คุณภาพดีเหมือนครั้งก่อนทุกอย่างเธอโอนค่าสินค้าให้เจ้าของโรงงานไป พร้อมชักชวนเจ้าของโรงงานไปกินข้าวที่บ้านพักตากอากาศ พักผ่อนหนึ่งคืนแล้วค่อยกลับไปเจ้าของโรงงานกับคนขับขึ้นรถเรียบร้อย พร้อมกล่าวว่าที่โรงงานยังทำงานอยู่ เขาต้องกลับไปทำงานการเก็บเงินครั้งนี้ เธอจ่ายเงินให้เจ้าของโรงงานไปหลายร้อยล้าน เขาฉีกยิ้มจนรูปปากบิดเบี้ยวหลังจากส่งพวกเขาเสร็จ เย่มู่มู่เขียนข้อความในกระดาษแผ่นหนึ่ง แล้วหย่อนลงในแจกันเธอปิดสวิตช์ไฟ ตัดกล้องวงจรปิด และปิดประตูม้วนของโกดังสินค้าลอบจัดส่งอุปกรณ์สวมใส่ไปให้ด่านเจิ้นกวน*ด่านเจิ้นกวน บนกำแพงเมือง มีทหารชั้นผู้น้อยนับสิบคนทำการเปิดวาล์วถังดับเพลิงและเริ่มดับไฟ!ถังดับเพลิงพ่นโฟมสีขาวออกมา ปกคลุมไปทั่วพื้นดิน มันทำให้ไฟดับลงได้จริง ๆวินาทีที่ไฟดับลง นายทหารนับไม่ถ้วนถึงแม้ยังมีไข้ แต่ล้วนส่งเสียงโห่ร้องดีใจทุกคน“ดับแล้ว!”“เพลิงไฟดับสนิทแล้ว”“ฮ่า ๆ ๆ ของสิ่งนี้น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก เรียกว่าถังดับเพลิง ก็สามารถดับไฟได้จริง ๆ ด้วย!”เปี้ยนจื่อผิงยังลากเครื่องสูบน้ำมาด้วย เครื่องสูบน้ำสิบกว่าเครื่องทำการราดน้ำขึ้นบนกำแพงเมืองจุดเกิดเพลิงไฟ
วันนี้การเพาะปลูกไม่ออกผลบ้านเมืองแตกแยกไม่สงบสุข ระเบียบสังคม ความถูกต้อง ความยุติธรรม ศีลธรรม เกียรติยศได้ถูกละทิ้งไปนานแล้วทุกแว่นแคว้นเพื่อให้อยู่รอดต่อไป จึงใช้ทุกวิถีทางและทำอย่างสุดกำลัง!ผู้นำทั้งสามฝ่ายรวมตัวกันอย่างง่ายและเริ่มวางแผนการรบ!แคว้นฉู่กับแคว้นฉีสองแคว้นนี้ไม่มีรถกระทุ้งกำแพงเมือง แต่ว่าม่อเป่ยมีก่อนออกเดินทาง ได้สั่งทำออกมาแล้วห้าสิบคันหลิงเซี่ยวเฟิงปริปากกล่าว “ต้าฉู่ของข้าขอห้าคัน!”ฮ่องเต้แคว้นฉีฉีซวนเหิงกำลังโบกพัด “แคว้นฉีอยากได้ห้าคัน”ม่อเป่ยอ๋องหัวเราะ “ยังไม่มีใคร ไม่เสียเงินแม้แต่ครึ่งสตางค์ แล้วได้ผลประโยชน์จากมือของข้าหรอกนะ!”“แหล่งน้ำ ข้าขอสี่ส่วน…ถ้าตกลง ข้าจะให้รถกับพวกท่าน”“ไม่ตกลง ไม่มีทาง!”หลิงเซี่ยวเฟิงกับฉีซวนเหิงมองเขาอย่างเกรี้ยวกราดเขาหัวเราะดังลั่นอย่างไม่สนใจ ดวงตาสองข้างจ้องเครื่องสูบน้ำไม่ขยับสายตา“ของสิ่งนั้น ข้าต้องการแบ่งมาหนึ่งส่วน…”เขายังแสดงความต้องการไม่หยุด~ตอนนี้ เขาไม่รู้ความยอดเยี่ยมของดาบม่อเตากับหน้าไม้ราชวงศ์ฉิน ถ้าเขารู้ ต้องขอส่วนแบ่งอีกหนึ่งส่วนเป็นแน่หลิงเซี่ยวเฟิงและฉีซวนเหิง ในใจรู้สึกโมโหอย
