“จริงหรือที่พวกเจ้าเล่ามา” เซียวจิ้นหูถามย้ำเพื่อความมั่นใจเพราะเขาจะนำไปเล่าให้ท่านย่าของตัวเองฟัง
“จริงสิพวกข้าไม่ได้โกหกเจ้าอย่างแน่นอนวันที่ยังจะมีการแจกจ่ายเนื้อหมูให้สำหรับคนที่ไปขุดบ่อน้ำอีกนะข้าได้ยินชาวบ้านที่เดินไปทำงานเมื่อเช้าคุยกันไปตามทางและที่เอ็งไม่เห็นคนในหมู่บ้านก็เพราะไปทำงานบ้านของท่านอารองของเอ็งยังไงละ” เพื่อนของเขาย้ำอีกครั้งเพื่อยืนยันเพื่อนทุกคนพยักเป็นไก่จิกเพื่อยืนยันคำพูดของพวกตน เซียวจิ้นหูจึงขอตัวกลับบ้านไปเล่าเรื่องที่ได้รับฟังข่าวจากเพื่อนของเขาหลังจากที่เล่นคุยกันได้สามเค่อพอมาถึงบ้านเขาก็ตะโกนลั่นบ้านหาย่าของตัวเองเสียงดัง นางเซียวอี้จูที่นั่งอยู่โถงบ้านเพื่อจะรอกินมื้อค่ำกับบุตรชายคนโตรวมถึงสามีของนางด้วยพอได้ยินเสียงหลานรักเรียกหานางเซียวอี้จูก็รีบตอบรับทันที “มีอะไรหรือเปล่าหูเอ๋อร์ถึงได้เรียกย่าเสียงดังขนาดนี้มีใครกลั่นแกล้งหลานของย่าหรือตาใหญ่รีบถามหลานของข้าดูซิ” นางเซียวอี้จูรีบให้ลูกชายคนโตของนางรีบไปถามหลานรักทันทีด้วยความร้อนใจ “ท่านย่าข้าไปเล่นที่ในหมู่บ้านกับเพื่อนของข้ามาชาวบ้านในหมู่บ้านทุกทีข้าไปนั่งเล่นกันเต็นใต้ต้นไม้แต่วันนี้ไม่มีชาวบ้านนั่งเล่น พอข้าไปที่ริมแม่น้ำหลังหมู่บ้านก็เห็นเพื่อนของข้าเล่นกันอยู่จึงสอบถามไปด้วยความสงสัยเรื่องของคนในหมู่บ้านที่หายไปไหนกันหมดน่ะขอรับ ท่านรู้ไหมพวกมันบอกข้าว่าชาวบ้านแทบจะทุกหลังคาเรือนพากันไปทำงานที่บ้านของท่านอาเซียวจิ้นถังที่บ้านติดเขาเพราะเซียวอี้เหอขึ้นเขาไปล่าสัตว์ได้หมูป่ามาสองตัว และแบ่งให้ชาวบ้านทุกครอบครัวที่ไปทำงานแทนตำลึงได้หนึ่งอาทิตย์แล้วและวันนี้เห็นว่าจะมีหมูป่าอีกตัวหนึ่งแจกรอบค่ำสำหรับคนที่ไปขุดบ่อน้ำที่บ้านของท่านอารองข้าจึงรีบนำข่าวมาบอกท่านย่านี้ละขอรับ” เขารีบบอกย่าอย่างเร็วเพื่อที่ท่านย่าจะได้ไปยึดเนื้อหมูที่บ้านของท่านอารองมาให้เขาได้กินที่บ้านใหญ่ในมื้อค่ำนี้เลย “เป็นความจริงหรือหูเอ๋อร์ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปที่บ้านของไอ้ลูกอักกตัญญูที่มันล่าหมูป่ามาได้แต่ไม่นำมาให้ข้าขายเอาตำลึง มันกลับไปแจกชาวบ้านช่างไร้ประโยนช์เสียจริงไปเจ้าใหญ่พาข้าไปบ้านของเจ้ารองเดี๋ยวนี้ข้าเลี้ยงดูหมาป่าตาขาวเสียจริง” นางเซียวอี้จูด่าบ้านรองด้วยความโกรธ “ยายแก่เมื่อไรแกจะเลิกเอาเปรียบเจ้ารองสักทีข้าสุดจะทนกับเอ็งแล้วนะไล่ลูกออกจากบ้านไม่ให้ตำลึงสักอีแปะ เมื่อก่อนไม่ใช้เอ็งเหรอที่ได้กินเนื้อขายสัตว์ที่เจ้ารองมันหามาได้ทั้งที่ลูกเมียมันไม่ได้กินเลยสักครั้ง แม้แต่อีแปะมันยังไม่ได้ถือข้าว่าเอ็งมันเกินจะเยียวยาแล้วนะ เอ็งลืมหนังสือตัดขาดที่เอ็งเป็นคนให้หัวหน้าหมู่บ้านให้ไว้หรือไม่ว่าเป็นตายไม่เผาผีเพียงเพราะเจ้ารองตกเขาขาหักแกใจจืดใจดำไม่ให้ตำลึงไปหาหมอยังขับไล่ลูกออกจากบ้านเพียงเพราะแต่งภรรยาที่ไม่ถูกใจเอ็งหรอกหรือ ที่เจ้ารองมันยอมเพราะมันรับปากก่อนที่มันจะแต่งสะใภ้รองเข้าบ้านทำงานทุกอย่างในบ้านไม่ปริปากบ่น มีแต่เอ็งที่ใจบอดรังแกลูกเมียของมันไม่เลิกทั้งยังหลานตัวดีของแกอีกไปผลักลูกสาวของเจ้ารองตกน้ำอีกข้าปิดตาข้างลืมตาข้างมานานจนข้าจะทนไม่ไหวกับความเห็นแก่ตัวของเอ็งกับเจ้าใหญ่ที่คอยเอาเปรียบเจ้ารองมาโดยตลอดหลายปีมานี้” พ่อเฒ่าอี้หวายพูดด้วยความโกรธ “มันไม่ใช่ลูกข้าที่ข้าเลี้ยงมันมาเพราะเอ็งรับปากจะไม่ยุ่งกับมันถ้าข้ายอมเลี้ยงมันมาจากน้องสาวที่ใจง่ายของเอ็งท้องไม่มีพ่อและคลอดตัวไร้ประโยนช์มาให้ข้าเลี้ยงดูเปลืองข้าวเปลืองน้ำมาตั้งหลายปีข้าก็ต้องเอาคืนและมันต้องกตัญญูกับข้ามันก็ถูกแล้วนี้เจ้าจะพูดให้มันได้อะไรขึ้นมาอีก” นางเซียวอี้จูเถียงสามีคอเป็นเอ็นเลยทีเดียว “แต่เอ็งก็ได้ตำลึงจากน้องสาวที่ข้านำมาไม่น้อยเป็นการตอบแทนแล้ว แต่นี้เอ็งยังลำเลิกบุญคุณไม่เลิกต่อแล้วจากครอบครัวเจ้ารองเสียทีข้าจะบอกความจริงให้เจ้ารองมันจะได้หลุดพ้นจากคนใจร้ายอย่างเอ็งสักทีและถ้าข้าหมดความอดทนข้าจะหย่าเอ็งต่างคนต่างอยู่ สั่งสอนลูกแต่ละอย่างมีแต่เรื่องดีๆจนขี้เกียจสันหลังยาวกันทุกตัวแล้ว” ตาเฒ่าอี้หวายพูดแล้วก็เดินเข้าห้องไปเลยไม่หันมามองด้านหลังอีก ตาเฒ่าเซียวอี้หวายเสียใจมาตลอดที่นำเอาลูกของน้องสาวมาเลี้ยงเพราะสงสารที่พอคลอดลูกชายน้องสาวก็เสียชีวิตฝากลูกชายกับตำลึงหนึ่งพันตำลึงเงินถือเยอะมากกับหยกหนึ่งชิ้นที่ตาเฒ่าเซียวอี้หวายซ่อนเอาไว้และใส่มือให้ลูกชายคนรองไปในวันที่โดนภรรยาของตนเองไล่ออกจากบ้านไป