม่ที่เข้าใจในตัวลูกสาวดี พยายามพูดกล่อมสามีเจ้าระเบียบของเธอ แต่เขากลับไม่ฟัง “ ไม่ได้ ก็เพราะว่าคุณตามใจลูกแบบนี้ไง ลูกมันถึงได้ดื้อ พูดไม่ฟัง “ “ พ่อรอเจนอยู่เหรอคะ “ ทั้งสองรีบหันไปจ้องคนมาใหม่ หญิงสาวเดินมานั่งข้างคนเป็นแม่ที่โต๊ะ มือเล็กจับแก้วนมอุ่นๆ ที่วางอยู่ขึ้นมาจิบ “ มีแฟนหรือยังเจน ““ มีแฟนหรือยังเจน “ คำถามที่คนเป็นพ่อถามทำให้หญิงสาวสำลักนม “ เจน ..” จ๊ะจ๋าจึงได้รีบหยิบทิชชู่ส่งให้แก่ลูก ได้เช็ดหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำนมออก “ ทำไมพ่อถึงได้ถามแบบนี้คะ “ แสงรวีคิ้วชนกันเมื่อลูกตอบกลับมา เพราะเขาไม่ได้ถามคำถามนี้ครั้งแรก “ ก็ลูก 30 แล้วนะเจนควรจะแต่งงานมีครอบครัวได้แล้ว คบใครอยู่ห๊ะ บอกพ่อมาสิ ใช่หนึ่งในสองคนเพื่อนลูกหรือเปล่า “ แสงรวีถามขึ้นมาอย่างมีความหวังเพราะคิดเอาเองว่าลูกอาจจะแอบคบใครอยู่แต่แค่ไม่กล้าบอกตน “ ถ้าเป็นสองคนนั่นพ่อไม่ติดหรอกนะ คนไหนก็ได้ แต่ขอแค่รีบมาขอรีบแต่งเสียที “ พลอยเจนรีบส่ายหน้าอย่างรับไม่ได้ “ โอ้ยพ่อ ไม่ค่ะ “ “ อ้าว ไม่ใช่สองคนนั้นเหรอ แล้วใครล่ะ พ่อเห็นผู้ชายที่พัวพันในชีวิตลูกส่วนมากก็มีแค่สามคนนั้นไม่ใช่หรือ หนึ่งเดียวก็แต่งงานไปแล้ว ก็เหลือไนยะกับโอมไม่ใช่เหรอ “ ตัวเขาเองเพิ่งจะกลับมาจากทำธุรกิจต่างแดน จึงไม่ทันได้รู้เรื่องคุณหมอไนที่เพิ่งจะแต่งงานไป “ ไม่เหลือสักคนแล้วค่ะพ่อ ไนเพิ่งจะแต่งงานไปเมื่ออาทิตย์ก่อน คุณแม่ก็ไปด้วยนี่ ไม่ได้เล่าให้กันฟังหรือคะ “ แสงรวีมองหน้าเมียที่กำลังพยักหน้าให้เขา “ เหรอ พ่อก็ไม่
“ เป็นยังไงแล้ว ไม่สบายตรงไหนไปหาหมอไหม “ คนเป็นพ่อที่เห็นว่าสองแม่ลูกหายกันมานานจึงได้เดินมาหา “ แล้วนี่เป็นอะไรกัน ร้องไห้เหรอ? “ ชายแก่จ้องหน้าลูกเมียด้วยความสงสัย “ กลับไปที่โต๊ะเถอะค่ะคุณ ลูกมีอะไรจะบอก “ จ๊ะจ๋าหันไปพูดกับสามีทำเอาลูกสาวตกใจ “ แม่คะ…” “ บอกพ่อไปเถอะลูก เชื่อแม่สิ “ เมื่อเป็นแบบนั้นทั้งสามจึงเดินกลับมาที่โต๊ะกินข้าว พลอยเจนยืนอ้ำอึ้งไม่ยอมนั่งลง “ อ้าว ทำไมไม่นั่งล่ะ ไหนบอกว่ามีอะไรจะบอกพ่อไง “ “ เจนว่า ยืนเอาก็ได้ค่ะ “ “ พูดอย่างกับจะไม่กินข้าว “ แสงรวีหัวเราะในลำคอเบาๆ แต่พอเห็นสีหน้าลูกเมียที่เหมือนจะไม่เล่นด้วยเขาจึงเงียบแล้วกลับสู่โหมดจริงจัง “ ไหน มีอะไรก็ว่ามา “ เขาถามลูกสาว มือก็คีบเครื่องเคียงบนโต๊ะจะเอาเข้าปาก “ เจนท้อง “ แสงรวีหยุดชะงัก รีบวางตะเกียบลงเสียงดัง “ อ้าว ไหนว่าไม่มีแฟนไง เจน!! “ คนเป็นพ่อลุกขึ้นตะคอกเสียงดัง “ มันหมายความว่ายังไงหะ “ พลอยเจนจ้องไปที่พ่อด้วยท่าทีสั่นกลัว “ เจนขอโทษ “ “ ขอโทษ? หมายความว่ายังไง! จะบอกว่าเด็กในท้องไม่มีพ่องั้นเหรอ! “ คนฟังน้ำตานองหน้า ถ้าเธอบอกไปว่าเป็นเขา พ่อต้องโกรธมาก พ่อจะไม