ทั้งกองทัพออกเดินทางพร้อมกันอย่างยิ่งใหญ่เกรียงไกรพลเมืองทั่วทั้งเมืองมากันทุกคน ล้วนยืนเรียงอยู่ริมถนนสองข้าง กล่าวร่ำลาพร้อมน้ำตาที่ร้อนผ่าวเหล่าพลเมืองต่างรู้ดีว่า ครั้งนี้ด่านเจิ้นกวนประสบความยากเข้าแล้วจริง ๆในจำนวนสี่หมื่นคน มีครึ่งหนึ่งเป็นทหารใหม่ จะสู้กับคนห้าแสนห้าหมื่นคนไหวได้อย่างไรเมื่อครู่นี้ยังมีคนไม่น้อยมีไข้ขึ้นสูง สูงจนสติไม่อยู่กับเนื้อไม่อยู่กับตัว!กำลังต่อสู้ลดลงฮวบครึ่งหนึ่งทันที!แต่ว่าทำอะไรไม่ได้ หากไม่ค้นหาโอกาสด้วยตนเอง ด่านเจิ้นกวนทำได้เพียงอดทนรอความตายและถูกอีกสามแคว้นเข้ายึดครองในเวลาหนึ่งปีนี้พวกเขาถูกทหารเผ่าหมานปิดล้อมและถูกโจมตีมาแล้วนับสิบครั้งต่อให้การสูญเสียจะมากเท่าไหร่ ก็ไม่เคยคิดว่าด่านเจิ้นกวนจะทะลุแตกพ่ายเพราะพวกเขามีแม่ทัพใหญ่จ้านเฉิงอิ้นผู้แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่งพลเมืองจำนวนนับไม่ถ้วนรวมทั้งคนแก่ เด็ก ภรรยา ลูกชายและลูกสาวในครอบครัว ต่างมาร่ำลาแม่ทัพใหญ่ทั้งน้ำตาหวังไว้ว่าแม่ทัพใหญ่จะกลับมาพร้อมชัยชนะจ้านเฉิงอิ้นกับทหารขี่ม้าออกไปก่อนถึงเส้นทางลับ ถูกเว่ยกวงสามพี่น้องขวางไว้อาหลี่เป็นคนพาเว่ยกวงมาหาพ่อบ้านอาหลี่รู้ว
พวกทหารยังพกน้ำเต้าใส่น้ำของตนเองมาด้วย ท้ายที่สุดแล้วเวลานี้แหล่งน้ำอันมีค่า ยังขาดแคลนอย่างยิ่ง!ครั้นทุกคนจัดเตรียมอุปกรณ์เสร็จเรียบร้อย ก็ออกเดินทางไปยังทางลับ…*หลังจากสามฝ่ายหารือกันเสร็จ พวกเขารวมกำลังคนอย่างเร่งด่วนและดำเนินการปิดล้อมเมืองอย่างเอิกเกริกทันทีทันใด!แต่ทว่า~ครั้นทหารชั้นผู้น้อยทุกคนเข้าประจำตำแหน่ง แม้กระทั่งรถกระทุ้งกำแพงก็ลากมาแล้วและเตรียมตัวจะเปิดการโจมตี!ข้างบนกำแพงเมือง ทหารกองทัพแคว้นฉี่แบ่งไปอยู่หน่วยหน้าไม้ราชวงศ์ฉินแล้วทั้งหมด ครั้นชักคันธนูเตรียมยิงออกไป…วินาทีที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย~ผู้นำทัพทั้งสามท่านก็ได้รับจดหมายลับจากสายลับวงในของด่านเจิ้นกวนในจดหมายลับมีเนื้อสำคัญอยู่สามข้อหนึ่ง จ้านเฉิงอิ้นยังไม่ตายสอง จ้านเฉิงอิ้นกำลังพาทหารกล้าตายสองพันคน สวมใส่อุปกรณ์ติดตัวเต็มยศออกจากเมือง ตั้งใจจะโจมตีพวกเขาจากด้านข้างอย่างรุนแรงสาม อุปกรณ์สวมใส่ที่กองทัพตระกูลจ้านเฝ้ารอมาถึงแล้ว!ทั้งที่จ้านเฉิงอิ้นไข้ขึ้นสูง เหตุใดเขาถึงไม่ตาย?เขากลับกล้าพาทหารสองพันคน บุกขนาบข้างกองกำลังห้าแสนห้าหมื่นคน?เขาบ้าไปแล้ว?หรือว่ากองกำลังห้าแสนห้า
“แล้วถ้า ข้าใช้ด่านเจิ้นกวนเป็นเดิมพันล่ะ? ผู้ใดจับฉ้านเฉิงอิ้นตัวเป็น ๆ ได้ ด่านเจิ้นกวนทั้งเมือง เสบียงทั้งหมด พลเมืองทุกคน จะตกเป็นของผู้นั้นทั้งหมด…”หลิงเซี่ยวเฟิงยิ้มเย็นชา เก็บอาการโกรธที่เขาสองคนดูถูกตนพลางเอ่ยถามพวกเขา “พวกท่านคิดว่า ความคิดเห็นนี้เป็นเช่นไร?”ม่อเป่ยอ๋องหลัวซู่กล่าวดังก้องดุจเสียงระฆัง “เช่นนั้นยังต้องถามอีกหรือ ข้าย่อมเป็นผู้ชนะแน่”“เพียงจับตัวเป็น ๆ ไม่ใช่รึ มีความยากตรงไหน!”ครั้นม่อเป๋ยอ๋องกล่าวจบ เขาหันกลับมาพูดกับทหารที่ตามมาด้วยอย่างเสียงดัง “ได้ยินกันหรือยัง? จับจ้านเฉิงอิ้นตัวเป็น ๆ”“ใครจับตัวเป็น ๆ มาได้ เสบียงอาหาร แหล่งน้ำ ผู้หญิง จำนวนนับไม่ถ้วนในเมืองด่านเจิ้นกวน เป็นของพวกเราทั้งหมด!”“ยิ่งใหญ่ ม่อเป่ยอ๋องผู้ยิ่งใหญ่!”เขาหันหัวม้ากลับมา พูดกับฉีซวนเหิงและหลิงเซี่ยวเฟิง “ข้าไปจับตัวจ้านเฉิงอิ้นก่อน หวังว่าพวกท่านทั้งสอง พูดแล้วจะรักษาคำพูด”“ไม่รักษาคำพูดก็ไม่เป็นไร ข้าฆ่าเขาเสร็จ ค่อยกลับมาโจมตีด่านเจิ้นกวนต่อก็ไม่ต่างกัน เสบียงอาหารกับน้ำข้างในนั้นก็เป็นของข้าทั้งหมด!”ม่อเป่ยอ๋องกล่าวทิ้งท้ายเสร็จ หันหลังขี่ม้าออกไปทันทีฉีซวนเ
“พวกเขาไม่มียาแก้พิษ!”“เช่นนั้นท่านว่ามา ทหารด้านบนกำแพงเมืองมากขึ้นเรื่อย ๆ อุปกรณ์สวมใส่ก็ดีขึ้นทุกครั้ง จะนับว่าอย่างงไร?”เมื่อครู่นี้ยังจับธนูทดกำลังกันทุกคน ตอนนี้ล้วนถือหน้าไม้ราชวงศ์ฉินที่สูงกว่าครึ่งหนึ่งของคนเอาไว้“พอได้แล้ว ทุกคนจงถอยกลับไป ถอยออกจากระยะยิงของหน้าไม้ราชวงศ์ฉิน จำไว้…”“ไปค้นหาภายนอกกำแพงเมืองของด่านเจิ้นกวน ระยะทางสามลี้ ห้าลี้ หาจ้านเฉิงอิ้นไม่พบ ก็ขยายระยะทางออกไปให้ถึงสิบลี้ ยี่สิบลี้…”“ไม่ว่าจะต้องแลกกับอะไร ต้องจับตัวเป็น ๆ มาให้จงได้”บุตรชายสองคนคุกเข่าข้างเดียวและคารวะ “ขอรับ ท่านพ่อ!”*เฉินขุย เฉินอู่สองพี่น้อง จับมือกับมั่วฝาน หลินต้าจวิน หลี่หยวนจง อยู่ที่หอด้านบนกำแพงเมืองเตรียมกำลังไว้อย่างพร้อมเพรียงพวกเขาแบ่งทหารมาได้ห้าพันคน ทหารห้าพันคนมีหน้าไม้ราชวงศ์ฉินคนละหนึ่งคัน ลูกธนูสองแสนดอกช่วงเอวยังหนีบดาบม่อเตาเอาไว้ เพียงแค่ฝ่ายตรงข้ามปิดล้อมเมือง ก็จะสั่งให้ยิงธนูทันทีแต่ น่าแปลกเป็นอย่างยิ่ง!ผู้นำทั้งสามฝ่ายมารวมตัวกัน หารือเป็นเวลาธูปครึ่งก้านก็แยกย้ายเดินจากไปจากไปเช่นนี้เลย~ไม่มีการจู่โจมปิดล้อมเมืองต่อ ทั้งหมดกระจา
เช่นนี้จะเอาชนะอย่างไร?ใช้ความตายของทหารเป็นต้นทุน มาช่วยถ่วงเวลา ถ่วงเวลาจนกว่าจ้านเฉิงอิ้นจะกลับมา?พวกเขาภาวนาในใจ ท่านเทพจะส่งระเบิดมาให้เมื่อไหร่ภาวนาว่าท่านจะส่งข้ามมาได้สำเร็จ!ได้โปรดเถอะ!ถ้าส่งไม่สำเร็จ พวกเขาต้องตายแน่ฉู่ฉีหมานทั้งสามฝ่ายจะหาตัวแม่ทัพทั้งช่วงบ่าย อย่างมากอีกหนึ่งค่ำคืนถ้าหาไม่เจอเป็นเวลานาน พวกเขาจะคิดว่าตนถูกหลอก จะเดือดเป็นฟืนเป็นไฟ และปิดล้อมเมืองอย่างดุร้ายแข็งแกร่งมากกว่าเดิมจ้านเฉิงอิ้นเป็นแกนสำคัญของทุกคนในด่านเจิ้นกวนครั้นเขาไม่อยู่ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ต่าง ๆ สามารถรับมือแทนไหวแต่สภาพจิตใจของกลุ่มทหารได้รับผลกระทบอยู่ไม่มากไม่น้อยที่ยิ่งไปกว่านั้น ทหารจำนวนไม่น้อยยังไข้ขึ้นไข้ลดอยู่ในอาการป่วยซ้ำ ๆเฉินขุยถามถามเหอหง “ตอนนี้มีคนไข้ขึ้นจำนวนกี่คน?”