หลังบ้านครอบครัวรองเซียวนั้นมีแต่เสียงหัวเราะด้วยความสุขของชาวบ้านที่ได้รับส่วนแบ่งของเนื้อหมูป่าเท่าๆกัน รวมถึงบ้านของเย่วเย่วด้วยนางใจดีบอกวิธีผัดกระเพราะหมูป่าให้ชาวบ้านผัดเผ็ดหมูป่าที่นางเก็บสมุนไพรลงมาจนครบห่อใหญ่ แบ่งให้คนที่สนใจจะทำบอกวิธีการปรุงไปอีก เมียของหัวหน้าผู้ใหญ่บ้านรับฟังทั้งยังจดจำเอาไว้จะไปทำที่บ้านให้ลูกๆของนางได้กินในวันนี้อีกด้วย หน่อไม้สดที่นางกับพี่ชายตัดลงมาแจกจ่ายให้คนที่จะไปต้มจืดกระดูกหมูมื้อค่ำนี้ด้วย ผักในตระกร้าแจกจ่ายให้กับทุกคนบรรดาป้าๆทั้งหลายยิ้มกันแก้มปริกับของป่าที่ได้รับคนละเล็กละน้อยแต่ได้กันทุกคน
"นังหนูเย่วเย่วเอ้ยวันพรุ่งนี้เอ็งต้องตุ๋นเครื่องในหมู่ให้พวกข้าได้กินกันทุกคนนะ เพราะพวกข้าจะมาช่วยงานบ้านของเองเพาะปลูกเมล็ดผักทุกอย่างจนเสร็จโน้นแหละนะทั้งยังจะเอาแป้งมาให้เอ็งสอนทำใส้ซาลาเปาให้อีกด้วยพวกข้าจะได้ทำให้ลูกหลานได้กินกันมันอิ่มท้องและอร่อยมากๆด้วยละ" หญิงวัยกลางคนพูดขึ้นมาทุกคนต่างก็พยักหน้ารับไปด้วยกันอย่างพร้อมเพียง เย่วเย่วจึงยิ้มจนตาหยี่ให้กับบรรดาป้าๆทั้งหลายที่นั่งรอเนื้อหมู่ป่ากลับบ้านไปทำมื้อค่ำกินกันในแต่ละครอบครัว บ้านใหญ่เซียวในตัวหมู่บ้านนางเซียวอี้จูที่วันนี้ทุกคนในบ้านร่างกายเริ่มมีเรี้ยวมีแรงกันขึ้นมาบ้างแล้ว สะใภ้ใหญ่กำลังทำมื้อค่ำสำหรับทุกคนกับลูกสาวเซียวอี้หลิงบุตรสาวของสะใภ้ใหญ่คนที่ผลักเย่วเย่วตกน้ำเมื่ออาทิตย์ก่อนกำลังช่วยมารดาทำมื้อค่ำด้วยใบหน้าที่บูดบึ้ง เมื่อก่อนนางสองแม่ลูกไม่ต้องทำงานบ้านเองมีแต่ครอบครัวของเย่วเย่วที่ทำงานแทนมาโดยตลอด ก็ไม่ยินยอมจึงหาทางให้แม่ไปบังคับบ้านรองเซียวมาทำงานแทนตัวเองและลืมเรื่องการตัดขาดจากบ้านใหญ่ไปแล้วด้วยเพราะคนทั้งบ้านนั้นถ่ายท้องจนไปนอนที่โรงหมอพึ่งจะกลับมาไม่กี่วัน ทั้งยังไม่ได้ออกไปเดินในหมู่อีกเพราะทุกคนกับไร้เรี้ยวแรงขึ้นมาทั้งบ้านจนถึงวันนี้ก็ได้อาทิตย์แล้วเหมือนที่ไล่บ้านรองเซียวออกไปจากบ้านของท่านย่าเซียวนั้นเอง สะใภ้ใหญ่ฉินซูอิ๋นก็ทำอาหารด้วยใบหน้าบูดบึ้งไม่ต่างกันกับลูกสาว ถ้าไม่เกิดเรื่องที่ลูกสาวของนางผลักนังเด็กเย่วเย่วตกน้ำปางตายนางก็คงไม่ต้องมานั่งทำอาหารให้ทุกคนกินเองยังมีสะใภ้รองทำให้ทุกอย่างแม้แต่งานบ้านแต่นี้พอไล่พวกมันไปแล้วงานทุกอย่างจึงตกใส่หัวนางกับลูก สามีที่ขี้เกียจไม่ต่างกันกับนางรวมถึงบุตรชายที่ย่ารักยิ่งกว่าทุกคนคอยนั่งชี้นิ้วรอกินกันลูกอย่างเดียว ลูกชายใหญ่กับย่าสุดที่รักที่โถงบ้านแต่วันนี้ไม่เห็นบุตรชายคนรองตอนบ่ายคงจะออกไปหาเดินเล่นกับเพื่อนในหมู่บ้านกระมังนางคิดในใจ "ท่านแม่ข้าไม่อยากทำงานบ้านกับทำอาหารอีกแล้วทั้งต้องไปที่นาอีกข้าเหนื่อย ให้ท่านย่าไปตามครอบครัวนังเย่วเย่วกลับมาทำให้พวกเราเหมือนเดิมจะดีกว่านะเจ้าคะ" เซียวอี้หลิงพูดขึ้นด้วยความไม่พอใจเพราะนางเกลียดชังเย่วเย่วจึงผลักญาติผู้น้องตกน้ำจนปางตาย พอแม่ของนังเย่วเย่วมาฟ้องท่านย่าก็ไม่เข้าข้างพวกมันทั้งยังไล่ออกจากบ้านใหญ่และตัดขาดออกจากตระกูลเพราะพ่อของนังเย่วเย่วตกเขาขาหักทำงานให้ที่บ้านไม่ได้ ท่านย่ากลัวจะเปลืองข้าวกับตัวไร้ประโยนช์ทั้งสองจึงขับไล่พวกมันออกไป ตอนนี้เลยเซียวอี้หลิงก็สะใจยิ่งนักที่เห็นครอบครัวบ้านรองเซียวโดนไล่ออกจากบ้านแต่ทว่างานทุกอย่างจึงตกมาใส่หัวนางกับมารดา ตอนนี้เซียวอี้หลิงไม่อยากทำงานแล้วจึงหาทางให้มารดาไปบอกย่าที่สะใภ้ใหญ่พูดอะไรท่านย่าจะเชื่อแทบจะทุกอย่าง "ถ้ามันง่ายอย่างนั้นก็ดีนะสิลูกเพราะตอนนี้ท่านย่าได้ตัดขาดพวกมันออกไปจากตระกูลแล้วและตัวของนังเย่วเย่วมันตายหรือยังก็ไม่รู้ พ่อของมันที่ขาหักอีกจะมีประโยนช์อะไรที่ย่าของลูกจะยอมรับพวกมันกลับมาที่บ้านอีกละ" นางฉินซูอิ๋นพูดกับลูกสาว "ไม่เห็นจะยากเลยเจ้าค่ะท่านแม่ก็ให้ท่านย่าอ้างบุญคุณกับอาสะใภ้รองสิ ให้มาทำงานแทนพวกเรากับลูกแทนที่ของท่านอาเซียวอี้ถังยังไงละข้ากับท่านจะได้ไม่ต้องเหนื่อยอีกต่อไปท่านแม่ว่าจริงไหมเจ้าคะ" เซียวอี้หลิงออกความคิดชี้ทางให้มารดาด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ "อือจริงสิแม่ลืมไปเลยเดี๋ยวพอทำอาหารแล้วเราจะคุยกันกับย่าของลูกดู" สองแม่ลูกยิ้มในหน้าอย่างมาดหมายกับความคิดของตัวเอง ตัดมาที่ลูกชายของนางฉินซูอิ่นที่ออกมาเดินเล่นในหมู่บ้านรอบบ่ายคอยเพื่อรอกลับไปกินมื้อค่ำกับครอบครัวเพราะไม่ได้ออกมาจากบ้านมาเป็นอาทิตย์ เพราะที่บ้านถ่ายท้องวันนี้พอมีเรี้ยวแรงเขาจึงจะมาหาสหายในหมู่บ้านเหมือนทุกวันที่ผ่านมา เซียวจิ้นหูลูกชายของสะใภ้ใหญ่ที่อายุเท่ากันกับเย่วเย่วส่วนพี่สาวของเขาเซียวอี้หลิงนั้นเกิดก่อนเซียวอี้เหอหนึ่งปี (เซียวจิ้นฝานคือลุงใหญ่อายุสี่สิบห้าปี) (สะใภ้ใหญ่ชื่อฉินซูอิ๋นสี่สิบปี ลูกสาวชื่อเซียวอี้หลิงสิบแปดปี ลูกชายชื่อเซียวจิ้นหูสิบห้าปี ย่าคือนางเซียวอี้จู หกสิบปี ปู่ชื่อเซียวอี้หวายหกสิบห้าปี) ทำไมวันนี้ในหมู่บ้านถึงไม่ค่อยมีคนนั่งเล่นที่ต้นใม้ใหญ่ประจำหมู่บ้านละ เซียวจิ้นหูเดินออกมาเล่นไม่เห็นคนที่ชอบนั่งเล่นกันเหมือนเมื่ออาทิตย์ก่อนๆเจอเพียงสหายที่เกเรของเขาที่เล่นกันอยู่สามสี่คนใกล้แม่น้ำหลังหมู่บ้านพวกเขากำลังเล่นกันเหมือนที่นัดกันมาเล่นที่ประจำ "อ้าวจิ้นหูเอ็งหายแล้วหรือข้าไม่เห็นครอบครัวของเอ็งเลยและไม่เห็นหน้าเอ็งหนึ่งอาทิตย์แล้วกระมัง" เพื่อนของจิ้นหูทักทายสหายพอเห็นเขาเดินเข้ามาใกล้ที่ประจำที่เล่นกันของพวกตน "อือพอดีข้าพึ่งหายจากท้องเสียวันนี้มีแรงหน่อยจึงคิดถึงพวกเองเลยเดินมาหานี้ละ" "แต่ข้าเดินผ่านหมู่บ้านมาไม่เห็นมีคนนั่งเล่นกันเหมือนเมื่อวันก่อนๆ" เซียวจิ้นหูถามเพื่อนๆของตนเองด้วยความสงสัย "อ้อเพราะครอบครัวของเอ็งไม่สบายก็ไม่แปลกหรอกเพราะคนในหมู่บ้านของพวกเราไปทำงานให้ครอบครัวท่านอาเซียวอี้ถังของเองมาเป็นอาทิตย์แล้ว ข้าได้ยินข่าวมาว่าพี่เซียวอี้เหอกับเซียวเย่วเย่วขึ้นเขาไปล่าสัตว์หลังจากที่ครอบครัวของย่าเอ็งไล่ออกจากบ้านไปได้หนึ่งอาทิตย์ และพวกเขายังโชคดีได้หมูป่าตัวใหญ่สองตัวลงมาจ้างชาวบ้านให้ไปล้อมรั้วบ้านซ่อมแซมบ้านให้ใหม่ทั้งหมดเลยแลกกับเนื้อหมูป่าสองตัวใหญ่จึงมีชาวบ้านไปทำงานที่นั้นได้มาหนึ่งอาทิตย์แล้วละ" เพื่อนของเซียวจิ้นหูตอบและเล่าให้เขาฟังว่ามีอะไรเกิดขึ้นมาบ้างตลอดเวลาหนึ่งอาทิตย์ที่เขาไม่สบาย "เอ่อวันนี้ข้าก็ได้ข่าวคนที่บ้านคุยกันว่าวันนี้จะได้รับเนื้อหมูอีกนะ ถ้าใครไปขุดบ่อน้ำให้บ้านของอาของเจ้านะพวกข้าขี้เกียจจึงหนีมาหลบที่นี้ทุกวันแหละจริงไหมพวกเรา" "อือใช่แล้วละพอตอนเย็นหูข้าแทบชาทุกวันเพราะโดนบ่นว่าไม่ไปช่วยการช่วยงานที่บ้าน" บรรดาสหายของเซียวจิ้นหูจะมีแต่คนขี้เกียจเหมือนตัวเขานั้นเองและไม่มีใครในหมู่บ้านครบหาสักเท่าไรและมีอยู่ไม่กี่คน“จริงหรือที่พวกเจ้าเล่ามา” เซียวจิ้นหูถามย้ำเพื่อความมั่นใจเพราะเขาจะนำไปเล่าให้ท่านย่าของตัวเองฟัง“จริงสิพวกข้าไม่ได้โกหกเจ้าอย่างแน่นอนวันที่ยังจะมีการแจกจ่ายเนื้อหมูให้สำหรับคนที่ไปขุดบ่อน้ำอีกนะข้าได้ยินชาวบ้านที่เดินไปทำงานเมื่อเช้าคุยกันไปตามทางและที่เอ็งไม่เห็นคนในหมู่บ้านก็เพราะไปทำงานบ้านของท่านอารองของเอ็งยังไงละ” เพื่อนของเขาย้ำอีกครั้งเพื่อยืนยันเพื่อนทุกคนพยักเป็นไก่จิกเพื่อยืนยันคำพูดของพวกตนเซียวจิ้นหูจึงขอตัวกลับบ้านไปเล่าเรื่องที่ได้รับฟังข่าวจากเพื่อนของเขาหลังจากที่เล่นคุยกันได้สามเค่อพอมาถึงบ้านเขาก็ตะโกนลั่นบ้านหาย่าของตัวเองเสียงดังนางเซียวอี้จูที่นั่งอยู่โถงบ้านเพื่อจะรอกินมื้อค่ำกับบุตรชายคนโตรวมถึงสามีของนางด้วยพอได้ยินเสียงหลานรักเรียกหานางเซียวอี้จูก็รีบตอบรับทันที“มีอะไรหรือเปล่าหูเอ๋อร์ถึงได้เรียกย่าเสียงดังขนาดนี้มีใครกลั่นแกล้งหลานของย่าหรือตาใหญ่รีบถามหลานของข้าดูซิ” นางเซียวอี้จูรีบให้ลูกชายคนโตของนางรีบไปถามหลานรักทันทีด้วยความร้อนใจ“ท่านย่าข้าไปเล่นที่ในหมู่บ้านกับเพื่อนของข้ามาชาวบ้านในหมู่บ้านทุกทีข้าไปนั่งเล่นกันเต็นใต้ต้นไม้แต่วันนี้ไม่มีชาว
"นั้นสิพวกเจ้าครอบครัวนี้ช่างหน้าหนายิ่งนักเกิดมาพึ่งจะเคยเห็น ข้าละสงสารตาเฒ่าเซียวอี้หวายเสียจริงนี้ละหนาเขาถึงว่าได้เมียผิดคิดจนตัวตาย ดูความลำเอียงของนางสิขับไล่บุตรชายที่ขาหักกับหลานสาวที่ตกน้ำปางตายเพราะโดนคนใจร้ายมันผลักตกน้ำตกท่า ทั้งยังมีนังย่าจิตใจโหดเหี้ยมรักลูกไม่เท่ากันไล่ออกมาจากบ้านอีก ตำลึงสักอีแปะก็ไม่ให้สี่คนพ่อแม่ลูกกับได้ธัญพืชหยาบๆมาแทน คนที่ทำงานเหมือนวัวในบ้านกับเป็นคนที่โดนรังแกทั้งครอบครัวคงจะได้ยินข่าวว่าชาวบ้านมาช่วยบ้านรองแล้วได้เนื้อหมูป่าแลกเปลี่ยนละสิช่างหน้าไม่อายมันคงจะมีส่วนแบ่งให้คนหน้าด้านอย่างพวกเจ้าละมัง"ชาวบ้านหลายสิบคนต่างไม่เกรงกลัวครอบครัวของนางเซียวอี้จูที่ยืนขวางทางเพื่อจะชิงเนื้อหมูป่าในส่วนของพวกนางอีก จึงพากันด่าแล้วเดินชนครอบครัวของนางเซียววอี้จูไปได้ยินแต่เสียงร้องด่าตามหลังตามมาทุกคนจึงหยุด และจะตบให้หายปากดีเสียหน่อยแต่นางเซียวอี้จู้รีบวิ่งไปทางบ้านรองเซียวเสียก่อน"เหอะนึกว่าจะแน่" ชาวบ้านตะโกนตามหลังครอบครัวใหญ่ไปแล้ว "มันจะไม่ไปรังแกบ้านรองเซียวหรือวะพวกเขายิ่งมีแต่คนซื่อๆอยู่ด้วยจะตามนังแก่นังยานเซียวอี้จูทันหรือเปล่าวะ หรื
"นังเด็กอกตัญญูไม่มีคนสั่งสอนแกหรือถึงมายืนเถียงย่าปาวๆอย่างนี้" นางฉินซูอิ๋นตวาดเย่วเย่วเสียงดังแทนแม่สามีเพื่อเอาหน้า "นั้นนะสิเจ้าคะท่านแม่มันคงลืมไม้เรียวของท่านย่าแล้วสินะเย่วเย่วเซียว " อี้หลิงช่วยมารดาด่าเย่วเย่วอีกคน"ข้าพึ่งจะรู้ว่าคนที่สามารถผลักข้าจนตกน้ำปางตายแต่ยังกล้ามาด่าว่าข้าอีก ท่านลุงผู้ใหญ่เจ้าคะข้าขอแจ้งจับเซียวอี้หลิงที่เป็นคนผลักข้าตกน้ำข้อหาพยายามฆ่าได้ไหมเจ้าคะ และเรียกเสียหายกับข้าชดเฉยให้ข้าด้วยเอากี่ตำลึงดีเจ้าคะท่านแม่ถึงจะสาสมกับความใจดำอำมหิตของคนบ้านใหญ่ดี ทั้งที่มีใบตัดขาดเขียนเอาไว้ชัดเจนไม่แหกตาดูถึงตายก็ไม่เผาผีทั้งยังห้ามไม่ให้ไปเหยียบที่บ้านใหญ่อีก พวกข้ายังไม่ได้เดินย่างกรายไปขอร้องให้พวกท่านมาช่วยเหลือเลยแล้วพวกท่านไม่ละอายใจกันบ้างหรือในเมื่อพวกท่านอยากมีเรื่องข้าจะขอแจ้งความจับเซียวอี้หลิงข้อหาพยายามฆ่าข้าลุงผู้ใหญ่ข้าขอแจ้งความเจ้าค่ะ""ได้สิข้ารับแจ้งความจะไปในอำเภอให้ลูกน้องท่านนายอำเภอออกมาจับตัวไปเลยพวกข้าจะไปเป็นพยานให้กับเจ้าเอง" ป้าโจวพูดขึ้นสนับสนุนอีกแรงหลังจากที่ลุงผู้ใหญ่บ้านรับแจ้งเรื่องของเย่วเย่วที่โดนลูกสาวของลุงใหญ่ผลักต