“ ก็หลานสาวสุดที่รักของแกไงเจต มันท้อง! “ จิรกิตติ์นิ่งอึ้งรีบหันไปจ้องหน้าหญิงสาว พลอยเจนที่กำลังจ้องเขาอยู่เช่นกันจึงรีบหลบหน้า “ มันไม่ยอมบอกว่าพ่อของลูกในท้องมันเป็นใคร! พี่ก็จะตีมันให้ตายคามือเลย หลีก“ แสงรวีผลักรุ่นน้องของเขาออก แล้วเตรียมฟาดไม้ใส่หลังลูกสาว เจตจึงรีบเข้ามาขวางไว้อีกครั้ง “ อย่า!! ในท้องเจนคือลูกผมเอง!! “ คนในบ้านเงียบไป แสงรวีจ้องมายังคนที่เขารักดั่งน้องชายด้วยแววตาผิดหวัง “ แกว่าอะไรนะ!! “ แสงรวีฟาดคันเบ็ดใส่เจตไปเต็มแรง “ ไหนแกบอกว่าหักห้ามใจได้แล้วไง ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ไปได้! ไอ้น้องเลว! “ “ ผมขอโทษพี่แสง จะตีจะฆ่ายังไงก็ได้ แต่ขอให้ทำผม อย่าทำเจนเลย ผมขอ “ “ ฮือ “ แสงรวีโมโหจัด ฟาดคันเบ็ดใส่จิรกิตติ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยความโมโห จนพลอยเจนทนมองไม่ได้ต้องรีบเข้ามาห้าม “ พ่ออย่านะคะ อย่า อาเจตไม่ได้ผิด เพราะถ้าคืนนั้นไม่ใช่เขาเจนก็คงไปทำกับคนอื่นอยู่ดี “ จิรกิตติ์ถึงกับหน้าซึม ไม่ใช่เพราะโดนตีแต่เขาเจ็บในสิ่งที่หญิงสาวพูด “ ทำไมทำตัวแบบนี้ห๊ะ!! แล้วนี่จะเอายังไงกัน “ “ เจนจะเอาเด็กออก “ “ ไม่ได้นะเจน! “ ทั้งแม่และเจตรีบร้องประสานเสียง
“ ถ้าแม่บอกว่าเขามีเหตุผล งั้นแม่ก็บอกเหตุผลของเขามาให้เจนรู้ได้มั้ยล่ะ “ พูดจบเจระวีก็กอดอกหันหน้าหนีไปทางอื่น “ ไว้เจน ไปถามอาเจตเอาเองเถอะลูก “ จ๊ะจ๋าก้มหน้าคอตก ไม่รู้จะพูดยังไงให้ลูกสาวเข้าใจ ก่อนจะมีมือใหญ่ยื่นมาสะกิดบนบ่าเธอ จ๊ะจ๋าหันไปจ้องก็เห็นว่าเป็นจิรกิตติ์ “ ขอผมคุยกับเจนเองนะครับ “ คนฟังพยักหน้าแล้วเดินออกไปปล่อยให้ทั้งคู่อยู่กันตามลำพัง “ ทำไมเจนถึงไม่อยากจะแต่งงานกับอา “ คนที่ยืนหันหลังให้อยู่สะดุ้งแล้วรีบหันมามองต้นเสียง “ ถามแปลก คนไม่ได้รักใครจะอยากแต่งด้วยล่ะ หรือคุณอาอยากเหรอคะ “ เธอถามเขากลับอย่างประชดประชัน เมื่อเขาตอบกลับเท่านั้นเล่นเอาเธออึ้ง “ อยากสิ “ เธอกำลังจะเคลิ้มแต่เขากลับเฉลยเหตุผลเสียก่อน หญิงสาวถึงกับเบี่ยงหน้าหนี “ เพราะอาอยากให้ลูกของอาได้ลืมตาดูโลก “ คนพูดจ้องหน้าหญิงสาวอย่างจับพิรุธ แต่เมื่อเห็นเธอเอาแต่เงียบ เขาจึงถามเธอขึ้น “ เจน คิดจะทำร้ายลูกจริงๆ เหรอ นั่นลูกของเจนเลยนะ “ คนสองใจที่กำลังลังเลเรื่องจะเก็บเด็กไว้ หรือ เอาออกก็เริ่มคิดได้ “ แต่เจนไม่อยากแต่งงาน แล้วพ่อก็ต้องไม่ยอมแน่ถ้าจะให้เจนท้องโตโดยไม่จัดงานแต่ง “ ถึงอย่างนั