“ในค่ายพักมีอาการไข้ขึ้นสามพันกว่าคน ตอนนี้ไข้กำลังลดลง…”“มีพลเมืองรับเรื่องมาช่วยดูแล ข้าเลยเพิ่มเสบียงของทุกคนในแต่ละวันมากขึ้นเป็นข้าวสารสองชั่ง บะหมี่แห้งถุงหนึ่งชั่ง เนื้อสัตว์หนึ่งชิ้นเป็นค่าตอบแทน”เฉินขุยพยักหน้า “ควรเป็นเช่นนั้น อาสาสมัครมาดูแลทหารล้มป่วยในค่ายพัก มีความเสี่ยง
หลังจากเย่มู่มู่เงียบไปครึ่งนาที เธอถามเขา “คุณมั่นใจว่ากันน้ำกันไฟได้?”เจ้าของโรงงานส่งวิดีโอท่อนหนึ่งให้เธอทันทีในวีแชตเป็นเสื้อเกราะกันกระสุนเส้นใยคาร์บอน ราดด้วยน้ำมันเครื่องแล้วจุดไฟ ไฟลามทั่วเสื้อเกราะทั้งชุดหลังจากเพลิงไฟดับลง ภายนอกเสื้อเกราะกันกระสุนยังเรียบเนียบเหมือนใหม่ ไม่มีรอยขาดจากการไหม้ครั้นใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิข้างในเสื้อเกราะกันกระสุน เป็นอุณหภูมิปกติยี่สิบกว่าองศาเสื้อเกราะกันกระสุนมีฉนวนกันความร้อนสูง สามารถป้องกันการเผาไหม้ได้เมื่อดูเช่นนี้แล้ว ราคาสองหมื่นบาทถือว่าไม่แพงจริง ๆเพราะว่าชุดเกราะหนึ่งชุดสามหมื่นบาท เธอต่อราคาจนได้มาในราคาสองหมื่นห้าพันบาท แต่ผลลัพธ์กลับไม่แข็งแกร่งเท่าเสื้อเกราะกันกระสุน“ค่ะ ฉันขอสั่งห้าหมื่นชุด โอนมัดจำให้คุณก่อนสามสิบเปอร์เซ็นต์ สามารถส่งมาให้ได้เมื่อไหร่คะ”เจ้าของยิ้มจนใจ “คุณเย่ครับ ผมต้องทำการติดตั้งสายการผลิต อย่างเร็วสามเดือน…”“ใช้เวลานานเกินไป ฉันเพิ่มราคาได้ค่ะ ชุดละสองหมื่นสองพันห้าร้อยบาท คุณช่วยเข้าสู่กระบวนการผลิตทันที ผลิตออกมาได้เท่าไหร่ส่งออกมาเท่านั้นก่อน!”คนเงินหนาท่านนี้ รวยและเอาแต่ใจเ
เย่มู่มู่เพิ่งกลับถึงบ้าน เมื่อเธอกลับมาก็ให้คนใช้และบอดี้การ์ดช่วยกันย้ายขนมปัง และขนมปังแข็งที่ซื้อมาวันนี้กลับโกดังทุกครั้งที่เธอซื้อของข้างนอก มักจะเหลือไว้บนรถหนึ่งถึงสองลังเสมอ ให้คนย้ายกลับโกดังมาเรียนที่เมืองหลวง เพิ่งจะแค่สิบกว่าวัน โกดังก็มีของกองเต็มไปหมดแล้วเหล่าคนรับใช้ไม่เข้าใจระดับความบ้าคลั่งในการตุนของเย่มู่มู่เป็นอย่างมาก ทำเป็นว่าคุณหนูเย่เสพติดการช็อปปิงเธอได้ยินเสียงแหบแห้งของจ้านเฉิงอิ้น พร้อมกับเสียงสะอึกสะอื้น กล่าวว่า : ท่านเทพ ขอบคุณนะขอรับ!เธอก็ฉีกยิ้มออกมา“จ้านเฉิงอิ้น ข้าดีใจมาก! มู่ฉีซิวตายแล้ว แปลว่าเราเปลี่ยนประวัติศาสตร์แล้ว?”“เขาซี้แหงแก๋แล้ว ถูกระเบิดจนสลายหายไปเป็นเถ้าถ่าน ฉะนั้น...