ที่เฒ่าเซียวไม่ห้ามเรื่องแยกบ้านออกไปของลูกชายคนรองเขาคิดว่ามันจะดีเสียดีกว่าให้ครอบครัวของเจ้ารองโดนกดขี่ข่มเห่งมาหลายสิบปีแต่เพราะน้ำที่ท่วมปากเพราะตัวของเขาเองก็รับปากกับภรรยาว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวในการเลี้ยงดูเจ้ารอง มาหนักก็ตอนที่ลูกชายคนรองแต่งภรรยาเข้าบ้านตั้งแต่นั้นมาเหมือนกับว่าตัวนางเซียวอี้จูร้ายกาจขึ้นมาจนถึงทุกวันนี้เมื่อก่อนก็พอทนได้กับนิสัยนางพอปรามก็ฟังบ้างแต่นี้หนักสุดถึงจะตามไปเอาเนื้อหมูจากบ้านเจ้ารองทั้งที่ตัดขาดกันไปแล้ว มันเกินที่จะทนจนมีปากเสียงกับภรรยาตาเฒ่าเซียวอี้หวายนั่งถอนหายใจและขอโทษน้องสาวกับหลานในใจ ก่อนที่จะตัดสินใจเขียนหนังสือหย่าเอาไว้ถ้ามันไม่ไหวคงจะให้ภรรยาแล้วจริงๆเขียนเสร็จแล้วพับใส่หีบเอาไว้ก่อนวันนี้ตาเฒ่าเซียวจึงไม่กินมื้อค่ำเพราะกำลังโมโหให้กับภรรยากับลูกหลานที่ไม่ได้ยินเสียงในบ้านคงยกเขย่งกันไปบ้านเจ้ารองที่บ้านพ่อตาของบุตรชายที่ท้ายหมู่บ้านติดเขาหลังสุดท้ายในหมู่บ้านฉีซานนี้ก่อนจะเดินลงบ้านเดินตามหลังไปดูบ้านเจ้ารองเผื่อจะได้ช่วยอะไรลูกชายได้บ้าง ตัดมาที่บ้านรองเซียวที่แบ่งเนื้อหมูป่าจนเสร็จชาวบ้านเริ่มทยอยกันเดินกลับเข้าหมู่บ้านเพื่อนำเนื้อหมูไปทำมื้อค่ำกันเดินสวนทางกันกับบ้านใหญ่เซียวที่จะเข้าหมู่บ้านมีชาวบ้านเดินต่อกันมาเรื่อยๆแต่ยังไม่หมดทุกครอบครัวนางเซียวอี้จูตะโกนใส่ชาวบ้านด้วยความไม่ยินยอมที่เห็นชาวบ้านได้เนื้อหมู่ป่ากันทุกคนที่ใส่ตระกร้าหลังพากันเดินห่อด้วยใบไม้ “พวกเอ็งนำหมูที่ได้มาให้ครอบครัวของข้าเลยนะข้าไม่ยินยอมให้พวกเอ็งนำกลับบ้านไปมันเป็นหมูของข้าที่เป็นแม่ของเจ้ารองถ้าข้าไม่อนุญาติจะไม่มีใครได้นำเนื้อหมูป่าไปกิน” นางเซียวอี้จูร้องบอกชาวบ้านและกางมือหยุดชาวบ้านทุกคนที่เดินตามหลังกันมาเรื่อยๆ “อ้อนึกว่าใครนังแม่ใจร้ายที่ไล่ลูกออกบ้านทั้งยังตัดขาดกับบ้านรองเซียวไปแล้วด้วยแต่มาเรียกร้องหาส่วนของตัวเองช่างหน้าหนายิ่งนักอยากได้ก็มาทำงานแลกเอาสิแต่เสียใจด้วยนะพอดีพวกข้าแบ่งกันลงตัวหมดทุกคนแล้วและพวกข้าทำงานแลกเอามาไม่ได้มาร้องตะโกนขอส่วนของตัวเองตามทางเดินนี้” เมียหัวหน้าหมู่บ้านที่ได้สองส่วนเพราะมาสองคนกับสามีนางจึงขอสามีกลับไปทำอาหารค่ำรอที่บ้านเพราะสามีกำลังคุยกันกับลูกบ้านและตรวจความเรียบร้อยจึงจะตามมาทีหลัง นางก็ไม่ยินยอมสวนนางเซียวอี้จูทันทีอย่างไม่เกรงกลัวเหมือนกันชาวบ้านทุกคนต่างมองครอบครัวบ้านใหญ่เซียวด้วยสายตาถูกและรังเกียจในความหน้าด้านของครอบครัวนี้ที่ขวางทางเดินกลับบ้านของพวกตน “จริงหรือที่พวกเจ้าเล่ามา” เซียวจิ้นหูถามย้ำเพื่อความมั่นใจเพราะเขาจะนำไปเล่าให้ท่านย่าของตัวเองฟัง “จริงสิพวกข้าไม่ได้โกหกเจ้าอย่างแน่นอนวันที่ยังจะมีการแจกจ่ายเนื้อหมูให้สำหรับคนที่ไปขุดบ่อน้ำอีกนะข้าได้ยินชาวบ้านที่เดินไปทำงานเมื่อเช้าคุยกันไปตามทางและที่เอ็งไม่เห็นคนในหมู่บ้านก็เพราะไปทำงานบ้านของท่านอารองของเอ็งยังไงละ” เพื่อนของเขาย้ำอีกครั้งเพื่อยืนยันเพื่อนทุกคนพยักเป็นไก่จิกเพื่อยืนยันคำพูดของพวกตน เซียวจิ้นหูจึงขอตัวกลับบ้านไปเล่าเรื่องที่ได้รับฟังข่าวจากเพื่อนของเขาหลังจากที่เล่นคุยกันได้สามเค่อพอมาถึงบ้านเขาก็ตะโกนลั่นบ้านหาย่าของตัวเองเสียงดัง นางเซียวอี้จูที่นั่งอยู่โถงบ้านเพื่อจะรอกินมื้อค่ำกับบุตรชายคนโตรวมถึงสามีของนางด้วยพอได้ยินเสียงหลานรักเรียกหานางเซียวอี้จูก็รีบตอบรับทันที “มีอะไรหรือเปล่าหูเอ๋อร์ถึงได้เรียกย่าเสียงดังขนาดนี้มีใครกลั่นแกล้งหลานของย่าหรือตาใหญ่รีบถามหลานของข้าดูซิ” นางเซียวอี้จูรีบให้ลูกชายคนโตของนางรีบไปถามหลานรักทันทีด้วยความร้อนใจ “ท่านย่าข้าไปเล่นที่ในหมู่บ้านกับเพื่อนของข้ามาชาวบ้านในหมู่บ้านทุกทีข้าไปนั่งเล่นกันเต็นใต้ต้นไม้แต่วันนี้ไม่มีชาวบ้านนั่งเล่น พอข้าไปที่ริมแม่น้ำหลังหมู่บ้านก็เห็นเพื่อนของข้าเล่นกันอยู่จึงสอบถามไปด้วยความสงสัยเรื่องของคนในหมู่บ้านที่หายไปไหนกันหมดน่ะขอรับ ท่านรู้ไหมพวกมันบอกข้าว่าชาวบ้านแทบจะทุกหลังคาเรือนพากันไปทำงานที่บ้านของท่านอาเซียวจิ้นถังที่บ้านติดเขาเพราะเซียวอี้เหอขึ้นเขาไปล่าสัตว์ได้หมูป่ามาสองตัว