พอโดนพ่อเฒ่าเซียวตวาดนางลี่อี้จูถึงกับหน้าดำหน้าแดงเพราะว่ากลัวคำขู่ของสามีว่าจะให้ใบหย่าตอนที่นางพาลูกชายสะใภ้ใหญ่รวมถึงหลานสุดที่รักทั้งสองคนมาที่บ้านรองเซียว ได้แต่ยืนกัดฟันข่มความโกรธที่มีพอโดนสามีเอาจริงนางก็กลัวเพราะว่าสามียอมนางตั้งแต่ที่รับเอาบุตรชายของน้องสาวมาเลี้ยง เขาก็ไม่ยุ่งเรื่องที่นางเลี้ยงเซียวอี้ถังมาตามที่สัญญาเอาไว้จนถึงวันนี้ที่สามีถึงกับออกปากบอกจะหย่าให้นางถ้ายังไม่เลิกราจากบ้านรองอีกพอหัวหน้าหมู่บ้านลงที่หนังสือตัดขาดเพิ่มเสร็จจึงยื่นให้พ่อเฒ่าเซียวเก็บไว้เป็นหลักฐานกับบ้านรองเซียวคนละใบ "เดี๋ยวข้าจะกลับไปที่บ้านแล้วเขียนลงเพิ่มให้แล้วจะเอามาให้ลงชื่อในวันพรุ่งนี้ด้วยเลยเอาละทุกคนนี้ก็มืดค่ำแล้วกลับบ้านไปพักผ่อนกันได้แล้วพรุ่งนี้ต้องมาช่วยนังหนูเย่วเย่วเพาะปลูกเมล็ดผักอีก" พอหัวหน้าหมู่บ้านพูดจบชาวบ้านต่างก็แยกย้ายกันเดินทางกลับบ้านใครบ้านมัน"ข้ากลับบ้านก่อนละนังหนูเย่วเย่วพรุ่งนี้ข้าจะพาคนมาช่วยปลูกผักช่วยอีก" ก่อนที่จะหันไปหาตาเฒ่าเซียวที่ยืนดูลูกชายคนรองที่ตอนนี้ลูกกับภรรยากำลังพาเข้าบ้าน"เจ้ารองพ่อขอโทษนะลูกที่ไม่ได้ช่วยอะไรลูกได้เลยตลอดเวลาหลายส
ยามเหมาสองพี่น้องตื่นเอาหม้อหมูตุ๋นออกมานอกมิติไปตุ๋นต่อที่ห้องครัวในบ้านของท่านตา ตอนเช้านางทำซาลาเปาไส้ผัก ไส้หน่อไม้ และเอาผือกมาทำเป็นไส้หวานเพิ่มอีกไส้ให้ชาวบ้านที่มาเพาะปลูกได้กินมื้อเป็นเช้า นางตั้งใส่เข่งไว้หลังบ้านใส่เข่งไม้ไผ่อันใหญ่ให้ร้อนตลอดเวลาให้ชาวบ้านทุกคนที่มาทำงานบ้านของนางได้กินร้อนๆหลังจากทำที่นอกบ้านเรียบร้อยแล้วนางจึงเข้าไปรับบิดามารดาออกมาข้างนอกแต่กินมื้อเช้ากันเรียบร้อยแล้วค่อยออกมา ท่านพ่อชอบกาแฟที่นางชงให้มากกินแล้วสดชื่นแม้แต่ท่านแม่ก็กินเช่นกัน พอทุกคนออกมาไม่นานเสียงชาวบ้านก็เดินตามหลังพี่ใหญ่ของเย่วเย่วเข้ามาในบ้าน นางบอกว่าทำซาลาเปาเอาไว้ให้สำหรับทุกคนหยิบไปกินให้อิ่มแล้วค่อยลงมือทำงาน พร้อมน้ำชาดอกไม้ป่าที่นางเก็บมาชงส่งกลิ่นหอมกรุ่นช่างเข้ากันกับซาลาเปายิ่งนัก"นังหนูเย่วเย่วเอ็งนี้ทำอะไรมันก็อร่อยไปหมดนี้ถ้าไปขายในเมืองคงจะขายดีมากๆเลย คนในเมืองมีตำลึงซื้อของกินข้าเคยไปตลาดและซื้อซาลาเปามากินแต่มันไม่อร่อยเหมือนที่นังหนูเย่วเย่วทำเลย ไม่เชื่อก็ถามลุงหัวหน้าหมู่บ้านดูสิเพราะท่านต้องเข้าไปในเมืองเป็นประจำอยู่แล้วเพราะต้องติดต่องานราชการ" ชาวบ้านคุยกั
ยามเฉินสี่คนพ่อแม่ลูกหลังจากที่กินมื้อเช้ากันเรียบร้อยจึงพากันเดินออกหลังบ้าน เย่วเย่วเอาแม่กุญแจออกมาคล้องและล๊อคเอาไว้ ทุกคนจึงพากันเดินขึ้นเขาไปด้วยกัน ทุกคนต่างก็มีตระกร้าสะพายหลังกันท่านพ่อก็ได้ธนูใหม่คนละอันกับพี่ชาย มารดานั้นไม่ชอบยิงอะไรนางเลือกหยิบเอามีดตระขอที่พอเหมาะมือใส่ตระกร้าและเสียมมาถือเป็นอาวุธเดินตามหลังสามี พี่ใหญ่เดินรั้งท้ายท่านพ่อเดินนำหน้าขึ้นเขาไป พอเดินมาถึงตรงทางแยกที่สองพี่สองพากันไปล่าหมู่ป่าเซียวอี้เหอจึงเดินนำหน้าบิดาแทนเปลี่ยนท่านพ่อมาอยู่ด้านหลังแทน สองพี่น้องนำบิดามารดาเดินขึ้นไปประมาณครึ่งชั่วยาม ก็เดินวางกับดักกระต่ายป่าไก่ป่ามากันเรื่อยๆและเก็บผักป่าเห็ดป่ากันได้คนละตระกร้าก็เอาเข้ามิติของเย่วเย่วทุกคนจะกินมื้อเที่ยงกันที่ริมลำธารจะกินกุ้งย่างปลาย่างกันถือว่ามาปิกนิคเปลี่ยนสถานที่กินข้าวกัน เจอกระเทียมป่า หอมป่า สองแม่ลูกก็เก็บกันเอาให้ได้เยอะที่สุดพี่ชายกับบิดาก็ช่วยเก็บทุกครั้งที่เจอ ก่อนจะถึงมื้อเที่ยงท่านพ่อกับพี่ชายไปลงจับกุ้งมาย่างรอแม่ลูกทั้งยังยิงไก่ป่ามาย่างให้ภรรยากับลูกสาวอีกต่างหากเซียวอี้ถังเหมือนตายแล้วเกิดใหม่เขาเกือบจะไม่ได้กลับไป