เจ้าคงไม่ตายแล้ว ใช่หรือไม่?”จ้านเฉิงอิ้นฉีกยิ้มในสายตามีความอาลัยอาวรณ์ เขากล่าวขึ้นว่า “ใช่ขอรับ ข้าจะไม่ตาย!”“เช่นนั้นก็ดียิ่งนัก เจ้ารู้หรือไม่? เจ้าประสบความสำเร็จไม่น้อยไปกว่ากว้านจวินโหวเลย เจ้ารวมให้เป็นหนึ่งได้ล่วงหน้าก่อนจริง ๆ จะต้องกลายเป็นจิ๋นซีฮ่องเต้! จะถูกพิมพ์ด้วยตัวหนาและตัวใหญ่ในหนังสือประวัติศาสตร์ แม้จะผ่านไปหนึ่งพันปี สองพันปี หนึ่
ทหารหลายพันนายรีบขึ้นรถทันที พวกเขาง้างธนู ยิงปืนไรเฟิลใส่ทหารเผ่าหมานที่เข้ามาที่รถ...แม้ทหารเผ่าหมานจะขี่ม้า ทว่า เมื่อรถบรรทุกเร่งความเร็ว ม้าก็ยังตามไม่ทันอยู่ดียิ่งตามยิ่งห่างไกลไม่พูดถึง พวกเขายิงปืนในห้อง ทำให้ทหารม้าของเผ่าหมานล้มลงไม่น้อยทว่าที่ล้มลงเยอะกว่าคือม้าศึกตามออกมาครั้งหนึ่ง มีม้าศึกตายนับพันตัว กับอีกหลายร้อยคนทว่ากองทัพตระกูลจ้านกลับไม่ถูกฆ่าเลยแม้แต่คนเดียวแม้พวกเขาอยู่บนหลังม้าก็ยังยิงธนูได้ ทว่าระยะของการยิงธนู ไกลไม่สู้หน้าไม้ราชวงศ์ฉิน...ในตอนที่พวกเขากลับมารายงานอย่างทุลักทุเล แล้วหลัวซู่ได้ยินว่าฆ่าไม่ตายเลยแม้แต่คนเดียว ก็เดือดดาลจนฟันทิ้งเสียตรงนั้นเลย พร้อมกับนำทหารไล่ล่าแม่ทัพของกองทัพตระกูลจ้าน!นี่ต่างจากบทที่เขาจัดวางเอาไว้!ทำไมกัน?ทำไมกองทัพตระกูลจ้านถึงมีอาวุธที่ล้ำหน้ามากมายขนาดนั้นทำไมถึงได้มีกรงขนาดใหญ่ที่วิ่งเร็วเสียยิ่งกว่าม้า!ไม่ง่ายเลยกว่าพวกเขาจะหาวัตถุระเบิดมาได้!สุดท้าย กองทัพตระกูลจ้านก็เปลี่ยนอาวุธที่ร้ายกาจกว่า และมีประสิทธิภาพสูงกว่าออกมาไม่ เขาบุกมาจนถึงบริเวณใกล้กับเมืองหลวงของต้าฉี่แล้ว เห็นได้ว่าจะสำเร็จอ
เหล่าทหารยังไม่ทันได้เปล่งเสียงร้อง ก็ร่วงลงมาจากหอคอยสูงและเสียชีวิตในทันทีหน้าผากของเขาถูกแรงระเบิดฉีกจนแหลกเละเหล่าทหารเผ่าหมานจำนวนมากพากันกรูเข้าไปดูเมื่อได้เห็นสภาพศพ ทุกคนล้วนเผยสีหน้าตื่นตระหนกนี่คืออาวุธลับอาวุธลับชั้นยอดที่มีระยะยิงไกลพวกเขาแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากระสุนถูกยิงมาจากทิศไหน และเป้าหมายที่แท้จริงคือใครผู้คนล้มตายไปโดยไม่ทันได้รู้ตัวแม้แต่น้อยจะสู้อย่างไร?นี่มันน่าหวาดกลัวเกินไปแล้ว!หลัวซู่เห็นเหล่าทหารพากันล้อมเข้ามา เขาตะโกนลั่น เสียงนั้นดุดันจนฝูงชนรีบแตกกระเจิงออกจากกันเขาก้าวไปหาศพของทหารที่เสียชีวิตเมื่อเห็นหน้าผากที่ถูกระเบิดเปิดเป็นโพรงดำสนิท เลือดไหลทะลักออกมาไม่หยุดเขาชักดาบออกมา ก่อนจะฟันลงไปตรงกะโหลกในสมองของทหารคนนั้น มีหัวกระสุนขนาดใหญ่ที่ระเบิดอยู่ภายในทุกคนที่ถูกยิง โดนเข้าทีเดียวก็ตายคาที่!สีหน้าหลัวซู่ซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างจนแทบฉีกขาด เขาจ้องมองกระสุนลูกซองแน่นิ่ง“นี่มัน...”นี่มันอะไรกันแน่?ทำไมมันถึงสามารถฆ่าทหารยามของเขาได้จากระยะไกล?เดิมที ศึกครั้งนี้เขามั่นใจเต็มสิบส่วนว่าจะสังหารจ้านเฉิงอิ้นได้ เพื่อแก้แ