และแบ่งให้ชาวบ้านทุกครอบครัวที่ไปทำงานแทนตำลึงได้หนึ่งอาทิตย์แล้วและวันนี้เห็นว่าจะมีหมูป่าอีกตัวหนึ่งแจกรอบค่ำสำหรับคนที่ไปขุดบ่อน้ำที่บ้านของท่านอารองข้าจึงรีบนำข่าวมาบอกท่านย่านี้ละขอรับ” เขารีบบอกย่าอย่างเร็วเพื่อที่ท่านย่าจะได้ไปยึดเนื้อหมูที่บ้านของท่านอารองมาให้เขาได้กินที่บ้านใหญ่ในมื้อค่ำนี้เลย “เป็นความจริงหรือหูเอ๋อร์ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปที่บ้านของไอ้ลูกอักกตัญญูที่มันล่าหมูป่ามาได้แต่ไม่นำมาให้ข้าขายเอาตำลึง มันกลับไปแจกชาวบ้านช่างไร้ประโยนช์เสียจริงไปเจ้าใหญ่พาข้าไปบ้านของเจ้ารองเดี๋ยวนี้ข้าเลี้ยงดูหมาป่าตาขาวเสียจริง” นางเซียวอี้จูด่าบ้านรองด้วยความโกรธ “ยายแก่เมื่อไรแกจะเลิกเอาเปรียบเจ้ารองสักทีข้าสุดจะทนกับเอ็งแล้วนะไล่ลูกออกจากบ้านไม่ให้ตำลึงสักอีแปะ เมื่อก่อนไม่ใช้เอ็งเหรอที่ได้กินเนื้อขายสัตว์ที่เจ้ารองมันหามาได้ทั้งที่ลูกเมียมันไม่ได้กินเลยสักครั้ง แม้แต่อีแปะมันยังไม่ได้ถือข้าว่าเอ็งมันเกินจะเยียวยาแล้วนะ เอ็งลืมหนังสือตัดขาดที่เอ็งเป็นคนให้หัวหน้าหมู่บ้านให้ไว้หรือไม่ว่าเป็นตายไม่เผาผีเพียงเพราะเจ้ารองตกเขาขาหักแกใจจืดใจดำไม่ให้ตำลึงไปหาหมอยังขับไล่ลูกออกจากบ้านเพียงเพราะแต่งภรรยาที่ไม่ถูกใจเอ็งหรอกหรือ ที่เจ้ารองมันยอมเพราะมันรับปากก่อนที่มันจะแต่งสะใภ้รองเข้าบ้านทำงานทุกอย่างในบ้านไม่ปริปากบ่น มีแต่เอ็งที่ใจบอดรังแกลูกเมียของมันไม่เลิกทั้งยังหลานตัวดีของแกอีกไปผลักลูกสาวของเจ้ารองตกน้ำอีกข้าปิดตาข้างลืมตาข้างมานานจนข้าจะทนไม่ไหวกับความเห็นแก่ตัวของเอ็งกับเจ้าใหญ่ที่คอยเอาเปรียบเจ้ารองมาโดยตลอดหลายปีมานี้” พ่อเฒ่าอี้หวายพูดด้วยความโกรธ “มันไม่ใช่ลูกข้าที่ข้าเลี้ยงมันมาเพราะเอ็งรับปากจะไม่ยุ่งกับมันถ้าข้ายอมเลี้ยงมันมาจากน้องสาวที่ใจง่ายของเอ็งท้องไม่มีพ่อและคลอดตัวไร้ประโยนช์มาให้ข้าเลี้ยงดูเปลืองข้าวเปลืองน้ำมาตั้งหลายปีข้าก็ต้องเอาคืนและมันต้องกตัญญูกับข้ามันก็ถูกแล้วนี้เจ้าจะพูดให้มันได้อะไรขึ้นมาอีก” นางเซียวอี้จูเถียงสามีคอเป็นเอ็นเลยทีเดียว “แต่เอ็งก็ได้ตำลึงจากน้องสาวที่ข้านำมาไม่น้อยเป็นการตอบแทนแล้ว แต่นี้เอ็งยังลำเลิกบุญคุณไม่เลิกต่อแล้วจากครอบครัวเจ้ารองเสียทีข้าจะบอกความจริงให้เจ้ารองมันจะได้หลุดพ้นจากคนใจร้ายอย่างเอ็งสักทีและถ้าข้าหมดความอดทนข้าจะหย่าเอ็งต่างคนต่างอยู่ สั่งสอนลูกแต่ละอย่างมีแต่เรื่องดีๆจนขี้เกียจสันหลังยาวกันทุกตัวแล้ว” ตาเฒ่าอี้หวายพูดแล้วก็เดินเข้าห้องไปเลยไม่หันมามองด้านหลังอีก ตาเฒ่าเซียวอี้หวายเสียใจมาตลอดที่นำเอาลูกของน้องสาวมาเลี้ยงเพราะสงสารที่พอคลอดลูกชายน้องสาวก็เสียชีวิตฝากลูกชายกับตำลึงหนึ่งพันตำลึงเงินถือเยอะมากกับหยกหนึ่งชิ้นที่ตาเฒ่าเซียวอี้หวายซ่อนเอาไว้และใส่มือให้ลูกชายคนรองไปในวันที่โดนภรรยาของตนเองไล่ออกจากบ้านไป ที่เฒ่าเซียวไม่ห้ามเรื่องแยกบ้านออกไปของลูกชายคนรองเขาคิดว่ามันจะดีเสียดีกว่าให้ครอบครัวของเจ้ารองโดนกดขี่ข่มเห่งมาหลายสิบปีแต่เพราะน้ำที่ท่วมปากเพราะตัวของเขาเองก็รับปากกับภรรยาว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวในการเลี้ยงดูเจ้ารอง มาหนักก็ตอนที่ลูกชายคนรองแต่งภรรยาเข้าบ้านตั้งแต่นั้นมาเหมือนกับว่าตัวนางเซียวอี้จูร้ายกาจขึ้นมาจนถึงทุกวันนี้เมื่อก่อนก็พอทนได้กับนิสัยนางพอปรามก็ฟังบ้างแต่นี้หนักสุดถึงจะตามไปเอาเนื้อหมูจากบ้านเจ้ารองทั้งที่ตัดขาดกันไปแล้ว มันเกินที่จะทนจนมีปากเสียงกับภรรยาตาเฒ่าเซียวอี้หวายนั่งถอนหายใจและขอโทษน้องสาวกับหลานในใจ ก่อนที่จะตัดสินใจเขียนหนังสือหย่าเอาไว้ถ้ามันไม่ไหวคงจะให้ภรรยาแล้วจริงๆเขียนเสร็จแล้วพับใส่หีบเอาไว้ก่อนวันนี้ตาเฒ่าเซียวจึงไม่กินมื้อค่ำเพราะกำลังโมโหให้กับภรรยากับลูกหลานที่ไม่ได้ยินเสียงในบ้านคงยกเขย่งกันไปบ้านเจ้ารองที่บ้านพ่อตาของบุตรชายที่ท้ายหมู่บ้านติดเขาหลังสุดท้ายในหมู่บ้านฉีซานนี้ก่อนจะเดินลงบ้านเดินตามหลังไปดูบ้านเจ้ารองเผื่อจะได้ช่วยอะไรลูกชายได้บ้าง ตัดมาที่บ้านรองเซียวที่แบ่งเนื้อหมูป่าจนเสร็จชาวบ้านเริ่มทยอยกันเดินกลับเข้าหมู่บ้านเพื่อนำเนื้อหมูไปทำมื้อค่ำกันเดินสวนทางกันกับบ้านใหญ่เซียวที่จะเข้าหมู่บ้านมีชาวบ้านเดินต่อกันมาเรื่อยๆแต่ยังไม่หมดทุกครอบครัวนางเซียวอี้จูตะโกนใส่ชาวบ้านด้วยความไม่ยินยอมที่เห็นชาวบ้านได้เนื้อหมู่ป่ากันทุกคนที่ใส่ตระกร้าหลังพากันเดินห่อด้วยใบไม้ “พวกเอ็งนำหมูที่ได้มาให้ครอบครัวของข้าเลยนะข้าไม่ยินยอมให้พวกเอ็งนำกลับบ้านไปมันเป็นหมูของข้าที่เป็นแม่ของเจ้ารองถ้าข้าไม่อนุญาติจะไม่มีใครได้นำเนื้อหมูป่าไปกิน” นางเซียวอี้จูร้องบอกชาวบ้านและกางมือหยุดชาวบ้านทุกคนที่เดินตามหลังกันมาเรื่อยๆ “อ้อนึกว่าใครนังแม่ใจร้ายที่ไล่ลูกออกบ้านทั้งยังตัดขาดกับบ้านรองเซียวไปแล้วด้วยแต่มาเรียกร้องหาส่วนของตัวเองช่างหน้าหนายิ่งนักอยากได้ก็มาทำงานแลกเอาสิแต่เสียใจด้วยนะพอดีพวกข้าแบ่งกันลงตัวหมดทุกคนแล้วและพวกข้าทำงานแลกเอามาไม่ได้มาร้องตะโกนขอส่วนของตัวเองตามทางเดินนี้” เมียหัวหน้าหมู่บ้านที่ได้สองส่วนเพราะมาสองคนกับสามีนางจึงขอสามีกลับไปทำอาหารค่ำรอที่บ้านเพราะสามีกำลังคุยกันกับลูกบ้านและตรวจความเรียบร้อยจึงจะตามมาทีหลัง นางก็ไม่ยินยอมสวนนางเซียวอี้จูทันทีอย่างไม่เกรงกลัวเหมือนกันชาวบ้านทุกคนต่างมองครอบครัวบ้านใหญ่เซียวด้วยสายตาถูกและรังเกียจในความหน้าด้านของครอบครัวนี้ที่ขวางทางเดินกลับบ้านของพวกตน"นั้นสิพวกเจ้าครอบครัวนี้ช่างหน้าหนายิ่งนักเกิดมาพึ่งจะเคยเห็น ข้าละสงสารตาเฒ่าเซียวอี้หวายเสียจริงนี้ละหนาเขาถึงว่าได้เมียผิดคิดจนตัวตาย ดูความลำเอียงของนางสิขับไล่บุตรชายที่ขาหักกับหลานสาวที่ตกน้ำปางตายเพราะโดนคนใจร้ายมันผลักตกน้ำตกท่า ทั้งยังมีนังย่าจิตใจโหดเหี้ยมรักลูกไม่เท่ากันไล่ออกมาจากบ้านอีก ตำลึงสักอีแปะก็ไม่ให้สี่คนพ่อแม่ลูกกับได้ธัญพืชหยาบๆมาแทน คนที่ทำงานเหมือนวัวในบ้านกับเป็นคนที่โดนรังแกทั้งครอบครัวคงจะได้ยินข่าวว่าชาวบ้านมาช่วยบ้านรองแล้วได้เนื้อหมูป่าแลกเปลี่ยนละสิช่างหน้าไม่อายมันคงจะมีส่วนแบ่งให้คนหน้าด้านอย่างพวกเจ้าละมัง"ชาวบ้านหลายสิบคนต่างไม่เกรงกลัวครอบครัวของนางเซียวอี้จูที่ยืนขวางทางเพื่อจะชิงเนื้อหมูป่าในส่วนของพวกนางอีก จึงพากันด่าแล้วเดินชนครอบครัวของนางเซียววอี้จูไปได้ยินแต่เสียงร้องด่าตามหลังตามมาทุกคนจึงหยุด และจะตบให้หายปากดีเสียหน่อยแต่นางเซียวอี้จู้รีบวิ่งไปทางบ้านรองเซียวเสียก่อน"เหอะนึกว่าจะแน่" ชาวบ้านตะโกนตามหลังครอบครัวใหญ่ไปแล้ว "มันจะไม่ไปรังแกบ้านรองเซียวหรือวะพวกเขายิ่งมีแต่คนซื่อๆอยู่ด้วยจะตามนังแก่นังยานเซียวอี้จูทันหรือเปล่าวะ หรื
"นังเด็กอกตัญญูไม่มีคนสั่งสอนแกหรือถึงมายืนเถียงย่าปาวๆอย่างนี้" นางฉินซูอิ๋นตวาดเย่วเย่วเสียงดังแทนแม่สามีเพื่อเอาหน้า "นั้นนะสิเจ้าคะท่านแม่มันคงลืมไม้เรียวของท่านย่าแล้วสินะเย่วเย่วเซียว " อี้หลิงช่วยมารดาด่าเย่วเย่วอีกคน"ข้าพึ่งจะรู้ว่าคนที่สามารถผลักข้าจนตกน้ำปางตายแต่ยังกล้ามาด่าว่าข้าอีก ท่านลุงผู้ใหญ่เจ้าคะข้าขอแจ้งจับเซียวอี้หลิงที่เป็นคนผลักข้าตกน้ำข้อหาพยายามฆ่าได้ไหมเจ้าคะ และเรียกเสียหายกับข้าชดเฉยให้ข้าด้วยเอากี่ตำลึงดีเจ้าคะท่านแม่ถึงจะสาสมกับความใจดำอำมหิตของคนบ้านใหญ่ดี ทั้งที่มีใบตัดขาดเขียนเอาไว้ชัดเจนไม่แหกตาดูถึงตายก็ไม่เผาผีทั้งยังห้ามไม่ให้ไปเหยียบที่บ้านใหญ่อีก พวกข้ายังไม่ได้เดินย่างกรายไปขอร้องให้พวกท่านมาช่วยเหลือเลยแล้วพวกท่านไม่ละอายใจกันบ้างหรือในเมื่อพวกท่านอยากมีเรื่องข้าจะขอแจ้งความจับเซียวอี้หลิงข้อหาพยายามฆ่าข้าลุงผู้ใหญ่ข้าขอแจ้งความเจ้าค่ะ""ได้สิข้ารับแจ้งความจะไปในอำเภอให้ลูกน้องท่านนายอำเภอออกมาจับตัวไปเลยพวกข้าจะไปเป็นพยานให้กับเจ้าเอง" ป้าโจวพูดขึ้นสนับสนุนอีกแรงหลังจากที่ลุงผู้ใหญ่บ้านรับแจ้งเรื่องของเย่วเย่วที่โดนลูกสาวของลุงใหญ่ผลักต
พอโดนพ่อเฒ่าเซียวตวาดนางลี่อี้จูถึงกับหน้าดำหน้าแดงเพราะว่ากลัวคำขู่ของสามีว่าจะให้ใบหย่าตอนที่นางพาลูกชายสะใภ้ใหญ่รวมถึงหลานสุดที่รักทั้งสองคนมาที่บ้านรองเซียว ได้แต่ยืนกัดฟันข่มความโกรธที่มีพอโดนสามีเอาจริงนางก็กลัวเพราะว่าสามียอมนางตั้งแต่ที่รับเอาบุตรชายของน้องสาวมาเลี้ยง เขาก็ไม่ยุ่งเรื่องที่นางเลี้ยงเซียวอี้ถังมาตามที่สัญญาเอาไว้จนถึงวันนี้ที่สามีถึงกับออกปากบอกจะหย่าให้นางถ้ายังไม่เลิกราจากบ้านรองอีกพอหัวหน้าหมู่บ้านลงที่หนังสือตัดขาดเพิ่มเสร็จจึงยื่นให้พ่อเฒ่าเซียวเก็บไว้เป็นหลักฐานกับบ้านรองเซียวคนละใบ "เดี๋ยวข้าจะกลับไปที่บ้านแล้วเขียนลงเพิ่มให้แล้วจะเอามาให้ลงชื่อในวันพรุ่งนี้ด้วยเลยเอาละทุกคนนี้ก็มืดค่ำแล้วกลับบ้านไปพักผ่อนกันได้แล้วพรุ่งนี้ต้องมาช่วยนังหนูเย่วเย่วเพาะปลูกเมล็ดผักอีก" พอหัวหน้าหมู่บ้านพูดจบชาวบ้านต่างก็แยกย้ายกันเดินทางกลับบ้านใครบ้านมัน"ข้ากลับบ้านก่อนละนังหนูเย่วเย่วพรุ่งนี้ข้าจะพาคนมาช่วยปลูกผักช่วยอีก" ก่อนที่จะหันไปหาตาเฒ่าเซียวที่ยืนดูลูกชายคนรองที่ตอนนี้ลูกกับภรรยากำลังพาเข้าบ้าน"เจ้ารองพ่อขอโทษนะลูกที่ไม่ได้ช่วยอะไรลูกได้เลยตลอดเวลาหลายส