สองพ่อลูกทำคอกไก่ป่ากระป่าให้กับลูกสาวใช้เวลาอยู่สองวัน มีลูกสาวคอยวิ่งส่งสิ่งของให้เวลาที่สองพ่อลูกอยู่บนหลังคาส่วนมารดานั้นดองผักสองวันเสร็จแล้วเหมือนกัน เพราะลูกสาวคนเล็กช่วยในตอนกลางคืนอีกแรงผักที่หาลงมาจึงทำการดองเสร็จสิ้นจำพวกเห็ดป่าก็ล้างตากแดดเอาไว้กินส่วนหนึ่งกินสดส่วนนึ่ง ใส่ช่องฟิตตู้เย็นจนเต็มสารพัดเห็ดป่ามากมาย หนึ่งหน่อไม้เย่วเย่วก็นึ่งใส่ถุงห้อยเอาให้มิติทั้งดองทั้งตากแห้ง ต้มสดใส่ช่องฟิต เรียกได้ว่าของกินของนางมีให้กินทุกอย่างในครอบครัวมากมายหลายอย่างนางคิดจะขึ้นเขาทุกวันเพราะตอนนี้งานในสวนผักยังไม่มีหญ้าเกิดขึ้น พ่อแม่ลูกจึงตกลงกันขึ้นเขาไปหาของมาลงมาตุนเอาไว้ขายจะดีกว่าแต่ถ้ามีหญ้าขึ้นเยอะนางจะช่วยทุกคนถอนแล้วค่อยขึ้นไปหาของป่าวันหลังแทนตอนนี้ครอบครัวเย่วเย่วขึ้นเขาทุกวันมาเป็นเดือนแล้วพืชผักที่เพาะปลูกไว้ก็ขึ้นดีมาก บางอย่างนางกับพี่ชายตัดไปแลกข้าวแลกแป้งชาวบ้านมาได้ไม่น้อย จำพวกผักบุ้งจีนคะน้า นางยังนำหน่อไม้ดองไปแลกด้วยเพราะมีป้าบางคนขอแลกเย่วเย่วก็จัดให้ไปกันทุกบ้านที่ร้องขอของป่าจากบ้านของนางวันนี้นางช่วยบิดามารดาถอนหญ้าและลงผักชุดใหม่ช่วยกันตัดไปสี่คนพ่อแม่ล
ยามเหมาหลังจากทำธุระกันเสร็จเรียบร้อยเกวียนที่ขนผักจนเต็มก็เคลื่อนออกจากบ้านตีนเขา นางใช้กระบอกไฟส่องให้บิดา พี่ชายเป็นคนถือคบเพลิงไฟพอออกจากหมู่บ้านนางก็ใช้ไฟฉายจับสัตว์ที่รัดติดหัวส่องต่อให้บิดาส่องทางสว่างมากๆ เป็นที่ถูกใจสองพ่อลูกด้านในนางก็มีไฟฉายเปิดอีกอันเย่วเย่วเอาขนมจีบซาลาเปากาแฟออกมาให้ทุกคนกินระหว่างทางจะได้ไม่หิว ทั้งยังสดชื่นอีกต่างหากใช้เวลาเดินทางเกือบครึ่งชั่วยามจึงไปถึงในเมืองจึงหันมาใช้คบเพลิงไฟเหมือนเดิม บิดาที่เคยเข้ามาขายสัตว์ป่าเพราะรู้ทางจึงมุ่งหน้าไปทางตลาดของเมืองนี้ แต่ตอนนี้ก็จะเกือบเช้าแล้วจึงไม่ต้องส่องไฟแล้วท่านพ่อหยุดเกวียนก่อนจะให้บุตรชายเฝ้าเอาไว้เขาจะไปหาที่ลงของขายกับบุตรสาวสองคนสองพ่อลูกเดินเข้าไปตรงที่มีพ่อค้าแม่ค้าพาเตรียมที่ขายของที่ขายประจำ ท่านพ่อจึงไปถามคนที่ขายหมูที่เขียงเพราะเคยรู้จักกันว่าจะขายของจะติดต่อใครได้พ่อค้าหมูบอกให้ไปที่ข้างๆตลาดมีคนนั่งรับเรื่องของทางการอยู่ สองพ่อลูกจึงไปลงชื่อขายผักค่าเช่าวันละยี่สิบอีแปะ ท่านพ่อจ่ายค่าที่แล้วจึงกลับไปหาสองแม่ลูกที่นั่งรออยู่เกวียน ทั้งสี่คนช่วยกันนำแพไม้ไผ่ที่ท่านพ่อทำเอาไว้สำหรับขายของออกม
หลังจากแต่งกันกับท่านอ๋องภายในตำหนักในทุกคืนจะมีเสียงครางหวานของคู่สามีข้าวใหม่ปลามันจนนางกำนัลหน้าแดงไปตามๆกัน ท่านอ๋องช่างรักพระชายาเหลือเกินตามใจนางทุกอย่างตลอดที่ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ช่วงก่อนจะถึงวันกลับไปเยี่ยมที่บ้านของพระชายาเขาตักตวงความสุขตั้งแต่ก่อนวันแต่งจนผ่านมาหลายคืนแล้วก็ยังคงหื่นเสมอต้นเสมอปลาย เย่วเย่วคิดในตอนนี้นางนั่งผิงอกแกร่งของพระสวามีกลับหมู่บ้านฉีซานเพื่อจะกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมตามประเพณี กว่าจะได้ออกจากห้องแต่ละวันนางนี้ต้องมีนางกำนัลคอยประคองถ้าไม่มีน้ำพุวิเศษนี้นางไม่อย่างจะคิดเลยว่าจะนอนเป็นผักทั้งวันหรือเปล่า"เย่วเอ๋อร์น้องนอนเถอะนะคนดีพอถึงบ้านของพ่อตาแม่ยายพี่จะปลุกน้องเอง"ท่านอ๋องกระชับอ้อมกอดให้ภรรยานั่งพิงอกได้สะดวกตอนกลางวันต้องให้นางนอนพักเอาแรงไว้มากๆหน่อยช่วงกลางคืนคือเวลาของเขา