“ เจนยอมแต่งครับ “ “ ห๊ะ! แล้วไปพูดท่าไหนเนี้ย ปกติเห็นเจนตั้งท่าจะเกลียดแกยิ่งกว่าอะไรดี “ แสงรวีที่ตกใจรีบหลุดปากถาม เจตจึงมีเพียงส่งยิ้มอ่อนให้ “ เอาเป็นว่าตามนั้นแหละครับพี่แสง ไว้เย็นนี้เราค่อยมาคุยกันใหม่ ผมต้องไปบริษัท “ “ ไม่กินข้าวเช้าด้วยกันก่อนเหรอ “ จ๊ะจ๋าชักชวน คนฟังก็รีบส่ายหน้า “ ไม่เป็นไรผมทานมาแล้ว ไปนะครับ “ ลาทั้งคู่เสร็จเขาจึงเดินออกไป ทำให้สองผัวเมียที่ยังอยู่หันมาจ้องหน้าแล้วคุยกันถึงเรื่องของทั้งสอง “ คุณคิดว่าเจนคือพราวมาเกิดใหม่จริงมั้ยคะ “ คนที่ไม่ค่อยจะเชื่อเรื่องแบบนี้เหลือบมองเมียของเขา ตอนได้ยินในสิ่งที่เธอถาม “ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน “ “ แต่ฉันเริ่มจะเชื่อขึ้นมาแล้วนะคะ พราวอาจจะกลับมาหาเจตจริงๆ ก็ได้ “ แสงรวีถอนหายใจแรงแล้วหันมาพูดกับเมียน้ำเสียงเด็ดขาด “ จะยังไงก็ช่าง แต่ตอนนี้ลูกของเราคือเจน ไม่ใช่พราว แล้วก็หวังว่าเจตจะเห็นเจนเป็นพลอยเจนเหมือนกัน ผมไม่อยากให้ลูกต้องเสียใจ “ จ๊ะจ๋าได้ฟังเช่นนั้นก็พยักหน้าเข้าใจ “ อือ จริงด้วยค่ะ ลูกของเราไม่ใช่ตัวแทนของใครสักหน่อย “ เจระวีคาเฟ่ พลอยเจนที่กำลังช่วยพนักงานจัดโต๊ะอยู่ รีบหยิบมือถือท
“ เจนไปไหนแล้วล่ะ “ จิรกิตติ์ทำการเก็บจานชามในห้องเสร็จ เดินออกมาก็ไม่เห็นหลานสาวตัวแสบแล้ว เขาจึงหันไปถามกับน้องพนักงาน “ มุกเห็นพี่เจนขับรถออกไปนานแล้วค่ะ แต่ไม่รู้ว่าไปไหนเหมือนกัน พอดีมุกไม่ได้ถามไว้ “ เมื่อได้ยินแบบนั้นคนถามก็พยักหน้าเข้าใจ เจนไปทำอะไรที่ไหนอีกนะ เขาเริ่มจะกังวลแล้วสิ อพาร์ทเม้นท์ แห่งหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากเจระวีคาเฟ่เท่าไหร่นักในห้อง 305 มีร่างของพลอยเจนนั่งอยู่บนเตียง ในมือถือโทรศัพท์ต่อสายหาแฟนสาวที่กำลังจะได้กลายเป็นแค่พี่น้อง [“ ฮัลโหล พี่เจนในที่สุดพี่ก็โทรมา คิตตี้คิดว่าพี่เทคิตตี้ไปแล้ว “] ปลายสายตอบกลับเธอมาด้วยน้ำเสียงร่าเริงตื่นเต้น “ มาหาหน่อย มีเรื่องจะคุยด้วย ตอนนี้รออยู่ที่ห้องของเรา “ พูดจบเธอก็ตัดสาย เธอไม่อยากจะให้ความสัมพันธ์นี้ไปต่อแล้ว ในเมื่อคนรักไม่ซื่อสัตย์ ก็ควรจะจบ เพราะเรื่องที่เธอเป็นอยู่ตอนนี้คงไม่สามารถทำให้ความสัมพันธ์ของเธอกับหญิงสาวได้เคลียร์ใจแล้วไปต่อได้อีก มือบางยกขึ้นปาดน้ำตาน้อยๆ ที่หยดลงมาบนใบหน้า บ้านรุณรวี “ คุณเจตมาหรือยังตูน “ จ๊ะจ๋าที่กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัวถามกับแม่บ้านที่เพิ่งเดินออกไปจัดโต๊ะอาหารที่ห้องกิ