จ้านเฉิงอิ้นเหลือบมองหลัวซู่ที่อยู่ไม่ไกล จากนั้นเขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า พบว่าอากาศยานไร้คนขับกำลังบินอยู่แต่เขาไม่ได้ยิงมันตก เขาเฉยเมย ราวกับจงใจปล่อยให้มันบันทึกภาพเหตุการณ์อันโหดร้ายนี้เอาไว้แสดงว่าเขากำลัง วางกับดักล่อเสือออกจากถ้ำอย่างนั้นหรือ?ต้องการให้กองทัพตระกูลจ้านโกรธจนขาดสติ ลุกขึ้นมาโจมตีเผ่าหมานด้วยไฟแค้นเต็มอกทำไมกัน?เป็นเพราะพวกนั้นเพิ่งผ่านศึกหนักกับกองทัพธงเหลืองมา จำนวนทหารจึงอ่อนแอลงแล้วอย่างนั้นหรือเมื่อตรวจสอบจำนวนพลเมื่อครู่ พบว่ามีผู้เสียชีวิตกว่าพันคน และบาดเจ็บอีกสามพันตอนนี้ กำลังพลที่ยังสามารถสู้รบได้ เหลือเพียงสองหมื่นหกพันนายกองทัพย่อมอ่อนแอลงไปบ้างแต่ก็ไม่ใช่ข้ออ้างให้เผ่าหมานท้าทายได้!พวกมันกล้าท้าทายเช่นนี้ แสดงว่าต้องมีอะไรให้มั่นใจ ถึงได้ทำให้กล้าบุ่มบ่ามขนาดนี้อะไรคือความมั่นใจของหลัวซู่กันแน่ ถึงได้กล้ากระตุ้นโทสะเช่นนี้?ซ่งตั๋ว เฉินอู่ และมั่วฝานต่างจ้องมองจ้านเฉิงอิ้น เฝ้ารอให้เขาออกคำสั่งเคลื่อนทัพแต่จ้านเฉิงอิ้นกลับกล่าวว่า “เราใช้ยุทธวิธีแบบกองโจรไม่ได้ และห้ามบุกจู่โจมโดยตรง!”เฉินอู่เอ่ยขึ้นทันที “ถ้าอย่างนั้นจะ
“กองทัพตระกูลจ้านก็จะอยู่รอดต่อไปได้ รัฐทายาทก็จะไม่ต้องมาด่วนจากไปก่อนวัยอันควร!”หลูซียังกล่าวเสริมด้วยความยินดีว่า “ไม่เพียงแต่จะไม่ด่วนจากไปก่อนวัยอันควร เขายังสามารถสร้างชื่อเสียงเกียรติยศได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งบารมีบรรพบุรุษ!”เย่มู่มู่เห็นพี่น้องทั้งสองดีใจขนาดนี้ “เอาล่ะ วันนี้พวกเราไปโรงงานผลิตอาหารที่ชานเมืองกัน ไปดูว่ามีสินค้าในคลังเป็นยังไงบ้าง”ถ้ามีสินค้าในคลังมาก ก็จะซื้อทั้งหมดเก็บไว้ในที่ว่างเปล่าของแจกันเย่มู่มู่ตรวจสอบแล้ว บริเวณชานเมืองมีนิคมอุตสาหกรรมอาหาร ทำขนมปัง เค้ก บิสกิตอัดแท่ง...แบรนด์ดังในประเทศ โรงงานล้วนตั้งอยู่ที่ชานเมืองสะดวกต่อเธอในการจัดซื้ออย่างยิ่ง!พวกเขามุ่งหน้าไปยังชานเมืองทันทีฮ่าวอี้ขับรถตามหลังมาอย่างลับ ๆ พร้อมกับหงเหว่ยไม่กล้าเข้าใกล้มากเกินไป เพราะหลูซีกับหลูหมิงมีความระแวดระวังตัวสูงมากหงเหว่ยเห็นเขาขับรถตาม ก็กินข้าวกล่องไปด้วย พูดไปด้วยว่า “พี่ ไม่ต้องห่วง มีพวกเขาสองคนอยู่ คุณหนูเย่ไม่มีทางเป็นอะไรหรอก!”แค่หลูซีคนเดียวพวกเขาก็สู้ไม่ได้แล้ว นี่ยังมีหลูหมิงอีกคน นอกจากจะใช้อาวุธ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีทางชนะได้ฮ่าว