ว่าจะหยุดสักเดือนก่อนจะเดินทางเข้าเมืองหลวงไปหาพี่ชายที่รอจัดงานให้อีกรอบที่ตำหนักอ๋องที่เมืองหลวง แต่จะให้เขาอดใจไหวไม่รังแกภรรยาได้เช่นไรในเมื่อนางน่ารักน่ากินไปทั้งตัว เขาก็ไม่ใช้ผู้หลุดพ้นเสียหน่อย นี้ก็อดทนรอมาตั้งปีเพื่อจะแต่งนางเข้าตำหนักได้แต่ก็ต้องออกศึกไปเป็นปีที่ไ
ท่านอ๋องกว่าจะปลีกตัวจากเหล่าทหารทั้งหลายได้ก็ปาไปเกือบสี่ทุ่มในภพเก่าของนางเย่วเย่วกำลังนั่งหลับพักเอาแรงหลังจากที่มารดามาอวยพรร่ำลากันกลับหมู่บ้านกับบรรดาป้าๆทั้งหลายกลับไปกันจนหมด นางก็อยู่กับนางกำนัลสองคนที่มีอายุสามสิบได้กระมังเย่วเย่วแอบกินนมกับขนมเพราะมีผ้าคลุมหน้านางไม่กลัวนางกำนัลเห็นหรอกนะ คนมันหิวกว่าด้านนอกจะรับแขกและกลับหมดพอดีหิวท้องร้องกันพอดี หยิบของออกมากินจนอิ่มนางก็นั่งหลับไปเลยเอาแรงดีกว่าถ่างตารอไม่ไหวหรอก เพราะเมื่อคืนนี้ท่านอ๋องของรางวัลทั้งคืนถ้านางไม่หลับก่อนคงสว่างคาตาแน่ๆเลย คนอะไรอึดเป็นบ้าขอให้ปล่อยก็ไม่ยอมหยุดจนนางหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ แล้วยังโดนลากมาทำพิธีทั้งวันอีกจนค่ำสองที่พักนอนงีบเอาแรงสักนิดก็ยังดีตัดมาที่ท่านอ๋องที่ตอนนี้กำลังโดนเหล่าทหารคนสนิทมอมเหล้าเพื่อกลั้นแกล้งให้เจ้านายเข้อหอไม่ไหวชนแก้วจอกต่อจอก จนเขาต้องใช้อุบายขอเข้าห้องน้ำพอปลีกตัวออกมาได้ก็เดินตัวปลิวไปที่ห้องหอในตำหนักใหญ่เลยป่านนี้เย่วเย่วคงจะรอแย่แล้ว อ๋องหนุ่มคิดไปยิ้มไปกับความน่ารักของภรรยาหมาดๆที่นางให้รางวัลกับเขาเมื่อคืนนี้จนแทบตายคาอกนาง แต่ใครจะอดใจไหวเล่าภรรยาน่ารักเสียขนาดน
ตอนนี้หัวสมองของสาวน้อยเย่วเย่วขาวโพลนไปหมดกับริมฝีปากหนาของชายคนรักที่ละเลงน้องสาวจนนางครางกระเส่าอย่างไม่อาย ชายหนุ่มนั้นตอนนี้ดูดดึงกุหลาบงามของสาวคนรักอย่างไม่รังเกียจนางสวยไปหมดจนเขาอดใจไม่ไหวอยากกลืนกินทุกอย่างที่เป็นนาง"เย่วเอ๋อร์คนดีร้องดังๆไปเลยพี่ชอบเห็นน้องมีความสุขที่สุุขเสียวไหมที่รัก" ชายหนุ่มเงยหน้ามาพูดกับนางแต่ก็ยังมีนิ้วแทนที่ปากเขาเขี่ยวนตรงปุ่มเสียวของนาง เย่วเย่วยกสะโพกลอยตามนิ้วร้ายของชายหนุ่มที่ละเลงแล้วแหย่เข้าไปที่ละนิ้ว พอถามนางจบเขาไม่คิดจะฟังคำตอบเพราะดูจากการตอบรับของสาวคนรักก็พอใจมากแล้ว ท่านออ๋องหนุ่มก้มหน้าลงฉกชิมกุหลาบงามตรงหน้าต่อจนร่างบอบบางเกร็งกระตุกสุขสมไปก่อนเพื่อเปิดทางให้มังกรตัวเขี่ยงเข้าไปในกุหลาบงาม ชายหนุ่มแยกขาของคู่หมั้นสาวออกจนกว้างก่อนจะชักรูดมังกรตัวเองถูกไถ่ก่อนจะค่อยๆกดเข้าไปทีละน้อย เยว่เยว่หัวขาวโพลนเพราะพึ่งเสร็จสมไปเพราะลิ้นร้ายของท่านอ๋องต้องสะดุ้งเพราะมีสิ่งใหญ่โตกำลังมุดเข้ากุหลาบของนางมาได้แค่ส่วนหัวนางแทบขาดใจทำไมมันใหญ่ขนาดนี้จะเข้าไปในน้องสาวของนางได้จริงๆหรือ"ท่านอ๋องเพคะ" นางเอามือยันหน้าอกแกร่งเอาไว้ก่อน"ท่านพี่เรียก