“ เมื่อไหร่เจนจะกลับมาเนี้ย “ คนเป็นแม่บ่นหลังจากเอาอาหารมาตั้งโต๊ะหมดแล้วยังไม่เห็นหน้าลูกสาวโผล่มา “ เถลไถลแต่เล็กจนโตจริงๆ ลูกสาวคนนี้ “ แสงรวีเห็นอาการกระวนกระวายของเมียก็รีบร้องปราม “ อย่าไปรอเลย สงสัยคงไม่มาแล้วแหละ มากินข้าวกันเถอะ “ ระหว่างที่ทุกคนกำลังจับช้อนส้อม เสียงมือถือของจิรกิตติ์ก็ดังขึ้น เขาจึงขอตัวลุกจากโต๊ะออกไปรับสาย แต่พอเห็นว่าเป็นเบอร์ใครเขาก็แปลกใจไม่น้อย เพราะหลานสาวคนนี้ไม่ได้โทรหาเขาแบบนี้นานแล้ว [“ ฮัลโหล ถ้าตอนนี้คุณอยู่กับพ่อแม่เจนละก็ รีบเงียบปากไว้เลยนะ “] เมื่อรับสายเขาก็โดนเธอขู่เสียงแข็ง “ ทำไม เป็นอะไรหรือเปล่า “ [“ รถชน ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล “] “ ห๊ะ!!! “ จิรกิตติ์ร้องออกมาด้วยความตกใจ มือไม้สั่นไปหมด [“ อย่าบอกพ่อแม่เจนเด็ดขาดเลยนะ เจนไม่อยากโดนด่า แล้วคุณก็มารับเจนด้วย “] “ ก็ได้ ๆ “ เมื่อหญิงสาววางสายไป จิรกิตติ์ที่ตอนนี้จิตใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวก็รีบวิ่งกลับไปหาพี่ชายพี่สาวที่โต๊ะกินข้าว “ พี่แสงพี่จ๊ะจ๋า พอดีผมมีงานด่วน ต้องขอตัวก่อนนะครับ “ ไม่ทันที่จะให้ทั้งคู่ได้ซักถามเจตก็รีบวิ่งกลับไปที่บ้านของเขาทันที “ อ้า
‘ อาเจตคะ? ‘ เด็กหญิงวัยสิบขวบนามว่าพลอยเจนวิ่งเข้ามาในบ้านของคนที่เธอเรียกว่าอา ทั้งวิ่งและตามหาเขาไปทั่ว ‘ มีอะไรเจน แล้วนี่ไปทำอะไรมาถึงได้เป็นแบบนี้ ‘ จิรกิตติ์เดินลงมาจากชั้นสองของบ้าน แล้วลงมานั่งย่อตัวคุยกับหลานสาวที่เนื้อตัวเปรอะเปื้อนมอมแมม ‘ ต่อยกับพวกผู้ชายที่โรงเรียนมาค่ะ ‘ ‘ ห๊ะ! ทำไมถึงทำแบบนั้นล่ะเจน ‘ ชายหนุ่มอุทานออกมาอย่างตกใจ เขารู้ว่าเด็กคนนี้ดื้อ แต่ก็ไม่คิดว่าจะขนาดนี้ ‘ ถ้าพวกมันอยู่เฉยๆ เจนก็ไม่สนใจหรอก แต่พวกมันมาล้อหน้าม้าเจนนี่น่า ‘ คนตัวน้อยจับและแหงนมองดูผมหน้าม้าที่แสนจะภูมิใจของตัวเอง ‘ แม่อุตส่าห์ตัดให้เลยนะ แถมพวกมันยังล้อว่าเจนเป็นม้าดีดกะโหลกอีก ‘ คนฟังถึงกับไปไม่เป็น เขาผิดเองใช่มั้ยที่สอนมวยให้หลาน ‘ แล้วพวกผู้ชายที่เจนไปต่อยกับเขานะกี่คน ‘ ‘ ปากแตกสองคนค่ะ อีกคนตาเขียว ครูเลยอยากให้เรียกผู้ปกครองไปพบพรุ่งนี้ ‘ เด็กหญิงพูดพร้อมกับยิ้มแห้งๆ ส่งมาให้ ‘ แล้วก็จะให้อาไปแทนให้อีกล่ะสิ ‘ ‘ ก็ต้องเป็นแบบนั้นสิคะ หรือว่าอาเจตจะไม่ไปให้เจนเหรอ พ่อก็ไม่อยู่แม่ก็ทำงานหนัก ถ้าอาเจตไม่ไปใครจะไปให้คะ เจนไม่มีใครแล้วนี่ ‘ เด็กหญิงปล่อยโฮร้องไ
เดือนต่อมา งานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย มีแค่ญาติผู้ใหญ่ที่รู้จักไม่กี่คน กับเหล่าเพื่อนฝูงของทั้งสองฝ่าย “ พี่โอมทำไมทำหน้าแบบนี้อีกแล้วล่ะคะ “ ครีมหอมที่สังเกตเห็นว่าคนนั่งข้างๆ ทำหน้าทำตาไม่ค่อยเอ็นจอย หญิงสาวจึงได้เอ่ยถาม “ เพื่อนพี่แต่งงานกันหมดแล้วน่ะครีม “ แต่เมื่อได้คำตอบเธอก็ถึงกับเบ้ปากมองบน “ ถ้าอยากจะแต่งเร็วๆ ก็ไปหาเอาคนใหม่สิคะ “ เธอจึงประชดเขากลับ เสี่ยเห็นเช่นนั้นจึงกอดแขนเมียไว้เอาหน้าแนบลงตรงหัวไหล่เธอ “ บ้าเหรอพี่จะรอเอาครีมแค่คนเดียวเท่านั้น “ สายตาของเขาเหลือบไปจ้องเจ้าสาว “ ว่าแต่ไอ้เจนมันเป็นไร ทำไมทำหน้าเศร้าๆ ตาก็แดงๆ มาตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้ว “ คนฟังจ้องตากับเขา “ เมื่อกี้คิตตี้มาหาพี่เจนนะคะ “ เมื่อได้ฟังแบบนั้นเสี่ยโอมก็ดีดตัวขึ้นนั่งหลังตรง “ อ๋อ ที่ผ่านมาสองคนนั้นเขาคบกันจริงๆ เหรอ แสดงว่าตอนที่มันบอกว่ามันมีแฟน ก็เป็นแฟนผู้หญิงมาตลอดเลยน่ะสิ น่าเป็นห่วงจริงๆ ไม่เคยพูดอะไรให้เพื่อนฟังบ้างเลย “ เขาบ่นไปมาพร้อมกับส่ายหน้า “ ยินดีด้วยนะ ไม่คิดว่าสองคนนี้จะมาลงเอยกันได้ “ “ เห็นคุณจิรกิตติ์ช่วยเลี้ยงพลอยเจนมาตั้งแต่เด็กไม่คิดเลยนะคะว่าจะไ
ก๊อกๆ “ คุณเจตขา ขวัญตาเองค่ะ “ เขาถอนหายใจแรงทันทีเมื่อได้ยินเสียงนั้น “ พูดถึงก็มาเลย “ เมื่อเสียงเคาะประตูเงียบลงขวัญตาก็เดินเข้ามาหาคนข้างใน เธอหันตูดกำลังคิดจะนั่งลงที่ตักของเขา จิรกิตติ์ที่เห็นหน้าเมียเด็กของตัวเองลอยมา เขาจึงรีบถอยเก้าอี้หนี ทำเอาขวัญตาล้มหงายลงไปนั่งกองที่พื้น “ โอ้ย คุณเจตขาทำไมถึงได้หยอกขวัญตาแรงจังล่ะคะ ตูดคงแดงหมดแล้วแน่ๆ “ หญิงสาวยกตูดขึ้นมาถูที่ขาของเขา สองมือยันพื้นทำท่าทียั่วยุหวังให้คนด้านหลังเล่นด้วย จิรกิตติ์ก็ทำได้แค่มองพลันส่ายหน้า พิศวาสไม่ลงจริงๆ เขายกขาขึ้นมาดันตูดเธอเบาๆ จนหัวทิ่มพื้น(?เบา?) ให้ร่างของหญิงสาวขยับออกห่าง “ ลุกขึ้น!!แล้วกลับออกไปซะ! ไม่มีธุระอะไรจะเข้ามาทำไม “ ขวัญตาลุกนั่งแล้วหันมาจ้องคนพูด “ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะคะคุณ ไม่คิดถึงขวัญตาบ้างเหรอ เราไม่ได้ทำกันมาจะสามสี่เดือนแล้วนะคะ “ จิรกิตติ์ถอนหายใจแรง ก็ตั้งแต่เขาได้กับพลอยเจนวันนั้น ก็ไปหาใครไม่ได้เลยน่ะสิ “ ถ้าคุณยังอยากทำงานที่นี้อยู่ ก็ทำตามที่ผมสั่ง “ “ หมายความว่ายังไงคะ ขวัญตาไปทำอะไรผิดใจคุณหรือเปล่า คุณถึงทำกับขวัญตาแบบนี้ “ เธอบอกพร้อมขยับเข้ามานั่งใก
“ ทำไมต้องทำแบบนี้ “ ปากอิ่มพร่ำถาม “ อาหวงเจน หวง–” นิ้วเรียวยกขึ้นมาแตะปากเขาเอาไว้ “ อย่ามาพูดเลย ทีตัวเองยังมีสาวในสต็อกเป็นสิบ จะมาพูดว่าหวงคนอื่นใครเขาจะเชื่อ “ มือเล็กผละออกจากปากเขา “ อย่าห่วงเลย ยังไงเจนก็จะคลอดลูกให้คุณก่อน แล้วถึงจะไปกับคนอื่น “ เธอพูดกับเขาอย่างประชดประชัน ส่วนคนฟังนั้นก็ถึงกับหน้าซีดพูดไม่ออก “ ถ้าจะไปส่งก็รีบออกรถได้แล้ว “ คนขับที่กำลังเสียใจอยู่ถอนหายใจเหนื่อยๆ พลอยเจนคงจะไม่มีใจให้เขาเลยสินะ เจระวีคาเฟ่ “ สวัสดีค่ะพี่เจน “ “ อือ ทำไมวันนี้มุกมาเช้าจัง “เจนทักทายพนักงาน ที่กำลังจัดร้านอยู่ มุกดาเห็นคนพี่มาคุยด้วยจึงหยุดคุย “ พอดีเมื่อคืนมุกนอนไม่ค่อยหลับ ตื่นเช้าไม่มีอะไรให้ทำเลยมาเร็วนะคะ “ พลอยเจนก็จ้องหญิงสาวตรงหน้าด้วยความเป็นห่วงหน่อยๆ “ ไม่สบายหรือเปล่าถึงได้นอนไม่หลับ อย่าหักโหมละ เดี๋ยวจะป่วยเอาได้ “ “ ค่ะพี่เจน “ “ อือ แต่มุกทำแบบนี้ก็ดีแล้ว วันไหนมาก่อนก็มาเปิดร้านรอพี่ เพราะช่วงนี้พี่คงต้องมาช้ากลับเร็วบ่อยขึ้น “ “ ค่ะ สำหรับมุกไม่มีปัญหาอะไรหรอก ในฐานะที่พี่เจนไว้ใจถึงกับให้กุญแจร้านกับมุก มุกก็จะขยันทำงานไม่ทำให้
“ จอดตรงนี้แหละค่ะพี่ “ พลอยเจนหยิบเงินให้กับคนขับรถ แล้วจึงก้าวขาลงมาที่อู่ซ่อมรถ มาดูรถของเธอที่ดูจะเละเทะเพราะชนหลักกิโลเมื่อคืน “ อีกนานมั้ยคะ ถึงจะซ่อมเสร็จ “ เธอเดินเข้าไปถามกับช่าง “ อย่างต่ำก็น่าจะอาทิตย์หนึ่งละครับคุณ “ “ ห้ะ ตั้งเป็นสัปดาห์เลยเหรอ “ หญิงสาวคิ้วขมวด สีหน้าเป็นกังวล “ ใช่ครับ เพราะอะไหล่รถคุณที่อู่ไม่มี ผมเพิ่งสั่งซื้อไปเมื่อเช้า กว่าจะถึงก็อีก 2-3 วัน “ คนฟังพยักหน้า เตรียมหันหลังจะเดินกลับแต่ขาเธอดันซวยเหยียบโดนน้ำมันเครื่อง ตัวลอยจะล้ม “ ว้าย!! “ “ เป็นอะไรไหมครับ “ โชคดีที่นายช่างคนนั้นมือไว รีบเข้ามารับเธอไว้ได้ทัน เมื่อทรงตัวเองได้ เธอจึงรีบส่ายหน้า “ ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยจับ นี่ถ้าล้มไปไม่รู้จะเป็นอะไรไปบ้าง “ ชายคนนั้นก็ยิ้มหวานมาให้เธอ “ ครับ ยังไงก็เดินระวังหน่อยนะครับ “ หญิงสาวยิ้มตอบแล้วค่อยๆ ก้าวเดินออกมายังหน้าอู่ระหว่างนั้นมือเล็กก็ลูบท้องตัวเองอย่างใจหาย ปี๊นๆ เสียงแตรรถดังสนั่นอยู่บริเวณใกล้ เมื่อเธอหันไปมองก็จำได้ว่าเป็นรถใคร รถหรูคันดังกล่าวเคลื่อนมาจอดต่อหน้าเธอ ไม่นานแว่นรถก็เปิดลง “ มาทำอะไรที่นี้ “ เจ้าข
รุ่งเช้าที่แสนสดใส จ๊ะจ๋าเดินลงมาจากชั้นสองก็เจอเข้ากับลูกสาวที่นั่งจิบนมอยู่ตรงโซฟา “ อ้าวเจน ลูกกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ “ ด้วยเพราะจำไม่ได้ จึงได้ถามพลางมองคนตรงหน้าอย่างแปลกใจ แต่ก็ยิ่งตกใจมากกว่าเดิมเมื่อเห็นบางอย่างแปะอยู่บนหัวของลูก “ แล้วนี่ไปโดนอะไรมา ทำไมถึงปิดพลาสเตอร์ไว้ “ พลอยเจนเอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมหันไปมองคนที่พูดด้วย เพราะในใจเธอนั้นคิดแต่เรื่องอื่นอยู่ นี่ถ้าแม่เห็นผ้าก๊อซเมื่อวานคงเป็นเรื่องแน่ ดีที่แผลน้อยๆ นั้นมันแห้งเร็วเธอจึงเอาพลาสเตอร์ปิดให้มันดูเป็นเรื่องเล็กลงมาหน่อย “ ล้มนิดเดียวเองค่ะ “ เธอตอบ “ ล้ม! ไปทำท่าไหนให้ล้ม แล้วนี้เป็นอะไรมากไหมหืม “ จ๊ะจ๋าเดินมานั่งข้างลูกแล้วสำรวจดูตามเนื้อตัว “ ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกค่ะแม่ “ ถึงเธอจะพูดแบบนั้นก็ใช่ว่าสีหน้าของแม่จะดูเครียดน้อยลง “ เหรอ แต่ครั้งหน้าแม่ไม่ยอมให้ไปไหนมาไหนคนเดียวอีกแล้วนะ โดยเฉพาะกลับดึกดื่นแบบนี้นะ เจนท้องอยู่นะลูก ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง “ พลอยเจนมองหน้าแม่ด้วยแววตาเศร้าลง “ แม่เป็นห่วงหลานเหรอ “ “ ก็ใช่น่ะสิ นี่หลานคนแรกของแม่เลยน้า “ เมื่อฟังแบบนั้นหญิงสาวก็เริ่มตาแดง “