คุณนายใหญ่ลู่ผู้ร่ำรวย กำลังช็อปปิงในห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง แย่งกระเป๋ากับคุณนายที่เธอไม่ชอบหน้ามาโดยตลอด...ทั้งคู่ทะเลาะกันเพราะกระเป๋าแอร์เมสเบอร์กิ้นหนังสัตว์หายาก ทำให้คุณนายคนอื่น ๆ สนใจเข้ามาดูเหตุการณ์ ในขณะนั้นเอง ตำรวจก็ปรากฏตัวขึ้นและใส่กุญแจมือเธอเธอร้องโวยวาย กล่าวหาว่าพวกเขาจับผิดคนแต่ตำรวจกล่าวว่า “คุณจ้างวานฆ่าคน เราไม่ได้จับผิดตัว!”การจ้างวานฆ่าคนถูกเปิดเผยออกไปโดยคุณนายที่มีปากเสียงกับเธอตอนนี้ คนในแวดวงสังคมชั้นสูงของเมืองหลวง ต่างก็รู้ว่าเธอจ้างวานฆ่าคนภาพถ่ายของเธอที่ถูกสวมกุญแจมือ และถูกนำตัวออกไป ถูกเผยแพร่ไปทั่วทุกวงสังคมทันทีที่เธอก้าวขึ้นรถตำรวจ หุ้นของกลุ่มบริษัทตระกูลลู่ก็เริ่มดิ่งลงเงินทุนหลายพันล้านไหลออกเมื่อเธอถูกนำตัวมาถึงหน้าสถานีตำรวจ ราคาหุ้นก็ร่วงลงต่ำสุดขีดขณะที่เธอถูกพาตัวมาถึงหน้าสถานีตำรวจ เธอก็ยังคงอาละวาด ไม่ยอมเข้าไปข้างใน บอกว่าจะโทรศัพท์หาทนายความ และสามีไม่สนใจภาพลักษณ์ของตนเองแม้แต่น้อย ด้านหลังยังมีนักข่าวตามถ่ายภาพฮ่าวอี้มองดูคุณหญิงลู่ มุมปากยกยิ้ม “ถึงคราวซวยแล้วแท้ ๆ ยังจะสร้างเรื่องอีก!”หงเหว
“ฉันจะไปส่งของขวัญเอง นายวางเอาไว้เถอะ เดี๋ยวฉันจะไปเดี๋ยวนี้!”*ประมาณสิบกว่านาทีต่อมา เย่มู่มู่เปลี่ยนเป็นชุดกีฬาสีดำ สวมฮู้ดคลุมศีรษะ อุ้มแจกันขึ้นรถเมย์บัค แล้วออกเดินทางเธอโทรหาทนายก่อน จากนั้นดำเนินการเรื่องเอกสารให้เสร็จ ถูกตำหนิและอบรมเป็นพิเศษ ก่อนจะได้รับการประกันตัวออกมาแน่นอนว่า มีบอดี้การ์ดหงเหว่ยที่คอยดูแลจัดการเรื่องทั้งหมดเขาเฝ้าอยู่ที่สถานีตำรวจตลอดเมื่อเห็นรถของเย่มู่มู่ขับเข้ามา เขาก็รีบลุกขึ้นทันที“คุณหนูเย่ เขาไม่เป็นไร อารมณ์ค่อนข้างคงที่ ทางตำรวจที่นี่ไม่ได้ทำให้เขาลำบากใจอะไรมาก แค่ตำหนิและอบรมไปหน่อย ยังให้ดูระเบียบข้อบังคับด้านความปลอดภัย แล้วสั่งให้ท่องจำด้วย!”“ตำรวจบอกว่า เขาใช้กำลังมากเกินไป คนประเภทนี้ หากไม่ถูกอบรมให้ดี แล้วปล่อยตัวไป อาจเป็นภัยต่อสังคมได้!”เย่มู่มู่ถามเสียงเรียบ “ตอนนี้ออกมาแล้วหรือยัง?”“กำลังเซ็นเอกสารขั้นสุดท้ายอยู่ครับ”เย่มู่มู่ยื่นซองอั่งเปาให้เขา “คุณไปหาอะไรดี ๆ กินเถอะ ฉันจะรอเขาออกมาเอง”หงเหว่ยเกาหัว เห็นรถของหัวหน้าจอดอยู่หน้าโรงพักเขารู้สึกแปลกใจ หัวหน้าตามมาด้วยเหรอ? แต่ทำไมถึงไม่มาพร้อมกับคุณหนูเย่ล่ะ