ตลอดเวลาหนึ่งอาทิตย์มีรถม้ามารับเซียวเย่วเย่วทุกวันในตอนเช้าเพื่อฝึกสาวน้อยที่จะแต่งเข้าตำหนักของท่านอ๋องซงตงหยางในอีกไม่นาน รอเพียงท่านอ๋องเดินทางกลับมาถึงที่อำเภอแห่งนี้ ท่านอ๋องปกครองครอบคลุมไปถึงชายแดนฉีเป่ยที่พึ่งรบจบศึกในตอนนี้นั้นเอง ตลอดเวลาเย่วเย่วก็ตั้งใจเรียนการเดินการนั่งการกินการพูดคุยพิธีการต่างๆที่ชนชั้นสูงต้องมีจนครบสิบวัน นางแทบจะรากเลือดกับสิ่งที่ฝืนกับสิ่งที่ตนเองไม่ถนัดแต่ก็ทำเพื่อหน้าตาของสามีในภายภาคหน้าจะได้ไม่อายใครว่าแต่งชายาบ้านนอกเข้ามาและไม่รู้เรื่องอะไรเลยในตอนค่ำของอีกวันหลังจากที่สามพ่อแม่ลูกกินมื้อค่ำอิ่มแล้วก็เตรียมตัวจะเข้านอนหลังจากที่นั่งย่อยอาหารที่หน้าบ้านเหมือนเช่นทุกวัน จนจะได้เวลาเข้านอนก็ได้ยินเสียงม้าวิ่งมาที่หน้าบ้านพร้อมกับเสียงเคาะประตูหน้าบ้านเสียงดัง"ท่านพ่อท่านแม่ข้ากลับมาแล้วขอรับ" เสียงเรียกที่หน้าบ้านมันเสียงของพี่ชายของนางชัดๆเลย"ท่านพ่อเสียงพี่ใหญ่เจ้าค่ะ" พูดจบนางก็วิ่งลงบ้านไปที่ประตูใหญ่เลยทันที บิดาวิ่งตามลูกสาวไปติดๆหลังจากที่บอกให้ภรรยานั่งรอที่นี้ห้ามวิ่งตามมาสั่งแล้วเขาก็วิ่งตามลูกสาวสาวไปที่หน้าบ้านเหมือนกันเซียวเย่วเย
"เซียวอี้ถังเปิดประตูบ้านเร็วๆเข้า" เสียงลุงผู้ใหญ่บ้านเคาะไม้เรียกเสียงดังลั่นที่ด้านหน้า"ขอรับๆข้ากำลังเปิดอยู่" ส่วนท่านแม่ยืนรอที่หน้าระเบียงบ้านพอเปิดประตูออกก็เห็นคนมากมายเต็มหน้าบ้านของนางไปหมด แม้แต่ท่านนายอำเภอยังมาเลยท่านพ่อกับเย่วเย่วก็ตกใจเหมือนกัน"มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือท่านลุงทำไมคนมาบ้านของข้าเยอะขนาดนี้ละ" เซียวอี้ถังถามด้วยความสงสัยเหมือนกันส่วนเย่วเย่วนั้นนางตั้งสติแล้วรอฟังว่าทุกคนมีอะไรจึงมาหน้าบ้านของนางมากมายขนาดนี้มองคร่าวๆที่ด้านหลังนั้นอีกที่ชาวบ้านเดินตามกันมาจนจะหมดดทั้งหมู่บ้านเลยกระมัง นางคิดและมองดูคนที่แต่งตัวเป็นเหมือนขันทีในวังเหมือนในละครทีวีที่นางดูเป็นประจำทหารอีกเป็นร้อยรวมทั้งรถม้าหลายสิบคันที่จอดเรียงกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย"มีพระราชโองการจากองค์เหนือหัวถึงคุณหนูเซียวเย่วเย่ว" ทันทีเมื่อคำพูดถึงราชโองการจากผู้เป็นใหญ่เหนือแคว้นเยว่เยว่กับครอบครัวก็รีบคุกเข่ารอรับพระราชโองการทันที ชาวบ้านคนอื่นๆก็รีบยืนสำรวมรอฟัง "เซียวเย่วเย่วรับราชโองการคุณหนูเซียวเย่วเย่วทำความดีส่งเสบียงช่วยเหล่าทหารกล้าที่ไปรบที่ชายแดนกับท่านอ๋องซงตงหยางพระอนุชาของพร
สามพ่อแม่ลูกนั่งคุยกันได้สักพักเสียงร้องของเหยี่ยวที่ท่านอ๋องคอยส่งข่าวก็ร้องขึ้นบริเวณท้องฟ้าเหนือบ้านของนางเสียงดังก่อนที่เจ้าตัวจะบินร่อนลงมาที่หน้าระเบียงบ้านเย่วเย่วร้องตะโกนเสียงดังตั้งแต่ที่ได้ยินเสียงมันร้องตอนยังไม่เห็นตัวลงมาหน้าบ้านด้วยความดีใจ"โอ๊ะเจ้าเหยี่ยวมาแล้วเจ้าค่ะท่านพ่อท่านแม่" ทุกคนยิ้มด้วยความดีใจกับเสียงนกยักษ์ของท่านอ๋องที่มาส่งข่าวหลังจากหายไปนานมันลงมาถึงก็ยกขาให้เย่วเย่วดึงเอาจดหมายที่ผูกมาด้วยเป็นอย่างดีแล้วรับอาหารของตนกินเงียบๆที่ที่ประจำเย่วเย่วเอาจดหมายพี่ชายให้บิดามารดาของนางต่างหากท่านพ่อรีบรับไปอ่านให้ท่านแม่ฟังทันที่'ถึงท่านพ่อท่านแม่น้องเล็กขอโทษที่หายไปนานคงจะทำให้พวกท่านเป็นห่วงตอนนั้นกำลังสู้รบไม่ค่อยมีเวลาตอนนี้ชนะข้าศึกแล้วอีกไม่นานจะได้เดินทางกลับมาบ้านรักและถึงทุกคนขอรับ เซียวอี้เหอ'ท่านแม่ยิ้มแก้มปริพอได้ยินว่าลูกชายกำลังจะกลับมาในอีกไม่ช้า"ท่านพี่ข้าจะไปหาของกินอร่อยๆเอาไว้รอลูกของเราเจ้าค่ะพาข้าไปในห้องเสบียงหน่อยนะเจ้าคะ" นางรีบหันไปหาสามีเพื่อทำอาหารรอบุตรชายที่จากไปนับปี"น้องหญิงอาหารของเร