ยามเหมาสองพี่น้องตื่นเอาหม้อหมูตุ๋นออกมานอกมิติไปตุ๋นต่อที่ห้องครัวในบ้านของท่านตา ตอนเช้านางทำซาลาเปาไส้ผัก ไส้หน่อไม้ และเอาผือกมาทำเป็นไส้หวานเพิ่มอีกไส้ให้ชาวบ้านที่มาเพาะปลูกได้กินมื้อเป็นเช้า นางตั้งใส่เข่งไว้หลังบ้านใส่เข่งไม้ไผ่อันใหญ่ให้ร้อนตลอดเวลาให้ชาวบ้านทุกคนที่มาทำงานบ้านของนางได้กินร้อนๆหลังจากทำที่นอกบ้านเรียบร้อยแล้วนางจึงเข้าไปรับบิดามารดาออกมาข้างนอกแต่กินมื้อเช้ากันเรียบร้อยแล้วค่อยออกมา ท่านพ่อชอบกาแฟที่นางชงให้มากกินแล้วสดชื่นแม้แต่ท่านแม่ก็กินเช่นกัน พอทุกคนออกมาไม่นานเสียงชาวบ้านก็เดินตามหลังพี่ใหญ่ของเย่วเย่วเข้ามาในบ้าน นางบอกว่าทำซาลาเปาเอาไว้ให้สำหรับทุกคนหยิบไปกินให้อิ่มแล้วค่อยลงมือทำงาน พร้อมน้ำชาดอกไม้ป่าที่นางเก็บมาชงส่งกลิ่นหอมกรุ่นช่างเข้ากันกับซาลาเปายิ่งนัก"นังหนูเย่วเย่วเอ็งนี้ทำอะไรมันก็อร่อยไปหมดนี้ถ้าไปขายในเมืองคงจะขายดีมากๆเลย คนในเมืองมีตำลึงซื้อของกินข้าเคยไปตลาดและซื้อซาลาเปามากินแต่มันไม่อร่อยเหมือนที่นังหนูเย่วเย่วทำเลย ไม่เชื่อก็ถามลุงหัวหน้าหมู่บ้านดูสิเพราะท่านต้องเข้าไปในเมืองเป็นประจำอยู่แล้วเพราะต้องติดต่องานราชการ" ชาวบ้านคุยกั
ยามเฉินสี่คนพ่อแม่ลูกหลังจากที่กินมื้อเช้ากันเรียบร้อยจึงพากันเดินออกหลังบ้าน เย่วเย่วเอาแม่กุญแจออกมาคล้องและล๊อคเอาไว้ ทุกคนจึงพากันเดินขึ้นเขาไปด้วยกัน ทุกคนต่างก็มีตระกร้าสะพายหลังกันท่านพ่อก็ได้ธนูใหม่คนละอันกับพี่ชาย มารดานั้นไม่ชอบยิงอะไรนางเลือกหยิบเอามีดตระขอที่พอเหมาะมือใส่ตระกร้าและเสียมมาถือเป็นอาวุธเดินตามหลังสามี พี่ใหญ่เดินรั้งท้ายท่านพ่อเดินนำหน้าขึ้นเขาไป พอเดินมาถึงตรงทางแยกที่สองพี่สองพากันไปล่าหมู่ป่าเซียวอี้เหอจึงเดินนำหน้าบิดาแทนเปลี่ยนท่านพ่อมาอยู่ด้านหลังแทน สองพี่น้องนำบิดามารดาเดินขึ้นไปประมาณครึ่งชั่วยาม ก็เดินวางกับดักกระต่ายป่าไก่ป่ามากันเรื่อยๆและเก็บผักป่าเห็ดป่ากันได้คนละตระกร้าก็เอาเข้ามิติของเย่วเย่วทุกคนจะกินมื้อเที่ยงกันที่ริมลำธารจะกินกุ้งย่างปลาย่างกันถือว่ามาปิกนิคเปลี่ยนสถานที่กินข้าวกัน เจอกระเทียมป่า หอมป่า สองแม่ลูกก็เก็บกันเอาให้ได้เยอะที่สุดพี่ชายกับบิดาก็ช่วยเก็บทุกครั้งที่เจอ ก่อนจะถึงมื้อเที่ยงท่านพ่อกับพี่ชายไปลงจับกุ้งมาย่างรอแม่ลูกทั้งยังยิงไก่ป่ามาย่างให้ภรรยากับลูกสาวอีกต่างหากเซียวอี้ถังเหมือนตายแล้วเกิดใหม่เขาเกือบจะไม่ได้กลับไป
สองพ่อลูกทำคอกไก่ป่ากระป่าให้กับลูกสาวใช้เวลาอยู่สองวัน มีลูกสาวคอยวิ่งส่งสิ่งของให้เวลาที่สองพ่อลูกอยู่บนหลังคาส่วนมารดานั้นดองผักสองวันเสร็จแล้วเหมือนกัน เพราะลูกสาวคนเล็กช่วยในตอนกลางคืนอีกแรงผักที่หาลงมาจึงทำการดองเสร็จสิ้นจำพวกเห็ดป่าก็ล้างตากแดดเอาไว้กินส่วนหนึ่งกินสดส่วนนึ่ง ใส่ช่องฟิตตู้เย็นจนเต็มสารพัดเห็ดป่ามากมาย หนึ่งหน่อไม้เย่วเย่วก็นึ่งใส่ถุงห้อยเอาให้มิติทั้งดองทั้งตากแห้ง ต้มสดใส่ช่องฟิต เรียกได้ว่าของกินของนางมีให้กินทุกอย่างในครอบครัวมากมายหลายอย่างนางคิดจะขึ้นเขาทุกวันเพราะตอนนี้งานในสวนผักยังไม่มีหญ้าเกิดขึ้น พ่อแม่ลูกจึงตกลงกันขึ้นเขาไปหาของมาลงมาตุนเอาไว้ขายจะดีกว่าแต่ถ้ามีหญ้าขึ้นเยอะนางจะช่วยทุกคนถอนแล้วค่อยขึ้นไปหาของป่าวันหลังแทนตอนนี้ครอบครัวเย่วเย่วขึ้นเขาทุกวันมาเป็นเดือนแล้วพืชผักที่เพาะปลูกไว้ก็ขึ้นดีมาก บางอย่างนางกับพี่ชายตัดไปแลกข้าวแลกแป้งชาวบ้านมาได้ไม่น้อย จำพวกผักบุ้งจีนคะน้า นางยังนำหน่อไม้ดองไปแลกด้วยเพราะมีป้าบางคนขอแลกเย่วเย่วก็จัดให้ไปกันทุกบ้านที่ร้องขอของป่าจากบ้านของนางวันนี้นางช่วยบิดามารดาถอนหญ้าและลงผักชุดใหม่ช่วยกันตัดไปสี่คนพ่อแม่ล