เย่มู่มู่รู้สึกว่า การจัดซื้อเสบียงจากต่างประเทศนั้น ต้องใช้ระยะเวลายาวนานจ้านเฉิงอิ้นนำทัพเข้าเมืองหลวงของต้าฉี่ ซึ่งเป็นศูนย์รวมประชากรเกินครึ่งของแคว้นเสบียงอาหารยี่สิบตู้คอนเทนเนอร์นั้น ไม่เพียงพออย่างแน่นอนเมื่อมาถึงเมืองหลวง เธอจึงมองการณ์ไกลยิ่งขึ้นรอบนอกเมืองหลวงนั้น รายล้อมไปด้วยนิคมอุตสาหกรรม สำนักงานใหญ่ของบริษัทอาหารหลายแห่ง ก็ตั้งอยู่ในเมืองหลวงส่วนผู้จัดการบริษัทไลฟ์สด ก็ได้หาอาคารสำนักงานในเมืองหลวง และเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้วอาคารสูงสิบกว่าชั้น เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทไลฟ์สดทั้งหมดบริษัทไลฟ์สดได้จดทะเบียนชื่อใหม่เพราะเริ่มต้นจากบ้านพักตากอากาศเซียนหยวน จึงจดทะเบียนในนาม บริษัทเซียนหยวน มีเดีย จำกัดผู้ถือหุ้นใหญ่คือ เย่มู่มู่ถือหุ้นกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ผู้จัดการถือหุ้นสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลืออีกสิบเปอร์เซ็นต์ แบ่งให้ผู้ไลฟ์สด ผู้ควบคุมรายการ ผู้กำกับ ฝ่ายประชาสัมพันธ์... และทีมงานอื่นๆ คนละเล็กละน้อยยังมีส่วนแบ่งอีกหกเปอร์เซ็นต์ผู้อาวุโสสวี่ ผู้อาวุโสมู่ ผู้อาวุโสจาง หรือแม้แต่เวินลี่ ต่างก็ร่วมลงทุน และถือหุ้นคนละประมาณหนึ่งจุดห้าเปอร์เซ็นต์เย่มู
การจัดซื้อเสบียง แม้ต้องขนส่งข้ามโลกก็ต้องทำ!การจะนำเข้าอาหารจำนวนมากจากต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหมายถึงการต้องแย่งทรัพยากรจากประเทศอื่นประชาชนต้าฉี่มีถึงยี่สิบล้านคน การให้ทั้งหมดต้องพึ่งพาเธอเลี้ยงดูย่อมเป็นไปไม่ได้ทางที่ดีที่สุดก็คือ ทำให้จ้านเฉิงอิ้นสามารถพึ่งพาตัวเองได้ข้าวสามารถเติบโตและเก็บเกี่ยวได้เร็วที่สุดในเวลาเพียงสามเดือน หากสภาพอากาศร้อนพอ สามารถปลูกได้ถึงปีละสามรอบขอเพียงมีปุ๋ยและแหล่งน้ำเพียงพอยังมีพืชผลที่ให้ผลผลิตสูง... เช่น มันเทศ มันฝรั่ง ข้าวโพดอีกเพียงสองปี จะเกิดหายนะหิมะครั้งใหญ่ พวกเขาต้องเร่งสะสมเสบียงให้เพียงพอ พวกเขาจะสามารถผ่านช่วงเวลานั้นไปได้อย่างปลอดภัยแน่นอนดังนั้น เมื่อจ้านเฉิงอิ้นเสนอให้บุกเบิกพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่ในตงโจวเย่มู่มู่ก็ตอบรับโดยไม่ลังเล“ดี! จ้านเฉิงอิ้น ข้าจะสนับสนุนเจ้า หากเจ้าอยากทำสิ่งใด จงทำให้เต็มที่!”“ข้าจะเป็นกำลังหนุนของเจ้าเสมอ!”ดวงตาของแม่ทัพหนุ่มเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา หางตาแดงก่ำ มือที่เปรอะเปื้อนโลหิตลูบไล้แจกันอย่างแผ่วเบาเสียงของเขาต่ำและแหบแห้ง “ขอบคุณท่านมาก ท่านเทพ!” “บุญคุณของท่าน ข