หลังจากที่จบศึกกับกับทางแคว้นฉีเป่ยแล้วท่านอ๋องก็ยกหน้าที่ให้รองแม่ทัพใหญ่คนสนิทประจำการที่ชายแดนแห่งนี้จัดการต่อ แล้วให้ทหารบางส่วนของพระองค์เอาไว้ให้ฝึกซ้อมยิงธนูและสอนทำธนูเพิ่มเอาไว้ใช้กองทัพทางชายแดนแห่งนี้ด้วย ให้เพียงพอต่อการศึกในครั้งต่อไปดีที่ได้มาหลายพันอันสามารถยิงคู่ต่อสู้ตกตายไปมากมายแถมที่จุ่มน้ำมันจุดไฟพอตกไปที่ศัตรูจึงเกิดไฟกลายเป็นทะเลเพลิงเผ่าไหม้ทหารแคว้นฉีเป่ยตกตายไปในสนามรบที่ผ่านมาตอนนี้ท่านอ๋องกับคนสนิทนับสิบคนเดินทางกลับไปหมู่บ้านฉีซานเรื่องสู่ขอเซียวเย่วเย่วนั้นเขาได้ส่งจดหมายบอกพี่ชายที่วังหลวงเรียบร้อยให้เตรียมงานอภิเษกสมรสได้เลยพอเขารบเสร็จศึกกับมาจะสู่ขอสาวคนรัก และได้เล่าเรื่องเสบียงที่นางช่วยเหลือตอนหิมะตกหนักเสบียงหลวงไปถึงล่าช้าไม่พอแถมยังน้อย จากที่จะมีพอให้ทหารนับแสนกลับมีหนอนในการส่งเสบียง ให้พี่ชายจัดการคนที่มีส่วนร่วมฉ้งโกงเสบียงในครั้งนี้ดีที่เซียวเย่วเย่วส่งเสบียงส่วนตัวของนางไปถึงสี่ครั้งจึงทำให้ทหารมีกินจนเพียงพอฮ้องเต้พอได้รับจดหมายจากน้องชายก็สั่งสอบตรวจสอบขุนนางที่มีหน้าที่ส่งเสบียงไปชายแดนและสำเร็จโทษขุนนางไปหลายคนข้อหาหนัก เพราะต้องการใ
นี้ก็หนาวเข้าเดือนที่สามแล้วข่าวคราวจากชายแดนหายเงียบไปเลยทำให้นางเป็นห่วงพี่ใหญ่กับท่านอ๋องมากเหมือนกัน"ท่านพ่อท่านแม่นี้ถ้าหมดหน้าหนาวลูกจะเดินทางไปที่ชายแดนแคว้นฉีเป่ยเพื่อจะช่วยพี่ชายกับท่านอ๋องได้หรือไม่เจ้าคะ" ไม่รู้ว่าติดปัญหาอันไดอยู่จึงจัดการแม่ทัพฝั่งตรงข้ามไม่ได้สักที"เย่วเอ๋อร์ลูกพูดอะไรเช่นนั้นจะทำให้แม่ใจสลายหรือข่าวจากพี่ชายของเจ้ายังไม่มาถึงเราหลายเดือนแล้ว ยิ่งลูกเป็นผู้หญิงจะเดินทางไปชายแดนได้อย่างไร" มารดาหันมาถามบุตรสาวด้วยความตกใจ"ท่านแม่ข้าก็อยากไปดูที่ชายแดนเหมือนกันว่าตอนนี้พวกเขามีอาหารการกินเพียงพอหรือไม่ ข้าจะนำไปเติมให้ท่านอ๋องกับพี่ใหญ่รวมถึงทหารทุกคนด้วยเจ้าค่ะท่านแม่" นางบอกเหตุผลให้มารดาฟังเผื่อท่านแม่จะใจอ่อนให้นางเย่วเย่วคิดในใจ"ไม่ได้ยังไงแม่ก็ไม่ให้ลูกไปรอไปอีกสักเดือนเถอะนะเย่วเอ๋อร์ไม่ใช่ว่าแม่ไม่เป็นห่วงพี่ใหญ่ของลูก แต่เจ้าเป็นหญิงสาวจะเดินทางไปในที่อันตรายแบบนั้นแม่ย่อมไม่ยินยอม" มารดาตอบเสียงแข็งและหันไปหาสามีให้ช่วยพูดกับบุตรสาวอีกทาง"เย่วเอ๋อร์พ่อว่ารออีกสักเดือนก่อนเถอนะลูกรักทางนั้นคงจะลำบากเหมือนกันกับหน้าหนาว หิมะยังมาตกหนักอีกดีนะท
นับตั้งแต่ที่ได้รับจดหมายจากชายคนรักนี้ก็ผ่านมาหกเดือนแล้ว ตอนนี้ยังไม่ได้รับจดหมายส่งมาอีกเลยนางคิดว่าตอนนี้คงกำลังสู้รบกันแล้ว ตอนนี้บ้านของนางได้เก็บเกี่ยวข้าวที่ปลูกทั้งร้อยหมู่นางได้ส่งไปให้ที่ค่ายทหารของท่านอ๋องทั้งหมดด้วยคนของท่านอ๋องที่อยู่ในอำเภอ สั่งเอาไว้ว่าถ้านางต้องการของฝากของไปให้ คนของท่านอ๋องจึงจัดการทำให้นางส่งเสบียงไปที่ชายแดนแคว้นฉีเป่ยได้กองทัพของท่านอ๋องซงตงหยางอาหารแห้งจำพวกปลาแห้ง เนื้อหมูแห้ง หน่อไม้แห้ง เห็ดแห้งนางส่งไปหลายคันรถม้า รถม้าที่คนของท่านอ๋องส่งมาให้ขนเสบียงไปชายแดนก็มาจากกองขนเสบียงจากค่ายทหารโดยตรง ที่ท่านอ๋องได้จัดการเอาไว้กับคนสนิทเพื่อขนเสบียงไปส่งกองทัพทุกเดือนอยู่แล้ว และนางยังคงปลูกข้าวต่ออีกเพื่อจะส่งไปชายแดนเหมือนเดิมทั้งได้ขอซื้อมูลสัตว์มาใส่ที่นาจากคนในหมู่บ้านและมาช่วยว่านปุ๋ยมูลสัตว์ที่นาข้าวของนาง เย่วเย่วคิดว่าจะปลูกข้าวงวดนี้แล้วจะหวานถั่วเขียวต่อเพื่อบำรุงดินก่อนจะว่านข้าวต่อไปสลับกันจนกว่าจะจบศึกที่ชายแดนแคว้นฉีเป่ยหลังกินมื้อค่ำอิ่มสามพ่อแม่ลูกก็นั่งย่อยอาหารที่หน้าระเบียงบ้าน บางวันก็เดินกันในบริเวณหน้าบ้านหรือก็คือรอเจ้าเหยี