ยามเหมาหลังจากทำธุระกันเสร็จเรียบร้อยเกวียนที่ขนผักจนเต็มก็เคลื่อนออกจากบ้านตีนเขา นางใช้กระบอกไฟส่องให้บิดา พี่ชายเป็นคนถือคบเพลิงไฟพอออกจากหมู่บ้านนางก็ใช้ไฟฉายจับสัตว์ที่รัดติดหัวส่องต่อให้บิดาส่องทางสว่างมากๆ เป็นที่ถูกใจสองพ่อลูกด้านในนางก็มีไฟฉายเปิดอีกอันเย่วเย่วเอาขนมจีบซาลาเปากาแฟออกมาให้ทุกคนกินระหว่างทางจะได้ไม่หิว ทั้งยังสดชื่นอีกต่างหากใช้เวลาเดินทางเกือบครึ่งชั่วยามจึงไปถึงในเมืองจึงหันมาใช้คบเพลิงไฟเหมือนเดิม บิดาที่เคยเข้ามาขายสัตว์ป่าเพราะรู้ทางจึงมุ่งหน้าไปทางตลาดของเมืองนี้ แต่ตอนนี้ก็จะเกือบเช้าแล้วจึงไม่ต้องส่องไฟแล้วท่านพ่อหยุดเกวียนก่อนจะให้บุตรชายเฝ้าเอาไว้เขาจะไปหาที่ลงของขายกับบุตรสาวสองคนสองพ่อลูกเดินเข้าไปตรงที่มีพ่อค้าแม่ค้าพาเตรียมที่ขายของที่ขายประจำ ท่านพ่อจึงไปถามคนที่ขายหมูที่เขียงเพราะเคยรู้จักกันว่าจะขายของจะติดต่อใครได้พ่อค้าหมูบอกให้ไปที่ข้างๆตลาดมีคนนั่งรับเรื่องของทางการอยู่ สองพ่อลูกจึงไปลงชื่อขายผักค่าเช่าวันละยี่สิบอีแปะ ท่านพ่อจ่ายค่าที่แล้วจึงกลับไปหาสองแม่ลูกที่นั่งรออยู่เกวียน ทั้งสี่คนช่วยกันนำแพไม้ไผ่ที่ท่านพ่อทำเอาไว้สำหรับขายของออกม
ท่านพ่อบังคับเกวียนผ่านหมู่บ้านไปที่บ้านตีนเขาของครอบครัวมีตระกร้าที่ใส่ของจนเต็มเกวียนที่เย่วเย่วนำออกมาตบตาชาวบ้าน ทุกคนมองเกวียนที่ท่านพ่อบังคับและมีบางคนที่ยังไม่รู้ว่าบิดาเดินได้แล้วมันตั้งสามเดือนแล้วนะนี้บิดาบอกว่าได้หมอดีจึงทำให้หายและเดินได้ตอนไปเช่าเกวียนที่ผู้ใหญ่บ้านเมื่อวานเพราะท่านเลือกไปตอนค่ำจึงไม่มีคนเห็นมีเพียงครอบครัวผู้ใหญ่บ้านที่เห็นท่านพ่อเดินได้ ชาวบ้านจึงสงสัยและตะโกนถามเซียวอี้ถังว่าหายจากบาดเจ็บที่ขาแล้วหรือและไปไหนกันมาทั้งครอบครัวท่านพ่อก็ตอบว่าหายและเดินได้แล้ว พาครอบครัวไปขายผักในอำเภอมาและซื้อของตุนเสบียงใส่หน้าหนาวแต่ไม่ได้จอดเกวียน ขี่ไปตอบไปทั้งอย่างนั้นเลยเย่วเย่วมีหน้าที่ส่งยิ้มไปให้บรรดาป้าๆที่เคยช่วยงานที่บ้านนี้คือกระบอกเสียงที่ดีกับครับครัวเซียวบ้านรองของนาง พอถึงบ้านก็ช่วยกันขนของเข้าบ้านพักผ่อนค่อยเริ่มงานในรอบบ่ายหลังจากนอนพักกันหายเหนื่อยแล้วทั้งสี่คนพ่อแม่ลูกก็ลุกขึ้นไปทำงานในสวนต่อ ทุกคนตัดผักช่วยกันมัดเอาไว้ให้พอดีกับที่พ่อบ้านสั่งก่อนจะตัดส่วนของลูกค้าแม่บ้านที่มาจับจ่ายซื้อกันทุกวันจนล่วงเลยถึงยามเซินจึงขนมาวางให้เย่วเย่วนำเข้ามิติเอา
หลังจากแต่งกันกับท่านอ๋องภายในตำหนักในทุกคืนจะมีเสียงครางหวานของคู่สามีข้าวใหม่ปลามันจนนางกำนัลหน้าแดงไปตามๆกัน ท่านอ๋องช่างรักพระชายาเหลือเกินตามใจนางทุกอย่างตลอดที่ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ช่วงก่อนจะถึงวันกลับไปเยี่ยมที่บ้านของพระชายาเขาตักตวงความสุขตั้งแต่ก่อนวันแต่งจนผ่านมาหลายคืนแล้วก็ยังคงหื่นเสมอต้นเสมอปลาย เย่วเย่วคิดในตอนนี้นางนั่งผิงอกแกร่งของพระสวามีกลับหมู่บ้านฉีซานเพื่อจะกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมตามประเพณี กว่าจะได้ออกจากห้องแต่ละวันนางนี้ต้องมีนางกำนัลคอยประคองถ้าไม่มีน้ำพุวิเศษนี้นางไม่อย่างจะคิดเลยว่าจะนอนเป็นผักทั้งวันหรือเปล่า"เย่วเอ๋อร์น้องนอนเถอะนะคนดีพอถึงบ้านของพ่อตาแม่ยายพี่จะปลุกน้องเอง"ท่านอ๋องกระชับอ้อมกอดให้ภรรยานั่งพิงอกได้สะดวกตอนกลางวันต้องให้นางนอนพักเอาแรงไว้มากๆหน่อยช่วงกลางคืนคือเวลาของเขา ว่าจะหยุดสักเดือนก่อนจะเดินทางเข้าเมืองหลวงไปหาพี่ชายที่รอจัดงานให้อีกรอบที่ตำหนักอ๋องที่เมืองหลวง แต่จะให้เขาอดใจไหวไม่รังแกภรรยาได้เช่นไรในเมื่อนางน่ารักน่ากินไปทั้งตัว เขาก็ไม่ใช้ผู้หลุดพ้นเสียหน่อย นี้ก็อดทนรอมาตั้งปีเพื่อจะแต่งนางเข้าตำหนักได้แต่ก็ต้องออกศึกไปเป็นปีที่ไ
ท่านอ๋องกว่าจะปลีกตัวจากเหล่าทหารทั้งหลายได้ก็ปาไปเกือบสี่ทุ่มในภพเก่าของนางเย่วเย่วกำลังนั่งหลับพักเอาแรงหลังจากที่มารดามาอวยพรร่ำลากันกลับหมู่บ้านกับบรรดาป้าๆทั้งหลายกลับไปกันจนหมด นางก็อยู่กับนางกำนัลสองคนที่มีอายุสามสิบได้กระมังเย่วเย่วแอบกินนมกับขนมเพราะมีผ้าคลุมหน้านางไม่กลัวนางกำนัลเห็นหรอกนะ คนมันหิวกว่าด้านนอกจะรับแขกและกลับหมดพอดีหิวท้องร้องกันพอดี หยิบของออกมากินจนอิ่มนางก็นั่งหลับไปเลยเอาแรงดีกว่าถ่างตารอไม่ไหวหรอก เพราะเมื่อคืนนี้ท่านอ๋องของรางวัลทั้งคืนถ้านางไม่หลับก่อนคงสว่างคาตาแน่ๆเลย คนอะไรอึดเป็นบ้าขอให้ปล่อยก็ไม่ยอมหยุดจนนางหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ แล้วยังโดนลากมาทำพิธีทั้งวันอีกจนค่ำสองที่พักนอนงีบเอาแรงสักนิดก็ยังดีตัดมาที่ท่านอ๋องที่ตอนนี้กำลังโดนเหล่าทหารคนสนิทมอมเหล้าเพื่อกลั้นแกล้งให้เจ้านายเข้อหอไม่ไหวชนแก้วจอกต่อจอก จนเขาต้องใช้อุบายขอเข้าห้องน้ำพอปลีกตัวออกมาได้ก็เดินตัวปลิวไปที่ห้องหอในตำหนักใหญ่เลยป่านนี้เย่วเย่วคงจะรอแย่แล้ว อ๋องหนุ่มคิดไปยิ้มไปกับความน่ารักของภรรยาหมาดๆที่นางให้รางวัลกับเขาเมื่อคืนนี้จนแทบตายคาอกนาง แต่ใครจะอดใจไหวเล่าภรรยาน่ารักเสียขนาดน