“ อาบน้ำนานจัง “ เมื่อเดินกลับออกมาก็เห็นจิรกิตติ์นั่งรออยู่ที่ปลายเตียง เขาจ้องร่างกายเธอที่กำลังใส่เสื้อเชิ้ตของเขาแล้วก็นึกขำ “ ขำอะไร!! “ “ ก็ขำเจนไง อาไม่คิดว่าเจนจะกลัวพ่อแม่บ่นขนาดนั้น “ หญิงสาวถอนหายใจแรง “ ก็การโดนบ่นมันมีผลดีอะไรเหรอ หรือว่าคุณไม่อยากให้เจนอยู่ที่นี้ งั้นเจนกลับก็ได้ ป่านนี้แม่ก็คงจะนอนแล้ว “ พลอยเจนกำลังจะเดินออกจากห้อง จิรกิตติ์ที่เห็นแบบนั้นก็รีบลุกแล้วมากอดเอวของเธอไว้ “ ปล่อย! คุณอาไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้น่ะ “ เธอพยายามแกะมือปลาหมึกของเขาออก หน้าคมก็โน้มมากระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูเธอ “ ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ อากอดลูกของอาในท้องเจน อาผิดอะไร “ คนฟังหัวร้อนควันออกหู เขาจะลวนลามเธอแล้วเอาลูกมาอ้างแบบนี้ได้ไง “ ลูกคุณยังเป็นก้อนเลือดอยู่เลย อย่ามาหาเรื่องตู่จะฉวยโอกาสเจนนะ “ เธอหยิกมือเขาจนเขายอมคลายออก พลอยเจนจึงหันไปจ้องหน้าคนข้างหลัง “ อายอมรับก็ได้ว่าอาอยากจะฉวยโอกาสเจน อาอยากอยู่ใกล้ๆ เจน “ เขาก็ยอมรับออกมาอย่างลูกผู้ชาย แต่เธอกลับนึกถึงเรื่องที่เขาทำเธอเสียใจ “ เหรอ แต่ที่ผ่านมากลับตีตัวออกห่างเจนตลอด นั่นเหรอเรียกว่าอยากใกล้ชิด “ “ ก็เ
หลังจากนั้นไม่นานจิรกิตติ์ก็พาหญิงสาวกลับมาที่บ้าน รถหรูจอดเทียบที่หน้าบ้านของพลอยเจน “ ลงไหม “ เมื่อเขาเห็นว่าเธอเอาแต่นั่งนิ่งจึงได้หันไปถาม หญิงสาวก็ไม่ได้หันมาเอาแต่มองเข้าไปในบ้าน “ คุณคิดว่าพ่อกับแม่จะนอนกันหรือยังคะ “ เจตฟังเช่นนั้นเขาก็รู้ได้ทันทีว่าหญิงสาวคงกลัวโดนพ่อแม่ซักไซ้ “ ดึกขนาดนี้แล้ว ก็คงจะหลับกันหมดแล้วละ นี่เจนกลัวพ่อกับแม่ขนาดนั้นเลยเหรอ “ “ ก็ไม่ แต่คนแก่บ่นฟังแล้วมันหดหู่ใจต่างหากละ เจนเกลียดคนแก่ที่ชอบบ่นยาวๆ ที่สุด “ ประโยคหลังเธอหันมาจ้องเขา ทำเอาคนข้างกายสะดุ้งเล็กน้อย “ งั้นให้อาเดินเข้าไปส่งมั้ย “ เขาเสนอ แต่เธอกลับส่ายหน้า “ ไม่จำเป็น “ หญิงสาวเปิดประตูกำลังจะก้าวขาลงจากรถแต่กลับเหลือบไปเห็นว่าแม่นั่งอยู่ในห้องนอนของเธอผ่านหน้าต่าง เธอเลยรีบดึงขากลับขึ้นรถมาแล้วปิดประตูเอาไว้ดังเดิม “ อ้าว มีอะไรหรือเปล่า? “ “ ไปบ้านคุณอากันเลยเถอะ ถ้าแม่เห็นเจนหัวแตกคงได้บ่นยาวยันพรุ่งนี้เช้าแน่ “ เธอหันมาทำหน้ายุ่งใส่เขา จิรกิตติ์ก็เผยยิ้มกว้าง สิบกว่าปีได้แล้วมั้งที่เธอไม่ได้ไปที่บ้านของเขา “ เจนจะไปนอนบ้านอาเหรอ “ “ ทำไมคะ ไม่ได้หรือไง ถ้าไม่ได