ตอนนี้หัวสมองของสาวน้อยเย่วเย่วขาวโพลนไปหมดกับริมฝีปากหนาของชายคนรักที่ละเลงน้องสาวจนนางครางกระเส่าอย่างไม่อาย ชายหนุ่มนั้นตอนนี้ดูดดึงกุหลาบงามของสาวคนรักอย่างไม่รังเกียจนางสวยไปหมดจนเขาอดใจไม่ไหวอยากกลืนกินทุกอย่างที่เป็นนาง"เย่วเอ๋อร์คนดีร้องดังๆไปเลยพี่ชอบเห็นน้องมีความสุขที่สุุขเสียวไหมที่รัก" ชายหนุ่มเงยหน้ามาพูดกับนางแต่ก็ยังมีนิ้วแทนที่ปากเขาเขี่ยวนตรงปุ่มเสียวของนาง เย่วเย่วยกสะโพกลอยตามนิ้วร้ายของชายหนุ่มที่ละเลงแล้วแหย่เข้าไปที่ละนิ้ว พอถามนางจบเขาไม่คิดจะฟังคำตอบเพราะดูจากการตอบรับของสาวคนรักก็พอใจมากแล้ว ท่านออ๋องหนุ่มก้มหน้าลงฉกชิมกุหลาบงามตรงหน้าต่อจนร่างบอบบางเกร็งกระตุกสุขสมไปก่อนเพื่อเปิดทางให้มังกรตัวเขี่ยงเข้าไปในกุหลาบงาม ชายหนุ่มแยกขาของคู่หมั้นสาวออกจนกว้างก่อนจะชักรูดมังกรตัวเองถูกไถ่ก่อนจะค่อยๆกดเข้าไปทีละน้อย เยว่เยว่หัวขาวโพลนเพราะพึ่งเสร็จสมไปเพราะลิ้นร้ายของท่านอ๋องต้องสะดุ้งเพราะมีสิ่งใหญ่โตกำลังมุดเข้ากุหลาบของนางมาได้แค่ส่วนหัวนางแทบขาดใจทำไมมันใหญ่ขนาดนี้จะเข้าไปในน้องสาวของนางได้จริงๆหรือ"ท่านอ๋องเพคะ" นางเอามือยันหน้าอกแกร่งเอาไว้ก่อน"ท่านพี่เรียก
ตลอดเวลาหนึ่งอาทิตย์มีรถม้ามารับเซียวเย่วเย่วทุกวันในตอนเช้าเพื่อฝึกสาวน้อยที่จะแต่งเข้าตำหนักของท่านอ๋องซงตงหยางในอีกไม่นาน รอเพียงท่านอ๋องเดินทางกลับมาถึงที่อำเภอแห่งนี้ ท่านอ๋องปกครองครอบคลุมไปถึงชายแดนฉีเป่ยที่พึ่งรบจบศึกในตอนนี้นั้นเอง ตลอดเวลาเย่วเย่วก็ตั้งใจเรียนการเดินการนั่งการกินการพูดคุยพิธีการต่างๆที่ชนชั้นสูงต้องมีจนครบสิบวัน นางแทบจะรากเลือดกับสิ่งที่ฝืนกับสิ่งที่ตนเองไม่ถนัดแต่ก็ทำเพื่อหน้าตาของสามีในภายภาคหน้าจะได้ไม่อายใครว่าแต่งชายาบ้านนอกเข้ามาและไม่รู้เรื่องอะไรเลยในตอนค่ำของอีกวันหลังจากที่สามพ่อแม่ลูกกินมื้อค่ำอิ่มแล้วก็เตรียมตัวจะเข้านอนหลังจากที่นั่งย่อยอาหารที่หน้าบ้านเหมือนเช่นทุกวัน จนจะได้เวลาเข้านอนก็ได้ยินเสียงม้าวิ่งมาที่หน้าบ้านพร้อมกับเสียงเคาะประตูหน้าบ้านเสียงดัง"ท่านพ่อท่านแม่ข้ากลับมาแล้วขอรับ" เสียงเรียกที่หน้าบ้านมันเสียงของพี่ชายของนางชัดๆเลย"ท่านพ่อเสียงพี่ใหญ่เจ้าค่ะ" พูดจบนางก็วิ่งลงบ้านไปที่ประตูใหญ่เลยทันที บิดาวิ่งตามลูกสาวไปติดๆหลังจากที่บอกให้ภรรยานั่งรอที่นี้ห้ามวิ่งตามมาสั่งแล้วเขาก็วิ่งตามลูกสาวสาวไปที่หน้าบ้านเหมือนกันเซียวเย่วเย
"เซียวอี้ถังเปิดประตูบ้านเร็วๆเข้า" เสียงลุงผู้ใหญ่บ้านเคาะไม้เรียกเสียงดังลั่นที่ด้านหน้า"ขอรับๆข้ากำลังเปิดอยู่" ส่วนท่านแม่ยืนรอที่หน้าระเบียงบ้านพอเปิดประตูออกก็เห็นคนมากมายเต็มหน้าบ้านของนางไปหมด แม้แต่ท่านนายอำเภอยังมาเลยท่านพ่อกับเย่วเย่วก็ตกใจเหมือนกัน"มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือท่านลุงทำไมคนมาบ้านของข้าเยอะขนาดนี้ละ" เซียวอี้ถังถามด้วยความสงสัยเหมือนกันส่วนเย่วเย่วนั้นนางตั้งสติแล้วรอฟังว่าทุกคนมีอะไรจึงมาหน้าบ้านของนางมากมายขนาดนี้มองคร่าวๆที่ด้านหลังนั้นอีกที่ชาวบ้านเดินตามกันมาจนจะหมดดทั้งหมู่บ้านเลยกระมัง นางคิดและมองดูคนที่แต่งตัวเป็นเหมือนขันทีในวังเหมือนในละครทีวีที่นางดูเป็นประจำทหารอีกเป็นร้อยรวมทั้งรถม้าหลายสิบคันที่จอดเรียงกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย"มีพระราชโองการจากองค์เหนือหัวถึงคุณหนูเซียวเย่วเย่ว" ทันทีเมื่อคำพูดถึงราชโองการจากผู้เป็นใหญ่เหนือแคว้นเยว่เยว่กับครอบครัวก็รีบคุกเข่ารอรับพระราชโองการทันที ชาวบ้านคนอื่นๆก็รีบยืนสำรวมรอฟัง "เซียวเย่วเย่วรับราชโองการคุณหนูเซียวเย่วเย่วทำความดีส่งเสบียงช่วยเหล่าทหารกล้าที่ไปรบที่ชายแดนกับท่านอ๋องซงตงหยางพระอนุชาของพร