‘ อาเจตคะ? ‘ เด็กหญิงวัยสิบขวบนามว่าพลอยเจนวิ่งเข้ามาในบ้านของคนที่เธอเรียกว่าอา ทั้งวิ่งและตามหาเขาไปทั่ว ‘ มีอะไรเจน แล้วนี่ไปทำอะไรมาถึงได้เป็นแบบนี้ ‘ จิรกิตติ์เดินลงมาจากชั้นสองของบ้าน แล้วลงมานั่งย่อตัวคุยกับหลานสาวที่เนื้อตัวเปรอะเปื้อนมอมแมม ‘ ต่อยกับพวกผู้ชายที่โรงเรียนมาค่ะ ‘ ‘ ห๊ะ! ทำไมถึงทำแบบนั้นล่ะเจน ‘ ชายหนุ่มอุทานออกมาอย่างตกใจ เขารู้ว่าเด็กคนนี้ดื้อ แต่ก็ไม่คิดว่าจะขนาดนี้ ‘ ถ้าพวกมันอยู่เฉยๆ เจนก็ไม่สนใจหรอก แต่พวกมันมาล้อหน้าม้าเจนนี่น่า ‘ คนตัวน้อยจับและแหงนมองดูผมหน้าม้าที่แสนจะภูมิใจของตัวเอง ‘ แม่อุตส่าห์ตัดให้เลยนะ แถมพวกมันยังล้อว่าเจนเป็นม้าดีดกะโหลกอีก ‘ คนฟังถึงกับไปไม่เป็น เขาผิดเองใช่มั้ยที่สอนมวยให้หลาน ‘ แล้วพวกผู้ชายที่เจนไปต่อยกับเขานะกี่คน ‘ ‘ ปากแตกสองคนค่ะ อีกคนตาเขียว ครูเลยอยากให้เรียกผู้ปกครองไปพบพรุ่งนี้ ‘ เด็กหญิงพูดพร้อมกับยิ้มแห้งๆ ส่งมาให้ ‘ แล้วก็จะให้อาไปแทนให้อีกล่ะสิ ‘ ‘ ก็ต้องเป็นแบบนั้นสิคะ หรือว่าอาเจตจะไม่ไปให้เจนเหรอ พ่อก็ไม่อยู่แม่ก็ทำงานหนัก ถ้าอาเจตไม่ไปใครจะไปให้คะ เจนไม่มีใครแล้วนี่ ‘ เด็กหญิงปล่อยโฮร้องไ
“ เมื่อไหร่เจนจะกลับมาเนี้ย “ คนเป็นแม่บ่นหลังจากเอาอาหารมาตั้งโต๊ะหมดแล้วยังไม่เห็นหน้าลูกสาวโผล่มา “ เถลไถลแต่เล็กจนโตจริงๆ ลูกสาวคนนี้ “ แสงรวีเห็นอาการกระวนกระวายของเมียก็รีบร้องปราม “ อย่าไปรอเลย สงสัยคงไม่มาแล้วแหละ มากินข้าวกันเถอะ “ ระหว่างที่ทุกคนกำลังจับช้อนส้อม เสียงมือถือของจิรกิตติ์ก็ดังขึ้น เขาจึงขอตัวลุกจากโต๊ะออกไปรับสาย แต่พอเห็นว่าเป็นเบอร์ใครเขาก็แปลกใจไม่น้อย เพราะหลานสาวคนนี้ไม่ได้โทรหาเขาแบบนี้นานแล้ว [“ ฮัลโหล ถ้าตอนนี้คุณอยู่กับพ่อแม่เจนละก็ รีบเงียบปากไว้เลยนะ “] เมื่อรับสายเขาก็โดนเธอขู่เสียงแข็ง “ ทำไม เป็นอะไรหรือเปล่า “ [“ รถชน ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล “] “ ห๊ะ!!! “ จิรกิตติ์ร้องออกมาด้วยความตกใจ มือไม้สั่นไปหมด [“ อย่าบอกพ่อแม่เจนเด็ดขาดเลยนะ เจนไม่อยากโดนด่า แล้วคุณก็มารับเจนด้วย “] “ ก็ได้ ๆ “ เมื่อหญิงสาววางสายไป จิรกิตติ์ที่ตอนนี้จิตใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวก็รีบวิ่งกลับไปหาพี่ชายพี่สาวที่โต๊ะกินข้าว “ พี่แสงพี่จ๊ะจ๋า พอดีผมมีงานด่วน ต้องขอตัวก่อนนะครับ “ ไม่ทันที่จะให้ทั้งคู่ได้ซักถามเจตก็รีบวิ่งกลับไปที่บ้านของเขาทันที “ อ้า