สามพ่อแม่ลูกนั่งคุยกันได้สักพักเสียงร้องของเหยี่ยวที่ท่านอ๋องคอยส่งข่าวก็ร้องขึ้นบริเวณท้องฟ้าเหนือบ้านของนางเสียงดังก่อนที่เจ้าตัวจะบินร่อนลงมาที่หน้าระเบียงบ้านเย่วเย่วร้องตะโกนเสียงดังตั้งแต่ที่ได้ยินเสียงมันร้องตอนยังไม่เห็นตัวลงมาหน้าบ้านด้วยความดีใจ"โอ๊ะเจ้าเหยี่ยวมาแล้วเจ้าค่ะท่านพ่อท่านแม่" ทุกคนยิ้มด้วยความดีใจกับเสียงนกยักษ์ของท่านอ๋องที่มาส่งข่าวหลังจากหายไปนานมันลงมาถึงก็ยกขาให้เย่วเย่วดึงเอาจดหมายที่ผูกมาด้วยเป็นอย่างดีแล้วรับอาหารของตนกินเงียบๆที่ที่ประจำเย่วเย่วเอาจดหมายพี่ชายให้บิดามารดาของนางต่างหากท่านพ่อรีบรับไปอ่านให้ท่านแม่ฟังทันที่'ถึงท่านพ่อท่านแม่น้องเล็กขอโทษที่หายไปนานคงจะทำให้พวกท่านเป็นห่วงตอนนั้นกำลังสู้รบไม่ค่อยมีเวลาตอนนี้ชนะข้าศึกแล้วอีกไม่นานจะได้เดินทางกลับมาบ้านรักและถึงทุกคนขอรับ เซียวอี้เหอ'ท่านแม่ยิ้มแก้มปริพอได้ยินว่าลูกชายกำลังจะกลับมาในอีกไม่ช้า"ท่านพี่ข้าจะไปหาของกินอร่อยๆเอาไว้รอลูกของเราเจ้าค่ะพาข้าไปในห้องเสบียงหน่อยนะเจ้าคะ" นางรีบหันไปหาสามีเพื่อทำอาหารรอบุตรชายที่จากไปนับปี"น้องหญิงอาหารของเร
หลังจากที่จบศึกกับกับทางแคว้นฉีเป่ยแล้วท่านอ๋องก็ยกหน้าที่ให้รองแม่ทัพใหญ่คนสนิทประจำการที่ชายแดนแห่งนี้จัดการต่อ แล้วให้ทหารบางส่วนของพระองค์เอาไว้ให้ฝึกซ้อมยิงธนูและสอนทำธนูเพิ่มเอาไว้ใช้กองทัพทางชายแดนแห่งนี้ด้วย ให้เพียงพอต่อการศึกในครั้งต่อไปดีที่ได้มาหลายพันอันสามารถยิงคู่ต่อสู้ตกตายไปมากมายแถมที่จุ่มน้ำมันจุดไฟพอตกไปที่ศัตรูจึงเกิดไฟกลายเป็นทะเลเพลิงเผ่าไหม้ทหารแคว้นฉีเป่ยตกตายไปในสนามรบที่ผ่านมาตอนนี้ท่านอ๋องกับคนสนิทนับสิบคนเดินทางกลับไปหมู่บ้านฉีซานเรื่องสู่ขอเซียวเย่วเย่วนั้นเขาได้ส่งจดหมายบอกพี่ชายที่วังหลวงเรียบร้อยให้เตรียมงานอภิเษกสมรสได้เลยพอเขารบเสร็จศึกกับมาจะสู่ขอสาวคนรัก และได้เล่าเรื่องเสบียงที่นางช่วยเหลือตอนหิมะตกหนักเสบียงหลวงไปถึงล่าช้าไม่พอแถมยังน้อย จากที่จะมีพอให้ทหารนับแสนกลับมีหนอนในการส่งเสบียง ให้พี่ชายจัดการคนที่มีส่วนร่วมฉ้งโกงเสบียงในครั้งนี้ดีที่เซียวเย่วเย่วส่งเสบียงส่วนตัวของนางไปถึงสี่ครั้งจึงทำให้ทหารมีกินจนเพียงพอฮ้องเต้พอได้รับจดหมายจากน้องชายก็สั่งสอบตรวจสอบขุนนางที่มีหน้าที่ส่งเสบียงไปชายแดนและสำเร็จโทษขุนนางไปหลายคนข้อหาหนัก เพราะต้องการใ
นี้ก็หนาวเข้าเดือนที่สามแล้วข่าวคราวจากชายแดนหายเงียบไปเลยทำให้นางเป็นห่วงพี่ใหญ่กับท่านอ๋องมากเหมือนกัน"ท่านพ่อท่านแม่นี้ถ้าหมดหน้าหนาวลูกจะเดินทางไปที่ชายแดนแคว้นฉีเป่ยเพื่อจะช่วยพี่ชายกับท่านอ๋องได้หรือไม่เจ้าคะ" ไม่รู้ว่าติดปัญหาอันไดอยู่จึงจัดการแม่ทัพฝั่งตรงข้ามไม่ได้สักที"เย่วเอ๋อร์ลูกพูดอะไรเช่นนั้นจะทำให้แม่ใจสลายหรือข่าวจากพี่ชายของเจ้ายังไม่มาถึงเราหลายเดือนแล้ว ยิ่งลูกเป็นผู้หญิงจะเดินทางไปชายแดนได้อย่างไร" มารดาหันมาถามบุตรสาวด้วยความตกใจ"ท่านแม่ข้าก็อยากไปดูที่ชายแดนเหมือนกันว่าตอนนี้พวกเขามีอาหารการกินเพียงพอหรือไม่ ข้าจะนำไปเติมให้ท่านอ๋องกับพี่ใหญ่รวมถึงทหารทุกคนด้วยเจ้าค่ะท่านแม่" นางบอกเหตุผลให้มารดาฟังเผื่อท่านแม่จะใจอ่อนให้นางเย่วเย่วคิดในใจ"ไม่ได้ยังไงแม่ก็ไม่ให้ลูกไปรอไปอีกสักเดือนเถอะนะเย่วเอ๋อร์ไม่ใช่ว่าแม่ไม่เป็นห่วงพี่ใหญ่ของลูก แต่เจ้าเป็นหญิงสาวจะเดินทางไปในที่อันตรายแบบนั้นแม่ย่อมไม่ยินยอม" มารดาตอบเสียงแข็งและหันไปหาสามีให้ช่วยพูดกับบุตรสาวอีกทาง"เย่วเอ๋อร์พ่อว่ารออีกสักเดือนก่อนเถอนะลูกรักทางนั้นคงจะลำบากเหมือนกันกับหน้าหนาว หิมะยังมาตกหนักอีกดีนะท
นับตั้งแต่ที่ได้รับจดหมายจากชายคนรักนี้ก็ผ่านมาหกเดือนแล้ว ตอนนี้ยังไม่ได้รับจดหมายส่งมาอีกเลยนางคิดว่าตอนนี้คงกำลังสู้รบกันแล้ว ตอนนี้บ้านของนางได้เก็บเกี่ยวข้าวที่ปลูกทั้งร้อยหมู่นางได้ส่งไปให้ที่ค่ายทหารของท่านอ๋องทั้งหมดด้วยคนของท่านอ๋องที่อยู่ในอำเภอ สั่งเอาไว้ว่าถ้านางต้องการของฝากของไปให้ คนของท่านอ๋องจึงจัดการทำให้นางส่งเสบียงไปที่ชายแดนแคว้นฉีเป่ยได้กองทัพของท่านอ๋องซงตงหยางอาหารแห้งจำพวกปลาแห้ง เนื้อหมูแห้ง หน่อไม้แห้ง เห็ดแห้งนางส่งไปหลายคันรถม้า รถม้าที่คนของท่านอ๋องส่งมาให้ขนเสบียงไปชายแดนก็มาจากกองขนเสบียงจากค่ายทหารโดยตรง ที่ท่านอ๋องได้จัดการเอาไว้กับคนสนิทเพื่อขนเสบียงไปส่งกองทัพทุกเดือนอยู่แล้ว และนางยังคงปลูกข้าวต่ออีกเพื่อจะส่งไปชายแดนเหมือนเดิมทั้งได้ขอซื้อมูลสัตว์มาใส่ที่นาจากคนในหมู่บ้านและมาช่วยว่านปุ๋ยมูลสัตว์ที่นาข้าวของนาง เย่วเย่วคิดว่าจะปลูกข้าวงวดนี้แล้วจะหวานถั่วเขียวต่อเพื่อบำรุงดินก่อนจะว่านข้าวต่อไปสลับกันจนกว่าจะจบศึกที่ชายแดนแคว้นฉีเป่ยหลังกินมื้อค่ำอิ่มสามพ่อแม่ลูกก็นั่งย่อยอาหารที่หน้าระเบียงบ้าน บางวันก็เดินกันในบริเวณหน้าบ้านหรือก็คือรอเจ้าเหยี